[GOT7-FIC] INSBD ไอนี้ดซัมบอดี้ #ไอนี้ดซัมบอดี้ #BNyoung #ฟิคบีเนียร์

ตอนที่ 6 : 5.คุณชายเอาแต่ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

  

sds

 

 

การเกิดมาในบ้านที่มีพร้อมทุกอย่าง ก็เหมือนมีภูมิคุ้มกันที่ทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถเติบโตมาโดยไร้ความกลัว

ปัญจรินทร์ไม่เคยกลัวอะไรเลย ไม่เคยกลัวแม้กระทั่งพ่อที่ขึ้นชื่อว่าดุและยังสอนลูกด้วยวิธีเก่าๆ เช่นการตีด้วยเข็มขัด 

การถูกตีไม่เคยสอนให้ปันกลัว ไม่เคยสอนให้หลาบจำว่าไม่ควรทำหรือควรจะกลัวการถูกลงโทษแบบนี้ซ้ำๆ

 

เพราะไม่เคยกลัว....

ก็เลยไม่มีอะไรต้องกลัว...

 

"พี่คิดว่าถ้าพี่คบกับเด็กคนนั้น พี่จะไม่มีปัญหากับครอบครัวแน่หรอ? เด็กอายุแค่สิบห้า และเป็นเด็กผู้ชายด้วย พี่ว่าพี่จะไม่มีปัญหากับครอบครัวแน่หรอ? "

 

คำพูดของบูมที่พูดออกมาเหมือนไม่รู้จักเขาเลยแม้แต่น้อย ทำไมต้องกลัว? นั่นคือสิ่งที่ปันคิดเมื่อฟังจนจบประโยค ทั้งๆที่มันอาจจะเป็นเรื่องปันคิดไม่ถึง ว่ามันจะกลายเป็นปัญหาก็ตาม แต่ทำไมบูมถึงคิดว่าจะเป็นปัญหาได้ ในเมื่อพ่อไม่สามารถจะบังคับปันได้ ถึงแม้ว่าจะทำให้ลูกทุกคนรู้เป็นนัยๆ อยู่แล้วว่าพ่อแอนตี้พวกรักเพศเดียวกันมากแค่ไหนทั้งๆ ที่รู้ว่าบูมเองก็เปิดเผยมาตลอดว่ามีรสนิยมทางเพศในแบบที่พ่อไม่ชอบใจ

 

"ทำไมต้องเป็นปัญหาวะ? กับคะน้าทุกอย่างมันอยู่ที่พี่ พี่จะรักใครคบกับใครก็ไม่ใช่ปัญหาของคนในบ้านหรอก อย่างคะน้าต่อให้คนใจร้ายใจดำแค่ไหน จะไม่เอ็นดูเลยหรอ?" 

ปันพูดขณะที่มองหน้าบูม รอยยิ้มที่ถือดีของบูมเจื่อนลง และเริ่มไม่แน่ใจ่วาตัวเองพลาดรึเปล่าที่พูดเหมือนหาเรื่องเด็กตัวเล็กๆ ที่ยังไม่เคยเจอหน้าเลยสักครั้ง พอคิดมาถึงตรงนี้คำพูดของปริมก็ผุดขึ้นมาในความคิด 

'คะน้ามันก็เป็นคนที่ดูพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่มันไม่ใช่คนที่น่ารำคาญอะ ดูงงๆ มึนๆ ตลกดีนะ' 

 

คนที่พิเศษกว่าคนอื่น...งั้นหรอ?

 

 

...........

 

 

ค่ำคืนอันเจ็บปวดมักผ่านไปช้าเสมอ สำหรับคนเป็นพ่อมักจะกลับมาคิดทบทวนในช่วงเวลานี้เสมอ หลังจากที่ทะเลาะกันกับลูกชายที่ยิ่งโตก็ยิ่งดื้อ ก็ทำให้กลับมาคิดและเครียดตามลำพังไม่จบไม่สิ้น ภรรยาที่อยู่ไกลก็เป็นเพื่อนคุยกันได้ไม่กี่คำ

(บูมคงน้อยใจที่โดยคุณตีอีกแล้ว) เสียงของภรรยาพูดขณะที่มองหน้าเขาผ่านกล้องวิดีโอคอล

"เขาไปร้านเหล้ากับเพื่อนคนนั้นอีกแล้ว ผมไม่ชอบให้ลูกขี่มอเตอร์ไซค์ไปๆมาๆ มันอันตราย"

(แล้วการบอกลูกตรงๆว่าเป็นห่วง แล้วกอดเขาแทนที่จะตีมันไม่ง่ายกว่าหรอ?)

