สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 27 : ผู้จัดการคนใหม่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

ฝ่ายการตลาดของ Spell ไม่ได้แบ่งเป็นส่วนงานที่ชัดเจนเหมือน Wish มิหนำซ้ำยังมีจำนวนคนน้อยกว่าเกือบครึ่ง และเมื่อเจ้าของบริษัทลงมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองพร้อมกับ...เอ่อ...ผู้ติดตามที่ไม่คุ้นหน้าของคนในฝ่าย ก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะให้ความสนใจ ก่อนที่พัทธดนย์จะประกาศบางอย่างขึ้นกลางที่นั้น

“จากวันนี้ไป คุณเอื้องลดาจะไม่ได้ทำหน้าที่รักษาการผู้จัดการฝ่ายการตลาดแล้วนะครับ” เพียงสิ้นประโยคแรกเสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นตามมา

‘สงสัยจะให้พี่เอื้องขึ้นเป็นผู้จัดการเต็มตัวแล้วสิ’

‘น่าจะอย่างนั้น ก็ไม่มีใครแล้วนี่’

‘เรื่องแค่นี้ทำไมคุณดนย์ต้องมาเอง ทำจดหมายแต่งตั้งมาก็ได้’

ท่ามกลางเสียงอื้ออึงที่พอฟังได้ศัพท์อยู่บ้าง ผู้ที่ถูกกล่าวถึงอย่างเอื้องลดากลับยืนนิ่งเพื่อรอฟังพัทธดนย์ต่อไป แล้วไม่นานชายหนุ่มเจ้าของบริษัทก็ประกาศกร้าวอีกครั้ง

“และขอให้คุณเอื้องกลับไปทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการเหมือนเดิม”

“อย่างนั้นเราก็ไม่มีผู้จัดการฝ่ายน่ะสิคะ” พนักงานคนหนึ่งถามขึ้นทันที

“มีสิครับ ผมคัดเลือกมาเองกับมือ” เขาตอบทั้งที่หน้ายังนิ่ง ไม่ได้หันกลับมายังขวัญจิราที่อยู่ด้านหลังเลย

คำตอบนั้นยิ่งทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของผู้ฟังพลุ่งพล่าน หลายคนพยายามชะเง้อเพื่อมองหาคนที่พัทธดนย์หมายถึง แต่ก็ไม่เจอผู้ต้องสงสัย พบเพียงแต่หญิงสาวใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ตามติดอยู่ด้านหลังเท่านั้น

“ออกมานี่ จะไปยืนหลบข้างหลังทำไม” เจ้าของบริษัทหันไปกระซิบกระซาบกับขวัญจิรา แล้วลากเธอออกมายืนต่อหน้าทุกคนเพื่อสยบข้อสงสัยทุกอย่าง ก่อนประกาศเสียงดัง “นี่คือคุณขวัญจิรา จะมาเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่แทนคุณธนา”

‘คนนี้เนี่ยะนะ เพิ่งจบหรือเปล่า ดูยังเด็กอยู่เลย’

‘พี่เอื้องยังดูเหมาะสมกว่านะว่าไหม’

‘ทำไมถึงเอาคนนี้มา ใช้เส้นหรือเปล่าเนี่ย’

‘ก็น่าจะเส้นนั่นแหละ ดูสิ คุณดนย์ยังไม่ยอมปล่อยมือเลย’

ขวัญจิรารีบแกะมือหนาออกทันทีที่ได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ที่คนพูดคงคิดว่ามันเบาแล้ว ส่วนชายหนุ่มก็ยอมให้เธอหลุดจากการเกาะกุมของเขาโดยไม่คิดจะยื้อ แค่จับแขนแค่นี้ก็คิดกันไปได้ถึงไหนต่อไหน จินตนาการของคนนี่มันน่ากลัวจริงๆ

“เอาเป็นว่า ผมฝากทุกคนให้ต้อนรับผู้จัดการคนใหม่เป็นอย่างดีด้วย แล้วก็ฝากคุณเอื้องลดาช่วยให้คำแนะนำคุณขวัญจิราในช่วงนี้ไปก่อนนะครับ”

