รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 4 : 3. อาหารแห่งความรัก II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    23 เม.ย. 59

อาหารแห่งความรัก2nd

 

 

“วันนี้พี่ตังเป็นอะไรไปครับ ดูมูดดี้ชอบกล”

เกียรติภูมิเอ่ยถามขึ้น ขณะตักข้าวใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ภายในร้านอาหารร้านเดิม หลังจากที่หัวหน้าสาวคนสวยคะยั้นคะยออยากมากินที่ร้านนี้แทบทุกวัน

สิตางศุ์เหลือบมองรุ่นน้องอย่างเซ็งๆ เกิดอาการเบื่ออาหารขึ้นมาทันที เมื่อเห็นคลินิกสัตว์ที่อยู่ตรงข้ามกัน สามวันมาแล้ว นับตั้งแต่ที่เขาชิ่งอาหารที่เธอทำ ก็ไม่ได้เห็นหน้าหล่อๆ นั่นอีกเลย บ้านก็ไม่กลับ คลินิกก็ไม่เปิด ไม่รู้ว่าเขาเกิดกลัวเธอขึ้นมาหรืออย่างไร ถึงได้หลบหน้าหลบตากันอย่างนี้

นี่ก็พยายามไม่ให้ไก่ตื่นสุดๆ แล้วนะเนี่ย

“อย่าถาม กินๆ ไป ถ้าถามมากก็จะมูดดี้มากกว่านี้ เข้าใจป่ะ” เธอหน้ามุ่ย ถอนหายใจยืดยาว

เกียรติภูมิย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ พลางเหลือบมองเพื่อนอีกสองคนที่ทำท่าไม่เข้าใจเหมือนกัน ในเมื่อต่างก็ไม่มีใครเข้าใจท่าทางซังกะตายของพี่สาว ทั้งหมดจึงเลิกสนใจเรื่องนี้ทันที

“เออ ว่าแต่เรื่องพรีเซ็นต์โฆษณาตัวใหม่ เอาไงดีพี่ เขาบอกอยากให้พี่ไปพรีเซ็นต์ด้วยตัวเองน่ะ” เกียรติภูมิถามต่อ เพิ่งคิดได้ว่างานโฆษณาที่รับมา ทางเอเจนซี่ย้ำนักย้ำหนาว่า จะต้องเป็นสิตางศุ์คนสวยผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นคนพรีเซ็นต์

“แกไปก็แล้วกันเขียด พี่ไม่มีอารมณ์”

“เอาจริงเหรอพี่ แล้วถ้าเขาไม่ยอมล่ะ?”

“ไม่ยอมก็ไปหาบริษัทอื่นทำซะ ไอ้เฒ่าหัวงูคนนี้มันคอยตามจ้องจะงาบพี่มาตั้งแต่ที่ทำงานเก่าแล้ว ขนาดย้ายที่ทำงาน มันก็ยังจะตามมาราวีอีก ถ้ามันไม่พอใจนัก ก็ให้มันถอนไปซะ จะได้หมดเรื่อง” พูดจบก็ถอนใจอีกเฮือกใหญ่ ตั้งแต่ไม่ได้เห็นหน้าหล่อๆ ของหมอชินไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไรเลย

“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวผมกับไอ้เจ๋งจะไปให้แทน ว่าแต่ช่วงนี้พี่โอเคนะ ผมเห็นท่าทางพี่แล้วดูเหมือนคนอกหักยังไงก็ไม่รู้” เกียรติภูมิพูดพลางมองหน้าคนที่กำลังเซ็งสุดขีดด้วยความเป็นห่วง

“หน้าอย่างฉันเหรอจะอกหัก?” เธอเลิกคิ้วสูง

“ก็ท่าทางพี่มันบอก คนดีๆ ที่ไหนจะนั่งถอนหายใจเฮือกๆ”

“หรือฉันจะอกหักจริงๆ?” ว่าพลางมองไปยังคลินิกสัตว์ที่ปิดอยู่ นี่แค่เริ่มต้นก็ยังพังแล้ว แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เฮ้อ...