"บูมไม่เคยคิดว่าผมเป็นพ่อเขานี่" 

(อนิล...คุณโกรธที่ลูกขี่มอเตอร์ไซค์หรือว่าโกรธที่เขาไปหาเบน เด็กคนนั้นทำให้คุณมองเห็นตัวเองตอนหนุ่มๆหรือไง?)

คำถามแทงใจดำของภรรยาทำให้ 'อนิล' รู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชา เพราะเรื่องส่วนตัวบางเรื่องก็มีแต่ภรรยาของเขารู้ใจ และเหมือนเป็นเพื่อนที่เข้าใจมาตลอด

เพราะตอนที่เขามีลูกคนแรก มันคือความทุกข์ที่สุดของอนิล 

ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากมีปัน แต่เขาจำเป็นต้องมีลูก และจำเป็นต้องแต่งงานแม่ของปัน ผู้หญิงที่น่าสงสารที่สุดคนนั้น

เพียงเพราะลูกคนรองอย่างอนิลจำใจต้องแต่งงานเพราะพี่ชายเลือกที่จะหนีไป อนิลถูกพ่อแม่จับแต่งงานตอนอายุ 20 ทั้งที่เขามีคนรักอยู่แล้ว และถูกพ่อกับแม่บังคับให้บอกเลิก 'ผู้ชายคนนั้น' 

เพราะแบบนี้ อนิลถึงกลัวว่าวันหนึ่งถ้าลูกชายของเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัว โดยที่จะต้องทิ้งใครสักคนมา ลูกเขาก็ต้องเจ็บปวดเหมือนกับเขาในอดีตอีก เพราะครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีญาติๆ พร้อมที่จะเอาลูกของตัวเองมาแข่งขันกัน ในขณะที่พ่อของเขาที่มีศักดิ์เป็นปู่ของปันบูมปริม ท่านคาดหวังกับหลานๆ ทั้งสามคนไว้มาก

ถ้าคุณพ่อรู้ว่าเขาเลี้ยงลูกออกมาเหมือนตัวเอง...ลูกๆ ของเขาคงไม่มีมีสิทธิ์ในมรดกที่เป็นบริษัทของครอบครัวที่เขาทุ่มเททำงานจนสายตัวแทบขาดจนได้มาเป็นประธานบริษัทขณะที่อายุแค่ 40 ต้นๆ 

อนิลไม่อยากให้ลูกลำบาก แต่ก็ไม่อยากให้ลูกเสียใจทีหลัง 

ฉะนั้นการทำให้ลูกมีระยะห่างกับเพื่อนชายคนสนิท มันจะช่วยให้บูมไม่เป็นขี้ปากใครจนต้องมาเสียใจทีหลังเหมือนกับเขาในวันที่อาจจะต้องเลือกการลาจาก

 

(รู้ไหมอนิล ที่ฮ่องกงน่ะ เกย์ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ที่ฉันเลือกคุณ ไม่ได้เลือกที่จะแต่งงานกับเกย์ แต่ฉันเลือกที่จะแต่งงานกับมนุษย์ที่เหมือนกับฉัน)

เอลล่า คือผู้หยิงคนเดียวในโลกที่รักและเข้าใจเขามาตลอด...

