{ShortFic B.A.P} - Dear Young Jae ♡ -

ตอนที่ 3 : [SF] D e a r ♡ - My Princess 1/2 (Upjae)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 57

 



 

 

M U N J O N G U P Y O O Y O U N G J A E
My Princess


 



  Cr. @EnTerlake







 


 

 

... จะขอรักกันไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ...

 



 

          มือเรียวบางไล้เรื่อยไปตามยอดดอกไลซิแอนทัสสีขาวบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในสวนกว้างขวาง ดวงตาคมสวยทอดมองไปยังริมสระน้ำที่เปล่งประกายระยิบระยับสะท้อนแสงแดด

 

           “สวยนะว่าไหม”

 

          เอ่ยขึ้นเพียงแผ่วเบาแต่คนที่ยืนนิ่งรอฟังคำบัญชาอยู่เคียงข้างก็ได้ยินชัดเจน

 

           “พะยะค่ะ”

 

          องค์ชายแห่งราชอาณาจักรหันมาแย้มยิ้มให้กับองครักษ์ประจำตัวบางเบา แต่กลับจับใจคนมองยิ่งนัก ไม่รู้ว่าสายตาที่ทอดมองอีกคนนั้นเป็นเช่นไร คนผิวขาวผ่องที่อยู่ในฉลองพระองค์สีขาวบริสุทธิ์สวยงามจับตายิ่งกว่าดอกไลซิแอนทัสหลายเท่านัก

 

           “ข้ารู้สึกไม่ดีเลย ...แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังรู้สึกดีกว่าเวลามีเจ้าอยู่เคียงข้าง จงออบ”

 

          ว่าจบองค์ชายน้อยจึงได้หันกลับไปทอดมองสระน้ำดังเดิม ไม่รู้เลยว่าแค่ประโยคแผ่วเบาที่ออกมาจากริมฝีปากสีชมพูสวยนั้นจะทำให้คนฟังใจเต้นแรงเพียงใด



 

..

 

 

          หน้าที่ขององค์ชายมีกี่อย่างกัน

 

          จับดาบ ถือธนู หรือขี่ม้า

 

          ยูยองแจทำไม่ได้สักอย่าง ดวงตาสวยทอดมองพระเชษฐาที่กำลังฝึกซ้อมดาบอยู่ในลานกว้างเพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่อเพลาผ่านไป ถึงอย่างนั้นคนเป็นน้องหรือจะอิจฉาริษยาถึงแม้ในใจลึกๆ จะอยากลงไปเล่นซุกซนดั่งเด็กชายวัยนี้จะเล่นกันมากเพียงใดแต่เพราะพระมารดาของเขาที่เป็นสนมเอกของพระบิดาทรงสอนให้เขาจับเข็มเล่นพิณตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ยอมให้มือน้อยจับดาบเล่นธนูแบบบุรุษทั่วไป องค์ชายคนเล็กถึงได้แค่นั่งปักผ้าคาดเอวให้พระเชษฐาอยู่บนศาลาริมลานกว้างเพียงเท่านั้น

 

          บังยงกุกองค์ชายใหญ่ที่เป็นองค์รัชทายาท เกิดจากพระชายา มีพระชันษาห่างกับองค์ชายองค์รองยูยองแจเกือบสิบปีแต่ช่วงเวลาระหว่างวัยที่ห่างกันไม่อาจกั้นสายใยรักต่อพี่น้องได้ พี่ชายทั้งรักและหลงน้องชายของตนเองตั้งแต่น้องตัวกระจ้อย เด็กชายที่ร้องไห้โยเยอยู่บนเตียงนุ่มแต่กลับสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา ตั้งแต่ตอนนั้นเขาได้ลั่นวาจาไว้ว่าจะปกป้องพระอนุชาคนเดียวจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

          ถึงแม้จะซ้อมดาบอยู่ในลานกว้างอย่างแข็งขันแต่ดวงตาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังน้องน้อยที่นั่งปักผ้าอยู่ตรงศาลา มุมปากยกยิ้มน้อยๆ ให้กับท่าทางน่าเอ็นดูของน้องชายหน้าตาน่ารัก ยงกุกถือดาบไว้ในมือก่อนโค้งให้คู่ซ้อมก่อนจะเดินออกมาจากลานเมื่อถึงเวลาพัก

 

           “เจ้าทำให้พี่หรือ”

 

          เด็กน้อยที่กำลังมีสมาธิสะดุ้งไหล่ยกจนคนเป็นพี่แอบขำในใจ

 

           “เจ้าค่ะ ท่านพี่ชอบไหม ข้าเลือกผ้ามาเองจากตลาดเมื่อบ่ายวันก่อน”