 

บีเอ็มซีรีย์เจ็ดสีขาวเงาวับที่กำลังเคลื่อนผ่านหน้าบ้านคนที่ยืนรดน้ำต้นไม้ไป เธอทำเพียงชายตามอง เพราะในหัวคิดถึงแต่เรื่องของหมอชินที่หายหน้าหายตาไปเท่านั้น

หลังจากรดน้ำเสร็จ เธอก็เตรียมตัวออกไปวิ่งรอบหมู่บ้านในยามเย็น สิตางศุ์มักจะวิ่งรอบหมู่บ้านสลับกับการไปยิมอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่อยากอุดอู้อยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม

“แม่จะไปวิ่งสักหน่อย ไปด้วยกันรึเปล่าใบ้” สิตางศุ์เอ่ยถามออกไปอย่างนั้นทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่ว่าแม้ไม่ชวน เจ้าใบ้ก็พร้อมจะไปกับเธอได้ทุกที่

“โฮ่งๆๆ” เจ้าตัวเล็กเห่ารับแทนคำตอบ เริงร่าขึ้นมาเมื่อรู้ว่าจะได้ออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านอีกครั้ง

 

ผมยาวสลวยที่มัดรวบขึ้นเป็นหางม้ากวัดแกว่งไปมาตามจังหวะของการวิ่ง เธอชอบออกกำลังกายพอๆ ช้อปปิ้ง เพราะมันทำให้อารมณ์ดีขึ้นทุกครั้งที่มีเรื่องให้ปวดหัว

เจ้าใบ้ที่วิ่งตามมาก็รู้สึกจะมีความสุขเป็นพิเศษ มันวิ่งเล่นไปทั่ว แต่จะเว้นคูน้ำ หรือบึงใหญ่เอาไว้ คล้ายกับว่ามันเรียนรู้แล้วว่า ไม่สมควรเข้าไปเฉียดใกล้ สงสัยยังจะฝังใจกับเรื่องเมื่อวันนั้น เพียงแค่คิดเรื่องนี้ ภาพของคชินทร์ก็ผุดขึ้นมาทำให้เธอคิดถึงอีก ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนเสียนาน อยากเห็นหน้าจะแย่

“หยุดนะ เอามาเดี๋ยวนี้!” เสียงใสๆ ของเด็กผู้หญิงดังขึ้นด้านหลังทำลายภาพฝันโดยพลัน สิตางศุ์จึงหยุดวิ่งแล้วหันไปมอง จึงเห็นเจ้าแจ็ครัสเซลล์ตัวแสบคาบลูกบอลสีเขียวสดขนาดใหญ่กว่าลูกเทนนิสไปไม่เท่าไรเอาไว้ในปาก วิ่งหนีเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบขวบที่ตามอย่างไม่ลดละ สิตางศุ์ถึงกับส่ายหัวออกมาอย่างระอาใจ ก่อนจะตะโกนเรียกเจ้าหมาตัวแสบดังลั่น

“ไอ้ใบ้! มานี่เลยนะ ไปเอาของเขามาเล่นได้ยังไง” ได้ยินเสียงเจ้านาย เจ้าตัวแสบก็หยุดกึก เลี้ยวกลับมายังเธอทันที

“โอ๊ย ทำไมซนอย่างนี้เนี่ย ที่บ้านมีไม่รู้เท่าไร ยังจะไปเอาของเขามาอีก แกนี่มันน่านักนะ” พูดพลางแกะลูกบอลนุ่มนิ่มออกจากปากหมาตัวเล็กที่พยายามยื้อแย่งเอาไว้สุดแรงเกิด

“บอลของเค้านะ” เด็กสาวที่วิ่งตามมาพูดกระหืดกระหอบ พร้อมกับยื่นมือออกมาขอของของเธอคืน

“จ้ะ รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวพี่คืนให้” สิตางศุ์ยิ้มแห้งๆ เมื่อเจ้าแสบของเธอไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แต่ไม่รู้เป็นเพราะลูกบอลมันบอบบาง หรือเพราะว่าเขี้ยวเจ้าใบ้มันคมกว่า ลูกบอลจึงค่อยๆ แฟบลงจนแบนแต๊ดแต๋คาปาก

สิตางศุ์หน้าเสีย จัดการง้างปากเจ้าใบ้ แล้วดึงเอาซากลูกบอลแล้วคืนให้เด็กสาวในชุดนักเรียนที่สะพายเป้ใบเล็กๆ ไว้กับตัวทันที

“พี่ขอโทษนะคะ ไว้พี่จะซื้อบอลลูกใหม่ให้นะ”

“ลูกใหม่มันจะเหมือนลูกเก่าได้ยังไงล่ะ!” เด็กสาวแหวด้วยความโมโห “บอลลูกนี้เพื่อนเค้าอุตส่าห์ให้มาเป็นของขวัญ มันเป็นที่ระลึกในงานมิตติ้งแฟนคลับของโอปป้าปาร์คจูมินนักร้องเกาหลี ป้าหามาให้เค้าได้มั้ยล่ะ!

