(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 19 : 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    9 เม.ย. 60

VVVVVVVVVVVVV

 

The hammer pounds again

But flames I do not feel
This force that drives me, helplessly, through flesh, and wood reveals
A burn that burns much deeper

It's more than I can stand
The reason for my life was to take the life of a guiltless man
.

So dream a little, dream for me

In hopes that I'll remain
And cry a little, cry for me

So I can bear the pain
And hurt a little, hurt for me

My future is so bold

This task before me may seem unclear

But it

My maker holds.

-"The Hammer Holds"

 

VVVVVVVV

 

 

 

   เดรโก

 

 

   ทั่วโถงทางเดินที่พวกเรากำลังลงไปนั้นว่างเปล่า ผมปล่อยให้เฮอร์ไมโอนี่จูงมือผม นำทางไปตามที่ที่เธอต้องการจะไป เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นหินดังขึ้นสะท้อนไปทั้งทางขึ้นและทางลงของระเบียง ทั้งผมและเธอต่างหอบหายใจ สูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด

   ผมเงยหน้า พยายามไม่ให้ตัวเองหัวหมุนไปมากกว่านี้จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ความรู้สึกคลื่นไส้และสับสนกับทุกอย่างยังชัดเจนอยู่ในสมอง แสงสีเขียวที่ส่องวาบขึ้นมาจากเวทย์มนต์นั่นก็ด้วย

   ผมยังไม่ตาย ผมยังมีชีวิตอยู่

แต่ความกลัวก็ยังท่วมท้นจิตใจอยู่เช่นกัน

     แสงคบไฟและแสงอาทิตย์จากนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาด้านใน เฮอร์ไมโอนี่จับมือผมแน่นมาก พาผมวิ่งไปในที่ที่เธอต้องการ

     ผมอยากให้เธอจับมือผมแบบนี้ไปอีกนานๆ

     เฮอร์ไมโอนี่ดึงผมให้เลี้ยวเข้าตรงหัวมุม และลงไปยังทางเดินตรงกลางห้องแปลงร่างที่ตอนนี้ว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้คน ผมเริ่มหอบด้วยความเหนื่อย แต่ไม่อยากหยุด เป็นตัวถ่วงให้เธอช้าลง

   “ศาสตราจารย์คะ!” เธอตะโกน เสียงดังก้องสะท้อนไปทั่วทำให้ผมได้สติ ผมเงยหน้ามอง ศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ ผมยาวของเธอยุ่งเหยิง หมวกปีกกว้างทำให้เกิดเงาปกคลุมใบหน้า เธอเงยหน้าตามเสียงเรียก มองพวกเรา และเมื่อเห็นผมกับเฮอร์ไมโอนี่ที่มาด้วยกัน ดวงตาของศาสตราจารย์ก็เบิกกว้าง

    “มิสเกรนเจอร์! ได้โปรดอย่าวิ่งบนอาคาร!” เธอกล่าวเตือน “แล้วกรุณาอย่าส่งเสียงตะโกน “เสียงของเธอขาดหายไปขณะที่ดวงตาของศาสตราจารย์มองมาที่ผม มองมือของผมที่จับมือของเธอแน่น สีหน้าของมักกอนนากัลแสดงความสงสัยอย่างชัดเจน

“ศาสตราจารย์คะ” เฮอร์ไมโอนี่หอบด้วยความเหนื่อย เธอพาผมเดินเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้น “พวกเราต้องพบศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์โดยตรง ตอนนี้เลย –“

“มิสเกรนเจอร์

“ได้โปรดเถอะค่ะ” เธอขอร้อง “เรื่องสำคัญมาก เกี่ยวกับชีวิตของคนๆนึงเลยนะคะ”

มักกอนนากัลยืนขึ้น เธอมองหน้าผมกับเฮอร์ไมโอนี่สลับกันไปมา พวกเราทั้งคู่กลั้นหายใจอย่างลุ้นๆ แล้วสุดท้ายก็ดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนใจ

“มากับฉัน”

มักกอนนากัลเดินออกไปจากโต๊ะ ลงไปยังพื้นเบื้องล่าง ตรงกลางระหว่างที่นั่ง พวกเราเดินตามหลัง ผมและเฮอร์ไมโอนี่ไม่ปล่อยมือออกจากกันเลยในทุกก้าวที่เดินตาม เฮอร์ไมโอนี่ตัวสั่นจนผมรู้สึกได้ กระเพาะของผมตีลังกาไปมาอยู่ในช่องท้อง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระดอนออกมา

ดัมเบิลดอร์

พวกเรากำลังจะไปหาดัมเบิลดอร์...

