(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 18 : 18 -100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    6 เม.ย. 60






VVVVVVV

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

เส้นทางข้างหน้าของฉันยาวเหยียดตรง ป่าดำมืดรายรอบตัวฉัน และหมอกลงปกคลุมจนพร่ามัว ไม่มีแสงสว่างส่องลอดออกมาจากด้านหลังอย่างเชื้อเชิญเหมือนเคย ฉันมองไม่เห็นแม้แต่ประตูออกจากห้องต้องประสงค์

เส้นทางจะไปสิ้นสุดลงตรงไหน ฉันเองก็ไม่ทราบ ฉันกัดฟันและมุ่งหน้าเดินต่อไป ลูกสนและใบสนถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าไปตลอดทางที่ฉันเดิน

ต้นไม้ขึ้นเบียดเสียดกันแออัดยิ่งกว่าปากทางเข้า แสงสว่างเริ่มหายไปทีละน้อย ฉันยื่นแขนออกไปข้างหน้า พยายามเบิกตาให้กว้าง เพื่อที่จะไม่สะดุดอะไรเข้า

มีแต่ความดำมืด ไม่ต่างอะไรกับหลับตาเดิน แต่ฉันยังก้าวต่อไป อย่างระมัดระวัง

ต้นไม้โน้มลงมามากกว่าเดิมจนระอยู่ระหว่างไหล่สองข้าง แต่สัมผัสแข็งเย็นที่ต่างออกไปบอกฉันว่ามันไม่ใช่ต้นไม้ แต่อาจเป็นผนังหรือกำแพงหินเย็นๆ

มือฉันนาบเข้าพื้นไม้ –เรียบลื่น และเย็น และนั่นมัน –

รอยแยกของมันถูกเปิดออก

แสงสว่างลอดเข้ามาจนแสบตา

ไม่ใช่แสงจ้า แต่เป็นแสงสลัวออกสีเทา แต่ฉันก็ต้องหยุดเดิน กะพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้ชินกับมัน

แล้วฉันก็รู้ตัวว่ากำลังอยู่ที่ไหน

ฉันยืนอยู่ในตู้เสื้อผ้า เท้าวางอยู่บนพื้นไม้ ประตูข้างหน้าฉันแง้มออกเล็กน้อยพอให้แสงลอดเข้ามาได้

และข้างนอกประตูที่แง้มออก คือห้องต้องประสงค์

ห้องที่สร้างขึ้นจากผนังหิน เสาสูงตระหง่านรูปร่างแปลกตา เต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย –กองหนังสือ  รูปถ่าย กรงนกร้าง ซากเก้าอี้หักๆ ถุงมือ กระดิ่งลม โมเดลเรือจำลอง หนังหมาป่า วางเรียงรายเกลื่อนกลาดอยู่เบื้องหน้าที่ฉันกำลังยืน..

ห้องต้องประสงค์

ห้องต้องประสงค์จะปรากฎขึ้นหากมีคนต้องการจะซ่อนอะไรไว้..

นั่นคือประตูของมัน

ฉันก้าวเท้าออกไปข้างหน้า

“แกแน่ใจนะว่าเราอยู่ในฮอกวอตส์?” เสียงกระโชกโฮกฮากดังขึ้นจากข้างนอกตู้ ฉันยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจกลัว

“แน่สิ” เสียงของหญิงสาวตอบ “งั้นแกคิดว่าที่ไหนล่ะ?”

“ในห้องเก็บไม้กวาด” เสียงแรกตอบกลับ ตามมาด้วยเสียงอะไรบางอย่างล้มกระแทกพื้น

“ขอเถอะ เกรย์แบ็ค” เสียงเรียบลื่นเหมือนงูพูดขึ้น “อย่าทำให้มันยุ่งยากกว่านี้จะดีกว่าไหม?”

ร่างกายของฉันแทบหยุดนิ่ง ความหนาวเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

เกรย์แบ็ค มนุษย์หมาป่าซึ่งเป็นผู้เสพความตาย

และเสียงผู้หญิงที่ฉันรู้จักดี

เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์

และเสียงสุดท้าย..

เสียงที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน

แต่ฉันรู้ว่าใครกำลังพูด

ช้าไปแล้ว มันเกิดขึ้นแล้ว ฉันมาช้าเกินไป –

ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมา จากมุมหนึ่งของห้องที่ถูกบดบังด้วยเงามืด

“นั่นอะไร?” เจ้าของดวงตาพูดอย่างสงสัย เหมือนเธอมองเห็นประกายสะท้อนจากเครื่องเงินที่มีค่า

หัวใจของฉันกระตุกวูบ

“แล้วนั่นมันอะไรล่ะ?” เสียงของผู้ชายถาม

เหมือนเสียงที่ฉันเพิ่งได้ยินมา

ลูเซียส มัลฟอย

“มีใครบางคนอยู่ในตู้” เบลลาทริกซ์ตอบ และเดินตรงเข้ามา ฉันแอบเห็นเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธอ รูปร่างสูงผอม ดวงตาโต ใบหน้าซีดขาวและชุดคลุมสีดำทั่วเรือนร่าง

ฉันถอยหลังกลับเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของตู้ หัวหมุนติ้ว

“พระเจ้า” เสียงที่เหมือนงูพูดขึ้น

“มีใครอยู่ในนั้นหรือเปล่า?” มัลฟอยถาม

“ฉันว่ามี” เบลลาทริกซ์พึมพำ –

และประตูตู้ก็ถูกกระชากออก มันปลิวไปกระแทกกับผนังห้อง และลงไปกองที่พื้น

ฉันหันหน้าหนี หลังจากที่ประตูตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออก หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอก

เบลลาทริกซ์ยืนมองอยู่หน้าตู้ และจ้องฉันอย่างสงสัย มือกำไม้กายสิทธิ์ไว้อย่างหลวมๆ แล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความฉงนเป็นความรังเกียจและขยะแขยงอย่างที่สุด หญิงสาวหันหน้ากลับไปที่เงาดำๆสองร่าง

“ลูซ?” เธอเรียก ยันปลายคางไว้ด้วยไม้กายสิทธิ์ของเธอเอง “นี่ไรกัน?”

ลูเซียส มัลฟอย อยู่ในชุดและผ้าคลุมสีดำสนิทเช่นเดียวกัน เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างพี่สะใภ้ และเอียงคอมองฉัน

“อะไรหรือ –นี่มิสเกรนเจอร์ ”

“มิสอะไรนะ?” เบลลาทริกซ์มองหน้าเขา “เธอคือใคร?”

“นังเลือดสีโคลนไงล่ะ” ลูเซียสว่า ดวงตาสีน้ำแข็งจ้องมองฉันอย่างไม่กะพริบ “หล่อนอยู่ในชั้นเรียนเดียวกันกับเดรโก”

“อืมมม” เบลลาทริกซ์ลากเสียงยาว แล้วยักไหล่ “ฆ่าเธอเลยดีไหม”

เธอลดไม้ลงมาที่หน้าอกของฉัน ฉันกรี๊ดเสียงดังและถอยหลังจนชนผนังตู้

“เบลลา –ใจเย็นก่อน” เสียงที่มองไม่เห็นตัวผู้พูดเรียก ความกระหายเลือดที่ปรากฎขึ้นในดวงตาของเบลลาทริกซ์อ่อนลง เธอหันกลับไปมองเจ้าของเสียงทางด้านหลัง

“นายท่านหรือ?”

ร่างทั้งร่างของฉันเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง

“เอาเธอมาตรงนี้” เสียงนั้นสั่ง “ฉันอยากจะเห็นเธอซะหน่อย”

เบลลาทริกซ์เอื้อมมือออกมา กระชากคอเสื้อและดึงฉันให้ออกมาจากตู้เสื้อผ้า ฉันก้าวออกมาอย่างรวดเร็วจนแทบเสียหลัก หญิงสาวลากฉันออกไป  นายมัลฟอยยืนอยู่ทางขวาของฉัน ฉันไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เสียงของมันทำให้เรี่ยวแรงของฉันหายไปจนหมดสิ้น

เบลลาทริกซ์โยนฉันลงไปบนพื้น ฉันล้มลง เอามือยันตัวเองไว้ ร่างกายสั่นเทาจนแทบเป็นลม ฉันเงยหน้าขึ้น

เบื้องหน้าฉัน ผู้เสพความตายในชุดสีดำสี่คนที่ฉันไม่รู้จักรายล้อมเป็นรูปครึ่งวงกลม เฟนเรีย เกรนแบ็ค มนุษย์หมาป่ายืนอยู่ตรงกลาง ต่างมองฉันด้วงสายตาสงสัย เหมือนฉันเป็นเหยื่อเพื่อฆ่าเวลาเล่น ไอความมืดที่แผ่ออกมาจากตัวของพวกเขาเหมือนทะเลหมอกสีดำ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

อะไรบางอย่างขยับอยู่ข้างหลังพวกเขา

เงาสีดำยาวสูงก้าวออกมา

ร่างสูง –ใบหน้าซีดขาว  –และท่าทางสง่างาม ความดำมืดเหมือนรัตติกาลแผ่ขยายออกมาจากร่างของเขา มือซีดขาวเรียวยาวจับไหล่ของผู้เสพความตายเพียงแผ่วเบา พวกเขาต่างก็หลีกทางให้พ้น ก้มศีรษะคำนับ ร่างสูงยาวเหมือนเงาก้าวมาอยู่ตรงหน้าฉัน

