[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 18 : ลอบกัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,781 ครั้ง
    17 มี.ค. 63

เวลามีจำกัดแค่หนึ่งเดือน ซูอวี้จึงมาเซียนหม่านถังแต่เช้าทุกวันเพื่อจะได้ฝึกลูกศิษย์อย่างเต็มที่ ศิษย์น้อยสองคนขยันขันแข็งเอาการเอางานอย่างมากถึงขนาดพักอยู่ที่ครัวด้านหลังของเซียนหม่านถัง เห็นคนทั้งสองนอนกับพื้นในห้องเก็บของซูอวี้ก็ทนดูไม่ไหว หลังจากหารือกับท่านหยวนจึงได้ตกลงเช่าเรือนเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกันเอาไว้ ข้างในมีสามห้อง ใช้ทำเป็นโรงนอนพอให้ศิษย์ทั้งสองและเสี่ยวเอ้อร์อีกสองสามคนเข้าพักอาศัย

จะว่าไปเสี่ยวเอ้อร์ของเซียนหม่านถังเองก็คือเด็กรับใช้ที่ถูกโยกย้ายมาจากวังของเจาอ๋อง อีกทั้งค่าจ้างทั้งหมดก็ออกโดยทางวัง ซูอวี้ตรวจบัญชีอย่างละเอียดแล้ว รูู้สึกว่าแบบนี้ดูไม่เหมาะสมนัก เขาอยากร่วมทำธุรกิจกับเจาอ๋องไปนาน ๆ เอาแต่ได้จากคนอื่นแบบนี้ดูไม่สมควรอย่างยิ่ง

“รับเสี่ยวเอ้อร์คนใหม่เข้ามาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ให้ลำบากหรอกขอรับ” ท่านหยวนห้ามซูอวี้ที่จะขอแยกบัญชี “พวกเขาเป็นทาสอย่างไรก็ออกจากวังไม่ได้ขอรับ”

“เป็นข้าเลอะเลือนแล้ว” ซูอวี้พลันตระหนักขึ้นมาได้ แม้บอกว่าเป็นทาสแต่กลับมีคนมากมายไม่อยากละทิ้งสถานะนี้ ในสายตาของคนอื่น เสี่ยวเอ้อร์ของร้านอาหารกับทาสของวังเจ้าย่อมจะแตกต่างเป็นคนละเรื่องกันเลยทีเดียว

เสี่ยวเอ้อร์ที่รับมาใหม่ยังอยู่ระหว่างการฝึกสอน อีกสองสามวันก็ปฏิบัติงานได้แล้ว ซูอวี้เองไม่ถนัดเรื่องพวกนี้จึงยกให้ท่านหยวนจัดการ เพียงแต่ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ต่อไปนี้จำเป็นต้องแบ่งแยกบัญชีให้ชัดเจน ไม่อาจเอาเปรียบท่านอ๋องอีก จากนั้นก็ทุ่มเทแรงกายไปกับการสอนลูกศิษย์ทั้งสองคน

ลูกศิษย์แต่ละคนของเขาต้องเรียนทำอาหารเจ็ดอย่าง เวลาหนึ่งเดือนจึงน่าจะพอ

ส่วนที่ยากที่สุดในการทำอาหารอยู่ที่การคุมไฟและการผสมเครื่องปรุง ด้วยเวลาที่กระชั้นเข้ามาเต็มที ซูอวี้จึงได้เอาเครื่องปรุงรสของอาหารทั้งสิบสี่อย่างมาผสมไว้ให้เสร็จสรรพแล้วใส่ไว้ในโถแยกกัน เขียนเอาไว้ให้เห็นชัดเจนว่าเป็นเครื่องปรุงรสของอาหารจานไหน ที่จางเฉิงกับหวังเฟิงต้องเรียนก็คือคุมไฟกับจัดเตรียมวัตถุดิบเท่านั้น

สิ่งที่อาหารทะเลให้ความสำคัญมากกว่าอาหารอย่างอื่นก็คือส่วนไหนกินได้ ส่วนไหนเอาไปทำน้ำสต๊อก ส่วนไหนต้องหั่นทิ้งก่อน ลำดับก่อนหลังไม่อาจผิดพลาด ซูอวี้เลือกของง่าย ๆ อย่าง ปลา กุ้ง และหอยพัดสามอย่างนี้มาเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งวัตถุดิบทั้งสามชนิดนี้เอามาใช้ทำอาหารทั้งสิบสี่อย่างได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร

“วันนี้ทำกุ้งผัดเจี้ยง” (กุ้งผัดซอส) ซูอวี้เอากุ้งออกมาจานหนึ่งส่งให้จางเฉิงก่อนให้เขาชักเส้นหลังออก

กุ้งผัดเจี้ยงนั้นไม่ใช่เอากุ้งไปผัดกับซีอิ๊วก็เป็นอันเสร็จ ในโลกที่ซูอวี้เคยอาศัย พ่อครัวมักจะขี้เกียจ เอาซอสปรุงรสสำเร็จรูปมาใช้ แต่ที่นี่ไม่มีซอสปรุงรสสำเร็จรูปจากโรงงาน จำเป็นต้องเตรียมเองเท่านั้น

“การเตรียมอาหารทะเลนั้นจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่หลังจากเอาลงกระทะ แต่เป็นขั้นตอนก่อนเอาลงกระทะ” ซูอวี้ตรวจดูกุ้งที่ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยก็เอาเครื่องปรุงรสจำนวนมากส่งให้กับจางเฉิง

การจะดับกลิ่นคาวจำเป็นต้องใช้เหล้าทำอาหาร ราชวงศ์ต้าอันแน่นอนว่ายังไม่มีเหล้าสำหรับปรุงอาหารโดยเฉพาะ ตอนซูอวี้เอาตำรับอาหารสกุลซูมาพลิกดู ก็พบว่าอาหารหลายอย่างในนั้นมีเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งอยู่ด้วย มันถูกเรียกว่า‘ฮวาเตียว’

ฮวาเตียวก็คือเหล้าฮวาเตียวนั่นเองเป็นสุราเหลืองชนิดหนึ่ง ซูอวี้ซื้อฮวาเตียวจากร้านในถนนตะวันออกและยังซื้อสุราเหลืองอีกสิบกว่าชนิดมาด้วย เช่น จ้วงหยวนหง (จอหงวนแดง) จินถานจิ่ว (พลับพลาทอง) ฮวาไป๋ย่าง(บุปผาพริ้งพราว)มาเพื่อทำการทดสอบดูพบว่าสุราเหลืองพวกนี้มีคุณสมบัติในการกลบกลิ่นคาวได้ไม่ต่างกัน ไม่รู้ว่าทำไมบรรพบุรุษสกุลซูถึงเขียนฮวาเตียวแค่อย่างเดียว ทำเอาเขานึกเดาอยู่หลายวัน

(F/Nฮวาเตียวเป็นเหล้าทำอาหารชั้นดีผลิตจากเมืองเซ่าซิง แบบเดียวกับเหล้าทำอาหารที่คนไทยเรียกว่าเหล้าจีน)

นำเครื่องปรุงรสอันได้แก่ กระเทียมสับ ขิงสับ ซีอิ๊ว น้ำตาลทรายขาว ชวงเจีย และเหล้าเหลืองเตรียมไว้ กุ้งสดเด็ดหัวออก แล้วนำไปหมักกับเครื่องปรุงรสที่ผสมไว้เป็นเวลาครึ่งชั่วยาม พอสะเด็ดน้ำออกก็เอาลงกระทะได้

เป็นครั้งแรกที่จางเฉิงจับตาดูซูอวี้ตระเตรียมส่วนผสมและเครื่องปรุงอย่างละเอียด จึงได้เห็นนิ้วเรียวขาวเคลื่อนไหวอย่างแผ่วพลิ้ว ใส่เครื่องปรุง โรยแป้ง เหยาะน้ำปรุงรส กระบวนท่าทั้งหมดราวกับเมฆเหินน้ำไหล ไม่ต่างอะไรกับการประกอบพิธีชงชาอันสูงส่ง มองแล้วทำเอาเคลิบเคลิ้มเลยทีเดียว

ในโลกมักจะมีคนจำพวกหนึ่งที่ยามปกติไม่มีเรื่องอะไรก็ดูเรียบ ๆ ธรรมดาเหมือนเช่นซูอวี้เป็นต้น หน้าตาจัดว่าดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยหรือที่เรียกว่าปานกลางขั้นสูง บุคลิกท่าทางก็งั้น ๆ แต่ทันทีที่เหยียบย่างเข้าสู่อาณาจักรที่เป็นของตัวเขาเอง ก็จะกลายเป็นเทพขึ้นมาในชั่วพริบตา แผ่รัศมีไปไกลหมื่นจั้ง ทั้งยังไร้คู่ต่อกร

“จำได้ไหม” ซูอวี้หยุดการเคลื่อนไหว หันหน้ามาถามศิษย์น้อย

“อาจารย์ขอรับ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าท่านไม่เหมือนกำลังทำอาหาร แต่เหมือน...”