 

          อนุชาน้อยยกยิ้มตาหยี ริมฝีปากดันแก้มกลมๆ ให้ยกขึ้นช่างเป็นภาพที่หน้าเอ็นดูต่อผู้พบเห็นยิ่งนัก ตาคมมองอนุชาอายุสิบสองขวบด้วยความเอ็นดู

 

           “เจ้าไปเที่ยวตลาดไม่ชวนพี่ พี่น้อยใจนัก”

 

          บังยงกุกแกล้งเอ่ยตัดพ้อยกยิ้มในใจเมื่อเห็นน้องหน้าเสียก่อนจะปัดมือปัดไม้ปฏิเสธเป็นพัลวัน

 

           “ข้าเปล่านะ ท่านพี่ ก็ตอนนั้นท่านมีซ้อมนี่นา ข้าไม่อยากรบกวน งั้นวันนี้พวกเราไปกันดีหรือไม่” มีหรือคนหลงน้องจะปฏิเสธ รอจนเจ้าของมือนุ่มนิ่มเก็บด้ายเก็บเข็มเรียบร้อยจึงออกเดินทางไปตลาดใหญ่ที่มีอยู่นอกวังหลวง

 

          มือใหญ่กว่าจับมือน้อยไว้แน่นเพราะกลัวน้องจะหลงทางในวันที่คนเดินแน่นขนัดถึงแม้จะมีทหารคอยรักขาตลอดเส้นทางแล้วก็ยังอดกังวลไม่ได้ อนุชาเขาไม่มีวิชาการต่อสู้ หากโดนจับตัวไปอนุชาคงไม่กล้าแต่จะเอาเข็มทิ่มเนื้อคนใจทรามเป็นแน่ และเพราะขบวนเสด็จมากันอย่างเงียบๆ ไม่ได้เอิกเกริกผู้คนริมสองข้างทางจึงไม่ได้เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเวลาขบวนใหญ่ผ่าน เด็กน้อยมองนู่นนี่ด้วยความสนใจแต่สุดท้ายก็ลากแขนของพี่ชายตัวใหญ่เข้าไปในร้านผ้าร้านใหญ่ประจำตลาดเหมือนอย่างเคย

 

           “ท่านพี่อยากได้สีไหน สีน้ำเงินหรือจะเป็นสีเลือดหมู”

 

           “พี่ชอบสีดำ”

 

           “สีดำท่านพี่มีเยอะแล้ว” องค์ชายรองทำปากมุ่ยเหมือนโดนขัดใจ “แต่ข้าจะตามใจท่าน งั้นเอาสีดำนะ เอ๋ แถบแดงก็สวยนะท่านพี่” ดวงตาเรียวหันกลับมาสบตาคนโตกว่าเมื่อเหลือบไปเห็นผ้าคาดเอวบุรุษสีดำแทบแดงเป็นที่ถูกตาต้องใจนักและยิ่งเมื่อเห็นพระเชษฐาของตัวเองยิ้มรับ ดวงตาสวยก็ยิ่งเป็นประกายเรียวงามยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเลือกผ้าอีกสองสามผืนเพื่อพระบิดาพระชนนีและท่านแม่เรียบร้อยแล้ว สององค์ชายจึงเดินออกมาจากร้านด้วยรอยยิ้มติดริมฝีปาก

 

           “บ้าเอ้ย! เจ้านั้นมันขโมยของๆ ข้า ช่วยที!!

 

          เสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังลั่นถนนทำให้องค์ชายคนเล็กทำตาโตด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ยงกุกเอาร่างกายกำยำของตัวเองบังร่างเล็กๆ ของน้องไว้เพราะกลัวจะเกิดอันตราย ร่างน้อยได้ยินเสียงเหมือนของหัก มือน้อยสะดุ้งตกใจกำมือใหญ่เสียแน่นเมื่อได้ยินเหมือนมันดังใกล้ๆ เพียงเท่านี้เอง เมื่อเสียงเงียบลงดวงหน้าเล็กชะโงกออกมาจากหลังใหญ่ที่ใช้กำบังร่างกายตัวเองไว้เพื่อออกมาดูโลกภายนอก เห็นบุรุษชายอายุคงไม่น้อยไม่มากไปกว่าเขาสักเท่าไหร่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า รอบข้างมีแคร่ล้มระเนระนาด ในมือบุรุษผู้นั้นมีหอบผ้าหอบใหญ่ที่คงแย่งมาจากขโมยที่กำลังนอนพังพาบอยู่บนพื้นมาได้ ทหารที่ตามเสด็จมาเดินไปจัดการกับร่างของขโมย ยองแจยิ้มให้บุรุษน้อยที่ตัวเท่าๆ เขาด้วยความชื่นชมที่อีกคนกล้าต่อสู้แม้ตัวจะเล็กกว่าขโมยหลายเท่านักไม่เหมือนเขาที่ได้แต่แอบอยู่หลังพี่ชาย มือน้อยหยิบผ้าเช็ดหน้าลายสวยที่ปักเองออกมาจากผ้าคาดเอว ใจกล้าเดินไปใกล้ๆ อีกคนโดยพี่ชายไม่ทันได้ห้าม มือน้อยซับเลือดตรงหางคิ้วให้อีกคนแผ่วเบา

