(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 12 : 12 -100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

VVVVVVVVVVVVVV

VVV

วันที่สิบ

เฮอร์ไมโอนี่

พวกเราไม่ได้เจออะไรใหม่ๆเลยในห้าวันที่ผ่านมา ฉันต้องใช้ความพยายามมองโลกในแง่ดีอย่างมากทีเดียว และดูเหมือนว่ามันกำลังจะหมดลงซะแล้ว สายลมยังพัดสม่ำเสมอเหมือนเคย เหมาะกับการเอาว่าวขึ้นเล่น –จนกระทั่งฉันทำมันพัง อันที่จริง..ฉันก็ไม่ได้เป็นคนทำมันพังเสียหน่อย –ว่าวพังตอนมันขึ้นติดลมแล้วต่างหาก เดรโกทั้งโทษและว่าฉันใหญ่ อารมณ์ของเขาทำให้แรงลมที่พัดสม่ำเสมอกระหน่ำโหมอย่างหนัก เช่นเดียวกับความรู้สึกของเขา

สิ่งต่างๆระหว่างฉันกับเดรโกค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ หรือถ้าจะพูดถูกคือ กลับไปเป็นแบบเดิม หลังจากที่เท้าของเขาหายสนิทดี –และฝันร้ายก็หายไปจนสิ้น เดรโกที่น่าโมโหคนเดิมก็ปรากฎออกมาให้เห็น เขาสร้างกำแพงอันเดิมขึ้นมาปกปิดตัวเอง เหมือนกับสิ่งที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า –ความว่างเปล่าที่ทั้งน่าหงุดหงิดและชวนให้อึดอัดใจ เดรโกไม่ได้พูดถึงฝันร้ายของเขาอีกเลย ตัวตนเดิมของเขาเผยออกมาอย่างช้าๆราวกับกำลังเดินขึ้นภูเขาที่ลาดชัน

เหมือนมองผ่านเลนส์ที่ถูกปัดน้ำสกปรกพรางตาออก เดรโกที่ร้ายกาจและเอาแต่ใจ เดรโกคนที่ฉันรู้จักตอนปีหนึ่งกลับมาแล้ว บางครั้งเขาทำให้ฉันรู้สึกถึงความเย็นชาและกระด้างของเขาเองมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

เดรโกยังพูดคุยกับฉัน แต่หลายๆเวลา เขามักบ่นถึงความน่าเบื่อของทุ่งมากกว่า หรือไม่ก็หาทางจิกกัดฉันในทุกโอกาส พวกเราอาจรู้จักกันและกันมากขึ้น แต่บางครั้งเดรโกทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังอาศัยอยู่กับหมาป่าที่ทั้งเจ้าเล่ห์และไว้ใจไม่ได้

ฉันคิดถึงแฮร์รี่ ฉันคิดถึงรอนมากเหลือเกิน เวลาที่นอนไม่หลับ ฉันได้แต่นอนมองเพดานอย่างเงียบๆ (เพราะเดรโกปฎิเสธที่จะร้องเพลงให้ฟัง) รู้สึกถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นตุบๆ ส่งเลือดลงไปเลี้ยงปลายนิ้วและสุดปลายเท้า เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงอย่างช้าๆ ความเปล่าเปลี่ยวเริ่มกัดกินจิตใจ ฉันคิดถึงรอยยิ้มและคำพูดของพวกเขา เคยทำให้ฉันรู้สึกดีเสมอ และความจริง ในตอนนี้มีเพียงเสียงประชดประชัดของเดรโกเท่านั้น ซึ่งจะทำให้มันแย่กว่าเดิม

ฉันต้องห้ามตัวเองทุกครั้งในเวลาที่เขาเอ่ยปาก ฉันกัดลิ้นตัวเองเพื่อไม่ให้โต้ตอบออกไปด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบ ก่อนที่อารมณ์ต่างรุนแรงของพวกเราจะทำให้ไฟไหม้ทุ่ง จริงอยู่ที่ฉันอยากให้เดรโกรู้สึกดี หรือมีเพื่อนคุย แต่ยิ่งช่วย เขาก็ยิ่งร้ายกาจกับฉันขึ้นเรื่อยๆ เดรโกทำกับฉันเหมือนเอลฟ์ประจำบ้าน หรือทาสรับใช้ ฉันไม่คิดว่าเขาจะรู้ตัวหรอก แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะต้องทนได้ทุกเมื่อ คำพูดของเขาเหมือนยาพิษที่กัดกร่อนลงไปในจิตใจของฉันมากขึ้นทุกวัน

จิตใจของคนเรา เมื่อไม่อาจรับความเจ็บปวดอีกต่อไปก็จะด้านชา เช่นเดียวกับฉัน  –เดรโกไปไกลเกินที่จะกลับมาได้แล้ว การช่วยเขาเหมือนกับความพยายามถือน้ำที่ลื่นไหลออกจากมือเสียจนหมด

 

เฮอร์ไมโอนี่

กลางวันที่สิบ ฉันปัดม่านใบไม้ออกและก้าวออกมาจากโพรงต้นไม้ เดรโกซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ –ฉันไม่แน่ใจว่าไพรด์แอนด์พรีจูดิตหรือเชอร์ล็อคโฮล์ม ตามออกมาเหมือนเช่นเคย

“ดีจริง อย่างน้อยวันนี้ลมก็เปลี่ยนทิศ” เขาพูด ฉันไม่ได้หันไปมองหรือต่อปากต่อคำ เพียงแต่อยู่เฉยๆ

“ฉันมั่นใจว่าพวกเราเดินผ่านไอ้ทุ่งนี้เป็นล้านๆครั้งแล้ว” เขาพูดเสียงแข็ง “เพราะจินตนาการของเธอคนเดียว เกรนเจอร์ ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้คิดถึงมัน ทุ่งนี่เป็นของเธอ ฉันไม่มีวันคิดถึงไอ้หญ้าแห้งๆและห้องที่ไม่มีทางออกไปแบบนี้เด็ดขาด”

ฉันไม่ได้ตอบ หลายวันแล้วที่ไม่ได้พูดอะไรใส่เดรโก ฉันเดินตรงเข้าไปหาประตูบานที่ถูกฝังอยู่ในดิน

ฉันยอมรับว่ายิ่งเวลาผ่านไปนาน จิตใจและความหวังที่จะออกจากห้องยิ่งห่อเหี่ยว ตอนนี้เดรโกแทบจะหันหลังกลับเข้าโพรงต้นวิลโลว์ไปแล้ว –เขาในเวลานี้เลวร้ายกว่าตอนปีห้าเสียอีก เดรโกพยายามทุกทางที่จะออกจากห้อง แต่ก็ไม่เป็นผล ฉันก็เช่นกัน มันอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้

“เธอจะไปหาประตูอีกรึไง?” เขาตะโกนถาม “เพื่ออะไร? ไร้ประโยชน์ชัดๆ –“

ฉันง้างประตูให้เปิดกว้างและมองลอดเข้าไป

ข้างในมีเกมกระดานที่มีรูปประสาทสก๊อตเก่าๆวาดไว้อยู่ด้านบนกล่อง มันเขียนไว้ว่า ปริศนา 500ชิ้น ฉันดึงเกมออกมาด้วยมือที่สั่นเทาสองข้าง

