[GOT7-FIC] INSBD ไอนี้ดซัมบอดี้ #ไอนี้ดซัมบอดี้ #BNyoung #ฟิคบีเนียร์

ตอนที่ 5 : 4. คบกัน....ยังไง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

นิยามความรักมันมีหลากหลายเสียจนคะน้านึกไม่ออกว่า ความรักระหว่างตัวเองกับพี่ปันนั้นจะต้องนิยามว่าอะไร เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันเร็วไปหมด เหมือนถูกเร่งเวลาจาก 1เดือน เป็นแค่ 1วัน จากที่เคยคิดว่าการคบคนๆ หนึ่ง มันคงจะต้องใช้เวลาทำความรู้จัก หรือจีบกันแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จู่ๆ คะน้าก็ไม่มีแม้แต่เวลาตัดสินใจว่าจะ "คบ หรือ ไม่คบ" เพราะถ้าเป็นพี่ปัน ใครมันก็ต้อง SAY YES อยู่แล้ว...

ดวงตากลมใสมองลงไปจากหน้าต่างห้องนอน ที่ตอนนี้ยังมีรถของพี่ปันจอดอยู่ ซึ่งนี่มันก็ 2 ชั่วโมงมาแล้ว ตั้งแต่พี่ปันมาส่งคะน้าที่บ้าน เพราะคะน้ากลัวว่าป๊าจะว่า ก็เลยขอให้พี่ปันมาส่งก่อน 1ทุ่ม หลังจากไปซื้อของกับปริมแล้ว พี่ปันก็รีบพาปริมไปส่ง พอโดนน้องสาวโวยวายใส่ พี่ปันก็ตอบกลับไปอย่างชนิดที่ไม่ได้แคร์เลยว่าน้องสาวจะงอน หรือคะน้าจะเขิน

'พี่อยากอยู่กับคะน้าสองคน'

ไม่พูดเปล่าแอบมียัดแบงค์เทาใส่มือน้องสาวแว่บๆ ด้วย

ผู้ชายนิสัยรวยมันเป็นอย่างงี้นี่เองสินะ 

เพราะทันทีที่เงินถึงมือ พยานรู้เห็นก็ตาบอดทันที จากที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ปริมก็ย้ายมานั่งข้างหลังแล้วรีบไล่คะน้าไปนั่งคู่คนขับแทน

ทุกอย่างราบรื่นไปหมดจนคะน้าสับสน พล็อตนิยายที่พระเอกหล่อรวย กับนางเอกที่บ้านขายคะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย แถมอายุก็ห่างกันตั้ง 5 ปี รู้สึกแปลกจนกลัวว่าจะโดนแกล้งเข้าจริงๆ มีใครซ่อนกล้องอยู่รึเปล่า เพราะขนาดกึมจันดีในซีรี่ส์F4 ยังไม่โชคดีเท่านี้เลย ตอนนี้ก็ได้แต่คิดแบบกลัวๆ ว่าจะโดนแกล้ง เลยไม่กล้าชวนพี่ปันคุยอะไรอีกเลยจนกระทั่งมาส่งถึงบ้าน

พี่ปันไม่กล้าออกมาจากรถ เพราะเหตุเกิดเช้าวันก่อนที่ป๊าวิ่งเข้าใส่พร้อมกระบวยเหล็กแท้จากเมืองจีน ที่ปาเฉี่ยวหัวพี่ปันไปเส้นยาแดงผ่าแปด คะน้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนอยากให้อีกฝ่ายเดินมาส่งถึงหน้าห้องแถว ทำได้แค่บอกลาและได้รับการปล่อยตัวพร้อมปล่อยมือขวาที่ถูกพี่ปันดึงไปกุมไว้ตลอดทางตั้งแต่บ้านพี่ปันตอนไปส่งปริมจนมาถึงบ้านของคะน้าที่อยู่ห่างกันไม่เท่าไหร่

คะน้ามองรถพี่ปันที่ไม่รู้ว่าคนในรถทำอะไรอยู่ เพราะฟอล์มที่มืดเสียจนไม่เห็นคนข้างใน โทรศัพท์ในมือไม่มีทั้งข้อความและไม่มีเสียงเรียกเข้าที่อีกฝ่ายคิดจะโทรมา เลยไม่รู้ว่าพี่ปันคิดอะไรถึงยังจอดรถอยู่แบบนั้นไม่ไปไหน ถ้าหม่าม้าเล็มาเห็นละก็มีได้ถูกด่าแบบเมื่อเช้าอีกแน่ๆ 

เด็กตัวเล็กมองนาฬิกาแขวนผนังในห้องนอนที่บอกเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว พี่ปันควรกลับบ้านและนอนพักผ่อนเพราะได้ยินแว่วๆ ว่าพรุ่งนี้พี่ปันมีเรียนแต่เช้า

สุดท้ายคะน้าก็ตัดสินใจเดินลงมาจากบ้าน ท่ามกลางความหวาดผวาว่าหม่าม้าเล็กจะตื่นมาเจอรึเปล่า...

ที่เรียกหม่าม้าเล็กก็เพราะคะน้ามีหม่าม้าสองคน คือหม่าม้าใหญ่ หรือ ม้าใหญ่ ที่เป็นแม่ของพี่เล้ง หรือปวยเล้ง พี่ชายต่างแม่ของคะน้า ม้าใหญ่เสียตอนพี่เล้งยังเด็ก พอม้าใหญ่เสีย ม้าเล็กมาเลี้ยงพี่ปวยเล้งให้ก็เลยชอบพอกันกับป๊าจนตกลงปลงใจกันแต่งงานจนมีคะน้า  ป๊าเลยแต่งงานใหม่กับม้าเล็ก ซึ่งเป็นหม่าม้าของคะน้า และเป็นน้องสาวของม้าใหญ่นั่นเอง

 

"ไปไหนอะคะน้า?"