และผมรู้ว่าทำไม ผมรู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่อยากให้ผมทำอะไร

และผมรู้ว่าผมจะทำมันอย่างที่เธอต้องการ

ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใด

พวกเราเดินตามหลังมักกอนนากัลไปติดๆ ศาสตราจารย์ไม่ได้วิ่ง ผมและเฮอร์ไมโอนี่จับมือกันเดินตามหลังเธอทำให้สายตาหลายคู่ที่ผ่านพวกเรามองกลับมาอย่างสงสัยและอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่มีทาง ผมไม่มีวันปล่อยมือจากเฮอร์ไมโอนี่เด็ดขาด

พวกเราก้าวยาวๆอย่างรีบร้อนผ่านห้องโถงหลายห้อง ขึ้นและลงบันได จนมาหยุดอยู่หน้ารูปปั้นรูปการ์กอยล์ที่กางปีกของมันเหยียดยาวอยู่หน้าบันไดวน

“ลูกอมรสกรด” มักกอนนากัลกล่าวอย่างเร่งรีบ “ฉันต้องรีบไปสอนชั่วโมงที่กำลังจะถึงนี้”

“ขอบคุณค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบ และผมพยักหน้าให้เธอ ศาสตราจารย์มองพวกเราอยู่สักพัก ก่อนจะหันกลับไปยังห้องโถงที่เดินผ่านมา และก้าวยาวๆจากไป

ผมหันไปมองเฮอร์ไมโอนี่ เธอก็กำลังมองมาที่ผมเช่นเดียวกัน ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า แล้วเธอก็บีบมือผม ขณะที่ก้าวเดินขึ้นไปยังบันไดวนด้านหลัง

เพียงเวลาไม่นาน พวกเราก็มายืนอยู่ในห้องทำงานของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ห้องรูปวงกลมที่มีเสาสูงใหญ่ ผนังเต็มไปด้วยรูปศาสตราจารย์ใหญ่คนเก่าแก่ที่สำคัญมากมาย ทั้งชายและหญิง บนโต๊ะมีลูกอมหลากรสและกองหนังสือวางอยู่ โต๊ะของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กว้างและใหญ่ ภายในห้องเงียบสงัดจนผมสามารถได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจของตัวเอง

“ศาสตราจารย์คะ?” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดัมเบิลดอร์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้ามองตามเสียง เขาสวมอยู่ในชุดคลุมสีม่วงอ่อนและหมวกงอๆ มองลอดผ่านแว่นรูปพระจันทร์ครึ่ง สายตาของเขาทำให้ผมหยุดนิ่ง ยืนค้างอยู่กับที่

“สวัสดีตอนเย็น มิสเกรนเจอร์” เขาทักทายเฮอร์ไมโอนี่ด้วยน้ำเสียงสุขุม “สวัสดีตอนเย็นมิสเตอร์มัลฟอย” เขาพยักหน้าให้ผม และประสานมือไว้บนโต๊ะ “มีอะไรจะให้ฉันช่วยหรือ?”

“คือ.. เอ่อ เรื่องมันยาวค่ะ ศาสตราจารย์” เฮอร์ไมโอนี่เริ่ม ถูนิ้วโป้งเข้ากันฝ่ามือของผมอย่างไม่รู้ตัว ดัมเบิลดอร์เลิกคิ้วมองกลับมาที่ผม และรอคอย เฮอร์ไมโอนี่กระแอมคอให้โล่งและมองหน้าผม แต่ผมไม่สามารถละสายตาไปจากดัมเบิลดอร์

“คือว่า” เธอเริ่ม “พวกเราติดอยู่..ในที่ที่นึง หนูคิดว่า.. พวกเราอยู่ในห้องต้องประสงค์..”

“อ้า” ดัมเบิลดอร์พูดขึ้นทันที “ฉันเองก็กำลังสงสัยอยู่ในเรื่องนั้น”

ผมขมวดคิ้วมอง

“ศาสตราจารย์อยากรู้ว่าเราหายไปไหนมาหรือคะ?” เธอลองถาม

“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น” เขาส่ายหน้า “ฉันกำลังสงสัยเกี่ยวกับห้องต้องประสงค์ และสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา” เขาเอียงคอ “แปลกมาก ฉันคิด ว่ากำลังจะลงไปหาพอดีกับที่พวกเธอเดินเข้ามา”

ผมมองเขา และหันกลับไปมองเฮอร์ไมโอนี่ เธอมองกลับมาที่ผม ใบหน้าซีดเผือด

“ชั่วโมงหรอครับ?” ผมถาม เฮอร์ไมโอนี่กลืนน้ำลาย

“มันนานกว่านั้นหรือ ตอนที่เธอติดอยู่ข้างใน?” ดัมเบิลดอร์ถามกลับ เฮอร์ไมโอนี่มองกลับไปที่อาจารย์ใหญ่ ยังคงหน้าซีด

“คือว่า..”

