มาดามคานทอง (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 8)

ตอนที่ 9 : Chapter 9 : มาดามไร้รังไข่! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60

**มีคำผิดช่วยเตือนด้วยน้าาา**
เนื่องมาจากหยุดอัพไปนาน จึงต้องทวนใหม่ ปรับใหม่หมดเลย บทก่อนๆที่แก้ไปรบกวนกลับไปอ่านซ้ำด้วยน้า ส่วนที่หายไม่ได้ไปไหน จะกลับมาในตอนกลางๆเรื่อง กร๊าก รู้สึกงงกับตัวเอง แต่ตอนนี้โอเคแล้ว พรุ่งนี้จะเริ่มอัพอย่างเป็นทางการ ขอโทษที่หายไปนาน ขอโทษที่ไม่ยอมทำงาน ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอ นางเอกเฌอมาเป็นคนแบบนี้ จะหานางเอกปกติแนะนำไปอ่านนิยายเรื่องอื่น บอกเลย ไม่พิเศษเฌอมาไม่หยิบมาเล่า กร๊าก ขอบคุณที่ยังรอกัน ขอบคุณี่ให้โอกาศเค้าเล่านิยายเรื่องใหม่
แพลนปีนี้มีงานออกดังนี้น้า
- มาดามคานทอง
https://my.dek-d.com/kodhippie3/story/view.php?id=1544441
- เถารัก (ภาคต่อภรรยาเจ้า)https://my.dek-d.com/kodhippie3/writer/view.php?id=1382730
- เสน่หากระยาทิพย์https://my.dek-d.com/kodhippie3/story/view.php?id=1492560
**แจ้งเรื่องชื่อพระเอก แรกเลยพระเอกมาดามคานทองชื่อปุริม แต่เพราะในตอนนั้นมีอีกเรื่องที่ติดท็อปอยู่มีพระเอกชื่อเดียวกัน เฌอมาจึงเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ไม่สับสน แต่ตอนนี้เรื่องนั้นจบลงแล้ว จึงกลับมาใช้ชื่อเดิมนั้นคือหมอปุริมค่ะ ^^
















 



 

บทที่ 9 : มาดามไร้รังไข่!

โชคดีที่วันต่อมาคือวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่ตรีประดับจึงไม่จำต้องไปทำงาน ทว่าหลังกรีดร้องกับรอยแผลผ่าตัดที่ยาวเหยียดเป็นล้านๆเมตรไปเมื่อตอนรุ่งสาง เธอก็ทำเพียงนอนอยู่บนเตียงนิ่งๆ ขบคิดเรื่องชีวิตแสนเศร้าของตัวเอง เรื่องการถูกตัดรังไข่ เรื่องการมีลูกไม่ได้ หญิงสาววนเวียนและยอมรับว่าจิตตกอย่างรุนแรงจนเผลอร้องไห้ออกมาในบางครั้ง แต่ต้องพยายามยิ้มแย้มไว้ในเวลาที่บิดาบังเกิดเกล้ามาหา ซึ่งสำหรับตัวตรีประดับ การฝืนตัวเองแบบนั้นมันช่างเหนื่อยเหลือเกิน…

        นอกจากคนเป็นพ่อที่มาบ่อยเพราะตรีประดับไม่ยอมให้ลำบากมานอนเฝ้า อีกหนึ่งคนที่มาถี่ไม่แพ้กันคือนายแพทย์ปุริม รายนั้นมักเอาหน้านิ่งๆ ของเขามาเยี่ยมหญิงสาวทุกสามมื้อ คนเป็นหมอไม่ได้หยุดยาวอย่างเช่นคนอื่นๆ เพราะต้องเข้าเวร ตรีประดับทราบว่างานหมอของปุริมค่อนข้างหนักเพราะปัจจุบันหมอเด็กมีอยู่น้อยมาก แต่เขาก็ยังมีน้ำใจปลีกตัวมาเยี่ยม แม้บางครั้งจะมาเพื่อมานอนงีบ หรือมาเพื่อหาที่กินกาแฟระหว่างพักก็ตาม