“มีอะไรอยู่ในนั้น เกรนเจอร์” เดรโกถามอีก

“ฮ่า!” ฉันตะโกนอย่างดีใจ เดรโกวิ่งตรงมาหาฉันจากด้านหลัง

“เกมกระดาน” เขาทำท่าครุ่นคิด “ก็พอใช้ได้”

คำพูดของเขาทำให้เล็บของฉันจิกลงบนแผ่นเกมอย่างไม่รู้ตัว

“เหมาะที่จะใช้เล่นฆ่าเวลาตอนฝนตก”

ฉันเงยหน้า เขายังมองเกมกระดานนั่น สองมือซุกอยู่ในกระเป๋า รอยยิ้มประหลาดวาดไว้อยู่บนใบหน้า แสงอาทิตย์ส่องลอดออกมาจากเมฆ ลงมาที่เดรโก ดวงตาสีฟ้าของเขาจ้องมาที่ดวงตาสีน้ำตาลของฉัน เขาเอียงคอมองมาทางฉัน เหมือนกำลังคิดถึงช่วงเวลาที่เล่นเกมในตอนฝนตก  

เป็นครั้งแรกจากช่วงเวลาเนิ่นนานในห้องต้องประสงค์ที่ฉันรู้สึกถึงความหวังหนึ่งเดียว –เหมือนไฟที่ลุกโชนขึ้นมาท่ามกลางจิตวิญญาณอันอ่อนแรง ความหวังที่ฉันอาจคว้าไว้ได้

แล้วฉันก็ได้ยินเสียงพายุพัดอยู่ด้านบน

ฉันหมุนตัว เงยหน้ามองท้องฟ้า เดรโกจับข้อศอกไว้ก่อนที่ฉันจะเซล้มไปทับเขา

เมฆกลายเป็นสีดำ ปั่นป่วน ฉันเห็นแสงสีขาวเป็นประกายสว่างวาบอยู่ไกลๆทอดลงมาจากก้อนเมฆสู่พื้นดิน และแล้วอีกไม่กี่อึดใจ หยดน้ำฝนก็ตกลงมาสู่พื้น

สายฝนตกลงมาอย่างไม่ปราณี ฉันตะโกนอย่างตกใจก่อนจะปิดประตูไม้ที่พื้นนั่นเสีย พวกเราวิ่งกลับไปยังโพรงต้นไม้ตามเดิม โดยมีเดรโกวิ่งตามหลังฉันมาติดๆ

“นั่นมันบ้าอะไร?” เขาร้องออกมาท่ามกลางเสียงของสายฝน

“นายเป็นคนขอ เดรโก นายขอให้ฝนตกลงมา!” ฉันบอกเขา

“ฉันขอตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ บ้าเอ้ย!

ฉันกำลังจะตอบ แต่เท้าลื่นหญ้าเปียกๆจนเกือบหน้าคว่ำ ดีที่เดรโกคว้าแขนไว้ได้ทันและฉุดให้ฉันยืนขึ้น –อย่างแรงกว่าที่จำเป็น ฉันไม่ได้บ่นเรื่องหญ้าเฉอะแฉะและดินสกปรกที่ติดตามขา พวกเราปัดม่านออกและเดินเข้าไปในโพรง

ไม่มีฝนสักหยดสาดกระเด็นเข้ามาข้างใน ฉันหอบหายใจ ปัดผมเปียกๆออกให้พ้นหน้า หันกลับไปและมองลอดไปด้านนอก ต้นข้าวส่ายไปมาตามแรงลมและน้ำฝน รวมถึงเสียงฟ้าร้องที่ดังอยู่เป็นระยะ

เดรโกเดินกระแทกเท้าผ่านฉัน เสยผมที่เปียกไปด้านหลัง เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองไว้รอบไหล่ และไม่ได้สนใจว่าฉันจะหนาวหรือไม่ เขานั่งเฉย ยิ่งทำให้ฉันนึกถึงเดรโกคนเดิม

เขานั่งขัดสมาธิลงบนหญ้า กวาดตัวหมากรุกบนกระดานออกไปจนหมด –เกมที่ฉันเกือบจะชนะเขาได้พังทลายไปซะแล้ว"

“เอามันมานี่” เขาสั่ง คิ้วขมวด มองดูกระดานที่วางอยู่ “มันต้องใช้กับพื้นราบๆ”

ฉันกัดริมฝีปากอย่างแรง แต่ก็ทำตามที่เขาบอก น้ำหยดลงมาจากเนื้อตัวที่เปียกปอนและชายเสื้อ แต่ฉันไม่สนใจ และพยายามไม่ให้เขาเห็นว่าฉันหนาว ฉันคุกเข่า เปิดกล่องออก และวางแต่ละชิ้นลงบนกระดาน

เดรโกเริ่มต่อแต่ละชิ้นส่วนเข้าด้วยกันทันที ฉันถอนหายใจ และทำแบบเดียวกันกับเขา เอาล่ะ –ขอบใจที่ทำให้ฉันมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกนิด คงใช้เวลาไม่นานกว่าฝนจะหยุดตก และพวกเราก็ต่อรูปนี้เสร็จพอดี ฉันก็แค่ต้องอดทนกับเกมและคำพูดเจ็บแสบของเดรโกอีกแค่วันเดียวเท่านั้น

หากแต่มันไม่ใช่แค่วันเดียว

ฝนตกกระหน่ำ ตลอดทั้งวันทั้งคืน และในวันถัดไป ถัดไปเรื่อยๆ..

และไม่ว่าฉันจะพยายามอย่างหนักขนาดไหน สายฝนก็ยังตกลงมา อย่างดูท่าว่าไม่มีวันหยุด

 

วันที่สิบสาม

เฮอร์ไมโอนี่

“นายทำแบบนั้นไมได้” ฉันว่า เดรโกนอนท้าวคางอยู่บนพื้น หมอนสลิธีรีนวางอยู่ใต้หน้าอก โดยมีฉันนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา เขายึดหมอนและผ้าห่มไปเรียบร้อยแล้ว ดวงตาสีฟ้าเย็นชาของเขามองสบกับฉันอย่างเหยียดหยาม ถือตัวหมากรุกสีดำอยู่ในมือ

“ทำได้สิ” เขาเถียง “ก็นี่มันตาฉันนี่”

“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น” ฉันคร่ำครวญออกมาอย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำ “นายหยิบมันออกไปแล้วนะ”

“ไม่ ฉัน –ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”

“นายทำแบบนี้ไม่ได้!” ฉันชี้ไปทีมืออีกข้างของเขา รู้สึกถึงอุณหภูมิของใบหน้าเริ่มร้อนขึ้น “นายเดินถอยหลังเพราะควีนของฉันกำลังจะกินของนาย!

“ไม่เอาน่า เกรนเจอร์” เขาบ่น อย่างรำคาญ “เลิกโกงฉันซะที”

“ฉัน? โกง?” ฉันตะโกนออกมา “ฉันจะโกงนายทำไม?”

“เพราะว่าเธอเอาชนะฉันไม่ได้ไง เกรนเจอร์” เดรโกเลิกคิ้วที่งดงามของเขา “แต่เธอก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังจะแพ้ –นิสัยเสียเหมือนกันนะ –ทำตัวเหมือนที่ฮอกวอตส์ไม่มีผิด” เขาส่ายหน้า คำรามทางจมูกอยางหงุดหงิด “เธอคงคิดว่าตัวเองฉลาดมากจน – “

“เงียบนะ!