เพราะไม่ได้ระวังตัวว่าคนที่นอนห้องตรงข้ามจะเดินตามลงมา เด็กตัวเล็กก็สะดุ้งโหยงก่อนจะหันไปมองพี่ชายคนโตที่ตอนนี้กลายเป็นพี่สาวไปแล้ว...

"จะไป..เซเว่นอะ เฮีย เอ้ย เจ้เล้งเอาไรปะ?" 

"ไม่เอา แต่จะไปคนเดียวหรอ?" เจ้ทักขระที่เดินลงมาหาเรื่อยๆ 

"อือ ไปแปบเดียวอะเดี๋ยวมา ตั้วหลับแล้ว" คะน้าบอกพลางยิ้มเจื่อนๆ เพราะกลัวเจ้ตามไปด้วย

"เออ กินนมเสร็จก็หลับไปละ โชคดีวันนี้ไม่งอแง ไม่รู้เมื่อไหร่เนิร์สเซอรี่จะเปิด"

คะน้ายิ้มให้พี่คนโตเมื่ออีกฝ่ายบ่นถึงน้องสาวคนเล็กของบ้าน ที่พูดง่ายๆว่าลูกหลง เพราะห่างจากคะน้าตั้ง 10ปี เพราะตอนนี้น้องตั้วหรือ ตั้วไฉ่ (ผักกาด) ก็อายุแค่ 4ขวบเท่านั้นเอง

สายตาของเจ้ไม่ได้จับผิดอะไรน้องคนรองนัก เพียงแต่พอเดินลงมาถึงข้างล่าง ก็ยัดเงินใส่มือน้องก่อนจะบอกเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

"รีบไปรับกลับนะ เดี๋ยวม้าถามถึงจะซวยกันหมด" 

"อื้อๆ"

คะน้ารีบพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินออกจากบ้านผ่านครัวด้านหลังที่ม้าเล็กเอาไว้ขนของเข้าตอนเช้าหลังจากไปตลาด เซเว่นที่คะน้าอ้างว่าจะไป ก็ห่างไปจากบ้านนิดเดียว เพราะอยู่ถัดไปจากบ้านคะน้าไม่กี่เมตร

เด็กตัวเล็กแกล้งเดินผ่านหน้ารถของพี่ปันเหมือนเรียกคนในรถให้ออกมาหา แล้วอีกฝ่ายก็เปิดประตูลงมาหาจริงๆ

"คะน้าจะไปไหนครับ?"

"ไปเซเว่น พี่ไปไหม?" 

มันไม่ใช่คำพูดชักชวน แต่เป็นคำพูดที่เปิดโอกาสให้อีกคนเดินตามมา เพราะคะน้าไม่ได้รอให้พี่ปันตอบรับ แต่เพียงแค่เดินนำมาก่อนที่จะมีใครเห็น โดยเฉพาะเจ้เล้งกับม้าเล็ก

พอเดินมาถึงร้านสะดวกซื้อ คะน้าก็รีบเดินจ้ำมาที่ชั้นวางขนมกรุบกรอบสารพัดรีรออยู่สักพักพี่ปันก็ตามมาถึง

"ทำไมพี่ไม่กลับบ้านอะ?" คะน้ารีบถามทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาใกล้

"ก็ไม่อยากกลับ รอคะน้าหลับก่อน"

"พี่จะรู้ได้ไงว่าเค้าหลับรึไม่หลับอะ พี่ไม่ได้โทรมา..."

"อยากให้โทรหรอ?"

"อ้าวไม่โทรแล้วจะคุยยังไงอ่า" คะน้าถาม

"ก็...เดินลงมาคุยกับพี่แบบนี้ไม่ได้หรอ?"

คะน้าเงยหน้ามองพี่ปันแล้วได้แต่เขิน เพราะมองได้ไม่กี่วินาทีก็ต้องรีบหลบตา

"พรุ่งนี้พี่มีเรียนเช้านะ กลับบ้านไปนอนไม่ดีกว่าหรอ?"

"ทำไมไล่อ่า ไม่อยากเจอก่อนหรอ?"

"พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ค่อยเจอสิ"

"เจอที่ไหนครับ?" 

"ก็ ไม่รู้สิ...เย็นๆได้ไหม" 

"เย็นพรุ่งนี้ไม่ได้อ่า แต่ถ้าคะน้าโดดเรียนไปกับพี่ เดี๋ยวว่างให้ทั้งวันเลย"

 

คนหล่อแบบไหนที่มันจะชวนเด็กม.ต้นโดดเรียนกันนะ นี่มันพระเอกนิยายที่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนชัดๆ! 

คะน้าคิดก่อนจะทำตาโตมองหน้าอีกฝ่ายเพราะกับตกใจในสิ่งที่พี่ปันพูดออกมา 

นี่พี่ปันบอกให้โดดเรียนเลยนะ บ้าจริง พระเอกที่ไหนจะชวนให้คนอื่นโดดเรียน เค้ามีแต่บอกให้นางเอกตั้งใจเรียนไม่ใช่หรอวะ? เห้ย ได้หรอ แบบนี้ได้หรอ?

คะน้าขมวดคิ้ว พลางมองพี่ปันที่ตอนนี้เริ่มหน้าเจื่อนและกำลังจะแก้ตัวเออกมา

"เอ้ย พี่พูดเล่..."