วันเวลาหมุนไปอย่างเชื่องช้าในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายของปี แพทย์หญิงหม่อมราชวงศ์กนกวลีหรือคุณหญิงก้อยซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้บอกว่าพรุ่งนี้ตรีประดับสามารถกลับบ้านได้แล้ว ทว่าตรีประดับกลับไม่ค่อยแฮปปี้นัก เพราะช่วงหัวค่ำของวันนั้นตัวแทนจากบริษัทคีย์นิวเอจได้ยกกระเช้ามาเยี่ยมไข้ เธอสงสัยอยู่เหมือนกันว่าใครเป็นคนไปบอก แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะตัวแทนที่เอากระเช้ามาส่งมอบคือเบญจาภา นังปลิงหัวดำนั้นเอง!

“หายไวๆนะจ้ะปริม…พรืดดดด อุ๊บ!”

“เธอหัวเราะอะไร!”

เบญจาภาแสร้งยิ้มก่อนจะจัดแจ้งวางกระเช้าอันใหญ่โตไปที่ข้างเตียงของตรีประดับ

“ก็หัวเราะเธอน่ะสิที่โดนตัดรังไข่”

หล่อนว่าก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง ยกมือกอดอกยกขาไขว้ห้าง เริ่มพูดจาถากถางตรีประดับเพราะในห้องมีเพียงแค่สองคน

“เอ้อ! คนเรานี้ก็แปลกเน้อ ครั้งแรกโดนแฟนบอกเลิก ครั้งสองโดนหัวหน้าลดตำแหน่ง แล้วล่าสุดยังซวยถึงขั้นโดนตัดรังไข่มีลูกไม่ได้อีก ฉันไม่รู้จริงๆว่าควรจะเห็นใจหรือหัวเราะสะใจกับชีวิตของเธอดี แม่มาดามไร้รังไข่!”

ตรีประดับกำหมัดแน่นแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ด้วยทั้งใจและร่างกายกำลังอ่อนแอเหลือเกิน

ใจเธอโดนทำร้ายด้วยความคิดที่ว่าตัวเองคงมีลูกไม่ได้ ร่างกายยังระบมเพราะแผลผ่าตัดที่ต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะหายดี แล้วยังคำสั่งแพทย์ที่ว่าหลังผ่าตัดห้ามจาม ห้ามไอ ห้ามวิ่ง ห้ามหัวเราะ ห้ามนอนคว่ำ ห้ามยกของหนัก ทั้งหมดนั้นทำเธอจะเป็นบ้า! แล้วดูสิ นอกจากเธอจะต้องพยายามใช้ชีวิตดุจคนพิการหยิบจับทำอะไรไม่ได้ เธอยังต้องมาโดนเพื่อนร่วมงานโรคจิตย้ำให้คิดเรื่องมดลูกของตัวเองอีก

“ผมว่าคุณมากกว่ามั้งที่จะซวย”

ทว่าจู่ๆปุริมที่มาเยี่ยมตรีประดับพอดีก็พูดขึ้นขณะก้าวเข้ามาในห้อง เบญจาภาลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะมองฝ่ายตรงข้าม และด้วยการแต่งตัวบวกกับมาดได้ ทำให้เบญจาภาตระหนักว่าชายหนุ่มต้องเป็นหมออย่างแน่นอน แต่หมออะไรถึงได้หล่อเบอร์นี้!

“เอ่อ คุณหมอว่ายังไงนะคะ”

ปุริมยกมือขึ้นอังหน้าผากของตรีประดับแต่สายตายังจับจ้องที่เบญจาภาไม่ละไปไหน

“ผมบอกว่าคุณมากกว่าที่จะซวย…ถ้ายังไม่หยุดพล่าม”

         น้ำเสียงนิ่งๆบวกกับไม่หลบสายตาทำให้เบญจาภาถึงกับวางหน้าไม่ถูก สุดท้ายเธอยันตัวลุกจากเตียงของคนไข้ที่กำลังปั่นประสาทจนได้ที่ แสนเสียดายที่ไม่สามารถแกล้งตรีประดับได้มากกว่านี้ แต่ก็จำต้องละ เพราะหมอหล่อท่าทางดีคนนี้ดูจะออกโรงปกป้องหากหล่อนจะพูดบั่นทอนตรีประดับต่อไป

