Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 13 : ตอนที่สิบเอ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 พ.ย. 56






ในช่วงเวลาเย็นของวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนต่างๆ ต่างพากันเลิกเรียนหมดแล้ว เด็กนักเรียนจากทั้งสองโรงเรียนทยอยกันเดินออกหลังจากพ้นเสียงกริ่งสุดท้ายของวันเพียงไม่ถึงสิบนาที บางคนก็เดินออกมาเป็นคู่ๆ บ้างก็ออกมาเป็นกลุ่มใหญ่ หลายต่อหลายคนที่ยังไม่อยากกลับบ้านก็พากันเดินเข้าไปในร้านอาหารบ้าง ร้านขนม หรือแม่แต่ร้านคอฟฟี่ช็อปที่ตั้งเรียงรายอยู่หน้าโรงเรียนเพื่อฆ่าเวลา

 

 

ครอบครัวหลายครอบครัวก็มีการมาจอดรถรอหน้าโรงเรียนเพื่อรอรับบุตรของตนกลับบ้าน รวมถึงเค้าด้วย

 

 

 

 

อู๋อี้ฟาน

 

 

 

คนเห่อน้องชายก็มารอรับ น้องชายคนดีตั้งแต่ก่อนโรงเรียนเลิกเกือบหนึ่งชั่วโมง เค้านั่งรออยู่ในรถคันหรูหลบลมหนาวข้างนอก คอยมองไปยังประตูใหญ่ของโรงเรียนที่นักเรียนทุกคนจะต้องออกมาจากทางนั้น ตั้งหน้าตั้งตารอน้องชายผู้น่ารักออกมา เค้าตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าเห็นแบคฮยอนออกมาจะรีบวิ่งออกไปรับถึงหน้าประตูโรงเรียนเลย

 

 

 

 

ก็คนมันเห่อน้อง...

 

 

 

 

 

แต่ยังไม่ทันที่อี้ฟานจะได้ทำอย่างที่ใจคิด เสียงเคาะกระจกรถที่ดังขึ้นเบาๆก็ทำให้เค้าต้องหันไปมอง ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะค่อยๆลดกระจกลงช้าๆ ก็พบกับเด็กหนุ่มที่เค้าคุ้นหน้าคาดตาดี..

 

 

 

 

 

คุณ...ช่วยออกมาคุยกับผมหน่อยได้ไหม ?

 

 

 

 

 

... อี้ฟานไม่ได้เอ่ยตอบอะไร หากแต่ยอมเปิดประตูรถออกไปคุยกับอีกคนง่ายๆ เมื่อร่างสูงโปร่งโดดเด่นของเค้าออกมาจากรถก็ตกเป็นเป้าสายตาไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา แตกต่างจากคนเกาหลีทั่วไป และแววตาสีชาที่เพียงสบตาอีกฝ่ายก็คงละลายหายไปได้อย่างง่ายๆโดยไม่ต้องทำอะไร

 

 

 

นายคงเป็น... ปาร์กชานยอลสินะ ชานยอลไท่สนใจคำพูดของอีกคน หากแต่เอ่ยสวนขึ้นทันควัน

 

 

 

คุณทำไมยังไม่เลิกยุ่งกับแบคฮยอนอีก ไหนบอกว่าไม่คิดอะไรไง คำพูดทีเอ่ยออกมาของปาร์กชานยอลทำให้อี้ฟานรู้ได้ทันทีเลยว่า เค้าคงยังไม่ได้รับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเค้าและแบคฮยอนเป็นแน่ ถึงได้ทำตัวเป็นแมวหวงก้างแบบนี้

 

 

 

แบคฮยอนยังไงบอกนายเหรอ ? เอ่ยประโยคนี้ขึ้นเหมือนเป็นท่าทีเย้นหยัน ราวกับกำลังกุมความลับอันสูงสุดเอาไว้ ดวงหน้าหล่อเหลือบมองคนที่เริ่มแสดงอาการไม่พอใจอีกครั้ง ก่อนสายตาจะมองเลยไปเห็นใครอีกคนที่กำลังเดินมาจากด้านหลังของชานยอล..

 

 

 

แบคฮยอน อี้ฟานเอ่นก่อนจะเดินไปหาน้องชายตัวเล็กและเพื่อนที่ตัวเท่าๆกันก่อนจะลูบหัวด้วยความเอ็นดู

 

 

 

วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง ?

 

 

 

ก็ดีครับ... วันนี้ไม่มีการบ้านด้วย แบคฮยอนตอบก่อนจะยิ้มหวานจนตาปิด ทำเอาคนขี้หึง ขี้หวง ที่ยืนอยู่ตรงนี้ถึงกับควันออกหู

 

 

 

อ้าว ชานยอล ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?  เสียงหวานเอ่ยถามคนตรงหน้าก่อนจะก้าวไปหยุดตรงหน้า ชานยอลยกยิ้มน้อยๆก่อนจะยืนมือไปคว้ามือเล็กๆมาบีบเบาๆเหมือนทำเป็นเรื่องปกติ

 

 

 

มาได้สักพักแล้ว พอดีมีเรื่องคุยกับหมอนี่...เอ๊ย.. หมายถึงคุณ อี้ ฟาน นิดหน่อย การเรียนคนตรงหน้าว่าคุณดูเหมือนมันจะลำบากสำหรับเค้าซะจริง หากแต่ต้องฝืนเรียกเพราะไม่อยากให้แบคฮยอนไม่พอใจ...

 

 

 

 

อ่อ ...เหรอ คุยอะไรกันเหรอ ?

 

 

 

ก็เรื่องทั่วไปหน่ะ ...วันนี้ฉันไปส่งที่บ้านนะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุนจนคนตัวเล็กต้องระบายยิ้ม ออกมาแก้ท่าทีขัดเขิน

 

 

 

เห็นจะไม่ได้ เพราะฉันมารอรับแบคฮยอนกับคยองซูไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ไม่ใช่แบคฮยอนที่ตอบ หากแต่เป็นอู๋อี้ฟานที่สวนขึ้นทันควันก่อนจะแผ่รังสีคนหวงน้องชายขึ้นมาจนปิดไม่มิด แต่ด้วยความที่ชานยอลไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ตรงนี้ก็ทำให้เค้าตีความไปว่า

 

 

 

อู๋อี้ฟานคนนี้กำลังขัดขวางเค้ากับแบคฮยอน !!