ได้ยินดังนั้นแม้จะยังรู้สึกผิดอยู่ แต่อาการหมั่นไส้ก็มีมากกว่า เมื่อยัยเด็กเมื่อวานซืนนี้ บังอาจเรียกเธอด้วยสรรพนามระคายหูว่า ป้า

“พี่ก็คงหาไอ้บอลของปาร์คๆ อะไรนั่นมาให้น้องไม่ได้หรอกค่ะ แต่พี่คิดว่า พี่สามารถจะชดใช้เป็นอย่างอื่นให้ได้นะ เอาเป็น...เสื้อยืดพร้อมลายเซ็นพี่โดมดีมั้ย เดี๋ยวพี่หามาให้”

“ไม่เอา! เค้าจะเอาบอลของโอปป้าจูมินเท่านั้น!” เด็กสาวยกมือกอดอกเชิดหน้าเข้าใส่ ไม่มีของใครสำคัญกว่าโอปป้าจูมินอีกแล้ว!

“เอาอย่างอื่นแทนไม่ได้จริงๆ เหรอคะ พี่หาให้ไม่ได้จริงๆ งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวพี่จะหาบัตรมิตติ้งแฟนคลับของพี่ณเดชให้แทน อย่างนี้พอไหวมั้ย?”

เด็กสาวมีลังเลเล็กน้อย แต่ในเมื่อจิตวิญญาณมอบให้โอปป้าไปแล้ว เธอก็ไม่สามารถมองชายใดได้อีกเลย

“ไม่เอา! บอกแล้วไง เค้าจะเอาบอลของโอปป้าจูมิน คนเดียว!

“เอายังไงดีล่ะ?” สิตางศุ์ครุ่นคิด แม้จะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย แต่ในเมื่อคนผิดคือฝ่ายเธอ อย่างไรก็คงต้องพยายามชดใช้ให้ได้

“เค้าจะเอาบอล” เด็กสาวตาแดง ของรักของใครใครก็หวงทั้งนั้น

“งั้นให้พี่ลองหาดูก่อนมั้ยคะ แต่อาจจะไม่ได้วันนี้”

“เค้าจะเอาวันนี้ แล้วก็เดี๋ยวนี้ด้วย!

สิตางศุ์ชักไม่สบอารมณ์ นั่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่ได้ พยายามข่มความโมโหไว้ แล้วฉีกยิ้มเป็นนางฟ้าที่สุดเท่าที่ทำได้

“ถ้าน้องไม่ให้พี่เช็กก่อน น้องก็จะไม่ได้อะไรเลยนะคะ”

“หมาป้าทำลูกบอลเค้าแตก ยังไงป้าก็ต้องเอาลูกบอลมาคืนเค้าสิ”

“พี่ค่ะพี่ ไม่ใช่ป้า” สิตางศุ์กัดฟันแน่น

“เค้าจะเอาบอลๆ!” แต่เด็กน้อยไม่สนใจที่จะฟัง เอาแต่ร่ำร้องฝ่ายเดียว

“แต่...”

“ป้าต้องรับผิดชอบสิ เค้าจะเอาบอลของเค้า! เดี๋ยวนี้!

“ก็พี่บอกแล้วไงคะว่า ต้องเช็กก่อน พี่คืนให้แน่ๆ แต่ถ้าเป็นตอนนี้คงจะไม่ได้ ต้องให้เวลา...”

“ไม่! ก็เค้าจะเอา!

แล้วความอดทนของหญิงสาวก็ถึงขีดสุด จ้องมองเด็กน้อยตาเขม็ง เกิดมาไม่เคยเจอเด็กนรกอย่างนี้มาก่อนในชีวิต

“ถ้างั้นก็เอาคืนไป” พูดเสร็จก็ยัดบอลยางเหี่ยวๆ ลงไปในมือของเด็กหญิง

“แต่มันเสียแล้วนะป้า!

