มาดามคานทอง (สนพ.พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 8)

ตอนที่ 10 : Chapter 10 : ธาตุแท้ของปุริม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    10 เม.ย. 60



















หล่อร้ายผุ้ชายของเฌอมา วุ้ววว

 

 

 

บทที่ 11 : ธาตุแท้ของปุริม

หลังจากประกาศเจตนารมณ์กลางโรงพยาบาลไปเมื่อคืน ตรีประดับก็รีบเข้านอนทันทีเพราะจำเป็นต้องถนอมสุขภาพให้พรั้งพร้อมสำหรับการมีลูก ทิ้งให้นายแพทย์ปุริมซึ่งทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรยืนส่งเธอหลับอยู่อย่างนั้น ครั้นตื่นขึ้นอีกทีในตอนเช้า ตรีประดับก็ไม่พบปุริมอีกแล้ว กลับเห็นพ่อของเธอ ป้ารุนและลุงราช ซึ่งมาถึงตั้งแต่เช้าเพื่อรับเธอกลับ

“ปุณณ์มีเคสผ่าตัดช่วงเช้าน่ะจ้ะ ฝากบอกว่าเย็นนี้เจอกันที่บ้าน”

อรุนรำไพกล่าวแทนบุตรชาย ตรีประดับพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะถูกประคองให้ก้าวลงจากเตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

กว่าจะพบหมอและจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเรียบร้อยก็ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมง ทั้งหมดพากันเดินลงมาด้านล่าง พูดคุยกันว่างานเลี้ยงปีใหม่จะทำอะไรทานดี

“ที่แน่ๆต้องมีต้มจืดตำลึงหมูบะช่อของโปรดคนป่วย อันนี้ลืมไม่ได้เลย”

นางอรุนรำไพกล่าวกับตัวเองเป็นเชิงกำกับ ก่อนจะร่ายเมนูอาหารในใจทีละรายการให้ทุกคนฟัง เป็นเหตุให้ผกายฤทธิ์และไกรราชที่เดินตามมาทางด้านหลังต้องลูบท้องปอยๆ

“อ่ะ นั้นรถมาแล้ว”

ตรีประดับที่ถูกประคองเดินหันมองตามเสียงของอรุนรำไพ พบรถตู้สีงาช้างกำลังขับตรงเข้ามาหา เธอเดาว่าเป็นรถของบ้านลุงใหญ่ เพื่อนสนิทอีกคนของพ่อเธอ และก็จริงดั่งคาด เพราะทันทีที่รถจอดเทียบหน้าโรงพยาบาล เจ้าของรถที่นั่งอยู่ภายในก็ก้าวลงมา

“ช้า”

ผกายฤทธิ์เอ่ยตำหนิเพื่อนทันทีที่เห็นหน้า ทำให้พันตำรวจเอกพันศักดิ์ที่กำลังยิ้มร่าตั้งท่าจะพูดกับตรีประดับหันมองทันที

“น้อยๆหน่อยไอฤทธิ์ แกควรขอบใจฉันไหมที่อุสาห์มารับลูกสาวแก”

“แล้วบ้านฉันไม่มีรถหรือไง”

“ไอนี้!”

“ไม่เอานาคุณ จะทะเลาะกันน่ะได้ แต่ให้ยัยปริมขึ้นรถมาก่อนได้ไหม หลานป่วยอยู่นะ”

คุณหญิงกลิ่นกาล ภรรยาของนายตำรวจใหญ่ซึ่งนั้งอยู่ภายในรถชะโงกหน้าออกมา ก่อนจะรับข้าวของจากมืออรุนรำไพและไกราชขึ้นไปวางทางด้านหลัง

ตรีประดับมองพ่อและลุงซึ่งทำทีทะเลาะกัน ก่อนจะลากกันไปไกลไม่ให้คนทางนี้ได้ยินบทสนทนา เธอรู้หรอกว่าทั้งสองคนแสร้งตีกันไปอย่างนั้น จริงๆจะหาทางปลีกตัวไปตกลงว่าวันนี้จะซื้อเบียร์ยี่ห้ออะไร แรงเท่าไรไปกินในงานเลี้ยงปีใหม่ต่างหาก

คนรู้เหลี่ยมคิด ก่อนสายตาจะเหลือบเลยไปเห็นร่างของใครบางคนบนชั้นสองของตึกโรงพยาบาลที่อยู่ไกลออกไป

ร่างสูงโปร่งแม้จะอยู่ทามกลางคนเยอะๆตรีประดับก็จำได้ ไม่แปลกมิใช่หรือ เพราะเธอเห็นเขามาแต่เล็กย่อมสะดุดตาได้ง่ายกว่าคนอื่น ทว่าวันนี้มันมีบางสิ่งไม่คุ้นตา นั้นคือเจ้าของร่างนั้นกำลังยืนคุยกับหมอผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆคนหนึ่ง คุยกันกระหนุงกระหนิง บ่งบอกว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่...ไม่ธรรมดา