 

 

 

 

 

นี่คุณ ...เมื่อเช้าก็ตัดหน้าผมไปครั้งนึงแล้วนะ จะอะไรอีก... ชานยอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ สีหน้าบอกถึงความเบื่อหน่ายคนอายุมากกว่าเอาไว้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นว่าสถานะการร์เริ่มไม่ดี แบคฮยอนจึงเอ่ยขัดขึ้น

 

 

 

 

งั้นชานยอลไปกินข้าวด้วยกันนะ คำพูดของแบคฮยอนทำให้อี้ฟานรีบหันไปมองคนตัวเล็กทันที ก็เค้าเป็นคนชวน..แล้วทำไมถึงต้องให้ปาร์กชานยอล เจ้าเด็กไม่รู้จักกาลเทศะคนนี้ไปด้วย ดวงหน้าหวานเหลือบมองอี้ฟานอย่างออดอ้อนโดยไม่ได้เอ่ยพูดอะไร ก็ทำให้พี่ชายเห่อน้องคนนี้ยอมทำตามโดยง่าย

 

 

 

ก็ได้...

 

 

 

เย้ ...งั้นชานยอลไปด้วยกันนะ หันมามองคนตัวสูงที่จับมือตนเอาไว้ก่อนจะยิ้มละมุน ชานยอลของแค่ให้เป็นคำพูดที่คนคนนี้เอ่ย ไม่ว่าอะไรเค้าก็จะทำตาม

 

 

 

ก็...โอเค

 

 

 

แต่ว่าฉันขอบายนะ คยองซูที่ยืนมองความวุ่นว่ยตรงหน้ารีบเอ่ยขึ้น ทำใก้แบคฮยอนหันไปมองก่อนจะขมวดคิ้วเล็กๆ

 

 

 

ทำไมละดีโอ ?

 

 

 

คือว่า...พอดีฉัน...

 

 

 

ปี้น !! เสียงแตรรถที่ดังขึ้นพร้อมกับรถยนต์คันหรูมาจอดอยู่ข้างฟุตบาทตรงกับที่พวกเค้ายืนอยู่ก่อนเจ้าของรถจะเลื่อนกระจกลงตำ ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ดี...

 

 

 

คือว่า... ฉันกับจงอินจะไปกินข้าวด้วยกัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะความเขินอายทำให้เพื่อน ที่ตัวเท่ากันหัวเราะเบาๆ

 

 

ฮ่าๆ แหม....ที่แท้ก็มีนัดแล้วนี่เอง

 

 

 

ก็....งั้นฉันไปก่อนนะ ขอตัวก่อนนะครับ คยองซูเอ่ยขึ้น และไม่ลืมที่จะหันมาก้หัวเบาๆเป็นการเอ่ยลาอี้ฟานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ คนอายุมากกว่ายิ้มน้อยๆให้เพื่อนตัวเล็กของน้องชาย หลังจากรถคันหรูของจงอินเคลื่อนออกไป อี้ฟานและชานยอลก็หันกลับมาจ้องกันอีกครัง รังสีอำมหิยแผ่อบอวนไปทั่วร่างของทั้งสองคนอย่างรู้สึกได้

 

 

ดวงตาสีชาของคนเป็นพี่ มองมือเล็กๆของน้องชายที่ถูกมือใหญ่กว่าของเด็กอีกคนที่อายุเท่าๆกันกอบกุมเอาไว้ก่อนจะนึกไม่พอใจเล็กๆ

 

 

 

เอามือออกไปจากน้องชายฉันนะเว๊ย !!!

 

 

 

 

 

ได้แต่คิดในใจไม่กล้าเอ่ยออกมาพยายามไม่คิดมากอะไรก่อนจะถอนใจเบาๆอย่างข่มอารมณ์

 

 

 

 

ใจล่มๆ อี้ฟาน.. ใจล่มๆ

 

 

 

 

เพื่อแบคฮยอน.. ท่องไว้ เพื่อแบคฮยอน...

 

 

 

 

 

 

อ้า... อิ่มจังเลยยยย แบคฮยอนเอ่ยก่อนจะลูบท้องเนียนๆที่ตอนนี้นูนออกมาเพราะกินเยอะกว่าปกติ พร้อมกับยิ้มตาหยีจนตาแทบปิดอย่างน่ารัก ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองคนตัวเล็กๆที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

 

 

ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรัก..

 

 

 

ก่อนจะยกยิ้มละมุนอย่างไม่รู้ตัว...

 

 

 

 

ทำไมน่ารักแบบนี้นะ..แบคฮยอน

 

 

 

กินเยอะเดี๋ยวก็อ้อวนหรอก ชานยอลเอ่ยแซวขึ้น ทำให้คนตัวเล็กหัวเราะร่วน

 

 

 

ไม่อ้วนหรอกๆ

 

 

 

ถึงอ้วนก็ไม่เป็นไรหรอก... พี่เลี้ยงได้สบายอยู่แล้ว อี้ฟานที่เอ่ยแทรกขึ้น ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวนของปาร์กชานยอลไปจนหมดสิ้น จนเด็กหนุ่มต้องหันไปค้อนใส่คนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามอย่างอดไม่ได้

 

 

 

ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะครับคุณอี้ฟาน แต่นี่แฟนผม ผมเลี้ยงได้ครับ ไม่ต้องรบกวนคุณหรอก เอ่ยอย่างหนักแน่นก่อนจะแสยะยิ้ม พูดจาเฉือดเฉือนกันได้อย่างไม่มีใครยอมใคร

 

 

 

 

คงเพราะ ปาร์กชานยอลยังไม่รู้ความจริงบางอย่าง...

 

 

 

 

อ่อ ...งั้นเหรอ ทางนี้ก็เฉือดเฉือนกับมาด้วยสายตาได้อย่างไม่แพ้กันจนแบคฮยอนที่นั่งดูอยู่ต้องกระแอมเบาๆในลำคอเพื่อเรียกความสนใจให้ทั้งคู่ยอมเลิกแยกเขี้ยวใส่กัน

 

 

 

ผมว่าเรา เช็คบิลแล้วกลับกันดีกว่าไหมครับ คนตัวเล็กรีบพูดตัดบทก่อนจะฉีกยิ้มหวาน ทำให้ทั้งคู่พักยกเลิกทะเลาะกันไปพักหนึ่ง... แต่ก็ไม่วายมาทะเลาะกันเมื่อมาถึงรถ

 

 

 

ปัญหาคือ.. แบคฮยอนจะกลับกับใคร ?

 

 

 

เอ่อ... คนตัวเล็กได้แต่มองหน้าร่างสูงทั้งสองคนสลับไปมาก่อนจะถอนหายใจหนัก..

 

 

 

กลับกับใครดี ?

 

 

 

คุณอี้ฟาน หรือว่า ชานยอล..

 

 

 

กลับกับคุณอี้ฟานชานยอลต้องโกรธแน่ๆ

 

 

 

แล้วถ้ากลับกับชานยอล..คุณอี้ฟานจะว่ายังไง ?

