สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 86 : (ตอนพิเศษ 1) พ่อมดใจร้าย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ธ.ค. 63

“อย่าเพิ่งรีบอวยพรสิ บางทีพี่อาจจะแห้วอีกรอบก็ได้” รัฐเขตปิดประตูห้องนอนแน่นหนา แล้วขยับเข้าหามนสิชาที่ไม่ยอมเผชิญหน้ากับเขา “มิ้นท์พร้อมไหม พี่จะเริ่มแล้วนะ”

“...” คนถูกถามไม่คัดค้าน ชายหนุ่มจึงเดินหน้าเต็มกำลัง

“ผมรู้ว่าจุดเริ่มต้นของเราสองคนไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ ตอนที่เจอคุณครั้งแรก...พอดีผมมีเรื่องเครียด แต่ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเลยนะ ที่ผ่านมาผมอาจจะเอาแต่ใจมากไปหน่อย ทำอะไรโดยพลการและไม่ถามความคิดเห็นคุณเลย แต่ต่อไปนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีก” เขาหยุดไปครู่เมื่อมนสิชานิ่งผิดปกติ “มิ้นท์...ฟังพี่อยู่หรือเปล่า”

“ค่ะ” เสียงสั่นเครือกลั้นสะอื้นตอบไปส่งๆ และรู้สึกถึงไออุ่นที่ปะทะกับแผ่นหลัง

“งั้นพี่พูดต่อเลยนะ” เจ้านายมาดขรึมกระซิบอยู่ริมใบหู “ผมขอโทษที่เคยมองข้ามความรู้สึกคุณ และไม่เคยสังเกตเลยว่าคุณคิดอะไรกับผม จนกระทั่งวันนั้น...ผมทึ่งมากที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณกล้าหาญที่จะปกป้องคนที่ตัวเองรัก ทั้งที่ความจริงแล้วผู้ชายอกสามศอกอย่างผมต่างหากที่สมควรจะเป็นฝ่ายปกป้องคุณ”

“คุณเขตทำอะไรคะ?” เจ้าของร่างบางทักท้วงเสียงตระหนก สะดุ้งตัวเล็กน้อย เมื่อเขาไม่พูดเปล่า แต่กลับสอดแขนมาโอบรัดจากทางด้านหลัง แล้วกระชับวงแขนให้แนบแน่นขึ้น

“วันนั้นผมบอกพ่อคุณไปแล้วว่าผมจะขอดูแลคุณ ต่อให้ต้องดูแลไปตลอดชีวิตก็ยินดี แล้วมันก็คุ้มค่ามากจริงๆ เพราะการที่ผมได้ดูแลคุณ มันทำให้ผมได้รู้...ได้ยินชัดทุกคำที่คุณบอกรักผม”

ทันทีที่ได้ยินว่ามีคนชิงบอกรักเขาตัดหน้าเธอ มนสิชาก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างไม่อาจระงับ พยายามปัดป้องสัมผัสจากวงแขนของรัฐเขต “มิ้นท์ขอออกไปข้างนอกนะคะ ปล่อยค่ะ”

“เดี๋ยวสิ มิ้นท์ช่วยอยู่ฟังจนกว่าพี่จะพูดจบได้ไหม”

ไม่ไหวหรอก...ให้เธออยู่ฟังเขาพร่ำพรรณนาถึงผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ต่อไป ใจเธอคงขาดแน่ “ขอขัดคำสั่งค่ะ และกรุณาปล่อยด้วย” 

“มิ้นท์...หันมาคุยกับพี่หน่อย” 

“ก็บอกแล้วไงคะว่าจะไม่ทำตามคำสั่ง”

คนตัวเล็กกว่าแข็งขืนและพยายามแกะมือที่โอบรัด รัฐเขตจึงใช้โอกาสนั้นพลิกร่างมนสิชาให้หันหน้ามาคุยกัน แล้วเขาก็ได้เห็นน้ำตาที่พรั่งพรูจากดวงตาของเธอ

ร้องไห้เลยเหรอ...