ตรีประดับหันกลับไปมองภาพนั้นอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ใจเธอรู้สึกเจ็บแปลบทันทีที่มองเห็น

ร่างบอบบางสูงเพียงอกของปุริม ใบหน้าหวานประดับรอบยิ้มดูอ่อนใสไม่ต่างจากหลายปีก่อนที่ตรีประดับจำได้

ที่แท้เธอก็คือหมอมิ้ม เพื่อนร่วมคณะที่คงสถานะพิเศษในใจของปุริมเสอมมา และเธอนั้นเอง คือสาเหตุที่ทำให้ตรีประดับและปุริมต้องเลิกรากัน

ตรีประดับกระพริบตาไล่บางสิ่งบางอย่างที่คลายจะซึมออกมาเคลือบนัยน์ตาของเธอเอาไว้ จ้องมองภาพคนสองคนที่กำลังคุยเล่นกัน ภาพนั้นทับซ่อนกับภาพในใจเธอ ผิดแต่ว่าชุดของทั้งคู่เป็นชุดนักศึกษาแพทย์ ไม่ใช่ชุดหมอเต็มตัวอย่างทุกวันนี้

คนที่ปกติมักนิ่ง เงียบ ไม่ค่อยพูดและไม่ค่อยยิ้มเช่นปุริม กลับทำท่าทีเหล่านั้นทั้งหมดขณะอยู่กับหมอมิ้ม พลันนั้นคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของตรีประดับอย่างเลี่ยงไม่ได้

งั้นที่บอกว่าช่วงเช้าติดเคสผ่าตัด...ก็โกหกงั้นสิ

ในตอนนั้นเองที่ปุริมรู้สึกได้ว่ามีสายตาหนึ่งมองเขาอยู่ เขาจึงผละจากคู่สนทนาแล้วหันมองตอบ แต่ในทันทีที่เขาพบว่าเจ้าของสายตาซึ่งกำลังมองมาคือตรีประดับ ใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างผ่อนคลายก็เปลี่ยนเป็นชะงักงัน

เมื่อถูกเจ้าของร่างจับได้ ตรีประดับก็ทำเพียงยิ้มทักทายบางๆเท่านั้น ก่อนเธอจะรีบหมุนตัวก้าวขึ้นไปบนรถ เมื่อถูกประคองให้นั่งอย่างดีก็รีบหลับตาลงแสร้งพักผ่อน ทว่าในใจของเธอกลับยังคงครุ่นคิดหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่องของปุริม

ไม่ยักรู้ว่าหมอนั้นกับหมอมิ้มยังติดต่อกันอยู่…

แต่ก็ดีแล้วละ...ดีแล้วจริงๆ

 



 

กว่าปุริมจะเลิกงานและขับฝ่ารถติดมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปทุ่มกว่า ทันทีที่มาถึงก็พบว่าบริเวณสวนน่าบ้านของเขาและตรีประดับถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานปาร์ตี้เล็กๆเรียบร้อยแล้ว

โต๊ะตัวยาวถูกนำมาตั้งบนสนามหญ้า ปูด้วยผ้าลูกไม้ลายฉลุผืนโปรดของผู้เป็นแม่ แจกันดอกไม้ถูกวางกึ่งกลาง รอบข้างคืออาหารและของกินเล่นมากมาย บรรดาลุงๆรวมถึงพ่อของเขานั่งจับกลุ่มคุยกันพร้อมทานอาหารไปด้วย เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยช่วยส่งให้บรรยากาศรอบด้านดูคึกคักเป็นพิเศษ

“มาแล้วเหรอปุณณ์ แม่ทำอาหารเสร็จพอดีเลยลูก”

อรุนรำไพทักบุตรชายขณะกำลังยกโถน้ำพั๊นซ์ใบใหญ่ออกมาจากบ้าน

ปุริมยกมือไหว้บิดามารดา และบรรดาลุงๆป้าๆ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างแบบบางซึ่งนั่งรวมกลุ่มอยู่กับพ่อและลุงของเขา ทว่าใบหน้าที่ไร้การแต่งเติมใดๆของเธอกลับดูเม่อลอย คล้ายคิดเรื่องใดอยู่ จิตใจจึงดูไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ทางด้านนางสาวตรีประดับผู้ถูกกล่าวถึงกลับไม่รู้แม้แต่นิดว่าตนกำลังอยู่ในสายตาของใคร เพราะเธอกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จมดิ่งลงไปเรื่อยๆ แม้ปุริมเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอก็ยังไม่รู้ตัว

นี้ฉันเป็นอะไร?

หญิงสาวผู้ตกอยู่ในภวังค์ความคิดถามคำถามนี้กับตัวเองเป็นรอบที่ 4 แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

แค่เห็นแฟนเก่าอยู่กับกิ๊กเก่าเข้าหน่อย ถึงกับไปไม่เป็นเลยหรือไง?