เสียง “โครม! ” ดังขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาของศิษย์อาจารย์ทั้งสอง ซูอวี้เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าด้านนอกหน้าต่างมีอ่างเล็ก ๆ ใบหนึ่งเดิมทีใส่แป้งหมี่ทำติ่มซำเอาไว้ แต่ตอนนี้อ่างพลิกคว่ำอยู่กับพื้น ก้อนขนปุกปุยซึ่งเลอะไปด้วยแป้งหมี่ทั้งตัวทำท่าทางโกรธจัด ทางหนึ่งก็จาม ทางหนึ่งก็ไม่ลืมตบอ่างใส่แป้งแรง ๆ ที่บังอาจมาเกะกะขวางทางเขา

“เจี้ยงจือร์!” ซูอวี้ตาเป็นประกาย รีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกแมวน้อยที่ขาวโพลนไปทั้งตัวขึ้นมา

“ทาสโง่!” ในดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยโทสะ อันหงเช่อยกอุ้งเท้าปัดมือซูอวี้ออก ดิ้นหนีแล้วกระโจนกลับไปอยู่บนเขียงจากนั้นก็สะบัดขนแรง ๆ“ สมควรตายนัก จะหมักกุ้งก็หมักกุ้งไปสิ ทำท่ายั่วยวนให้ใครมองกัน” ครั้นเงยหน้าขึ้นมองจางเฉิงที่ยืนตะลึงอยู่ด้านข้าง ไฟโทสะในใจของใต้อุ้งละอองพระบาทก็ยิ่งลุกโหม หันไปแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างอดรนทนไม่ไหว

“เอาน่า ๆ ไม่โกรธนะ” ซูอวี้กลั้นหัวเราะ อุ้มลูกแมวน้อยขึ้นมาอีกครั้งแล้วยื่นหน้าเขาไปจูบหูแมวที่ยังเลอะแป้ง “มา มาพวกเราไปล้างตัวให้สะอาด จะได้สบายตัว”

“สะ...สมควรตาย!”

พอเอาวิธีที่ได้ผลเป็นประจำมาใช้ ลูกแมวน้อยในอ้อมอกก็ไม่ดิ้นอีก ซูอวี้ลูบหัวเจ้าเหมียวอย่างพอใจ บอกให้จางเฉิงหมักตามวิธีที่ตนสอนอีกอ่างหนึ่ง จากนั้นก็ปล่อยลูกศิษย์ไว้แล้วพาแมวไปล้างตัว

อากาศเริ่มร้อนแล้ว ทั้งยังเป็นยามเที่ยง จึงไม่จำต้องกลัวว่าจะหนาว ซูอวี้นำอ่างไม้เล็ก ๆ ออกมาใบหนึ่ง ตักน้ำร้อนจากกระทะนึ่งมาผสมกับน้ำ ทดสอบอุณหภูมิก่อนรอบหนึ่งจึงค่อยวางเจ้าแมวน้อยลงไป ระดับน้ำในอ่างลึกกำลังดี พอให้ลงไปแช่ได้ทั้งตัว นายท่านแมวลงไปนอนแช่อย่างสบายตัวโดยเอาหัวพิงกับขอบอ่าง

“เจี้ยงจือร์ ทำไมเจ้าถึงหนีออกมาตอนกลางวันเช่นนี้เล่า” นานแล้วที่ซูอวี้ไม่ได้เห็นเจ้าตัวดีตอนกลางวัน หนึ่งเดือนมานี้มันมาหาตนตอนกลางดึกอยู่สองครั้ง ตอนนี้พอมองดูดี ๆ เหมือนจะตัวโตขึ้นมาหน่อยแล้ว

แมวน้อยที่กำลังหรี่ตาอย่างเป็นสุขลืมตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง ยกขาหน้าขึ้น ทาสแมวที่รู้หน้าที่ตัวเองดีก็จับไว้ทันที เอาปลายนิ้วขัดทำความสะอาดเศษแป้งตามซอกเล็บแมวให้อย่างพิถีพิถัน