“เป็นอะไร” คำถามเจือความอาทรเต็มเปี่ยม แต่อีกฝ่ายกลับไม่อยากสนใจ

“ปล่อย...ปล่อยสิ” มนสิชาร้องบอกอยู่อย่างนั้น เมื่อรัฐเขตยังไม่ให้อิสระแก่เธอ เขาโอบรัดเอวคอดแล้วกอดแน่นกว่าเดิม จนเธอต้องเบนตัวออกห่างแล้วยันอกเขา แต่กลับถูกคว้ามือบางไปเสียนี่

นี่น่ะเหรอ ท่าทีของคนที่บอกว่าตัวเองประหม่า ก็ตอนนี้น่ะ...มือเธอทั้งเย็นทั้งสั่นมากกว่าเขาเสียอีก

รัฐเขตสบตาคนในอ้อมกอดแล้วยกมือบางที่ยึดไว้ขึ้นจุมพิตแผ่วเบา “พี่ทำให้มิ้นท์ร้องไห้จนได้”

หญิงสาวใจสั่นสะท้านกับความหวามไหว ยิ่งยามที่ถูกเขาดึงมือไปเกาะเกี่ยวไว้ที่ต้นคอหนาแล้วโน้มมาจูบหน้าผาก ไล่ลงมาตามแนวสันจมูกก็ยิ่งหวั่นไหวหนักขึ้นไปอีก แต่เธอจำต้องใจแข็งเมื่อเรียวปากอุ่นของเขากำลังเคลื่อนมาจะถึงริมฝีปากบาง

“หยุดค่ะ คุณกำลังนอกบทกับคนที่เป็นแค่ตัวแทนมากเกินความจำเป็นนะคะ”

“แต่ถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าพี่เป็นตัวจริง...ก็จูบได้ใช่ไหม”

ชายหนุ่มไม่รอฟังคำตอบ เขาเชยคางร่างในอ้อมแขนให้พร้อมรับสัมผัสจากตนอย่างถนัดถนี่ก่อนประทับจูบเข้าที่ริมฝีปากสั่นระริกของเธอ

จุมพิตจากพ่อมดแห่ง Wish ช่างนุ่มนวลอ่อนหวานในคราวแรก หากแต่เมื่อเขาบดเบียดลงมาอีกครั้ง มนสิชากลับรู้สึกว่ามันหนักหน่วงขึ้นคล้ายกำลังเรียกร้องให้เธอตอบสนอง

นี่น่ะเหรอ...ผู้ชายขี้อายที่ขวัญจิราเคยเล่าให้ฟัง ผู้ชายที่จะกอดผู้หญิงสักครั้งก็ยังต้องขออนุญาตก่อน ใยวันนี้เขาไม่เห็นมีอะไรเหมือนที่เพื่อนสนิทเล่าเลยสักนิด

สัมผัสที่ได้รับทำให้หวั่นไหวในอก เลขาสาวนิ่งงัน ตัวแข็งทื่อราวกับตุ๊กตาหมดแรงไขลาน เธอไม่ได้ผลักไสหรือประทุษร้ายร่างกายเจ้านายหนุ่ม แต่ใบหน้าเรื่อแดง แล้วน้ำตาก็ไหลพรากมาอีก

“พอซะทีเถอะค่ะ มิ้นท์ไม่ใช่ตัวแทนของใคร ไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือที่ไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก ไม่ใช่เลขาที่เจ้านายอย่างคุณจะบงการชีวิตยังไงก็ได้ ถ้าไม่รัก...ก็อย่าทำแบบนี้”

“นี่ไม่ได้ฟังกันเลยใช่ไหม ไม่คิดบ้างเหรอว่าสิ่งที่พี่พูด...มันเป็นเรื่องของเรา” รัฐเขตลูบผิวข้างแก้มใสของคนที่เสียงแข็งใส่เขาแล้วอธิบายอย่างใจเย็น “ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจฟังให้ชัดๆ นะ แขกคนสำคัญของพี่วันนี้ก็คือมิ้นท์ คนที่พี่ตั้งใจจะสารภาพความรู้สึกด้วยก็คือมิ้นท์ ได้ยินหรือยังครับ”

“จะเป็นมิ้นท์ได้ยังไงคะ ในเมื่อคนพิเศษที่คุณเขตพูดถึงเขาบอกรักคุณไปแล้วนี่” มนสิชาท้วงทั้งงงงัน

“แล้วมิ้นท์ไม่ได้รักพี่หรอกเหรอ”