 

           “เจ้ามีความสามารถ แรงเยอะ และเข้มแข็ง คงดีหากเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์กว่านี้”

ไม่ทันได้ยินเสียงตอบรับหรือปฏิเสธจากชายที่นั่งนิ่งดวงตาเล็กเบิกโพลงด้วยความตกใจ มือน้อยก็โดนพี่ชายฉวยเอาไว้ในอุ้งมือใหญ่ ผ้าเช็ดหน้าหล่นลงตรงตักพลเมืองดีโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

           “ข้าขอชื่นชมเจ้าที่เป็นคนดี จงเป็นคนดีแบบนี้เรื่อยไปล่ะ”

 

          ก่อนจะเดินจากมา สองพี่น้องเจ้าของดินแดนเดินจากไป ทิ้งให้คนตัวขาวที่นั่งนิ่งหยิบผ้าเช็ดหน้าลายสวยขึ้นมาจากตัก ดวงตาคมอ่อนโยนลงเมื่อมองตามหลังเล็กๆ ของนางฟ้าองค์น้อยๆ ที่ไม่รังเกียจร่างสกปรกมอมแมมแบบเขา ริมฝีปากซีดพึมพำกับผ้าเช็ดหน้าในมือแผ่วเบา

 

           “ข้าจะเข้มแข็งเพื่อปกป้องพระองค์”



 

..



 

          ยูยองแจยิ่งโตยิ่งสวย ดวงหน้าน่ารักปรับเปลี่ยนไปตามวัย เมื่ออายุครบยี่สิบชันษา ร่างเล็กก็เพิ่งรู้ตัวว่าไม่มีใครเรียกเขาว่าองค์ชายอีกต่อไปแล้ว เมื่อครั้งอายุครบสิบแปดชันษาพระบิดาจัดงานเฉลิมฉลองให้กับเขา พระราชาเอ่ยกลั้วหัวเราะว่าในที่สุดลูกสาวเขาก็โตขึ้นจนสามารถออกเรือนได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพระเชษฐายังตอบรับคำท่านพ่อ แย้มริมฝีปากเสียกว้างขวางหมดมาดรัชทายาทแสนดุเมื่อยามปกติ

 

           องค์หญิงน้อยของข้าโตเป็นสาวแล้ว คงต้องหาพระสวามีให้น้องหญิงเสียที

 

          หลังจากนั้น ทุกคนทั้งในวังและนอกวังก็ต่างเรียกเขาว่าองค์หญิงกันหมด ยองแจอายจนแทบมุดดินหนีเสียเมื่อคราแรกๆ แต่เมื่อผ่านไปยองแจก็ต้องยิ้มรับด้วยความเคยชิน

 

          ร่างเล็กเดินทอดน่องกลับจากริมแม่น้ำเมื่อมีนางกำนัลมาบอกว่าพระบิดาเรียกหา หันมามององครักษ์คนสนิทที่เดินตามมาไม่ห่าง

 

           “เจ้ารออยู่ตรงนี้”

 

          เอ่ยบอกเมื่อมาถึงห้องทรงงานของพระบิดา เมื่อเข้าไปร่างน้อยรู้สึกแปลกใจนักที่เห็นทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ใหญ่ ท่านแม่และพระเชษฐาอยู่กันพร้อมหน้า

 

           “ท่านพ่อเรียกหาข้าหรือเจ้าคะ”

 

           “ใช่แล้วองค์หญิงน้อยของแม่” ท่านแม่ผู้ให้กำเนิดเดินมากอดเขาเข้าอกอุ่น ตาเรียวคมมองด้วยความแปลกใจ

 

          เกิดอะไรขึ้นกัน

 

           “มานี่สิลูกรัก”

 

          พระบิดาเอ่ยเรียก มือแข็งแกร่งยกขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าไปหา มืออบอุ่นลูบหัวเขาแผ่วเบาด้วยความรักใคร่เอ็นดู พระบิดาสละบัลลังก์ให้พระเชษฐาเมื่อปีก่อนแต่ร่างกายก็ยังแข็งแรงเกินกว่าที่จะบอกคนอื่นว่าอายุมากเท่าไหร่แล้วยังคงทำงานให้กับบ้านเมืองไม่หยุดหย่อน