 

 

 

งั้นแบคฮยอนกลับกับชานยอลก็แล้วกัน เพราะพี่มีธุระต่อ อี้ฟานเอ่ยตัด ความจริงก็ไม่ได้มีธุระอะไรหรอก หากแต่ดูจากสีหน้าที่หนักใจของคนเป็นน้องชายเค้าก็เลยเลือกตัดปัญหาให้ แบคฮยอนเงยหน้ามองผู้เป็นพี่ชายก่อนจะยกยิ้มอย่างน่ารัก

 

 

 

แต่พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยนะ อี้ฟานเอ่ย...ก่อนจะหันไปมองหน้าชานยอล แสดงออกทางสายตาราวกับจะสื่อว่า เค้าต้องการคุยเรื่องนี้กับแบคฮยอนแค่สองคนเท่านั้น ทำให้เด็กหนุ่มหันไปบอกคนรักเบาๆ

 

 

 

เดี๋ยวฉันไปรอที่รถนะ แบคฮยอนพยักหน้ารับคำก่อนจะหันกลับมามองทางอี้ฟานอีกครั้ง ชายหนุ่มวันทำงานยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมของน้องชายเบาๆก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทียากลำบาก เพราะเรื่องที่เค้ากำลังจะพูด มันเป็นเรื่องที่ดูละเอียดอ่อน เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของแบคฮยอนโดยตรง

 

 

 

 

เรื่องการย้ายบ้าน...

 

 

 

อีกสองวัน.. พี่จะให้เอซไปรับแบคฮยอนมาอยู่ที่บ้านด้วยกันนะ เด็กหนุ่มตัวน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มเล็กๆที่เคยยิ้มอย่างเต็มที่ก็จางลงจนอี้ฟานก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่เค้าก็เข้าใจเพราะจู่ๆเค้าก็ต้องย้ายมาอยู่กับคนที่พึ่งเจอกันได้ไม่นาน มันเหมือนกับเค้าทิ้งคนที่เลี้ยงดูเค้ามาตั้งแต่เล็กเอาไว้ข้างหลัง

 

 

 

ซึ่งสำหรับแบคฮยอน..มันเร็วไป

 

 

 

 

แต่..อี้ฟาน ก็คือครอบครัวของเค้า..

 

 

 

 

อี้ฟานเลื่อนมือลงมาบีบไหล่เล็กๆเอาไว้ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

 

 

 

พี่รู้ว่าแบคฮยอนลำบากใจ... แต่พี่อยากจะให้แบคฮยอนมาอยู่กับพี่จริงๆนะ คนเป็นน้องเงยหน้ามองพี่ชายร่วมบิดาก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

ผมก็อยากไปอยู่กับพี่นะครับ...แต่ผมก็ยังทำใจไม่ได้

 

 

 

แล้วก็อีกเรื่องนึง...ที่แบคฮยอนเคยขอพี่ไว้

 

 

 

 

...

 

 

 

 

เรื่องนั้น...พี่ตกลง

 

 

 

 

...

 

 

 

เรื่องที่แบคฮยอนให้พี่รับดีโอเป็นน้องบุญธรรม ...พี่ดำเนินเรื่องเรียบร้อยแล้ว...

 

 

 

...

 

 

 

เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว... ดีโอจะย้ายไปอยู่กับพวกเราด้วยนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอลมองร่างเล็กที่เดินตรงมาที่รถด้วยใบหน้าดีใจก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย...คุยกับหมอนั่นต้องอารมณ์ดีขนาดนั้นเลยเหรอ ? เด็กหนุ่มร่างสูงได้แต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฟุ้งซ่านอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ดวงหน้าหล่อ มองไปยังคนตัวเล็กที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักที่พึ่งขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับหมาดๆ เจ้าของรอยยิ้มหวานส่งยิ้มมาให้ก่อนจะเอ่ยเบาๆเพื่อเป็นการบอกว่าตอนนี้เค้าพร้อมจะกลับบ้านแล้ว หากแต่สีหน้าของอีกคนกลับดูเฉยชาจนคนตัวเล็กอดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยถาม

 

 

 

ชานยอลเป็นอะไรเหรอ ? คนตัวสูงเลือกที่จะสตาร์ทรถขับเคลื่อนออกไปโดยไม่พูดอะไร ส่ายหน้าเบาๆแทนการตอบ ทำให้คนตัวเล็กเดาได้ทันทีว่าคงไม่พ้นเรื่องของเค้ากับอี้ฟาน ซึ่งเค้ายังไม่ได้บอกเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเค้าทั้งคู่ให้คนตรงหน้ารับรู้เลย

 

 

 

คงไม่พ้นเรื่องเดิมอีกละสิ ยังคงไม่ตอบ สายตาจดจ่ออยู่กับถนนที่ทอดยาวออกไปตรงหน้า จนคนตัวเล็กนึกขำน้อยๆก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 

 

 

ก็ชานยอลขี้งอนเหมือนเด็ก..

 

 

 

 

ฉันมีเรื่องจะบอกนาย..แต่ต้องสัญญานะว่าจะไม่โกรธ

 

 

 

...

 

 

 

สัญญาสิ

 

 

 

โอเค..สัญญา

 

 

 

ห้ามโมโห

 

 

 

ได้

 

 

 

ห้ามโวยวาย

 

 

 

ได้

 

 

 

 

... คนตัวเล็กเงียบลง.. ทำให้คนรอฟังยิ่งใจเต้น เงียบอยู่นานก่อนจะหันหน้าไปหาคนตัวสูงที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่ตรงหน้า มุมปากบางระบายยิ้มน้อยๆกับท่าทีที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังรอฟังอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

 

 

 

คุณอี้ฟาน.... เค้า...

 

 

 

 

...

 

 

 

เป็นพี่ชายของฉัน

 

 

 

 

O_______O ห๊า !!! “ เจ้าของดวงตาโตเบิกกว้างกว่าเดิมก่อนจะเบรกรถเอาดื้อๆทำเอาแบคฮยอนแทบกองลงไปอยู่ตรงคอนโซนหน้า ดีที่รัดเข็มขัดเอาไว้ รถคันหรูถูกจอดลงอย่างสนิทพร้อมกับเจ้าของใบหน้าหล่อที่หันมามองคนตัวเล็กเหมือนจับผิด...

 

 

 

จะเบรกทำไมเล่า !!!! “ เสียงเล็กๆโวยขึ้นก่อนจะหันไปค้อนให้คนตัวสูงกว่าอย่างหาเรื่อง

 

 

 

นี่นายพูดเล่นใช่ไหม ? หมอนั่นเป็นพี่ชายนาย ด้วยความตกใจ ทำให้เค้าเผลอใช้สรรพนามที่ดูไม่เคารพคนเอ่ยถึงอีกครั้งจนแบคฮยอนต้องส่งต้อนวงโตไปให้อีกละลอก เมื่อนึกขึนได้ก็กลับมาใช้สรรพนามที่ดูสุภาพเหมือนเดิม

 

 

 

คุณอี้ฟาน...เป็นพี่ชายนาย

 

 

 

ใช่

 

 

 

อธิบายมาให้ชัดเจนเลยนะ คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยอธิบายขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปาร์กชานยอลตั้งใจฟังโดยไม่คิดจะเอ่ยขัดใบหน้าหล่อแสดงท่าทีตกใจอยู่ไม่ใช่น้อย เมื่อยิ่งได้รู้ลึกลงไปยิ่งไม่อยากจะเชื่อ...