เขาโน้มตัวลงมา

“เธอติดอยู่ในนั้นนานแค่ไหนล่ะ มิสเกรนเจอร์?”

“เกือบเดือนค่ะ ศาสตราจารย์“

“อืม” เขาพูดด้วยเสียงเบาและต่ำ “เข้ามาใกล้ๆนี่เถอะ” เขากวักมือเรียก เฮอร์ไมโอนี่มองกลับมาที่ดัมเบิลดอร์และเดินตรงไปหาเขา ผมเองก็เช่นกัน เข่าของผมอ่อนลงแทบหมดแรง

หนึ่งชั่วโมง..

พวกเราหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดัมเบิลดอร์มองหน้าผมและเธอสองคนสลับกันไปมาอยู่นาน ก่อนจะสูดหายใจลึกและพูดออกมา

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีผู้วิเศษอายุน้อยสี่คน กำลังเริ่มฝึกเวทย์มนต์ของพวกเขา พ่อมดสองคนและแม่มดสองคน พวกเขาติดอยู่ในห้องต้องประสงค์ ระหว่างการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน พ่อมดและแม่มดทั้งสี่เพิ่งสร้างปราสาทนี้เสร็จ และพวกเขาเริ่มจะเป็นเพื่อนกันได้เพียงไม่นาน” ดัมเบิลดอร์กำมือขวาของเขาและทับมือขวาไว้ด้วยมือซ้ายก่อนจะเล่าต่อ “ทั้งสี่คนต้องเผชิญกับความท้าทายและเรื่องมากมาย หลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อที่จะหาประตูออกไปจากห้อง พยายามจะเข้าใจเวทย์มนต์ที่ขังพวกเขาเอาไว้ข้างใน และสุดท้าย พวกเขาก็ทำสำเร็จ ทั้งหมดกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในเวลาต่อมา และกลายเป็นผู้วิเศษที่ทรงพลังที่สุด พวกเขาค้นพบว่าต่างอยู่ในห้องต้องประสงค์เป็นเวลานานครึ่งเดือน แต่เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงของโลกภายนอก” ดัมเบิลดอร์หยุดไว้ชั่วอึดใจ “และชื่อของพวกเขา ก็อดริก กริฟฟินดอร์ โรเวน่า เรเวนคลอ ซัลลาซาร์ สลิธีรีน และเฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ”

เฮอร์ไมโอนี่ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้อย่างไม่รู้ตัวออกมา

“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังค่ะ ศาสตราจารย์” เธอถอนหายใจ “หนูคิดว่าศาสตราจารย์จะหาว่าพวกเราบ้าเสียอีก”

“ฉันก็ยังมีข้อสงสัยในเรื่องนั้นเหมือนกันนะ มิสเกรนเจอร์” ดัมเบิลดอร์ว่า “หลังจากที่เห็นเธอกับมิสเตอร์มัลฟอยจับมือกันแน่นแบบนั้น”

“หนู.. เอ่อ ค่ะ” เธอตอบเสียงขาดๆหายๆ แต่ไม่ยอมปล่อยมือผม “มีแค่พวกเราสองคนที่อยู่ในห้องนั้น.. เอ่อ เป็นเวลาที่นานมาก แล้วก็มีหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในนั้น และ.. พวกเราก็มีโอกาสได้คุยกัน หลายๆเรื่อง” เธอหันมามองผมถี่ขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดผมก็รู้ว่าเธอกำลังขอให้ผมช่วยพูดอีกแรง ผมสูดหายใจ

“พวกเราเจอแต่เรื่องน่ากลัวครับ ศาสตราจารย์” ผมเอ่ยปาก “เรื่องที่แย่ที่สุด ภาพพ่อแม่ของผมและเธอที่ถูกฆ่าหรือทารุณอย่างทรมาณ หรือการถูกทิ้งไว้ในปราสาทฮอกวอตส์ร้าง รวมถึงทั้งงูและก็อบลิน และจอมมาร”

ดัมเบิลดอร์นั่งฟังอย่างนิ่งเงียบ ผมพูดต่อ บรรยากาศในห้องเริ่มเย็นลง

“มันสอนให้ผมรู้ในหลายๆอย่างครับ” ผมพูด เสียงเบาลงเรื่อยๆ “และผม.. ผมรู้ว่าผมเองมีความสามารถมากกว่าที่ผมคิด”

ดัมเบิลดอร์จ้องหน้าผมอยู่นาน แล้วเขาก็พูดขึ้น เสียงของศาสตราจารย์ฟังดูนุ่มนวลและอ่อนโยน

“เธอมาเพื่อบอกอะไรกับฉันหรือเปล่า เดรโก?”