        “เอ่อ ถ้าหมอมาแล้วเบ็ทตี้ขอตัวดีกว่า ไม่อยากรบกวนการรักษาน่ะค่ะ”

        “อยู่ต่อสิครับ…ผมว่าคุณดูตลกดี”

        ปุริมกล่าวอย่างสื่อความนัยว่าอีกฝ่ายช่างดูตลบตะแลงไม่เหมือนมนุษย์ปกติ แน่นอนว่าเบญจาภารู้ความหมายนั้นจึงเร่งที่จะออกจากห้องโดยไว แม้ในใจจะเริ่มสงสัยว่าหมอหล่อท่าทางดีคนนี้เป็นอะไรกับอริของหล่อน ทำไมถึงได้ดูปกป้องกันขนาดนั้น

        “ไว้โอกาสหน้านะคะ พอดีว่าเบ็ตตี้มีธุระต้องไปทำต่อ” เบญจาภายิ้มก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปที่ตรีประดับซึ่งก้มหน้านิ่งอยู่บนเตียงไม่พูดไม่จากับใคร

        “งั้นฉันกลับก่อนนะจ้ะปริม หายไว้ๆล่ะ แล้วพบกันที่บริษัท”

        เมื่อเห็นว่าแขกไม่ได้รับเชิญกลับไปแล้ว ปุริมก็กลับมาให้ความสนใจหญิงสาวบนเตียง มองคนก้มหน้านิ่งและจิตตก ซึ่งคนเป็นหมอดูออกว่าอีกฝ่ายคงถูกผู้หญิงที่ดูร้ายๆเมื่อครู่ทำร้ายจิตใจมา

        “โอเคไหม”

        “…อื้อ”

        “แม่โทรมาบอกว่าวันนี้ที่บ้านจะมาจัดงานเคาท์ดาวน์ที่นี้ พวกนั้นเตรียมของกินที่แกชอบมาเยอะเลย”

        ตรีประดับไม่กระดิกตัวแม้แต่น้อยถึงแม้หมอหนุ่มจะพูดถึงงานรื่นเริงซึ่งคนที่บ้านจะแห่มาจัดให้ “ฉันไม่อยากเจอใครตอนนี้…”

         ปุริมขมวดคิ้ว มองท่าทีที่แปลกไปของตรีประดับ “ทำไมล่ะ”

        “เพราะฉัน…อยากร้องไห้มากกว่า”

        “…”

        ชายหนุ่มเบื่อนหน้าออกจากใบหน้าที่ดูย้ำแย่ของตรีประดับ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปปิดไฟห้อง แล้วลวงโทรศัพท์ออกมาต่อสายโทรหามารดา

        ‘ใจร้อนจริงปุณณ์ แม่กำลังจะออกจากบ้านแล้ววว’

        อรุนรำไพกล่าวเสียงสดชื่นผ่านเครื่องมือสื่อสาร

        “แม่ครับ แม่ไม่ต้องมาแล้วนะ”

        ‘อ้าว ทำไมอย่างนั้นละ’

        ชายหนุ่มหันกลับไปมองหญิงสาวบนเตียงที่ยังคงก้มหน้านิ่งแบบเดิม เขาถอนหายใจก่อนจะตอบกลับมารดาไป

        “ปริมหลับไปแล้วนะครับ สงสัยหมอให้ทานยาไปเมื่อหัวค่ำ”

        ‘อ้าว แย่จังเลย…งั้นไม่เป็นไร ถ้าปริมตื่นฝากบอกด้วยว่าพรุ่งนี้เจอกันที่บ้าน เราจัดงานปีใหม่แทนงานเคาท์ดาวน์ก็ได้เน้อ’

“ครับแม่ ปุณณ์จะบอกปริมให้”