 

 

 

เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ...

 

 

 

ไม่จริง...

 

 

 

มาไม่จง ไม่จริงอะไรละ... พอพูดก็ไม่เชื่อ พอไม่บอกก็โมโห

 

 

 

ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น... แค่คิดว่า ...มันเหลือเชื่อ

 

 

 

 

และที่น่าหนักใจไปมากกว่านั้น... คือเรื่องที่แบคฮยอนบอกว่าจะต้องย้ายไปอยู่บ้านของอี้ฟาน คราวนี้พอชานยอลไปหาก็ต้องเจอหน้าอี้ฟานตลอด แถมผู้ชายคนนั้นก็แสดงท่าทีหวงน้องชายออกนอกหน้าอยู่แล้ว...

 

 

 

คงไม่วายได้เปิดศึกกันแน่นอน...

 

 

 

ชานยอลหลุบตาลงพร้อมกับถอนหายใจยาว.... เอาแต่คิดมากเรื่องไม่เป็นเรื่อง... สุดท้ายเค้าก็เป็นพี่น้องกัน

 

 

 

มือหนาเลื่อนไปลูบกลุ่มผมสีอ่อนของคนตรงหน้าด้วยความรัก ก่อนจะระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

 

 

ขอโทษนะ... ที่ไม่เชื่อนาย... ขอโทษที่เอาแต่คิดมากเรื่องนายกับเค้า

 

 

 

 

ไม่เป็นไร... รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้อย่างจริงใจ เป็นการบอกว่าเรืองทั้งหมดเค้าไม่คิดติดใจหาความอะไร เพราะเค้ามอบหัวใจดวงน้อยๆของตนเองให้ปาร์กชานยอลไปแล้วเรียบร้อย ใบหน้าหล่อยกยิ้มละมุนอีกครั้งก่อนที่จะโน้มลงมาใกล้จูบลงที่ปลายจมูกมนของอีกคนอย่างแผ่วเบา

 

 

 

 

ดวงตาสอดประสานกันก่อนริมฝีปากหนาจะเลื่อนต่ำลงไปหากลีบปากสีสวยของใครอีกคนที่กำลัง รอคอย

 

 

 

 

 

หากแต่...

 

 

 

 

 

RRRRRRRRRrrrrrrr !!!

 

 

 

 

โทรศัพท์เจ้ากรรมดันดังขึ้นมาซะก่อน ทำให้แบคฮยอนต้องยกมือขึ้นมาดันใบหน้าคนตรงหน้าเอาไว้

 

 

 

รับโทรศัพท์ก่อน คนตัวสูงขมวดคิ้วเล็กๆเหมือนเด็กถูกขัดใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อหยิบขึ้นมาดวงตาโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเหลือบไปมองคนตัวเล็กข้างๆที่กำลังจ้องมาที่เค้า

 

 

 

ไม่รับเหรอ ?

 

 

 

 

...เอ่อ .... ไม่ดีกว่า ชานยอลกดวางสายก่อนจะสอดโทรศพท์เครื่องบางกลับไปไว้ในกระเป๋ากางเกงดังเดิม ทำให้คนตัวเล็กต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย  

 

 

 

 

 

ทำไมทำท่าแปลกๆ... แบคฮยอนได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ พยายามไม่คิดอะไร...

 

 

 

 

พยายามคิดว่า.. มันต้องไม่มีอะไร

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วก็ถึงเวลาที่แบคฮยอนและคยองซูต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านของอี้ฟาน บ้านหลังใหญ่โตทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองตื่นตาตื่นใจ ร่างเล็กๆทั้งสองวิ่งดูนู้นดูนี่ไปทั่วบ้านจนอี้ฟานที่ยืนดูอยู่อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มออกมากับท่าทีน่ารักๆของเด็กทั้งสอง ดวงหน้าหวานหันมามองทางอี้ฟานก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหา

 

 

 

ชอบไหม ? อี้ฟานเอ่ยถามน้องชายคนโปรด แบคฮยอนพยักหน้าเบาๆเหมือนลูกหมาตัวน้อยอย่างน่ารักจนอี้ฟานอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือมาขยี้กลุ่มผมนิ่งอย่างหมั่นเขี้ยว

 

 

 

ต่อไปนี้ห้ามเรียกว่าคุณอี้ฟานแล้วนะ

 

 

 

งั้นให้เรียกว่าอะไรครับ ? แบคฮยอนเอียงคอถามอย่างน่ารักก่อนจะหันไปมองคยองซูที่พึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ

 

 

 

เรียกว่า..พี่อี้ฟาน ทั้งคู่เลยนะ อี้ฟานเอ่ยด้วยท่าที่อบอุ่นจนเด็กหนุ่มทั้งสองต้องยกยิ้มตาม

 

 

 

 

ขอคุณนะครับที่ทำให้ผมอบอุ่นได้ขนาดนี้... ขอบคุณที่หาผมจนเจอ

 

 

 

พี่อี้ฟาน..

 

 

 

ครับ

 

 

 

 

 

งั้นเดี๋ยววันนี้พี่พาออกไปซื้อของนะ แบคฮยอนพยักหน้าน้อยๆก่อนจะยกยิ้มจนตาหยี ตอนนี้เค้ากำลังจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนในครอบครัวแล้ว

 

 

 

ครอบครัวที่โหยหามาตลอด...

 

 

 

ในวันนี้ตั้งอต่ตอนเช้าแบคฮยอนก็เอาแต่วุ่นอยู่กับการย้ายมาอยู่ที่บ้านของอี้ฟาน จนแทบไม่ได้สนใจโทรศัพท์มือถือเลย ในความคิดของเค้าเมื่อหยิบขึ้นมาต้องมีเบอร์ของปาร์กชานยอลเป็นมิสคอลร้อยกว่าสายแน่ๆ หากแต่ค้าคิดผิด

 

 

เมื่อหยิบขึ้นมาดูกลับไม่มีสายจากคนที่รอ...

 

 

 

แปลก...

