DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 16 : Ch 16 - โลกหมุนไวจนตามไม่ทันหละพี่บัวลอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    12 เม.ย. 58


16

โลกหมุนไวจนตามไม่ทันหละพี่บัวลอย

 

 

 

P.Peace

08.15 ( โช มึงตื่นยัง?

 ตื้ดดึง!

RATIO-STARBUCKS

ว่า? ) 08.16

P.Peace

08.18 ( มึงคิดว่ากูเป็นยังไงสำหรับพวกมึง?

 

ฟึ๊บ!

RATIO-STARBUCKS

ยังไง? แง่ไหน? จริงจังเท่าไหร่? จะให้เอาจริงหรือกวนตีน?  ) 08.19

P.Peace

08.19 ( กูจริงจังนะฟาย นี่เครียดจนนอนต่อไม่ได้เนี่ย!

08.19 ( ที่จริงก็เกือบนอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นมากูก็คิดหนักอีก

08.20 ( หรือช่วงนี้พระเสาร์เข้าวะ? กูควรไปทำบุญป้ะ?

ฟึ๊บ!

RATIO-STARBUCKS

เดี๋ยวๆ กูตามมึงไม่ทัน ยังไงนะ? เอาแบบให้กูเคลียร์ด้วยฟาย  ) 08.22

 

P.Peace

08.25 ( กูเหมือนเกย์อ๋อวะ?

ฟึ๊บ!

RATIO-STARBUCKS

เชี่ย! ทำไมจู่ๆ ถึงถามวะ?  ซีเรียสระดับไหนกับคำถามนี้?  ) 08.25

 

P.Peace

08.26 ( โช...ถ้ามึงไม่มีบับเบิ้ลมึงจะจีบกูไหม?

ฟึ๊บ!

RATIO-STARBUCKS

เฮ้ย! ไม่หวะ มึงเพื่อนกู และไม่ใช่เบิ้ลกูก็ไม่เอาหรอก  ) 08.26

ยังไงวะมึง ทำไมจู่ๆ ถึงถาม มีไรบอกกูได้นะ ) 08.27

P.Peace

08.27 (   พี่โมจูบกู

 

 

ฟึ๊บ!

RATIO-STARBUCKS

เดี๋ยวกูโทรไป ) 08.27

 

 

ไม่ทันได้ปิดหน้าจอโปรแกรมแชทไป หน้าจอก็ฉายภาพเพื่อนสนิทที่เพิ่งบอกว่าจะโทรมา พีชเลยรีบลุกจากที่นอนแล้ววาดนิ้วรับสาย

 

“อืม” ให้พูดตรงๆ ว่าตอนนี้แทบไม่มีเสียง โชคดีมากๆ ที่เขาไม่มีอาการแฮงค์จากเมื่อคืน เพราะกินพารากันเอาไว้ และเพราะพาราที่กินเนี่ยแหละที่ทำให้เขาหลับทั้งๆ ที่สมองยังคิดเรื่องที่คุยกับพี่โมเมื่อคืนอยู่ไม่หยุด

 

(ยังไงมึง ไหนเล่ามา ตอนไหน เมื่อไหร่?)

 

 

“นี่มึงห่วงกูอยู่ใช่ป้ะ ไม่ใช่แค่อยากเสือกเรื่องกู” ผมตอบออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แสบคอชิบแต่ก็ยังไม่มีอารมณ์อยากจะลุกจากเตียงนอนไปทำอะไร

 

(ทั้งสองอย่างอ่ะ อย่าลีลาดิมึงเล่ามาดิ๊)

 

“สัญญาก่อนว่าจะไม่บอกคนอื่น กูไว้ใจ และอยากให้มึงรู้เรื่องคนเดียวสำหรับตอนนี้” พูดตรงๆ ผมเองก็ไม่ได้อยากปิดเพื่อนทุกคนหรอกครับ แต่ผมไม่รู้ว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไอ้จูบกับผู้ชายเนี่ยปกติเขารับกันได้ไหม? หรือยังไง? ดังนั้นคนที่ไว้ใจ และสามารถปรึกษาได้ตอนนี้เลยมีไอ้โชคนเดียว

 

(เออ! สัญญา)

 

“ตั้งแต่วันที่ปิดร้านเลี้ยงรับ ที่กูหายไป”

 

(อ้ออออออ งี้นี่เอง ตอนนั้นทำโกหกกูนะ)

 

“เออ มึงจะให้กูประกาศรึไงว่ากูโดนพี่โมดูดปากแล้วเผ่นหนีเหมือนนางเอกหนังช่องเจ็ด” ไอ้นี่มันยังไง คิดผิดป่าววะเนี่ยที่ปรึกษามัน

 

(เออๆ กูเข้าใจ แล้วมึงรู้สึกยังไง?)