เขาเงยหน้า ดวงตาที่มองมาทำให้ฉันหน้าซีดเผือด

“เธอพูดว่าอะไรนะ –“ เดรโกขมวดคิ้ว ท่าทางไม่พอใจ และฉันเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน

ฉันปัดมือไปทางเดรโก ทำให้ตัวเบี้ยบนกระดานทั้งหมดกระเด็นทางเขา เดรโกถอยหลัง ลุกขึ้นนั่ง ทำให้ผ้าห่มของเขาหล่นลง

“นี่เธอทำบ้าอะไร?” เขาตะโกน

“หยุดพูดซะที!” ฉันคำราม “พอกันที เดรโก ฉันจะไม่ทนนายอีกแล้ว”

“ยัยบ้าเอ้ย นี่เธอทำอะไรลงไป!” เดรโกชี้มือลงไปที่กระดาน “เธอทำเกมพังหมดแล้ว!

“นายเรียกไอ้นี่ว่าเกมหรอ มัลฟอย?” ฉันลุกขึ้น แก้มทั้งสองข้างร้อนขึ้นเรื่อยๆ “ใครจะสนกันกับไอ้เกมโง่ๆนี่กัน ฉันไม่สนหรอกว่าจะแพ้หรือชนะ เหตุผลเดียวที่ฉันยอมเล่นก็เพราะว่าพวกเราต่างติดอยู่ในนี้! –และคงไม่ได้ออกไปในเร็วๆนี้ด้วย เดรโก ฉันกำลังพยายามทำเพื่อเป็นเพื่อนนายนะ!

เดรโกหน้าแดงขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขากำลังจะตอบฉันกลับ แต่ฉันไม่ได้รอ ฉันเดินกระแทกเท้าไปจนถึงม่านใบไม้ และกรีดเสียงออกมา

“ส่วนหนึ่งของฉันคิดว่านี่เป็นความคิดที่งี่เง่าที่สุด แต่ยิ่งฉันรู้จักนาย รู้ไหม มันก็ยิ่งจริงมากขึ้นเท่านั้น เดรโกไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะ เดรโกช่วยฉันจากฝูงงู เดรโกไม่ได้ชั่วร้ายตั้งแต่เกิด แต่เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว” ฉันตะคอก หัวใจเต้นสะท้อนทรวงอก “แต่นายมันปีศาจ! ฉันคิดถูกมาตลอด” ฉันหันกลับมา ชี้ไปที่ใบหน้าแข็งทื่อของเขา “นาย เดรโก นายฉลาดและกล้าหาญกว่าที่ตัวเองคิด แต่ความเห็นแก่ตัวของนายมากเกินไป ไม่ว่านายจะพยายามแสดงออกมาว่าเป็นคนดีขนาดไหน นายเหมือนกำลังจะเดินถอยหลังไปออกไปมากกว่า!

“เธอจะบ้ารึไง –“เดรโกคำราม

“พวกเราไม่ใช่เด็กปีหนึ่งอีกแล้วมัลฟอย” ฉันตอกกลับด้วยเสียงสั่นเทา “ฉัน –ฉันยังพอรับได้กับการเรียกกันด้วยชื่อเล่นที่น่ารังเกียจในตอนนั้น แต่พวกเราไม่ใช่เด็กๆอีกแล้ว และพวกเราก็เป็นเพียงคนสองคนที่ติดอยู่ในห้องบ้าๆนี่ด้วยกัน” ฉันวาดแขนออกไปรอบๆ “ในนี้ ที่ที่ไม่มีเวทย์มนต์ มีแค่ต้นไม้กับทุ่งโล่งๆ” ฉันสบตาเขา ทุกอย่างในใจพรั่งพรูออกมาทางริมฝีปากทั้งหมด ไม่ว่าฉันจะต้องการหรือไม่ก็ตาม “ใครจะสนกันเรื่องเลือดบริสุทธิ์ หรือเลือดสีโคลน นั่นมันไร้สาระทั้งเพ!

เดรโกอ้าปากค้าง แต่ฉันยังพูดไม่จบ ฉันเดินเข้าไปหาเขา ใจเต้นระส่ำเหมือนเป็นไข้

“นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย! ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว!” ฉันกรีดร้อง “แต่นายก็ยังทำตัวเหมือนสูงศักดิ์เสียเต็มประดา!” ฉันกำมือแน่น “ฉันรู้ว่านายรู้ เดรโก” ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำแข็ง เขาเองก็มองกลับมาเช่นกัน ต่างไม่มีใครละสายตาไปจากใคร

“ฉันเคยเห็นนาย ตอนที่นายหัวเราะอย่างไม่ถือตัว” ฉันเอ่ยอย่างจริงจัง “หรือตอนที่นายพูดกับฉันอย่างเต็มใจ ตอนที่นายไม่แม้แต่จะรู้ตัว” ฉันกลืนน้ำลาย คลื่นความเย็นเยียบแผ่เข้าปกคลุม แต่ฉันยังหยุดพูดไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้ ดวงตาของเดรโกจดจ้องมาที่ฉันราวกับกำลังมองทะลุทั่วทั้งร่าง

ฉันสูดลมหายใจ “ฉันไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไร นายคิดว่าการทำตัวสุภาพ อ่อนโยน มีมารยาทเป็นเรื่องน่าอาย และแทนที่ด้วยการทำตัวแย่ๆและ..และหยาบคายใส่ฉันแทน” ฉันกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เหมือนกำลังกลืนเศษแก้วแหลมคอที่ทิ่มแทงลงไป ดวงตาร้อนและรื้นน้ำ “ฉันไม่เคยเจอใครที่มีความสุขกับการแกล้งคนเท่านาย –ไม่มีใครที่ตั้งใจทำให้ฉันรู้สึกด้อยค่าและต่ำต้อยได้มากเท่านายอีกแล้ว!” ฉันส่ายหน้า “ไม่มีใครทนอยู่กับนายได้เกินห้านาทีหรอก รู้ไหม เพราะนายปฎิบัติกับทุกคนเหมือนพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ” ฉันเงยหน้า มองลึกเข้าไปในจิตใจของเดรโกผ่านดวงตาสีฟ้า “นั่นคือสิ่งที่นายอยากจะเป็นใช่ไหม? ผู้ชายที่ทุกคนต่างเกลียดชัง”

เดรโกทำเพียงมองกลับมาอย่างตกตะลึง ฉันเลิกคิ้วขึ้นช้าๆ ฉันรู้ว่ามันทำร้ายจิตใจของเขาไม่มากก็น้อย แต่ฉันก็ต้องทำ –สิ่งที่ฉันอัดอั้นและอยากจะบอกเขามานาน

“เหตุผลที่ทำให้นายไม่มีเพื่อน นี่แหละสาเหตุที่ทำให้ฉันเป็นเพื่อนนายไม่ได้ ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ตาม” ฉันสูดอากาศเย็นๆเข้าปอด “ฉันเสียใจ”

ฉันละสายตาจากเขา ปัดม่านใบไม้ที่เปียกลื่นออกให้พ้นทาง และเดินออกไปสู่ทุ่งมืดๆด้านนอก ฝนยังคงตกหนัก ฉันหอบหายใจ ก้มหน้าลง ฉันทำลายทุกอย่างจนหมดสิ้นซะแล้ว

