สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 26 : ผู้จัดการคนใหม่ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

“ตรงเวลาดีนี่” นั่นเป็นคำที่จอมเวทไอทีใช้กล่าวต้อนรับขวัญจิรา เมื่อปาลิตาพาเธอเข้ามาส่งในห้องผู้บริหารบนชั้นสิบเก้าของสำนักงานบริษัท Spell “คุณรอผมเคลียร์งานแป๊บนึงนะ เสร็จแล้วจะพาลงไปแนะนำที่ฝ่ายการตลาด”

เริ่มต้นการทำงานวันแรก ขวัญจิราก็ถูกจับมานั่งจุ้มปุ๊กรออยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานเขา ถือเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมากจนน่าอึดอัด

“ให้เลขาของคุณหรือฝ่ายบุคคลพาไปก็ได้ ฉันจะได้ไม่ต้องรอ”

“ไม่ได้หรอก ระดับผู้จัดการฝ่ายการตลาดแบบคุณ ผมต้องลงไปแนะนำด้วยตัวเองถึงจะสมเกียรติ”

“แต่ฉัน...”

“มาวันแรกก็ขัดคำสั่งเจ้านายซะแล้ว รอนิดรอหน่อยไม่ได้หรือไงคุณ” พัทธดนย์ทำเสียงเรียบเหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เธอพูด และยังคงทำงานของตนต่อไป

“...” ขวัญจิราเงียบสนิท รู้ว่าเถียงไปก็เท่านั้น สู้เก็บปากเก็บเสียงเอาไว้หาโอกาสด่าเขาให้เจ็บแสบ คงจะได้ประโยชน์ในแง่ความสะใจส่วนตัวของเธอมากกว่า

เมื่อห้องทำงานของผู้บริหารกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ขวัญจิราก็ได้แต่กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย และลอบมองสำรวจห้องเขาไปทั่วๆ

ห้องนี้ดูโปร่งสบายตา มีชุดโซฟารับแขกอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องแต่ไม่ห่างจากโต๊ะทำงานมากนัก ผนังด้านอื่นๆ ถูกตกแต่งด้วยรูปภาพและชั้นวางของ แถมมีห้องน้ำภายในตัวด้วย แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็ไอ้ประตูกระจกทางทิศตะวันออกนั่นแหละ ไม่รู้ว่าหลังประตูนั่นจะเป็นทางเดินไปไหนหรือเป็นห้องอะไรกันแน่

‘เขาจะซ่อนความลับไว้ที่ส่วนไหนของห้องนี้บ้างหรือเปล่านะ’

ขวัญจิราคิดในใจขณะสำรวจห้องคร่าวๆ ด้วยสายตา ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากหาโอกาสเข้ามาสำรวจห้องทำงานเขาให้มากกว่าแค่มองสักครั้ง

หญิงสาวคิดวนไปมา แล้วสายตาก็มาจบลงที่ใบหน้าของพัทธดนย์ซึ่งอยู่ในระดับสายตาพอดี คิ้วเขาหนาเข้มรับกับดวงตาคมกริบ จมูกก็โด่งเป็นสันอย่างน่าอิจฉา ปากเขาเวลาที่ไม่พูดคำร้ายๆ ออกมามันก็ดูดีไม่หยอก บางทีการได้นั่งมองเขาก็เพลินตาดีเหมือนกัน

จอมเวทแห่ง Spell นั่งทำงานไปเรื่อยๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาแบบไม่กลัวเขาเขิน ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะชินเสียแล้วกับการถูกจับจ้องอย่างเปิดเผย และมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เขาเริ่มรับงานในวงการบันเทิงตั้งแต่เจ็ดแปดปีก่อน แม้ปัจจุบันเขาจะออกมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว และไม่สนใจทำงานในวงการบันเทิงอีกก็ตาม

ทุกคราที่ถูกจับจ้อง เขามักจะไม่ใส่ใจหรือแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายขัดเขิน แต่ขวัญจิรามองเขาไม่วางตามาพักใหญ่แล้ว ถ้าคราวนี้เขาจะขอลองทำอะไรที่แปลกไปจากเดิมหน่อย ก็คงได้ล่ะมั้ง

พัทธดนย์เงยหน้าจากงานของตนแล้วจ้องกลับไปยังใบหน้าอ่อนเยาว์ของคนตรงหน้าด้วยสายตาวิบวับ แบบจงใจหลอมละลายอีกฝ่ายให้แหลกลาญคาโต๊ะทำงาน เจอแบบนั้น ขวัญจิราถึงได้หลุดจากภวังค์ เธอกะพริบตาถี่ๆ แล้วรีบหลบสายตาพิฆาต

“งั้นฉันไปนั่งรอที่โซฟานะ” เธอกล่าวเสียงเบา แล้วรีบลุกออกไปจากตำแหน่งเดิม โดยไม่รอฟังคำอนุญาตจากเจ้าของห้องสักนิด เมื่อมั่นใจว่าหลบพ้นจากสายตาคมกริบนั่นแล้ว ผู้จัดการคนใหม่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อหาอะไรฆ่าเวลา จนได้เห็นว่ารัฐเขตส่งข้อความมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เธอจึงตอบกลับข้อความนั้นพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม โดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของเธออยู่เป็นระยะ