 

นั่นไง คำถามแบบเหมือนกดคอนโทรลบวกซีแล้วกดคอนโทรลบวกวีมาวางไว้แบบสำเนาถูกต้องเหมือนไอ้เฟิร์สลูกพี่ลูกน้องของผมเลยครับ ตอนนั้นยอมรับว่าแอบโกหกมันไปด้วยอารมณ์ไม่อยากยอมรับความจริงพยายามหลอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรไปกับรสจูบนั่น และไม่ได้ใจสั่นเลย แต่ความจริงที่รู้อยู่แก่ใจ แต่เขาแค่กลบไว้ด้วยเหตุผลที่ได้หยิบยกขึ้นมาว่า “พี่โมเมา” เท่านั้นเอง

 

“อืม...”

 

(อืมนี่คือเชี่ยระ? กูไม่เก็ท)

 

“เออ...”

 

(ทดลองเป็นคนฟังคำถามกูไม่รู้เรื่องหรอครับ?)

 

“เออๆๆๆๆ กูรู้สึกดี ไอ้เชี่ย....กูเป็นไรวะ? คือกูไม่ได้รังเกียจที่โดนแบบนั้นอ่ะมึง!” ผมนั่งกุมขมับกับสิ่งที่ตัวเองรู้สึก และพูดตอบเรโชออกไป คำตอบที่ได้คือเสียงหัวเราะขึ้นจมูกจากปลายสาย ซึ่งยอมรับเลยว่าถ้ามันอยู่ใกล้ๆ กระโดดถีบยอดหน้าไปแล้ว เสียงหัวเราะมันโคตรกวนประสาทเลยให้พูดตามตรง!

 

 

(มึงไม่รอดแล้วพีช มึงโดนของพี่โมแล้วหละ กูพูดเลย)

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

หลังจากที่วางหูจากเรโชผมก็เหมือนคนโดนอะไรบางอย่างเข้าสิง เหวี่ยงมือถือแบบไม่แคร์ว่ามันจะแพงขนาดไหน ก่อนจะลงไปดิ้นพราดๆ กับเตียงนอนอีกครั้ง จนกระทั่งได้ฤกษ์มามหาวิทยาลัยก็ปาไปเกือบสิบโมง บอกเลยว่าสภาพเหมือนคนทดลองเป็นซอมบี้ฝึกหัด ไม่ติดว่าวันนี้มีคาบพละที่เขาต้องเข้าเพื่อเก็บชั่วโมงกิจกรรม ไม่มีทางที่จะเห็นพิชญ์พลยืนเหมือนคนหมดแรงในโรงยิมมหาวิทยาลัยได้แน่นอน

 

“มึงตายยัง?” เสียงทักจากเพื่อนสุดรักของผมหน้ามนคนเดิมอย่างไอ้เติร์กที่เอาเท้าเขี่ยขาผมที่กำลังนอนอยู่บนแสตนด์ไม้ในโรงยิม ดูพฤติกรรมก็รู้ว่าผมเป็นที่รักของมันขนาดไหน

 

“ยังสัด” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเตือนระดับสามก่อนจะเอาขาปัดเท้ามันออกเรียกเสียงหัวเราะจากไอ้เติร์กได้ไม่น้อย เออ...วันนี้ทำไมมีแต่คนหัวเราะใส่ผมวะ?

 

“เป็นไรมึงมาคลุกอยู่ในโรงยิมเนี่ย ไม่ยอมไปหาพวกกูที่โรงอาหาร” ไอ้เติร์กมันลงมานั่งขัดสมาธิที่พื้นไม้แล้วนั่งจ้องหน้าผม โธ่! ไอ้หน้าแมวนี่ก็ถามไม่คิด ถ้าไปโรงอาหารก็เจอพี่โมดิ มึงอย่าลืมสโมคณะเรามันอยู่ในโรงอาหารเว้ย!!!