หญิงสาวเย้ยหยันตัวเองก่อนจะสะบัดใบหน้าไปมาคล้ายต้องการสลัดความฟุ้งซ่านในใจ

แล้วมันน่าตกใจตรงไหน? หมอนั้นก็เลือกหมอมิ้มมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เขาสองคนไม่ได้คบกันอยู่สิถึงจะเป็นเรื่องแปลก...

หญิงสาวคิดก่อนจะยิ้มบางทว่าในดวงตากลับไม่ยิ้มตามไปด้วย คนปลงตกเงยหน้าขึ้นหมายจะถอนหายใจอีกซักเฮือก ในตอนนั้นเองที่หนึ่งสายตาซึ่งมองรออยู่ผสานเข้ากับสายตาของเธอพอดิบพอดี

“...”

คนคิดฟุ้งซ่านมองตอบสายตาของปุริมโดยไม่หลบเลี่ยง เธอพินิจมองหมอหนุ่มที่โตมาด้วยกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ปลายปีนี้ปุริมก็จะเรียนจบแล้ว เขาจะเป็นหมอเต็มตัว มีชีวิตมั่นคงทั้งทางอารมณ์และทางการเงิน ชีวิตรักก็ดูจะราบรื่นสมหวัง ได้คบกับคนที่ปลูกต้นรักด้วยกันมานาน ซ้ำยังเป็นหมอเหมือนกัน คุยภาษาเดียวกัน ทำงานก็ทำในโรงพยาบาลเดียวกัน อะไรก็ดีไปหมดจนหน้าอิจฉา ผิดกับตัวเธอเหลือเกิน ที่งานก็ยังลูกผีลูกคน แล้วยังมีปัญหาเรื่องมดลูกตัวเอง ความรักไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอชักจะเข็ดเข้าแล้ว

ยิ่งมารู้ว่าปุริมยังติดต่อกับหมอมิ้มอยู่ด้วย...เฮ้อ นี่ฉันเป็นบ้าอะไรวะเนี้ย!

ตรีประดับยกสองมือขย้ำหัวตัวเอง ก่อนจะคว้าแก้วน้ำข้างกายขึ้นมากรอกดังว่าอุณหภูมิในน้ำนั้นจะช่วยดับความวุ่นวายใจลงได้ ทว่าเจ้าของแก้วเช่นผกายฤทธิ์กลับหันมองลูกสาวอย่างตกใจ ไม่วายยึดแก้วตนเองคืนจากบุตรสาวที่กรอกอึกๆจนน้ำสีอำพันแทบถึงก้นแก้ว!

“เฮ้ยไอ้หนู นี้มันเหล้า!”

ตรีประดับมองแก้วในมือก่อนจะยอมส่งคืนบิดาแต่โดยดี “อ้าวเหรอ ปริมคิดว่าเป็บซี่...ขอแบบนี้อีกแก้วได้ปะพ่อ ครึ้มๆมาแล้ว”

ผกายฤทธิ์มองตรีประดับอย่างจนใจแต่ก็ไม่เอ่ยว่า ก็จะว่าได้อย่างไร ลูกมันก็ต้องเหมือนพ่อมัน ด่าลูกก็เหมือนกับด่าตัวเอง งั้นใครจะไปด่าละ

ตรีประดับมองแก้วเป็บซี่ที่ผู้เป็นพ่อรินส่งมาให้ มองฟองที่ส่งเสียงซ่าๆเต้นระริกอยู่ภายในแก้วอย่างเบื่อหน่าย แน่นอนว่าไม่คิดแตะต้องแก้วนั้นแม้แต่น้อย บอกแล้วไงว่าครึ้มๆมาแล้ว!

นัยน์ตาว้าวุ่นของคนไม่ยอมรับตัวเองเหลือบมองไปที่ปุริมอีกครั้งและอีกฝ่ายยังมองเธออยู่เช่นกัน สายตาของเขาทำเหมือนอยากจะพูดอะไรด้วย ทว่าสมองของตรีประดับกลับไม่ยินยอมรับข้อมูลอะไรจากใครอีกแล้ว

ต่างจริงๆ เธอกับปุริมต่างกันมากมายจริงๆ ทำไมคนสลัดรักอย่างเธอถึงได้มีชีวิตน่าหดหู่แบบนี้ ทั้งที่ความจริงคนนอกใจคนทรยศอย่างปุริมต่างหากที่ควรจะได้รับผลกรรมความเจ้าชู้ของตัวเอง

โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลย!

ตรีประดับสรุปเอาในใจว่าสิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดอยู่แบบนี้เป็นเพราะเธอกำลังอิจฉาคนรักเก่าที่ได้ดีกว่า ก่อนหญิงสาวจะสูดลมหายใจแล้วยันตัวนั่งตรง
ไม่ได้! เธอไม่แพ้ปุริมหรอก! ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังมีชีวิตที่ดี มีคนรักที่ดี เธอเองก็ต้องมีด้วยเหมือนกัน!