‘จ้า อ่อ แล้ววันนี้ปุณณ์เข้าเวรไหมลูก’

“เปล่าครับ แต่คิดว่าวันนี้คงไม่กลับบ้าน…จะอยู่เป็นเพื่อนปริม”

‘คิคิ จ้าๆ สู้ๆนะลูก’

นิ้วเรียวกดวางสายก่อนจะเก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ที่เดิม ขายาวของคนมีส่วนสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรก้าวยาวๆเข้าไปหาคนบนเตียงที่ยังก้มหน้านิ่งไม่ยอมให้ตัวเขามองเห็นรอยน้ำตา

ปุริมนั่งลงบนเตียงผู้ป่วย ก่อนจะจับใบหน้าของตรีประดับให้เงยขึ้น เผยสองข้างแก้มที่เปียกปอนไปด้วยน้ำสีใส ซึ่งเขาแปลกใจเหลือเกินว่ามันมาปรากฏบนใบหน้าเล็กๆนี้ได้อย่างไร

“ทำไมถึงร้อง”

ตรีประดับเสหลบก่อนจะพลิกตัวไปอีกทาง เธอไม่ได้อยากร้องไห้ให้ใครเห็นโดยเฉพาะกับชายหนุ่มตรงหน้า แต่เพราะปุริมเข้ามาตอนเบญจาภาตอกลิ่มฝังหัวใจของเธอพอดี เธอจึงไม่อาจกลั้นความผิดหวังเอาไว้ได้

ตลอดชีวิตการเป็นตรีประดับ เธอใช้ชีวิติอย่างคนที่ไม่หวาดกลัวสิ่งได้ ใช้มันสมองเอาตัวเองพุ่งไปข้างหน้า ตัดสินใจทุกอย่างอย่างฉับไวไม่มีคำว่าลังเล เธอไม่เคยกลัวคำว่าผิดหวัง เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรก็มีครอบครัวและบรรดาลุงๆป้าๆคอยโอบอุ้มอยู่  ทว่าเมื่อไม่นานมานี้เธอกลับได้พบว่ามันมีบางเรื่องเช่นกันที่เธอต้องเผชิญหน้ามันด้วยตัวเอง

จริงอยู่ที่หญิงสาวมุ่งแต่งานและไม่เคยคิดถึงการมีลูก ใจคิดแต่ว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ก็ไม่เคยคิดว่าไม่อยากมี ทว่าวันนี้ เธอกลับพบว่าตัวเองไม่สามารถมีลูกได้อีก ครั้งแรกที่หมออธิบายว่าการผ่าตัดอาจทำให้เธอต้องเสียรังไข่ เธอยอมรับว่าตกใจแต่ไม่คิดว่าดวงจะซวยขนาดนั้น แต่พอลืมตาแล้วพบว่าตนเองไม่เหลือสิ่งใดแล้ว นั้นละ เธอถึงได้พบว่าเธอประมาณกับชีวิของตัวเองเหลือเกิน

ตรีประดับคิดก่อนจะยกมือลูบหน้าท้องของตัวเอง

'ลูก' คำนี้ดูห่างไกลกับชีวิตของเธอเหลือเกิน เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองอยากได้ลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชาย ไม่เคยคิดว่าจะให้แกใช้ชื่ออะไร ต้องมีอักษรเหมือนชื่อพ่อหรือชื่อแม่  มันก็เรื่องปกติธรรมดามิใช่หรือ เมื่อคนเราโตพอที่จะรับผิดชอบตัวเองได้ มีหน้าที่การงานที่ดี มีคนรักที่ดี ก็จะถึงเวลาแต่งงานและมีลูก ชีวิตล้วนดำเนินไปตามจังหวะที่เหมาะสมของมัน แต่วันนี้เวลานี้เธอกลับพบว่า ไม่ทันที่เธอจะพบรักแท้หรือแต่งงานด้วยซ้ำ

เธอก็ถูกตัดสิทธิจากคำว่าแม่เสียแล้ว...

หากถามว่าเสียใจไหมคงตอบไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกว่าเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องการมีเด็กซักคน แต่มันเป็นความรู้สึกหน่วงๆ มันใจหาย มันโหวงๆ เสียงในใจร้องถามเป็นพันๆครั้งว่านี้ฉันจะมีลูกไม่ไดังั้นเหรอ จริงเหรอ ฉันจะต้องเฉาตายโดยไม่มีเลือดเนื้อเกิดมาเพื่อรับสมบัติเงินทองที่สู้อุส่าห์หามาใช่ไหม แล้วพ่อของเธอเล่า พ่อเป็นเด็กกำพร้า ชีวิตพ่อมีเพียงเธอเท่านั้น ถึงแม้พ่อไม่พูด แต่เธอรู้ว่าพ่อเองก็หวังอยากมีหลาน หากบั้นปลายของพ่อได้อุ้มเด็กน้อยที่เป็นสายเลือดตัวเอง พ่อจะดีใจแค่ไหนกัน ทว่ากว่าจะคิดได้มันก็สายไปแล้ว ตัวเธอไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป เธอเป็นเพียงมาดามไร้รังไข่ เป็นอย่างที่ยัยเบ็ตตี้พูดไว้จริงๆ!

“ปริม”

เสียงเรียกเบาๆทางด้านหลังดึงให้ตรีประดับมีสติและหันกลับไปมองเขา หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเจ็บปวด และนั้นเป็นสายตาที่ปุริมไม่อยากเห็นเลยจริงๆ

“ปุณณ์”

“…หื้ม”

“ฉันมันโง่มากใช่ไหม”

คนเป็นหมอนิ่งไปเมื่อโดนตั้งคำถาม “…ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”

“เพราะฉันพึ่งรู้เอาตอนนี้ว่าฉันอยากมีลูก…ฉันอยากมีลูกชายหลายๆคน”

เสียงสั่นที่เอ่ยความในใจทำเอาปุริมค้างไปห้าวิ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร คนฟูมฟายก็เริ่มพูดต่อ

“มันคงดีใช่ไหม ถ้ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเกิดมาหน้าตาคล้ายฉันหรือคล้ายคนที่ฉันรัก เขาคงจะรักฉัน ไม่ทิ้งฉันไปไหนเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ เราคงได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทุกวันแม่ฉันก็จะได้ดอกมะลิที่ครูให้เขาทำในชั่วโมงเรียน”

“ปริม”

“ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่ด้วยซ้ำ แต่ปุณณ์ ตอนนี้ฉันอยากมีลูกแล้ว ละ…แล้ว แล้วฉันควรทำยังไงดี”

ตรีประดับปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาโดยไม่คิดปิดบังมันอีกครั้ง เธอมองปุริมอย่างเว้าวอนและขอร้องให้เขาช่วยหาทางแก้ สุดท้ายเธอยกสองมือขึ้นปิดบังใบหน้า สะอื้นไห้กับความจริงที่ว่า…

ทุกอย่างมันสายเกินไป

“เดี๋ยวนะ” คนเป็นหมอที่พึ่งตั้งสติได้หยุดบรรยากาศดราม่าที่ตรีประดับเป็นคนก่อ ฝ่ามือใหญ่เอื้อมดึงฝ่ามือบางออกจากใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้น

“ถ้าอยากมีลูกแกก็มีสิ...จะร้องไห้ทำไม”


 

ตรีประดับชะงักก่อนจะหันมองปุริมที่กำลังขมวดคิ้วมองเธอ สองมือของเขายื้อมือตัวเธอเอาไว้ไม่ให้ปิดหน้าร้องไห้แบบเมื่อครู่ ทว่าตรีประดับผู้คิดว่าตนเองมีลูกไม่ได้กลับนั่งนิ่งไม่เข้าใจ รู้สึกเหมือนตนถูกของแข็งตีเข้าที่หัว จึงไม่สามารถเข้าใจและตรัสรู้อะไรง่ายๆเช่นกาลก่อน เป็นเหตุให้นายแพทย์ปุริมจำต้องเอื้อมมือมานวดขมับให้ นวดจูนสมองอยู่นานจนสติของเธอกลับมาดั่งเดิม

“เมื่อกี้ แกพูดว่าอะไรนะปุณณ์”

ฉันบอกว่า ถ้าอยากมีลูกแกก็มีสิ จะร้องแหกปากทำไม”

“ตะ แต่ฉันมีลูกไม่ได้ แกก็รู้นี้ เพื่อนแกตัดรังไข่ฉันไปแล้ว!