 

อันนี้ที่เพิ่งอ่านไปได้แค่คิดในใจครับ บอกเลยว่าไม่กล้าพูดออกไปหรอก ฮืออออออ ไม่ได้ป๊อดนะเว้ย! แค่ไม่กล้าเฉยๆ

 

“กูไม่หิว และไม่ค่อยสบายอ่ะเลยมาหาที่นอน” ผมตอบมันออกไปโชคดีที่เติร์กมันไม่ได้สงสัยอะไรต่อนอกจากคำถามที่แสดงถึงความห่วงใยไม่ว่าจะเป็น “กูบอกแล้วว่าเบาๆ บ้างกับพี่โมหนะ” หรือไม่ก็ “เมื่อคืนพี่โมไม่ปล่อยกลับห้องใช่ไหม” ถุ้ย!!!!! ดูมึงห่วงใยเพื่อนเหลือเกิน ฟายยยยยยยยย

 

“อย่ากวนกู เดี๋ยวอ้วกใส่แม่ม” ผมโบกมือไล่ไอ้เติร์กให้ไปไกลๆ พูดตามตรงรำคาญเสียงมันมากจนอยากยกเท้าถีบมันสักที แต่โชคดีที่ตอนนี้มันว่าง่าย และวิ่งไปวอร์มร่างกายเพื่อเข้าสนามไปเล่นบาสกับเพื่อนคนอื่นๆ

 

เออ ไปไกลๆ ก็ดี ขอมุมสงบให้ผมบ้างเถอะ!

บอกเลยช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะยิ่งกว่าตอนสอบแกทเชื่อมโยงอีกพูดเลย!

 

ยังไม่ทันได้หลับตาพักความมึนงงในหัวดี จู่ก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งบนหัวจนต้องจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ มารตัวไหนถึงได้มาก่อกวนเขาอีกหละคราวนี้!!

 

“ผมได้ยินมาว่าคุณไม่ค่อยสบาย เป็นอะไรมากรึเปล่า?” ระหว่างที่ก่นด่าไอ้คนมาใหม่ในใจ จู่ๆ เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นเสียก่อน บอกเลยว่าถ้าจำเสียงนี้ไม่ได้มึงความจำเสื่อมแล้วหละ! และพอลืมตามองเท่านั้นแหละ!!

 

อื้อหือ!! เต็มสองลูกกะตาเลยครับ!!!

 

“เฮ้ยยยยยย!!! พี่โม!!!!” และด้วยความเป็นโรงยิม เวลาที่ใครแหกปากอะไรไปเสียงมันจะก้อง และได้ยินจนทั่วกันโดยไม่เว้นกรณีของผม ทุกสายตาในโรงยิมมองมาทางเดียวกัน ไหนจะเสียงผิวปากของพวกพี่ๆ ในสโมที่ผมหันไปมองแม่มยกมาทั้งฝูงเลย ห้องสโมพวกมึงไม่อยู่กันอ๋อวะ? มาสิงโรงยิมเนี่ย!

 

“ไม่ต้องตะโกนเรียกชื่อผมขนาดนั้นก็ได้ ผมจำชื่อตัวเองได้ครับคุณ” พี่โมพูดติดขำ ใบหน้าหล่อกำลังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างๆ ที่ส่งผลให้หัวใจผมกำลังเต้นผิดจังหวะ....

 

มึงไม่รอดแล้วพีช มึงโดนของพี่โมแล้วหละ

 

จู่ๆ คำพูดไอ้เรโชที่บอกผมเมื่อเช้าก็ผุดขึ้นมาในสมองจนต้องส่ายหน้าแรงๆ เพื่อไล่ไอ้คำพูดบ้าๆ นั่นออกไปจากหัว

 

“เฮ้ เฮ้! คุณโอเคไหม? ไปหาหมอรึเปล่า!” และเป็นพี่โมอีกครั้งที่เอื้อมมือมาจับใบหน้าผมไว้เพื่อให้หยุดการกระทำนั้น เหมือนจะช่วยแต่แม่มไม่ช่วยอะไรเลย!!!!

 

ฮือออออออ!!!

ไมต้องใจเต้นแรงแบบนี้วะ!!!!

 

“เฮ้ยๆๆๆๆๆ พี่ผมไปเข้าแถวก่อนนะจารย์มาแล้วววว” ผมถอยหลังกรูก่อนจะรีบวิ่งไปกลางโรงยิมที่เพื่อนเริ่มจัดแถวเมื่อเห็นอาจารย์ประจำวิชาเดินมา แอบเหลือบมองพี่โมที่ตอนนี้พี่เขากลับไปหาเพื่อนที่รออยู่อีกฝั่งของโรงยิมเรียบร้อยแล้ว

 

มาทำอะไรกันในโรงยิมวะ??

 

ปี๊ดดด!!!