"ได้! พี่จะให้ไปรอที่ไหนอะ"

คะน้าตอบออกไปทันทีโดยไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่ายที่เหงอ เพราะจิตใต้สำนึกที่เป็นมินิคะน้าเดวิลสีแดงบอกว่า

'เห้ยแก พี่เค้าบอกให้โดดเรียนก็โดดสิวะ จะมัวเล่นตัวแล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นแฟนเค้าอะ'

ในขณะที่จิตใต้สำนึกที่มีสีขาวและปีกนางฟ้าบอกว่า 

*จะดีหรอ ทำแบบนั้นก็เท่ากับเป็นคนไม่ดีเลยนะ พระเอกที่ไหนจะบอกให้นางเอกโดดเรียนกันล่ะ*

ซึ่งแน่นอนว่า จิตใต้สำนึกนางฟ้าถูกเมินไปเพราะคำแนะนำมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย 

จะบอกให้โดดเรียน หรือว่าจะให้ลาออกจากโรงเรียน ถ้าเป็นพี่ปันละก็! 

"ว่าไง พี่จะมารับใช่ป่าว? ตอนเช้านี่ต้องออกจากบ้าน7โมงนะ เดี๋ยวป๊าสงสัยอะ"

คะน้ารีบบอกและทำท่ากระซิบกระซาบราวกับมันเป็นความลับสุดยอด

การโดดเรียนเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่ถ้าโดดเรียนแล้วพี่ปันว่าดี คะน้าก็ว่าดี!

 

...........

 

หลังจบประโยคของคะน้าที่ถามถึงแผนการโดดเรียน สายตาของปันที่มองเด็กตัวเล็กก็เหมือนกับเห็นลูกแมวตัวน้อยๆ ที่น่ารักน่าเอ็นดู คะน้าน่ารักมาก เวลาทำปากจู๋ กระซิบถามว่าโดดเรียนนี่ต้องไปรอที่ไหน ต้องทำยังไง มันน่ารักจนปันอยากกอดน้องตรงนี้เลย คะน้าตัวน้อยๆ ที่ใส่ชุดนอนลายจุดสีเหลืองออกมาก็ว่าน่ารักมากแล้ว ยังสู้ท่ากระซิบปากจู๋ที่ทำอยู่ไม่ได้เลย 

"เด็กเอ้ย..เห้อ" ปันพูดพลางยกมือวางบนศีรษะเด็กตัวเล็กกว่าแล้วโยกไปมาอย่างเอ็นดู 

"อ้าว" ตอนนี้คะน้าในสายตาปันไม่ต่างจากลูกหมาที่กำลังพยายามวิ่งไปคาบอากาศที่เจ้าของแกล้งทำท่าปาออกไป

"กินขนมอะไร เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง" ปันถามพลางคว้ามือน้องมาจับไว้ มือเล็กๆของคะน้าที่นุ่มนิ่มจนเผลอบีบเล่นเบาๆ 

"พูดเล่นหรอ เรื่องโดดเรียน"

"ครับพี่พูดเล่น แต่ก็อยากให้จริงตรงที่อยากอยู่กับคะน้าทั้งวันเลย"

"อันนี้พี่จะจีบแล้วหรอ?" เจ้าของแก้มกลมเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าพร้อมถาม

"ช่าย อันนี้จีบแล้วครับ" ปันยิ้มให้น้องจนตาหยี เพราะตอนนี้คะน้าน่ารักมาก ใบหน้าเหรอหราที่ถามว่าตัวเองโดนจีบรึยัง มันทั้งน่ารักและตลกมาก

 

เพราะก่อนหน้านี้....

ย้อนกลับไป 4 ชั่วโมงก่อนหน้า

 

"ชอบนะครับ"

ปันบอกพลางอมยิ้มขณะที่มือของน้องยังคงแตะอยู่ที่ริมฝีปากเขา ใบหน้าของคะน้าตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อจากแก้มไปถึงใบหู จนรู้สึกขำที่น้องมีรีแอคชั่นที่รวดเร็วแบบนี้

มือของคะน้าชื้นเหงื่อเล็กน้อย ขณะที่พยายามหลบตาและชะเง้อหาปริมที่วิ่งเข้าห้องน้ำไป 

"คะน้าจะไม่ชอบพี่ตอบจริงๆหรอ?" เสียงอ้อนๆ ที่เอ่ยไปพร้อมสายตาที่แสดงออกว่างอนอีกฝ่ายอย่างจงใจ มันเป็นไม้เด็ดที่ปันใช้ขอความรักสาวๆมากมาย และไม่เคยเลยสักครัั้งที่พลาด

เว้นแต่ว่าคะน้าจะเป็นคนแรกที่จะ....

"อืม ยังชอบไม่ได้หรอก" 

ปฏิเสธ...

ปันมองหน้าเด็กตัวเล็กเหมือนคนที่ถูกตีหัวสตั๊น ทุกอย่างมันเบลอๆ เพราะไม่เคยเตรียมใจว่าจะโดนเด็กอายุแค่ 15 ปฏิเสธมาก่อน

คะน้าพูดจบประโยคเสร็จก็รีบดึงมือตัวเองออกไปขณะที่ปันกำลังมึนๆอยู่ว่าจะตอบน้องกลับว่ายังไงดี

"เอ่อคือ ทำไมอะ?"

