รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 5 : 4. คุณหมอขา หมาหนูป่วย I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

คุณหมอขา หมาหนูป่วย1st

 

 

หลังจากต้องพ่ายแพ้หลุดลุ่ยให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกไม่ให้เธอได้มีโอกาสโชว์ความสามารถในการทำอาหาร หญิงสาวจึงเปลี่ยนแผนใหม่ ในเมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ต้องเอาด้วยคาถา!

สิตางศุ์ยิ้มมุมปากราวกับกำลังคิดแผนอะไรดีๆ ออก ดวงตาคู่สวยหรี่มองเจ้าใบ้ที่นอนเล่นนังแรบบี้อยู่บนพื้นห้องรับแขก หลังเก็บกวาดเศษจานชามออกไปหมดแล้ว เธอเรียกเจ้าหมาน้อยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองด้วยน้ำเสียงหวานจ๋อย

“ใบ้ มานี่ซิลูก” เจ้าใบ้หูผึ่ง จากนั้นก็คาบแรบบี้วิ่งเข้าไปหา หมายจะหาเพื่อนเล่น

“ปล่อยนังแรบบี้เอาไว้ตรงนั้นก่อน แล้วขึ้นมาบนนี้เร็ว” สิตางศุ์พูดพลางเอามือตบลงบนโซฟาเพื่อเรียกลูกรัก เจ้าใบ้เห็นดังนั้นก็รีบปล่อยตุ๊กตากระต่าย จากนั้นก็โถมตัวกระโดดขึ้นไปหาเจ้านายสาวทันที

มือเรียวไล้ตามขนนุ่มๆ ของหมาตัวน้อยเบาๆ บีบจับเนื้อหนังมังสาใต้ขนฟูนั่นทั่วทั้งตัว เจ้าใบ้ที่ถูกนวดอยู่ถึงกับเคลิ้มนอนหลับตาพริ้มให้เจ้านายลูบไล้ได้ตามสบายใจ

“แกนี่แข็งแรงเนอะใบ้ ตั้งแต่เลี้ยงมา ไม่เคยป่วยเลยสักครั้ง” หญิงสาวเปรยอย่างครุ่นคิด

“โฮ่งๆๆ”

“ว่าแต่แข็งแรงไปมันก็ไม่ค่อยดีนะรู้รึเปล่า มันจะไม่มีภูมิคุ้มกัน พรุ่งนี้ไปตรวจร่างกายสักหน่อยดีมั้ย” พูดแล้วก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ เหลือบมองหมาร่างเล็กที่นอนอยู่บนตัก ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น

เจ้าใบ้เหลือบมองเจ้านายเขม็ง มันไม่เคยเห็นใบหน้าเช่นนี้มาก่อน เจ้านายต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่ๆ

 

“ใบ้เป็นอะไรไปครับ?”

คชินทร์เอ่ยถาม หลังเห็นเพื่อนบ้านอุ้มหมาน้อยมายังบ้านเขาในเย็นของอีกวัน

“ก่อนตังไปทำงานมันก็ยังดีๆ อยู่เลยนะคะ แต่พอกลับมาเมื่อกี้ ตัวก็ร้อน ข้าวก็ไม่กิน ขนาดเอาของโปรดมาล่อ มันยังแค่ดมๆ แล้วก็เดินหนี ตังกลัวมันจะเป็นอะไรขึ้นมา เลยรีบอุ้มมาให้หมอชินดูก่อน”

หญิงสาวพูดพลางเหลือบไปมองเจ้าใบด้วยสายตาเป็นห่วง เห็นดังนั้น คชินทร์จึงเอื้อมมือไปอุ้มร่างน้อยๆ มาเพื่อดูอาการ แต่ทันทีที่สัมผัสตัว หมอหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะอุณหภูมิของร่างกายมันไม่ได้สูงขึ้นอย่างที่เจ้าของคนสวยว่าแต่อย่างใด

“มีอะไรรึเปล่าคะ?”