“แต่มิ้นท์ไม่เคยบอก แล้วคุณเขตจะรู้ได้ยังไง”

รัฐเขตยิ้มกว้างขณะที่คนในอ้อมกอดเขายังไม่รู้ตัวว่าหลุดปากอะไรออกมา ก็ไอ้ประโยคเมื่อกี้น่ะ...มันไม่ได้หมายความว่ารักเขาหรือไงกัน

“เคยสิ ก็พี่ได้ยินเต็มสองหู”

“อย่ามาหลอกกันเลยค่ะ มิ้นท์จำได้ว่าไม่เคยพูดอะไรทำนองนั้นกับคุณ” เธอยังยืนยันเสียงแข็ง แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูชอบอกชอบใจของคนตัวใหญ่กว่ากลับทำให้ไม่มั่นใจในตัวเองเท่าที่ควร

“ก็มิ้นท์พูดตอนที่ตัวเองจำไม่ได้น่ะสิ” รัฐเขตเฉลยแล้วเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ราวกับต้องการกระซิบความลับ “คืนที่พี่เฝ้ามิ้นท์ที่โรงพยาบาล มิ้นท์เพ้อเรียกหาแต่ ‘พี่เขต พี่เขต’ อยู่ทั้งคืน แถมช่วงใกล้สว่างก็บอกว่ารักพี่ด้วย แล้วแบบนี้จะหาว่าพี่หลอกได้ยังไง”

มนสิชาตาโตเท่าไข่ห่าน ชั่วข้ามคืนนั้นเธอจะทำเรื่องน่าอายขนาดนั้นเชียวหรือ “คุณเขตจะใส่ใจอะไรกับคนไม่ได้สติล่ะคะ มิ้นท์ก็...แค่เพ้อไปเรื่อย”

“ปากแข็งจริงนะ สงสัยจะต้องเรียกพยานมาช่วยยืนยันละมั้ง”

“คุณเขตพูดอะไรคะ พยานอะไร”

“ก็รันกับขนมน่ะสิ” รัฐเขตสบตามนสิชาที่เงยหน้ามองเขา ซ้ำดวงตาคู่นั้นยังถามหาความกระจ่างแทนปากเสียอีก “เช้าวันที่มิ้นท์เพิ่งฟื้นน่ะ พี่สวนกับพยาบาลที่มาวัดไข้ตรงประตูห้องพอดี พี่ก็เลยยืนฟังอยู่เงียบๆ จนได้ยินชัดทั้งเรื่องที่ขนมปฏิเสธพี่ และเรื่องที่มิ้นท์ยอมรับว่า...รักพี่”

“อะไรนะคะ” มนสิชาไม่อยากเชื่อว่าความลับจะไม่มีในโลกจริงๆ นี่ขนาดกำชับให้สองสาวเหยียบไว้แล้วแท้ๆ ถึงว่า...เขารู้อยู่แล้วนี่เอง พอเธอได้สติถึงได้กล้าแหย่เธอแบบถึงเนื้อถึงตัว ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยทำ แต่ก็ยังแปลกใจ...“คุณรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วทำไมถึงไม่แสดงตัว”

 “พี่ไม่อยากให้มิ้นท์กับขนมทำหน้าไม่ถูกน่ะสิ ก็เลยออกจากห้องไปก่อน แล้วนายแมนก็ดันติดต่อมาพอดี พี่เลยมีข้ออ้างให้ยังไม่ต้องกลับเข้าไปอีกพักนึง” รัฐเขตขยับนิ้วหัวแม่มือให้เกลี่ยไปกับแก้มนวลที่ยังชื้นด้วยน้ำตา หากแต่อดใจไม่ไหวเลยจูบแก้มเลขาสาวเข้าอีกสักที “ที่พี่ดูแลเอาใจใส่มิ้นท์มากกว่าปกติหลังจากโดนยิงไม่ใช่แค่อยากตอบแทนที่มิ้นท์ช่วยชีวิตพี่หรอกนะ แต่พี่อยากตอบแทนความรักที่มิ้นท์มีให้พี่ด้วยต่างหาก”

“คุณเขต” เธอสบนัยน์ตาคม ยังไม่อยากเชื่อเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะยามนี้รัฐเขตอาจต้องการแค่คนรักษาแผลใจก็ได้

