สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 87 : (ตอนพิเศษ 2) จอมเวทแสนกล 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ม.ค. 64

ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นด้วยวิธีพิสดาร บนสำนักงานชั้นสิบเก้าของ Spell ก็มีความอลหม่านนิดหน่อย ก็ตอนนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างขวัญจิราใช้อำนาจที่มีในการหักเหลี่ยมเจ้าของบริษัทคนเดิมซะราบคาบ แม้พัทธดนย์จะได้สิทธิ์ให้บริหารและควบคุมการดำเนินงานของ Spell อย่างเก่า แต่ก็เป็นแค่มนุษย์เงินเดือนสูงลิ่วคนหนึ่งเท่านั้น

อย่างว่าละนะ...ก็เขาไม่มีหุ้นอยู่ในมือเลยแม้แต่นิดเดียว

นี่ยังไม่นับรวมที่เขาถูกแก้เผ็ดด้วยการให้ระเห็จไปทำงานอยู่ในห้องประชุมเล็ก ส่วนขวัญจิราก็ยึดครองทุกสรรพสิ่งในห้องทำงานผู้บริหารอย่างสบายอกสบายใจ พัทธดนย์ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องน้ำส่วนตัวในห้องทำงานเดิม แถมยังไม่มีอิสระควบคุมการเปิดปิดประตูกระจกที่เชื่อมระหว่างสองห้องอย่างเดิมอีกด้วย

แต่เขายอมได้...

ก็อย่างที่บอกกับรัฐเขตเอาไว้นั่นแหละ ตอนนี้เขาจะปล่อยให้ภรรยาในนามได้ใจไปก่อน แล้วในอนาคตอันใกล้...ค่อยรวบหัวรวบหาง เอ๊ย!...หมายถึงจัดการรวบรัดให้อะไรๆ เข้าที่เข้าทางเสียที

วันนี้ขวัญจิราก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในการเลิกงานก่อนเวลาเพื่อมาขลุกอยู่ที่ห้องพักส่วนตัวของชายหนุ่มตั้งแต่ยังไม่สี่โมงเย็น กระทั่งพัทธดนย์เคลียร์งานด่วนเพื่อรับมือกับวันหยุดยาวจนเสร็จสิ้นจึงได้ตามขึ้นมาดู

“ทำอะไรน่ะขนม หายมาตั้งนาน”

“นี่ไง หนมทำลาบแซลมอน คุณชิมสิ...อร่อยหรือยัง” แม่ครัวอวดผลงานชิ้นโบว์แดงที่ตั้งใจทำตามสูตรที่หมอทิพาวรรณสอนให้

ชายหนุ่มหันมองอาหารจานเด็ด เห็นหน้าตาชวนชิม จึงคว้าช้อนตักเข้าปากไปหนึ่งคำ แต่รสสัมผัสที่ได้รับเหมือนมีบางสิ่งขาดหาย “รสชาติดีนะ อร่อยเลยแหละ แต่คุณแน่ใจนะว่ามันคือลาบ”

“อื้ม...ใช่สิ” คนทำพยักหน้ายืนยัน

“ผมว่าไม่ใช่นะ ก็ไม่เห็นมันจะมีข้าวคั่วเลย”

“อ้าว...ต้องใส่ข้าวคั่วด้วยเหรอ นี่หนมก็ทำตามสูตรที่จดมาทุกอย่างแล้วนะ” ขวัญจิราพลิกตำราให้วุ่น แต่ก็ไม่เห็นจะเขียนถึงวัตถุดิบที่เขาว่าเลยจริงๆ

“ลาบที่ไหนก็ต้องใส่ข้าวคั่วทั้งนั้นแหละ ผมพอมีข้าวสารอยู่นะ คั่วแป๊บเดียวก็ได้แล้ว เดี๋ยวผมจัดการให้” เขาว่าพลางเดินมาเปิดชั้นเก็บของในครัวขนาดย่อมเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ

ขวัญจิราวางสมุดที่เพิ่งจดรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไป ก่อนเดินไปหยิบข้าวสารที่เจ้าของห้องช่วยเอาออกมาแล้วยิ้มแห้งๆ “คุณไม่ต้องช่วยทำหรอก หนมอยากทำเอง”

“นี่แสดงว่าคุณไม่ตั้งใจเรียนตอนที่แม่ผมสอนล่ะสิ ถึงได้จดไม่ครบแบบนี้”

“ยังจะมาพูดดีอีก ไม่ใช่เพราะคุณหรอกเหรอ หนมถึงไม่มีสมาธิเรียน จดสูตรมาผิดๆ ถูกๆ เนี่ย” คนพูดก้มหน้าก้มตาจัดการกับวัตถุดิบสำคัญที่ขาดหายไปจากเมนูจานเด็ดเป็นการแก้เขิน