ฉันไม่อาจเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเขาได้

เขาเพียงยืนอยู่นิ่งๆเป็นเวลานาน ทุกอย่างอยู่ในความเงียบและดำมืด เงียบจนฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง เสียงหายใจของผู้เสพความตาย เบลลาทริกซ์ขยับเท้าขวาของเธอไปข้างๆ

เขาคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน

มือยาวเรียวซีดขาวเชยคางฉันขึ้น บังคับให้ฉันมองตาเขา

ความกลัวแล่นไหลไปทั่วร่าง ลมหายใจของฉันหยุดไปชั่วขณะ ฉันไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่าสิ่งที่เขาต้องการให้ฉันทำ

ดวงตาเหมือนงู ลูกนัยน์ตาสีทอง –แดง –ทั้งสองสี ส่องประกายเหมือนพลอย  แต่ไร้ซึ่งความอ่อนโยนไร้ซึ่งความรู้สึกและความเป็นมนุษย์

ความดำมืดของเขากลืนกินจิตใจของฉันเหมือนหุบเหวที่ไร้จุดสิ้นสุด

เขาเอียงศีรษะสีขาวโพลนอย่างช้าๆ ริมฝีปากบอบบางสีขาวซีดยกยิ้มขึ้นอย่างสงสัย

“บอกฉันสิ ที่รัก –ก่อนที่ฉันจะให้เบลลาฆ่าแกซะ –“ เขาหายใจ เสียงนุ่มลึกแต่อันตรายแทรกซึมถึงกระดูกดำ “แกซ่อนเดรโก มัลฟอยไว้ที่ไหน?”

 

 

 

เดรโก

 

 

ผมรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นเยียบ ผมพลิกตัวไปมา พยายามสลัดมันออก แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างกดทับไว้ บังคับไม่ให้ผมลืมตาขึ้นมาได้ ผมสูดหายใจลึก ควบคุมตัวเองให้ขยับริมฝีปากออกมาเป็นคำพูดไหนก็ได้ แต่ไม่เป็นผล ผมสูดหายใจใหม่และรวบรวมสติ แล้วพันธนาการของมันก็หลุดออก

ผมลืมตา หายใจเข้าทางปาก หมอกมัวลงปกคุลมทั่วบริเวณ ผมมองมันอย่างสงสัยขณะลุกขึ้นนั่ง 

น้ำแข็งแผ่นเล็กๆแตกหักอยู่บนผ้าห่มของผม ต้นหญ้าทุกต้นมีน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ ต้นวิลโลว์ที่เคยอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยใบไม้เขียวชุ่ม ขัดนี้เหลือเพียงกิ่งก้านโกร๋นๆ แล้วข้างนอกนั่น ทุ่งข้าวบาร์เล่ย์สีทอง กลายเป็นสีเทา และเต็มไปด้วยน้ำแข็ง

เฮอร์ไมโอนี่หายไปไหน?

ผมลุกยืนขึ้นทันที สะบัดผ้าห่มออก –มันต้องเป็นของเธอแน่ เธอต้องห่มให้ผมในตอนที่เธอ –

ผมหันไป ดอกดาฟโฟดิลของเธอวางอยู่ข้างๆหมอนของผม –ดอกไม้ก็ถูกแช่แข็งไว้เช่นเดียวกัน

ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ ผมหันไปมองรอบๆ รวมถึงข้างนอก ทั่วทุ่งข้าวบาร์เลย์ด้วย

“เฮอร์ไมโอนี่?” ผมลองเรียก มือกำหมัดแน่น “เฮอร์ไมโอนี่ บ้าเอ๊ย นี่เธออยู่ไหน!

แสงส่องสว่างออกมาจากทางด้านหน้า ผมขมวดคิ้ว ผมมองไม่เห็นป่าไหนเลย –มีเพียงแค่ประตู –แล้วหัวใจของผมก็แทบหยุดเต้น

งั้นก็หมายความว่าเธอเจอประตูแล้ว

แล้วถ้าเธอออกไปแล้ว ทำไมเธอไม่พาผมออกไปด้วย?

ไม่ มีบางอย่างผิดปกติ ผมสูดหายใจเอาอากาศเย็นๆเข้าปอด กลืนน้ำลายอึกใหญ่ และก้าวเข้าไปทางแสง ปัดม่านใบไม้ให้พ้นทาง ต้นข้าวข้างนอกถูกแช่แข็งเรียบร้อยทั่วทางเดิน

หมอกลงปกคลุมทุกที่ มีเพียงเงาของประตูจางๆที่ปรากฎไว้ให้เห็นเป็นสีเทาอ่อนๆ พร่ามัวไปด้วยแสงจางและไอหมอก ผมเดินออกไป ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงฝีเท้าของผม จนกระทั่ง –

“ลูซ?” เสียงของผู้หญิงเรียกขึ้นอย่างสงสัย “นี่ไรกัน?”

ผมหยุดเดิน เสียงนั่น ผมรู้จักเจ้าของเสียง!

ป้าเบลลาทริกซ์

ป้าเบลลาทริกซ์!