“ตัวมันหายร้อนแล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มพูดพลางใช้มือข้างที่ว่างอยู่จับไปเบาๆ ที่หน้าท้องของเจ้าใบ้

เจ้าใบ้ครางหงิงๆ คล้ายกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

สิตางศุ์จึงใช้จังหวะที่เขาก้มลงไปมองเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน ถลึงตาเข้าใส่เด็กในสังกัดเพื่อให้มันแสดงให้แนบเนียนกว่านี้

ถ้าหมอชินจับได้ว่าแกไม่ได้ป่วยจริง ฉันจะให้แกอดข้าวอดน้ำสามวันสามคืน จำไว้!

เพียงแค่เห็นสายตาดุๆ ของเจ้านาย น้องหมาผู้น่าสงสารก็หูลูบลงทันใด คล้ายจะรู้หน้าที่ตัวเองดี

“ดีใจจังเลยค่ะ ตังก็คิดไปต่างๆ นานา กลัวมันจะเป็นอะไรขึ้นมา เพราะตอนที่ตังกลับมาจากที่ทำงาน ตัวมันร้อนจนน่าตกใจ เลยรีบอุ้มมาหาหมอนี่แหละค่ะ” สิตางศุ์ทำหน้าโล่งอก ยื่นมือไปจับตัวเจ้าใบ้ด้วยท่าทางแสนห่วง

รางวัลลูกโลกทองคำบวกออสการ์สามสมัยซ้อนจะไปไหนเสีย

“งั้นผมขอเอามันเข้าไปตรวจในบ้านก่อนนะครับ เผื่อว่าเป็นอะไรขึ้นมาจะได้รักษาได้ทัน” พูดเสร็จ คชินทร์ก็อุ้มเจ้าตัวเล็กเข้าไปในบ้าน ตามด้วยเจ้าของคนสวยที่กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งแล้ววางเจ้าใบ้ลงบนโต๊ะรับแขกเตี้ยๆ โดยมีสิตางศุ์ยืนมองอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะใช้มือลูบตัวเจ้าหมาน้อยเบาๆ กดวนช่องท้องไล่ลงไปถึงลูกอัณฑะ เจ้าใบ้ที่ชอบให้มีคนมาสัมผัสตัวเช่นนี้ก็เคลิ้มใหญ่ นอนนิ่งๆ ยอมให้คุณหมอตรวจแต่โดยดี และก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเจ้านายสาวที่ยืนมองอยู่อย่างระทึกใจ เพราะกลัวตัวแสบจะลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นกลางคัน

“แล้วทำไมถึงไม่กินข้าวละเรา” ชายหนุ่มพูดกับเจ้าใบ้แล้วลูบหัวอย่างรักใคร่

“งึดๆ” เจ้าใบ้ครางตอบ ทั้งๆ ที่ยังคงนอนอยู่

“มันเป็นยังไงบ้างคะ” สิตางศุ์กลั้นใจถาม รู้อยู่เต็มอกว่าเจ้าลูกรักไม่ได้ป่วยเป็นอะไรสักนิด

“สบายดีครับ ผมตรวจดูแล้วมันคงแค่คงเบื่ออาหาร”

“จริงเหรอคะ แหม...ดีใจจังเลย แสดงว่ามันหายแล้วใช่มั้ยคะ”

หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าใบ้ ขณะทรุดนั่งไปบนพื้นข้างๆ ร่างสูงของคุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อน พร้อมกับแอบสูดกลิ่นกายของคนข้างๆ ให้ชื่นปอด

ผู้ชายอะไรกลิ่นสะอ๊าดสะอาด เหมาะสมเหลือเกินที่จะมาเป็นพ่อของลูกฉัน!