“เพราะผมจูบคุณนี่เอง” แม้จะถูกโยนความผิดให้แต่พัทธดนย์กลับยิ้มกริ่ม สงสัยตอนนี้เธอก็คงยังไม่ชินกับการถูกเขาจูบเสียด้วยละมั้ง สาวเจ้าถึงได้หน้าแดงขนาดนั้น

เจ้าของห้องเดินเข้ามาถึงหน้าเตา สำรวจดูว่าหลายชั่วโมงที่ขวัญจิรายึดครัวเขา ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง “ไข่ตุ๋นแซลมอนบนเตานี่หน้าตาน่ากินนะเนี่ย สุกหรือยัง ผมหิวแล้ว”

“หิวก็ต้องทนก่อนค่ะ เพราะหนมจะเอาทั้งสองอย่างนี้ไปอวดหมอทิพย์ก่อน ถ้าลาบแซลมอนไม่ได้ความ ยังมีไข่ตุ๋นช่วยกู้หน้าได้บ้าง” เธอพูดไปด้วยทำไปด้วย เพื่อไม่ต้องการเสียเวลา “แล้วคุณไปหาคุณหมอกี่โมงคะ หนมจะขอติดรถไปด้วย”

“ไม่ไปหรอก คืนนี้ผมนอนที่นี่”

“อ้าว...หยุดยาวตั้งสามวัน คุณไม่กลับบ้านหรอกเหรอ” ขวัญจิรามองเขาอย่างแปลกใจ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนมไปเองก็ได้ ไหนๆ ก็ตั้งใจทำแล้ว”

“ไม่ต้องไปหรอก แม่ผมไม่อยู่...ไปทำธุระที่ต่างจังหวัด สงสัยอาหารที่คุณทำคงต้องเป็นมื้อเย็นของเราสองคนซะแล้ว”

“ว้า...เสียดายจัง อย่างนี้เมื่อไหร่หมอทิพย์จะเห็นพัฒนาการของลูกศิษย์ล่ะเนี่ย”

“ฝีมือทำอาหารพัฒนาแค่นี้คงทำให้แม่ผมดีใจได้ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าพัฒนาจากลูกศิษย์มาเป็นลูกสะใภ้ ผมว่าแม่น่าจะดีใจมากกว่า” พัทธดนย์ขยันตอดเล็กตอดน้อย เผื่อคนฟังจะเคลิ้มเข้าสักวัน แต่สงสัยจะยังไม่ใช่ตอนนี้

“บอกแล้วไงว่าต้องรอไปจนกว่าคุณจะชนะใจป๊ากับแม่หนมได้ก่อน ทำได้หรือยังละคะ”

“คร้าบ...ผมยอมรับว่าลำพังผมคนเดียวน่ะ ยังทำไม่ได้หรอก” ...แต่ถ้ามีคนช่วยก็ไม่แน่

ชายหนุ่มละข้อความบางส่วน เพื่อให้ขวัญจิราถือว่าตัวเองได้เปรียบไปก่อน ในขณะที่ใจเขาตอนนี้กำลังรอฟังข่าวจาก ‘ผู้ช่วยคนสำคัญ’ ที่อาสามาทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเขาและว่าที่พ่อตาแม่ยาย

ท่ามกลางอาหารมื้อเย็นที่แสนเรียบง่าย แต่ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่หนุ่มสาวจะได้พูดคุยปรึกษากันไปเรื่อยเปื่อย ทว่าทำอีท่าไหนถึงกลับวกมาเรื่องน่าแปลกใจเรื่องนี้ได้ก็ไม่รู้

“คุณดนย์ หนมถามหน่อยสิ พักหลังมานี้คุณวางแผนอะไรกับพี่เขตอีกหรือเปล่า”

“หมอนั่นไปทำอะไรอีกล่ะ ทำไมถึงมาถามผม”

“ก็มิ้นท์บอกว่าพี่เขต...เอ่อ...แบบว่า...” คนเปิดประเด็นชะงัก ไม่รู้จะใช้คำพูดไหนดี จึงตีวงกว้างไว้ก่อน “เขาจู่โจมขอหมั้นเพื่อนหนมน่ะสิ”

พัทธดนย์อมยิ้มเหมือนเห็นเรื่องสนุกอีกแล้ว “เหรอ...จู่โจมยังไง”

“คุณไม่ต้องรู้หรอกน่า เอาเป็นว่ามันผิดวิสัยของพี่เขตที่หนมรู้จักก็แล้วกัน”

“งั้นแสดงว่าการปลุกปั่น ยุยงของผมคงจะได้ผล หรือไม่พี่เขตของคุณก็คงกลัวจะต้องลงเอยกับคุณหนึ่งตามที่ผมชงให้น่ะสิ”

การเฉลยของบุรุษตรงหน้าทำให้ขวัญจิราแทบตบเข่าฉาด “นั่นไง ว่าแล้วเชียว” 