 

ไม่ทันที่ความสงสัยจะได้คำตอบ เสียงนกหวีดส่งสัญญาณเริ่มเกมส์แย่งลูกในสนามก็เกิดขึ้น โชคดีที่คราวนี้ผมโอ-นอยออกได้ข้างไอ้โชกับไอ้พอลที่เป็นตัวบ้าพลังอยู่แล้วเลยไม่จำเป็นต้องออกแรงอะไรมาก อีกอย่างไอ้ตัวการ์ดอย่างผมก็ทำได้แค่กันๆ ขวางๆ อีกทีมไม่ให้แย่งลูกไปได้ และผมคงทำหน้าที่การ์ดแบบเมาๆ อย่างนี้ และมันคงผ่านพ้นได้ด้วยดีถ้าไอ้สายตาเวรๆ ไม่เหลือบไปเห็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยกำลังยื่นน้ำให้ร่างสูงที่คุ้นเคยก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำให้อย่างสนิทสนม

 

เฮ้ยยยยยย!

นั่นอะไรวะ???

พี่แพรก็ไม่ใช่! แล้วใครวะ????

 

 

“ไอ้พีชรับ!!!!

 

“เฮ้ยยยยย!!!

 

 

“พลั๊ก!!!

 

 

“เชี่ยยยย!!!

 

“ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมตั้งรับไม่ทัน หลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อจากสมาชิกในทีมก่อนจะหันไปตามเสียงเรียก และสบถร้องลั่นด้วยความตกใจเมื่อไอ้ลูกบาสสีส้มดิ่งตรงมาหาด้วยความเร็วจากคนส่ง และไม่ทันได้ที่จะตั้งสติแล้วยกมือรับลูกที่เพื่อนส่งมาให้

 

ผลก็คือ

“เลือดกำเดาไหลแล้วไอ้พีช ยังยืนบื้ออีกมึง!!!!” ไอ้พอลที่อยู่ใต้แป้นอีกฝ่ายเพื่อรอรับลูกทำคะแนนให้ทีมเห็นผมที่ยืนนิ่งไม่สนใจไอ้ลูกบาสบ้าบอนั่นแล้ว ว่ามันจะกลิ้งไปไหน ไม่สนใจว่าใครจะมีสีหน้ายังไง และอาจารย์ที่เป่านกหวีดให้หยุดการเล่นชั่วคราว

 

ตอนแรกก็ไม่รู้สึกอะไรหรอกจนกระทั่งได้ยินเพื่อนบอกว่าเลือดกำเดาของตัวเองกำลังไหล เท่านั้นแหละ อื้อหืออออ รู้เลยครับ ไอ้ความรู้สึกเจ็บปวดโหมเข้ามาที่ดั้งจมูกจนต้องทรุดแล้วกุมมันไว้ราวกับว่ามันกำลังจะหลุดออกไป มือหนาของพอลเอื้อมมือบีบจมูกแล้วให้ผมตั้งหน้าตรงปกติ

 

ไอ้โชเถียงคอเป็นเอ็นว่าต้องเงยหน้าขึ้นแต่อาจารย์แกบอกว่าท่าปฐมพยาบาลของไอ้พอลนั้นถูกต้องเพราะหากเงยหน้าอาจจะเสี่ยงต่อการที่เลือดไหลเข้าหลอดลมได้ ซึ่งไอ้เรื่องที่ผมเชื่อมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าเวลาเลือดกำเดาไหลต้องเงยหน้ามาตลอดเป็นอันพับไป แต่นี่ไม่ใช่ชั่วโมงวิชาสุขศึกษาที่ต้องมาสอนวิธีปฐมพยาบาล ได้โปรดพายเรือกลับมาที่ฝั่งแล้วสนใจเรื่องตรงที่กำลังโฟกัสประเด็นอยู่

 

“เจ็บโว้ยยยยยย!!!” ไม่สนใจแล้วครับว่าอาจารย์จะอยู่ตรงนี้หรือว่าอะไร ไอ้อาการปวดร้าวที่ดั้งมันทำเอาผมน้ำตาไหลออกมาแบบไม่สนใจภาพพจน์แล้ว โฮวววววว ดั้งหักไหมวะกู!!