ความกลัวแล่นลึกผ่านโสตประสาท เฮอร์ไมโอนี่จับมือผมแน่น

“ครับ” ผมสูดหายใจ “จอมมารสั่งให้ผมเป็นคนลงมือฆ่าศาสตราจารย์”

เกิดความเงียบขึ้นเป็นเวลานาน

แล้วเขาก็พยักหน้า ไม่ได้แสดงความประหลาดใจออกมา ศาสตราจารย์ถอนหายใจและก้มหน้าลง

“ฉันรู้อยู่แล้ว”

นั่นทำให้ผมแปลกใจเป็นอย่างมาก

“รู้หรอครับ?” ผมทวนคำ มึนงงกับคำพูดของเขา

“ศาสตราจารย์คะ?” เฮอร์ไมโอนี่ร้อง ดัมเบิลดอร์เงยหน้ามองพวกเราอย่างอ่อนแรง

“อย่างน้อย ฉันก็คิดว่ามันคงจะมีเหตุผลที่ดี” เขามองมาที่ผม “แล้วเธอจะหาทางออกหลังทำภารกิจของเขาสำเร็จยังไงหรือ เจ้าลูกชาย”

ความผิดบาปจากความอ่อนโยนของเขาที่มีให้ก่อขึ้นในสมองของผม

“ผมต้องให้ผู้เสพความตายผ่านเข้ามาในฮอกวอตส์” ผมพูด “ผ่านตู้ในห้องต้องประสงค์ที่

“ที่มีแฝดของมันอีกใบใช่ไหม?” เขาเดา ผมพยักหน้ารับ เขาคงรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว

“ใช่ ใช่ครับ ที่มีแฝดอีกใบของมันอยู่ในร้านบอร์เจนแอนด์เบริก”

“แล้วพวกผู้เสพความตายเหล่านี้จะเข้ามาทำอะไรล่ะ?” ดัมเบิลดอร์สงสัย

“มาดูว่าผมทำงานนี้ได้สำเร็จหรือเปล่า” ผมตอบ “และทำลายปราสาทให้มากที่สุดที่พวกเขาจะทำได้”

ดัมเบิลดอร์เงียบไปเป็นเวลานาน เขามองลงไปยังมือที่ประสานกัน ศาสตราจารย์ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เดินมาอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ประสานมือสองข้างไว้ด้านหน้า ก้มศีรษะลง และเงยหน้า มองสบตากับผม

“ฉันต้องยอมรับ มิสเตอร์มัลฟอย ว่าตั้งแต่ที่เธอเข้ามาที่นี่และสารภาพถึงแผนการที่จะลงมือฆ่าฉันทั้งหมด ที่เธอยังไม่ได้ทำ เธอควรจะฆ่าฉันได้แล้ว ในตอนนี้” เขาเลิกคิ้ว “หรือว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้อยากทำ”

ผมมองสบดวงตาของเขาอย่างเนิ่นนาน

“ไม่ครับ” ผมพูด หัวใจเต้นแรง “ผมไม่เคยอยากฆ่า และไม่อยากฆ่าศาสตราจารย์”

ความกลัวของเฮอร์ไมโอนี่แล่นผ่านมาที่ปลายนิ้วของเธอ ไหลไปทั่วร่าง ผมรู้สึกถึงมันได้ มันซึมเข้ามาหาผม สู่จิตใจของผม ผมไม่สามารถเงยหน้ามองเธอได้ เสียงของดัมเบิลดอร์ทำให้ผมได้สติกลับมา

“งั้นเธอจะต้องเชื่อฉัน เดรโก” เขาพูดช้าๆ “ในเมื่อแผนการนี้จะต้องทำให้สำเร็จ”

มือของเฮอร์ไมโอนี่กระตุก

“อะไรนะครับ?” ผมพูดรัวเร็ว ดัมเบิลดอร์ยกมือของเขาขึ้น

“ฟังก่อน ฟังก่อน” เขาพูด และเรียกให้พวกเราเข้าไปใกล้ ดัมเบิลดอร์วางมือข้างนึงลงบนไหล่ของเฮอร์ไมโอนี่และอีกข้างบนไหล่ของผม เขามองสลับไปมาระหว่างผมและเธอ เหมือนกำลังมองทะลุผ่านจิตวิญญาณ และเอ่ยเสียงพูดอย่างอ่อนโยน

“การล้มเลิกแผนการนี้จะเป็นเรื่องที่อันตรายมาก มิสเตอร์มัลฟอย มันอาจทำให้ชีวิตเธออยู่ในอันตรายได้ รวมถึงครอบครัวของเธอทุกคนด้วย และชีวิตของทุกชีวิตที่อาจตายเพราะความผิดพลาดของมัน เธอจะต้องให้ผู้เสพความตายทุกคนเข้ามาในฮอกวอตส์ ในเวลาที่พวกเขาจะทำมัน..” เขาสูดหายใจ “และฉันจะต้องตาย ในคืนนี้”

มือของเฮอร์ไมโอนี่สั่นเทาอยู่ในมือผม ผมได้ยินเสียงเธอสะอื้น

“ผมไม่เข้าใจครับ” ผมสารภาพ เสียงสั่นสะท้าน “ผมไม่..ผมไม่..”