หลังจากฟังคำกล่าวของหญิงสาว ปุริมก็เปลี่ยนจากนวดขมับอีกฝ่าย มานวดขมับให้ตัวเองแทน

“ปริมเฮ้อ ฉันจะพูดยังไงกับแกดี ถามจริงนะ เรียนจบปริญญาตรีมาได้ยังไงเนี่ย”

“อะไรของแก!”

“ฟังนะ ร่างกายผู้หญิงมีรังไข่สองข้าง ถุงน้ำของแกมันเป็นที่รังไข่ข้างซ้าย หมอเขาเลยตัดรังไข่ข้างซ้ายแกทิ้งไปเข้าใจหรือยัง”

“ถะถ้างั้น”

ปุริมมองคนเก่งของบ้านที่ดูบ้าใบ้ไปเสียแล้วก่อนจะส่ายหัว และนั้นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า แท้จริงแล้วคนตรงหน้าไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย เป็นเพียงผู้หญิงโก๊ะๆคนหนึ่งที่มักจะโง่ในเรื่องที่ไม่สมควรจะโง่

“หมายความว่าในตัวแกยังเหลือรังไข่อีกข้าง เพราะงั้น

“แกยังมีลูกได้”

“กะ…กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!”

เสียงกรี๊ดลั่นที่ดังขึ้นในยามวิกาลทำให้นางพยาบาลซึ่งประจำการอยู่ในชั้นรีบรุดเข้ามาดู ครั้นเห็นนายแพทย์ของโรงพยาบาลเช่นปุริมกำลังกดหัวกดปากคนไข้ท่าทางสติแตกเอาไว้ พลางทำหน้าราวกับจะบอกเป็นนัยๆว่าเขาเอาอยู่ สองนางพยายาลต่างไซส์ก็พยักหน้าพร้อมกันก่อนจะถอยกลับออกไปอย่างรวดเร็ว

ปุริมก้มมองคนที่ยังกรี๊ดทั้งที่เขาใช้มือปิดปากเอาไว้ “ถ้ายังไม่หยุดกรี๊ดฉันจะปิดจมูกแกด้วย”

“อื้อๆ”

ตรีประดับพยักหน้าเชื่อฟัง และในทันทีที่อีกฝ่ายปล่อยปากและหัวของเธอให้เป็นอิสระ สองมือของฝ่ายหญิงก็รีบคว้ามือของปุริมเอาไว้ กุมขึ้นเสมออกอย่าขอร้องให้พูดอีกที

“แกพูดจริงเหรอ! ฉันยังมีลูกได้จริงๆใช่ไหมปุณณ์!”

“อืม”

“ถึงฉันจะถูกตัดรังไข่ไปข้างหนึ่ง แต่ฉันยังมีอีกข้างชัวร์ใช่ไหม!”

“อืม”

“เย่!” ตรีประดับทิ้งมือหมอ ก่อนชูมือทั้งสองข้างขึ้นพลางโห่ร้องดีใจ คราวนี้ต่อให้ปุริมคิดจะอุดปากเธออีกก็ไม่ทันแล้ว

“ฉันยังมีลูกได้!ยังมีลูกได้!!” ตรีประดับตะโกนพลางหลบเลี่ยงมือของปุรืมไปด้วย

“แต่เดี๋ยว! นี้ไม่ใช่เวลามาดีใจนะ!”

