[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 17 : รับศิษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,980 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

การที่กองงานราชสกุลฯ ระบุให้ซูอวี้กลับไปมีความเป็นไปได้เพียงประการเดียวคือ ตรวจสอบแล้วพบว่าซูอวี้ยังไม่มีพันธะหมั้นหมาย ทั้งยังไม่ได้ส่งเทียบนาม ทำผิดกฎจำต้องลงโทษโดยการโบยเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น

อันหงอี้กะพริบตาปริบ ๆ “มาส่งเทียบนามเอาตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว” พลางนึกในใจว่าซูอวี้ไฉนอยู่ ๆ ก็คิดได้ว่าต้องไปเข้าร่วมการคัดเลือกล่ะนี่ ก่อนหน้านี้ทำท่าไม่เต็มใจมาตลอดเลยไม่ใช่หรือ

ซูอวี้ถอนใจ รู้ว่าตัวเองคิดเพ้อฝันเกินไป ได้แต่เดินหน้าม่อยคอตกกลับไปอย่างอิดออด ในหัวก็คิดวางแผนไปด้วยว่าหากหอบเงินหนีไปตอนนี้ยังทำได้หรือไม่

ทั่วราชอาณาจักรของราชวงศ์ต้าอันมีแต่ความสงบสุข การควบคุมดูแลประชากรเป็นไปอย่างทั่วถึง กระทั่งขอทานบนถนนยังลงทะเบียนมีหลักฐาน ไม่นับพวกนักโทษหลบหนีเข้าป่าไปตั้งตนเป็นหัวหน้าโจร หากใครจะซื้อที่นาบ้านช่องแต่งงานหรือว่าตายย่อมต้องผ่านทางการทั้งสิ้น ซูอวี้ที่เป็นพ่อครัวคนหนึ่ง ความเป็นไปได้ในการหลบหนีเข้าป่าไปตั้งตนเป็นหัวหน้าโจรนั้นก็คือ...ติดลบ...

เขาสะบัดศีรษะ โยนความคิดเพ้อเจ้อเหล่านั้นทิ้งก่อนจะหยิบเงินจำนวนหนึ่งที่อยู่บนตู้มา ทั้งกำชับเจาอ๋องว่าหากเขาถูกจับตัวไปละก็ โปรดจำไว้ว่าต้องมาช่วยเขาให้ได้ จากนั้นก็รีบกลับบ้านไป

อันหงอี้ได้ฟังความกังวลใจของซูอวี้ก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “เขาเป็นอะไรของเขาล่ะนี่”

ท่านหยวนค่อย ๆ เดินออกมา “เขากลัวกองงานราชสกุลฯ จะสืบสาวความผิดเรื่องที่เขาไม่ได้ส่งเทียบนามน่ะพ่ะย่ะค่ะ”

เจาอ๋องพอได้ฟังก็หัวเราะเสียจนน้ำหูน้ำตาไหล “ซูอวี้ผู้นี้ช่างตลกเสียจริงฮ่าฮ่าฮ่า...”

ท่านหยวนลืมบอกซูอวี้ไปว่า ขอแค่ไม่ใช่คนรูปงามจนเลื่องชื่อ โดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีใครมาคิดเล็กคิดน้อยกับชายหนุ่มที่ไม่ยอมเข้าร่วมการคัดเลือกอยู่แล้ว

ประตูใหญ่ของสกุลซูเปิดไว้กว้าง คนทั้งหมดมารวมตัวในห้องโถงใหญ่ ขุนนางของกองงานราชสกุลฯ สองท่านยืนอยู่กลางห้อง สีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก

ซูเซี่ยวจางคอยดูแลอยู่ที่โถงหน้าอย่างพินอบพิเทา ส่วนพวกผู้หญิงก็นั่งอยู่ด้านหลังฉากกั้นรอฟังพระราชโองการ

“เขาไม่ใช่หัวหน้าตระกูลเสียหน่อย เหตุใดจึงต้องรอเขากลับมาด้วย” ซูอิ่งยืนอยู่ข้างกายป้าสะใภ้บ่นพึมพำเสียงเบา นางเป็นบุตรีของอนุฯ การคัดเลือกใหญ่ถือเป็นโอกาสเดียวที่นางจะได้เลื่อนฐานะ จะไม่ให้นางร้อนใจได้อย่างไร

