(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 17 : 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    29 มี.ค. 60

VVVVVVVVVV

 

A shapeless piece of steel,

That's all I claim to be
This hammer pounds to give me form,

This flame, it melts my dreams
I glow with fire and fury,

As I'm twisted like a vine
My final shape, my final form,

I'm sure I'm bound to find

So dream a little, dream for me

In hopes that I'll remain
And cry a little,

Cry for me

So I can bear the flames
And hurt a little, hurt for me

My future is untold
But my dreams are not the issue here,

For they,

The hammer holds.

-"The Hammer Holds"

 

 

 

 

 

เดรโก

 

 

ผมตื่นขึ้นในตอนเช้า และลุกขึ้นนั่งในทันทีเมื่อความเจ็บแสบแล่นไปทั่วแขนซ้าย มือขวาของผมกุมแขนซ้ายไว้แน่น ผมกัดฟันอย่างอดทนกับความเจ็บปวด มันแสบร้อนเหมือนถูกเหล็กเผานาบลงบนผิวหนัง

ผมลืมตาขึ้น กะพริบตาถี่ๆ และภาพที่เห็นก็ทำให้ท้องไส้ของผมว่างเปล่า

ผมนั่งนิ่งเงียบ ท่ามกลางหมอกที่ลงปกคลุมทั่วบริเวณ มือขวายังกุมแขนซ้ายไว้อยู่

กับร่างสูงร่างหนึ่งที่ปรากฎกายขึ้นด้านหน้า

แสงสว่างส่องออกมาจากด้านหลังของเขา เผยให้เห็นเส้นผมสีขาวโพลน ผ้าคลุมสีดำคลุมอยู่รอบไหล่ ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติค่อยๆก้มลงมาหาผม ริมฝีปากบางเหยียดเป็นเส้นตรง ดวงตาสีน้ำแข็งอันเย็นชาของเขาจ้องมองผม ราวกับตรึงให้อยู่กับที่

เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างช้าๆ เหมือนกำลังพิจารณาทำโทษเด็กที่อยากได้ของเล่นมากกว่าจะตั้งใจเรียน

แล้วพ่อก็ยื่นมือสีขาวซีดเซียว แต่แข็งกระด้างออกมา กระดิกนิ้วเรียกให้ผมเข้าใกล้ๆ

แล้วทุกอย่างที่ผมเคยรู้สึกถึงก็หายไป

ความอบอุ่นและงดงามของทุ่งข้าวบาร์เล่ย์

ความปลอดภัยและความสงบสุขในห้องต้นวิลโลว์

เสียงหัวเราะเหมือนระฆังแก้วและประกายที่งดงามเหมือนแสงดาวในดวงตาของเฮอร์ไมโอนี่

สัมผัสจากโลหะเย็นๆของแหวนแต่งงานในตอนที่ผมเต้นรำกับเธอ

ความจริงกระแทกเข้ามาในจิตสำนึก –เหมือนน้ำเย็นเฉียบในห้องน้ำที่สาดลงมาบนหน้าผม หลังจากเรื่องของเคที่ เบลล์

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องต้องประสงค์จางหายไปอย่างช้าๆ –นี่คือชีวิตผม –ชีวิตจริงๆของผม

ความมืดเข้ากลืนกิน ครอบงำ

และผมก็รู้ตัวเองอีกครั้ง

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

ฉันรู้สึกได้ถึงไอความเย็น ความชื้น และความแข็งกระด้าง

ฉันลืมตาขึ้น

ฉันกำลังยืนอยู่ในทุ่งข้าว หมอกลงปกคลุมหนาไปทั่วทุกที่ เงียบจนได้ยินเสียงของตัวเองหายใจ –รู้สึกถึงต้นหญ้าแห้งกรอบในทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดิน

ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? ฉันมองสำรวจไปรอบๆ สิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้คือฉันกำลังนั่งอยู่บนพื้น กับเดรโก และพวกเรากำลังมองดูดวงดาวบนท้องฟ้า..

มืดไปหมด –แต่มืดด้วยหมอกควันที่ปกคลุมจนมองไม่เห็น ไม่ใช่เพราะท้องฟ้ายามค่ำคืน หัวใจของฉันเต้นกระแทกซี่โครงอย่างรุนแรง

ที่นี่ ฉันอยู่คนเดียว

“เดรโก?” ฉันลองส่งเสียงเรียกเขา เสียงก้องสะท้อนกลับมาอย่างน่ากลัว ฉันกอดตัวเองเอาไว้ และสำรวจตนเอง ฉันอยู่ในชุดนักเรียนตามเดิม ฉันเงยหน้าขึ้น รู้สึกสับสนอย่างที่สุด

“เดรโก นายอยู่ไหน?” ฉันถาม มือกำเสื้อสเวตเตอร์ของตัวเองไว้ “เดรโก?”