 

“ผมว่าคุณพาเพื่อนไปห้องพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน อาการไม่ดียังไงจะได้ส่งไปโรงพยาบาล” อาจารย์ประจำวิชาเอ่ยบอกหลังจากดูอาการผมที่ดูจะหนักไม่เบา ไอ้พอลเองก็อาสาตัวเองเพื่อพาผมไปในครั้งนี้โดยมีเรโชที่ตามมาติดๆ

 

คราวนี้คนที่ดูเหมือนจะผิดคือมันเต็มๆ เพราะเป็นไอ้เรโชที่ส่งลูกมา แต่ผมรู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ผิดเลย ผมเองนี่แหละที่โชว์โง่มองหาซากอะไรไม่รู้ทำให้หันมารับลูกเพื่อนไม่ทันทั้งๆ ที่ยังอยู่ในเกมส์แท้ๆ

 

“มึงโอเคป่าววะ กูว่าไปโรงพยาบาลเลยไหมไม่ต้องไปแล้วห้องพยาบาล” ไอ้พอลสีหน้าดูกังวลขณะที่ผ้าเช็ดหน้าก็ของไอ้พอลนั่นแหละที่สละให้ผมอุดจมูกที่โชกไปด้วยเลือดที่ไม่มีทีท่าว่าจะไม่หยุดง่ายๆ

 

โฮววววว

อะไรก็เอาเหอะมึงงงงงง คือไอ้ที่เพลีย เพราะนอนไม่พอแต่เดิมมาบวกกับเลือดไหลนี่อีก บอกเลยว่ากูกำลังจะตาย!! อย่าลีลาครับเพื่อน ก่อนที่จะได้โชว์โง่อีกรอบเป็นลมแม่มหน้าโรงยิมนี่แหละเท่ไม่หยอกเลย!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

“โชคดีที่จมูกไม่ได้หัก แต่อาจจะปวดหน่อยๆ เดี๋ยวหมอจะให้ยาแก้ปวดเอาไว้ทานแล้วช่วงนี้งดขยี้จมูกแรงๆ สั่งน้ำมูกแรงๆ หรือทำอะไรให้กระกระเทือนจมูกเข้าใจไหม?”

 

“ครับหมอ” ผมขานรับหมอหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังก้มลงเขียนใบจ่ายยาอะไรสักอย่างด้วยลายมือที่อ่านยาก ภาษาที่แม่มโคตรไม่เข้าใจ และเขียนหนังสือยืนยันอาการเจ็บป่วยของผมอย่างละเอียดตามที่เพื่อนทั้งสองร้องขอเพราะมันไม่ยอมให้ผมกลับไปเรียนวิชาฟิสิกส์ต่อ และจะเอาให้รับรองแพทย์ไปยื่นให้อาจารย์แทน ซึ่งผมก็ยอมแต่โดยดี เพราะร่างกายที่ล้ามากในตอนนี้บวกกับไม่ได้พิศวาสวิชานี้อะไรมากนัก

 

“คุณความดันต่ำด้วย เดี๋ยวยังไงรีบกลับไปพักผ่อน ปล่อยไว้แบบนี้เดี๋ยวจะป่วยเอา แต่ถ้าอยากเจอผมอีกก็ทำตัวแบบนี้แล้วแวะมาหาได้นะ” หมอตรงหน้ากำลังเล่นมุกตลกอะไรบางอย่างใส่ผม ที่ตอนนี้ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเสียเท่าไหร่ หลังจากที่คุณหมอขยิบตาให้ราวกับกำลังโปรยเสน่ห์ผมทำได้เพียงแค่หัวเราะแห้งๆ ราวกับคนไม่มีสติ และทุกอย่างก็จบลงแค่นั้นและเดินออกมา

 

ไอ้เพื่อนแสนดีทั้งสองที่นั่งรออยู่หน้าห้องตรวจรีบกระโจนเข้ามาหาเพื่อถามไถ่อาการ ซึ่งผมเองก็เหนื่อยมากที่จะพูดอะไรยาวๆ เลยบอกว่ากูโอเค หมอบอกว่ากูต้องพัก และอยากให้อยู่ด้วยความสงบ ซึ่งถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติเพื่อนตัวแสบของผมคงไม่ยอมแน่ๆ แต่คราวนี้มันยอมที่จะนั่งข้างผมไปเงียบๆ ที่หน้าห้องจ่ายยา ปล่อยให้บรรยากาศโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยที่มีเสียงเปียโนโดยแพทย์ที่พักเบรก หรือบุคลากรที่ถูกจ้างมา หรืออะไรก็ตามแต่กำลังบรรเลงให้ฟัง เสียงน้ำตกจำลองที่อยู่ไม่ไกลกำลังทำให้สมองสงบลงได้เยอะ

 

ข้อดีของที่นี่คือไฮเทค หรูหรา และค่อยข้างไม่วุ่นวายเหมือนโรงพยาบาลรัฐบาลที่ไหนซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผมตอนนี้มาก