 

           “เมืองเหนือส่งสาสน์มาขอให้เจ้าไปเป็นทูตเจริญสัมพันธ์ไมตรี”

ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ การออกไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างเมืองเช่นนี้ก็เหมือนไปเป็นทาสเป็นนางบำเรอ เป็นแค่ตัวประกันที่จะบอกว่าเมืองของเขาอยู่ใต้อาณัติของทางเหนือเท่านั้น

 

           “พี่ขอโทษที่ปกป้องน้องไม่ได้”

 

          แน่นอนว่าพี่ชายเขาไม่ผิด ถ้าหากเขาไม่ไปก็คงได้เกิดสงครามขึ้นแน่ ยองแจยิ้มด้วยความขมขื่น

 

           “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจดี”

 

           “โธ่ ลูกแม่ แม่รักเจ้านะองค์หญิงน้อยของแม่” มือบางสวยของพระมารดาใหญ่ลูบหัวลูบหลังเขาแผ่วเบา

 

           “ข้าก็รักพวกท่านเจ้าค่ะ หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน”

 

          ก่อนที่น้ำตาของข้าจะไหลริน

 

**

 

          เกิดอะไรขึ้นกับนางฟ้าองค์น้อยของเขากัน หลังจากออกมาจากห้องทรงงานของพระราชชนก คนตัวเล็กที่แสนร่าเริงก็เงียบไป ดวงหน้าฉายแววเศร้าเสียจนใจเขาเจ็บแปลบ ดวงตาสวยแดงก่ำอย่างคนกลั้นน้ำตาไว้ องค์ชายน้อยกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าห้องบรรทมจนเขาวิ่งตามแทบไม่ทัน เมื่อถึงห้องก็ปิดประตูใส่หน้าเขาเสียโครมใหญ่

 

          มุนจงออบพลิกกายไปมาบนเตียงภายในห้องพักของทหารในวัง ถึงแม้ห้องพักของเขาจะแยกตัวสบายกว่าทหารทั่วไปนิดหน่อยที่บังเอิญเขาได้เป็นถึงองครักษ์ประจำตัวองค์ชายยูยองแจ ไม่สิ น่าจะเป็นองค์หญิงน้อยยองแจเสียมากกว่า ค่อนดึกจงออบได้ยินเสียงแกรกกรากดังมาจากภายนอกประตู มือใหญ่เอื้อมไปคว้าดาบที่วางพิงอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียงมาถือไว้เตรียมพร้อม ยังคิดแปลกใจว่าในวังหลวงไม่น่าจะมีโจรขโมย ประตูห้องนอนเปิดออกเมื่อคนภายนอกเปิดประตูเข้ามา ร่างสูงใหญ่เกือบตะโกนโหวกเหวกแล้วปรี่ไปทุบโจรที่อยู่ในเสื้อคลุมสีดำให้หัวแบะแต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อคนผู้นั้นปรี่เข้ามาหาคนที่ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงกว้าง

 

           “ชู่”

 

          นิ้วชี้เรียวแตะริมฝีปากบางแผ่วเบา ร่างสูงเบิกตามองอีกคนนิ่งเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด มือใหญ่พาดดาบวางไว้ที่เดิมก่อนจะเอื้อมมือไปปลดผ้าคลุมที่ปิดบังหน้าตาของอีกคนอยู่

 

           “องค์หญิงน้อย!

 

           “ชู่ เบาสิจงออบ ตอนนี้ข้าไม่อยากเป็นองค์หญิงน้อยแล้ว องค์ชายก็ไม่อยากเป็นด้วย”

มือเล็กเลื่อนมาวางนิ่งตรงบ่ากว้างกำยำขององครักษ์หนุ่ม หน้าแดงวูบเมื่อฝ่ามือเย็นๆ สัมผัสกับเนื้อหยุ่นไร้เสื้อผ้าอาภรณ์

 

           “ท่าน หมายความอย่างไร”

 

          มือหนาวางทับไปบนมือเล็กที่ทำท่าจะผละออก อยากจะอมยิ้มให้กับแก้มแดงเรื่อของคนที่นั่งเกือบจะเกยตักเขาแต่เพราะความแปลกใจมีมากกว่าที่คนตัวเล็กช่างหาญกล้าเดินเข้าห้องบุรุษอย่างเขากลางดึกกลางดื่น

 

           “ข้าอยากหนีไป”

 

           “ท่านไม่ควรพูดเล่น”

 

          เอ่ยเสียงเรียบ มือหนาปล่อยมือเล็กทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ถึงอยากจะไม่เชื่อแต่สีหน้าจริงจังของอีกคนกลับตอบเขาได้ดีกว่า