แล้วฉันก็เห็นเงาไหววูบมาจากทางปลายหางตา ฉันยืนหยุดนิ่งอยู่กับที่ มันกำลังเดินเข้ามาหาฉัน ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่อาจขยับได้

เส้นผมสีบลอนด์ซีดโผล่ออกมา นั่นทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมาทันที

“เดรโก” ฉันเอ่ย แทบจะลืมหายใจ “นายหายไปไหนมา เกิดอะไรขึ้นกับห้อง?”

ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้ แล้วความกลัวของฉันก็ตีกลับเข้ามาเป็นสองเท่า และสามเท่า

เดรโกอยู่ในชุดสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า –สวยงามอย่างไร้ที่ติ ร่างนั้นเดินเหมือนที่เดรโกเดิน ซุกมือไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนที่เขาทำ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเดรโกปรากฎให้เห็น

แต่เย็นชาและกระด้างดุจหิน

กับดวงตาสีดำมืดเหมือนก้นบึ้งของเหว

“สวัสดี เกรนเจอร์” เขาทักทายด้วยเสียงที่กรีดแทงเหมือนมีด “ประทับใจจังที่ได้เจอเธอที่นี่” เขาหยุดเดินอยู่สองสามก้าวห่างออกไป และเอียงคอมอง “คิดถึงฉันไหม?”

แกมาทำอะไรที่นี่?” ฉันกัดฟัน ควบคุมสติเพื่อไม่ให้ตัวเองเข่าอ่อน ไหลลงไปกองกับพื้นด้วยความกลัว

“ฉันไม่มีวันพลาดอะไรสนุกๆแบบนี้แน่” เขาแสยะยิ้ม “สารภาพเลยว่าฉันอาจจะรู้สึกเสียใจกับเธอขึ้นมาก็ได้นะ –แต่ฉันว่ามันน่าสนุกมากกว่า”

“ออกไป!” ฉันขู่ กอดตัวเองไว้แน่นขึ้น

“อ้า!” เขาหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี “ทำไมเปลี่ยนใจแล้วล่ะ? เมื่อคืนเธอยังคิดจะจูบฉันอยู่เลย”

“กล้าดียังไง –“ ฉันตะคอก เขาเลิกคิ้วและยิ้มให้ เหมือนรอยยิ้มที่เคลือบด้วยยาพิษ เดรโกเดินเข้ามาใกล้ๆ

“เมื่อคืนเธอยังนอนพิงฉันอยู่เลย –“

“นาย.. นั่นไม่ใช่แก” ฉันตอบ เดินถอยหลังอย่างช้าๆ “นั่นคือเดรโก มัลฟอย”

เขากางแขนออกมา

ฉันนี่ไง เดรโก มัลฟอย”

“ไม่ ไม่ใช่แก” ฉันตะโกนตอบ บังคับตัวเองให้มองเข้าไปที่ดวงตาดำสนิทเหมือนหลุมที่ไร้จุดสิ้นสุด “แกไม่มีอะไรที่เหมือนกับเขา”

“ฉันรู้แล้ว” เขาหยุดเดิน พยักหน้า และหุบยิ้ม “เดรโก มัลฟอยของเธอจะไม่ทำแบบนี้สินะ ใช่ไหม?”

เขาขยับเข้ามา ดึงแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น

รอยสักสีดำปรากฎอยู่บนผิวที่ซีดขาวของเขา

และทำให้หัวใจของฉันเกือบหยุดเต้น

“สวยใช่ไหมล่ะ?” เขาส่งเสียงในลำคอ สายตาจับจ้องหน้าฉัน ลมหายใจของฉันแทบหยุดลง ฉันนิ่งงัน ขยับตัวไม่ได้

“ไ..ไม่” ฉันตอบเสียงแข็ง

“จำไว้ด้วยว่าเธอกำลังพูดอยู่กับใคร เกรนเจอร์” เขากล่าว หรี่ตาลงเป็นเส้นแคบๆ เดรโกก้าวเข้ามาใกล้ๆและแตะนิ้วลงบนหน้าผากฉัน สัมผัสเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งไหลผ่านทำร่าง –ทำให้ฉันหยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาโน้มตัวลงมา แนบแก้มเย็นๆเข้ากับใบหน้าด้านนึงของฉัน

สลิธีรีนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของเขา” เขากระซิบ “เลือดบริสุทธิ์จะยังเป็นเลือดบริสุทธิ์ และมัลฟอยเช่นกัน”

เขาเงยหน้า ยืดตัวขึ้น มองลงมาที่ฉันผ่านปลายจมูก เดรโกยิ้มเหยียด ท้องไส้ของฉันปั่นป่วน เขาก้าวถอยหลังกลับไปสามก้าว

“แต่อย่ารู้สึกผิดเลยถ้าอยากจะพิสูจน์ว่าฉันพูดผิด” เขาชี้มาที่ฉัน “ฉันอยากเห็นเธอทำจะแย่อยู่แล้ว!