คชินทร์มองคนข้างๆ แล้วก็ต้องเผลอยิ้ม ถ้าไม่ใช่ว่าเธอทั้งรักทั้งห่วงเจ้าใบ้มากเกินไปจนคิดเป็นตุเป็นตะ ก็คงจะเป็นเขาเองไม่สามารถวินิจฉัยโรคของมันได้

ก็มันไม่ได้ป่วยเลยสักนิด

“ช่วงนี้คุณก็ดูอาการมันไปก่อน ถ้าป่วยอีก ก็พามาหาผมได้ทุกเวลา”

“ทุกเวลาเลยเหรอคะ” คนพูดตาเป็นประกาย

“ครับ ถ้าหนักจริงๆ ก็ทุกเวลา” เขาย้ำคำว่า หนัก อีกครั้ง

“แล้วถ้าเกิดวันที่มันอาการหนักแล้วหมอชินไม่อยู่ล่ะคะ ตังจะทำยังไง แถวนี้ไม่มีคลินิกสัตว์ซะด้วย”

“ถ้างั้นก็เก็บเบอร์โทรผมไว้ เผื่อคุณมีเรื่องด่วนอะไรก็โทร.หาผมได้ทันที” ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมใจอ่อนให้เบอร์ติดต่อเธอไปอย่างปฏิเสธไม่ได้

นี่เราทำอะไรพลาดไปรึเปล่า?

อีกฝ่ายอยากยิ้มแก้มปริ แต่พยายามเก็บอาการให้สงบเสงี่ยมเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน ก็แหม...จากคนที่เคยประกาศลั่นว่าจะครองตัวเป็นโสดเพราะไม่อยากมีใครไม่ใช่ไม่มีใครเอา มากลับลำตอนอายุสามสิบเอ็ดแบบนี้ มันก็ต้องงัดทุกยุทธวิธีมาใช้ให้เกิดผล ไม่อย่างนั้นแล้ว รถด่วนขบวนเพอร์เฟ็กต์ขบวนนี้มันจะเลยผ่านไปเสียก่อน

ให้อภัยแม่ด้วยนะใบ้ลูกรัก เพราะวันนี้มันเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น!

 

ตัวเลขสิบหลักบนกระดาษที่เพิ่งได้มา มันทำให้หญิงสาวเจ้าของฉายาสวยไม่แคร์สื่อถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่เป็นทำอะไรได้แต่นอนมองมันจนแทบจะเอาไปฝันแทนหวย

“เป็นไงละใบ้ ในที่สุดเราก็ได้เบอร์หมอมาจนได้ คราวนี้ฉันยกความดีความชอบให้แกที่แสดงได้สมกับการเป็นเด็กสร้างของฉัน” สิตางศุ์ยิ้มกริ่ม เอื้อมมือไปคว้าตัวเจ้าหมารางวัลออสก้าร์มาสวมกอดอีกครั้งบนเตียงกว้างในห้องนอน

“โฮ่งๆๆ” เจ้าใบ้เห่ารับคำชมเชย

“ฉะนั้นรางวัลของแกก็คือ อาหารหมาเกรดเอ เนื้อคัดคุณภาพชั้นดีสั่งตรงมาจากอเมริกา ชอบใจมั้ยล่ะ” ได้ยินดังนั้นเจ้าใบ้ก็ถึงกับน้ำลายย้อย

“แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะ เพราะฉันจะพาแกไปสปาสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ถ้าหากว่าครั้งหน้าแกตีบทแตกกระจุยเหมือนครั้งนี้อีก”

“โฮ่งๆ บรู๊ววว์” คราวนี้มันทั้งเห่าทั้งหอน คล้ายกับเป็นคำสัญญา

“โอเค งั้นถือว่าเราตกลงกันแล้ว ครั้งหน้าอย่าให้พลาดก็แล้วกัน ไม่งั้นแม่จับตอนให้เหี้ยนเลยคอยดู”

“งึดๆๆ” เจ้าหมาน้อยครางเสียงต่ำ ก่อนจะเดินเข้ามาอ้อนเจ้านายสาวอย่างรักใคร่

สิตางศุ์ยิ้มกริ่ม ตวัดแขนไปรัดร่างเล็กๆ ของมันเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเบนสายตาไปมองกระดาษที่อยู่ในมืออีกครั้ง

“แล้วเราจะโทร.ไปหาหมอชินตอนไหนดีนะใบ้ แต่ฉันว่าตอนนี้เราอย่าเพิ่งโทร.ดีกว่า เพราะมันจะเป็นการแหวกหญ้าให้ไก่ตื่น เดี๋ยวงูอย่างฉันจะชวดซะเปล่าๆ เอาไว้ให้ไก่วางใจงูเมื่อไร วันนั้นแหละใบ้เอ๊ย...แกจะได้สลัดคราบไอ้ลูกไม่มีพ่อซะที!