“อะไรหรือ” พ่อผมถามขึ้น “นี่มิสเกรนเจอร์”

หัวใจผมแทบกระดอนหลุดออกจากคอ ความกลัวทำให้ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบจนไม่อายขยับเขยื้อนได้ ผมพยายามกลืนน้ำลายและขยับตัว แต่เหมือนกล้ามเนื้อทุกส่วนกลายเป็นอัมพาต

“มิสอะไรนะ” ป้าถาม “เธอคือใคร?”

“นังเลือดสีโคลนไงล่ะ” พ่อตอบ น้ำเสียงดูถูกและรังเกียจที่สุด “หล่อนอยู่ในชั้นเรียนเดียวกันกับเดรโก”

“อืมมม”  ป้าเบลล่าลากเสียง “ฉันจะฆ่าหล่อนซะ”

เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้อง

ผมปิดหน้าอย่างหวาดกลัว

“เบลลา –ใจเย็นก่อน” เสียงนุ่มนวลดังขึ้น ผมลดมือลงจากหน้าและหยุดอยู่ที่ลำคอ

“นายท่านหรือ?”  ป้าเบลลาเรียก น้ำเสียงอ่อนลง

เลือดทั้งหมดไหลลงจากใบหน้าของผมจนชา

“เอาเธอมาตรงนี้” เสียงนั้นสั่ง “ฉันอยากจะเห็นเธอซะหน่อย”

ผมขยับไปข้างหน้า ก่อนที่ผมจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร มือกำหมัดแน่นและก้าวเท้าออกไปยังพื้นที่แข็งแรง ตรงไปยังต้นตอของเสียงทั้งหมด ตรงเข้าสู่ป้า พ่อ และชายคนที่ประทับตรามารลงบนผิวหนังของผม

ผมเดินช้าลงและหยุดเดินชั่วครู่ แอบอยู่ในมุมมืด ใต้เงา และมองลอดออกไปยังประตูสูงแคบที่เปิดแง้ม

เบื้องหน้าผม ป้าเบลล่าและพ่อยืนอยู่ ทั้งคู่หันหลังให้ผม ตรงกลางด้านหน้าของพวกเขา เฮอร์ไมโอนี่กำลังคุกเข่า ก้มหัวให้กับจอมมาร มือของจอมมารเชยคางเธอขึ้น และผู้เสพความตายที่ดูเหมือนรูปสลักหินในสุสานยืนอยู่ข้างหลังจอมมาร พวกเขาทั้งหมดอยู่ในห้องต้องประสงค์

“บอกฉันสิ ที่รัก –ก่อนที่ฉันจะให้เบลล่าฆ่าแกซะ” จอมมารพูด ริมฝีปากแยกยิ้ม เผยให้เห็นฟันที่แหลมคม “แกซ่อนเดรโก มัลฟอยไว้ที่ไหน?”

ผมขยับเท้าขวาไปข้างหน้า และขยับเท้าซ้ายเดินตาม ตรงเข้าไปหาสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

โลกแห่งความจริงทั้งหมดปรากฎอยู่ตรงหน้าผม –ภายในห้องต้องประสงค์

และทุกจังหวะที่ผมออกเดิน ผมรู้ว่าเงาของความตายกำลังรอผมอยู่เบื้องหน้า

แต่ผมถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว



*** 50% ***




เฮอร์ไมโอนี่

 

 

"ฉัน..ฉันไม่รู้ว่า.." ฉันอ้าปากพูด หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด

โวลเดอมอร์ --โวลเดอมอร์ --ขบกรามเข้าหากัน ดวงตาส่องประกายไม่พอใจ เขาก้าวถอยหลังและปัดฝ่ามือผ่านอากาศ

พลังของเขาทำให้ฉันกระเด็นไปกระแทกกับผนังด้านหลัง กะโหลกชนเข้ากับกำแพงหิน น้ำตาร่วงลงมาอาบแก้ม ฉันกำหมัดแน่น นอนหงายหน้ามองเพดานด้านบน ริมฝีปากแตกและแห้งผาก แต่ฉันไม่ได้ส่งเสียงแสดงความเจ็บปวดใดๆออกไป

ฉันกำลังจะตาย

แต่อาจจะยังไม่ใช่ในเวลานี้

"ครูซิโอ"

เพียงในเวลาไม่กี่วินาที พลังสีดำพุ่งเข้ามาทำร้ายฉัน ครอบงำตั้งแต่หัวจรดเท้า เสียงกรีดร้องของฉันดังก้องไปทั่วห้อง สะท้อนเข้ากับผนังหินอย่างน่ากลัว

ร่างกายของฉันหยุดนิ่งอย่างไม่อาจขยับเขยื้อน หลังจากที่คำสาปออกไปแล้ว ความรู้สึกหนักอึ้งก็ค่อยๆหายไปด้วย