“เรื่องใหญ่ในสกุลซู อวี้เอ๋อร์ย่อมสมควรรับรู้เป็นธรรมดา” จ้าวซื่อกล่าวเสียงเย็นชา

เมื่อได้ยินคำว่า ‘เรื่องใหญ่’ คางของซูอิ่งก็เชิดสูงขึ้นเล็กน้อย จะว่าไปก็ใช่ คราวนี้ขอเพียงนางได้เข้าวัง นางก็จะมีตำแหน่งสูงที่สุดในบ้านนี้ ซูอวี้ที่คล้ายตี๋จื่อกลาย ๆ นั่น วันข้างหน้าก็ยังต้องคอยมองสีหน้าของนาง สมควรให้เขาได้รู้ไว้จริง ๆ นั่นแหละ

“เจ้าเหตุใดจึงกลับมาช้าถึงเพียงนี้ ทำให้ใต้เท้าทั้งสองท่านต้องรอเสียนาน” ซูอวี้เพิ่งจะเดินเข้าโถงหน้ามาก็ถูกลุงใหญ่ตำหนิเขาอย่างไม่ไว้หน้าทันที พูดไปก็คอยชำเลืองมองสีหน้าขุนนางทั้งสองไปด้วย

ซูอวี้ไม่สนใจท่านลุง ล้วงเงินออกมาสองก้อนเดินเข้าไปมอบให้ขุนนางทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มเต็มหน้า “ร้านของข้าอยู่เสียไกล ทำให้ใต้เท้าทั้งสองท่านต้องรอนาน ต้องขออภัย”

ขุนนางทั้งสองรับเงินไว้อย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดาแต่สีหน้ายังคงเฉยชาดังเดิม “ในเมื่อมาแล้วก็รับราชโองการเถอะ”

ซูอวี้ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ด้วยรู้สึกว่าคราวนี้ตนคงยากจะพ้นคราวเคราะห์ จึงตัดสินใจติดสินบนไว้ก่อน โดยหารู้ไม่ว่ากลับกลายเป็นโชคดีโดยไม่รู้ตัว ความจริงแล้วเมื่อขุนนางของกองงานราชสกุลฯมาประกาศรายชื่อ ย่อมต้องมีเงินใส่ซองให้เป็นสินน้ำใจอยู่แล้ว

มองคนทั้งสองที่ไม่ทำท่าซาบซึ้งหวั่นไหวสักนิด ซูอวี้ก็ยิ่งใจฝ่อลงไปอีก กัดฟันล้วงลูกปัดเงินจากถุงพกออกมาอีกสองเม็ด นี่เป็นค่าอาหารจานใหม่วันนี้ที่เขาเพิ่งจะไถจากเจาอ๋องมาได้ “ลำบากทั้งสองท่านแล้วเ ชิญนั่งขอรับ”

ขุนนางทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง ยามนี้จึงมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง ขุนนางท่านหนึ่งกล่าวว่า “นายน้อยซูอายุยังน้อย แต่มีความสามารถ อนาคตข้างหน้าคงสุดจะประมาณเป็นแน่”

ลุงใหญ่เห็นภาพนี้เข้าสีหน้าก็ดำทะมึนราวกับก้นหม้อไปแล้ว

เพราะว่าบัญชีรายชื่อนี้ได้รับการเห็นชอบโดยพระราชวินิจฉัยแล้ว เวลากองงานราชสกุลฯ มาประกาศราชโองการ ทุกคนล้วนต้องคุกเข่ารับฟัง ซูอวี้เชิญขุนนางทั้งสองยืนในตำแหน่งประธาน ก่อนจะคุกเข่าเองโดยไม่ต้องให้ใครมาบอก คนทั้งหมดในห้องโถงก็คุกเข่าตาม

“...ตามที่ได้ตรวจทานรายชื่อจวนแม่ทัพระดับสองแห่งสกุลซู ให้ซูอวี้ซูอิ่งสองคนเข้าร่วมการคัดเลือกวันที่สามเดือนเจ็ด ยามเหม่าให้ไปรายงานตัวที่ลานด้านหน้าของกองงานราชสกุลและบรรดาศักดิ์”

(T/N ยามเหม่าหมายถึง เวลาตั้งแต่ 5.00น. - 7.00น.)