“พี่...ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสิ่งที่พี่รู้สึกกับมิ้นท์จะเรียกว่าความรักได้หรือยัง แต่พี่เชื่อว่ามันต้องพัฒนาไปถึงจุดนั้นได้แน่ เพราะเวลาอยู่กับมิ้นท์ พี่รู้สึกดีมากๆ มิ้นท์ใส่ใจทุกอย่างที่เป็นตัวพี่แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางเรื่อง เลขาคู่ใจพี่อย่างดาวก็ไม่รู้...แต่มิ้นท์รู้”

“แต่ก็คงไม่ได้รู้สึกดีเท่าตอนที่คุณเขตอยู่กับขนมหรอกค่ะ”

“ตอนที่อยู่กับขนม พี่ยอมรับว่าก็รู้สึกดี แต่ขนมไม่เคยทำให้พี่มั่นใจว่าเขารักพี่เลย พี่กลัวที่จะถูกปฏิเสธอยู่ตลอดเวลาจนไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง แต่กับมิ้นท์...พี่รู้สึกเป็นอิสระมากกว่า ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกังวล เพราะพี่มั่นใจว่ายังไงมิ้นท์ก็รักพี่”

พ่อมดแห่ง Wish สารภาพความรู้สึกที่มีต่อเลขาสาวไปจนหมดสิ้น แล้วยังมัดมือชกด้วยการประทับจูบอ่อนละมุนให้กับว่าที่คนรักเป็นการมัดจำ แต่ดูท่าว่าเธอจะยังไม่ยอมคล้อยตามเขาง่ายๆ เลย

“คุณ..คุณเขต” มนสิชาส่งเสียงอู้อี้ พยายามบอกว่าเธอมีอะไรจะพูดจนเขายอมถอนริมฝีปากออกมา

“ว่าไง มีอะไรจะสารภาพกับพี่”

“ในสายตาคุณ...มิ้นท์ก็เป็นแค่ของตาย เลยคิดว่าจะทำอะไรกับมิ้นท์ก็ได้ใช่ไหม”

“ไม่ใช่...คราวนี้พี่คิดจะลงหลักปักฐานแล้วจริงๆ”

“ถึงคุณจะอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเองยังไง คุณก็ฉวยโอกาสกับมิ้นท์แบบเมื่อกี้ไม่ได้ เพราะระหว่างเราก็เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง”

“แต่พี่ก็พร้อมจะเป็นมากกว่านั้นนะ”

คำพูดนั้นมาพร้อมกับการก้าวเท้าเดินทั้งที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขน ทำให้เธอต้องถอยหลังไปเรื่อยๆ จนขาชิดขอบเตียง และเมื่อรัฐเขตโน้มเข้ามาเหมือนจะจูบอีก เธอก็ล้มลงไปนั่งอยู่บนเตียงเสียแล้ว

มนสิชาตระหนกราวกับมีหนามแหลมคมอยู่บนนั้น กำลังจะลุกขึ้นยืนแต่บุรุษตรงหน้ากลับทำพฤติกรรมแปลกๆ เขาฉุดมือเธอให้นั่งลงตามเดิม ก่อนล้วงหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ

รัฐเขตสบตาคนบนเตียงแล้วบรรจงสวมแหวนเพชรทรงร่วมสมัยลงบนนิ้วเรียว แหวนวงนี้เป็นวงเดียวกับที่พ่อใช้หมั้นแม่ของเขามาก่อน และมันก็ตกทอดมายังลูกชายเพื่อเอาไว้มอบแก่คนที่หมายจะให้มาเป็นคู่ชีวิต แต่กลับถูกเก็บอยู่ในห้องนอนของรัฐเขตมานานหลายปี จนกระทั่งวันนี้...วันที่เขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมผิดหวังอีก

“พี่จองไว้ก่อนนะ ต่อไปนี้เราจะไม่ได้เป็นแค่เจ้านายกับเลขา แต่เราจะเป็น...คู่หมั้นกัน”

ชายหนุ่มยังคงสบตาคู่หมั้นหมาดๆ ด้วยความเว้าวอนให้เธอตอบรับ แต่สาวเจ้ากลับอึกอักเสียนี่

“แล้วถ้ามิ้นท์...ปฏิเสธล่ะคะ”

“ถึงมิ้นท์จะปฏิเสธ แต่พี่ก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี เพราะยังไงพี่ก็เห็นไปแล้ว” เขาพูดมีเลศนัยอีกแล้ว “คืนที่พี่ขอดูแผลน่ะ...พี่ไม่ได้เห็นแค่แผลที่หลังหรอกนะ ตอนที่มิ้นท์ตกใจจนปล่อยมือจากสาบเสื้อ พี่ก็เห็น...”