“แค่ถูกเจาะลมออก ไม่เสียหรอก เก็บไว้ดูต่างหน้าก็แล้ว เพราะถ้าเธอยังไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน ก็คงต้องเซย์กู๊ดบาย!

ว่าแล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้เด็กสาวที่กำซากบอลโวยวายอยู่ด้านหลัง มองเผินๆ คล้ายผู้ใหญ่รังแกเด็ก แต่ใครจะรู้ว่าเด็กก็แสบไม่เบา

เด็กสาวปาซากบอลลงพื้นอย่างไม่แยแส ก่อนจะล้วงบอลอีกลูกจากกระเป๋าเป้ใบเล็กซึ่งมีลักษณะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนออกมา

“โชคดีไม่ใช่ลูกนี้ เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ มองซากลูกบอลในงานมิตติ้งซึ่งเป็นของปลอมอย่างเสียดายหน่อยๆ แต่โชคดีที่ไม่ใช่ลูกนี้ ก็ของจริงใครกันจะกล้าเอามาปาเล่นที่สวนสาธารณะเล่า จริงไหม?

วันอาทิตย์มันช่างเหมือนกับสวรรค์ ขนาดปาเข้าไปเกือบเที่ยง สิตางศุ์ก็ยังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงไม่ลุกไปไหน โชคยังดีของเจ้าใบ้ที่เธอยังอุตส่าห์กัดฟันลุกขึ้นมาเทอาหารให้มันในตอนเช้า เพื่อไม่ให้กลายเป็นหมาอดอยากทั้งที่มีเจ้าของ แม้จะเป็นสวรรค์ แต่ก็เป็นสวรรค์ที่ไม่ค่อยสุขเท่าไร เพราะมัวแต่คิดถึงหนุ่มหน้าเข้มคนนั้นไม่หยุด ไม่รู้ว่าหายไปไหน อยากเจอใจจะขาดอยู่แล้ว

“เฮ้อ...ใบ้ แกว่าหมอชินเขาจะกลับมารึเปล่า” เอ่ยถามเจ้าตัวเล็กที่นอนอิงแอบแนบชิดกันอยู่บนที่นอนอย่างห่อเหี่ยวใจ

“งึดๆๆ” เจ้าใบ้ครางหงิงๆ แทนคำตอบ

“ก็นั่นสินะ เบอร์โทรก็ไม่ขอเอาไว้ คราวนี้จะทำยังไงดีล่ะ” ว่าแล้วก็ถอนใจยืดยาว

“โฮ่งๆๆ” คราวนี้เจ้าใบ้สปริงตัวขึ้นเห่าเสียงขรม

“อะฮ้า แกว่าดีใช่มั้ยล่ะ งั้นคราวหน้าฉันจะขอเบอร์หมอเอาไว้ จะเดินไปขอที่คลินิกก็ดันปิด แถมยังกลัวว่าหมอจะคิดว่าฉันเป็นพวกโรคจิตแอบตาม เราเก็บคลินิกเอาไว้เป็นไพ่ใบต่อไปดีกว่าเนอะใบ้” พูดพลางดึงเจ้าหมาน้อยมากอดด้วยความรัก จนมันอึดอัดดันตัวเองออกมาอย่างลำบาก

“ก็แหม...ขอกอดหน่อยไม่ได้รึไง ทำมาเป็นเล่นตัวนะ เดี๋ยวก็ไม่รักซะเลยหรอก” ปากก็บอกว่าไม่รัก แต่เจ้าตัวกลับแตะริมฝีปากไปบนหน้าของเจ้าใบ้จนมันครางหงิงๆ

“ต๊าย ชอบเหรอยะอย่างนี้ ไปติดนิสัยชีกอจากใครมาฮะ” ว่าแล้วก็กอดเจ้าใบ้ให้แน่นขึ้นไปอีก เจ้าหมาตัวเล็กทั้งร้องทั้งตะกุย คงเป็นเพราะมันอึดอัดจนทนไม่ไหวนั่นเอง

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จหมดทุกอย่างแล้ว สิตางศุ์ในชุดลำลองก็เดินลัดเลาะไปยังบ้านของเป้าหมายทันที มันเหมือนกับเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอไปเสียแล้ว ที่จะต้องไปแอบดูว่า เจ้าของบ้านรูปหล่อกลับมาแล้วหรือไม่ และวันนี้เธอก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเห็นว่าประตูหน้าบ้านสีขาวเปิดอ้าอยู่

หมอชินกลับมาแล้ว!