ใช่แล้ว! เธอเองก็ต้องมีด้วยเหมือนกัน!

แต่จะไปหาที่ไหนเล่า!?

“พ่อ!”

ตรีประดับผู้อับจนหนทางแต่อยากได้รับชัยชนะหันมองพ่อตัวเอง ซึ่งหันไปก๊งเหล้ากับบรรดาลุงๆอยู่

“ว่าไงลูก”

ผกายฤทธิ์เมื่อได้ยินบุตรสาวแสนรักเรียกก็ยอมวางแก้วเหล้าทันที หันมองลูก ให้ความสำคัญกับคำพูดทุกคำของลูก

“พ่อไม่คิดจะจับปริมคลุมถุงชนบ้างเลยเหรอ? ถามจริง ไม่คิดทำแบบพวกพ่อแม่ในละครบ้างหรือไง!”

ทุกคนรอบโต๊ะหยุดการสนทนาทันทีที่ตรีประดับพูดจบ พากันหันมองมาที่เธออย่างตกใจ โดยเฉพาะผกายฤทธิ์ผู้พ่อ ที่ถึงกับตาโต หันกายเข้าหาลูกสาวแล้วถามกลับจริงจัง

“ไหนหนูว่าอีกทีสิ จะให้พ่อทำอะไรนะ?”

“ปริมถามว่า พ่อไม่คิดจะจับปริมคลุมถุงชนบ้างเลยเหรอ ทำเถอะพ่อ บังคับจิตใจปริมเถอะ! ปริมอยากถูกคลุมถุงชนจะแย่! เป็นใครก็ได้พ่อเลือกมาเลย ปริมยอม!”

“เฮ้ย!”

ตรีประดับมองใบหน้าตกใจของบิดา ก่อนจะกวาดตามองไปยังใบหน้าของลุงๆป้าๆซึ่งมีอาการเดียวกัน ทว่ามีเพียงปุริมที่จ้องมองเธอนิ่งๆ จ้องราวกับต้องการใช้สายตาของเขาแช่แข็งเธอ!

คิดว่าตัวเองเป็นเอลซ่า?

“ไม่เฮ้ยอะปริมเอาจริง พ่อพอจะมีลูกเพื่อนที่หล่อๆรวยๆบ้างไหม ไหนลองนั่งคิดซิ๊”

ผกายฤทธิ์กระพริบตาปริบๆ เหมือนกำลังนึกตามคำพูดบุตรสาว ก่อนจะสะบัดหัว มองตรีประดับตรงๆอย่างไม่เห็นด้วย

“มันยังไงแน่จู่ๆถึงมาพูดแบบนี้ มีอย่างที่ไหนขอให้พ่อแม่จับตัวเองคลุมถุงชน!”

หญิงสาวไหวไหล่อย่างไม่เห็นว่าสิ่งที่ขอเป็นเรื่องแปลก ก่อนยกมือกอดอกแล้วอธิบายเหตุผลบ้าๆของตัวเอง

“ทุกคนก็รู้ว่าปริมเหลือรังไข่อีกแค่ข้างเดียว วันนี้พรุ่งนี้ไม่รู้จะถูกตัดไปอีกเมื่อไร ปริมอยากมีลูกก่อนจะสายไป แต่ขี้เกียดหาเจ้าบ่าวเองแล้ว พ่อหาให้หน่อยแล้วกัน คลุมถุงชนปริมได้เลย ปริมยอม!”

“ไอ้เด็กคนนี้! มันจะง่ายดายอย่างนั้นเชียว ของแบบนี้มันก็ต้องหาเองสิ!”

“ก็ปริมหาแล้วมันได้ไม่ดีเลยซักคน พ่อแหละหาให้ที ใครก็ได้ปริมเอาหมด ถ้าแต่งไปแล้วไม่ดีปริมจะได้โทษว่าพ่อเป็นคนชักนำมาให้ ไม่ต้องโทษตัวเองที่ตาถั่วไง...เฮ้ย ความคิดดีอะ!”

สิ้นคำพูดของหลานสาวเพียงคนเดียว บรรดาลุงๆป้าๆก็มองหน้ากันอย่างปรึกษา ยกเว้นอรุนรำไพ ที่รีบถลาเข้าไปใกล้บุตรชาย โอบไหล่กว้างแล้วหันมองตรีประดับ ทำราวกับต้องการจะเสนอสิ้นค้าชั้นดีให้อิเจ้เงินหนาผู้มีเงินตราเป็นกอกเป็นกำ

“งั้นให้พ่อเขาจับคลุมถุงชนกับปุณณ์ดีไหมละปริม ปุณณ์น่ะดีนา รูปก็หล่อ หัวสมองก็ดี ทำกับข้าวเป็น ทำงานบ้านได้ เป็นพ่อบ้านทุกกระเบียดนิ้วเลย”

ตรีประดับยกยิ้มมองปุริมที่นั่งนิ่งไม่ขยับปล่อยให้แม่เขาพรรณนา หญิงสาวหัวเราะขบขัน และนั้นทำให้ปุริมยิ่งกดสายตามองเธอ พยายามแช่แข็งเธอเข้าไปใหญ่!