 

เสียงเห่าเสียงร้องของบรรดาหมาแมวทั้งหลาย ไม่ได้ทำลายสมาธิของหมอหนุ่มที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการเย็บแผลสดให้กับน้องแมวผู้โชคร้ายในห้องผ่าตัดแต่อย่างใด คชินทร์รู้ดีว่าหากขาดเขาไปสักคน เจ้าสัตว์พวกนี้อาจไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะบริเวณนี้ไม่มีคลินิกรักษาสัตว์เลยแม้แต่ที่เดียว

“เรียบร้อยครับ” หมอหนุ่มในเสื้อคลุมปั๊มลายคลินิกสีม่วงเอ่ยขึ้น เมื่อใช้กรรไกรตัดด้ายที่ดึงขึ้นมาเป็นเข็มสุดท้าย

“ขอบคุณมากเลยจ้ะหมอ ถ้าไม่ได้หมอ อีชาเย็นก็คงจะตายแน่ๆ” หญิงวัยห้าสิบต้นๆ พูดอย่างดีใจ เมื่อเห็นบาดแผลที่คอของเจ้าแมวเหมียวพันธุ์ไทยถูกเย็บปิดสนิทเรียบร้อยดี

“แล้วคราวหลังก็อย่าปล่อยให้มันออกนอกบ้านอีกนะครับ อันตรายมันเยอะ ดีนะที่ครั้งนี้รอดตาย แต่คราวหน้าอาจจะไม่โชคดีเหมือนคราวนี้อีก” หมอหนุ่มพูดพลางก้มลงตรวจดูรอยเย็บอีกที

“อิฉันไม่ปล่อยหรอกค่ะ แต่มันสิ แอบออกไปตอนเปิดประตูทุกที เกิดเรื่องจนได้” คุณป้าเจ้าของแมวพูดพลางลูบหัวเจ้าเหมียวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

“ยังไงระวังๆ ไว้ก่อนนะครับ” คชินทร์พูดยิ้มๆ ขณะหันไปหาผู้ช่วยข้างกาย “เฟิร์น เดี๋ยวจ่ายยาให้ชาเย็นด้วย”

“ได้ค่ะพี่หมอ” หญิงสาววัยยี่สิบสอง พยักหน้ารับคำ กุลีกุจอหยิบจัดยาแก้อักเสบและแก้ปวดให้คุณป้าที่ยืนมองอยู่

คชินทร์เดินออกมายังห้องตรวจที่อยู่ติดกันเพื่อรับเคสต่อไป รู้สึกวันนี้จะมีคนไข้สี่ขาเยอะเป็นพิเศษ แต่ถึงแม้ว่าจะเยอะแค่ไหน เขาก็ไม่เคยบ่น เพราะงานนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว

ตรวจไปจนเกือบจะหมด จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของคุณหมอหนุ่มก็ดังขึ้น คชินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ ก่อนจะรีบกดรับทันที

“มีอะไรรึเปล่าครับ?”