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ดัมเบิลดอร์ปลอบ บีบไหล่ของผม “ฉันไม่โทษเธอหรอก เดรโก ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก”

เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้า

“แล้วศาสตราจารย์จะทำยังคะ?” เสียงของเธอขาดหาย ดัมเบิลดอร์ยิ้มให้ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ และเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดที่ผมเคยเห็น

“นั่นจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องพูดกับมิสเตอร์มัลฟอย อย่างลำพัง ยิ่งคนรู้น้อย เราก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น”

ผมพยายามจะรักษาสีหน้าไว้ให้นิ่งเฉยที่สุด แต่ไม่เป็นผล ดัมเบิลดอร์มองผมอย่างเอ็นดู

“ฉันสัญญา มิสเตอร์มัลฟอย ฉันจะปกป้องเธอจากสิ่งที่เธอกลัวเอง” เขาประกาศ “และจะยังมีอีกคน ที่จะปกป้องเธอเช่นเดียวกันอย่างไม่ลังเลเลย แต่ตอนนี้ ฉันต้องขอบอกเธอก่อน เธอทั้งสองคนเลย พวกเธอจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมให้มากๆ” เขากันไปทางเฮอร์ไมโอนี่ และมองเธอด้วยสายตาจริงจัง “เพราะนักเรียนบางคนที่นี่ ก็เป็นผู้เสพความตายเหมือนกัน และเพื่อนของเราทั้งสองคน มิสเตอร์พอตเตอร์ ช่างเป็นคนที่แน่วแน่และช่างสงสัยยิ่งนัก พวกเธอทั้งสองคนจะต้องทำเหมือนกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องต้องประสงค์ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

โหวงวูบเหมือนถูกโลหะแหลมคมทิ่มแทงเข้าไปในช่องท้องของผม ไม่มีคำพูดใดๆหลุดจากปาก ดัมเบิลดอร์กล่าวต่อ บีบไหล่ของพวกเราทั้งสองคน

“เธอจะต้องทำเหมือนกับว่าพวกเธอเป็นศัตรูกัน เหมือนก่อนหน้าที่จะเข้าไปในห้องต้องประสงค์ แต่ทั้งนี้เพื่อรักษาชีวิตของพวกเธอทั้งสองคน และห้ามพวกเธอสองคนมาเจอหน้ากันอีก แม้จะเป็นการนัดเจอกันแบบเป็นความลับก็ตาม เราจะให้ใครรู้ถึงเรื่องของมิสเตอร์มัลฟอยไม่ได้ นั่นอาจจะหมายถึงจุดจบ และไม่ใช่แค่มิสเตอร์มัลฟอย แต่อาจเป็นทุกคนที่เธอรัก” ดัมเบิลดอร์หยุดไปเป็นเวลาสั้นๆ และเรียกชื่อหญิงสาว

“มิสเกรนเจอร์?”

“คะ?” เธอขานรับ ริมฝีปากของเธอสั่น ดวงตาสดใสเต็มไปด้วยน้ำตา

“เธอคือแม่มดที่กล้าหาญและฉลาดที่สุดคนนึง” ดัมเบิลดอร์กล่าวชม “และฉันหวังว่าพวกเราจะเก็บเรื่องเหล่านี้เป็นความลับได้ ห้ามไม่ให้มิสเตอร์พอตเตอร์หรือมิสเตอร์วีสลีย์รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเดรโก เรื่องของพวกเราสามคน แฮร์รี่จะต้องทำอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึงแน่ เขาจะต้องทำอะไรโง่ๆเพื่อที่จะปกป้องฉัน และนั่นไม่อาจเกิดขึ้นได้ เธอเข้าใจใช่ไหม”

“ค่ะ ศาสตราจารย์” เธอกระซิบตอบ

“และ มิสเตอร์มัลฟอย” ดัมเบิลดอร์มองผม “ถ้าผู้เสพความตายคนไหนก็ตามรู้ว่ามิสเกรนเจอร์ทำให้เธอเปลี่ยนใจละก็..” เสียงของเขาลากยาว ดัมเบิลดอร์เลิกคิ้วให้ผม ผมต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่ดึงเฮอร์ไมโอนี่เข้ามากอด ดัมเบิลดอร์กอดอกและก้มหน้ามองเธอ