ปุริมที่ตั้งใจจะอุดปากหญิงสาวอีกครั้งเลิกคิ้วให้ความสนใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของตรีประดับ ท่าทีที่เริ่มขรึม สีหน้าที่เริ่มมีรอยคิดใคร่ครวญ ทำให้ชายหนุ่มรู้ในใจว่าคนตรงหน้ากำลังวางแผนอะไรอีกแล้ว

พวกหัวสมองไม่หยุดคิด

“จริงด้วยสินะ นี้ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมานั่งดีใจเลย ไม่ควรๆ”

“...อะไรอีก”

ตรีประดับเงยหน้ามองปุริม แต่สมองกลับคิดไปถึงเรื่องอื่น พักหนึ่งกว่าเธอจะยอมตอบคนรอฟัง

“จริงอยู่ที่ฉันยังมีลูกได้ แต่ใครจะรู้ว่าวันพรุ่งนี้ฉันอาจซวย ถูกตัดมดลูกไปอีกข้างก็ได้!”

“โอกาสน้อยมากที่จะเกิดซ้ำกับข้างที่เหลือ”

“ใครจะรับประกันได้ล่ะ! ถึงได้ฉันก็ไม่เชื่อ! ฉันจะไม่ยอมเสี่ยงกับความดวงซวยของตัวเองอีกแล้ว!”

หญิงสาวสวนทันควันก่อนจะยกมือขึ้นลูบคางตัวเอง เธอครุ่นคิดแล้วนิ่งนาน นึกย้อนถึงช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา ที่เธอรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นกับการมีลูกไม่ได้!

เธอเคยรับรู้ความรู้สึกของการเป็นมาดามไร้รังไข่มาแล้ว การต้องใช้ชีวิตอย่างไร้ทายาท ไร้ลูกน้อยสืบทอดสมบัติและนามสกุลมันเป็นทุกข์เช่นไร เธอยอมรับว่าเสียใจ เสียใจที่ก่อนหน้านั้นเธอรู้ตัวช้า เธอบอกตัวเองว่าหากมีโอกาส หากย้อนเวลากลับไปได้ซักนิด ให้เธอแลกอะไรเธอก็ยอมทั้งนั้น! แต่วันนี้ตอนนี้โอกาสนั้นได้กลับมาหาเธอแล้ว เธอสามารถมีลูกได้อย่างคนปกติ แล้วเธอจะยอมเสียโอกาสนั้นไปเหรอ! จะกลับไปใช้ชีวิตไม่สนอะไรเหมือนที่ผ่านมาอีกงั้นเหรอ!

ไม่!

มี!

ทาง!

ตรีประดับเชิดหน้าขึ้นมองตอบนายแพทย์ปุริมที่ยืนกอดอกหลวมๆมองเธออยู่ข้างเตียง

“ฉันตัดสินใจแล้ว!”

“หืม”

“ฉันจะมีลูกให้เร็วที่สุด! มีก่อนที่รังไข่ของฉัน! จะถูกเพื่อนของแกตัดไปอีกข้างหนึ่ง!”


------------------------------

ฝากเพจด้วยจ้า จะแจ้งอัพนิยาย + ลง NC ในนั้นน้า คลิ๊ก! >>  เพจเฌอมา <<

 