 

ก็ไม่รู้ทำไมพอใจสงบภาพผู้หญิงคนนั้นที่กำลังดูแลพี่โมก็ผุดเข้ามาในสมอง เรื่องราวดำเนินเริ่มจากจุดนั้นเรื่อยๆ จนถึงตอนที่เขากำลังถูกเพื่อนทั้งสองคนช่วยประคองออกมาจากโรงยิม และตัดวูบไปเมื่อครั้งงานกีฬาเฟรชชี่ที่ผมกำลังถูกใครคนหนึ่งดึงข้อมือให้เดินออกจากโรงยิมเพื่อพามาโรงพยาบาล

 

สถานการณ์ไม่ได้ต่างกันเลย

 

น่าแปลกที่ในจิตใจของผมกลับมีความผิดหวังเคลือบชั้นบางๆ อยู่ในนั้น

 

 

“คิดอะไรอยู่วะ เพ้อเจ้อแหละมึง” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำลังกำชายขาเกงพละขาสั้นสีขาวที่ต้องนี้เปรอะไปด้วยหยดเลือดของตัวเองอยู่บนนั้น

 

คำถามมากมายกำลังผุดขึ้นมาในสมองอีกครั้ง บางคำถามมันไร้สาระจนพีชอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ให้กับความฟุ้งซ่านของตัวเองอย่างเช่น “ทำไมพี่โมถึงไม่ตามมา” หรือ “ทำไมพี่โมดูไม่ได้ตกใจเลยที่เขาได้รับบาดเจ็บ” และอีกมากมายในสมอง

 

นี่เขากำลังตัดพ้อ หรือน้อยใจใครอีกคนงั้นหรือ?

 

นี่แหละสาเหตุที่พีชอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

จะบ้ารึไงวะที่มานั่งคิดคำถามอะไรพรรค์นี้ ยอมรับว่ารู้สึกดีกับสัมผัสวูบไหวในคืนนั้น ก็เพียงแค่เขาเข้ามาทำดีให้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไม่ได้แปลว่าจะต้องไปแบบนั้นตลอดไปรึเปล่าวะ?

 

เรื่องน่าแปลกใจอีกเรื่องคือพีชดันคิดเรื่องนี้จนรู้สึกตัวอีกทีเมื่อเรโชสะกิดบอกว่าถึงหอแล้วเรียบร้อย อีกครั้งที่หันไปบอกลาเพื่อน และขอบคุณที่พามาส่ง

 

และอีกครั้งที่เดินลงจากรถ และปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับห้วงความคิดตลอดทางจนถึงเตียงนอน

 

ผมทิ้งตัวลงนอนด้วยความอ่อนล้าทั้งร่างกาย และสมอง การได้พักผ่อนอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้ก็เป็นได้หละมั้ง หากพักผ่อนเต็มที่พีชคงจะสดชื่นขึ้น และอาจจะทำให้เลิกคิดเรื่องไร้สาระที่น่าขำในหัวตอนนี้

 

ตื่นมาคงดีกว่านี้...

พีชพยายามบอกตัวเองแบบนั้น

 

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 50%

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกอย่างเริ่มต้นจากไอ้ที ไอ้เพื่อนต่างภาคที่สนิทกันตั้งแต่เมื่อสมัยรับน้องตอนอยู่ปีหนึ่ง มันกอดคอลากไอ้ต้นเข้ามาในร้านที่จู่ๆ ก็นัดประชุมสโมนอกสถานที่ และร้านเดอะบาร์หลังมหาวิทยาลัยก็เป็นแหล่งรวมหัวได้สะดวกที่สุดสำหรับพวกเรา พอจะรู้มาบ้างว่าไอ้ต้นเข้าไปโวยวายใส่ไอ้เนที่ทำเกินไปเกี่ยวกับหนังสือขอจัดกิจกรรมนอกสถานที่ของภาคคอม และเขาเองก็รู้สึกเบื่อเกินกว่าจะนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวที่ห้องของตัวเอง

 

พอไอ้ที และไอ้ต้นสมาชิกคนสุดท้ายเข้ามาในห้องเรื่องที่ตนแรกผมคิดว่าจะสอบสวนไอ้คนที่ไปบู้ที่กลางสนามฟุตบอลคณะเปลี่ยนเป็นหน้ามือกลายเป็นหลังมือทันที ทุกคนพุ่งเป้ามาทางผม และสอบสวนถึงอาการแปลกประหลาดที่เป็นที่น่าสงสัยของหมู่เพื่อนๆ และสุดท้ายเรื่องทุกอย่างก็ไม่ได้ออกจากปากของผมเองหรอก แต่เป็นไอ้ทีเพื่อนยาก และไอ้ต้นที่หลุด จนอยากเตะก้านคอให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