 

           “ข้าอยากหนีไป หนีไปให้ไกล หนีไปกับเจ้า ได้หรือไม่ จงออบ ได้โปรด”

สีหน้าเว้าวอนเกือบทำให้จงออบใจอ่อน แต่หากทำอย่างนั้นเขาคงกลายเป็นกบฏที่ลักพาตัวองค์หญิงไปเสียกระมัง

 

           “ท่านทำอย่างนั้นไม่ได้ ท่านเป็นองค์หญิง เป็นคนของที่นี่”

 

           “ฮึก ข้าไม่ ไม่อยากเป็นอีกแล้ว ข้าต้องไป อึก ไปเป็นนางบำเรอให้กับกษัตริย์เมืองเหนือ ข้าไม่อยากไป ให้ข้าตายเสียยังดีกว่า”

 

          จงออบตกใจเมื่อเห็นอีกคนร้องไห้ธารน้ำไหลออกมาจากดวงตาเรียวสวย แต่ตกใจยิ่งกว่ากับคำพลั่งพลูที่ออกมาจากริมฝีปาก

 

          จะ จริงหรือ

 

          งั้นเขาจะทำเช่นไรดี

 

          เขาจะทำตามใจองค์หญิงน้อย ทั้งยังตามหัวใจของตัวเอง หนีไปและอยู่กันเพียงแค่สองคน ไม่มีอะไรใดๆ มาขวางกั้น ถ้าหากเขาจะรัก...

 

           “จงออบได้โปรด ให้ข้าเป็นเพียงแค่ยูยองแจของเจ้า”

 

**

 

          ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพียงประโยคโกหกสักคำก็ไม่มีทางหลุดออกจากปากเขาไปได้ ไม่คิดเลยว่าโตขึ้นมาสิ่งที่เขากำลังจะทำ มันยิ่งกว่าการโกหก

 

          หลังจากร้องไห้หนักจนธารน้ำใสแทบจะกลั่นออกมาเป็นสายเลือด ร่างเล็กก็ผุดลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดรัดกุมมิดชิดก่อนจะคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่อีกทีเพื่อป้องกันความหนาวเย็นและป้องกันตัวเขาจากความมืด เขากัดฟันปีนลงมาจากหน้าต่างถึงแม้จะเจ็บเพียงใดก็ตามแต่เขาจะอดทน หนีไปให้ไกลจากวังวนเลวร้ายที่ต้องประสบพบเจอ และขอบคุณองครักษ์หนุ่มที่รักเขาจนยอมตามใจสิ่งที่เขากำลังร้องขอ

 

          ใช่ว่ายูยองแจจะไม่รู้และใช่ว่ายูยองแจจะไม่รู้สึกเช่นไรกับอีกคนแต่เพราะว่าที่ผ่านมาคำว่าเชื้อชาติกษัตริย์มันค้ำคอทำให้แม้แต่จะส่งแววตาหวานให้อีกคนก็ยังทำไม่ได้ ต่อจากนี้ถึงต้องลำบากแต่ถ้าได้อยู่กับคนรักเขาก็จะยอมทน ดีกว่าต้องไปตกเป็นของใครที่ไหนก็ไม่รู้

 

          ยูยองแจจ๋าช่างโง่เขลา เจ้าจะทำอย่างไรเมื่อเจ้าหนีไป

          เจ้ามีความสุขเหลือเกินในอ้อมกอดของชายที่รัก

          แล้วบ้านเมืองที่เจ้าทิ้งมาเล่า จะทำยังไงถ้าไฟมันลุกลาม

 

          รักจ๋าช่างโง่เขลา ที่ดลบันดาลให้คนสองคนทำสิ่งที่ผิด

          ฟ้าได้ดลบันดาลบทลงโทษแก่เจ้าสองคนแล้ว

          บทลงโทษที่มองเห็นแค่รักจากหัวใจเข้มแข็งเพียงแค่ดวงเดียว

 

.

.

.

.

.