 ฝากเพจด้วยจ้า 







 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,240 ความคิดเห็น

  1. #13073 K.One (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 01:23
    สามี.. หาสามีอย่างด่วน 5555
    #13,073
    0
  2. #7833 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 06:32
    555555 นางตลกจริงๆปริม
    #7,833
    0
  3. #7166 BB oi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 17:17
    เพลียกับนางจิงๆ
    #7,166
    0
  4. #4306 9namfon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 16:59
    หมอปุณว่าไง มาดามคิกแผลงๆอีกแล้ว
    #4,306
    0
  5. #3659 มูตี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 20:33
    ^______^
    #3,659
    0
  6. #1619 I:AM XXI (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 21:41
    จับเพื่อนทำผัวก็หมดห่วงละคะมาดามมมม
    #1,619
    0
  7. #1581 noodao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 16:52
    จะมีลูกให้เร็วที่สุด หาสามีได้ยังจ๊ะมาดาม พ่อของลูกอ่ะอยู่ไหน
    #1,581
    0
  8. #1329 ChaowEva (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 08:35
    แหม่ ไม่ได้มาอ่านซะนานเลย
    #1,329
    0
  9. #1323 Sun Oranut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 10:04
    อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกอยากแต่งงานขึ้นมาทันทีเลยกลัวมีลูกไม่ได้จัง
    รู้สึกเครียดเลยค่ะ
    #1,323
    0
  10. #1299 ผ่องจ้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:57
    เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว มีบางอย่างที่แปลกไป ไม่ใช่นิยาย แต่เหมือนคนเขียนไม่ใช่เฌอมา เพราะรีดติดตามมา ทั้ง ภรรยาเจ้า พระพายทำนายรัก ก็อ่านมา ทุกอย่างดี ลงตัว ไหลรื่น แต่เรื่องนี้ งัย ผิดเยอะจัง ไรท์ไม่มีสมาธิเหรอ คิดสดแต่ก็ไม่น่ารีบอัพนะคะ เหมือนเฌอมาปลอมๆ ใคร ใคร ปลอมเป็นเฌอมารึเปล่าเนี่ย อิมเมจหมอปุณ หล่อเป็นพักๆ หารูปหล่อๆมาลงนะคะ จะได้จิ้น เอ้ยจินตนาการตาม ...อิอิ ติดตามต่อไปค่ะ เป็นแฟนเพจด้วยนะคะ
    #1,299
    0
  11. #1288 YulSica (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 00:24
    เดี๋ยวฉันช่วยแกทำลูกเอง อุ้ยไม่ใช่
    #1,288
    0
  12. #1268 yiiyippynoeii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 08:19
    อั้ยปุณน่ารักกก
    #1,268
    0
  13. #1255 0926793920 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:26
    รออยุ่นร้าาาา
    #1,255
    0
  14. #1250 Peang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:41
    รอติดตามอยู่นะคะ
    #1,250
    0
  15. #1221 fung fing (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 02:43
    อร๊ายยย เขิน
    #1,221
    0
  16. #1218 ชาใหญ่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:08
    ปริมไม่เคยเรียนชีวะเหรอลูก รังไข่มันมีสองข้าง555
    #1,218
    0
  17. #1211 Justinloveyou (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 01:01
    น้ำตาไหลเลยอ่ะToT
    #1,211
    0
  18. #1210 yuya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 23:06
    คิดถึงไรต์แล้ว จะอัพเมื่อไหร่คะะะ >.<
    #1,210
    0
  19. #1202 มังน้อย ˇ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 02:17
    อยากมีลูกก็มีสิมาดาม มีกับหมอปุณณ์นั่นไง รายนั้นพร้อมมานานแล้ว
    #1,202
    0
  20. #1192 tob y (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:39
    ร้องเเบบนี้ด่ะ ปุณก็ช่วยปั้มทันทีซะหรอกปริมเอ๊ยอย่าร้องๆ 55555
    #1,192
    0
  21. #1189 ไรเฟิล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 14:46
    ตัดรังไข่ข้างเดียวใช่ม้ายยย
    #1,189
    0
  22. #1171 9namfon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 16:16
    มาดามอย่าพึ่งร้อง


    หมอ
    #1,171
    0
  23. #1167 Mablueya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:53
    เมื่อไหร่ไรท์จะมาเฉลยสักทีว่าอิหมอไปทำอะไรมาดามไว้ดมาดามถึงได้บอกเลิกอิหมอ นี่ต้องมีเหตุใช่มั้ยคะ แต่กลัวว่าจะหักมุมเพราะไรท์บอกไม่ดราม่าแต่เอาฮา ไม่ใช่ว่ามาดามมโนคิดเองเออเองจนได้เรื่องนะคะ5555
    #1,167
    0
  24. #1126 noodao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 14:40
    หมอเจ้าของไข้ไม่มารีบเคลียร์ มาดามมโนไปไกลล่ะ
    ถามพ่อของลูกยังว่าโอเคไหม
    #1,126
    0
  25. #1125 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 14:05
    5555มาดามเอ้ย ร้องทำไมไม่ปรึกษาหมอหละ
    #1,125
    0