พักใหญ่กว่าพัทธดนย์จะวางมือจากงานของตน เขาเปิดลิ้นชักหยิบกล่องอะไรสักอย่างมาวางไว้บนโต๊ะ ขวัญจิราก็เห็นไม่ถนัด แล้วอยู่ๆ เขาก็ก้าวเข้ามาหาเธอที่โซฟา

“ผมขอโทรศัพท์คุณหน่อยสิ”

“โทรศัพท์ฉัน...เพื่อ?”

“ไม่เขวี้ยงทิ้งหรอกน่า เอามาเถอะ” เขายื่นมือมาหมายจะคว้าสิ่งที่ขอ แต่เจ้าของโทรศัพท์กลับไม่ยอมส่งให้

“ไม่เขวี้ยงทิ้ง แต่จะยึดไว้แฮกค์ข้อมูลล่ะสิ เสียใจด้วยนะ...โทรศัพท์ฉันไม่มีข้อมูลอะไรที่คุณอยากได้หรอก” เธอบอกเขาอย่างมั่นใจมาก

หลังจากกอดลารัฐเขต หญิงสาวก็ถามเขาแบบไม่แน่ใจว่าจะต้องคืนโทรศัพท์มือถือที่ได้รับมาในช่วงที่ทำงานกับ Wish หลังจากลาออกไหม แต่พ่อมดไฮเทคกลับยิ้มแล้วบอกว่าเขายินดีมอบให้เธอ แถมแนะนำให้ลบข้อมูลและประวัติทั้งหมดในนั้นออกก่อนย้ายมาทำงานที่ Spell เพื่อป้องกันไม่ให้พัทธดนย์หรือใครก็ตามดึงข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งขวัญจิราก็ทำตามทั้งที่คิดว่ามันไม่จำเป็น เพราะเธอไม่ได้เก็บความลับหรือข้อมูลสำคัญของ Wish ไว้ในโทรศัพท์อยู่แล้ว

ทันใดนั้นหน้าจอโทรศัพท์ก็เตือนว่ารัฐเขตส่งข้อความมา ซึ่งพัทธดนย์เห็นมันชัดเจน หญิงสาวจึงรีบซ่อนโทรศัพท์มือถือของตัวเองไว้ด้านหลังแล้วขยับเข้าไปให้ตัวเองชิดพนักโซฟามากที่สุด

“เหรอ?” เสียงของเขาฟังดูก็รู้ว่าไม่เชื่อ ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ เธออย่างรวดเร็ว แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จงใจจ้องตาเธอในระยะประชิด “โทรศัพท์คุณไม่มี แต่ตัวคุณคงมีสินะ”

เขาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนหญิงสาวต้องเอนตัวแทบลู่ลงไปกับโซฟา การสบตาเขาในระยะแค่คืบจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาแบบนี้มันช่างอันตรายต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอมากจริงๆ

ทำยังไงดีนะ...หลับตาเสียดีไหม

พัทธดนย์ยิ้มออกมาทันทีที่หญิงสาวตรงหน้าหลับตาปี๋ เธอจะรู้ไหมว่าการทำแบบนี้มันตีความได้ว่ายอมให้ ‘จูบ’ แต่เขาไม่ได้เข้าประชิดเธอด้วยความต้องการแบบนั้น ทว่าเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจ ซึ่งน่าจะได้ผลดีเกินคาด

ขวัญจิรารู้ตัวอีกทีก็เมื่อพัทธดนย์ลุกออกจากโซฟาไปแล้ว เมื่อลืมตาก็เห็นว่าในมือขวาของเขาถือของบางอย่างที่เธอคุ้นเคยไว้แน่น...โทรศัพท์มือถือ

‘บ้าจริง! เอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่รู้ตัวเลย’ เธอตำหนิตัวเองในใจที่ปล่อยให้เขาเอาของสำคัญออกไปจากมือเธอได้ง่ายดาย

“ผมคงต้องขอขัดจังหวะการสนทนากับ ‘เจ้านายเก่า’ ของคุณสักครู่ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับ” จอมเวทแห่ง Spell พูดทั้งที่ไม่ได้หันมามองเธอสักนิด เขารีบเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน แล้วทำการถอดชิ้นส่วนบางอย่างออกจากโทรศัพท์เครื่องนั้น

“เฮ้ย!! นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ เอาของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” เจ้าของโทรศัพท์เดินเร็วๆ เข้ามาหา พร้อมเอื้อมมือทั้งสองหมายจะคว้าสมบัติของเธอคืน แต่เขากลับหันหลังเอาตัวเองกันเธอไว้เสียมิด แล้วก้มหน้าก้มตาทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อไป