"ถามเธออีกสิ เบลล่า" โวลเดอมอร์ถอนหายใจ --ภาพตรงหน้าของฉัน --ร่างกายของเขาและผู้เสพความตายพร่ามัว

เบลล่าทริกซ์ก้มหน้าลงมา ดวงตาสีดำจ้องเขม็ง

"แกทำอะไรกับเดรโก นังเลือดสีโคลน!" เธอคำรามใส่หน้าฉัน "เขาต้องอยู่ที่นี่ในคืนนี้ เปิดประตูให้พวกเราเข้ามา!" เธอขยุ้มเสื้อเชิ้ตของฉัน ดึงเข้ามาหาและก้มหน้าจนจมูกแทบชนกัน "ต้องเป็นเขา ไม่ใช่แก!" เบลล่าเขย่าตัวฉัน ทำให้ศีรษะของฉันโขกกับกำแพงหิน "แกฆ่าเขางั้นหรอ?"

"ไม่!" ฉันสำลัก น้ำตาไหลลงอาบสองแก้ม

"งั้นเขาอยู่ที่ไหน?"

"ฉันไม่รู้.."

เบลล่าทริกซ์ยกไม้กายสิทธิ์ เตรียมส่งคำสาปมาที่ฉัน –

"ฉันอยู่นี่แล้ว"

เบลล่าทริกซ์เงยหน้า ผู้เสพความตายทุกคนมองผ่านฉันไปด้านหลัง พื้นห้องสั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าเดินดังขึ้นทีละก้าว เหมือนมีใครบางคนกำลังออกมาจากตู้เสื้อผ้าที่ฉันเคยออกมา เบลล่าทริกซ์ปล่อยมือจากเสื้อของฉันและยืนขึ้น

ฉันหันกลับไปมอง ร่างกายที่สั่นเทานั้นอ่อนแอเกินกว่าจะลุกขึ้นยืนได้ แล้วฉันก็เห็นรองเท้าสีดำคู่ที่ฉันคุ้นเคย กางเกงขายาว --เสื้อเชิ้ตขาว --มือสียาวซีด --ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดวงตาสีฟ้าและผมสีขาวบลอนด์

เดรโก

เดรโก มัลฟอย

ฉันพยายามขยับปาก แต่ร่างกายไม่ทำตามที่ใจนึก ฉันอยากจะเอื้อมมือไปหาเขา โอบกอดเขาไว้ในอ้อมแขน แต่มือซ้ายของฉันขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อฉันออกคำสั่งกับมัน

"เดรโก" พ่อของเขาตวาด "แกหายไปไหนมา?" เดรโกเพียงมองนายลูเซียสด้วยใบหน้าเฉยชา

"ผมอยู่นี่แล้ว" เขาตอบ

"เราไม่เจอแกเลย" เบลล่าทริกซ์พูดต่อ เดรโกตอบรับด้วยการหันไปมอง ความกลัวแล่นไหลไปทั่วร่างของฉัน

"ทำไมแกไม่มีไอ้นี่อยู่กับแกด้วยล่ะ" นายมัลฟอยถามลอดไรฟัน ยื่นไม้กายสิทธิ์ออกไปให้ลูกชายของเขา "เราเห็นมันอยู่บนพื้นตอนที่พวกเราเข้ามา"

เดรโกมองไม้ของเขา หยิบมันมาจากมือของพ่อของเขา และสบตานายลูเซียสอยู่ชั่วครู่

"ขอบคุณครับ" เขาว่า แล้วเดรโกก็หันมา มองมาที่ฉัน

พวกเราสบตากัน และไม่มีใครที่พูดอะไรออกมา ลมหายใจถูกหยุดไปชั่วครู่

"แกยังไม่ได้ตอบคำถามพ่อ" โวลเดอมอร์เอ่ยขึ้น บรรยากาศเงียบขรึมยิ่งกว่าเดิม "ทำไมแกถึงไม่อยู่ที่นี่ ก่อนที่พวกเราจะมา และทำไมแกถึงไม่มีไม้กายสิทธิ์อยู่กับตัว?"

เดรโกเงยหน้าซีดเซียวของเขา จอมมารและผู้เสพความตายทุกคนจ้องมองมาที่เดรโก ต่างรอคอยคำตอบ

"ผมจะบอกท่านทีหลัง" เขาตอบ "แต่ก่อนอื่น เรามาจัดการในสิ่งที่ควรจะทำก่อนดีกว่า"

โวลเดอมอร์มองเขาเหมือนกำลังพินิจใจ และส่งเสียงหัวเราะออกมาสั้นๆ

"น่าสนใจมาก" จอมมารว่า "เขากำลังหันเหความสนใจของพวกเราไปจากนังเลือดสีโคลน"

เดรโกกะพริบตาอย่างเชื่องช้า ร่างกายเย็นเฉียบ ผู้เสพความตายส่งเสียงพูดคุยกัน เบลล่าทริกซ์หรี่ตามองหลานชายของเธอ