หมอกกลืนกินร่างของเขา และเขาก็หายไปท่ามกลางคลื่นควันสีเทา

ฉันขยับตัว

และลืมตา มองดูท้องฟ้าที่พรั่งพรายด้วยหมู่ดาว ฉันกำลังนอนอยู่บนผ้าห่ม และห่มด้วยผ้าห่มอีกผืน เห็นประกายสีเงินของต้นข้าวอยู่ไกลลิบๆ

ฉันลุกขึ้นนั่ง กระเพาะบิดเป็นเกลียว หัวใจเต้นแรง ฉันขยับคอไปมาและมองไปรอบๆ มีเพียงความมืดที่ปกคลุมอยู่ทั่วทุกบริเวณ และต้นวิลโลว์ที่ยังตั้งอยู่กับที่ด้านหลังของฉัน เดรโกหายไปไหน?

ฉันลุกขึ้นยืน –อยู่ในชุดนักเรียนตามเดิม –และก้าวออกมาจากกองผ้าห่ม

“เดรโก” ฉันตะโกน เสียงแหบแห้งและสิ้นหวัง อะดรีนาลีนสูบฉีดขึ้นไปทั่วร่าง ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นลม

ฉันเดินเข้าไปยังต้นวิลโลว์ ปัดม่านของมันออกให้พ้นและมองเข้าไปข้างใน ห้องของมันว่างเปล่า

“เดรโก!” ฉันหันกลับมา มองหาเขาด้วยสายตาของตัวเอง “เดรโก นายอยู่ไหน?”

อะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ

เดรโกอยู่นั่น

ฉันวิ่งเข้าไปหาอย่างไม่ทันรู้ตัว ความจุกเจ็บเสียดแทงเข้ามาในหน้าอก เขาหันกลับมาตามเสียงของฉัน

เดรโกหน้าซีดเผือด และดุร้าย –แววตาของนักล่าปรากฎอยู่ในสายตา –ดวงตาสีฟ้าของเขาที่ฉันรู้จักดี

แต่ความโกรธและความกลัวเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของฉัน

“นายหายไปไหนมา?” ฉันถามเหมือนออกคำสั่ง เดินเข้าไปใกล้เขาท่ามกลางประกายสีเงินของต้นข้าว ใต้แสงสีขาวของดวงดาว เสียงของฉันสั่นอย่างไม่อาจควบคุม

“ฉันไม่รู้” เขาตอบอย่างลังเล เดินถอยหลังออกให้ห่างจากฉัน “ฉันฝันร้าย –“

“นายตื่นแล้ว ฉันก็ด้วย” ฉันโต้ กำหมัดแน่น “แต่ฝันร้ายของฉันยังตามฉันอยู่ –สลัดไม่หลุด –ฉันต้องได้เห็นอะไรบางอย่าง”

เดรโกยืนนิ่ง ดวงตาจ้องมาที่ฉัน –ดวงตาสีฟ้าอมเงินที่ว่างเปล่า

“อะไรของ –“

“เอาแขนออกมา” ฉันสั่ง ปาดน้ำตาที่เริ่มไหลลงมาออก “เอามาให้ฉันดู –เดี๋ยวนี้ –เดี๋ยวนี้! ฉันต้องเห็นมันเดี๋ยวนี้!

เดรโกมีสีหน้าเจ็บปวด

“เฮอร์ไมโอนี่ –“ เขาเริ่ม

“ฉันต้องเห็นมัน!” ฉันกรีดเสียง กระชากกระดุมที่แขนเสื้อของเขาให้หลุดอก “ไม่จริงใช่ไหม เดรโก –มันไม่ได้อยู่ที่นี่ เดรโก –ฉันต้องเห็นมัน ให้ฉันดู ฉันรู้ว่ามัน –“

“ออกไป!” เขาตะคอก ผลักฉันออก “ปล่อย!