ไวเท่าความคิด เท้าน้อยๆ ก็ก้าวฉับๆ ไปยังบ้านหลังดังกล่าวด้วยความยินดีปรีดา ก่อนจะเบรกตัวโก่งเดินวกกลับมาบ้านของตัวเองแทบไม่ทัน

ไม่ได้ๆ ให้หมอชินเห็นเราในสภาพป้าแม่บ้านอย่างนี้ไม่ได้

คิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที กางเกงขาสั้นตัวโปรดถูกเหวี่ยงออกเป็นกระโปรงผ้าชีฟองสีหวาน เสื้อยืดตัวเขื่องถูกพับเก็บเอาไว้ เปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามสีขาวเข้ากันดีกับกระโปรง สิตางศุ์ยืนตรวจตราความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมไม่นานนัก เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายตัวไปอีก แล้วเธอจะชวดพิธีสละคานไปตลอดกาล

ใช้เวลาไม่เกินสิบนาที ร่างระหงในชุดใหม่ก็ปราดออกไปจากบ้าน โดยครั้งนี้ไม่ลืมที่จะจับเจ้าใบ้ขังเอาไว้ในรั้วบ้านไม่ให้ตามไปอีก ไม่อยากให้มันแย่งความสนใจจากคชินทร์อีกเป็นอันขาด

 

คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านเรียกรอยยิ้มจากสาวสวยได้เป็นอย่างดี สิตางศุ์มองร่างนั้นอย่างชื่นชม หุ่นก็ดี หน้าตาก็ดี ฐานะก็ดี เพราะดูจากรถที่ขับนี่สิ บีเอ็มซีรีย์เจ็ดสีขาวเชียว คันละตั้งหลายล้าน

เดี๋ยวนะ บีเอ็มสีขาว?

แสดงว่ารถที่เธอเห็นเมื่อวานก็เป็นของคุณหมอรูปหล่อละสิ ไม่น่าเลย...เมื่อวานน่าจะย้อนกลับไปดูบ้านของหมออีกรอบ ไม่อย่างนั้นก็คงจะได้เจอกันไปตั้งนานแล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เจอกันวันนี้ยังดีกว่าไม่ได้เจอกันอีกเลย

“สวัสดีค่ะหมอชิน” หญิงสาวที่เพิ่งมาถึงเอ่ยทักเจ้าของบ้านที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับต้นไม้ที่เพิ่งเอามาลง

“สวัสดีครับคุณตัง” เขาตอบรับ ยืดตัวเต็มความสูง เดินออกไปเปิดประตูรั้วสีขาวให้แขกผู้มาเยือน

“หายไปไหนมาซะนานคะ ไม่เห็นอยู่บ้านเลย” สิตางศุ์พูดออกไปตามจริง แต่เมื่อเห็นสายตาแปลกใจของอีกฝ่ายที่จ้องมองมา ก็รู้ตัวในทันที

“แหม อย่ามองตังอย่างนั้นสิคะ ตังก็แค่ออกมาวิ่งทุกวัน แล้วเห็นบ้านของหมอปิดอยู่ก็เท่านั้นเอง”

เกือบไปแล้วมั้ยละ

“ผมไปธุระต่างจังหวัดมาครับ” คชินทร์ตอบอย่างสุภาพ

“หมอเพิ่งกลับมาถึงวันนี้เหรอคะ?”

“ผมกลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ เผอิญไปแวะรับหลานที่โรงเรียนเลยกลับมาช้าหน่อย” คชินทร์ตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก

“หมอชินนี่น่ารักเนอะ รักเด็กซะด้วย”

คชินทร์ได้แต่ยิ้มน้อยๆ เพราะดูจากท่าทางของเจ้าหล่อนแล้วความหมายว่า รักเด็กนั้นอาจจะแตกต่างจากคำว่ารักเด็กที่ต้องการสื่อแน่ แต่อย่างไรเสีย เขาก็ยังคงต้องรักษาระยะห่างเอาไว้ก่อน เพราะเวลานี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกว่า

“ว่าแต่วันนี้หมอชินพร้อมที่ลองชิมฝีมือตังรึยังคะ” สิตางศุ์ถามลุ้นๆ อยากเหลือเกินที่จะให้คุณหมอหนุ่มติดกับดับกับข้าวแสนอร่อยที่ปรุงขึ้นมาจากหัวใจ เผื่อว่าวันข้างหน้าไปเขาอาจจะต้องเป็นฝ่ายคลานมาหาเธอเองเพราะติดใจในรสเสน่ห์ปลายจวัก

ผู้หญิงอย่างเราๆ มันต้องมีอะไรดีติดตัวไว้บ้าง แล้วจะหาว่านางเอกไม่เตือน

คชินทร์ชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าออกมา “ได้ครับ วันนี้ผมว่างเหมือนกัน”

ได้ยินแค่นี้สาวสวยก็แทบจะกระโดดขึ้นมาตีลังกาขาคู่ คราวนี้แหละจะประโคมใส่ให้หมด ทั้งยาเสน่ห์ น้ำมันพราย สาลิกาลิ้นทอง อะไรก็ได้เท่าที่จะคิดออก เกี่ยวไม่เกี่ยวจุดนี้สวยไม่สน ขออย่างเดียวเท่านั้นให้คุณหมอหนุ่มสุดหล่อหันมาสนใจเธอบ้าง

จัดมา!

“ถ้างั้นเย็นนี้เจอกันที่บ้านตังนะคะ เดี๋ยวตังจะทำกับข้าวไว้รอ”

“ครับ แล้วผมจะเอาเสื้อผ้าพ่อคุณไปคืนด้วย”

“ได้ค่ะแล้วเจอกันตอนเย็น” พูดเสร็จสาวสวยไม่แคร์สื่อก็รีบเดินกลับบ้านทันที เพื่อเตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำแสนโรแมนติกต่อไป

 

“เอ่อ อันที่จริงเราเปิดไฟให้สว่างกว่านี้หน่อยก็ได้นะครับ ผมว่ามันดูมืดๆ ยังไงชอบกล”

คชินทร์เอ่ยทัก เมื่อเห็นทั้งบ้านมีแต่แสงเทียนและแสงจากแชนเดอร์เลียที่แขวนอยู่ด้านบน

“แหม...ก็ดินเนอร์ใต้แสงเทียนนี่คะ จะให้เปิดไฟสว่างโร่เหมือนเปิบต้มแซ่บอยู่ได้ยังไง” สิตางศุ์ค้อนขวับ ก่อนจะยกจานอาหารให้หมอหนุ่มที่นั่งรออยู่บนโต๊ะ

คชินทร์มองไปรอบๆ อย่างกระอักกระอ่วนใจ บรรยากาศมันก็ดีอยู่หรอก ออกจะดีเกินไปด้วยซ้ำสำหรับเพื่อนบ้านคนใหม่อย่างเขาที่เจอกันไม่ถึงห้าครั้ง

“โฮ่งๆ” เจ้าใบ้ที่นั่งอยู่บนพื้นเห่าทักแขกที่นั่งอยู่อย่างดีใจ มันกระดิกหางวิ่งไปมาพันรอบแข้งรอบขาของชายหนุ่มเอาไว้

“ไปเลยใบ้ ไปเล่นกับนังแรบบี้โน่น อย่ามายุ่งกับหมอชินตอนนี้ ให้หมอกินข้าวก่อน” สิตางศุ์เอ่ยปากไล่เจ้าตัวเล็กออกไปไกล ราวกับมันจะฟังภาษามนุษย์ออก เจ้าใบ้อยู่คลอเคลียชายหนุ่มไม่นานนัก ก็วิ่งปร๋อไปคาบตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดออกมาขย้ำเล่น

“มันแสนรู้ดีนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยชม

“ก็เพราะอย่างนี้แหละค่ะ ถึงได้รักได้หลง ดุจริงๆ จังๆ ไม่ลงสักที” เมื่อพูดถึงหมาสุดที่รักสีหน้าของหญิงสาวก็ดูอ่อนโยนขึ้นทันใด

“วันนี้เป็นสเต๊กเหรอครับ?” คชินทร์เอ่ยถาม เมื่อเห็นเนื้อย่างวางอยู่บนจานของตัวเองพร้อมสลัดผัก