“มิสเกรนเจอร์ ฉันต้องขอโทษด้วย แต่ฉันไม่สามารถให้เธอรู้ถึงแผนการนี้ได้ ไม่แม้แต่เพียงนิด หรือแม้ว่าเธอสัญญาว่าจะไม่บอกใครก็ตาม หวังว่าเธอจะเข้าใจ”

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้ารับ

“แค่ครั้งนี้เท่านั้น สาวน้อยที่รัก” ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ “และฉันไม่ได้หมายความว่าฉันตั้งใจจะบังคับเธอให้ปิดปากตลอดเวลาหรอกนะ เธอด้วย มิสเตอร์มัลฟอย” เขามองหน้าผม “หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไป หลังจากเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี่ –เธอสามารถกลับมาทำตัวตามปกติได้” เขายกนิ้วขึ้น “แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

ความมึนงงจากการรอดชีวิตผ่านผู้เสพความตายนับสิบคนหายไปจากสมองผม แทนที่ด้วยความกล้าหาญกับสิ่งที่ต้องเผชิญหน้า

“มิสเตอร์มัลฟอย ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดกับเธอ” ดัมเบิลดอร์กล่าว และลดมือลงจากไหล่พวกเราทั้งสองคน “ช่วยมาที่ออฟฟิศของฉันอีกทีตอนสองทุ่มได้ไหม? ช่วยพาศาสตราจารย์สเนปมากับเธอด้วย”

“ได้ครับ ศาสตราจารย์” ผมรับคำ ความเย็นเยียบชวนให้ขนลุกไหลแผ่ไปทั่วร่าง

“เอาล่ะ รีบกลับไปห้องเรียนของพวกเธอได้แล้ว ฉันคิดว่าพวกเธอขาดเรียนมาเกินหนึ่งคาบแล้วล่ะ ฉันจะส่งจดหมายไปแจ้งอาจารย์ของพวกเธอ ว่าพวกเราปรึกษากันเกี่ยวกับงานฉลองวันสิ้นปี ไปได้แล้ว”

ผมและเฮอร์ไมโอนี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน เธอกระตุกมือผม เรียกสติกลับมา ก่อนที่จะพาเดินกลับไปยังทางออกจากห้อง

“โอ้.. และเดรโก..”

ผมหันกลับไปมองอาจารย์ใหญ่ ดัมเบิลดอร์สบตาผม และเอ่ยขึ้นมา

“ฉันภูมิใจในตัวเธอมากจริงๆ”

ผมไม่สามารถตอบกลับไปได้ ลำคอตีบตัน ผมก้มหัวลงให้เขาเร็วๆ ก่อนจะหันหลังกลับและเดินออกไป ลงไปยังบันได จับมือกับเฮอร์ไมโอนี่ กับความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดจนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

 

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

หัวใจของฉันถูกบีบคั้นจนเจ็บปวด แขนของฉันปวดระบมไปหมดจนเหมือนกล้ามเนื้อส่วนนั้นกำลังจะแยกออกจากร่าง ฉันและเดรโกเดินลงมาถึงชั้นล่างในที่สุดและยืนอยู่หน้าห้องของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ในระเบียงร้างที่มีเพียงคบไฟห้อยไว้ พวกเราไม่ได้เดินต่อ และไม่ได้พูดคุยกัน มีเพียงมือของเราสองคนที่ยังจับกันแน่นตามเดิม

พวกเราออกมาจากห้องต้องประสงค์ได้ สามารถเอาชนะฝันร้ายและความหวาดกลัวในจิตใจของตนเอง แต่ฉันไม่นึกเลยว่าพวกมันจะยังตามมาหลอกหลอน แม้พวกเราจะออกมาจากห้องต้องประสงค์แล้ว

ฉันหวัง ใช่ หวัง ตั้งแต่ดัมเบิลดอร์รู้ความจริง และเลือกที่จะปกป้องเดรโกด้วยแผนห่วยๆนั่น ฉันไม่เข้าใจเลย รวมถึงสิ่งที่เขาสั่งห้ามฉัน ไม่ให้เดินกับเดรโก ไม่ให้พูดคุยกับเขา หัวเราะไปกับเขาเรื่องควิชดิชหรือเรื่องหนังสือของฉัน หรือนั่งอยู่ใต้แสงอาทิตย์และมองดูก้อนเมฆด้วยกัน ฉันต้องทำเหมือนกับเขาเป็นคนแปลกหน้า ไม่สิ เป็นศัตรู