น่าแปลกที่เพื่อนๆ ในสโมไม่ได้ดูน่าตกใจเท่าไหร่

 

“น่านไง กูว่าหละ เห็นแม่มชอบเต๊าะน้องแปลกๆ ตั้งแต่วันที่มาคุมรับน้องภาคกูหละ ดามจงดามใจ ถุ้ยยยย! สมภารกินไก่วัดชัดๆ” นี่ไอ้ทีครับที่พูดขึ้น พลางยกแก้วเหล้าที่บรรจุน้ำสีอำพันอยู่เต็มแก้วจรดที่ริมฝีปากเผยยิ้มร้ายๆ ขณะที่ตัวผมเองก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงไม่รู้

 

“เฮ้ยๆๆๆ ใครก็ได้ตามตัวการมาเคลียร์กับเพื่อนกูดิ๊ กูให้สองพันเลย” ไอ้ทีร้องขึ้น เข้าใจครับว่ามันบ้านรวยมากก มากถึงขนาดที่วันนี้พวกพี่ว้ากอย่างเราๆ ได้กินเหล้าบลูเลเบิ้ลแบบลาภปากสุดๆ และเงินมาคนใจกล้าแบบไอ้ก้องมีหรือ จะไม่รับ มันอาสาเป็นคนตามคู่คดีของผมมาโดยบีบคั้นเอาเบอร์น้องจากไอ้ต้นอีกที

 

หลายๆ คนที่เหลือก็พากันพนันลงข้างกันว่าไอ้ก้องมันจะตามน้องมาได้หรือไม่ได้ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไร ถึงแม้หัวใจจะเริ่มทำงานผิดปกติอีกครั้งเมื่อนั่งคิดถึงผลของมัน หากน้องมาเขาจะทำตัวอย่างไร?

 

สุดท้ายเจ้าตัวก็มาจริงๆ ไม่รู้ว่าไอ้ก้องไปตามมาอีท่าไหน เพราะตอนมันโทรหา ผมไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ พยายามตั้งสติกับเกมส์คุ๊กกี้รันตรงหน้า

 

สุดท้ายน้องก็มาจริงๆ ตามที่ไอ้ก้องโทรตาม สงสัยตัวเองว่าทำไมต้องรู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็นเพื่อนๆ ดูให้การต้อนรับน้องดีเหลือเกิน จนกระทั่งแม้น้องมานั่งข้างๆ และชวนเขาคุย ให้พูดตามตรงเลยว่าอยากคุยด้วยใจแทบขาด แต่หากไม่อยากทำอะไรก็ตามที่ทำให้ใจถลำลึกไปมากกว่านี้แล้วจริงๆ เขาเลยเลือกที่จะเงียบ หรือไม่ก็อาการถามคำตอบคำออกไป และไม่สนใจน้องอีกจนน้องเมาแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว และเขาต้องเป็นคนพาน้องกลับมาที่ห้อง

 

สภาพร่างบางที่เอาหน้าเกยกับโถส้วมมันน่าขำพอๆ กับเอ็นดูได้ไม่น้อย น้ำตาที่ไหลออกมาสองข้างจากแรงบีบขย้อนของกระเพาะ และเสียงงัวเงียของเจ้าตัวผมปล่อยให้เขาจัดการตัวเอง และเตรียมตัวเดินออกไปจากห้องนี้เสียที บอกตามตรงมันไม่ดีกับหัวใจของผมเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 ในเมื่อพยายามแล้วก็ควรพยายามให้ถึงที่สุด

หากตัดใจได้แล้ว เขาจะกลับไปเป็นแบบเดิม สามารถคุย และมองหน้าเด็กคนนี้ได้เหมือนเดิม

 

แต่หากกลับไม่ได้ความร่วมมือเอาเสียเลย

ร่างบางที่วิ่งออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ยาสีฟันเต็มปากนั้นทำให้เขาตกใจพอๆ กับขำไม่น้อยจนต้องไล่ให้อีกฝ่ายไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะมาคุยกัน

 

ผมรู้ผมไม่ควรรอ แต่อีกใจก็อยากจะรอถึงแม้ว่าผลมันอาจจะไม่ได้ออกมาดี

 