“ไม่! ฉันไม่ปล่อย!” ฉันกรี๊ด กระชากข้อมือซ้ายของเขาเข้ามา “เอามา –เอามาให้ฉันดู –ฉันรู้ว่ามันไม่จริง –“

“เอางั้นก็ได้!” เขาตะโกน ผลักฉันให้พ้นทางและแกะกระดุมออก เดรโกกระชากแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นถึงข้อศอก –

และโลกทั้งใบก็หยุดหมุน

ผิวซีดเซียวของเดรโกถูกทาบทับไว้ด้วยสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกสีดำ งูเลื้อยพันออกมาจากปากของกะโหลก แลบลิ้นที่ยาวและหนาของมัน

ตรามาร

ชั่วเวลาของพวกเราหยุดนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ มือขวาของเขายังถกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น ดวงตาของเขามองมาที่ฉัน –อย่างไม่หลบสายตา เดรโกตัวสั่นเทา ฉันไม่อาจละสายตาไปจากตราบาปของเขาได้ งูสีดำที่เลื้อยพันบนผิวหนังของเขา

สัมผัสจากจอมมาร กุญแจดอกแรกสู่นรก

สัญลักษณ์ของฆาตกร

ผู้เสพความตาย

“มัน..มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ” เดรโกว่า เสียงของเขาสั่น

“งั้นหรอ?” ฉันถาม “งั้นมันหมายความว่าอะไร?”

“ฉันรู้.. ฉันรู้ว่ามันคืออะไร” เขาแทรก “แต่เธอ.. ไม่มีวันที่เธอจะเข้าใจมัน!

“นายจะให้ฉันเข้าใจอะไร?” ฉันร้องตะโกน หน้าอกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนอย่างแรง ฉันเงยหน้ามองเดรโก “นายยินยอมที่จะเป็นพวกมัน เป็นผู้เสพความตาย –นาย –นายเป็นผู้ติดตามของ –“ ฉันไม่สามารถต่อให้จบประโยคได้ ฉันไม่สามารถพูดชื่อของโวลเดอมอร์ออกมาได้

“เธอไม่ได้รู้มากเท่าที่เธอคิดว่าตัวเองรู้” เขาเถียง คิ้วขมวดกัน “ฉันไม่ได้เต็มใจจะเป็นผู้เสพความตาย ฉันถูกเลือก

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำตาหยดลงมาบนแก้มอย่างไม่หยุด

“ทำไมกัน?” ฉันถามเดรโก อย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น

เดรโกชะงักไปชั่วครู่

“พ่อฉัน” เขาตอบอย่างหนักแน่น “เพราะ.. เพราะพ่อฉันทำให้จอมมารผิดหวัง และฉัน.. ฉันเป็นทางเลือกทางเดียวของครอบครัว –เพื่อรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล”

เดรโกดูซีดเซียว รอยคล้ำสีดำเป็นวงชัดเจนอยู่ใต้ดวงตา ริมฝีปากของเขาแห้งผาก

“ยังไง?” ฉันกระซิบ

เขาเงียบไปสักพัก ดวงตามีประกายไหววูบ แล้วเขาก็ถอนหายใจอย่างหมดหนทาง

“ฉันต้องฆ่าดัมเบิลดอร์”

ฉันอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงพูดออกมา เหมือนฟ้าผ่าฟาดลงมาทั่วร่าง เดรโกสูดหายใจอีก

“ฉันต้องฆ่าเขา และให้ผู้เสพความตายทุกคนที่เหลือเข้ามาในฮอกวอตส์ผ่านตู้ในห้อง –“ เดรโกกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอ “ตู้ในห้องต้องประสงค์”

“ฉัน..ฉันไม่เข้าใจ” ฉันเอ่ยตอบ เสียงสั่นสะท้าน

“มีตู้อีกใบในตรอกไดแอกอน” เดรโกพึมพำ “มันเชื่อมถึงกัน มีใบนึง แฝดของมัน อยู่ในห้องต้องประสงค์ เธอก็รู้ ..ห้องที่ทุกอย่างจะปรากฎขึ้นหากเธอต้องการที่ซ่อนตัวจากอะไรก็ตาม” เดรโกยิ้มอย่างเบาบางที่ริมฝีปาก ขณะที่หัวใจของฉันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

“นายจะไม่ทำ –“ ฉันสำลักลมหายใจของตัวเอง “นายไม่ได้อยากทำแบบนี้ –นายไม่ได้อยากฆ่า –“

“ฉันไม่มีทางเลือก!” เดรโกตะโกนแทรก แววตาโกรธขึงอย่างเห็นได้ชัด

“นายมีทางเลือกเสมอ!” ฉันกรีดเสียงสู้ สายตาของเดรโกมองมาที่ฉันอย่างต้องการหาความจริง

“ใครบอกเธอกัน เฮอร์ไมโอนี่?”