“ค่ะ” เสียงเอื้องลดาตอบรับอย่างแผ่วเบา

ขวัญจิราได้ใช้โต๊ะทำงานที่เคยเป็นของธนา โดยมีเอื้องลดานั่งทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ก็นั่งประจำตำแหน่งของตัวเองอยู่ด้านนอก เธอพอจะเห็นสายตาของหลายๆ คนในฝ่ายที่ดูไม่ค่อยพอใจกับคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่นัก และยังดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอเท่าที่ควร

การทำงานที่ใหม่ในวันแรกของขวัญจิราผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครพูด บอก หรือสอนอะไรเธอเลย แม้แต่เอื้องลดา จะมีก็แต่รัฐเขตและรัญชยาเท่านั้นที่โทรมาถามไถ่ในช่วงเลิกงาน

แต่ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น เธอกลับสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้ช่วยผู้จัดการ เอื้องลดาเริ่มพูดคุยและแนะนำการทำงานต่างๆ ให้บ้างแล้ว หลังจากที่นิ่งเฉยมาตั้งแต่พบหน้ากัน แม้ขวัญจิราจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี...ดีกว่าไม่มีใครพูดอะไรกับเธอเลย

หญิงสาวสังเกตว่าแฟ้มงานต่างๆ ของฝ่ายการตลาดจะถูกนำมาวางส่งไว้บนโต๊ะของเอื้องลดา จากนั้นผู้ช่วยคนเก่งก็จะจัดการกับแฟ้มเหล่านั้นทั้งหมดก่อนที่จะลำเลียงมาให้ผู้จัดการคนใหม่อย่างเธอดู...ใช่ แค่ดู

และจากการเฝ้ามองการทำงานของเอื้องลดาต่อไปอีกหลายวัน ขวัญจิราก็สรุปได้ว่าผู้ช่วยผู้จัดการคนนี้ช่างแสนดี ทำงานเก่ง ดูเหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดมากกว่าตัวเธอเสียอีก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าถ้ามีคนเก่งขนาดนี้อยู่ใกล้ตัว พัทธดนย์จะดั้นด้นซื้อตัวเธอมาทำไมกัน

แม้จะมีผู้ช่วยคอยทำงานให้ เอ๊ย! คอยให้คำแนะนำ แต่กระนั้นการทำงานที่ Spell ก็ห่างไกลจากคำว่าราบรื่นไปมาก เพราะงานที่นี่เน้นหนักที่การวิจัยตลาดซึ่งขวัญจิราไม่ถนัดเอาเสียเลย เอื้องลดาบอกว่างานที่ขวัญจิราถนัดจำพวกงานวางแผนสื่อหรือออกแบบแคมเปญการตลาดจะถูกมอบหมายให้บริษัทของเมฆินทร์เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด

เธอพลาดเองจริงๆ ทั้งที่เห็นว่าเป็นฝ่ายการตลาดเหมือนกันแต่ขอบเขตงานต่างกันลิบลับ ทำไมวันนั้นถึงไม่เฉลียวใจถามพัทธดนย์เรื่องนี้ก็ไม่รู้ แล้วจะทำยังไงกับการบริหารงานที่เธอไม่ถนัดนี่ดีล่ะ

เพียงสัปดาห์ที่สามของการทำงานที่ใหม่ ขวัญจิราก็ถูกเชิญให้เข้าร่วมประชุมฝ่าย ทั้งที่เธอยังไม่มีข้อมูลอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ซ้ำร้ายกว่านั้น เอื้องลดาดันมาลาป่วยอีก แต่ข่าวร้ายยังไม่สิ้นสุดเท่านี้ เมื่อมีกำหนดการแจ้งว่าพัทธดนย์จะร่วมประชุมกับฝ่ายการตลาดด้วย

เอาสิ...เอาเข้าไป อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ อีตาคุณดนย์นั่นต้องคอยหาเรื่องเธอกลางที่ประชุมแน่ๆ ก่อนหน้านี้เขาก็เคยมาเลียบๆ เคียงๆ ถามเธออยู่เหมือนกันว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ดูก็รู้ว่าไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วง ก็คงจะมาดูความคุ้มค่าของเงินเดือนที่ต้องจ่ายให้เธอนั่นแหละ