“แล้วนายรู้ไหม..อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุด?” ฉันมองกลับไปที่ดวงตาสีฟ้าสวยของเดรโก ลมหายใจของเขาเรียบลื่น สงบนิ่ง ฉันขมวดคิ้ว และยิ้มให้เขาจากความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหมดในจิตใจ

“นายไม่มีทางเป็นคนที่ดีกว่านี้ได้หรอก”

และก่อนที่เดรโกจะทันตอบโต้กลับ ฉันเดินออกไปในทุ่งกว้าง ตรงเข้าไปยังพายุฝนที่ตกกระหน่ำ

 

เดรโก

ผมไม่เคยเกลียดใครมากขนาดนี้มาก่อน ตั้งแต่ที่ยัยเลือดสีโคลนก้าวเท้าออกไปจากห้องของต้นวิลโลว์ มือของผมกำแน่นเข้าหากัน ผมอยากมีไม้กายสิทธิ์ ผมอยากจะสาปเธอด้วยคำสาปกรีดแทงเธอทั้งหมดเท่าที่ผมรู้จัก

ในเมื่อทำไม่ได้ ผมกัดกรามเข้าหากันจนแทบแตก ร่างกายเกร็งด้วยความโกรธจัด ผมนั่งลง สงบสติอารมณ์ หยิบหนังสือของยัยเวอร์จิเนียขึ้นมาอ่าน และซุกตัวเข้ากับลำต้นแข็งแกร่งของต้นวิลโลว์

หน้าปกของหนังสือฉีกขาด กระดาษข้างในก็ยับยู่ มันลื่นหลุดจากมือของผมลงสู่พื้นเหมือนนกที่ถูกยิง ผมหยิบมันขึ้นมา ฉีกกระดาษข้างในออกเป็นชิ้นๆ เอาให้มันพังยับเยินกว่าเดิม และขว้างมันออกไปไกลตัว ผมฉีกหน้าปกออกจากสันกาว เขวี้ยงมันออกไปสู่สายฝนข้างนอก มันหายลับไปกับความมืดมิดในท้องทุ่งโล่ง

เหมือนทุกอย่างกลายเป็นสีแดง ผมยืนขึ้น กัดริมฝีปากจนได้รสคาวเลือด ผมเตะแผ่นเกมกระดาน –ยัยเกรนเจอร์ทำมันพังหมดแล้ว –ทุกอย่าง แผ่นกระดานตกลงไปอีกฟากของห้อง เสียงแผ่นเกมตกกระทบกันพื้นดังตอบกลับมา

ผมกัดฟัน อยากจะกรีดร้องและสบถคำหยาบทุกคำบนโลกออกมา แต่ด้วยอารมณ์เดือดพล่านเหมือนน้ำร้อนจัดทำให้หัวสมองมืดตื้อไปเสียหมด

ผมสูดหายใจ หยิบผ้าห่มขึ้นมาและนั่งลงกอดอก เสียงพายุยังพัดอยู่ด้านนอก รวมถึงเสียงของสายฝนที่ตกลงมาอย่างรุนแรงไม่หยุด ผมเชิดหน้า ยัยเกรนเจอร์โง่จริงๆที่ออกไปทั้งที่พายุรุนแรงแบบนี้ และผมหวังว่าเธอจะตายอยู่ข้างนอก


---50% ก่อน เดี๋ยวมาต่อค่า---


เฮอร์ไมโอนี่

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาไกลเท่าไหร่ก่อนจะหมดแรง ล้มลง และสะอื้นไห้อยู่กลางสายฝนที่ตกลงมา ทั้งตัว เสื้อผ้าและเนื้อตัวเปียกปอน เสียงต้นข้าวพัดตามแรงลมที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของหมาป่าดังมาจากที่ไกลๆ ฉันคุกเข่าขึ้นและกอดมันไว้ ซุกหน้าลงไปบนเข่าสองข้าง

ฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้เลย การหายใจเริ่มลำบากจากทั้งน้ำมูกและน้ำฝนที่ปะปนกัน ทั้งก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ น้ำตาร้อนๆไหลลงอาบแก้ม

“ได้โปรดเถอะ” ฉันขอร้องกลางหยาดฝนที่ตกลงมาอย่างไม่มีท่าทางจะหยุด ฉันหลับตาแน่น “ได้โปรด ให้ฉันออกไปจากที่นี่เถอะ ฉันไม่สนใจว่าจะเป็นวิธีไหน ได้โปรด ฉันทำมันไม่ได้อีกแล้ว ได้โปรดเถอะ เห็นใจฉันด้วย”

แต่ก็ไม่มี ไม่มีประตูสักบานที่ปรากฎออกมา ไม่มีด้ามจับที่จะบิดเพื่อเปิดออกไปสู่อิสรภาพ สายลมพัดโหยหวน และสายฝนที่เทลงมา ราวกับทั้งห้องกำลังร้องไห้ไปพร้อมๆกับฉัน

 

วันที่สิบสี่

เดรโก

ผมกำลังจะออกไปจากที่นี่ และก็ไม่สนด้วยว่าจะเป็นวิธีไหน ผมตัดสินใจแล้ว ฝันร้าย ป่าที่ดำมืด ปีศาจ หรือตัวอะไรก็ตาม –ผมไม่สนใจมันอีกแล้ว ส่วนยัยเกรนเจอร์ก็เหมือนกัน จะไปตายที่ไหนก็ไป ทันทีที่ฝนหยุด ผมจะเดินออกไปจากที่นี่ และออกไปจากห้องต้องประสงค์ซะ

แต่ฝนก็ยังไม่ยอมหยุดตก อันที่จริง ผมแยกไม่ออกแล้วว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน –พายุและสายฝนทำให้ทุกอย่างมืดมิด เห็นมีเพียงเมฆฝนลอยอยู่บนท้องฟ้าและสายลมที่พัดราวกับจะทำลายทุกสิ่ง ผมลองเปิดม่านใบไม้ออก และนั่นทำให้สายฝนซัดสาดเข้ามา เปียกไปทั้งหน้าและครึ่งตัวบน ผมขยี้ตา ปัดเอาน้ำฝนทิ้ง ย่ำกลับไปยังกองกระดานหมากรุกที่พัง มือประสานกันไว้ข้างหลัง ผมขบฟันแน่น

ความร้อนรุ่มที่กัดกินจิตใจไม่ได้น้อยลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานกี่ชั่วโมง หรือกี่วัน เหมือนยาพิษที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือดของผม เสียงทุกอย่างก้องสะท้อนอยู่ในหัว

ผมหันไปที่ม่านใบไม้อีกรอบและลองยื่นเท้าออกไป แค่เท้าข้างเดียว แต่เมื่อม่านแหวกออก สายลมหอบเอาฝนซัดเข้ามาเหมือนเดิม ผมชี้นิ้วขึ้นสู่ท้องฟ้าสีดำที่ปั่นป่วน

“แกต้องให้ฉันออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!” ผมคำรามใส่ห้อง “ฉันขอห้องที่จะซ่อนตัวเพียงชั่วครู่  ไม่ใช่คุก! แกต้องเอาประตูมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้!!

แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สายฝนและหมอกยังคงปกคลุมอยู่ทุกบริเวณ ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงลม ผมสบถคำหยาบคายทั้งหมดให้ห้องบ้าๆนี่ และเดินกลับไปยังลำต้นของต้นไม้ด้านในห้อง พยายามจะปีนออกไป

ผมไม่ได้ปีนต้นไม้มาหลายปีแล้ว ครั้งล่าสุดคือที่ฮอกวอตส์ มันง่ายที่จะทำ ทั้งปีนขึ้นและปีนลง แต่ต้นวิลโลว์ช่างเปียกและลื่น เสี่ยงต่อการที่ผมจะตกลงมาคอหัก แต่ผมไม่ได้สนใจ ผมต้องรู้ให้ได้ –ว่าอะไรที่อยู่เหนือเมฆสีดำที่บ้าคลั่ง บางทีถ้าผมปีนขึ้นไปได้ ผมอาจจะเจอหลังคา และออกไปจากห้องนี้ก็ได้ ยังไงซะ มันก็แค่ห้องห้องหนึ่งเท่านั้น..

ผมพลัดตกลงมา ดีที่ยังคว้ากิ่งไม้ไว้ได้ ความตกใจทำให้หัวใจเต้นกระตุกไปวูบหนึ่ง แต่ความโกรธเคืองในจิตใจกลืนกินความกลัว มันคำรามก้องอยู่ภายใต้หน้าอกของผม ผมจับกิ่งไม้ไว้แน่นและเริ่มปีนขึ้นไปอีกรอบ บางกิ่งฟาดเข้าที่หน้าและริมฝีปาก ผมกัดฟัน น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ทุกอย่างลื่นและมันทำให้ผมตาพร่า มองแทบไม่เห็นมากกว่าเดิม

“ฉันรู้ว่าแกกำลังฟังอยู่นะ” ผมพูดกับห้องต้องประสงค์ “ฉันเหนื่อยที่จะต้องมานั่งตามใจแกแล้ว ฉันจะออกไปจากที่นี่ กลับไปสู่โลกจริงสักที!” ผมปีนขึ้นมาจนถึงยอดต้นไม้ได้ในที่สุด และ –

ฝนเทกระหน่ำลงมาบนตัวผม ผมเหยียบกิ่งไม้ไว้อย่างมั่นคงที่สุดเท่าที่จะไหว ขณะยืดมือขึ้นไปจับกิ่งไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปสามถึงสี่กิ่งในกำมือเดียว ข้างบนนั้นไม่มีอะไรนอกจากท้องฟ้าสีเทาอึมครึม ผมมองไม่เห็นแม้แต่แสงอาทิตย์ ข้างล่างก็ไม่มีทุ่งข้าวบาร์เล่ย์เหมือนกัน ปากหลุมสีดำแห่งความกลัวอ้ากว้างคอยกลืนกินจิตใจของผมเมื่อมีโอกาส

“ฉันรู้! แกหลอกฉันไม่ได้หรอก!” ผมคำราม “ฉันรู้ว่าแกเป็นแค่ภาพลวงตา –ไอ้พวกชั้นต่ำ! กับเวทย์มนต์ขยะโสโครกทั้งหมด! ไม่มีทางที่ฉันจะตกลงไปแน่! ฉันไม่กลัวแกอีกแล้ว ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ปล่อยฉัน – “

ข้อเท้าของผมลื่นไถล ผมกัดลิ้น มือสองข้างไขว่คว้าหาอะไรก็ได้ที่จะยึดไว้

แล้วผมก็ตกลงไป

หลังกระแทกกับกิ่งก้านมากมายของต้นไม้ และตกลงสู่พื้นหญ้าด้านล่างในที่สุด

ผมหายใจแทบไม่ออก เป็นช่วงเวลานานที่น่ากลัว เหมือนร่างกายกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมอ้าปาก หอบหายใจ พยายามสูดเอาอากาศเข้าไปทางปาก แต่ไม่ได้ผล ผมลองทำดูอีกรอบ กดมือลงบนหัวใจของตัวเอง

และแล้วอากาศเย็นบริสุทธิ์ก็ไหลผ่านเข้าไปในร่างกาย ผมนอนตะแคงข้าง หอบหายใจและสำลัก ภาพที่เห็นพร่ามัวและซ้อนทับ ผมพยายามลุกขึ้นยืน ไหล่ซ้ายพิงอยู่กับนาฬิกาโบราณที่เหมือนเป็นผู้ดูแลของผมมาตลอดเวลาในนี้ –นาฬิกาที่ไม่เคยเดิน

ด้วยอารมณ์โมโห เหมือนทำให้ผมตาบอดไปชั่วขณะ ผมยกมือขวาชกไปที่หน้าปัดของนาฬิกาซ้ำๆ  โดยที่ไม่แม้แต่จะมองไปที่มัน

เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากรอยแผลที่ถูกเศษกระจกตรงหน้าปัดของนาฬิกาแตกและแทงทะลุ เศษกระจกบางส่วนตกลงสู่พื้นหญ้า ส่งเสียงดังเมื่อมันกระทบกัน ผมถอยหลัง สติสัมปชัญญะฟื้นคืนกลับมา

ผมกุมข้อมือขวาไว้ เลือดสีแดงเข้มไหลซึมไปทั่วทั้งมือและนิ้ว ผมกลืนน้ำลายอย่างตกใจ อารามนั้นทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก ร่างกายล้มลงกับพื้นโดยไม่ทันรู้ตัว หลังกระแทกเข้ากับรากไม้ ผมสะบัดขา –มือซ้ายกุมมือขวาไว้อย่างระมัดระวัง

ผมนอนราบลงกับพื้น ส่งเสียงร้องดังอย่างเจ็บปวด แต่ยัยเกรนเจอร์คงไม่ได้ยิน ไม่มีใครในห้องได้ยิน นอกจากตัวผมเอง

 

วันที่สิบห้า

เดรโก

เลือดของผมยังไม่หยุดไหล ผมสงสัย และคิดว่าแผลควรจะหายได้แล้ว ฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเลือดทะลักออกมาจากบาดแผลจนชุ่มโชก จนทำให้มือขาวซีดของผมถูกย้อมไปด้วยสีแดง ผมนอนพิงต้นไม้ ทุกอย่างสบายดี นอกจากมือที่กำลังบาดเจ็บ ในใจนึกอยากเดินไปหยิบผ้าห่ม แต่มันหยุดห่างออกไปจนเกือบสุดมุมห้อง –ตอนนั้นผมเตะมันออกไปอย่างไม่ได้สนใจ –ผมอาจจะหมดสติไปก็ได้ถ้าลุกขึ้นยืนตอนนี้ ผมกะพริบตาอย่างช้าๆ และครุ่นคิด

เจ็บเหลือเกิน เจ็บราวกับตอนที่พวกเขาประทับตรามารสีดำลงไปที่แขนของผม ปวดแปลบราวกับแขนทั้งข้างถูกแช่ลงไปในน้ำแข็งเย็นจัด

เสียงพายุพัดคำรามอยู่ข้างบน ผมเลียริมฝีปากที่แห้งผาก สมองกำลังใช้ความคิด

ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? ตั้งแต่ตอนแรก ผมนึกถึงโถงทางเดินขนาดใหญ่ นึกถึงพอตเตอร์ เคที่เบลล์..