เธอยอมแต่งงานกับเขาทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง

และยอมปิดบังเรื่องที่อนิลมีลูกโดยการทำกิฟท์ มาตลอด 

"ทำไมคุณถึงเลือกแต่งงานกับผม แทนที่จะเป็นผู้ชายปกติ" อนิลถามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

แม่ของบูมอมยิ้มและตอบด้วยน้ำเสียงที่แสนหวานราวกับนางฟ้า 

(ฉันเกลียดผู้ชายปกติพวกนั้นที่คุณพูดถึงแล้ว เขาอาจจะมีเพศสภาพที่ปกติ แต่หัวใจของเขาไม่ปกติ บูมไม่ควรรู้จักคนแบบนั้นในฐานะพ่อ ฉันอยากให้บูมเป็นลูกของคุณ คุณควรเป็นพ่อที่ใจดีกว่านี้หน่อยนะคะอนิล)

"โอเค ผมสัญญาว่าจะตีบูมให้น้อยลง เขาดื้อเงียบนะลูกชายคุณน่ะ"

(ไม่ค่ะ บูมคือลูกของเรา เหมือนกับปันและปริม)

แม่ของบูมตอบและยิ้มให้สามีของเธอที่เธอเลือกเอง

เพราะเอลล่าเป็นผู้หญิงที่เก่งเกินไป เธอเลยถูกสามีเก่าทำร้ายจนเกือบแท้งลูก โชคดีที่ตอนที่เธอใกล้คลอดบูม เธอได้เจออนิลที่โรงพยาบาลตอนที่แม่ของปันเสียชีวิตหลังจากคลอดปันเพราะติดเชื่อในกระแสเลือด ทั้งสองคนได้พบเจอกันในสถานการณ์อันแสนเศร้า จนกลายเป็นความรักและความเข้าใจเหมือนกับเพื่อน แม้เอลล่าจะรู้ว่าอนิลมีรสนิยมทางเพศที่ต่างกับเธอ แต่เธอก็พร้อมเข้าใจ และไม่เคยคิดว่ามันคือความแตกต่าง เพราะไม่ว่าเพศไหน ก็คือมนุษย์คนนึงเหมือนกัน

 

...........

 

เช้าวันต่อมา...

ทำเนียมของบ้านสุระศิลป์ ในทุกๆเช้า เด็กทุกคนต้องลงมารับประทานอาหารเช้าตอน 6 โมงเช้า ไม่ขาดไม่เกิน หากใครลงมาช้า คนที่ลงมาก่อนแม้จะรีบไปเรียนแค่ไหนก็ต้องรอจนกว่าพี่น้องจะนั่งครบ 3 คน พร้อมกับคุณพ่อที่จะตื่นเช้ากว่าใคร

แล้วมักจะมีใครคนนึงที่เอาแต่ใจกว่าทุกคนในบ้านเสมอ ตื่นสายเสมอ และไม่ยอมลงมากินข้าวเช้าเสมอ คือปัญรินทร์ สุระศิลป์...ลูกชายคนโตที่ถูกเลี้ยงเหมือน คุณชายที่เอาแต่ใจ

แต่วันนี้คุณชายเอาแต่ใจของบ้านกลับตื่นเช้าจนพ่อสงสัย ปันเดินลงมาด้วยชุดนักศึกษาที่พร้อมออกไปเรียน ต่างจากที่ผ่านมาที่เดินมานั่งโต๊ะกินข้าวทั้งๆที่นุ่งบ็อกเซอร์ตัวเดียวก็เคย

บูมและปริมตามพี่ชายคนโตลงมาติดๆ  ขณะที่คนเป็นพ่อเหลือบมองบูมที่แขนขวายังเป็นรอยเข็มขัดที่ถูกตีพ่อตีเมื่อคืนยังเด่นชัด แต่คนเป็นพ่อส่วนใหญ่มักมีวิธีขอโทษลูกในแบบคล้ายๆ กัน การเอ่ยปากว่าขอโทษมันทำให้รู้สึกเขิน มากกว่าการยอมเสียเงินเพื่อซื้อใจลูกชายกลับมาอีกครั้ง

ขณะที่กำลังตักข้าวใส่ปาก กุญแจรถรุ่นเดียวกับพี่ชายคนโต ก็ถูกวางข้างๆ มือของบูมที่กำลังจับช้อนอยู่ พร้อมคำพูดของพ่อ

"อย่าขี่มอเตอร์ไซต์อีก เอาเก็บไว้บ้าน ถ้าอยากจะดื่มและกลับดึกก็เรียกคนขับรถให้นั่งแท็กซี่ไปขับให้" 