“โอเคครับ รอผมอยู่ที่บ้านนะ จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้”

หลังวางสาย คชินทร์ก็รีบตรวจดูอาการของน้องหมาอีกสองตัว ก่อนจะออกไปจากคลินิกโดยไม่ลืมที่จะสั่งงานไว้กับผู้ช่วย เผื่อว่าทางนี้มีเคสฉุกเฉิน

“มีอะไรด่วนก็โทร.เข้ามือถือพี่อย่างเคยแล้วกันนะเฟิร์น เพราะวันนี้อาจจะออกไปเลยไม่กลับเข้ามา”

“ได้ค่ะพี่หมอ เฟิร์นก็หวังว่าวันนี้อย่ามีอะไรหนักๆ มาเลย เฟิร์นยังไม่พร้อม”

“ไม่พร้อมวันนี้แล้วเมื่อไรจะพร้อม ฝึกงานมาตั้งนานยังไม่ชินอีกรึไง เอาไว้ถ้าหนักจริงๆ ค่อยโทร.นะ เฟิร์นจะได้เรียนรู้ไปในตัว”

“ค่ะ งั้นพี่หมอก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวคุณนีเธอคอยแย่” ใบเฟิร์นพูดยิ้มๆ เมื่อพอจะเดาได้ว่าคนที่โทร.มาหาคุณหมอรูปหล่อคนเป็นหญิงสาวคนเดิมที่หมอชินไม่เคยปฏิเสธ

“งั้นพี่ไปละ ฝากคลินิกด้วยแล้วกัน”

 

เสียงฮัมเพลงอย่างมีความสุขดังแว่วมาจากโต๊ะหัวหน้างานด้านออกแบบโฆษณาของบริษัทชาเลนจ์ครีเอเตอร์ คนที่ได้ยินต่างก้มตัวลงต่ำมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก็ตั้งแต่ทำงานมา ยังไม่เคยเห็นหัวหน้าของพวกเขาอารมณ์ดีอย่างนี้มาก่อน สงสัยว่าจะไปเจออะไรดีๆ เข้าให้แล้ว

“วันนี้อารมณ์ดีจังพี่ตัง มีอะไรรึเปล่า” หนุ่มร่างสูงเจ้าของฉายาหม้อไม่เลือกหน้าเอ่ยถามขึ้น หลังจากทุกคนลงมติโยนหน้าที่นี้มาให้เขา

“คนมีความสุข จะอารมณ์ดีบ้างไม่ได้รึไง” สิตางศุ์เงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมพิวเตอร์ เหลือบมองลูกน้องหนุ่มสี่ห้าคนที่รอคำตอบอยู่

“ก็วันก่อนยังหน้าหงิกอย่างกับเจ้ามือหวยโดนโกง แล้วจะไม่ให้พวกผมสงสัยได้ยังไงกันละพี่” เกียรติภูมิเลิกคิ้ว เมื่อเห็นสีหน้าของพี่สาวที่อมยิ้มราวกับมีความสุขมาเป็นสิบชาติ

“เขียดจ๋า คนเรามันมีทั้งทุกข์ทั้งสุข เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าแปลกที่วันนี้พี่จะสุขมากกว่าทุกข์ หรือว่าอยากจะให้พี่อยู่ในโหมดนางมารต่อไปเรื่อยๆ จ๊ะ”

“อย่าๆ งั้นอยู่โหมดนี้ต่อไปแหละดีแล้ว อย่าสลับร่างเลย พอพี่สลับร่างทีไร ขนาดเฮียมนัสที่ว่าโคตรจะดุยังชิดซ้าย” พูดพลางเหลือบตาไปมองชายวัยสี่สิบสองที่นั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องกระจกเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงยังสามารถทำงานอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

“ว่าแต่ได้ข้อมูลโฆษณาน้ำดื่มตัวใหม่ของคุณกุหลาบมารึยังเขียด” แม้จะอยู่ในห้วงของความรัก แต่คนอย่างเธอก็ไม่เคยทิ้งเรื่องงาน

“วันพรุ่งนี้พี่ เดี๋ยวเขาจะเมลมาให้ ขอแก้ไขสโลแกนนิดหน่อย เอาแบบที่เขาชอบใจ”

“ที่เราคิดให้เขาไม่ชอบเหรอ”