เข้าร่วมการคัดเลือกหรือ ซูอวี้ตาค้าง ตามความเป็นจริงแล้วหากหลบหนีการคัดเลือกก็ต้องถูกตีไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงยังมีสิทธิ์เข้าร่วมโดยชอบธรรมอยู่อีกล่ะนี่

ขุนนางทั้งสองจากกองงานราชสกุลฯ ไม่ได้พูดอะไรอีก ยิ้มให้ซูอวี้พลางกล่าวแสดงความยินดี แล้วก็จากไปยังบ้านอื่นต่อ เหลือแต่ซูอวี้ที่ยืนคิดจนหัวแทบแตกก็ยังไม่เข้าใจรวมทั้งลุงใหญ่ที่สีหน้าดูไม่ได้ไว้ที่เดิม

“น้องสะใภ้ ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” ซูเซี่ยวจางหันไปผลักฉากกั้นออกอย่างโมโห ทำเอาซูจื่อตกใจกลัวจนอุทานออกมา

ซูอวี้ได้สติในทันที รีบเดินเข้าไปขวางหน้าแม่ใหญ่กับน้องสาวไว้ “ท่านลุง ท่านจะทำอะไร”

จ้าวซื่อลุกขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านพลางจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย “ก็แค่เข้าร่วมพอเป็นพิธีเท่านั้นเอง ลุงใหญ่จะกังวลไปไย”

ถึงแม้จะบอกว่าราชวงศ์ต้าอันคัดเลือกสนมชาย แต่เงื่อนไขการคัดเลือกสนมชายนั้นโหดมาก คนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปได้ล้วนเป็นมังกรในหมู่มนุษย์ ลูกหลานกลุ่มซวินกุ้ยส่วนใหญ่เข้าร่วมพอเป็นพิธีเท่านั้น ทว่าหากโชคดีได้อยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ก็ จะมีประโยชน์ใหญ่หลวงต่ออนาคตในวันข้างหน้า

นี่คือสาเหตุที่ทำให้ซูเซี่ยวจางพยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวางไม่ให้ซูอวี้ได้เข้าร่วมการคัดเลือกครั้งนี้ ตลอดมาสกุลซูมีซูเซี่ยวจางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ติดต่อกับผู้มีฐานันดรศักดิ์และบรรดาศักดิ์ภายนอก ส่วนซูอวี้ถูกเลี้ยงให้อยู่แต่ในเรือนจนไม่รู้จักใคร หากซูอวี้ฉวยโอกาสครั้งนี้สร้างเส้นสายติดต่อกับผู้อื่นได้ ความพยายามในช่วงสองสามเดือนมานี้ของเขาคงต้องสูญเปล่าแล้ว

“ไหนตอนนั้นตกลงกันไว้เสียดิบดีว่ายกร้านค้าให้เจ้า แล้วเจ้าจะสละสิทธิ์บรรดาศักดิ์ แต่ที่เห็นวันนี้คือตกลงจะเอาทั้งสองทางเลยสินะ ”ป้าสะใภ้หลี่ซื่อเท้าสะเอวชี้จมูกจ้าวซื่อ “ข้าขอบอกไว้เลยนะ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด หากจะไปเข้าร่วมการคัดเลือกใหญ่ เช่นนั้นก็มอบเซียนหม่านถังมาให้ข้า”

กิจการของเซียนหม่านถังดีวันดีคืน ตอนนี้ในเมืองหลวงถือว่าเป็นที่รู้จักทั่วทุกครัวเรือน เป็นที่อิจฉาตาร้อนของเรือนใหญ่อย่างยิ่ง มาวันนี้ได้เห็นซูอวี้ใช้เงินมือเติบปานนั้น เงินหลายตำลึงก็ควักออกตาไม่กะพริบด้วยซ้ำ จึงอดรนทนไม่ไหวเสียแล้ว