“วันนี้วันซิวมู่(วันหยุด) เจิ้นมาอาบน้ำ![1]

อันหงเช่ออ้าปากหาว หลุดปากตอบมาประโยคหนึ่ง

แต่ที่ซูอวี้ได้ยินก็คือเสียงเหมียว ๆ เท่านั้นเอง ฟังไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย แต่ก็ยังคงพูดคุยอย่างมีความสุข “เจ้าอยากกินอะไร เดี๋ยวข้าจะทำของอร่อย ๆ ให้กิน ยามที่ร่างกายกำลังโตต้องกินให้มากหน่อย เออจริงสิ เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าข้าเอาเทียบนามแผ่นนั้นไปวางไว้ที่ไหน ข้าไม่ได้ส่งไปเสียหน่อย ทำไมกองงานราชสกุลฯ ถึงส่งข้าไปเข้าร่วมการคัดเลือกได้ก็ไม่รู้”

อันหงเช่อคร้านจะคุยกับเขา ปล่อยให้ซูอวี้พูดเองเออเองไปเรื่อย

หลังอาบน้ำให้แมวเสร็จ ซูอวี้ก็ใช้ผ้าเช็ดตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าของนายท่านรอบหนึ่งจนขนแห้งหมาด ๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนลมเป่า จึงนำผ้าแห้งอีกผืนหนึ่งมาห่อตัวลูกแมวแล้วกอดเอาไว้ในอ้อมอก

อันหงเช่อดิ้นอยู่ในห่อผ้าเพราะรู้สึกไม่สบายตัว ด้วยความที่ขนยังชื้นอยู่ทำเอาเสื้อตัวในของซูอวี้เปียก แต่เพราะเข้าหน้าร้อน นอกจากเสื้อชั้นในตัวนี้แล้วซูอวี้ก็ไม่ได้สวมอะไรอี กสัมผัสของผิวเปลือยเปล่าที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าชื้น ๆ ทำเอาใต้อุ้งละอองพระบาทอดไม่ได้ที่จะตะลึงลาน

“นายท่านขอรับ ด้านหน้าเกิดเรื่องขึ้นแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ที่ลำเลียงอาหารวิ่งพรวดเข้ามา “มีคนผู้หนึ่งบอกว่าเป็นญาติผู้พี่ของท่าน ต้องการให้จดบัญชี แต่ท่านหยวนไม่ยินยอม เขาจึงโวยวายให้ท่านออกไปดูขอรับ”

ซูอวี้ขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นหมายเอาตัวลูกแมวในอกเสื้อออกมาก่อนแล้วค่อยไปดูสถานการณ์ อันหงเช่อที่กำลังตกตะลึงรีบใช้กรงเล็บเกี่ยวเสื้อซูอวี้ไว้ทันทีตามสัญชาตญาณ ทำให้เขาเอาแมวออกมาไม่ได้ ด้วยความที่ซูอวี้ตามใจเจี้ยงจือร์มาตลอดเขาจึงไม่คิดฝืน อุ้มแมวออกไปที่ห้องโถงใหญ่ด้วยกันเสียเลย

เป็นจริงดังคาด ซูหมิงญาติผู้พี่ของซูอวี้กำลังยืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะบัญชี เอะอะโวยวายไม่หยุด ลูกค้าในห้องโถงใหญ่กินไปก็ชมความครึกครื้นไปด้วย

“ซูอวี้ เจ้าพูดมา ข้าใช่พี่ชายของเจ้าหรือไม่” พอซูหมิงเห็นซูอวี้เดินออกมาก็ยิ่งฮึกเหิมหนัก ตบโต๊ะลั่น

หลายวันมานี้ความสำเร็จของซูอวี้ทำให้ซูหมิงทนดูไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาตัดสินใจว่าวันนี้จะมากินอาหารที่เซียนหม่านถังมื้อใหญ่แล้วชักดาบ กินอิ่มก็จดลงบัญชีซูอวี้ไว้ เอาให้เสียหายแต่พูดอะไรไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าที่เซียนหม่านถังแห่งนี้ต้องจ่ายเงินก่อนอาหารจึงจะยกมา ผู้ดูแลร้านก็ดื้อด้านหัวชนฝา อย่างไรก็ไม่ยอมจดลงบัญชีของซูอวี้ เมื่อเห็นคนที่อยู่ในร้านเริ่มกระซิบกระซาบหัวเราะเยาะ ซูหมิงที่อายจนพาลโกรธเลยยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