“ปุณณ์เหรอค่ะ เหอะ! ให้ฟรีๆ ปริมยังไม่เอาเลย!”

คำประกาศก้องอย่างไม่ไว้หน้าทำเอาปุริมหน้าชา ส่วนคนพูดนะหรือ กำลังคว้าแก้วของบิดาขึ้นกรอกอึกๆอีกแล้ว!

“ไอ้หนู ผิดแก้วอีกแล้วลูก!”

ตรีประดับยอมคืนแก้วเหล้าให้บิดาแต่โดยดี เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น หญิงสาวควักเจ้าเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนปาดรับแล้วยกขึ้นแน่บหู

“ว่าไงพริก”

‘นังมาดามมมม พวกฉันกำลังจะถึงบ้านแกแล้ว มาเปิดประตูรั้วให้ที ด่วน!’

“ซักครู่”

นิ้วบอบบางกดวางสายก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร้อยหกสิบห้า กวาดมองพ่อ ลุงๆ ป้าๆ แล้วหยุดสายตาที่นายแพทย์ปุริม

“ปริมขอตัวไปคุยกับเพื่อนก่อนนะคะ แต่ก่อนไปขอประกาศให้ทุกคนรู้ไว้ตรงนี้เลยว่า ปริมยอมแต่งกับหมูกับหมากับกากับไก่ก็ได้ แต่คนคนเดียวที่ปริมจะไม่มีวันแต่งด้วย คือผู้ชายที่ชื่อปุริม!”

“ชัดเจน”

ผกายฤทธิ์ตอบรับประโยคเน้นปลายของบุตรสาว ก่อนจะมองส่งร่างแบบบางที่เดินลิ่วไปนู้นโดยมีเจ้าส้มแสดลูกสมุนตามรั้งท้าย

เมื่อหลานสาวจอมพยศจากไป พันตำรวจเอกพันศักดิ์ ไกราช อรุนรำไพ และคุณหญิงกลิ่นกาล ก็เขยิบเก้าอี้เข้ามาล้อมตัวนายแพทย์ปุริมเอาไว้ วิกฤตเกิดขึ้นแล้ว ชักช้ากว่านี้กลัวจะไม่ทันการ!

“เอาไงปุณณ์”

พันตำรวจเอกพันศักดิ์ชิงถามอย่างเป็นการเป็นงาน สารภาพว่าขนาดประชุมภาคประจำปีเขายังไม่รู้สึกจริงจังเท่านี้!

“...ครับ?”

“จะแต่งหรือไม่แต่ง! ยังรักหรือไม่รัก! โอกาสบอกความจริงมีแค่ตอนนี้เท่านั้นนะ! ถ้าปุณณ์ไม่พูดลุงกับพ่อช่วยไม่ได้รู้หรือเปล่า!”

ปุริมผู้เก็บอาการได้ดีกว่าใครเงียบไปครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ “ก็ปริมเขาบอกแล้วว่าเขายอมแต่งกับใครก็ได้...ยกเว้นผม”

“ฮั้ย! เรื่องนั้นไม่สำคัญ จับโป๊ะยาสลบฉุดเข้าห้องก็จบแล้ว ผู้หญิงโกรธแปบเดียว ให้เป็นของเราไว้ก่อนตอนเช้าค่อยหาวิธีง้อก็ได้ ไม่ต้องกังวลนาเดี๋ยวลุงดูต้นทางให้ จะจัดให้นิ้งเลย!”

“ไอ้ใหญ่ นั้นลูกสาวกู!”

“แกก็อุดหูไว้สิวะ!"

เมื่อเห็นว่าสามีและเพื่อนตั้งท่าจะตีกัน คุณหญิงกลิ่นกาลก็ขอแทรกหมายเอาน้ำเย็นเขาลูบบิดาฝ่ายหญิงสาว

“ฤทธิ์ เธอก็ยอมๆบางเถอะ เห็นไหมว่ายัยปริมสติแตกไปแล้ว ตอนนี้ลูกเธออยากมีลูกจนยอมคว้าใครก็ได้ สู้เอาหลานชายที่เธอรู้เช่นเห็นชาติมาเป็นเขย ไม่ดีกว่าเหรอ”

อรุนรำไพพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะบีบลำแขนของบุตรชายผู้นิ่งฟังอยู่ตลอด

“แต่งเถอะปุณณ์! แต่งให้แม่! สินสอดสามล้านแม่ก็ยอมลูก!”

ผกายฤทธิ์ที่ฟังเพื่อนๆพูดนั้นพูดนี้รีบยันตัวนั่งตรง มองอรุนรำไพอย่างคัดค้าน “ฉันไม่ได้บอกว่าจะเรียกสามล้านนะอรุน ลูกสาวฉัน 10 ล้านยังน้อยไปเลย!”