ซูอวี้มองป้าสะใภ้ราวกับมองมนุษย์ต่างดาว คนอะไรหนังหน้าหนาไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

“ตอนนั้นเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ชัดเจนแล้ว ร้านค้านั่นเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของอวี้เอ๋อร์” จ้าวซื่อฉุดซูอวี้ออกมาเพื่อไม่ให้โดนน้ำลายของหลี่ซื่อกระเด็นใส่หน้า “จะว่าไป จะได้เข้าร่วมการคัดเลือกหรือไม่ล้วนอยู่ที่กองงานราชสกุลฯ เป็นผู้ตัดสิน ใช่เรื่องที่เจ้าหลี่อวิ๋นซิ่วจะมากรีดมือวาดเท้าบัญชาการตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

ลุงใหญ่โกรธจนหน้าแดงอีกทั้งยังเถียงไม่ขึ้น ถึงอย่างไรการเข้าร่วมคัดเลือกก็ไม่ได้หมายถึงการสืบทอดบรรดาศักดิ์จริง ๆ เสียด้วย น่าแค้นใจนัก เขาสู้อุตส่าห์วิ่งเต้นอยู่หลายเดือน เรื่องบรรดาศักดิ์ก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้เสียที คนของกองงานราชสกุลฯ กำลังรอให้เขาส่งของกำนัล แต่ในบ้านกลับไม่มีของมีค่าอะไรพอที่จะส่งไปได้แล้ว ตอนนี้ร้านของซูอวี้ทำเงินได้มากขนาดนี้ หากเข้าวังจนได้รู้จักกับผู้มียศศักดิ์แล้ววิ่งเต้นอีกสักหน่อย บรรดาศักดิ์ย่อมต้องตกเป็นสมบัติในกระเป๋าของซูอวี้เป็นแน่

สองสามีภรรยาเรือนใหญ่จึงค่อยรู้สึกตัว พวกเขาถูกสองแม่ลูกที่ดูเหมือนอ่อนแอตบตาเข้าให้แล้ว

เมื่อเห็นท่าว่าจะทะเลาะกันขึ้นมาซูอวี้ก็คลึงขมับ พลางกล่าวอย่างปวดหัวว่า “หน้าตาท่าทางเช่นนี้ของข้าไปก็เสียเวลาเปล่า อิ่งเอ๋อร์ได้เข้าร่วมการคัดเลือกด้วยถือเป็นเรื่องดี เย็นนี้เดี๋ยวข้าลงครัวเอง บ้านเรากินข้าวดี ๆ สักมื้อก็แล้วกัน”

ถึงอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เงยหน้าไม่เห็นก้มหน้าก็ต้องเห็น ภายนอกย่อมต้องอยู่กันไปให้ได้ เอาแต่ถือกระบี่เงื้อธนูใส่กันเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด

เมื่อซูอวี้พูดจบ บรรยากาศคุกรุ่นจึงค่อยผ่อนคลายลงบ้าง แต่สีหน้าลุงใหญ่ยังคงไม่สู้ดีนัก จ้าวซื่อเบ้ปาก ใครอยากกินข้าวร่วมกับเรือนใหญ่กัน แต่วันนี้นางอารมณ์ดี จะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขาแล้วกัน

ผู้ที่มีความสุขที่สุดในเวลานี้คือซูอิ่งกับแม่แท้ ๆ ของนาง ระหว่างกินข้าวนางนั่งอยู่ตรงหน้าจ้าวซื่อกับหลี่ซื่อเองเสร็จสรรพโดยไม่มีใครบอกกล่าว กิริยาท่าทางดูราวกับคุณหนูใหญ่ไม่มีผิด

“จื่อเอ๋อร์ เจ้าก็เข้ามานั่งด้วยสิ” จ้าวซื่อกวักมือเรียกซูจื่อที่ยืนอยู่ให้เข้ามานั่งด้วย