ผมอยู่ในห้องน้ำ รู้สึกหายใจลำบากเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไปทั้งซี่โครงและปอด..

แล้วยัยเกรนเจอร์ก็เข้ามา เธอถามว่านายต้องการให้ช่วยไหม ..และนั่นทำให้ผมแปลกใจอย่างมาก..

เสียงพายุพัดคำรามดังขึ้นอีกหน เหมือนเสียงของสัตว์ประหลาดมากกว่าจะเป็นพายุ ผมมองลอดออกไปยังม่านใบไม้ที่ปิดอยู่ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน ยัยเกรนเจอร์เป็นยังไงบ้าง บ้าออกไปทั้งๆที่มีพายุแบบนั้น..

 

วันที่สิบหก

เดรโก

ผมลืมตาขึ้น แสงสีฟ้าส่องสว่างลอยอยู่เหนือศีรษะ ผมสูดหายใจ และรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่มือ

เจ็บเหมือนถูกไฟเผาไปทั่วทั้งแขน ทั้งที่ไม่มีเปลวไฟแม้แต่ประกายเดียว –ความเจ็บแสบลุกลามไปทั่ว กระจายขึ้นมายังหน้าอก ตรงขึ้นมายังหน้าผากและสมองของผม

เหงื่อเย็นๆไหลซึมออกมาทั้งร่างกาย ลมพัดกระโชกอย่างแรง มันทำให้ม่านใบไม้เปิดออกและสาดฝนเย็นๆเข้ามาด้านใน อากาศเย็นจัดทำให้ผมหนาวสั่น ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ พยายามที่จะไม่ให้ตัวเองแสดงออกถึงความอ่อนแอที่มี

เสียงครางแผ่วดังออกมาจากปากของผม –อย่างไม่ตั้งตัว มือซ้ายเต็มไปด้วยเลือดเหนียวเหนอะจากมือขวาที่บาดเจ็บ มีบางส่วนเปื้อนเปรอะบนเสื้อเชิ้ตสีขาว

ผมลุกขึ้นยืน ด้วยหัวเข่าสองข้าง พยายามตั้งสติและสูดลมหายใจอย่างมั่นคง ทั้งที่สายตาเริ่มพร่า จุดสีดำกระจายอยู่ทุกบริเวณภาพที่สายตาของผมมองเห็น รู้สึกเหมือนกระเพาะกำลังพลิกตีลังกา ผมสูดลมหายใจเข้าสั้นๆ

ผมกำลังจะตาย

ผมไม่เคยรู้สึกถึงความกลัวที่มากขนาดนี้มาก่อน ผมทรุดตัวลง คลานออกไปยังทางออกที่ถูกปกคลุม

ผมตายในนี้ไม่ได้ ผมจะต้องออกไป ต่อให้จะต้องเจอกับอะไรก็ตาม เม็ดฝนเย็นๆคงช่วยดับความร้อนและบรรเทาความเจ็บของผมได้..

ม่านใบไม้ที่ทอดยาวและสายฝนที่ตกลงมาปกคลุมส่วนหนึ่งของร่างกายผม ผมหลับตาปี๋ ใช้แรงทั้งหมดลากตัวเองออกมา

ผมคลานออกมาได้สักสามฟุต ก่อนร่างกายจะหยุดชะงัน ขยับไม่ได้อย่างที่ใจนึก ผมได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น สายฝนเย็นๆตกลงมาทั่วแผ่นหลัง

พวกมันไม่ได้ช่วยอะไร ไฟยังแผดเผาไปทั่วทั้งร่าง และดูเหมือนจะแย่กว่าเดิม –หัวสมองของผมแทบระเบิดออกจากความทรมาณของมัน

เจ็บจนแทบขาดใจ แต่ผมไม่ได้ส่งเสียง กรีดร้อง ผมทำไม่ได้ พละกำลังถูกสูบออกไปจนเกลี้ยง ผมขยับตัวอย่างกะปลกกะเปลี้ย กอดแขนแนบไว้กับหน้าอก ปล่อยให้น้ำตาอุ่นๆไหลออกมา

ผมทำนาฬิกาโบราณ ชิ้นส่วนหนึ่งของห้องต้องประสงค์แตกหัก พังสลาย นี่อาจเป็นบทลงโทษของมัน ผมไม่มีที่จะให้ไปแล้ว ไม่มีใครที่สามารถจะช่วยผมได้ ผมคงจะสิ้นใจอยู่กลางฝนที่เทกระหน่ำ และผมก็จะตายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมติดอยู่ในนี้

ยกเว้นเกรนเจอร์

เธอจะคิดถึงผมไหม?

เธอคงจะเกลียดผม เกรนเจอร์คงไม่กลับมาที่นี่หรอก

แต่เธอไม่ได้บอกว่าเธอเกลียดผม เสียงเล็กๆดังขึ้นในใจ

เธอบอกว่าเธอกำลังพยายามเป็นเพื่อนนาย

กระเพาะหมุนบิดเป็นเกลียว ผมร้องครางออกมา หน้าผากแนบพื้นดินสกปรก ไฟยังลุกท่วมไปตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

ผมไม่นึกว่าชีวิตของตัวเองจะมาจบเร็วขนาดนี้ –ผมเคยหวังว่าจะมีชีวิตที่ดี ผมหวังว่าจะสร้างอะไรที่ทำให้ผู้คนต้องพูดถึงผมไปอีกนาน เมื่อผมจากไปจากโลกใบนี้แล้ว

แต่เวลาหมดลงแล้ว สิบหกปีที่ผ่านมาของผมสูญเปล่า

ผมหลังตาลง นอนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม

ผมประพฤติตัวอย่างดี เป็นทั้งนักเรียนที่ดีและลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นหัวหน้าของทีมควิชดิช

แล้วความจริงที่ขมขื่นบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในความคิด

ผมเป็นนักเรียนที่ดี รวมถึงเป็นผู้เสพความตายด้วย ผมรับใช้คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ทำตามคำสั่งทุกอย่างของเขา ต่อให้ต้องฆ่าคนบริสุทธิ์ก็ตาม

ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ผู้บริสุทธิ์ ผมทนโกหกตัวเองอีกต่อไปไม่ได้ ความจริงที่ปรากฎขึ้นกระแทกถาโถมเข้ามา  ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไม่สมควรที่เสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้เสพความตาย หรือข้ารับใช้ของจอมมารไม่ว่าคนไหน

ผม เครื่องมือชิ้นหนึ่งของลอร์ดโวลเดอมอร์ ผู้คร่าชีวิตพ่อแม่ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ และอีกนับไม่ถ้วน จอมมารมีความสุขกับการทรมาณและฆ่าคน หากมันทำให้เขาได้มาในสิ่งที่ต้องการ

ผมผลักทุกคนที่พยายามเข้ามาในชีวิตออกไป ปฎิเสธสเนปที่พยายามจะปกป้องผม ไม่มีใครที่ผมสามารถไว้ใจได้จริงๆ การต้องอยู่คนตามลำพังบนโลกนี้โดดเดี่ยวมากเหลือเกิน

ไม่มีใครที่รักผมจริงๆ

ยกเว้นแต่แม่ แต่นั่นเพราะนางอาจไม่มีทางเลือก สัญชาตญาณของแม่รักลูกเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะเลวทรามหรือต่ำช้าขนาดไหน