เพราะในหัวมันมีแต่คำว่า 'ทำไม' มันทำให้คำว่าทำไมกลายเป็นสิ่งแรกที่ปันพูดออกไปตอนนี้

เด็กตัวเล็กเม้มปากเล็กน้อย และขยับไปนั่งหลังพิงพนักอย่างเดิมเพื่อรักษาระยะห่าง

แต่แล้วสิ่งที่คะน้าคิด มันก็เฉลยออกมา

"ก็พี่ยังไม่ได้จีบเลย" คะน้าพูดเสียงเบาเหมือนพยายามข่มความอายไว้ แต่ปันได้ยินมันเต็มสองหู และหัวใจที่ฟีบเหมือนลูกบอลโดนปล่อยลม ก็กลับมาพองโตอีกครั้ง

"นี่ไง เดี๋ยวเริ่มจีบเลย ตั้งแต่ตอนนี้เลยอะ" ปันพูดพลางอมยิ้ม

"เอาไว้ก่อนได้ไหม วันนี้ไปซื้อของกับปริม ยังไม่ว่างอ่า" คะน้าตอบพลางก้มลงมองนิ้วตัวเองที่กำลังม้วนชายเสื้อแก้เขิน

 

มีไม่ว่างด้วย...ไม่ว่างโดนจีบงี้?

เพราะคำพูดคำจาที่ดูน่ารักขนาดนี้นะ เพราะยังเด็กและไม่ได้มีประสบการณ์ความรักอย่างจริงจัง เพราะแบบนั้นก็เลยคิดว่า "การจีบกัน" มันเป็นเรื่องที่รอได้สินะ

"โอเค งั้นว่างเมื่อไหร่บอกด้วยนะครับ"

"อ่า ทำไมหรอ?" 

"ก็ถ้าคะน้าว่างแล้ว ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นที่สำคัญกว่าโดนพี่จีบ พี่จะได้จองคิวไว้ก่อนไงครับ" 

 

.........

 

เพราะเหตุการณ์ตอนเย็นที่คะน้าปฏิเสธห้ามจีบในช่วงเวลาที่คะน้าทำอย่างอื่น เช่นเลือกปากกาไฮไลท์ให้เพื่อน 

ปันก็เลยอดจีบน้องเพราะน้องไม่ว่าง พอมาตอนนี้ ในเซเว่นที่ดูเหมือนคะน้าจะว่างมากพอจะเดินออกมาจากบ้านและมาซื้อขนมกรุบกรอบได้ ก็แปลว่าว่างแล้วน่ะสิ!

"อันนี้พี่จะจีบแล้วหรอ?"

"ช่าย อันนี้จีบแล้วครับ"

เมื่อปันตอบออกไป มือไม้มันก็ตามเผลอไผลตามอารมณ์ จากที่วางไว้ที่ศีรษะของคะน้า ก็เลื่อนลงมาบีบแก้มน้องเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปหาและขโมยหอมแก้มเด็กตัวเล็กอย่างฉวยโอกาสที่น้องไม่ทันระวังตัว 

กลิ่นหอมๆ และแก้มนุ่มๆ ชวนให้เคลิ้มจนอยากจะประทับจูบลงที่ริมฝีปากอิ่มด้วย แต่ยังไม่ทันที่จะโอบเด็กตัวเล็กเข้ามาหา ก็เหมือนมีพลังบางอย่างที่พุ่งเข้ามา และ...

ผลั่ก!

เรี่ยวแรงมหาศาลส่งผ่านสิ่งที่คล้ายพื้นรองเท้าแตะ อัดมากลางหลังจนปันหัวพุ่งไปข้างหน้า มือของใครบางคนคว้าตัวคะน้าไปแอบไว้ด้านหลังก่อนที่เสียงแหบห้าวจะด่าลั่นจนหูแทบดับ

"ไอ้โรคจิต! มึงคิดจะทำอะไรน้องกู!"

ประโยคที่ด่าสาดเข้ามา ทำเอาปันแทบตั้งตัวไม่อยู่ เจ็บหลังจนน้ำตาจะไหล แต่พอลุกขึ้นได้และหันไป ก็เห็นใบหน้าของคนที่มองก็รู้ว่า "ญาติคะน้าแน่ๆ" เพราะโขกมาราวกับพิมพ์เดียวกัน แถมดูจากเสื้อผ้าที่ใส่ก็สไตล์เดียวกัน เพียงแต่ผมเผ้าที่ปล่อยกระเซิงกับแว่นกรอบเงินที่สวมอยู่ทันทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายพยายามแต่งตัวให้ดู "เป็นสาว" มากกว่าเด็กตัวเล็กที่แอบอยู่ข้างหลัง ซึ่งเหมือนกะเทยเลือดร้อนไม่มีผิด

"เจ้! อย่าตีพี่ปัน" คะน้าพูดพลางดึงมือที่กำลังจะหวดใส่ปันอีกรอบ

"ใครพี่? แกรู้จักมันหรอ?" กะเทยเดือด2020หันไปถามน้องหน้าตาเหมือนฆ่าคนด้วยมือเปล่ามาแล้ว20ศพ 

"หลานๆ หลานจุรีรัตน์" 

"ห่ะ!" 

ชื่อป้าของปันถูกเอ่ยขึ้นราวกับเป็นยันต์กันผี เพราะตอนนี้สีหน้าของคนที่คะน้าเรียกว่า "เจ้" เริ่มเจื่อนลง

ท่าทางเหมือนเมายาบ้าของกะเทยเดือดเริ่มกลายสภาพเป็นคนปกติ 

"แล้วเมื่อกี้ เค้าหอมแก้มแกรึเปล่า?" เจ้ของคะน้าเริ่มซักไซ้น้อง

"ป่าววววววววว"

คะน้ารีบโกหกออกไป ขณะที่ปันหันขวับไปมองเพราะไม่คิดว่าน้องจะปฏิเสธไวขนาดนั้น

"มีอะไรรึเปล่าคะลูกค้า?" เสียงพนักงานเซเว่นเดินเข้ามาถามอย่างห่วงใย ขณะที่เหลือบไปมองรอยรองเท้าแตะนันยางบนหลังเสื้อของปัน

"เอ่อ ไม่มีไรครับ เข้าใจผิดกันนิดหน่อย" ปันรีบตอบและส่งยิ้มที่หวานที่สุดให้พนักงานเซเว่น เหมือนสาดแสงแฟลชใส่ตาชาวบ้านให้มึนก่อนจะเผ่นไป 

ไม่ใช่แค่ปัน แต่ทั้งเจ้และคะน้าก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกมาจากเซเว่น ด้วยความรู้สึกอายที่รู้สึกตัวกันช้าเหลือเกิน

 

..........