บอกว่าซูอวี้ลงครัวเอง ความจริงก็คือเขาไปทำที่เซียนหม่านถังมาเสียให้เสร็จ เอาวัตถุดิบที่ขายไม่หมดของวันนั้นใช้ทำอาหาร จากนั้นให้เสี่ยวเอ้อร์ช่วยยกมาส่งถึงบ้านก็เป็นอันเรียบร้อย

อาหารที่เซียนหม่านถังไม่ใช่ถูก ๆ คนของสกุลซูกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยได้ลิ้มรส วันนี้เห็นอาหารชั้นดีเต็มโต๊ะ ซูหมิงญาติผู้พี่ก็มองจนตาค้างไปแล้ว

ซูเซี่ยวจางมองอาหารบนโต๊ะก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์ นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กนี่จะมีความสามารถปานนี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองซูอวี้ที่ยกมือวางเท้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ช่างแตกต่างกับเด็กคนนั้นที่ไม่มีปากมีเสียงจนถูกซูหมิงรังแกเอาราวกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว

“ลุงใหญ่ ข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอก ขอบพระคุณที่ท่านยอมยกร้านให้ข้า” ซูอวี้รินสุราเหลืองส่งให้ลุงใหญ่หนึ่งจอกแล้วดื่มเองก่อนเป็นการแสดงความคารวะ

ซูเซี่ยวจางรับจอกสุราไว้แต่ยังไม่ดื่ม เตะเท้าบุตรชายตัวเองใต้โต๊ะทีหนึ่ง

“ใครบอกว่ายกให้เจ้า ร้านนั้นเป็นของสกุลซู หากเจ้าต้องการสืบทอดบรรดาศักดิ์เช่นนั้นก็เอาร้านคืนมา” ซูหมิงกินจนปากเป็นมันย่อง เมื่อถูกบิดาเตะก็อ้าปากกล่าวทันที

“บรรดาศักดิ์นี้ข้าไม่คิดอยากได้” ซูอวี้สีหน้าเย็นชามองลุงใหญ่ตรง ๆ “ส่วนร้านท่านก็เอาคืนไปไม่ได้อยู่ดี ข้าขายร้านไปเสียแล้ว เซียนหม่านถังทุกวันนี้เป็นของเจาอ๋อง ข้าก็แค่คนงานเท่านั้น”

“เจ้าว่าอะไรนะ” ซูเซี่ยวจางตกตะลึง “เจ้า...เจ้าถึงกับเอาสมบัติของบรรพบุรุษไปขายหรือ”

“ลุงใหญ่พูดล้อเล่นแล้ว อีกทั้งข้ามิใช่หัวหน้าสกุลนั่นจึงไม่นับว่าเป็นสมบัติของบรรพชน” ซูอวี้รินให้ตนเองอีกหนึ่งจอก ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เรื่องบรรดาศักดิ์หากต้องการให้ข้าช่วยลุงใหญ่ก็บอกมาได้ เพียงแต่ขอแนะนำท่านสักประโยค อย่าได้คิดแตะต้องร้านนั้นเป็นอันขาด”

พูดตามความจริง ซูอวี้ไม่ถนัดเรื่องการแย่งชิงบรรดาศักดิ์พวกนี้เอาเสียเลย จึงได้แต่ทำตามอย่างวิธีของคนยุคปัจจุบันในการตักเตือน นั่นคือใช้มารยาทนำหน้าการทหารตามหลัง เขาทุ่มเทชีวิตจิตใจไปกับเซียนหม่านถังมากมาย อีกทั้งมันเป็นทุนที่เขาจะใช้ตั้งตัวในโลกแห่งนี้ สักนิดเขาก็ไม่อยากให้ใครมาแตะต้อง

คำพูดตรงไปตรงมานี้ซูเซี่ยวจางฟังแล้วรู้สึกเหมือนเป็นการข่มขู่ ได้แต่โมโหจนตาแดงก่ำ “ได้ได้ ตอนนี้เจ้าปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่ เก่งกล้าสามารถแล้ว!”