 

 

 

จะพูดให้ดี...ตั้งแต่วันนี้ที่เค้าบอกเรื่องของอี้ฟาน หลังจากวันนั้นบนรถ ชานยอลก็ดูแปลกๆไป เมื่อวานไปกินข้าวด้วยกัน ชานยอลก็หวงแต่โทรศัพท์ มองซ้ายมองขวาไปมาเหมือนระแวงอะไรบางอย่างจนแบคฮยอนที่พยายามไม่คิดมากตั้งแต่ตอนนั้นก็กลับคิดมาขึ้นมาเฉยๆ พอคิดถึงเรื่องนั้น ดวงหน้าหวานก็แสดงสีหน้ากังวลขึ้นมาอย่างชัดเจน จนทำให้การเดินซื้อของวันนี้กลายเป็นเรื่องที่ดูไม่สนุกสำหรับแบคฮยอน

 

 

 

แบคฮยอน...เป็นอะไร ? คยองซูที่ยืนอยู่ข้างๆสะกิดเพื่อนเบาๆ เจ้าตัวหันไปมองก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 

 

 

เปล่า... ฉัน... ไม่รู้สิ

 

 

 

 

มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ ?

 

 

 

ไม่รู้สิ...มันบอกไม่ถูก ...ฉันคงคิดมากไปมั้ง พยายามบอกปัดเพราะไม่อยากจะคิดมาก ในตอนนี้เค้าต้องทำตัวให้มีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงหน้าหวานยกยิ้มขึ้นอีกครั้งก่อนจะจูงมือคยองซูไปเดินข้างๆอี้ฟาน ตอนนี้ต้องสลัดเรื่องของชานยอลออกไปจากหัวก่อน..

 

 

 

 

คิดแบบนั้น... แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ากลับทำให้ขาก้าวไม่ออก...  

 

 

 

 

ภาพตรงหน้าทำให้แบคฮยอนได้แต่ยืนนิ่ง... อีกฟากหนึ่งของห้าง มีใครคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ตรงนั้น ใครที่คุ้นตาดี ใครคนนั้นที่คุ้นเคย...

 

 

 

ที่มากับผู้หญิงอีกคน.. มือของผู้หญิงคนนั้นควงแขนแกร่งของปาร์กชานยอล ใบหน้าหัวเราะต่อกระซิก หญิงสาวสวย ที่ไร้ที่ติ ทำให้แบคฮยอนที่ยืนอยู่ตรงนี้หน้าชาไปทั้งหน้าร่างกายเหมือนขยับไม่ได้ มือหนาของชานยอลยกขึ้นมาปัดกลุ่มผมที่บดบังใบหน้าสวยของหญิงสาวคนนั้นออกอย่างเบามือ ยิ้มอย่างอ่อนโยน การกระทำทุกอย่าง

 

 

 

พยอนแบคฮยอนคนนี้เห็นหมดทุกอย่าง...

 

 

 

 

มือเล็กยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนนะกดโทรหาใครอีกคนที่ยื่นอยู่อีกฟากหนึ่ง ยื่นอยู่ในที่ที่สายตาของเค้าสามารถมองเห็น...

 

 

เสียงรอสายบรรเลงอยู่พักหนึ่งก่อนปาร์กชานยอลจะกดรับสายและกรอกเสียงอย่างร่าเริง..

 

 

 

ชานยอล

 

 

 

/แบคฮยอนเหรอ ? เป็นไงบ้างบ้านใหม่สวยไหม ? /

 

 

 

อื้อ... สวยมากเลย ...นายทำอะไรอยู่เหรอ ?

 

 

 

/เอ่อ... คือตอนนี้ฉัน ทำธุระอยู่หน่ะ มีอะไรรึเปล่า ? /

 

 

 

อ่อ... ตอนแรกจะโทรมาชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกันน่ะ ก็แค่ข้ออ้าง...

 

 

 

/จริงเหรอ ? เสียดายจังฉันคงไปไม่ได้ตอนนี้กำลังยุ่งมากๆเลย/

 

 

 

 

ยุ่งมากๆเลยสินะ...

 

 

 

 

 

อื้อ... ไม่เป็นไร งั้นแค่นี้นะ

 

 

 

 

 

 

 

แค่นี้นะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

มือเรียวกดวางสายโดยที่สายตายังทอดมองใครอีกคนที่ยังคงไม่รู้ตัวว่ามีเค้าจับจ้องมองอยู่

 

 

 

 

ใบหน้าร้อนไปหมด... แต่ ...ร้องไม่ได้

 

 

 

 

ร้องไห้ตรงนี้ไม่ได้...

 

 

 

 

 

ที่อยากร้องไห้ไม่ใช่เพราะเห็นชานยอลอยู่กับคนอื่น...แต่ที่ร้องเพราะ คนนั้นกำลังโกหกเค้า โกหกต่อหน้าต่อตา...

 

 

 

 

 

แบคฮยอน... คยองซูที่เห็นเหตุการณ์ที้งหมดได้แต่บีบไหล่เล็กๆของผู้เป็นเพื่อนก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

 

เรารีบตามพี่อี้ฟานไปดีกว่านะ แบคฮยอนเอ่ยจบก่อนจะวิ่งตามพี่ชายไป พยายามยิ้มอย่างร่าเริง ทั้งๆที่ในใจ...

 

 

 

 

เจ็บปวดจนแทบพูดอะไรออกมาไม่ได้...

 

 

 

 

 

ทั้งๆที่ทุกวันก็ยิ้มได้ทั้งวี่ทั้งวันอย่างไม่รู้สึกเหนื่อย...

 

 

 

 

แต่ทำไมวันนี้ มันถึงได้เหนื่อยขนาดนี้นะ... เพราะความรู้สึกข้างในมันไม่ได้ยิ้มไปด้วยใช่ไหม ?

 

 

 

 

 

 

มันต้องไม่มีอะไรสิ... ต้องไม่มีอะไร

 

 

 

 

พยายามพูดกับตนเองเป็นรอบที่ร้อยของวัน... พยายามไม่คิดมาก

 

 

 

 

เพราะไม่อยากคิดมาก...

 

 

 

 

 

เดี๋ยวพวกเราหาอะไรทานกันที่ห้างนี้ลยนะ อี้ฟานเอ่ยกับเด็กหนุ่มตัวเล็กทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งคู่พยักหน้าตอบเบาๆก่อนที่อี้ฟานจะเดินนำเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง...แต่จู่ๆมือเล็กๆก็ต้องคว้าแขนเสื้อของพี่ชายเอาไว้จนอี้ฟานต้องหันไปมอง...

 

 

 

 

มีอะไรเหรอแบคฮยอน...

 

 

 

เอ่อ.... คนตัวเล็กได้แต่ครางอืมอาไปเรื่อย..แสดงท่าทีผิดแปลกไปจนอี้ฟานต้องยกมือขึ้นมาลูบกลุ่มผมของน้องชายเบาๆ

 

 

 

เป็นอะไร... หืม ? เอ่ยถามน้องชายคนดีด้วยท่าทีห่วงใยก่อนจะทอดสายตามองร่างเล็กๆที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง...