ความสั่นสะท้านแผ่ไปทั่วทั้งร่าง ฉันยกมือขึ้นกอดตัวเองไว้

“ไม่มีใครบอก” ฉันตอบเสียงเบา “ฉันเชื่อในตัวนาย”

เขาส่ายหน้า สีหน้าของเดรโกเย็นชา

“เธอแค่กำลังหลอกตัวเอง” เขาพูด “นั่นมันโลกของเธอ เกรนเจอร์ –ต่างกับโลกของฉัน ชีวิตของพวกเราต่างกัน สถานการณ์ที่พวกเราต้องเผชิญต่างกัน ความคิดของพวกเราก็ด้วย –“

“ฉันรู้ –“

“เธอไม่รู้!” เขาตะโกนขึ้น “เธอไม่รู้อะไรเลย ชีวิตของฉันตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเกิดมาเพื่อเพียงอย่างเดียว เพื่อทำงานของพ่อให้สำเร็จ ตัวแทนของหัวหน้าครอบครัวมัลฟอย ลูกน้องของจอมมาร ไม่มีการตั้งคำถาม ไม่มีทางเลือกอื่น” เขาส่ายหน้า มองฉันอย่างขมขื่นที่สุด “ฉันเป็นแค่เครื่องมือ –ในทุกจังหวะลมหายใจ ทุกส่วนของฉันที่เธอรู้จัก ทุกคำพูดที่ฉันพูดกับพอตเตอร์ กับวีสลีย์ หรือพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลคนไหนๆก็ตาม พ่อไม่ได้ให้ฉันเกิดมาเพื่อให้ฉันเป็นเพื่อนกับใคร เพื่อจะรักใคร หรืออ่อนโยนกับใครก็ตามเพราะนั่นไม่ใช่จุดประสงค์ที่เขาให้ชีวิต” แววตาของเดรโกเศร้าสร้อยขึ้น เขาขบกรามเข้าหากัน “ไม่ใช่เป้าหมายของฉัน ฉันเกิดมาเพื่อเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นเครื่องมือของพวกเขา” เดรโกมองหน้าฉัน “แค่นี้ เฮอร์ไมโอนี่ ถ้าฉันเชื่อว่าฉันเป็นลูกชายที่เขารัก ฉันก็โง่เต็มทน”

ความหนาวเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ

“เดรโก –“

“อย่าได้บังอาจ –มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีก” เขาคำราม ชี้นิ้วมาที่หน้าฉัน “เหมือนเธอกำลังเสียใจกับเรื่องของฉัน แต่เธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ไม่เลย ดูนี่!” เขายื่นแขนออกมาและถกแขนเสื้อขึ้นให้เห็นตรามาร “นี่คือฉัน สิ่งที่ฉันเป็น จำความรู้สึกของครั้งแรกที่เธอเห็นมันสิ –ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง นี่แหละคือฉัน ฉันไม่มีทางเลือก ฉันหนีมันไม่ได้ และจุดจบของฉันคือความตายหากปฎิเสธหน้าที่ของจอมมาร”

“ไม่ เดรโก นายไม่จำเป็นต้อง –“

“เขาจะฆ่าฉัน เกรนเจอร์” เดรโกพูด เสียงแข็งเหมือนหิน “และแม่ฉัน และพ่อ ถ้าฉันไม่ทำตามคำสั่งของเขา”

และนั่นเอง คำตอบที่ฉันตามหามานาน คำตอบที่ฉันหวังจะได้ยินตั้งแต่เข้ามาในห้องต้องประสงค์ ความจริงของมันทำให้ใจของฉันแหลกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ

เดรโกเป็นคนให้สร้อยคอต้องสาปกับเคที่ เบลล์ หวังว่าดัมเบิลดอร์จะจับมัน และตาย นี่เอง สิ่งที่คุณและคุณนายมัลฟอยพูดกับเดรโกเกี่ยวกับความน่าอับอาย ความผิดพลาดของเขา –ในตอนที่ห้องต้องประสงค์แสดงให้ฉันเห็น –สิ่งที่พ่อของเขาบังคับให้เขาทำให้สำเร็จ

สายลมเย็นพัดผ่านพวกเรา กระแสไอเย็นซึมเข้ามาทะลุชั้นเสื้อผ้า ฉันไม่อาจพูดอะไรออกไปได้