“ค่ะ สเต๊กเนื้อสูตรพิเศษ ยังไงหมอชินลองชิมดูก่อนนะคะว่าอร่อยรึเปล่า” เธอยิ้มกว้าง

คชินทร์จึงลงมือหั่นเนื้อที่วางอยู่บนจานออกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะใช้ส้อมจิ้มลงไปในเนื้อชุ่มฉ่ำ กำลังจะใส่มันเข้าไปในปากอยู่แล้วเชียว แต่กลับถูกสาวสวยเบรกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวค่ะหมอชิน!

“อะไรครับ?”

“ตังลืมราดซอสสุดพิเศษ รอแป๊บนะคะ” เธอพูดพลางเอื้อมมือไปคว้าถ้วยแก้วที่บรรจุซอสสีน้ำตาลเข้มเอาไว้ แต่ลืมไปว่าซอสที่ทำนั้นเพิ่งตักออกมาจากหม้อ จึงลวกมือเธอเข้าอย่างจัง

“โอ๊ย! ร้อนๆๆ!” สิตางศุ์รีบชักมือกลับ ศอกจึงปะทะเข้ากับเชิงเทียนบนโต๊ะอาหาร เทียนหลายเล่มล้มระเนระนาด เป็นเหตุให้ไฟลุกพรึ่บขึ้นมา

“ว้าย! ไฟไหม้!!” หญิงสาวดีดตัวออกมาด้วยความตกใจ ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มก็ตกใจไม่แพ้ แต่ด้วยสติที่ดีกว่า จึงรีบดึงผ้าคลุมโต๊ะออกมาสะบัดเพื่อดับไฟ บรรดาจานชามแก้วน้ำที่วางเรียงกันอยู่บนโต๊ะต่างตกลงกระแทกพื้นแตกกระจายไม่มีชิ้นดี รวมถึงอาหารที่เธออุตส่าห์ปรุงขึ้นมาด้วยหัวใจอีกด้วย

“ไม่เป็นไรนะครับ” หลังจากที่ดับไฟได้แล้ว ชายหนุ่มก็ปราดเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนอึ้งอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ด้วยความเป็นห่วง

“ไม่...สเต๊กของฉัน...” เธอครางออกมา สีหน้าเหมือนจะร้องไห้ สเต๊กแห่งความรักที่สู้อุตส่าห์ทำอย่างพิถีพิถันที่สุด จบกัน...แถมยังกลายเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าใบ้ที่วิ่งมาคาบไปกินเสียอีก

สุนัขคาบไปรับประทานของจริง...

คชินทร์มองหน้าเศร้าๆ ของสิตางศุ์ก็อดขำไม่ได้ ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าเธอตั้งใจทำอาหารมื้อนี้แค่ไหน แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

“เรื่องสเต๊กไม่เป็นไรหรอกครับ ค่อยกินกันครั้งหน้าก็ได้ เอาเป็นว่าให้ผมเลี้ยงข้าวคุณแทนแล้วกันนะครับ”

ได้ยินดังนั้นคนที่กำลังโศกเศร้าอยู่ก็เปลี่ยนโหมดเป็นยินดีขึ้นมาทันตาเห็น เพียงแค่ได้ยินว่าอีกฝ่ายหยิบยื่นน้ำใจมาให้ แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์

“หมอชินจะพาตังออกไปกินข้าวเหรอคะ” น้ำเสียงฟังดูมีความหวังขึ้นมารำไร

“เปล่าครับ ออกไปตอนนี้รถก็ติด กว่าจะได้กินข้าวคงหิวตาลายกันไปก่อนแน่” คชินทร์พูดยิ้มๆ แต่รอยยิ้มของเขามันดูมีเลศนัยชอบกล

“งั้นหมอชินจะเลี้ยงอะไรตังเหรอคะ” สิตางศุ์เอียงคอถาม

“พิซซ่าก็แล้วกันครับ เร็วดี แถมอิ่มด้วย”