 

 

 

 

คือ... แบคฮยอนเค้าไม่ชอบทานปลาดิบครับ พอทานแล้วชอบท้องเสียอยู่บ่อยๆ... พวกเราไปทานเนื้อย่างร้านนู้นกันไหมครับ แบคฮยอนชอบทานเนื้อย่างมากๆเลย คยองซูเอ่ยโผลงขึ้นทำให้อี้ฟานหันมามองก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

 

 

 

โอเค...งั้นเราไปทานเนื้อย่างกันก็ได้ เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินไปยังร้านเนื้อย่างที่อยู่ถัดออกไปอีกสามสี่ร้าน .... คยองซูถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจก่อนจะทอดสายตามองเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่น ในร้านที่มีใครบางคนนั่งอยู่...

 

 

 

 

ใครบางคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเพื่อนรักของเค้ามากในตอนนี้... ท่าทีมีความสุขกับการทานอาหารกับผู้หญิงแปลกหน้า ป้อนกันอย่างไม่อายสายตาคนรอบข้าง...

 

 

 

 

เห็นแล้วมันก็อดไม่ได้.. หากแต่ต้องสกัดกั้นอารมณ์เอาไว้... คยองซูคิดแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินตามสองพี่น้องไป...

 

 

 

 

ตลอดทางที่กลับมาที่บ้าน แบคฮยอนเอาแต่นั่งเงียบ มองออกไปนอกหน้าต่าง ถอนหายใจอยู่หลายครั้งจนคนเป็นพี่ชายอดเป็นห่วงไม่ได้ จนต้องเอ่ยถาม หากแตจ่คนตัวเล็กหัวรั้นก็ไม่ตอบอะไรเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ ถึงอี้ฟานจะพึ่งรับแบคฮยอนมาอยู่ด้วยไม่นาน เค้าก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้น้องชายคนดีมีท่าทีแปลกไป จนมาถึงที่บ้าน แบคฮยอนและคยองซูช่วยอี้ฟานถือข้าวของที่ซื้อมาเข้ามาในบ้านก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องของตนเอง ด้วยท่าทีที่แม้แต่เพื่อนที่ยืนอยู่ก็ต้องถอนหายใจหนักๆตาม

 

 

 

ดีโอ... แบคฮยอนเป็นอะไรรึเปล่า  ? อี้ฟานเอ่ยถามเพื่อนรักของน้องชาย คยองซูหันไปมองคนถามก่อนจะเม้มปากแน่น ไม่ใช่อยากจะปิดบัง แต่แค่เค้าเลือกที่จะไม่พูด

 

 

 

ผมว่า... คุณอี้ฟานไปถามแบคฮยอนเองดีกว่าครับ

 

 

 

ดีโอ... นายบอกฉันมาเถอะว่านี่มันเรื่องอะไร ? เมื่อถูกเค้นด้วยแววตาที่ปั้นท่าทีดุดันขึ้นมาของคนตรงหน้าก็ทำให้คยองซูก้มหน้าลงเพราะกลัวถูกจับผิด ตอนนี้เค้าของไม่เลือกพูดเพราะเค้ารู้ดีว่าแบคฮยอนเป็นคนยังไง เค้าคงไม่พอใจแน่ถ้าเค้าบอกเรื่องนี้กับอี้ฟานไป

 

 

 

ดีโอ...

 

 

 

ขอร้องละครับ อย่าเค้นถามจากผมเลย ดวงหน้าเล็กของเด็กหนุ่มเงยขึ้นมองอี้ฟานพร้อมกับฉายแววตาอ้อนวอนไปให้ ทำให้เค้าต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ..

 

 

 

โอเค... ฉันไม่ถามแล้วก็ได้

 

 

 

 

สงสัย... แต่ตอนนี้ก็ต้องเลือกที่จะอยู่เฉยๆไปก่อน

 

 

 

แบคฮยอนเข้ามาในห้องนอนของตนเองก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดวงหน้าหวานเหม่อมองไปยังเพดานกว้างอย่างเค้งคว้าง จับจุดไม่ได้ว่าจะมองไปที่ไหน รู้สึกเจ็บแปลบๆที่อกแปลกๆ

 

 

 

 

เหมือนคนที่กำลังถูกหลอก...

 

 

 

 

เจ็บจนบรรยายไม่ถูก..

 

 

 

ภาพที่ชานยอลอยู่กับคนแปลกหน้ามันยังวนเวียนไปมาในหัว...

 

 

 

 

หาคำตอบไม่ได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร...

 

 

 

 

แต่ในใจก็กู่ร้องดัง...ขออย่างเดียว..

 

 

 

ขออย่าให้เป็นคนที่จะมาแทบที่เค้า...

 

 

 

 

ขอแค่นั้น..

 

 

 

 

เผลอหลับตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อีฟานมาปลุกให้ลงทานมื้อเย็น ดวงตาคู่รีค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆก่อนมือเรียวจะยกขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะทอดสายตามองพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า

 

 

 

ทำไมนอนขี้เซาแบบนี้ละ พี่เคาะประตูอยู่ตั้งนาน อี้ฟานเอ่ยก่อนจะจับมือน้องชายที่ยกขึ้นขยีเปลือกตาจนแดงเอาไว้

 

 

 

ดูสิตาแดงหมดแล้ว... เอ่ยดุเบาๆก่อนมืออีกข้างจะลูบกลุ่มผมสีอ่อนอย่างเบามือ แบคฮยอนรั้นจมูกขึ้นก่อนจะเบ้ปากเล็กๆ

 

 

 

เป็นอะไรรึเปล่า ? ทำไมพอกลับจากห้างฯก็ดูเงียบไปเลย พี่ชายป้ายแดงเอ่ยถาม หากแต่เด็กหัวดื้อก็เอาแต่ส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ เลือกที่จะไม่บอกพี่ชาย

 

 

 

ไม่มีก็ไม่มี... พี่ไม่ถามแล้ว ไปทานข้าวได้แล้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุนก่อนจะจูงมือน้องชาย ให้เดินตามออกมาจากห้อง และเดินลงมาจนมาถึงโต๊ะอาหาร อี้ฟานดึงเก้าอี้ออกมาก่อนจะกดไหล่เล็กๆให้นั่งลงช้าๆ ส่วนต้นเองก็เดินไปนั่งเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ  อี้ฟานบรรจงตักอาหารนานาชนิดให้น้องชายทั้งสองด้วยท่าทีเอาใจใส่ แบคฮยอนเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของพี่ชายก็ปั้นหน้ายิ้มเพื่อไม่ให้อี้ฟานรู้สึกไม่ดี

 

 

 

แต่...แค่มองก็รู้ว่าแบคฮยอนต้องมีเรื่องไม่สบายใจอยู่แน่ๆ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนสายใยบางๆที่ทำให้อี้ฟานสัมผัสถึงหัวใจดวงน้อยๆของอีกคนได้ ความรู้สึกที่มีสายใยของพี่และน้องที่เชื่อมโยงเอาไว้

 

 

 

 

 

เมื่อกลับมาที่ห้องแบคฮยอนก็จัดการอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก่อนจะนั่งอยู่บนเตียง กำลังใช้ ผ้าขนหนูนุ่มนิ่มเช็ดกลุ่มผมที่เปียกปอมอยู่ ไม่นานนักเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่ใกล้ๆก็สั่นเบาๆ ดวงตาคู่รีก้มลงมองก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

 

 

ชานยอล..