 

พวกเขาเดินมาจนถึงซอยข้างบ้านคะน้าที่ปันจอดรถไว้ ในมือของเจ้ยังมีจับมือน้องชายตัวเล้กไว้แน่นเหมือนกลัวน้องโดนขโมย จนกระทั่งลับตาคน เจ้แกก็ยิงคำถามใส่ปันไม่ยั้ง

"นี่คุณอายุมากกว่าน้องเราตั้งเยอะ ทำไมมาทำท่าแบบนั้นกับน้องเรา? เป็นพวกโชตะค่อนหรอ?"

คำถามที่ทำเอาปันเสียววาบไปทั้งต้นคอ เพราะคำกล่าวหาที่ว่าเป็นโชตะค่อยมันดูจะร้ายแรงมากและเหมือนจะจริงซะด้วย

"เห้ยคุณ โชตะค่อนนี่มันใช้กับเด็กอายุไม่ถึง12" ปันรีบแก้ตัวขณะที่มองคะน้าที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่เขากับเจ้ของคะน้าคุยกันสักเท่าไหร่

"โห รู้ดีนี่หว่า ก็คะน้ามันเหมือนเด็กอะ ตัวมันก็แค่นี้ แล้วดูคุณดิ ตัวหยั่งกะยักษ์ มาทำท่าจะกอดจะหอมน้องเรากลางเซเว่นด้วย ไม่บริสุทธิ์ใจแน่ๆอะ" เจ้ของคะน้าใส่ข้อหามายาวเหยียดจนทำให้รู้ว่าเมื่อครุ่คะน้าไม่ได้เดินออกจากบ้านตามลำพังแน่ๆ

"เจ้เล้งเดินตามนี่มาหรอ?"

"เออสิ เห็นทำท่าแปลกๆ แกมันโกหกไม่เนียนนะรุ้ตัวปะ นี่ออกมาหาผู้ชายเองเลยหรอ?"

"เปล่า...จะมาเซเว่น"

ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของคะน้าเวลาตอบมันทำให้ปันรู้เลยว่าคำกล่าวที่ว่าคะน้าโกหกไม่เนียน มันไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวหา...เพราะเด็กนี่โกหกไม่เป็นเลยสักนิด!  

"เจ้จะฟ้องป๊านะ ถ้าไม่บอกความจริง แกเดินออกมาทำไมคะน้า" เจ้ข่มขู่จนเด็กตัวเล็กคอหด จนปันเริ่มสงสารและพยายามแก้ตัวแทน

"เดี๋ยวสิคุณ มันไม่ใช่แบบนั้.."

ยังไม่ทันจะพูดจบเสียงคะน้าก็ดันสารภาพแทรกขึ้นมาก่อน

"ก็พี่เค้ามาส่งตั้งแต่เย็นแล้วไม่ยอมกลับสักทีก็เลยลงมาถามอะ"

"ห่ะ? นี่แกให้คนแปลกหน้ามาส่งถึงบ้านเลยหรอ?"

"ไม่แปลกหน้าหรอก รู้จักกันแล้ว" 

"เค้าจีบแกหรอ?"

"อือ ตอนแรกยังหรอก แต่เมื่อกี้พี่เค้าบอกจะจีบ..."

 

ควับ!

 

พอเจ้ของคะน้าหันขวับมา ปันก็รู้สึกถึงคำว่าชิบหายที่รู้สึกได้ผ่านสายตาของเจ้ของคะน้า

 

"คุณ! กลับบ้านไปเลยนะ มาทางไหนไปทางนั้นเลย!" เจ้ของคะน้าว่าพลางชี้นิ้วไล่

"แต่ว่าเจ้เล้ง...ทำไมอะ" คะน้าเดินไปกอดแขนพี่ไว้ด้วยสีหน้าขอร้อง

จนพี่ต้องถามอย่างสงสัย

"แกชอบเค้าหรอ?"

"ยัง แต่ว่าเดี๋ยวชอบแล้ว เค้าจีบแล้วไง" เด็กตัวเล็กพูดความจริงออกมา ความจริงที่ดูประหลาดจนน่าขำ

"คะน้า!" 

"ฮืออออ เจ้อย่าบอกป๊านะ" เด้กตัวเล็กเริ่มงอแง

"บอกเรื่องแกแรดอะหรอ" เจ้หันไปถาม แต่เด็กตัวเล็กกลับส่ายหัวดิ๊ก

"บอกเรื่องพี่ปันเค้าหล่อกว่าป๊า...ป๊าโกรธแน่เลย ป๊าบอกอย่ามีแฟนหล่อกว่าไม่งั้นป๊าโกรธอะ"

"ป๊าเค้าพูดเล่นเว้ย! คะน้าแกนี่มัน!"