สิ้นเสียงเรียบปนขำของคุณหมอหนุ่ม หญิงสาวก็แทบจะเอาหัวโขกกับโต๊ะให้ตายอยู่ตรงนั้น สู้อุตส่าห์สร้างบรรยากาศใต้แสงเทียนให้โรแมนติก แถมมีเมนูอาหารสุดเพอร์เฟ็กต์ แต่กลับต้องมาตกม้าตายจากบรรยากาศที่ตัวเองสร้างขึ้น หนำซ้ำอาหารเลิศรสที่สู้ทำด้วยความรักทั้งหมดกลับต้องกลายเป็นมื้อค่ำแสนอร่อยของเจ้าตัวโปรดไปเสีย ยัง...ยังไม่นับรวมถึงมื้อค่ำจานด่วนที่กำลังจะได้กินในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้อีก

อะไรมันจะบัดซบได้โล่ขนาดนี้ คนสวยเครียด!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #738 akkanee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 11:31
    จะฮาไปไหนเนี่ย ยังไงก็สงสารคุณหมอ จะพลาดท่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
    ถ้าปล่อยให้พี่ตังมาวนเวียนแบบนี้ 55+
    #738
    0
  2. #608 กวาง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2554 / 19:28
    จากที่โรแมนติก กลายเป็นฮาซะงั้น สงสัยจะตื่นเต้น
    #608
    0
  3. #539 _wlkin_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 02:56
    แต่อ่านๆแล้ว แลดู คุณหมอก็ดูจะเหมือนรู้ทันนะ อิอิ

    พี่ตังน่าร๊ากก (ต้องเรียกพี่ เดี๋ยวโดนปาดคอ แหะๆ)
    เดี๋ยวไปอ่านตอนต่อไปต่อดีกว่า ชอบเนื้อเรื่องมาก ฮะๆๆ
    #539
    0
  4. #515 *--*ยินดี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 14:14
     โอ๊ย อ่านไป ขำไป เจ๊ตัง อะไรจะฮาได้โล่ขนาดนี้
    #515
    0
  5. #475 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 16:50
    สงสารตังจัง 55+

    #475
    0
  6. #432 september (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 / 19:56
    อิอิ ซวยได้ตลอดเลย
    #432
    0
  7. #257 prawpraw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 16:59

    5555 สงสัยจะไม่มีดวงด้านนี้นะ

    #257
    0
  8. #245 GR*A*CE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 12:57
    นางเอกนี่ฮาทุกตอนเลยอะ น่ารัก ไม่น่าเลยอุสาห์เตรียมอย่างดี หมอชินก็ระวังตัวไปไหนเนี่ย
    #245
    0
  9. #198 ดารานิล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2554 / 10:24
    กำลังปรับอายุของน้องโดไปทีละตอนนะคะ :)
    #198
    0
  10. #189 ladysky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2554 / 13:51

    น่าสงสารดินเนอร์ใต้แสงเทียนล้มไม่เป็นท่า เพราะหนูตัง เอาน่าครั้หน้ายังมีจ้า เอาใจช่วยให้มัดใจคุณหมอให้ได้

    #189
    0
  11. #93 หมอกกลางภู (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 15:53
    หุหุ ยัยกะตังนี่แสบจริงๆ เด็กยังไม่ล่ะเว้น 55 แล้วอย่างนี้แต่งงานไปจะอยากมีลูกหรือนี่ โฮะๆๆๆ
    น่าสงสารว่าที่สามีในอนาคตอันไม่ไกล (เพราะชีช่างพยายามเกินร้อน กร๊าก) จะทำไงล่ะคราวนี้
    ดูสิอุตส่าห์ใช้เสน่ปลายจวักหวังมัดใจคุณหมอ ก็ฟังซะงั้น 555 ลาบปากเลยตกอยู่ที่เจ้าใบ้
    หมาอะไรน่ารักไม่เหมือนเจ้าของ เจ้าเล่ห์ชะมัด หุ หุ
    #93
    0
  12. #40 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2554 / 20:32
    ฮ่าๆๆๆๆๆ ให้ตายเถอะ ขำทุกตอนเลย ไรเตอร์โคตรเก่ง อยากแต่งนิยายได้อย่างนี้บ้างง่ะ
    #40
    0
  13. #35 suket (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2554 / 17:40
    ตามมาอ่านแล้วนะค่ะ นางเอกน่ารักจังเลย สามสิบเอ็ดยังไม่แก่หรอก ก็แค่ย่างเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวก็เท่านั้นเอง^^
    #35
    0