แล้วการประชุมก็ดำเนินไปตามวาระอย่างราบรื่น จนขวัญจิรารู้สึกดีที่มีพัทธดนย์ร่วมประชุมด้วย เพราะเขาจัดการทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอไม่รู้ได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งถึงช่วงสุดท้ายนี่แหละ อยู่ๆ เขาก็ถามอะไรบางอย่างขึ้นมา

“ผมยังไม่ได้รับรายงานของเดือนที่แล้วเลยนะครับ ทำไมคราวนี้ถึงส่งช้ากว่ากำหนด ติดปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”

“...” ทุกคนในห้องเงียบกริบ

“ว่ายังไงครับคุณผู้จัดการฝ่าย” เขาหันมามองขวัญจิราที่นั่งอยู่ถัดไป “ติดปัญหาอะไรก็บอกผมได้นะ”

ตอนแรกเธอคิดว่าจะไม่ต้องพูดอะไรในที่ประชุมแล้ว แต่อีตาจอมเวทนี่ดันจี้ถามแบบนี้จะให้บอกยังไงดีล่ะ ปัญหาเรื่องงานก็ไม่ถนัดมากพอแล้ว นี่ยังไม่รวมปัญหาเรื่องคนเลยนะ เพราะนอกจากเอื้องลดาแล้ว คนอื่นก็ไม่เห็นหัวเธอสักนิด ไม่มีการทักทาย ไม่มีการพูดคุยใดๆ จะมีก็แต่เสียงซุบซิบในประเด็นที่น่ากังขาเกี่ยวกับการได้มาซึ่งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเธอ

“ส่วนตัวฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่คะ คนอื่นๆ ในฝ่ายก็ไม่น่าจะมีปัญหาเหมือนกัน ทุกคนก็ยังส่งแฟ้มงานทุกอย่างที่คุณเอื้องลดาตามปกติ” เธอตอบตามสิ่งที่เห็นและเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น

“ส่งทุกอย่างที่คุณเอื้อง ส่งทำไม? เอกสารบางอย่างไม่จำเป็นต้องผ่านผู้ช่วยนี่” พัทธดนย์ถามกลับทันที

“...” ทั้งห้องยังคงเงียบสนิท

“มีใครพอจะอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังได้ไหมครับ ทำไมไม่ส่งงานที่ผู้จัดการฝ่ายโดยตรง”

“พวกเราเห็นว่าคุณขวัญจิรา...เพิ่งมาทำงานนี่ครับ น่าจะยังต้องใช้เวลาเรียนรู้งานสักพักใหญ่ๆ และการที่พวกเราส่งงานที่คุณเอื้อง เธอก็จัดการแทนคุณขวัญจิราได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” พนักงานชายคนหนึ่งรายงาน

“พวกคุณก็เลยไม่เห็นความสำคัญของผู้จัดการฝ่ายคนใหม่ ที่ผมอุตส่าห์ดั้นด้นไปเจรจาเพื่อให้ได้เขามาร่วมงานกับ Spell น่ะเหรอ” พัทธดนย์พูดเสียงดังคล้ายไม่สบอารมณ์

“แต่คุณเคยบอกให้พี่เอื้องช่วยฉันเองนี่” ขวัญจิราพยายามอธิบายแทน

“ผมแค่ให้เขาช่วยแนะนำ ไม่ได้ให้ทำทุกอย่างแทนแบบนี้” เขาเสียงเบาลงกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้อารมณ์ดีขึ้น

“แต่ฉันยังไม่รู้...เอ่อ...ไม่คุ้นเคยกับระบบของที่นี่เลย ถ้าพี่เอื้องไม่ทำ ฉันก็ทำไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ”

“แต่เขาเป็นแค่ผู้ช่วย จะทำหน้าที่ข้ามหน้าข้ามตาผู้จัดการอย่างคุณได้ยังไง ผมว่าคุณเอื้องทำไม่ถูก แล้วผมก็จะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ พรุ่งนี้ช่วยแจ้งให้คุณเอื้องไปพบผมเป็นการส่วนตัวด้วยนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวแก่ผู้จัดการสาวที่อยู่ข้างๆ แล้วหันไปหาทุกคนในห้องประชุมอีกครั้ง “ส่วนพวกคุณ ผมขอให้ทุกคนให้เกียรติคุณขวัญจิรามากกว่านี้ ส่งงานที่เธอโดยตรง และรอรับคอมเม้นท์จากเธอด้วย อ่อ...รับแล้วก็ปฏิบัติตามด้วยนะ”

ขวัญจิรารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ ราวกับคดีพลิก ทั้งที่คิดว่าพัทธดนย์จะต้องหาทางกลั่นแกล้งเธอ แต่เขากลับทำเหมือน...พยายามปกป้อง แต่มันจะใช่เหรอ

 

“เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้างคะคุณดนย์ คนในฝ่ายว่ายังไงกันบ้าง ไม่รู้ว่าคุณดนย์จะให้พี่ลาป่วยทำไม พี่อยากเข้าประชุมด้วยใจจะขาด” เอื้องลดาขึ้นมาพบพัทธดนย์ในห้องทำงานของเขาในเช้าวันรุ่งขึ้นตามคำสั่ง แล้วถามถึงแผนการที่วางไว้อย่างกระตือรือร้น

“ขอบคุณนะครับที่พี่เอื้องยอมลาป่วยตามที่ผมขอ แต่ที่ผมไม่ให้พี่อยู่ร่วมประชุมก็เพราะผมอยากเห็นน่ะสิครับ ว่าลับหลังพี่เอื้อง ใครมีท่าทียังไง จริงๆ แล้วเมื่อวานก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ คนในฝ่ายก็ไม่ค่อยมีใครพูดอะไรที่นอกเหนือจากวาระการประชุมตามปกติ แต่ผมก็แกล้งหาเรื่องไม่พอใจพี่เอื้องตามแผนนั่นแหละ”

“แล้วเป็นยังไงต่อคะ”

“เท่าที่ประเมินดู ผมว่าคนในฝ่ายก็เห็นใจพี่เอื้องอยู่หลายคนนะครับ แม้แต่ขนมเองก็ด้วย เขาถึงขนาดพยายามปกป้องพี่ด้วยตัวเองเลย”

“เอ่อ...แล้วอย่างนี้คุณดนย์จะไม่ถูกนินทาแย่เหรอคะ ตอนแรกที่บอกพี่ว่าจะดึงคนจาก Wish มา พี่ยังตกใจเลย”

“พี่เอื้องกลัวผมจะโดนด่าว่าวิสัยทัศน์ไม่กว้างไกลน่ะเหรอครับ” เขายิ้ม “ผมก็รู้อยู่แล้วนะว่าคนไม่เข้าใจเหตุผลของผมคงจะคิดแบบนั้น แต่ถ้าไม่ยอมแลกอะไรเลย แผนที่วางไว้มันก็ไปต่อไม่ได้”

เดิมทีพัทธดนย์ตั้งใจไว้ว่าจะดึงคนนอกเข้ามา ในเมื่อคนในฝ่ายอยากได้หัวหน้าที่ไม่เนี้ยบเรื่องงาน เขาก็กะว่าจะหาคนที่ดูไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเอาเสียเลยมาให้ จากนั้นก็ดูท่าทีและการตอบรับจากคนในฝ่าย ถ้าทุกคนยอมรับผู้จัดการอ่อนประสบการณ์อย่างขวัญจิรา พัทธดนย์ก็วางแผนไว้ว่าจะให้เอื้องลดาเล่นบทร้ายใส่และไม่ยอมสอนงานให้ ถึงเวลานั้นงานในฝ่ายก็จะชะงัก เพราะผู้จัดการใหม่ยังทำงานไม่เป็นแน่ๆ สุดท้ายพัทธดนย์ก็จะเป็นคนลงดาบฝ่ายการตลาดทั้งหมด ในขณะเดียวกันเขาก็จะทำทีเป็นถูกอกถูกใจการทำงานของเอื้องลดามาก และจะบ่นเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นว่ามีคนเก่งอยู่ใกล้ตัว ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมจ่ายเงินเดือนสูงลิ่วให้กับผู้จัดการที่ทำผลงานได้ไม่ถึงครึ่งของผู้ช่วยเลย