“งั้นฉันให้ 20 ทีนี้แกนั่งฟังเฉยๆได้หรือยังไอ้ฤทธิ์!”

ไกรราชกล่าวขึ้นบ้าง แน่นอนว่าผกายฤทธิ์ไม่คิดฟังอยู่แล้ว

“ให้ 50 ฉันก็ไม่ยกให้ เพราะฉันเคยไว้ใจให้ลูกชายแกดูแลยัยปริมมาแล้ว แล้วเป็นไง?”

คำพูดของผกายฤทธิ์ทำเอาเพื่อนๆชะงักงันไปในทันที ใครจะปฎิเสธได้ ในเมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นความจริงทุกประการ เพราะตอนที่หลานทั้งสองคบหากัน ทุกอย่างอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด ตอนเลิกคบกันก็ด้วย และลุงๆป้าๆจำได้ดี ว่าผกายฤทธิ์โกรธแค่ไหนครั้นปุริมทำให้บุตรสาวเสียงใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ในสายตาของพันตำรวจเอกพันศักดิ์ เขาเคยเห็นผกายฤทธิ์น็อตหลุดอยู่สองครั้ง ครั้งแรกคือวันที่หทัยจากไป อีกครั้งคือตอนที่ทราบว่าปุริมทำอะไรกับบุตรสาวตนเอง

“บอกพ่อ! มันทำให้เสียใจหรือเปล่า! ถ้ามันทำให้เสียใจพูดกับพ่อ! พ่อจะฆ่ามันเดียวนี้!”

ในตอนนั้นยัยปริมเอาแต่ก้มหน้าตัวสั่นริก น้ำตาเอ่อล้น นัยน์ตาเจ็บปวด แต่กลับไม่ปล่อยให้ไหลออกมาซักหยด ยัยปริมมันคงรู้ ว่าถ้าปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา พ่อของมันคงเอาปุริมถึงตาย! และที่สำคัญคือไม่มีใครคิดห้ามผกายฤทธิ์เสียด้วย ขนาดไกรราชที่เป็นพ่อแท้ๆของปุริม ยังยืนนิ่ง และคงยินดีหากผกายฤทธิ์จะทำรุนแรงกับบุตรชายตัวเองบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องจบลงง่ายๆจนกระทั้งเดียวนี้

พันตำรวจเอกพันศักดิ์ถอนใจ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหว่านล้อม

“นา เรื่องก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว อีกอย่างหลายปีที่ผ่านมาปุณณ์มันก็ช่วยแกจัดการบรรดาแฟนยัยปริมด้วยไม่ใช่เหรอ? ลำพังลุงแก่ๆอย่างแกไม่มีหลานฉันคอยช่วย ลูกสาวแกคงได้แต่งงานไปนานแล้ว!”

 



 ต่อนี้จ้า 


 

คนมีสีกล่าวก่อนจะนึกเอะใจกับคำพูดของตัวเอง ด้วยรู้สึกว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทว่าคนรู้ดีทุกอย่างและรู้ดีมาแต่แรกเช่นผกายฤทธิ์กลับยกยิ้มร้าย

“เพราะงั้นสิ เพราะฉันมีหลานชายแกคอยช่วยไงยัยปริมมันถึงได้ยังเป็นโสดอยู่แบบนี้ หึ แสร้งทำเป็นลูกมือฉันคอยกั้นคนอื่นออกไป ที่แท้แค่หวง ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนได้ลูกสาวฉันไปล่ะมากกว่า! หลานแกน่ะมันเจ้าเล่ห์จะตาย!”

สิ้นคำพูดของผกายฤทธิ์ ทุกคนบนโต๊ะก็หันควับไปทางปุริมทันที

หากคิดตามคำพูดผกายฤทธิ์มันก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะตั้งแต่หลานทั้งคู่เลิกรากันก็ปาเข้าไปสิบปีแล้ว และสิบปีนั้นฝ่ายชายไม่เคยคบหาใครอีกเลยราวกับตัวเขาได้กลายเป็นฤษีจำศีลอย่างไรอย่างนั้น นอกจากเรียนและดูแลต้นกระบองเพรช ก็เห็นจะมีแต่เรื่องของยัยปริมนี้แหละที่หลานชายให้ความสนใจที่สุด ในสายตาผู้ใหญ่ก็พอดูออกอยู่หรอกว่าฝ่ายชายยังฝังใจและรู้สึกผิด ถึงได้อุทิศตัวทำหน้าที่รองรับอารมณ์ของยัยปริมไม่มีปริปากบ่น แต่ไม่คิดว่าภายใต้ท่าทางที่นิ่งเฉยนั้น แท้จริงแล้วแอบเคลื่อนไหวจัดการอะไรหลายๆอย่างอยู่

นับว่าแยบยล!

“โธ่ปุณณ์ลูกแม่! ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้เอง คุณค่ะ ขอยัยปริมให้ตาปุณณ์เถอะ รุนสงสารลูกกกก!”