 

 

 

 

มือเรียวยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดรับสายอย่างเบามือและกรอกเสียงลงไป

 

 

 

 

ยอโบเซโย

 

 

 

/แบคฮยอนอ่า... ทำอะไรอยู่/

 

 

 

กำลังเช็ดผมอยู่... นายละ ? คำถามที่ดูเย็นชากว่าปกติทำให้ปลายสายรู้สึกถึงความเปลี่ยนไป

 

 

 

 

/นายเป็นอะไรรึเปล่า ?/

 

 

 

เปล่า... โทรมามีอะไร ? คำถามที่ดูห่างเหินทำให้ชานยอลมั่นใจได้เลยว่าแบคฮยอนต้องโกรธอะไรเค้าอยู่แน่ๆ

 

 

 

/โกรธอะไรฉันอยู่ใช่ไหม ?/

 

 

 

เปล่า... นายจะโทรมาเพื่อถามคำถามแค่นี้เหรอ ? ยิ่งเจอคำพูดแบบนี้ยิ่งทำให้ปาร์กชานยอลมั่นใจว่าเค้าต้องไปทำอะไรให้คนคนนี้โกรธอยู่แน่ๆ

 

 

 

/ฉันจะโทรมาชวนนายไปเที่ยว... อยากไปเที่ยวกับนาย/

 

 

 

ทำไม ? แปลกใจที่จู่ๆคนตรงหน้าถามเหตุผล... แต่คำถามนี้กลับไม่ทำให้ชานยอลรู้สึกไม่ดี เค้ายิ้มกว้างให้คนปลายสาย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

 

 

 

/คิดถึง... อยากเจอ... อยากจับมือ... แล้วก็... ... จุ๊บ/ เอ่ยมาแค่นี้ก็ทำให้ใบหน้าหวานของอีกคนขึ้นสีระเรื่อได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

 

คนบ้า...

 

 

 

/ฮ่าๆ พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วไปเจอกับที่ร้านไอศกรีมหน้าโรงเรียนนายนะ /

 

 

 

อื้อๆ ตอบตกลงในทันที เพราะร้านนั้นเป็นร้านไอศกรีมที่แบคฮยอนคนนี้ชอบมากที่สุด

 

 

 

 

/งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ... ฝันดีนะแบคฮยอน/

 

 

 

ฝันดีเหมือนกันนะชานยอล พอได้คุยกันมันก็ทำให้แบคฮยอนลืมเรื่องที่เจอวันนี้ไปสนิท คิดซะว่าคงไม่มีอะไร

 

 

 

 

เพราะตอนนี้เค้าต้องเชื่อใจชานยอลที่สุดสิ... จริงไหม

 

 

 

 

แบคฮยอนมานั่งอยู่ในร้านไอศกรีมด้วยสีหน้าเบิกบานใจ เพราะวันนี้พวกเค้าได้มานั่งทานไอศกรีมที่ถือว่าเป็นที่ร้านที่แบคฮยอนชอบมากที่สุด แบคฮยอนมองไปรอบๆร้านก่อนจะนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ทั้งที่เจอกันก็หลายครั้งหลานหนแต่ครั้งนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนมาเดทไม่มีผิด วันนี้แบคฮยอนมาถึงก่อนเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะโรงเรียนเลิกเร็วกว่า แต่เค้าก็ไม่ได้โทรบอกชานยอล หากแต่คิดจะนั่งรอไปแบบนี้ เพาะเค้าชอบที่นี่มากนั่งรอนานๆยังไงก็ไม่เบื่อแน่...

 

 

รอบๆร้านเป็นร้านกระจกใสที่มองเห็นหน้าโรงเรียนได้อย่างชัดเจน...แบคฮยอนนั่งหันหน้าไปทางหน้าโรงเรียนของคนรัก...นั่งมองนู้นมองนี่ทำตาเยิ้มก่อนจะยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นร่างของชานยอลออกมาจากประตูโรงเรียน...มือเล็กรีบหยิบโทรศัพท์ในมือขึ้นมาเพื่อจะโทรหาทันทีแต่เค้าก็ต้องหยุดไว้เมื่อเห็นชานยอลคุยกับหญิงสาวคนหนึ่ง...อ่า..กำลังคุยกับเพื่อนนี่นา เดี๋ยวก่อนก็ได้ แบคฮยอนนั่งมองคนรักโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าคนตัวเล็กแบคฮยอนลูกหมาน้อยมาถึงที่นี่แล้ว

 

 

แต่ยิ่งมองไปนานๆสถานการณ์เริ่มแปลกไปจากสีหน้าที่ทั้งคู่คุยกัน...ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้  ทำไมเหรอ ?? มีเรื่องอะไรรึเปล่า ?? แล้วแบคฮยอนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชานยอลดึงผู้หญิงคนนั้นเข้ามาจูบ

 

 

 

 

ผู้หญิงคนนั้น...ทำไม ?? ทำไมนายจูบเค้า..

 

 

 

 

ร่างของพยอนแบคฮยอนที่อยู่ตรงนี้แทบสะลายไปกับตา ภาพที่เห็นมันบาดหัวใจจนมันทำให้คนคนนี้ร้องไห้ออกมา แบคฮยอนเดินมายืนอยู่ที่หน้าร้านก่อนจะเอาโทรศัพท์เครื่องเล็กของเค้าขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาปลายสายที่อยู่แค่ตรงหน้าเค้า...ชานยอลถอนริมฝีปากออกจากหญิงสาวก่อนจะเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเค้า แค่เห็นเบอร์คนคนนี้ก็รนรานทันที เค้ากดรับโทรศัพท์ช้าๆก่อนจะกรอกเสียงลงไปให้เป็นปกติที่สุด

 

 

 

“ ชานยอล...ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนเหรอ ? “ แบคฮยอนพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเค้ากำลังร้องไห้ ร้องไห้ให้กับเรื่องเลวร้ายที่พบเห็น...

 

 

 

 

/ฉัน..เอ่อ ตอนนี้ฉันกำลังจะออกมาแล้ว นายอยู่ไหนแล้ว...พึ่งเลิกเรียนเหรอ ?/ กำลังจะออกมา คิดว่าฉันตาบอดเหรอ ??