"ไร้สาระ" นายลูเซียสหัวเราะ "นังเลือดสีโคลนเข้ามาขัดจังหวะพอดีต่างหาก เดรโกกำลังจะทำในสิ่งที่เขาสมควรทำ และพวกเราก็ควรจะไปได้แล้ว"

"แกต่างหากที่ผิด มัลฟอย" โวลเดอมอร์ขึ้นเสียงเล็กน้อย รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าเรียบตึงเหมือนงู "ดูมันสิ"

ทุกสายตาของผู้เสพความตายจ้องมองไปที่เดรโก เขาไม่ได้ขยับตัวหรือหลบหน้าจอมมาร เดรโกถือไม้กายสิทธิ์อย่างหลวมๆไว้ในมือขวา

เห็นไหม?” จอมมารกล่าว “เขาเป็นห่วงมัน”

ไม่จริง” นายลูเซียสร้อง

เงียบ ลูเซียส” โวลเดอมอร์ส่งเสียงเตือน “แกรู้จักลูกชายของแกน้อยไป”

นายลูเซียสจ้องมองเดรโกอย่างน่ากลัว จนฉันรู้สึกสงสารและเห็นใจเดรโกขึ้นมา

โวลเดอมอร์เดินตรงมาทางฉัน โดยไม่มีเสียงฝีเท้าใดๆ จอมมารหยุดยืนอยู่ข้างซ้ายของฉัน เผชิญหน้ากับเดรโก แต่ห่างออกไปจากเขาราวสิบก้าว เดรโกไม่ได้สั่นเทาหรือหวาดกลัว ไม่ได้หันหน้าหนี เขามองลึกลงไปในดวงตาของจอมมาร สีหน้าว่างเปล่า โวลเดอมอร์เอียงคอมอง

แกกำลังเล่นเกมกับพวกเราหรือเปล่า เดรโก?” เขาถาม

ผมจะไปกับท่าน” เดรโกตอบ “ถ้าท่านไว้ชีวิตเธอ”

ดวงตาของจอมมารฉายแววพอใจ

ไม่” เขาส่ายหน้า “ฉันกำลังจะฆ่าเธอ”

เดรโกกะพริบตาอย่างเชื่องช้า

งั้นผมคงต้องสู้กับท่าน” เขาตอบ

เดรโก –“ นายลูเซียสอ้าปากค้าง

ถ้าแกทำ แกจะต้องตาย” โวลเดอมอร์กล่าวอย่างไร้ความรู้สึก “แล้วฉันก็จะฆ่าแก  แกจะต้องร้องขอความตายอย่างถึงที่สุดแน่”

เดรโกหันหน้ามาทางฉัน ลูกแก้วสีฟ้าใสสบดวงตาสีน้ำตาล และหันกลับไปยังพ่อของเขา เดรโกมองจอมมารอีกครั้งด้วยสายตาอ่อนน้อม -แบบที่นายลูเซียสไม่มี -ริมฝีปากเหยียดตรงอย่างเย่อหยิ่ง -แต่ไม่ใช่ความเย่อหยิ่งแบบเดิม เขาสูดหายใจ และกล่าวกับจอมมารโดยตรง น้ำเสียงเยือกเย็นและทุ้มต่ำ

งั้นก็ทำสิ”

เดรโก อย่า-“ ฉันร้องห้าม เสียงขาดหาย

หุบปาก!” เบลล่าทริกซ์ขยุ้มผมของฉันอย่างแรง

เดรโกสาวเท้าออกไป เตะเบลล่าทริกซ์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี หญิงสาวล้มลงกับพื้นอย่างเสียหลัก ฉันสะบัดเบลล่าทริกซ์ให้หลุดทันทีเมื่อมีโอกาส-

ลูเซียส มัลฟอย ร้องตะโกนชื่อของลูกชายของเขา-

โวลเดอมอร์ขยับมือ ยกไม้ขึ้น-

แสงสีเขียวสว่างวาบ-

ลูเซียวกรีดร้องอย่างเจ็บปวด-

ร่างๆหนึ่งล้มลงกับพื้นข้างๆฉัน-

ฉันกระโดดขึ้นไปบนตัวเขา จับเสื้อของเขาไว้แน่น

และกรีดเสียงร้องออกมาใส่กำแพงหิน

 

 

 

 

เดรโก

 

 

 

 

ผมทำให้เธอล้มลง ด้วยแรงทั้งหมดของผมที่มี ความโกรธและความกลัวเหมือนควันดำมืดที่ควบคุมจิตใจ

เสียงของพ่อร้องตะโกนชื่อของผม

โวลเดอมอร์ขยับมาทางผม ยกไม้ของเขาชี้มา

ผมตวัดไม้กลับ เสกคาถาเอ็กซ์เปลลิอาร์มัสอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่เขาต้านมันไว้