อะไรบางอย่างไหววูบอยู่ที่ปลายหางตา ฉันหันไปมอง

ไกลออกไป สิ่งที่ดูเหมือนกำแพงหินขนาดใหญ่และกว้างค่อยๆล้อมอยู่รอบต้นวิลโลว์ ต้นไม้ไร้ใบและเต็มไปด้วยหนามแหลม เหมือนเงาสีดำเข้าปกคลุม มีเพียงช่องว่างตรงกลางเหมือนอุโมงค์ให้เดินเข้าไปได้ แสงสีเทาส่องออกมาลอดโพรงต้นไม้

เหมือนป่าสีดำมืด

ฉันมองหน้าเดรโก เขาก็กำลังมองมันอย่างสงสัยเช่นกัน สีหน้าของเขาดูเจ็บปวดกับสิ่งที่เห็น ไม่มีใครพูดอะไรออกมา สายลมพัดผ่านพวกเรา ดวงตาของเดรโกแข็งกร้าวและเย็นชา

“นี่เป็นแค่ฝันเท่านั้น เกรนเจอร์” เขาพูด “ทั้งว่าวและกระดานและ –เรื่องที่พวกเราเต้นรำกันด้วย” เขาสบตาฉัน มัลฟอยคนเดิมปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง มัลฟอยผู้แสนเย่อหยิ่ง ยโสโอหัง เห็นแก่ตัว –และสายตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง

“เธอจะกลับไปเป็นเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ –เพื่อนรักของแฮร์รี่พอตเตอร์ แม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ล” เขาพ่นคำพูด “และฉัน เลือดบริสุทธิ์ ผู้เสพความตาย ฉันกำลังจะฆ่าดัมเบิลดอร์ และนั่นคือจุดจบของทั้งหมด” เขาเหยียดยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ ส่ายหน้าให้ฉัน “เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้วเกรนเจอร์ เธออยากจะรู้เรื่องนี้มาเกือบเดือนแล้วนี่ เป็นเหตุผลเดียวที่เธอตามฉันเข้ามาในนี้ ใช่มั้ย? เธอไม่ได้เป็นห่วงฉันหรอก” เขาขบกราม “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้สนใจว่าฉันจะอยู่หรือตาย”

ฉันพูดไม่ออก ความเจ็บจุกแล่นขึ้นมาเป็นริ้วที่หน้าอก

ฉันก้าวเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ

เขากะพริบตา และก้าวถอยหลัง แต่ฉันคว้าแขนซ้ายของเขาไว้ทัน นิ้วของของฉันสั่น แต่ฉันจับแขนเขาไว้อย่างอ่อนโยนที่สุด ฉันดึงแขนเสื้อลงมาจนมันปิดตรามารอย่างมิดชิด เดรโกก้มหน้าลงมา และมองสิ่งที่ฉันทำให้เขา ฉันติดกระดุมแขนเสื้อให้เดรโกด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา จัดปกเสื้อให้เรียบร้อย แล้วฉันก็เอื้อมแขนของตัวเอง คล้องคอเดรโกไว้ ซุกหน้าเข้ากับคอและหัวไหล่ที่อบอุ่น อ่อนนุ่มของเขา

เดรโกยืนอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับตัว อยู่ชั่วระยะเวลา

แล้วเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมา ยาวนาน –เหมือนเป็นลมหายใจสุดท้ายของคนที่กำลังจะตาย –ใบหน้าของเขาซุกลงบนหัวไหล่ของฉันอย่างอ่อนแอ แต่เขาไม่ได้กอดฉันตอบ ดูแหมือนเดรโกกำลังแหลกสลายอยู่ภายในมือของฉัน

ฉันร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ น้ำตาไหลริน ซึมลงไปบนเสื้อของเขา ฉันกอดเขาให้แน่นขึ้น และลูบผมของเดรโกอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน

“นาย.. นายฝันร้ายเรื่องอะไรหรอ?” ฉันกระซิบถามผ่านริมฝีปากสั่นสะท้าน

เขาไม่ได้ตอบคำถามของฉัน

ฉันหลับตา กลืนก้อนสะอื้นลงคอและลูบเส้นผมของเดรโก กอดเขาแน่นขึ้น

แต่เหมือนกับกำลังประคองทราย ที่มีแต่จะไหลออกจากอุ้งมือจนหมดสิ้น

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

พวกเรานอนอยู่ข้างกันในห้องต้นวิลโลว์ เดรโกซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม ฉันนอนอยู่บนผ้าห่มของฉัน แหงนหน้าดูท้องฟ้าด้านบน แสงสีฟ้าที่อยู่รายรอบตัวเราในคืนนี้ไม่ได้สว่างมากนัก สายลมพักอย่างรุนแรงอยู่ข้างนอก และเป็นเพียงไม่กี่ครั้งในห้องนี้ ที่ฟังดูเหมือนมันกำลังส่งเสียงกรีดร้อง คร่ำครวญ อยู่ห่างไกลออกไป