“แต่ผมหวังดีนะ อยากให้รัฐเขตมีคู่ไปซะที” เขาก็จะได้อุ่นใจว่าเพื่อนใหม่คนนี้จะไม่เปิดศึกแย่งชิงขวัญจิรากลับไป ทั้งที่เขายังเอาชนะใจครอบครัวเธอไม่ได้ “คุณก็อย่ามัวแต่ห่วงเขาเลย...ห่วงผมดีกว่า ตอนนี้ผมโดนจำกัดสิทธิ์ตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นใจบ้างเลยเหรอ”

“อยากให้เห็นใจก็เลิกทำอะไรลับๆ ล่อๆ ซะทีสิ อย่าคิดว่าหนมไม่รู้นะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่ปลาวิ่งวุ่นเข้าออกห้องประชุมเล็กเป็นว่าเล่น แล้ววันก่อนพี่เอื้องก็มาชวนหนมออกไปข้างนอกอีกทั้งวัน คุณแอบวางแผนอะไรบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

คนถูกถามหน้าตึงขึ้นกะทันหัน เห็นเธอไม่ถามมาตั้งหลายวันก็คิดว่าจะรอดแล้วเชียว ไหงมาคาดคั้นเอาตอนนี้ก็ไม่รู้ สุดท้ายจึงจำใจต้องบอกเธอตามตรง

“ผมแค่จะขอใช้พื้นที่ในห้องทำงาน ก็คุณเล่นยึดห้องทำงานผมไปแบบนั้น มันก็เลยไม่ค่อยสะดวก”

“เอาไปทำอะไรคะ เห็นคุณทำงานในห้องประชุมเล็กมาได้ตั้งนาน แล้วคราวนี้มีความจำเป็นอะไรถึงต้องกลับมาใช้ห้องทำงานเดิม” ผู้ถือหุ้น Spell รายใหญ่ซักอย่างเป็นต่อ

“มันเป็นเรื่องของภาพลักษณ์น่ะ คือว่า...Biz direction มาขอสัมภาษณ์ผม แต่ผมจะบอกเขาได้ยังไงว่าตอนนี้ผมเป็นแค่ผู้บริหารรับจ้างในบริษัทของตัวเอง หุ้นในมือก็ไม่มีเลยสักนิดเดียว ก็เลยต้องจัดฉากให้ทุกอย่างเป็นปกติตามเดิมไปก่อน”

“โธ่เอ๊ย! เหตุผลแค่นี้...ทำไมไม่บอกหนมตรงๆ ล่ะ หรือว่าคุณมีอะไรที่ไม่อยากให้หนมรู้”

“ผมไม่ได้คิดจะปิดคุณนะ แต่อยากรอให้เขาเอาบทสัมภาษณ์เผยแพร่ลงในเว็บก่อนแล้วถึงค่อยบอก”

“คุณพูดแบบนี้หนมยิ่งอยากรู้ ตามปกติ Biz direction จะลงบทสัมภาษณ์ทุกวันจันทร์ ถ้าเขามาสัมภาษณ์เมื่ออาทิตย์ก่อน แสดงว่าตอนนี้เขาก็ต้องส่งต้นฉบับมาให้คุณตรวจแล้วสิ...ใช่ไหมคะ”

“คุณรู้ได้ยังไงเนี่ย” พัทธดนย์แปลกใจ

“ต้องรู้สิ ก็หนมเป็นคนตรวจต้นฉบับบทสัมภาษณ์ของพี่เขตตอนอยู่ที่ Wish เพราะฉะนั้น...ส่งต้นฉบับของคุณมาให้หนมตรวจซะดีๆ” เธอแบมือหลาแต่เขายังอิดออด “คุณดนย์ อย่าให้หนมต้องเล่นบทโหดนะ ถ้าไม่มีความลับอะไรก็ให้หนมอ่านสิ”

“ครับ อย่าโหดกับผมนักเลย แค่นี้ผมก็แย่แล้ว”

ชายหนุ่มเดินอ้อมโต๊ะอาหารไปหยิบบทสัมภาษณ์ของเขาที่ถูกพิมพ์ออกมาเป็นเอกสารสวยงามส่งให้เจ้าของมือที่หงายเหยียดนิ้วเรียว จากนั้นเขาก็อาสาจัดการเก็บล้างตามประสาเจ้าบ้าน ปล่อยขวัญจิราใช้เวลาอ่านต้นฉบับที่เธอร้องขอให้สมใจ

‘พัทธดนย์ เศรษฐภากร จอมเวทไอทีแห่ง Spell ผู้(เคย)ลึกลับ’

ขวัญจิราตื่นตากับพาดหัวบทความในมือ และหวังเหลือเกินว่าเว็บไซต์ Biz direction อันเลื่องชื่อคงจะทำให้จอมเวทเจ้าเล่ห์ผู้นี้ยอมคายความลับอย่างหมดเปลือกได้สักที

**************************************

เดี๋ยวนี้ขนมเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดใน Spell ไปซะแล้ว...ไม่รู้คุณดนย์คนเจ้าเล่ห์จะทำยังไงต่อไปน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น