ไม่มีใครจะช่วยผมได้ และผมคงจะโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง

ไม้กายสิทธิ์หายไปเป็นสัปดาห์ ผมไม่ได้ใช้เวทย์มนต์มาตลอดเวลาที่อยู่ในห้อง เหลือเพียงตัวคนเดียว ภายในห้องต้องประสงค์ ในท้องทุ่งกว้าง กับความทุกข์ทรมาณที่ยังไม่หมดไป

ผม กับยัยเกรนเจอร์

เฮอร์ไมโอนี่

เฮอร์ไมโอนี่ คนที่ยอมไม่ตอบโต้ผม เวลาที่ผมแสดงอาการหยาบคายใส่เธอ จนกระทั่งไม่กี่วันก่อน เฮอร์ไมโอนี่ คนที่สอนผมเล่นเกมกีฬาของพวกมักเกิ้ล คนที่ยอมเล่มหมากรุกกับผมโดยไม่ปริปากบ่น คนที่ยอมเดินกับผมไปสุดทางของทุ่ง คนที่ชวนผมคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ เรื่องก้อนเมฆประหลาดๆของเธอ

เฮอร์ไมโอนี่ คนที่อดทนกับนิสัยเสียของผม คนที่พยายามมอบความอ่อนโยนของเธอมาให้ –แล้วผมก็ทำลายมันลงด้วยตัวของผมเอง

เธอพยายามที่จะเป็นเพื่อนผม

เธอเป็นคนแรกในชีวิตผมที่พยายามจะเป็นเพื่อนกับผมอย่างบริสุทธิ์ใจแท้จริง ไม่ใช่เพราะด้วยนามสกุล หรือเพราะชื่อเสียง เงินทอง อำนาจที่ครอบครัวของผมมี

และผมทำลายมันจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ด้วยความโง่เขลาและยโสโอหังของผมเอง

ผมทำอะไรลงไป?

ความตายกำลังรอคอยอยู่อีกไม่ไกล รู้สึกถึงชีวิตที่ค่อยๆมอดเหมือนไฟในเตาผิงที่กำลังจะดับ  สติของผมเริ่มพร่ามัว พร้อมๆกับลมหายใจที่ติดขัด

ผมกำลังจะตาย โดยลำพัง โดยไม่มีใครสักคนอยู่เคียงข้าง หรือปลอบประโลบว่าโลกภายหลังชีวิตนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่มีนิ้วมืออ่อนโยนที่คอยเช็ดน้ำตา

บนโลกของเรา มีหลายคนที่คอยเยาะเย้ย หัวเราะอย่างดูถูก หรือพูดลับหลังผมอย่างร้ายกาจ เมื่อผมไม่ได้อยู่ต่อหน้าพวกเขา บางคนอาจดีใจเสียด้วยซ้ำที่ผมไปจากชีวิตของพวกเขาได้สักที

ผมเพียงแค่อยากมีเพื่อนอยู่เคียงข้าง คนที่คอยหัวเราะไปด้วยกัน คนที่คอยปลอบโยนผม คนที่จะตามหาหากผมหายไป คนที่จะใส่ใจผมจริงๆ โดยปราศจากผลประโยชน์

คนที่อาจเปลี่ยนปีศาจในใจของผมให้เป็นมนุษย์ได้

ผมอยากมีเพื่อนแท้ เหมือนที่พอตเตอร์มี

ผมผ่อนลมหายใจออกมา ยาวนาน เสียงครางอย่างเจ็บปวดดังออกมา คงเป็นลมหายใจครั้งสุดท้ายแล้วสินะ

ผมอาจมีบ้าน ชื่อเสียง เงินทอง อำนาจที่มากกว่าเขา แต่พอตเตอร์มีสิ่งเดียวที่ผมไม่เคยมี เพื่อนของเขา เกรนเจอร์ แม่มดที่ฉลาดที่สุด มีจิตใจที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ

หากแต่เธอเป็นพวกที่เกิดจากมนุษย์

แล้วมันสำคัญด้วยหรือ เลือดผสม เลือดบริสุทธิ์ หรือเลือดสีโคลน

ผมอ้าปากหอบหายใจ ลมหายใจสุดท้ายคงกำลังจะจากไปแล้วจริงๆ

ความคิดสุดท้ายของผม เฮอร์ไมโอนี่ ผมอยากให้เธออยู่ข้างๆ มันคงจะดีกว่าอยู่เพียงลำพังแบบที่เป็น

อันที่จริงแล้ว ผมอยากให้เธออยู่ในทุกๆที่ที่ผมไป แค่เธอคนเดียวก็พอแล้ว

อะไรบางอย่างในตัวผมได้แตกหักออก ผมอ้าปากหอบ รู้สึกเหมือนน้ำที่กำลังทะลักออกมาจากเขื่อน ไหลซึมไปทั่วร่างกาย ผมลืมตาขึ้น

สายฝนตกลงมาอย่างนุ่มนวลและเบาบาง มือของผม..

ผมขยับมือข้างที่เคยบาดเจ็บ ฝนชำระล้างคราบเลือดเกรอะกรังออกไป ผมชะงัก มองดูมือข้างขวาที่กลับมาเป็นสีซีดขาวตามเดิม สีผิวปกติของผม ไม่มีรอยแผลใดๆหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง รู้สึกถึงเรี่ยวแรงที่กลับคืนมา ฝนตกลงมากระทบผิวหน้า เสื้อเชิ้ตขาวเปียกโชกไปด้วยน้ำใสๆจากท้องฟ้า ชำระล้างเอาน้ำตาของผมออกไป ทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนฝนแรกในฤดูใบไม้ผลิ

หัวใจของผมเต้นอย่างสม่ำเสมอ ค่อนข้างเร็วและแรง ผมนั่งอยู่ที่เดิมนับชั่วโมง เปียกโชกด้วยน้ำไปทั้งตัว

ผมหลับตาลง และลืมขึ้น

ฝนหยุดตกแล้ว เมฆสีดำเริ่มจางหายไป แต่ยังไม่หายไปสียหมด หมอกที่ปกคลุมก็ค่อยๆหายไปแล้วเช่นกัน ลมอุ่นๆพัดเข้ามาแทนที่ ทุ่งข้าวที่เย็นชืดและชื้นแฉะ ถูกแทนที่ด้วยลมร้อน อากาศอุ่นทำให้ทุกอย่างแห้ง รวมถึงเส้นผม เสื้อ กางเกง รองเท้า ใบหน้าของผม ผมสูดลมหายใจเข้า

และหันหน้าไปอีกด้าน

ไกลออกไป สุดสายตาที่ผมจะมองเห็น ศีรษะของเฮอร์ไมโอนี่ปรากฎขึ้นอยู่ลิบๆในทุ่งข้าว เธอไม่ได้จากไปไหน และอยู่ในนี้ตลอดเวลา

ผมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อยืนได้ด้วยขาสองข้างแล้ว ผมจึงเดินกลับเข้าไปในโพรงต้นวิลโลว์

 

เฮอร์ไมโอนี่

ฉันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน อาจเป็นชั่วโมง หรือเป็นวัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ฉันอยู่ข้างนอกต้นวิลโลว์ ในทุ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ปล่อยให้น้ำตาผสมกับน้ำฝนไหลไปตามอย่างที่มันต้องการ หัวใจของฉันเหมือนถูกบีบจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงลมพัดกรรโชกค่อยๆหายไปพร้อมๆกับความรู้สึกตัว

และแล้ว..