อาวาดา เคดราฟวา”

แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง-

ผมก้มลง มองใบหน้างดงามของแฮอร์ไมโอนี่

ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตของผมจะจบลงเร็วขนาดนี้ -ผมหวังว่าตัวเองจะทำอะไรสักอย่าง ที่มีประโยชน์ให้กับโลกได้ ให้ผู้คนได้สรรเสริญ

เวลาของผมหมดลงเสียแล้ว สิ่งที่ผมทำ สิบหกปีที่ผ่านมาของผมจบลงเพียงเท่านี้

ผมสู้กับจอมมาร

ผมยอมรับผู้หญิงคนนหนึ่งเข้ามาในหัวใจ

ความมืดกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า

ร่างกายล้มลงเหมือนหุ่นกระบอกถูกตัดสาย

 

 

 

  

  เฮอร์ไมโอนี่

 

 

  

 

  ฉันนอนคว่ำหน้าลงบนพื้นหิน กล้ามเนื้อทุกชิ้นปวดระบม รอบตัวมีเพียงความเงียบสงัด

  และแสงอันอบอุ่น ที่ช่างคุ้นเคย

  เหมือนที่ฉันเคยเห็น

  ฉันลืมตาขึ้นอย่างกะปลกกะเปลี้ย

แขนของใครสักคนรองรับฉันไว้ใต้หน้าอก แขนซ้ายของฉันวางอยู่บนแผ่นไหล่แข็งแกร่งคู่หนึ่งที่ขยับขึ้นและลง ร่างกายอุ่นๆของชีวิตที่ยังหายใจ ดวงหน้าซีดขาวหันมาทางฉัน

หน้าของเดรโก มัลฟอย

ดวงตาของเขาปิดลง

ฉันขยับมืออันสั่นเทา ลูบแผ่นหลังของเขาผ่านเสื้อเชิ้ต และกดนิ้วลงบนใบหน้าของเดรโก เขายังไม่ตาย ความอบอุ่นส่งผ่านจากผิวหนังมายังปลายนิ้วของฉัน

เดรโกลืมตาขึ้น

ดวงตาสีฟ้าจัดที่สวยที่สุดมองกลับมาที่ฉัน

หัวใจของฉันเต้นกระตุกไปชั่วขณะ

เดรโก?” ฉันกระซิบ

เขากะพริบตา และขยับแขนออกอย่างไม่รวดเร็วนัก เดรโกลุกขึ้นนั่ง ฉันเองก็ทำเช่นเดียวกันกับเขา หายใจเอาอากาศเข้าปอดออย่างค่อนข้างลำบาก และไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้

เดรโกเองก็มองมาที่ฉันเหมือนกัน

ฉันเอื้อมมือออกไป สัมผัสกับใบหน้าของเขา ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากริมฝีปาก

เดรโกมองไปทางขวาของพวกเรา  และฉันเองก็เช่นกัน

ประตูบานใหญ่ ตั้งตระหง่าน เปิดออกกว้าง มีเพียงความว่างเปล่าที่รอคอยพวกเราอยู่ข้างนอก กับความมืดที่มีแสงสลัวๆเล็ดรอดเข้ามาด้านในผนังหิน

พวกเราทำได้เพียงนั่งมอง บานประตูที่เปิดกว้างนั้นปิดสนิทลง ดังจนพื้นดินสั่นสะเทือน

แล้วมันก็หายไป กลับเข้าไปในกำแพงหิน  กลายเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงดังเดิม

เดรโกและฉันนั่งตัวแข็งเหมือนหิน สายตาสองคู่สอดส่องไปทั่วโถงทางเดินในฮอกวอตส์ที่กว้างขวางแต่ว่างเปล่า

เสียงของผู้คนที่กำลังหัวเราะและพูดคุยอย่างสนุกสนานดังออกมาจากที่ไกลๆ แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างอยู่บนกำแพงด้านบน

ฉันสูดหายใจลึก ได้กลิ่นอาหารที่ลอยเข้ามา ได้กลิ่นกระดาษ และกลิ่นของปราสาท

เหมือนเป็นสัมผัสที่เป็นจริงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

ฉันหันกลับไปมองยังกำแพงหิน

มันเป็นแค่ฝันร้าย ทั้งผู้เสพความตาย และโวลเดอมอร์ –

มันยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ พวกเราจัดการได้ก่อนที่เหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น

พวกเราทำได้

หลังจากความหวาดกลัวและเจ็บปวดที่เกิดขึ้น จากทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ ต้นวิลโลว์ และแสงอาทิตย์ที่สาดส่องในยามเช้า…

ฉันมองหน้าเดรโก พยายามอ่านใจถึงความคิดและความรู้สึกของเขา

เดรโกจำเรื่องที่ผ่านมาได้ไหม? เขายังอยู่กับฉันตลอดเวลาที่ผ่านมาหรือเปล่า –

นิ้วมือเย็นๆของฉันยังสัมผัสอยู่บนใบหน้าของเขา น้ำตาหยดหนึ่งของเดรโกไหลลงมา ผ่านนิ้วโป้งของฉัน