เดรโกนอนตะแคงข้าง เขาหันหลังให้ฉัน เดรโกเว้นระยะห่างระหว่างพวกเราตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ฉันพยายามคิดหาเหตุผลและเรื่องราวทุกอย่าง คำตอบของมันออกมาได้หกแบบ

หนึ่ง –เวลาที่เดรโกจะทำมัน เราไม่รู้ว่าพวกเราติดอยู่ในห้องนี้มานานแค่ไหน แต่ดูเหมือนเดรโกจะต้องไปในที่นั้นให้ตรงเวลา และเขาทำพลาด

สอง –ป่าหายไปแล้ว และเส้นทางในป่าก็หายไปด้วย รวมถึงแสงที่ดูแปลกตาและเชื้อเชิญให้เข้าไป

สาม –ห้องต้องประสงค์ดูจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ทำให้พวกเราติดอยู่ที่นี่ ทุ่งของเรา ต้นวิลโลว์ของเรา ดูน่ากลัวขึ้นมาจากเดิม –สายลมพัดโหยหวน พื้นดินแข็งกระด้าง ผนังต้นไม้ในห้องนี้ดูบางลง ห้องต้องประสงค์ต้องการให้พวกเราออกไป

สี่ –หมอกพิษไล่ต้อนพวกเราให้กลับเข้ามาในห้องต้นวิลโลว์ ทำให้พวกเราต้องหยุดการกระทำทุกอย่างตั้งแต่เมื่อเช้านี้

ห้า –จากความพยายามอย่างสุดความสามารถของฉัน เดรโกดูจะจำยอมต่อชะตากรรมของเขา –เขาไม่ได้เอ่ยถึงความฝันของเขาให้ฉันฟัง และไม่มีท่าทีด้วย

หก – เห็นได้ชัดว่าเวลาของพวกเราหมดลงแล้ว โลกแห่งความฝันถูกแทนที่ด้วยโลกแห่งความจริงที่กำลังจะต้องเผชิญหน้า ฉันและเดรโกจะต้องกลับไปสู่ชีวิตจริงของเราในอีกไม่นาน ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ก็ตาม เราจะออกไปจากห้องนี้ ในตอนเช้าที่กำลังจะมาถึง

อย่างน้อย นั่นก็คือสิ่งที่ฉันทำให้เดรโกเชื่อ

ฉันหันหน้าไปอีกทาง มองดูเขาที่กำลังหันหลังให้ ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

การพาเดรโกออกไปจากที่นี่และเจอกับความจริงที่แสนโหดร้ายทารุณไม่ใช่ความตั้งใจของฉันเลย ฉันจะออกไปจากที่นี่ คนเดียว เขาจะต้องอยู่ในนี้อย่างปลอดภัย ปลอดจากเงื้อมมือของลูเซียส และเบลลาทริกซ์ เลสสแตรงจ์ และโวลเดอมอร์ –

และฉันกำลังจะไปช่วยดัมเบิลดอร์

ฉันจะบอกความจริงทุกอย่างกับดัมเบิลดอร์ เขาจะต้องรู้วิธีรับมือกับมัน เขาจะปกป้องเดรโก –เขาจะหยุดเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด

ฉันจะต้องสู้เพื่อเดรโก มัลฟอย –ฉันเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยเขาได้

เดรโกจะไม่มีทางรู้ว่าฉันกำลังจะออกไป หรือหายไปแล้ว

และฉันรู้ว่าเขายังไม่หลับ

ฉันลุกขึ้นนั่ง หันหน้าหาเดรโก ฉันสูดหายใจอย่างช้าๆ

 

"Oh, hush thee, my dear one,
Thy sire was a knight,
Thy mother a lady,
Both lovely and bright, "

 

ฉันร้องเพลงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หวังว่าแสงสีทองจะลอยขึ้นมาและขับกล่อมให้เขาเข้าสู่นิทรา ฉันกลืนน้ำลายอย่างลำบาก และร้องเพลงต่อ 

 

"The woods and the glens,
From the towers which we see,
They all are belonging,
My dear one, to thee.

Oh, hush thee, my dear one,
Thy sire was a knight,
Oh, hush thee, my dear one,
So bonnie, so bright."

 

น้ำตาที่เอ่อล้นทำให้ทัศนียภาพพร่ามัว เสียงของฉันขาดหายเป็นช่วงๆ และแต่ละคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากกลายเป็นคำสัญญาที่มั่นคงของฉันกับเดรโก

 

"Oh, fear not the bugle,
Tho' loudly it blows,
It calls but the warders
That guard thy repose.
Their bows would be bended,
Their blades would be red,
Ere the step of a foeman
Draws near to thy bed." 