กินอาหารเสร็จก็ยังไม่อาจคลี่คลายความขัดแย้งของสกุลซูได้ ซูอวี้รู้ว่าตราบใดที่บรรดาศักดิ์นี้ยังไม่มีการกำหนดลงมา ลุงใหญ่ย่อมไม่มีทางเลิกราเป็นแน่ ทว่าตัวเขาในตอนนี้ แม้แต่ตัวเองก็ยังเอาแทบไม่รอดเลย จึงขี้เกียจจะสนใจเรื่องพวกนี้อีก

กองงานราชสกุลฯ ต้องการให้เขาเข้าวังวันที่สามเดือนหน้าเพื่อร่วมการคัดเลือก ตามที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ การคัดเลือกคนงามในแต่ละรัชกาลมิใช่แค่วันสองวันก็เสร็จ คราวนี้ไม่รู้ว่าจะต้องไปกี่วัน กิจการของเซียนหม่านถังถึงอย่างไรก็ต้องมีคนมาดูแล ด้วยเวลาที่กระชั้นเช่นนี้ ซูอวี้ตัดสินใจใช้เวลาหนึ่งเดือนนี้สอนผู้ช่วยพ่อครัวทั้งสองให้ทำอาหารคนละเจ็ดอย่างจับคู่เรียงลำดับไปเรื่อยทุกวัน เช่นนี้ก็จะมีอาหารจานพิเศษสองอย่างขายในแต่ละวัน น่าจะพอยันสถานการณ์ไปได้สักระยะหนึ่ง

“นับจากวันนี้ไปข้าจะเริ่มสอนพวกเจ้าทำอาหารแล้ว” พ้นยามอู่ซูอวี้จึงเรียกผู้ช่วยพ่อครัวทั้งสองเข้ามาพลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “อาหารเหล่านี้เป็นตำรับที่ถ่ายทอดกันมาของสกุลซู หวังว่าพวกเจ้าจะตั้งใจศึกษาเรียนรู้ให้ดี”

ผู้ช่วยพ่อครัวทั้งสองสบตากัน ในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ต่างพากันคุกเข่าทันที

การทำอาหารเป็นวิชาฝีมืออย่างหนึ่ง นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันล้วนยึดตามธรรมเนียมโบราณ เมื่อก่อนตอนที่ซูอวี้กราบอาจารย์ก็ยกน้ำชาโขกหัวคำนับเหมือนกัน จึงไม่ปฏิเสธการคารวะของผู้ช่วยพ่อครัวทั้งสอง เรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้ยกน้ำชาเข้ามา “วันนี้ข้าจะรับพวกเจ้าเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ อนาคตของเซียนหม่านถังต่อไปต้องอาศัยพวกเจ้าแล้ว”

ผู้ช่วยพ่อครัวทั้งสอง คนหนึ่งชื่อจางเฉิง อีกคนชื่อหวังเฟิง ต่างเป็นลูกชาวนาด้วยกันทั้งคู่ มาจากครอบครัวที่ดี ทั้งยังฉลาดหัวไว หลังจากดื่มชาคารวะอาจารย์แล้ว ซูอวี้ก็มอบมีดเล็กหน้าตาประหลาดให้ลูกศิษย์คนละเล่ม

ทั้งคู่ทำหน้าตื่นเต้นราวกับได้สมบัติวิเศษมาก็ไม่ปาน ซูอวี้เห็นแล้วก็รู้สึกผิดนิด ๆ นี่เป็นมีดขอดเกล็ดปลาที่เขาหาช่างเหล็กมาตีตามแบบมีดขอดเกล็ดปลาในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เห็นหน้าตาแบบนี้แต่ความจริงแล้วราคาไม่กี่อีแปะเท่านั้น กระนั้น เมื่อมองแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสของเด็กวัยสิบกว่าปีทั้งสองคน ก็เป็นครั้งแรกที่ซูอวี้ได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นอาจารย์ ตอนอยู่ยุคปัจจุบันยังไม่ทันได้รับศิษย์ พอทะลุมิติมาอยู่ยุคโบราณกลับรับศิษย์มาถึงสองคน นับว่าเทพแห่งชะตาช่างเล่นตลกกับผู้คนเสียจริง