และนั้นคือคำตอบของคำถามที่ฉันคิด

มาเถอะ” ฉันพูด หัวใจเต้นรัวเร็ว เช็ดหน้าของตัวเองและจับมือของเขาไว้ในมือของฉัน ไม้กายสิทธิ์ของฉันนอนนิ่งอยู่บนพื้น ตรงนั้น และฉันหยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ฉันลุกขึ้นยืน ดึงเดรโกให้ขึ้นมาด้วย “ลุกขึ้นเถอะ เดรโก”

เขาหยุดชะงัก ดึงให้ฉันกลับลงไปนั่งกับเขา มือของเขาจับมือฉันไว้แน่น มือขวาของเดรโกถือไม้กายสิทธ์ไว้ เดรโกไม่ได้มองมาที่ฉัน สายตาของเขาทอดมองลงไปที่พื้น

เดรโก” ฉันกระซิบ ขยับเข้าไปใกล้เขาให้มากขึ้น “เชื่อใจฉัน”

เขากะพริบตา และหยดน้ำตาร่วงหล่นลงมา เดรโกมองสำรวจไปทั่วโถง ทั้งพื้นหินและเพดาน และมองมาที่ฉัน

นายต้องเชื่อใจฉัน” ฉันสูดหายใจ และออกแรงดึงเขาให้ลุกขึ้น คราวนี้เดรโกลุกขึ้นยืน พวกเราจับมือกันไว้อย่างมั่นคง และวิ่งลงไปยังห้องโถงด้านล่าง

 

 

 

 

 















 

 




เป็นยังไงบ้าง เหมือนที่คิดกันไว้ไหมคะ..?



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #451 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 07:26

    โหคิดว่านางจะฆ่าซะแล้ว
    #451
    0
  2. #439 N_Ahgase&Army (@0804452409) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 21:23
    โอ้ยยย จอมมารทำให้ตกใจนึกว่าเดรโกจะตายจริงๆ ไม่งั้นเศร้าเลย
    #439
    0
  3. #423 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 11:18

    ใจหายใจคว่ำหมดเลยค่ะ

    #423
    0
  4. #384 POPPIN-s (@zigetab3v) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:10
    เราน้ำตาไหล เรานึกว่าจะตายจริงๆ ,__, แงงงงง
    #384
    0
  5. #357 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:32

    โอ้ยยยย เกือบไปๆ

    #357
    0
  6. #331 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:44
    นึกว่าจะตายจริงๆเกือบไปแล้ว;-;
    #331
    0
  7. #311 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:43

    โอ้ยคิดว่าจะตายจริง

    #311
    0
  8. #279 fai_btam (@fai_btam) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 18:33
    โหวว เครียดเลยนะจริงๆ
    #279
    0
  9. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 17:59
    ใจหายใจคว่ำหม๊ดดดดดด อย่าเล่นกับใจอย่างนี้สิคะะะะะ
    #276
    0
  10. #244 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:18
    ระทึกกสุดด
    #244
    0
  11. #220 mongmongji (@pandamongji) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 08:28
    ใจหายหมดเลยฮื้อนึกว่าเดรจะเป็นอะไรไปจริงๆแล้วซะอีก....
    #220
    0
  12. #184 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:39
    ดีใจ ช่วงที่เลวร้ายสุด เดรก็ยังปกป้องหนูเฮอร์
    #184
    0
  13. #101 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 20:37
    งือออออออออออ  ลุ้นมาาาหน่วงงงงมาก
    #101
    0
  14. #100 MalfoyFelton (@MalfoyFelton) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 21:40
    แทบชอค
    #100
    0
  15. #99 tuktahiper (@tuktahiper) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 14:00
    ลุ้นมากตอนนี้
    #99
    0
  16. #98 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 13:54
    ใจหายใจคว่ำ รีบมาต่อนะคะ
    #98
    0
  17. #97 Sabrina Darchelle (@poupe_sama) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 13:33
    ออกมาได้ซะที
    #97
    0
  18. #96 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 13:15
    ห้องต้องประสงค์ช่วยไว้หรือเปล่า >0<
    #96
    0
  19. #95 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 08:10
    เดรกต้องช่วยเฮอร์นะ!!
    #95
    0
  20. #94 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 16:15
    เฮอร์โดนจับแล้วววว >0<
    #94
    0
  21. #93 norinari26 (@norinari26) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 15:27
    ค้างค่ะค้างงงงงงง
    #93
    0
  22. #92 Sabrina Darchelle (@poupe_sama) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 08:17
    อย่าไปยอมนะเดรกกกกกก
    #92
    0
  23. #90 tuktahiper (@tuktahiper) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:31
    ลุ้นหนักมากกก
    #90
    0