แต่จากการประเมินสถานการณ์จริงก็พบว่าคนในฝ่ายไม่ค่อยยอมรับขวัญจิรานัก เพราะทั้งเด็ก ทั้งไม่เก่งอย่างที่หวัง ทั้งสงสัยว่าจะเป็นเด็กเส้น ซ้ำยังมาจากบริษัทคู่แข่งอีก นี่จึงเป็นสาเหตุให้พัทธดนย์ต้องเปลี่ยนไปใช้แผนสอง... แผนการที่จะบีบให้คนในฝ่ายต้องเลือกข้าง เพราะถ้าไม่ยอมรับผู้จัดการคนใหม่ก็ต้องยอมรับผู้ช่วยผู้จัดการคนเก่าให้ได้

“แล้วคุณดนย์ไม่เรียกน้องขนมมาคุยพร้อมพี่เหรอคะ ว่าจะทำยังไงกันต่อไป”

“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคุยนี่ครับ เพราะผมไม่ได้บอกอะไรเขาตั้งแต่แรกแล้ว”

“หมายความว่าน้องขนมไม่รู้เรื่องแผนของคุณดนย์หรอกเหรอคะ” เอื้องลดาแปลกใจเอามากๆ

“ครับ” เขาตอบรับหน้าตาย

“อ้าว...ดีนะที่พี่ไม่ต้องเล่นบทร้ายใส่แก ไม่งั้นพี่คงสงสารน้องเขาแย่”

“ก็ดีที่คนในฝ่ายพอจะแยกแยะเรื่องความเหมาะสมได้อยู่บ้าง ถ้าพวกเขาเลือกที่จะยอมรับขนมละก็...ผมคงต้องหาพนักงานใหม่ยกฝ่าย”

“แต่มันจะไม่ใจร้ายไปเหรอคะคุณดนย์ ที่เอาน้องเขามาให้ถูกเกลียดแบบนี้น่ะ”

“เพราะอย่างนั้นผมถึงพยายามทำให้ทุกคนเห็นว่าผมเข้าข้างเขา และถือหางเขาอยู่นี่ไงครับ”

“คนอื่นก็จะได้คิดว่าเป็นเด็กเส้น แล้วก็จะยิ่งเกลียดน้องเขามากขึ้นน่ะสิคะ ถึงน้องขนมจะยังขาดประสบการณ์ แต่เท่าที่สอนงานกันมา พี่ว่าเด็กคนนี้มุ่งมั่นดีนะ แล้วถ้าจบแผนนี้ คุณดนย์จะทำยังไงต่อล่ะคะ”

“จบแผนนี้...ผมก็แต่งตั้งพี่เอื้องเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดอย่างที่มันควรจะเป็นน่ะสิครับ”

“พี่หมายถึงน้องขนมน่ะค่ะ คุณดนย์จะเอาเขาไปอยู่ตรงไหน จะไล่ออกหรือจะให้เป็นลูกน้องพี่ในฝ่ายการตลาด พี่ก็ว่าไม่เหมาะแล้วนะคะ” เอื้องลดาเป็นห่วงขวัญจิราจริงๆ จะเรียกว่าถูกชะตากันก็ได้ ยิ่งรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับแผนนี้ตั้งแต่ต้น ก็ยิ่งห่วงและสงสารมากขึ้นไปอีก

“ไม่ต้องห่วงครับพี่เอื้อง ผมไม่หักหน้าเขาแบบนั้นแน่ ยิ่งเรื่องไล่ออกหรือบีบบังคับให้ออกผมยิ่งไม่ทำ แต่ถ้าเขาจะลาออกเองผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน” พัทธดนย์กล่าวจริงจัง พร้อมรอยยิ้มมุมปาก

“ฟังดูเหมือนเขาสำคัญกับคุณดนย์มากกว่าแค่มาช่วยเหลือสถานการณ์ในฝ่ายการตลาดนะคะ”

“ก็ทำนองนั้นแหละครับ ผมกับเขามีเรื่องที่ยังค้างคากันอยู่ และผมต้องให้เขาทำงานใน Spell ต่อไปแน่ๆ”

“ว่าแต่ แผนขั้นต่อไปของเราจะยังไงกันดีคะ”

“ขั้นต่อไปน่ะเหรอ...” ชายหนุ่มกล่าวแค่นั้น แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น