บูมฟังคำพูดของพ่อก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าที่เรียบเฉยแต่สายตาของพ่อกลับทำให้บูมรู้สึกอะไรบางอย่าง 

"ขอบคุณครับ" บูมพูดพลางเหลือบไปมองพี่ชายคนโต

คำพูดของปันยังคงก้องในหัว และตอกย้ำว่าบูมคิดผิดมาตลอด 'รู้ใช่ไหมว่าพ่อเค้าเป็นห่วง' 

 

"มีรถของตัวเองแล้ว มึงไปส่งปริมกะป้าที่โรงเรียนคนเดียวละกันนะ" ปันพูดขณะที่จ้วงข้าวใส่ปาก คำพูดที่พูดกับน้องทำใเอาคนเป้นพ่อชักสีหน้าเล็กน้อย เพราะเบื่อที่ปันพูดหยาบคายกับน้องต่อหน้าพ่อโดยไม่รู้จักเกรงใจ

"แล้วพี่จะไปไหน?" ปริมถามพี่ชายเหมือนแกล้ง ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว เด็กสาวอมยิ้มกับบูมที่ตอนนี้ลุ้นว่าปันจะตอบว่ายังไง

"ไปรับแฟน" 

คำพูดที่ตอบกลับน้องสาว ทำเอาพ่อสำลักกาแฟ ก่อนจะหันมาขมวดคิ้วใส่อีกรอบ ราวกับถามว่าใครแฟนแก?

"อ๋อมีแฟนแล้วสิน้า" ปริมยิ้มไปพูดไป ขณะที่บูมเองก็อดขำไม่ได้

"จะมีแฟนก็ได้ แต่อย่าไปทำลูกสาวใครเค้าท้องก่อนเรียนจบแล้วกัน" พ่อพูดลอยๆ ก่อนจะยกกาแฟจิบอีกรอบ และรอบนี้ ดูเหมือนคำตอบของปันจะทำเอากาแฟในปากพ่อแทบจะบ้วนออกมาทันที

 

"ไม่ท้องหรอก น้องเค้าเป็นผู้ชาย แถมอยู่แค่ม.3ใครจะไปกล้าทำอะไรอะ" 

 

.......50%......

 

อ่านครบทั้งตอนได้ที่ Read A Write ค่ะ

 

#ไอนี้ดซัมบอดี้

 

 

 

 

 

 

เชิงอรรถ

  1. ^ การทำกิฟท์ (Gamete IntraFollopain Transfer หรือ GIF)คือการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ทั้งไข่และอสุจิมาผสมกัน จากนั้นจึงใส่กลับเข้าสู่ท่อนำไข่ทันที โดยให้อสุจิและไข่ปฏิสนธิกันเองตามธรรมชาติในร่างกายของแม่ เป็นการมีบุตรโดยที่ฝ่ายชายและหญิงไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์กัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

124 ความคิดเห็น

  1. #110 Zevaaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:22
    เบน สติ!!!!!เรารู้สึกไม่ชอบนิสัยปันเลยอ่ะ เกินไปอ่ะ อินมากค่ะไรท์ตามนะคะ ตามมาตลอดเป็นกำลังใจให้เสมอ

    ปล เม้นในรีดอะไร้ไม่ได้ง่ะ มาเม้นในนี้แล้วกัน
    #110
    0
  2. #108 Aquila_Eagle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 10:08

    ปวดหัวแทนพ่อเลย ลูกชายไม่มองหญิงทั้งคู่ ^^!!

    แอบเศร้ากับคุณพ่อ แต่โชคดีที่ได้เจอแม่พิบูม ทั้งคู่ต่างเข้าใจกันและกัน


    **แอบอยากรู้ว่าแฟนเก่าคุณพ่อเป็นใครนะ ^^

    #108
    0
  3. #107 PiiProud (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 05:38
    ไม่ต้องได้กินกาแฟกันแล้ว ตรงเหลือเกินพ่อคุณ
    #107
    0
  4. #106 KaTToRo_TH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 02:41
    อ่านตอนนี้เข้าใจคุนพ่อพี่ปันมากขึ้นไปอีก 🥺🥺🥺🙏🏼แกก็น่ารักแหละ
    #106
    0