 

 

 

 

“ ถ้านายกำลังจะออกมา...แล้วทำไม ? ...ทำไมฉันเห็นคนหน้าเหมือนนายยืนจูบกับคนอื่นอยู่หน้าโรงเรียนละ ??...ฮือ นายมีคนหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้เลยเหรอ ?? ...ปาร์กชานยอล...ฮือ อึก “ แค่ชานยอลได้ยินเช่นกันก็มองไปที่อีกฟากหนึ่งของถนนทันที...

 

 

 

 

แบคฮยอน ...

 

 

 

 

ชานยอลกำลังมองไปที่คนรัก คนรักของเค้าที่กำลังร้องไห้ ...ร้องไห้เพราะเห็นเค้าแน่ๆ...

 

 

 

 

/แบคฮยอน..มัน...มันไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ..มันไม่ใช่แบบนั้นนะ/

 

 

 

 

“ ไม่ใช่อะไรเหรอ ?? ...ฮือ ...นายกำลังจะบอกอะไรฉันเหรอ ??...อึก ...วันนี้ฉันไม่อยากกินไอศครีมแล้ว ขอตัวก่อนนะ “ แบคฮยอนเอ่ยก่อนจะกดตัดสายทิ้งแล้ววิ่งหนีไป...ชานยอลพยายามจะวิ่งตามไปแต่ก็ถูกหญิงสาวข้างๆรั้งเอาไว้ซะก่อน..

 

 

 

“ ชานยอลคะ...เรายังคุยกับไม่จบเลยนะคะ “

 

 

 

 

“ ไหนเธอบอกว่าถ้าฉันจูบแล้วจะเลิกยุ่งกับฉันไง...ปล่อยมือเธอซะ “ เค้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งและแวว ตาดุดัน..ทำให้หญิงสาวปล่อยมือช้าๆด้วยความหวาดกลัว...ชานยอลหันไปมองอีกที แบคฮยอนก็หายไปแล้ว...

 

 

 

 

 

โธ่เว๊ย !!!!! “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC……

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สปอยเล็กๆ

 

 

ชานยอล.... นายเข้ามาในนี้ได้ไง ?

 

เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง...

 

 

 

 

พี่อี้ฟานช่วยผมด้วยยยยย....

  

 

 









 

 










 

ไรท์มีฟิคเรื่องใหม่มาฝาก ฟิคของไรท์เอง.. 
พึ่งเปิดเรื่องหมาดๆ เข้าไปอ่านกันเยอะๆนะคะ 
รักรีดเดอร์ทุกคนเลยยยย >3<


v



v



v

จิ้มเลย..

 EXO FICTION MOTH
 

 

อัพครบร้อยเปอร์แล้วน๊าาา ขอบคุณที่ติดตามนะคะ 

อิจฉาคนที่เรียนที่ไทยยยยยยยยยยย ได้ปิดเทอมกลับบ้านสบายใจจจ
แต่ของไรท์พึ่งเปิดเรียนเทอมแรกได้สองเดือนเอง ชีวิตปีสามที่น่าสงสารของหนู T^T 
ทั้งๆที่พึ่งกลับมาจากไทย..แต่รู้สึกเหมือนกลับไม่ได้กลับมานานมากเลยยย
ช่วงนี้ไรท์ยุ่งมากเลย 
พึ่งผ่านการแข่งขันแบดมินตันของมหาลัยไป ฮ่าๆๆ
เล่นก็ไม่เก่ง ดันถูกเลือกไปซะงั้น คู่แข่งเป็นทีมมาเก๊า - -" 
มันเป็นการแข่งระหว่างนักศึกษาต่างชาติในมหาลัยค่ะ 
ประเทศจีนทำร้ายหนู ให้ไปแข่งกับมาเก๊า แพ้ราบคราบค่า 
ทีมของไรท์คือทีมรวม คนไทยกับคนลาว ฮ่าๆๆ สนุกสนาน ปีหน้าเอาใหม่ๆ #รีดเริ่มงงไรท์บ่นอะไร ฮ่าๆๆ


อย่าลืมคอมเม้นต่อลมหายใจให้ไรท์ตาดำๆคนนี้ด้วยน๊าาาา 

ขอบคุณรีดทุกคนเลยย รักหมดเลยยยย จุ๊บๆ >3<



:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #375 Ohsehun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:47
    เราติดตามนะ# ลากเพื่อนมาอ่านด้วย#เราเป็นคนลาว
    #375
    0
  2. #341 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 09:43
    ชานทำไมนายทำแบบนี้ละะะ ไปง้อแบคเร็วๆเลยนะะะ ฮือๆๆๆ
    #341
    0
  3. #270 TAO OPPA (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 14:16
    ยอลรีบตามแบคไปเร็วๆเลยนร้า
    #270
    0
  4. #163 โมเอะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 22:49
    แอบดราม่าแบบกรุบกริบ ;-;
    #163
    0
  5. #132 sweet (@looktannlt013) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 15:54
    โอ้ยชยอลคนบ้า
    #132
    0
  6. #114 Zo Aon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 20:16
    ฮรึกกก ทำไมไม่บอกหยอยมัน T^T
    #114
    0
  7. #75 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 19:27
    อิหยอยยยยยยยยยย
    !!
    ฟหกดฟหกด่าสว
    ไปอธิบายให้แบคฟังเลยนะ!!
    โกรธยอลแล้ววว!! #ไม่ใช่แบคนะ =3=

    #75
    0
  8. #74 gift (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 20:28
    ยอลรีๆเลยนะ ไปบอกแบคสิ
    #74
    0
  9. วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 18:58
    ฮืออออออออ
    แบค!!!!!!! แกเข้าใจยอลผิดแล้วนะ!!!!!!
    ยอลรีบมาอธิบายให้แบคฟังเดี๋ยวนี้เลย!!!!!!
    #73
    0
  10. #72 Lorasalory (@jolasarory121) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 10:32
    อีหยอยอย่าทำอะไรน้องป๋ายฉันน่ะ!! - -"
    #72
    0
  11. #71 BYun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 22:56
    เอาแล่วววววววววววววว

    ซวยแล่ววววววววชยอล T^T
    #71
    0
  12. #70 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 10:32
    ชยอลอย่าเพิ่งคิดไปไกลนะลูกนะ
    แบคบอกยอลเซ่
    T T
    #70
    0
  13. #69 Respire (@25772019) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 18:21
    ทีนี้น้องโด้ก็ไม่ต้องแยกจากแบคแล้วสินะ รักเฮียจัง ยอลก็เข้าใจผิดต่อไป เฮ้อ บอกความจนริงยอลไปซะทีสิ
    #69
    0
  14. #68 byunbyng (@minniekane) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 18:40
    ทำไมไม่บอกชยอลล่ะ
    #68
    0