เจ้เล้งพูดก่อนจะทำท่าเงื้อมือเหมือนจะตีน้อง 

แต่เสียงหัวเราะของปันที่หลุดขำออกมาทำเอาสองพี่น้องหันมามองอย่างตกใจ

"อุ๊บ...ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" 

ท่าทางของคะน้ามันดูจริงจังจนปันรู้สึกเหมือนกำลังดูการ์ตูน แทนที่จะกลัวว่าพ่อจะด่าเรื่องมีผู้ชายมาหาที่บ้าน คะน้ากลับกลัวพ่อจะด่าเพราะมีคนหน้าตาดีกว่าพ่อมาจีบ

ปันไม่รู้เลยว่าคะน้าจะเป็นเด็กประหลาดได้ถึงขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดว่าการมาจีบเด็กคนหนึ่งมันจะทำให้ปันได้พบกับโลกที่แฟนตาซีเกินคาด เพราะความคิดของคะน้ามันตลกมากจริงๆ 

 

สุดท้ายปันก็ขับรถกลับบ้านหลังจากที่ยัยเจ้ของคะน้าหันมาไล่เป็นครั้งที่สาม แม้คะน้าจะพยายามอธิบายว่า "พี่เค้ายังไม่ได้จีบเลย" แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปันมีเวลาจีบน้องเพิ่มขึ้น มีแต่จะทำให้เจ้ของคะน้าหันมาทำหน้ายักษ์ใส่ปันมากกว่าเดิม

จากแรกๆ ที่คะน้าเป็นเพียงแค่คนที่ปันรู้สึกชอบ เพราะตรงสเปค ตอนนี้คะน้ากลายเป็นเหมือนชาเลนจ์สำคัญที่ปันรู้สึกท้าทายตามประสาผู้ชายที่ชอบเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่แค่การจีบใครคนหนึ่งมาเป็นแฟนแล้วจบ แต่สำหรับคะน้าแล้ว ปันคิดว่ามันยากตรงที่จะคุยกับน้องให้รู้เรื่องยังไง ในเมื่อวัยทั้งคู่ต่างกันมาก คะน้ายังมีความเป็นเด็ก มีความไม่เข้าใจในหลายๆ เรื่อง อาจจะเพราะที่บ้านคงไม่เคยปล่อยให้รู้จักโลกเอง เพราะดูท่าทางป๊าของคะน้าก็ดุ และพี่ชาย (ที่เป็นสาวไปแล้ว) ก็หวงน้องจนน่ากลัว

 

...........

 

ปันกลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เพราะมัวแต่ขำเรื่องคะน้าจนยูเทิร์นรถผิดเลน แต่เมื่อมาถึงกลับเห็นมอเตอร์ไซค์ของบูมที่เจ้าของกำลังเข็นเข้าบ้านเพราะกลัวคนในบ้านได้ยิน

ปันแกล้งน้องด้วยการบีบแตรใส่ ท่าทางบูมที่สะดุ้งโหยงและหันมามองอย่างหงุดหงิด ทำให้ปันหัวเราะออกมาและเปิดกระจกถาม

"ไปไหนมาวะ"

"ส่งเบนที่ห้องมา" บูมตอบพลางมองไปทางอื่นเซงๆ 

"อ่อ ไม่ได้บอกป๊าหรอว่าจะกลับดึก?" ปันถาม

"ไม่ได้บอก" บูมส่ายหน้าเล็กน้อย

"งั้นเดี๋ยวพี่บอกให้ว่ามาด้วยกัน"

"อืม" 

สองพี่น้องตกลงกันว่าจะเดินเข้าบ้านพร้อมกัน เพราะพ่อของพวกเขาชอบนั่งดูหนังจีนดึกๆ รออยู่ข้างล่างจนกว่าลูกๆ จะกลับถึงบ้านครบ แล้วเมื่อเดินเข้าไป สิ่งแรกที่ได้ยินก็ทำเอาบูมเดินถอยหลังไปหลบข้างหลังพี่ชาย

 

"ไง ไม่กลับเช้ากันเลยล่ะ ไปไหนกันมาสองพี่น้อง" 

เสียงของพ่อทำเอาผวา แต่ปันก็ตีหน้าซื่อตอบกลับสบายๆ 

"โห ช่วยเพื่อนทำงานที่มหาลัยดิ" 

ปันพูดออกไปเพราะคิดว่าคำตอบมันน่าจะเท่ที่สุดแล้ว ยังหันไปยิ้มกับบูมแว่บนึงด้วยเหมือนบอกให้น้องรู้ว่าตัวเองเจ๋งแค่ไหน แต่...

"แม่บ้านบอกแกสองคนกลับมาแล้วออกไปใหม่ทั้งคู่ เจ้าปริมบอกว่าแกไปหาเพื่อนนี่บูม? ตกลงไปหาที่ไหน?"

คนเป็นพ่อถามลูกชายคนรองที่พยายามหลบหน้าหลบตา

"มหาลัยครับ" บูมตอบพลางก้มมองเท้าตัวเอง

"ไปฟิตเนสกับน้องเสร็จแล้วก็กลับมหาลัย? พวกแกอยากนอนนอกบ้านกันมากขนาดนั้นเลยสินะ?"

"โหย ไม่ขนาดนั้นหรอกพ่อ ช่วงนี้พวกเรา..." ปันพยายามจะแก้ตัวช่วยแต่เหมือนจะยิ่งทำให้คนเป็นพ่อไม่พอใจ

"ฉันไม่ได้ถามแกปัญรินทร์" เสียงของพ่อที่เอ่ยชื่อจริงออกมาทำเอาทั้งพี่ทั้งน้องที่ยืนอยู่หน้าประตูเสียงสันหลังวาบ

"ขอโทษครับ" เสียงขอบูมเอ่ยออกมาขณะที่ปันหันไปมองหน้าน้องเหมือนถามว่า 'จะขอโทษทำไมวะ?'