อรุนรำไพกล่าวกับสามีก่อนจะโอบลูกชายที่นั่งนิ่งเป็นศิลาหินเอาไว้ ขณะที่ไกรราชกอดอกพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจ ปากพึมพำชมว่าบุตรชายมีความเจ้าเล่ห์เหมือนเขาสมัยตามจีบอรุนรำไพไม่มีผิดเลย!

ผกายฤทธิ์มองบรรดาเพื่อนที่คิดทำอะไรไม่ถามความเห็นเขา ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นกรอก สบตานัยน์ตาคมลึกของปุริม ซึ่งมองข้ามโต๊ะมาสบเขาเหมือนกัน

พลั้นนั้นใบหน้าและแววตาที่มักเต็มไปด้วยความเอ็นดูและกรุณาราวกับเห็นปุริมเป็นลูกชายคนหนึ่งไม่ใช่เพียงลูกชายเพื่อนสนิท ก็เปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความห่างเหิน และคนมองเช่นปุริมทราบดี หากเขายืนยันจะเป็นมากกว่าเพื่อนบ้านอย่างที่พยายามแสดงมาตลอด เขาก็จะสูญเสียความสนิทสนมกับผกายฤทธิ์ไปด้วย และสถานะที่คงอยู่ระหว่างตัวเขากับอีกฝ่าย มีเพียงผู้ชายไว้ใจไม่ได้กับพ่อคนหนึ่งที่ห่วงลูกสาวราวกับจงอางหวงไข่เท่านั้น

“หึ ถ้าคิดจะเอายัยปริมไปจากฉัน พวกแกทุกคนคงต้องถามหลานชายพวกแกก่อน ว่า‘มัน’พร้อมจะเป็นศัตรูกับฉันหรือเปล่า”

“แกว่าไรนะ!”

“ฉันเคยบอกแกแล้วนี่ไอ้ใหญ่” ผกายฤทธิ์กล่าวกับพันตำรวจเอก หากแต่สายตายังคงจับจ้องที่ปุริม “ว่าฉันจะไม่อ่อนข้อให้ผู้ชายคนไหนทั้งนั้น ถ้ามันคิดจะสอยลูกสาวฉัน ก็ต้องผ่านด่านฉันไปให้ได้ก่อน...ว่าแต่แกเถอะไอ้หนู”

“...”

“แน่ใจแล้วเหรอ ว่าจะเป็นศัตรูกับฉัน หึหึ”

พ่อจงอางหวงไข่ถามปุริมด้วยน้ำเสียงขู่ขวัญไม่ปิดบัง ทว่าปุริมจะกลัวไหม ก็เปล่า นั้นเพราะเขาเห็นไอ้ท่าทางแบบนี้มาเยอะแล้ว กับคนอื่นคงกลัวขี้เยี่ยวเล็ด แต่เขาซึ่งเห็นอีกฝ่ายมาตั้งแต่เล็ก นอกจากจะไม่กลัว ยังรู้ทุกจุดอ่อนของอีกฝ่ายอีกต่างหาก เพราะงั้นศึกครั้งนี้ถ้าเขาคิดจะสู้จริงๆ...
ก็ชนะใสๆ

ปุริมยิ้มน้อยๆตอบกลับอีกฝ่ายอย่างหลานชายที่ไม่คิดแข็งข้อกับใคร ทว่านัยน์ตาที่พราวระยับไม่แสดงว่าเกรงกลัวใดนั้น ดูยังไงก็กวนใจผกายฤทธิ์เหลือเกิน!!



-------------------------------


**มีคำผิดช่วยเตือนด้วยน้าาา**
แพลนปีนี้มีงานออกดังนี้น้า
มาดามคานทอง 
https://my.dek-d.com/kodhippie3/story/view.php?id=1544441
เถารัก (ภาคต่อภรรยาเจ้า) : https://my.dek-d.com/kodhippie3/writer/view.php?id=1382730
เสน่หากระยาทิพย์ : https://my.dek-d.com/kodhippie3/story/view.php?id=1492560

ฝากเพจด้วยจ้า จะแจ้งอัพนิยาย + ลง NC ในนั้นน้า คลิ๊ก! >>  เพจเฌอมา <<



 


 ผลงานของเฌอมา 










 ฝากเพจด้วยจ้า 







 

__________________________________________________________________________________________________________________________________________

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจิตนาการและความคิดของผู้แต่งเท่านั้น ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสเนื้อหาของนิยายให้มีความน่าสนใจขึ้นเท่านั้น ผู้อ่านที่รักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 
ห้ามคัดลอก  ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งใน นิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติที่ได้ระบุไว้และจ่ายค่าเสียหายตามแต่เจ้าของผลงานจะกำหนด
[ สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สมาคมนักเขียน ]