“นี่ หยุดยื่นไม้ยื่นมือข้ามตัวผมซะที” เขาบอกพร้อมหมุนตัวกลับมากะทันหัน ซึ่งเธอก็หยุดตามที่เขาว่า แต่จากท่าทีที่หญิงสาวชะงักค้างไว้ตอนนี้มันดูราวกับว่าเธอกำลังอ้าแขนพร้อมที่จะตระกองกอดเขาเต็มประดา

ทั้งสองคนต่างตกใจกับตำแหน่งการยืนแปลกๆ ของตัวเอง แต่ขวัญจิราเป็นฝ่ายที่ถอยหลังออกไปก่อนราวกับติดสปริง

“แล้วคุณทำบ้าอะไรตั้งนานสองนาน”

“นี่ไง” เขายื่นโทรศัพท์มือถือแบรนด์ Spell เครื่องใหม่แกะกล่องส่งให้เธอ “ผมแค่จะเอาโทรศัพท์ใหม่ให้คุณ นี่อุตส่าห์ช่วยเปลี่ยนซิมให้ด้วยนะ”

“เอามาให้ทำไม ในเมื่อเครื่อง Wish ของฉันก็ยังใช้งานได้ดี” เธอชี้ไปยังโทรศัพท์มือถือ Wish ที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานเขา

“แต่ตอนนี้คุณทำงานเป็นผู้บริหารคนหนึ่งของ Spell จะมาถือเครื่องของบริษัทคู่แข่งเดินไปเดินมา ผมคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะ”

“นี่เป็นสวัสดิการที่คุณให้กับพนักงานทุกคนเหมือนๆ กันเหรอ”

“เปล่า” คำตอบแรกของชายหนุ่มเหมือนจะให้คนฟังเข้าใจว่าได้อภิสิทธิ์ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ “เพราะผมให้พนักงานคนอื่นเลือกใช้ตามความสมัครใจ แต่กับคุณ...ผมบังคับซื้อ โดยจะหักค่าเครื่องจากเงินเดือนสูงลิ่วของคุณไง”

“เฮ้ย! ไม่แฟร์นี่” ขวัญจิราโวยวายทันที

“ถ้าคิดว่ามันไม่แฟร์ ผมยอมขาดทุนก็ได้ ถ้าคุณเอาเครื่องเก่ามาแลก ผมก็จะไม่หักเงินเดือนคุณ ตกลงไหม”

“ฉันไม่ตกลง ไม่แลก และไม่รับเงื่อนไขอะไรของคุณทั้งนั้นแหละ”

“คุณไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้นหรอก เพราะยังไงผมก็จำเป็นต้องยึดเครื่องเก่าคุณไว้ ไม่มีทางปล่อยให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดใช้เครื่อง Wish แน่ๆ มันเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ คนจบการตลาดอย่างคุณน่าจะเข้าใจนะ” พัทธดนย์คว้ามือของหญิงสาวหงายขึ้นแล้วยัดอุปกรณ์สื่อสารนั้นใส่มือเธอ “รับไปซะ อย่าต้องให้บังคับ”

“แล้วที่ทำอยู่นี่ไม่ได้เรียกว่าบังคับหรือไง” เธอบ่นอุบอิบเสียงเบา แต่เขาได้ยิน

“บ่นอะไรอีกล่ะ”

“เออ...รับก็ได้ แต่คืนเครื่องนั้นให้ฉันไม่ได้เหรอ” เธอดึงมือออกจากเขา พร้อมส่งสายตาเว้าวอนไปที่โทรศัพท์เครื่องเก่าปานจะขาดใจ

“ไม่ได้ คุณจะกังวลทำไม ในเมื่อคุณบอกเองว่ามันไม่มีความลับอะไรอยู่แล้วนี่” เขาย้อนคำที่เธอเคยพูด แล้วตัดปัญหาโดยการเก็บโทรศัพท์ Wish บนโต๊ะไปไว้ในลิ้นชัก พร้อมล็อกกุญแจเสร็จสรรพ “หยุดเรื่องเยอะ แล้วรีบตามผมมา ป่านนี้คนในฝ่ายคงรอคุณแย่แล้ว”

ขวัญจิราจำต้องทำตามคำสั่งเขาอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่เสียดายเครื่องเดิมใจจะขาด ระหว่างนั้นจอมเวทหนุ่มก็พาเธอเดินผ่านโต๊ะเลขาเขาและพื้นที่ส่วนหนึ่งในฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อมายังลิฟท์ที่ใช้ไปยังฝ่ายการตลาด ตลอดการเดินทางทั้งเธอและเขาต่างเงียบสนิท ไร้ซึ่งการสนทนาใดๆ จนกระทั่งพัทธดนย์เดินนำเธอมาจนถึงที่หมาย

********************************

คุณดนย์อย่าเข้าใกล้ขนมมากนะคะ...มันอันตราย

ไม่ใช่กลัวขนมเขินนะ แต่ช่วงนี้ COVID 19 ระบาด เราต้องมีระยะห่างกันนิสนึงงงง

แฮ่!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น