“หยุดค่ะ ห้ามพูดนะคะคุณเขต” มนสิชาหลับตาปี๋ รีบยกมือห้ามคนที่อ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ ก่อนที่เขาจะเล่าเรื่องน่าอายของเธอจนหมดเปลือก แต่ชายหนุ่มกลับยึดมือบางไว้

“เรียก ‘พี่เขต’ สิ เรียกเสียงหวานๆ เหมือนตอนที่เพ้อเพราะถูกยิงน่ะ พี่ชอบมากเลยรู้ไหม อุตส่าห์อดหลับอดนอนไปนั่งเกาะเตียงฟังทั้งคืน” รัฐเขตเรียกร้อง แล้วก้มลงจุมพิตที่หลังมือเธออีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะถูกเอาคืน

“คุณเขตอายุมากกว่ามิ้นท์ตั้งเกือบสิบปี ยังเรียกพี่ได้เหรอคะ”

“ถ้ามิ้นท์จะเปลี่ยนใจไปหาหนุ่มที่อายุน้อยกว่าพี่ละก็...บอกเลยว่าพี่ไม่ยอม พี่จะคอยกันท่าให้ถึงที่สุดเลย วันนี้พี่ก็จัดการไปแล้วรายนึง”

“มีด้วยเหรอ มิ้นท์เห็นว่าคนที่คุณคุยด้วยทั้งวันนี้ก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น”

“มีสิ...ก็ลูกชายดาวไง พอมิ้นท์เล่นด้วยหน่อยก็หัวเราะชอบใจใหญ่ ตอนที่พี่อุ้มก็เลยบอกไปว่าให้หยุดโปรยเสน่ห์ใส่มิ้นท์ซะที เพราะพี่จองเอาไว้แล้ว แค่นั้นเจ้าตัวแสบก็ประท้วงด้วยการฉี่ใส่พี่เลย”

หมดกัน...ภาพแห่งความประทับใจที่เธอคิดว่าจะฝังไว้ในความทรงจำแตกสลายไปทันทีที่เขาเล่ามาถึงตรงนี้ ถึงยังไงพ่อมดก็ยังใจร้ายอยู่วันยังค่ำสินะ

รัฐเขตเห็นอีกฝ่ายตะลึงค้างก็ถือโอกาสลุกขึ้นมานั่งเคียงข้างคนบนเตียง ยามที่เธอกะพริบตาถี่ๆ มองเขาแบบนี้ช่างน่ารักจนเกินหักห้ามใจไหว จึงเอื้อมมือไปกุมที่ข้างแก้มนวลก่อนขยับเข้าหา พร้อมบอกตัวเองว่าจะไม่มีทางปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ไปจากเขาเด็ดขาด

“ตกลงว่าตอนนี้มิ้นท์เป็นคู่หมั้นของพี่แล้วนะ” เขารวบรัดแล้วโผเข้ากอดเธอแนบแน่น

“คุณเขตปล่อยก่อนค่ะ” มนสิชาอยากขอเวลาตัดสินใจ จึงพยายามหาเหตุจะผละออกจากเขา “มิ้นท์...เอ่อ...มิ้นท์เจ็บแผล”

พ่อมดไฮเทครู้ดีว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะแผลเธอหายสนิทเป็นเดือนแล้ว แต่เขากำลังคิดหาวิธีรวบรัดที่หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม จึงยอมคลายวงแขนออกตามที่เธอต้องการ แล้วสบตาอีกฝ่ายอย่างแฝงนัยยะ

“สงสัยพี่คงต้องดูแผลให้มิ้นท์อีกรอบแล้วละมั้ง”

*************************************

อ่ะ...จบการเล่าพาร์ทพี่เขตไว้ตรงนี้ก่อน ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่รี้ดจิ้นเอาเองตามชอบใจเลยนะคะ...

เฮียเขตก็ร้ายแหละ...เนอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น