“ไอ้ชอบก็ชอบอยู่ แต่เจ๊กุหลาบดันบอกว่าสั้นไป ขอเพิ่มอีกบรรทัดนึง” ได้ยินดังนั้นสิตางศุ์กุมขมับ รู้สึกว่าเธอจะเถียงเรื่องสโลแกนน้ำดื่มตัวนี้มาไม่ต่ำกว่าอาทิตย์แล้ว

มีอย่างที่ไหนจาก บริสุทธิ์ สะอาด มาตรฐานโลก เป็น น้ำดื่มเจ๊กุหลาบ อร่อย สะอาด ไม่มีสารตกค้าง ของดีอย่างนี้ต้องบอกต่อ!’ ได้ยินครั้งแรกหญิงสาวถึงกับปวดกบาล จากที่เคยพยายามทำให้มันดูสากลวางอยู่บนชั้นมีระดับ กลายเป็นว่าเจอกันได้ตามตลาดนัดคลองถมไปเสียได้ เฮ้อ

แถมยังไม่รู้ว่าคราวนี้เจ๊กุหลาบแกจะโมดิฟายด์สโลแกนอะไรประหลาดๆ มาอีก แต่ถึงแม้จะหลุดโลกมาแค่ไหน สิตางศุ์คนนี้ก็บ่ยั่น เพราะหากมีชื่อเธอเข้าไปเอี่ยวในผลงานแล้ว อย่างไรมันก็ต้องออกมาเลอค่าที่สุดอยู่ดี

แต่ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งตรวจงานของลูกค้าอยู่นั้น ก็มีรถบีเอ็มสีขาวขับออกมาจากซอยหลังบริษัทตรงสู่ถนนใหญ่อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าปลายทางนั้นเป็นคนสำคัญที่เจ้าของรถไม่สามารถรอเวลาได้เลย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #739 akkanee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 13:31
    นับวันนางเอกจะยิ่งเหมือนเป็นนางร้าย เฮ้ออ
    #739
    0
  2. #609 กวาง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2554 / 19:29
    นับวันจะยิ่งเหมือนโรคจิตนะนางเอกเรา

    แล้วหมอชินเรานี่ จะตาเกมส์ทันหรือ ก็แจกเบอร์มาแล้วอ่ะ
    #609
    0
  3. #433 september (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 / 20:30

    เจ้าใบ้เป็นหมาที่เจ้าบทบาทมากพอกับแม่มันเลย

    #433
    0
  4. #258 prawpraw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 17:09

    นี = ใคร?

    #258
    0
  5. #94 หมอกกลางภู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 16:21
     ใบ้มามะ มาหาเจ้าของคนใหม่เหอะ อย่าไปอยู่กับยัยกะตังค์เลย เอะอะ ไรก็เอาของล่อแถมชอบข่มขู่ต่างหาก
    นี่ถ้าหนูไม่ฉลาดคงต้องกลายเป็นหมาวัดแน่เชียว ว่าแต่คุณหมอรีบไปไหนง่ะ

    #94
    0
  6. #46 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 18:58
    แง้ๆๆๆ อะไรกันไหนบอกว่าไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นกันอ่ะหมอ โหย หลอกกันนี่นา แต่ว่าตอนนี้เจ้าใบ้ฉลาดมาก แสดงละครได้ด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #46
    0
  7. #45 suket (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 18:11
    แหม...หนูตังแผนการล้ำเลิศมาก เจ้าใบ้ก็อีกตัวเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทั้งคนทั้งหมา อิอิ
    #45
    0
  8. #42 ดารานิล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 09:37

    ช่วงนี้น้ำขึ้นให้รีบตักค่ะ
    อยากเขียนก็เลยรีบเขียนเดี๋ยวไฟจะมอดไปก่อน อิอิ

    ขอบคุณคุณsuket และคุณหิ่งห้อยสีเหลือง มากนะคะที่แวะมาทักทายกัน :)


    ปล. มีคนบอกว่านางเอกเรื่องนี้ เก่งกับหมา ซ่ากับเด็ก เออ...จริงด้วย กร๊ากกกกกกก
    ( ดารานิล
    )



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มิถุนายน 2554 / 10:00
    #42
    0