มันก็หยุด ทั้งลมและฝน หมอกถูกแทนที่ด้วยสายลมอุ่นที่พัดเอามันออกไป เรียกเอาความรู้สึกตัวกลับมา ฉันเงยหน้ามอง

เมฆสีเทายังลอยตัวอยู่เหนือหัว แต่เริ่มจางลงแล้ว ลมอุ่นๆพัดผ่านเส้นผมของฉันเป็นชั่วโมงจนมันแห้งสนิท ฉันสูดลมหายใจเข้า สูดกลิ่นสดชื่นเหมือนในฤดูใบไม้ผลิเต็มปอด เสียงนกร้องออกมาจากสักที่ที่ไกลออกไป

ฉันหันกลับไป ต้นวิลโลว์ยังคงอยู่ที่เดิม มันปกติดีเหมือนไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลยจากพายุ แล้วฉันก็เห็น..

ม่านใบไม้ถูกแหวกออก

ผมสีบลอนด์ซีด ใบหน้าซีดขาว กับร่างสูงโปร่งก้าวออกมา

เดรโก มัลฟอย

เขากำลังเดินตรงเข้ามาหาฉัน

ฉันหันหน้าไปอีกทาง ปิดปากฉับ ขนฟันเข้าหากัน นิ้วมือจิกแน่นไปที่ฝ่ามือ ฉันไม่ได้มองหน้าเขา และไม่ได้เอ่ยปากทักทายหรือพูดอะไรออกไป

เสียงหญ้าถูกเหยียบดังสวบสาบเมื่อเดรโกเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

เดรโกเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ และนั่งลงข้างๆ พวกเราอยู่ห่างกันไม่ถึงหกนิ้ว ตัวของเขาแทบจะติดกับฉัน เขายกเข่าขึ้นมากอดไว้ วางข้อศอกไว้ด้านบน หัวใจของฉันเต้นเป็นจังหวะรัวเร็ว แต่ฉันก็ยังไม่หันหน้าไปมองเขา

เดรโกยื่นมือขาวซีดที่กำแน่นออกมา เขาคว่ำมือลง เหมือนกำลังจะเอาอะไรสักอย่างให้ฉัน ฉันนิ่วหน้า และยื่นมือออกไปรับมันมาช้าๆ

สิ่งของบางอย่างที่มีน้ำหนักเบาและผิวเรียบลื่นเป็นมันอยู่ในมือของฉัน นิ้วมืออุ่นของเดรโกปัดโดนฝ่ามือ ฉันมองสิ่งของที่เขามอบให้

ตัวหมากรุกสีดำ

“ถึงตาเธอแล้ว”

เสียงทุ้มลึกของเดรโกทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาของฉันประสานเข้ากับของเขา เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีฟ้าของเขาทำให้ฉันนิ่งตะลึงไปเพียงชั่วครู่ แล้วเขาก็เสมองออกไปทางข้างหน้าฉัน

เมฆสีดำทะมึนหายไปจนหมดแล้ว แทนที่ด้วยแสงอาทิตย์สีทองอบอุ่น พวกเราเพียงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยกัน มองดูธรรมชาติที่สวยงาม ต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร แสงแดดที่อบอุ่นและงดงามทำให้ทุ่งที่เคยเป็นฝันร้ายกลายเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุด


           ***100%***





เดรโกนี่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเนอะ แต่แหม พอเกิดเรื่องไม่ดีก็อยากให้เกรนเจอร์อยู่ข้างๆ ขอแค่เกรนเจอร์คนเดียวก็พอแล้ว วี๊ดดด >< ปากหนักหรือไม่รู้ใจตัวเองคะ 55555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #465 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:32

    ตอนแรกจุกมากที่ทะเลาะกันแรง พออ่านมาเรื่อยๆกลับมายิ้มได้อีก โอ๊ยยย เดรกเอ๊ยยย ซึนจริงๆ

    #465
    0
  2. #448 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 20:50
    ง้อแบบน่ารักก55555
    #448
    0
  3. #419 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 08:23

    ง้อแบบมึนๆ ทำเนียนง้อสาว 555

    #419
    0
  4. #388 WellKudes (@galip_po455) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 20:25
    วอททท น้ำตาไหลอยู่นานมากอยู่ๆก็หยุดละก็ยิ้มออกมาได้เฉยๆแบบ โอ้ยยย สับโสนนนนน
    #388
    0
  5. #376 Swip_cy (@zigetab3v) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 22:57
    เดรโกยอมเปิดใจแล้วสินะ เดรโกเอ้ยยยยย อย่าทำเฮอร์ฟีลขาดอีกนะลูก คราวนี้ก็ต้องช่วยกันประคับประคองแล้วล่ะนะ
    #376
    0
  6. #324 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:08
    ฮทอชอบวิธีง้อมากนัลลัค
    #324
    0
  7. #305 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 23:50

    เดรโกคิดได้เเล้ว อย่าทิ้งหนูเฮอร์ไปอีกนะ

    #305
    0
  8. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 15:28
    วิธีง้อของคนซึนๆใช่มั้ยคะ5555555
    #268
    0
  9. #239 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 01:53
    รู้แล้วใช่มั๊ยเดรร
    #239
    0
  10. #211 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 05:15
    กว่าจะกลับมาคุยกัน หน่วงไปอี๊ก
    #211
    0
  11. #178 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 16:12
    เดรซึน สุดๆ สีแค่หนูเฮอร์ที่ทนได้ รู้ไว้ซะด้วยยย

    ทำตัวดีๆกับหนูเฮอร์ได้แล้ว
    #178
    0
  12. #59 naomi-14 (@naomi-14) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 10:16
    เดรกโอ้ยยย พ่อคู๊นนน
    #59
    0
  13. #58 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 02:54
    จะซึนไปไหนพ่อคุณ
    #58
    0
  14. #57 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 00:28
    โอ้ยยยยยย ฟินนนดีงามมม อยากรู้ว่าใครจบหรือยังคะไร้ เราชอบเรื่องนี้มากกก แบบ กล้านตัวเลยค่ะ ฟิน
    #57
    1
  15. #56 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 22:06
    ถ้าไม่เจอแบบนี้ไม่รู้สินะ บักซึน
    ในที่สุดก็รู้ใจตัวเองสักที เฮ่ออออ
    หน้าที่ต่อไปของเดรกคือ ง้อเฮอร์!
    #56
    1
  16. #55 Sabrina Darchelle (@poupe_sama) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 21:54
    งืออออ เดรโกน่ารักมากกกก
    #55
    0
  17. #54 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 09:07
    เฮ้อออ เดรโก ก็คือเดรโก  งืืออออ ค้างอย่างแรงง มาต่อไวๆนะคะ
    #54
    0
  18. #53 litter girl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:00
    รอค่าาาา
    #53
    0
  19. #52 norinari26 (@norinari26) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:58
    เดี๋ยวเฮอร์ก้ตายจริงหรอกเดร ทุบให้
    #52
    1
  20. #51 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:59
    เฮ่ออ เดรกนะเดรก
    เฮอร์ทนให้ได้นะ ;^;!
    #51
    0