"โตๆกันแล้วนะ กลับดึกพ่อไม่ว่า แต่ทิ้งน้องไว้บ้านคนเดียวแบบนี้มันแย่มากนะปันบูม เราก็รู้ว่าป้าแม่บ้านเค้ากลับไปตอนหกโมงเย็นทุกวัน แล้วน้องอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นมา พวกแกจะรับผิดชอบยังไง?"

ประเด็นที่ถูกด่ากันทั้งคู่ ก็เริ่มเดิมเสมอมา

เรื่องที่พวกเขาดูแลปริมไม่ดี... 

"ผมก็มาส่งน้องที่บ้านแล้วไง" ปันเริ่มเถียงอย่างไม่พอใจ

"พี่ปัน..." บูมเรียกพี่เสียงเบาขณะที่พ่อก้าวเข้ามาประชิดตัวจนบูมรู้สึกกลัว

 

ก่อนที่จะทันได้ยกมือขึ้นมากัน เสียงเข็มขัดที่วาดผ่านอากาศก็ถูกฟาดลงที่แขนของบูมอย่างจัง เหมือนจงใจที่จะฟาดแต่บูมทั้งๆที่ปันก็ยืนอยู่ข้างหน้าเขา 

"พ่อ!" ปันรีบรั้งแขนพ่อไว้ ก่อนจะรั้งคนเป็นพ่อที่กำลังจะฟาดเข็มขัดใส่น้องชาย

"แกไม่ได้ไปมหาลัย! แกไปร้านเหล้ากับเพื่อนแก! มีคนเห็นแกอยู่ที่นั่นกับเพื่อนแต่แกก็เลือกที่จะโกหกพ่อหรอเจ้าบูม!"

คำพูดที่พ่อเอ่ย ทำเอาปันใจหาย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บูมฝ่าฝืนคำสั่งพ่อและเข้าไปดื่มกับเพื่อน ทั้งๆที่เคยมีเรื่องชกต่อยจนขึ้นโรงพักมาแล้วเพราะบูมไปมีเรื่องกับคนอื่นในร้านเหล้าใกล้มหาลัย

เพราะบูมรู้สึกโกรธตัวเองที่เลือกจะกลับมา แทนที่จะนอนค้างบ้านเบนแล้วโกหกว่าไปเรียนแต่เช้าพ่อคงจับไม่ได้ แต่สุดท้ายทุกอย่างมันก็ผิดพลาดไปหมด

"แกสองคนทิ้งน้องไว้ที่บ้าน! แล้วก็ไปหาความสุขใส่ตัว ถ้าน้องเป็นอะไรขึ้นมาพวกแกจะรับผิดชอบยังไง!"

"แล้วพ่อจะตีบูมมันทำไมเนี่ย! มันก็กลับมาพร้อมปันแล้วไง ไอ้ปริมมันก็ยังนอนอยู่ในห้องสบาย พ่อควรดีใจที่บูมกลับมาบ้านแบบครบ32 มากกว่ามาตีจนมันจะพิการแบบนี้นะ!" ปันเถียงออกไป ก่อนจะคว้าแขนน้องชายที่ตัวพอๆ กันให้เดินตามออกมาจากห้องรับแขก 

ปันชนะทุกครั้ง ทุกครั้งที่เถียงกับพ่อ เพราะเขาต้องชิ่งเดินออกมาก่อนพ่อจะทันตั้งตัว เขารู้ว่าพ่อเป็นห่วงและคงเครียดที่กลัวมาเจอลูกสาวอยู่บ้านคนเดียว แต่การลงไม้ลงมือกับบูม มันไม่แฟร์เลยสักนิด 

ทั้งคู่เดินขึ้นมาชั้นบน ก่อนที่นางฟ้าน้องของพ่ออย่างปริมจะหน้าเจื่อนวิ่งมากอดแขนที่เป็นรอยเข็มขัดพ่อ ก่อนจะดึงให้พี่ๆ เข้าไปห้องตัวเอง

 

"ทำไมพ่อตีแต่พี่บูมอะ" ปริมพูดพลางเดินไปหยิบเจลเย็นในตู้เย็นเล็กมาประคบรอยที่แขนบูม

"พ่อตีพี่ พี่ก็สวนสิวะ ก็เคยเห็นอยู่ว่าพี่ไม่ยอม" ปันพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งที่พื้น ขณะที่น้องๆสิงคนนั่งอยู่บนเตียง

"พี่บูม...พี่บูมไม่โกรธปริมใช่ไหมอ่า" เด็กสาวพูดพลางจับมือพี่ชายคนรองไว้

"ไม่เป็นไร ขอโทษนะที่กลับดึก" บูมพูดพลางก้มหน้า

"ไม่เป็นไรเลยพี่ ปริมนั่งสไกป์หาเพื่อน นั่งดูไลฟ์GOT7 มีไรทำเยอะแยะอะ แต่ปริมโกหกพ่อไม่ทัน เพราะป้าแม่บ้านเค้าไปรายงานก่อนแล้ว" ปริมบอกพลางบีบมือพี่ชายคนรองไว้อย่างรู้สึกผิด 

"แล้วนี่ใครมันไปเจอบูมที่ร้านเหล้าวะ?" ปันหันไปถามน้องสาวที่ได้แต่ส่ายหน้าไม่รู้

 

บูมได้แต่นั่งกัดริมฝีปากตัวเอง ขณะที่มองแขนที่ถูกตีจนแดงเป็นแถบ รู้สึกคับแค้นใจมาตลอดเพราะพ่อมันจะตีแต่เขาคนเดียว แม้ว่าปันจะบอกว่าพ่อกลัวว่าจะโดนพี่ชายคนโตสวนกลับ แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