ซูอวี้นึกปวดหัวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่ง “ท่านหยวนข้าเคยบอกแล้วไง หากมีคนมาก่อเรื่องให้ส่งไปที่ว่าการนครหลวงให้หมด”

“ทราบแล้ว” ท่านหยวนหัวเราะ “ข้าให้คนไปเชิญมือปราบมาแล้วขอรับ”

“ซูอวี้ เจ้าหมายความว่าอย่างไร” พอซูหมิงได้ยินว่าส่งคนไปเชิญมือปราบก็ตื่นตระหนก แต่ไม่อยากแสดงความขลาดเขลา จึงวางมาดใหญ่โตเพื่อขู่ขวัญเขาด้วยการไปกระชากคอเสื้อซูอวี้ “โอ๊ย!”

เพิ่งจะเข้าไปก็ถูกกรงเล็บข้างหนึ่งข่วนจนเลือดซิบได้แผลเป็นร่องลึก

“ขัดความสำราญในการรับประทานอาหารของทุกท่าน ต้องขออภัยเป็นอย่างมา กวันนี้ทางร้านจึงขอกำนัลน้ำบ๊วยให้โต๊ะละหนึ่งกา” ซูอวี้ตบ ๆก้อนปุกปุยในอ้อมอกอย่างปลอบประโลมก่อนจะกุมหมัดขึ้นคารวะทุกคน

ที่โต๊ะตัวหนึ่งข้างหน้าต่าง อันหงจั๋วจ้องมองขนปุกปุยละเอียดสีทองที่โผล่ออกมาจากสาบเสื้อของซูอวี้ ดวงตาตี่ยาวพลันปรากฏรอยยิ้มขบขันขึ้น จากนั้นก็หันมามองซูหมิงที่ถูกเสี่ยวเอ้อร์ไล่ออกไปแล้วแต่ก็ยังด่าไม่หยุด อันหงจั๋วบุ้ยคาง “ตามเขาไป”

“พ่ะย่ะค่ะ” คนข้างกายส่งเสียงรับคำแล้วตามหลังซูหมิงไปก่อนจะค่อย ๆ หายลับไปจากถนนตะวันออกอันคึกคัก

ตกเย็นหลังจากซูอวี้ทำอาหารจานสุดท้ายเสร็จก็นวดคลึงตามบ่าที่ปวดเมื่อย เมื่อหันไปเห็นลูกแมวขนทองกำลังทุ่มเทสมาธิให้กับการช้อนปลาอยู่ข้างโอ่ง จึงผุดรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่อยู่ “เจี้ยงจือร์พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”

หูสีทองกระดิก อันหงเช่อเงยหน้าขึ้นมองเขาท่ามกลางแสงเทียนอันอบอุ่นในห้องครัว ใบหน้าที่ไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากมายยามนี้กลับดูนุ่มนวลอ่อนโยนขึ้น เขาจึงปล่อยหางปลาที่เพิ่งจะคว้าจับเอาไว้ได้แล้วสะบัด ๆ อุ้งเท้า“ให้ตายสิ ถึงเจิ้นจะโปรดปรานเจ้า ก็ไม่ควรออดอ้อนเจิ้นต่อหน้าคนอื่นนะ”

กลับถึงบ้านสกุลซู ในเรือนของซูอวี้นั้นมืดมาก ขณะกำลังจะก้าวเท้าเข้าไป ลูกแมวน้อยในอ้อมอกก็พลันกระโจนขึ้นไหล่ เวลาเดียวกันนี้เองก็แว่วเสียงอู้อี้ดังออกมาจากด้านหลังประตู จากนั้นร่างหนึ่งก็กลิ้งหลุน ๆออกมา

“โอ๊ย” เงาร่างสีดำนั่งจุมปุ๊กอยู่กับพื้นพลางร้องโหยหวน

“ซูหมิง? เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ซูอวี้จุดเทียนมองดูผู้มาให้ชัด ๆ อีกครั้ง คนผู้นี้คือซูหมิงญาติผู้พี่ที่ไปก่อเรื่องเมื่อกลางวันนี่เอง เดาว่าเขาคงซุ่มหลบอยู่ในความมืดมาตลอด ไม่รู้ว่าไปเหยียบพลาดอีท่าไหนถึงได้หกล้มเอา ในมือยังถือตาข่ายไว้ปากหนึ่ง ไม่รู้ว่าเอามาทำอะไร