 

M y P r i n c e s s

 

          ร่างเล็กพิงตัวเองไปที่อกกว้างของบุรุษที่นั่งซ้อนหลังตนเองอยู่ แขนสองข้างของชายหนุ่มจับบังเหียนบังคับม้าแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วแขนทั้งสองข้างกำลังโอบกอดร่างเล็กๆ ที่แสนหวงแหนแทบจะให้จมลงไปในอก มุนจงออบตัดสินใจลงใต้เมื่อออกมาจากเมืองได้แล้ว โชคดีที่เมื่อตอนเด็กเขาเป็นแค่เด็กเร่ร่อนทำให้รู้ลู่ทางมากมายพอสมควรและยังโชคดีที่ยศในวังเขาสูงมากพอจะให้หลบหนีออกมาได้อย่างง่ายดาย มือหนาดึงหมวกคลุมสีดำให้ปกปิดใบหน้าหวานฉ่ำนั้นอีกเพื่อป้องกันแมลงและลมจะต้องผิวสวย ยังปกป้องคนสวยหวานให้พ้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้อีกด้วย

 

           “เจ้าดึงจนข้ามองไม่เห็นทางแล้ว”

 

           “แมลงจะโดนหน้าท่าน”

 

           “เลิกเรียกข้าแบบนั้นเถอะ เจ้าเคารพข้าเกินไปแล้ว คนอื่นจะสงสัยเอา”

 

           “งั้นท่านจะให้ข้าบอกว่าท่านเป็นอะไรกับข้าล่ะหากใครสักคนเอ่ยถามเข้า”

 

          เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่คิดมาก่อนว่าคนตัวเล็กจะมีอารมณ์ดื้อดึงเป็นเด็กกับเขาด้วย

 

           “เจ้าก็บอกว่าข้าเป็นเมียเจ้าสิ”

 

           “องค์หญิง!!

 

           “ชู่ ข้าไม่ใช่นะ เจ้ารักเมียเจ้ามากถึงขนาดเรียกว่าองค์หญิงเลยหรือ ระวังจะโดนบั่นคอ เรียกข้าว่ายองแจสิ จงออบ”

 

           “เฮ้อ ข้าเรียกแบบนั้นยิ่งจะโดนบั่นคอน่ะสิ ยองแจ”

 

           “ในที่สุดเจ้าก็ตามใจข้า”

          ริมฝีปากคลี่ยิ้มสวยเมื่ออีกคนยอมเรียกชื่อตนแล้ว ยังดีที่คนภายนอกไม่รู้นักว่าชื่อจริงเขาคืออะไร ไม่งั้นเขาคงต้องเปลี่ยนชื่อเสียด้วยกระมัง

 

          ทั้งสองพูดคุยแลกเปลี่ยนนู่นนี่จนย่ำรุ่ง ไม่รู้เพราะองค์หญิงน้อยที่มักอยู่แต่ในวังหลวงเสมอตื่นเต้นที่ได้ออกมาชมโลกกว้างหรืออย่างไรถึงได้ไม่ยอมหลับยอมนอนพักผ่อน ยังดีที่ตอนออกมาจงออบเตรียมเสบียงพอที่จะถึงแคว้นทางใต้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

          ร่างสูงลงเดินเมื่อเริ่มเย็นย่ำของอีกวัน มือหนาจูงม้าสีน้ำตาลสวยที่มีคนผิวขาวนั่งมองนู่นมองนี่ไปเสียเรื่อยเปื่อยก่อนจะหยุดอยู่ริมแม่น้ำ ชายหนุ่มผูกเชือกม้าไว้ที่ต้นไม้ริมแม่น้ำปล่อยให้ม้ากินน้ำกินหญ้าแถวๆ นั้นก่อนจะอุ้มอีกคนลงมายืนข้างล่าง

           

           “ข้าเพิ่งเคยขี่ม้านานแบบนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกโคลงเคลงเวียนหัว”

 

          มือเล็กถอดหมวกที่คลุมศีรษะตนออกก่อนจะจับมือให้อีกคนที่ส่งมารอรับเพื่อเดินไปล้างหน้าล้างตาริมแม่น้ำ มือหนาแกะข้าวห่อโตออกเพื่อให้คนรักอิ่มก่อนเขาจะกินเหมือนเป็นความเคยชินไปเสียแล้วแต่คนตัวเล็กกลับไปยอม

 

           “เจ้ากินกับข้าสิ ข้าวห่อโตขนาดนี้ข้าจะกินหมดได้ยังไง”

 

           “กินก่อนเถอะยองแจ เจ้าอิ่มแล้วข้าจะกิน”

 

           “ถ้าเจ้าไม่กินข้าก็จะไม่กิน”

 

          มองคนดื้อแพ่งด้วยความอ่อนใจก่อนจะยอมกินข้าวด้วยกัน ...เป็นครั้งแรก

 

          รู้สึกอิ่มเอมใจมากกว่าอิ่มปากอิ่มท้อง

 

          ชายหนุ่มไม่คุ้นเคยนักถึงจะยอมเรียกชื่อเมื่ออีกคนร้องขอ แต่เขาเคยชินที่จะต้องดูแลปกป้องมากกว่าการที่ต้องรักแบบนี้

 

          ถึงแม้ใจจะอยากทำแบบนี้มานานแค่ไหนก็ตามที

 