พ่อลำเอียงมาตลอด พ่อรักแต่ปันกับปริม และมองเห็นบูมเป็นส่วนเกินของบ้านมาตลอด...นั่นคือสิ่งที่บูมคิด 

และเหมือนว่าปันจะอ่านความคิดน้องได้จากสีหน้าของบูมที่มองแขนตัวเอง

"รู้ใช่ไหมว่าพ่อเค้าห่วง"

"อือ"

"ถ้าพี่เป็นอะไรไป พ่อเค้าก็คงไม่เครียดเพราะยังไงพี่ก็ลูกเค้า แต่ถ้าเป็นบูม แม่เค้าจะด่าพ่อได้นะ ว่าดูแลลูกไม่ดี พ่อเค้าต้องห่วงแกมากกว่าอยู่แล้ว เพราะแกเคยมีเรื่องที่ร้านเหล้าคราวก่อน แกเลิกไปหาเบนมันไม่ได้หรอวะ?" 

คำพูดสั่งสอนน้องของปันไม่ได้ทำให้บูมรู้สึกดีที่พ่อเป็นห่วง แต่มันทำให้รู้สึกแย่ที่ปันบอกให้เขาเลิกไปหาเบน ทั้งๆที่เรื่องเบนมันก็ความผิดปันที่ให้ความหวังเบนมาตลอด

"ถ้าผมไม่ไป แล้วพี่จะไปหรอ?" บูมถามก่อนจะผละออกมายืนประจันหน้ากับพี่ชายคนโตจนปริมตกใจ

"บูม..." ปันเรียกชื่อน้องเสียงต่ำขณะที่จ้องหน้าเขม็ง

"ผมถามว่าถ้าผมไม่ไปหาเบน พี่จะไปหามันแทนไหม? พี่ก็รู้ว่าเบนรอพี่" 

บูมถามซ้ำอย่างไม่ยอมแพ้ แต่คำตอบของปันมันช่างไร้เยื่อใยสิ้นดี

"ก็ปล่อยให้รอไปดิ ถ้าแม่งจะอยู่แบบนั้นยันเช้าก็ปล่อยมัน คนเราแม่งจะรอได้แค่ไหนกันวะ มันต้องเอาความลำบากของตัวเองมาเป็นข้อแม้ให้คนอื่นตามใจตลอดหรอ? พี่ไม่ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองหรอ? ถ้าแกชอบเบน แกก็ควรพามันกลับบ้าน ไม่ใช่ตามใจมันแล้วพามันไปร้านเหล้า พี่ไม่รักใครที่จะทำให้ชีวิตพี่มีปัญหากับครอบครัวหรอกนะบูม" 

ปันบอกพลางถอนใจออกมา เพราะเขาเอือมเต็มทีกับความเอาแต่ใจของเบน ที่ทำให้บูมกับเขาทะเลาะกันมาตลอด 

แต่ก็ไม่คิดว่าบูมจะกล้าตอกกลับเขาอีก..

"เด็กคนนั้น พี่ไปหาเด็กคนนั้นใช่ไหม? ที่เป็นเพื่อนปริม" 

"แล้วจะทำไมวะ" ปันถามอย่างหัวเสียเพราะน้องชายเขาดูเหมือนจะวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขาเกินไปแล้ว

บูมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ และถามคำถามที่ทำให้ปันเริ่มไม่แน่ใจ..ว่ามันจะกลายเป็นอย่างที่น้องพูดขึ้นมาจริงๆรึเปล่า

 

"พี่คิดว่าถ้าพี่คบกับเด็กคนนั้น พี่จะไม่มีปัญหากับครอบครัวแน่หรอ? เด็กอายุแค่สิบห้า และเป็นเด็กผู้ชายด้วย พี่ว่าพี่จะไม่มีปัญหากับครอบครัวแน่หรอ?" 

 

 

.................

โปรดติดตามตอนต่อไป

ฝากตามใน รี้ดอะไรต์ด้วยนะคะ >> ตามไป

รักชอบคอมเม้นท์ได้ ทั้งในนี้และในแฮชแท็ก #ไอนี้ดซัมบอดี้ ในทวิตเตอร์ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

124 ความคิดเห็น

  1. #105 Aquila_Eagle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 11:59

    เห้อมมมมม มีปัญหากันจนได้

    #105
    0
  2. #102 Nch_MT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 11:21
    อยากร้องไห้อ่ะ ครอบครัวนี้จะต้มมาม่ากันแล้วหรอ
    #102
    0
  3. #99 Zevaaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 14:42
    หู้ มันคือม่ามาครอบครัวง่ะ
    #99
    0
  4. #98 Jujupeach (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 11:53
    แววต้มน้ำมาม่ามาแต่ไกล
    #98
    0
  5. #97 nyoungsdef (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 10:50
    อุแงงง ทำไมรู้สึกมีกลิ่นมาม่าพอให้เพิ่มรสชาติ
    #97
    0
  6. #95 after (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:34
    คะน้าคือเด็กน้อยจริงๆมาก จนอยากปั้นเป็นก้อนๆเลยงือออ
    ทำไมบูมดูน่าสงสารที่สุดในความสัมพันธ์ทั้งหมด ฮือมาซบอกนี่ได้นะ//กอดปลอบ
    #95
    0
  7. #94 nutri2523 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 05:23

    ตามไปแล้วจ้า แต่ถ้าให้ดีลง2ที่ก็ดีนะคะ 😅

    #94
    0