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,240 ความคิดเห็น

  1. #13203 Luciferary (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 16:35
    ลั่นกับประโยคที่บอกว่า ลูกกู555
    #13,203
    0
  2. #12462 Keyword_007 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 11:50
    สนุกมากกก นี่อ่านแบบรวดเดียวมาถึงนี่
    เชียร์ไรท์เตอร์แต่งต่อๆๆ
    #12,462
    0
  3. #12319 neng-nice (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 07:04
    มีคนบอกว่าผู้หญิงไม่ควรปลูกต้นกระบองเพชร เพราะหนามจะทิ่มแทงคนอื่น แล้วจะมีผู้ชายคนไหนล่ะที่กล้าเข้าใกล้ เลยขึ้นคานอยู่แบบนี้งัยล่ะ
    #12,319
    0
  4. #11477 Darkzummer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 20:07
    คำผิด: เพรช x - สะกดแบบนี้ - เพชร
    #11,477
    0
  5. #8406 The White Rabbit with Red Hood (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 16:47
    อุปสรรคใหญ่หลวงยิ่งนักค่ะพี่หมอ แต่มีแบ็คดีแบบนี้ถือว่าได้เปรียบค่ะ

    มีคำผิดจ้าาา
    ขี้เกียจ สะกดแบบนี้น้าาา
    เหมือนเห็นตอนก่อนหน้านี้แล้ว
    แต่จำไม่ได้ว่าตอนไหน 5555
    #8,406
    0
  6. #7842 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 08:20
    ง่า งานนี้ หมอจะไม่ยอม หรอก
    #7,842
    0
  7. #7318 fonkk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 13:12
    เดี๋ยวไม่เคลียร์เรื่องหมอมิ้มก่อน
    #7,318
    0
  8. #4768 nangpranee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 05:09
    สวนหน้าบ้าน > สวนน่าบ้าน, อุตส่าห์ >  อุส่าห์, พรั่งพร้อม  > พรั้งพร้อม, ดูเหม่อลอย > ดูเม่อลอย, พ่อพระเอกจะเอาชื่ออะไรดี ไกลาศ หรือไกรราช และแม่ อรุณรำไพ หรือ อรุนรำไพ เพราะเคยเห็นแค่ อรุณ ไม่เคยเห็น อรุน ไม่แน่ใจว่าไรท์ตองการคำไหน
    #4,768
    0
  9. #4377 Mali28-2555 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:08
    แอบร้ายมาก คุณหมอ
    #4,377
    0
  10. #4368 kanyanat_jj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 07:57
    หมออออ ร้ายอ่ะะะะ555555 || วนกลับมาอ่านรอบที่$:%&\>?
    #4,368
    0
  11. #4308 9namfon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 17:15
    หมออออออ
    #4,308
    0
  12. #3918 ฉันสวยและรวยมากก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 08:09
    ขอให้ทำเป็นละครด้วยเถอะ สาธุๆๆ????????????
    #3,918
    0
  13. #3704 มูตี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 21:34
    ^______^
    #3,704
    0
  14. #2685 dreamoverdose (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 08:34
    หน้าอิจฉา = น่าอิจฉา
    ขี้เกียด = ขี้เกียจ
    #2,685
    0
  15. #1925 naamwann (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 20:40
    กระบองเพชรหรือเปล่าคะ
    #1,925
    0
  16. #1582 noodao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 16:53
    หมอร้ายอ่ะ แต่เอาใจช่วยนะ ศึกหนักนะหมอ
    #1,582
    0
  17. #1517 NichThaNuT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 12:55
    วี้ดดดดดดหม๊ออออ
    #1,517
    0
  18. #1486 เด็กฝันกลางวัน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:17
    ร้ายยยย
    #1,486
    0
  19. #1482 Nipppin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:58
    โอ้ยยยยน หมอร้ายกาจจจ
    คำผิดค่าาาา รู้เช่นเหตุชาติ-รู้เช่นเห็นชาติ
    #1,482
    0
  20. #1479 tob y (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:32
    นายมันร้ายกาจ ปุริม (อ่านเป็นเสียงรอนวิชลี่)
    #1,479
    0
  21. #1478 seeeiceee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:18
    ร้ายไม่เบา5555555
    #1,478
    0
  22. #1477 mutmutza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:13
    ชอบๆๆๆ ถ้าปริมมันร้าย เราก็ได้นะหมอ555
    #1,477
    0
  23. #1476 Mablueya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:12
    เมื่อไหร่จะมาเฉลยสักทีคะว่าหมอปุนไปทำอะไรให้มาดามเจ็บช้ำน้ำใจได้ขนาดนี้ ส่วนตัวไม่คิดว่าหมอปุนจะเป็นคนไม่ดีเจ้าชู้ประตูดิน(มีความโลกสวย) มันคงต้องมีปมอะไรสักอย่าง
    #1,476
    0
  24. #1475 LuzyLuza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:52
    มีความร้าย...ในความรัก 555
    #1,475
    0
  25. #1473 JPPink (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:43
    อิหมอมันร้ายยยยย
    #1,473
    0