ซูหมิงหน้าซีด มองไปทางมุมมืดอย่างหวาด ๆ แล้วหันกลับมามองซูอวี้ต่อก่อนจะยกขาวิ่งอ้าวจากไป

“อะไรของเขานะ” ซูอวี้เกาศีรษะ ไม่คิดว่าซูหมิงจะมาซุ่มหลบอยู่ในเรือนตนเพื่อทำเรื่องดี ๆ ถ้าไม่ใช่คิดจะขโมยเงินก็คงอยากจะมาต่อยเขา แต่ทำไมถึงล้มกลิ้งออกมาเอง แถมยังทำท่าหวาดกลัวไม่น้อย

ดวงตาของอันหงเช่อที่ยืนอยู่บนไหล่ทอประกายเย็นยะเยือก“เอาตาข่ายดักกระต่ายมา หมายจะจับเจิ้นรึ ช่างเพ้อฝันจริงแท้”

วันรุ่งขึ้น ซูหมิงก็ล้มป่วยลง ป้าสะใภ้เอาแต่กล่าวว่าเขาล้มเจ็บในเรือนซูอวี้ไม่ยอมเลิกรา จนซูอวี้ทนรำคาญไม่ไหว ตัดสินใจไม่กลับไปนอนบ้าน แต่นอนที่เซียนหม่านถังเสียให้หมดเรื่องหมดราว ทั้งยังเพื่อความสบายหู

ชั่วพริบตาก็มาถึงวันที่สามเดือนเจ็ดวันที่ต้องเข้าวังไปร่วมการคัดเลือกใหญ่

หนึ่งวันก่อนถึงวันงาน จ้าวซื่อเรียกซูอวี้ให้กลับบ้าน อบรมสั่งสอนเขาชนิดกรอกหูแล้วกรอกหูอีก บอกให้เขาทำความรู้จักบรรดาซวินกุ้ยทั้งหลายไว้ให้มาก รวมทั้งจัดเสื้อผ้าสองสามชุดและเครื่องประดับให้เสร็จสรรพ

ซูเซี่ยวจางขับรถเทียมลาพาซูอิ่งไปส่งที่กองงานราชสกุลฯ ตั้งแต่ต้นยามเหม่าแล้ว ซูอวี้ขึ้นรถไม่ทันจึงได้แต่กอดห่อผ้าเดินไป กลางยามเหม่าก็มาถึงหน้ากองงานราชสกุลฯ บุตรหลานของซวินกุ้ยมากันแล้วไม่น้อย แต่ละคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหราจับกลุ่มกันสองคนบ้างสามคนบ้าง

ซูอวี้ตัวคนเดียวไม่รู้จักใคร ได้แต่ยืนตัวลีบเป็นนกกระทาอยู่มุมหนึ่ง

(T/N นกกระทาเป็นนกขี้อายหดคอหาอาหาร ไม่ชอบปฏิสัมพันธ์ ในภาษากวางตุ้งหมายถึงคนขี้อายอ่อนแอ)


โปรดติตามต่อวันพรุ่งนี้ค่า ใต้อุ้งละอองพระบาทเสด็จแล้ว ขาวว่อกเลย 555 โอย สงสารอ่างแป้ง อ่างแป้งบอกว่าหนูทำผิดอะไร หนูอยู่ของหนูเฉยๆ!? T_T

[1] วันหยุดสำหรับขุนนางข้าราชสำนักจีนเรียกว่าซิวมู่休沐แล้วแต่ราชวงศ์ว่าจะกำหนดให้หยุดแบบไหน บางราชวงศ์กำหนดให้ทำงานสิบวันมีซิวมู่หนึ่งวัน บางราชวงศ์ทำงานห้าวันซิวมู่หนึ่งวัน ซึ่งธรรมเนียมซิวมู่นี้ก็มาจากธรรมเนียมการอาบน้ำ (มู่อวี้沐浴)ของคนโบราณที่จะไม่อาบน้ำทุกวัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.781K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2701 PilaiwanChaysang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:50
    ความหวงทาสชั่งรุนแรง น่ารักกกกก
    #2,701
    0
  2. #2631 pinksoo16 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 13:51
    พบคนขี้หวง 1 อัตราาา
    #2,631
    0
  3. #2566 marjolaine (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 17:39
    ฝ่าบาทชุบแป้งทอด66555555555
    #2,566
    0
  4. #2545 thedarksun1986 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:30