 

แสงลูกเล็กๆจมหายเข้าไปในตัวเขา เดรโกหลับแล้ว ฉันอ้าปากกลั้นสะอื้น น้ำตาร้อนๆไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ฉันขยับเข้าไปใกล้ เอื้อมมือจับผมของเขาทัดหูอย่างถือวิสาสะ และมองดูใบหน้าของเดรโกที่กำลังหลับสนิท

 

"Oh, hush thee, my dear one," ฉันกระซิบ
Thy sire was a knight,

Thy mother a lady,
Both lovely and bright."

 

ความเงียบเข้าครอบงำ แสงสีฟ้าไหววูบ และจางหายไปในความมืด ม่านใบไม้ถูกเปิดออก เสียงสายลมข้างนอกยังพัดโหยหวน ความหนาวเย็นแทรกเข้ามาทุกอณูขุมขน ฉันค่อยๆลุกขึ้นยืน ห่มผ้าของฉันให้เดรโก เขาไม่ได้ขยับตัว ลมหายใจของเขาหนักแน่น เดรโกกำลังหลับสบาย

ฉันมองเขา อยู่เป็นเวลานาน จดจำภาพสุดท้ายของเขาไว้ แล้วฉันก็ก้มลง หยิบดอกดาฟโฟดิลของฉัน วางไว้ข้างๆหมอนของเขา

ฉันอยากจะเอ่ยคำพูด แต่ติดสินใจที่จะเก็บมันไว้ข้างใน ไม่กล้าที่จะส่งเสียง ไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำให้เดรโกตื่น

แล้วฉันก็หันกลับ ผลักม่านออกให้พ้นทางเป็นครั้งสุดท้าย ฉันมองเขาอย่างอ้อยอิ่งที่สุด ยืดเยื้อที่สุด ก่อนที่จะก้าวออกมา สู่ความมืดมน กับหมอกข้างนอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รู้ความจริงสักที กับคำถามที่เฮอร์ไมโอนี่อยากรู้ว่าเดรโกร้องไห้ทำไมในห้องน้ำ และอะไรที่เขาไม่อยากทำแต่ต้องทำ

 สงสารเดรโกจังเลย เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องมือของพ่อ รับใช้ลอร์ดมืดแบบไม่มีทางเลือก

เฮอร์ไมโอนี่ ตัดสินใจออกจากห้องแล้วนะคะ ตั้งใจจะปกป้องเดรโกไว้ในห้อง เขาจะได้ไม่ต้องเจอโลกความจริงที่โหดร้ายข้างนอก ฮืออออ มันช่างดราม่า บีบหัวใจดีมาก

อ่านแล้วรีดเดอร์คิดยังไงกัน รู้สึกเหมือนเราไหม บอกกันหน่อยค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #467 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:13

    ฮือออ มันน่าเศร้าา

    #467
    0
  2. #450 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 07:11
    มันเศร้ามาก
    #450
    0
  3. #383 POPPIN-s (@zigetab3v) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 15:55
    ฮืออ หน่วงมากตอนนี้ เดรโกเจ็บปวดมากใช่ไหม เฮอร์หนูต้องช่วยเดรนะ ,___,
    #383
    0
  4. #356 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:22

    หหน่วงสุดสงสารเดรโกมาก มันไม่มีทางเลือกจริงๆ

    #356
    0
  5. #330 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:33
    สงสารเดรโกมากไม่ไหวแล้วอยากให้อยุ่โลกแบบนี้ตลอดไป
    #330
    0
  6. #310 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:30

    ร้องไห้เเบบเพิ่มเลเวล

    #310
    0
  7. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 17:41
    มั่ยยยยยยนะะะะะะ
    #275
    0
  8. #243 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:05
    น้ำตาไหลมาา TT
    #243
    0
  9. #183 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:26
    ตอนเต้นรำ คิดว่าแต่งงานกันจริงๆด้วยยย น่ารักอ่าาา

    แต่พอรู้ความจริง สงสารเดรสุดๆ หนูเฮอร์ช่วยเดรให้หลุดพ้นให้ได้เร็วนะ
    #183
    0
  10. #91 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:44
    เสียใจจจจจจจจ เฮอร์มุ่งมั่นมาก
    #91
    0
  11. #89 litter girl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 11:23
    เศร้าาาา เดรกต้องหาทางออกไปแน่นอน มาต่อเร็วๆนะคร้าา เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #89
    1