ฉันขยับเข้าไปพิงเดรโก พิงหน้าผากเข้ากับหน้าอกของเขา น้ำตาซึมออกมาจนวิสัยทัศน์พร่ามัว เขายืนอยู่เหนือฉัน ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายของเขา ร่างของเดรโกสั่นเทาเหมือนกำลังเป็นไข้ ฉันขมวดคิ้ว พิงศีรษะไว้บนอก ซึมซับความอบอุ่นจากร่างกายของเขา

เดรโกปล่อยมือจากมือฉันและวางมันไว้บนไหล่ของฉันแทน ฉันคิดว่าเขาจะผลักฉันออกไปเสียอีก แต่เดรโกกลับโอบแขนไว้รอบแผ่นหลังของฉัน รวบตัวฉันไว้กับร่างกายของเขา

ฉันโอบแขนไว้รอบคอของเขาและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป แนบใบหน้าลงกับหน้าอก และสะอื้นไห้ให้เบาที่สุด เดรโกก้มลงมา ซุกหน้าลงบนเส้นผมของฉัน ฉันกำเสื้อของเขาไว้และเงยหน้ามอง ได้กลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆ ฉันจรดจมูกลงบนแก้มของเขา เดรโกทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับฉัน แต่ฉันไม่อยากจะฟังเสียงเขาพูดในเวลานี้ ไม่อยากผละจากเดรโกไปอีกแล้ว

ฉันแนบริมฝีปากของฉันลงบนริมฝีปากของเดรโก

แล้วมันก็เกิดขึ้น ฉันกับเดรโกจูบกัน ไม่ผละออกหายใจ สัมผัสลึกซึ้ง หนักหน่วง และรุนแรง

พวกเราจูบกัน หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออก ลืมเรื่องทุกอย่างรอบตัวไปชั่วขณะ แขนของฉันยังโอบรอบคอของเดรโก เขายกตัวฉันลอยขึ้นจากพื้น และชั่วขณะหนึ่ง ฉันรู้สึกได้ถึงริมฝีปากของเขาบนริมฝีปากของฉัน กลิ่นอายของเดรโก ลมหายใจของเขาที่พวกเราใช้ร่วมกัน หัวใจที่เต้นประสานจนเป็นจังหวะเดียวกัน

เสียงพูดคุยดังลงมาจากห้องโถงใหญ่

ริมฝีปากของพวกเราผละออก

ฉันหอบหายใจ ดวงตาสีฟ้าอมเงินของเดรโกมองมาที่ฉัน จมูกของเขาห่างจากฉันไปแค่นิ้วเดียว ไหล่ของเดรโกพองขึ้นและยุบลง เขามองลงไปยังห้องโถง ฉันไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้

“เธอบอกให้ไปเจอที่ห้องนั่งเล่นรวม”

เสียงของรอนดังขึ้นมา

“ไม่ รอน เธอไม่อยู่ที่นั่น” แฮร์รี่พูด ฟังดูกังวลใจ “เธอต้องเจอปัญหาอะไรแน่ๆ ให้ตายสิ”

เดรโกหันกลับมาทางฉัน ยังคงหอบหายใจ เขาลดแขนลงจากตัวฉัน

“เดรโก..” ฉันขยับปาก แต่เสียงไม่ยอมตามออกมา น้ำตาไหลลงบนแก้ม เขาจับมือฉันแน่น มองไปทางห้องโถงอีกรอบ

“นายว่าเราควรจะไปหาเธอที่ไหนดี?” รอนถาม เสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ “หอดูดาวไหม? เราไปมาหมดทุกที่แล้ว”

“ฉันกำลังจะไปหาดัมเบิลดอร์” แฮร์รี่ตอบ

 เดรโกหันกลับมามองให้ฉัน และฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ เดรโกกลืนน้ำลาย พวกเราจับมือกันแน่น..

“เดินเร็วๆเข้าสิ รอน” แฮร์รี่เร่ง “เรากำลังจะไปเรียนสาย”

ลมหายใจฉันสะดุดไปเสี้ยววินาที ใบหน้าที่งดงามของเดรโกผุดเข้ามาในสมอง ดวงตาสีฟ้าที่สวยที่สุด ผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลาและผมบลอนด์ซีดยุ่งเหยิง..

เขาปล่อยมือฉัน

และถอยหลัง เดินถอยกลับไปยังระเบียง มือกำหมัดเข้าหากัน ก้มหน้า รองเท้ากระทบเข้ากับแผ่นหิน แล้วเสียงฝีเท้าของเขาก็ค่อยๆห่างออกไป ช้าลง เดรโกหันกลับมามองฉัน ฉันกำมือ ซุกไว้ในท้อง

“เฮอร์ไมโอนี่!