    นายท่านรีบไปหน่อยน่ารักกก
    #2,545
    0
  5. #2465 vviiwwyy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:01
    ใต้อุ้งละอองพระบาท 5555
    #2,465
    0
  6. #2285 mothergod (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 19:25
    รีบเกินไปหน่อยนะ55555
    #2,285
    0
  7. #2164 PӨYPӨY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 21:13
    ฝ่าบาทแงวปรากฏตัวได้อลังการจริงๆ เอ็นดูท่าน 5555555
    #2,164
    0
  8. #1936 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 12:14
    นายท่านตลกมาก
    #1,936
    0
  9. #1880 moonlight3am (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 22:31
    ตื่นเต้นตามน้องง
    #1,880
    0
  10. #1872 Callmeyou (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 22:00
    เดี๋ยวรินายท่านแมวมาปกป้องนะยียนกตัวน้อย 555 หึงแรงมากอะถึงกับคว้ำอ่างแป้ง
    #1,872
    0
  11. #1699 chocolato.p (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 15:40
    น้องค้าบบบ กลัวหรอตัวเน้กตัวน้อยเชียว
    #1,699
    0
  12. #1654 Airzaa1810 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 05:31
    นายท่านเก่งกาจมากเจ้าค่ะ
    #1,654
    0
  13. #1646 อันอันอัน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 01:20
    นายท่านเข้าใจทาสหน่อย ทาสรับรู้เพียงแค่ว่านายท่านเป็นแมว
    #1,646
    0
  14. #1562 NattananKandulai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 17:57
    มันน่าหยิกจิงๆเลยยย -แมวซึน!!!
    #1,562
    0
  15. #1543 Cryingforcake (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 17:11
    อยากหอมหัวน้องแง้ววววว
    #1,543
    0
  16. #1503 KawisaraT (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 16:14
    ใต้อุ้งละอองหยักบีบบบ เจ้าแงวว
    #1,503
    0
  17. #1502 Sspringlove (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 14:15
    อยากอ่านต่อแบ้วว
    #1,502
    0
  18. #1500 aommy-22 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 13:18
    น้อนไม่ได้ยั่งท่านแงวหลงเสน่ห์น้องเอง
    #1,500
    0
  19. #1499 ขอเวลาซุ่ม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 12:32
    ยั่วยวนอัลไลลล ท่านแงวนั่นแหละที่หลงเสน่ห์เขาเอง
    #1,499
    0
  20. #1498 gift14 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 11:38
    เข้าวังๆ
    #1,498
    0
  21. #1497 thrs. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 11:21
    อันหงจั๋วนี่ไม่น่าดีแน่เลย อยากได้บัลลังก์ทั่นใต้อุ้งของกระหม่อมหรอคะ! พบแมวซึนที่ซึนขึ้นเรื่อยๆ 1 ea เอาล่ะ น้องเห็นฝ่าบาทเวอร์ชึ่นคนแล้วไม่ตกใจแน่หรอ เอ้า โจรที่ขึ้นห้อง!
    #1,497
    0
  22. #1496 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 11:19
    ทำไมฝ่าบาลถึงเป็นแมวได้น่าเอ็นดูขนาดเน้ แงงงงง
    #1,496
    0
  23. #1495 Nanthara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:52
    ใต้อุ้งละอองพระบาทอยากลองลงไปเล่นในกระทะไหมยังไงก็ชุปแป้งมาแล้ว5555555555
    #1,495
    0
  24. #1494 sakura17 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 07:25
    อันหงจั๋วนี่คนไม่ดีสินะ ที่โดนองครักษ์กลุ่มหนึ่งตามจับตอนแรกก็อาจจะมาจากคนนี้สินะ
    #1,494
    0
  25. #1478 RG_Lyris (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 02:15
    อยากจับบีบใต้อุ้งละอองพระบาทมากกก เหนือสิ่งอื่นใด วันก่อนลองเอากุ้งก้ามกามทำกุ้งแหวกข้างราดกระเทียมตามในนิยาย อร่อยมากกกกกกกกกก จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดคืออร่อยแบบสุด ที่บ้านกินกันเกลี้ยงจานเลยจ้า
    #1,478
    1
    • #1478-1 lavenderkunue(จากตอนที่ 18)
      18 มีนาคม 2563 / 06:55
      อยากลองด้วยเลยค่ะ เดี๋ยวบอกแม่ทำมั่งดีกว่่า
      #1478-1