           “คิดสิ่งใดอยู่หรือ”

 

          ร่างเล็กทรุดตัวเคียงข้างคนที่นอนหนุนแขนของตัวเองมองดูดาวที่พร่างพรายเต็มท้องฟ้า ชายหนุ่มตัดสินใจจะพักที่ริมน้ำแห่งนี้ซึ่งเขาก็ไม่ขัดอะไร ดีเสียอีก ที่ตรงนี้สวยมากและมีโขดหินน้อยใหญ่มากพอจะให้ทั้งสองเลือกเป็นที่หลับนอนได้ในคืนนี้ ร่างเล็กนอนลงบนโขดหินกว้างที่อีกคนเลือกนอน พลิกกายให้นอนเกยอีกคน ขยับตัวเล็กน้อยให้หัวเอนลงไปบนอกว้างจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตัก ชายหนุ่มหรือก็ช่างแสนดีแม้ตอนแรกจะตกใจแต่ก็ยอมขยับแขนโอบกอดรอบลำตัวเล็กให้อีกคนนอนอย่างสบายบนตัวของเขา

 

           “คิดว่าทำไมตอนนี้ข้าถึงอยู่ที่นี่”

 

           “เจ้าเสียใจหรือ”

 

           “ไม่”

 

           “...”

 

           “ข้าจะเสียใจได้อย่างไรในเมื่อข้าอยู่กับคนที่ข้ารัก ได้นอนมองดาวและมีคนรักนอนอยู่ในอ้อมแขน”

 

          ไม่รู้เพราะบรรยากาศ สายลมหรือเพราะกลิ่นหอมที่ยวนออกมาจากคนในอ้อมแขนกันแน่ที่ทำให้องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์เผลอพูดความในใจออกมา คนตัวเล็กพลิกกายให้นอนคว่ำ ดวงหน้าสวยมองสบดวงหน้าคมเข้มของอีกคนด้วยสายตารักใคร่ไม่แพ้กัน ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาเมื่อริมฝีปากอิ่มแดงกดลงบนริมฝีปากหยุ่นของอีกคนแทนคำตอบ จุมพิตที่เต็มไปด้วยความรัก มือหนาช้อนใบหน้าของอีกคนเมื่อเขาเอียงหน้าจูบซ้ำ ใช้ลิ้นไล้เลียไปทั่วริมฝีปากจนร่างกายอีกคนสั่นสะท้าน

 

           “อึก จงออบ จงออบ ทำให้ข้าเป็นของท่านได้หรือไม่”

 

          ท่ามกลางดวงดาวที่พราวเต็มท้องฟ้า คนสองคนรักและเติมเต็มซึ่งกันและกัน อ่อนโยนแต่หนักแน่น รุกเร้าและรุนแรงตามอารมณ์รักที่คุกรุ่น ความผิดชอบชั่วดีหายไปเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน มองตาและเริ่มบทรักบทใหม่ที่มีธรรมชาติเป็นสักขีพยาน

 

 







To Be Continue

 

-          เนื่องจากพี่สาวได้ทำการทำให้เราเป็นกบฏไปแต่งฟิคก็อตเซบึล แล้วบีเอพีล่ะ เราไม่ทิ้งนะ กำลังปั่นต่ออยู่ เรื่องนี้ยาวมาก เราหั่นเป็นสองตอนนะคะ ยาวมากจริงๆ(สำหรับเราอ่ะนะ)

-          อ่านๆ ไปเถอะไม่มีอะไรมาก เอ็นจอยรีดจ้ะ จุ้บ

 

 

 

:) Shalunla

55 ความคิดเห็น

  1. #41 Bubble-1 (@euro2500) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 10:33
    ยองแจจจจ "ทำให้เป็นของท่านได้หรือไม่" งั้นหรอ 
    โอ้ย น่าสงสาร เชียร์จงออบรัวๆ
    #41
    0
  2. #38 คิตตี้จีโกะ (@bowkaew) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 22:45
    ฉัน.. เฝ้าถามสติอยู่ที่ไหน..
    บอกตามตรงว่าหายไปแล้ว... โอ้ยยย องค์หญิงน้อยกับองครักษ์ TT
    ภาษาสวยงามมาก... ชอบมากกกกกกกกกกก คือดีอ่ะ.. ชอบมาก.. โอ้ยยย ยองแจบุกห้องขุ่นผู้ชายอ่ะค่ะ.. แง้.. ฟ้องคุณฉม่กับพี่ชายได้ไหมคะ... น้องแจทิ้งบ้านทิ้งเมืองแบบนี้มันไม่ดีนะคะ.. แง้.. T wwwwwwwwwwww T
    แต่ตอนจบอันนี้.. ฟินข่าาา ธรรมชาติเป็นพยาน...
    #38
    0
  3. #32 เลาเลิ้บคนแต่งมากที่สุดในโลกาไม่มีอะไรมาเทียบเทียม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 06:42
    ยองแจคนขี้อ่ อย ยองแจคนใจง่าย แม่หญิงยองแจ ยองแจ๊ โอ๊ยยยยยยยยยยยย!! ๕๕๕๕๕ #นี่ไม่ได้แค้นอะไรนะ