ฉันสะดุ้ง แฮร์รี่อยู่ข้างหลังและกำลังวิ่งมาหาฉัน รอนตามหลังมาติดๆ หัวใจของฉันเต้นกระตุก ฉันหันกลับไปมองเดรโกเป็นครั้งสุดท้าย

เขาหายไปแล้ว

ฉันปาดน้ำตาออก แฮร์รี่และรอนเดินเข้ามาใกล้ แฮร์รี่มองฉันอย่างพิจารณา

“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“อื้อ” ฉันบังคับตัวเองให้ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนแรง “ฝุ่นเข้าตาน่ะ ฉันคิดว่าระเบียงนี้สกปรกชะมัด..”

“เราคิดว่าเธอหายไปไหนซะอีก” รอนว่า มองดูฉันหัวจรดเท้า “เธอหายไปเป็นชั่วโมงเลย เฮอร์ไมโอนี่เราคิดว่ามัลฟอยตีหัวเธอแตกด้วยอะไรสักอย่างเสียแล้ว หรือไม่ก็เธอทำหัวเขาแตก”

“จริงเหรอ?” ฉันตอบ คิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่พวกเราจะเข้าไปในห้องต้องประสงค์ “อ๋อ ไม่” ฉันส่ายหน้า “เขาไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก”

“แล้ว..” แฮร์รี่มองฉันอย่างคาดหวัง “เธอได้อะไรมาจากเขาบ้างหรือเปล่า..?”

ฉันมองกลับไปยังดวงตาสีเขียวของเขา ดวงตาของเพื่อนที่ฉันรัก และรอน เพื่อนอีกคนที่ฉันรักเช่นกัน ฉันยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วส่ายหน้าให้พวกเขา หัวใจแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ

“ไม่มี” ฉันตอบ “ไม่มีอะไรสำคัญหรอก”

 

 

 

 




 

 

 

 


ก่อนเข้าห้อง เกลียดกันแต่ต้องอยู่ด้วยกัน หลังออกจากห้อง รักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ อะไรจะหน่วงได้ขนาดนี้หนอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #471 อากิสะ (@aomaum30072549) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 05:17

    เป็นจูบลาที่ทำให้เราเศร้าและ ตราตรึงใจมากคะ
    #471
    0
  2. #468 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:45

    โอ๊ยยยย หัวใจฉันเจ็บ... รู้ใจกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ หน่วงง T T

    #468
    0
  3. #452 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 12:22

    จูบลา t-t
    #452
    0
  4. #424 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 11:23

    จูบกันแล้ว แต่หน่วงมากๆเลยค่ะ

    #424
    0
  5. #405 Chani_2526 (@Chani_2526) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:48
    ตราตรึงมากค่ะ
    #405
    0
  6. #385 POPPIN-s (@zigetab3v) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:23
    เป็นจูบที่เศร้ามากก ใจจะขาดอ่ะ
    #385
    0
  7. #358 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:28

    หน่วงอะไรแบบนี้เนี่ย ได้จูบกันก็ดันเป็นจูบลาอีก

    #358
    0
  8. #332 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:54
    หน่วงมากไม่ไหวแล้วจูบจากลามันแย่มากๆฮือเส้า
    #332
    0
  9. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 18:17
    หน่วงงงงงงงง เป็นจูบที่เขินไม่สุด มันหน่วงไปหมด ฮือออ
    #278
    0
  10. #245 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:49
    โอ๊ยยยย TT
    #245
    0
  11. #185 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:51
    เศร้าาามากอ่ะ จูบครั้งแรก เป็นจูบก่อนจะแยกกัน
    #185
    0
  12. #132 มาดาม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 19:53
    อ่านไปร้องไป โอ้ยยยยยยยยย จะขาดใจแทน
    #132
    0
  13. #108 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 09:02
    ฮือออออ หน่วงมากกสงสารทั้งคู่มากๆจริงๆค่ะ
    #108
    0
  14. #107 Tittita Wankly (@krispygalaxy1990) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 12:12
    โคตรเศร้าเลยอ่ะะT^T สนุกมาเลยค่ะไรท์รออยู่น้าา สู้ๆ
    #107
    0
  15. #106 litter girl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 11:06
    หน่วงงงงมากกกก ลุ้นๆๆ รอตอนต่อไปนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #106
    0
  16. #105 K'CHW (@chawalin2833) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 00:26
    ตอนอ่านภาษาอังกฤษคือหน่วงมากกกกกก แบบขยี้ใจสุดๆ ไรท์แปลได้ดีมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ :))))
    #105
    1
  17. #104 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 22:54
    ฟังเพลงหน่วงแปป ;...;
    เศร้าแทน
    #104
    0
  18. #103 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 22:47
    แผนการอะไรน้อ ที่ดัมเบิลดอร์วางไว้
    #103
    0