โปรดติดตามต่อวันพรุ่งนี้ค่ะ ซูอวี้งงเลย ตรูรอดมาไง ไม่ได้รู้เล๊ย ตัวเองเส้นใหญ่แค่ไหน 555 ว่าแต่ ถ้าใครคิดถึงใต้อุ้งละอองพระบาท อดใจรออีกนิดเดียวค่า เดี๋ยวมาแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.98K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2381 Jinjoo.K (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:08
    ได้เวลาแท้จริงของการเป็นทาสเเล้วววว มาให้นายท่านจับกินซะดีๆ หึๆๆ
    #2,381
    0
  2. #2310 MitsukiCarto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 09:56
    เข้าไปรับใช้อุ้งฝ่าพระบาทดีๆซะเถอะคุณน้อง~
    #2,310
    0
  3. #1866 Callmeyou (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 21:45
    โถ่ จะหอบเงินหนีก็ไม่ได้อีก ตัวเองอะเส้นใหญ่พิเศษมากนะ
    #1,866
    0
  4. #1856 POYBWX127 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 21:17
    ช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ
    #1,856
    0
  5. #1698 chocolato.p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 15:32
    น้องเตรียมตัวเข้าวังจ้า ไม่รอดมือนายท่านแน่ๆ 555
    #1,698
    0
  6. #1652 Airzaa1810 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 03:01
    นายท่านนนนนน
    #1,652
    0
  7. #1493 sakura17 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 07:14
    ฝีมือนายท่านไงล่ะ55
    #1,493
    0
  8. #1393 Moonching (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 17:00
    สนุกมากเลยค่ะ
    #1,393
    0
  9. #1372 Melyssa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 16:28
    โดนนายทั่นตกแล้วว
    #1,372
    0
  10. #1370 pimnapatsukfung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 15:13
    รออออออออ
    #1,370
    0
  11. #1367 CHECK224 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 13:42
    ใต้อุ้งมันเป็นตะมุตะมิ ขอเป็นข้าร้องใต้อุ้ง...
    #1,367
    0
  12. #1358 เจา เจา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:06

    อยากให้ใต้อุ้ง....มาให้ไว น้องจะได้ฟัดพุงอีก

    #1,358
    0
  13. #1353 dang24 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 09:48

    รอลุ้นอยู่นะ

    #1,353
    0
  14. #1352 🐰 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 09:48
    ชอบการแปลว่าใต้เท้าอุ้งมากเลยค่ะ มันงุ้ยๆ
    #1,352
    0
  15. #1346 maybeyou2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 07:30
    เราก็คิดถึงใต้อุ้งเหมือนกัน
    #1,346
    0
  16. #1345 MooNa Narak (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 06:31
    ถ้ามีความสามารถขนาดนี้แยกบ้านไปนาสละ
    #1,345
    0
  17. #1344 Raina. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 04:45
    ขำใต้อุ้ง 555 // น้องใจเย็นมาก ถ้าเราเจอลุงป้าแบบนี้นะ มีคว่ำโต๊ะแน่นอน
    #1,344
    0
  18. #1343 KNfanfan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 02:59
    รอนายทั่นนนนน
    #1,343
    0
  19. #1342 ฉันคือนางเงือก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 02:35
    รอใต้อุ้งออกโรง
    #1,342
    0
  20. #1341 thrs. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 01:14
    แต่เบื่อลุงป้าคู่นี้เหลือเกิน น้องก็ใช่จะอยากไปตบตีแย่งชิงตำแหน่งกับคุณ ฮึ่ย
    #1,341
    0
  21. #1340 thrs. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 01:13
    แบ็คใหญ่มาก แต่น้องหารู้ไม่ เอ้า โชคดีรอด ฮือ น่ารัก!
    #1,340
    0
  22. #1339 Moko87 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:52
    อยากอ่านยาวๆ จังเลยค่ะ😢
    #1,339
    0
  23. #1338 MUNCHAN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:41
    คิดถึงนายทั่นที่สุดเรยเจ้าค่าาาา
    #1,338
    0
  24. #1337 น้ำแข็งใสใส่สี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:29
    สนุกมากๆเลยค่ะ ติดตามรอนะคะะ
    #1,337
    0
  25. #1336 mikibikitty (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:46
    คิดถึงฝ่าบาทแมว เจิ้นแมวน่ารัก
    #1,336
    0