    คือแบบ พาร์ทนี้ชอบฉากหญิงแจย่องเข้าห้องทหารออบที่สุด ไม่มีเหตุผล แต่รู้สึกว่าแม่ งใช่เลย >/////<

    ฟีลแบบ เดาไว้ละว่าเดี๋ยวต้องมีใครสักคนมาพาหนี ซึ่งพอเจอฉากนี้ลละบรั่บ แทบโดดไชโย นังยองแชรพาบ่าวหนีจย้าาา ก๊ากกกก xD

    กลับเข้าสู่โหมดดราม่าไหม มันเป็นฟิคพีเรียดนะรู้สึก ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    กล่าวถึงเมนเรา ที่ชื่อบังยงกุก เชษฐาผู้ทรงเกียรติของหญิงแจ *ตบหน้าสะบัด* คนไม่ดี ยกน้องให้คนอื่นได้ไง!

    เป็นพี่จะทำไรควรนึกถึงจิตใจน้องบ้าง นี่ถ้าสลับตำแหน่งกันแล้วยองแจยกแกให้ไปเป็นเมียโล่แกจะยอมมั้ยพี่บัง ตอบ!! = =++

    ดูดิน่ะ ทำน้องเสียผู้เสียคน ฉุดผู้ชายออกจากวังหนีไปทางใต้เลย บรัยยยยยส์ #ไม่จบกับประเด็นนี้ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    ส่วนฉากที่ชอบรองลงมาคือฉากนอนดูดาวกับสาว(?)คนรัก ทำไมมุนชอนซาถึงได้ละมุนละไมเยี่ยงนี้

    บรั่บเขินอ่ะ เขินแทนยองแจ แต่เราว่ายองแจไม่เขินแล้ว เป็นฝ่ายรุกจูบชายออบปานนั้น ไม่แรดสิลูก #อย่าถีบโผม ๕๕๕๕๕๕

    โอ้ยทำไมชอบอ่ะ ถ้ารู้ว่าโมเมนท์น่าประทับใจจะเยอะงี้ เข้ามาอ่านนานละครับ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕



    เอ้าแถม.. เดี๋ยวไปเม้นพาร์ทสองต่อก่อนจะหลับ เลิฟนะจ๊วบโบ๊ะ <3
    #32
    0
  4. #19 Koko Run (@kokorun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:49
    โหออบแจย้อนยุค  
    ร้อรแรงมากในตอนสุดท้าย  แจ้ง่ายไปมั้ย
    แจ้เลือกแบบนี้จะเจอไรบ้างสิ
    ไม่สิ  บ้านเมืองจะเปนไงเนี่ยยยย
    โห  คิดหนักนะไรท์  ค้างดั้วะ
    #19
    0
  5. #13 _knewz_ (@knewz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:51
    เกร้ดดดดดด ออบแจ เป็นคู่ที่หาอ่านยากมากกกกกกก แต่ชอบอ่ะ เป็นคู่ที่น่ารักมุมิจริงๆ ชอบภาพประกอบมากเลย คือมันใช่อ่ะ องครักษ์หนุ่มกับองค์หญิงน้อย >_< องค์หญิงยูคือเลอค่า น่าทะนุถนอมมากกกกก แต่แอบมีบังแจเล็กๆ ถึงจะเป็นพี่น้องกันก็เหอะ แต่เราก็จิ้นได้ฮ้าาาาาา พี่บังหลงน้องน่าดูเลย แล้วองค์หญิงยูนี่งามทั้งข้างนอกข้างในเลยนะ มีน้ำใจต่อชายแปลกหน้า โอ่ยยยยยย อยากได้แบบนี้ จะเอาๆๆๆๆๆ แล้วตอนจบคือหล่ะ แวสดราม่ามาเลยอ่าาา องครักษ์ผู้ต่ำต้อยลักลอบรักและหนีไปกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ โถ่วววว ขอตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งนะไรท์ เค้าไม่อยากเสียน้ำตา มาต่อเร็วนะคะ ชอบเรื่องนี้มากกกกก สู้ๆค่ะ :)
    #13
    0
  6. #5 มูนน้อยของนูน่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:57
    รอคู่นี้
    #5
    0