ระหว่างที่ถูกตั้งคำถาม และตอบคำถามที่สร้างความหงุดหงิดใจให้เขาไม่น้อย คนตรงหน้าเอาแต่ย้ำบอกว่าการกระทำของผมในวันนั้นเป็นสิ่งที่ผมทำเมื่อตอนยังไร้สติ เพราะความเมา ไหนๆ ก็ไหนๆ หละ ควรบอกออกไปเสียที

 

“ไม่ว่าคุณจะพูดคำนี้สักกี่ครั้งผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้นะครับ วันนั้นผมไม่ได้เมา”

 

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมทิ้งไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นไปโดยไม่ถูกห้าม หรือเรียกไว้อีก ในเมื่อไม่ให้ความร่วมมือผมเองก็จะไม่หยุดเหมือนกัน

 

หลังออกจากห้องนั้นแล้วเป้าหมายของโมกุลก็เปลี่ยนไป การพยายามตัดใจนั้นถูกลบออกจากสมอง และเริ่มความคิดใหม่ที่จะจริงจังขึ้นมาทันที

 

เอาเถอะ...

ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเขาจะลองดูสักที

 

และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เขายืนอยู่ตรงนี้ หน้าห้องสี่ศูนย์หกพร้อมกับสัมภาระที่เจ้าตัวทิ้งไว้ที่โรงยิม

 

 

CUT 55%

 

 

“ก๊อกๆ”

 

มือหนาเอื้อมไปเคาะประตูบานไม้สีขาวที่มีป้ายระบุเลขห้องอยู่บนนั้น แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือความเงียบไร้ความเคลื่อนไหวของคนภายในห้อง หลังจากที่ก้มมองดูนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายสามแล้ว เจ้าของห้องสงสัยจะนอนอยู่ด้วยความเพลียร่างกายอยู่ก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่เขาเองก็แขวนของไว้หน้าห้องได้แท้ๆ หรือไม่ก็ลงไปฝากไว้ที่พี่นงค์คนดูแลหอ แต่สุดท้ายความรู้สึกเจ้ากรรมก็กำลังบอกว่าให้ลองบิดประตูห้องดู

 

 

“แกร็ก”

 

ไม่ได้ล็อค?

โมกุลเลิกคิ้วสูงก่อนจะออกแรงดึงประตูออกมาอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ แต่แล้วลูกบิดประตูก็ติดมือออกมาพร้อมกับไอแอร์เย็นที่ประทะเข้าที่ใบหน้า สายตามองหาเจ้าของห้องที่กำลังนอนคลุมโปงหันหลังให้เขาอยู่บนเตียง อยู่ๆ รอยยิ้มก็ผุดบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ เหมือนคนบ้า คนโรคจิต หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เขาไม่สามารถหุบยิ้มนี้ลงได้เลย ก่อนจะรีบเดินเข้าไปแล้วปิดประตูให้เบาที่สุดกลัวว่าจะรบกวนคนที่กำลังหลับอยู่

 

เดินเอาของไปวางไว้ทีโต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อเทโจ๊กที่ซื้อมาให้ก่อนที่จะ

 

 

“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ผมกลับมาถึงหอและนอนพักด้วยความเหนื่อยต่างๆ นานาที่สะสมมา และสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินในห้อง ความจริงตอนแรกกะจะข่มตานอนด้วยกลัวว่าถ้าลืมตาขึ้นมาแล้วจะเจอกับบางสิ่งที่ไม่อาจจะอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่อีกใจก็อยากจะพิสูจน์ว่าเป็นอะไร พอลืมตาขึ้นมาได้เรื่องเลยครับ!

 

ผมแหกปากลั่นห้องทันทีที่ตาสว่าง และกรอบใบหน้าหล่อเหลานั้นเดินเข้ามาภายในห้องจากส่วนระเบียง ไอ้เจ้าของห้วงความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดกำลังปรากฏกายอยู่ภายในห้องของผม!!!

 

อ๊ากกกกก!!!!!

 

“พะ...พี่เข้ามาในห้องผมได้ยังไงเนี่ย!!!” ไม่โวยวายเปล่ายังกระโดดลงจากที่นอนคว้าผ้าห่มติดตัวมาด้วย แล้วยกขึ้นเอาทาบอก คือตกใจอ่ะ อะไรที่ป้องกันตัวเองได้ก็คว้าๆ มา แถมได้สายตาที่มองมาราวกับผมเป็นคนบ้าจากอีกฝ่ายอีกต่างหาก

 

เฮ้! ผมไม่ได้บ้านะ!

 

“เข้ามาทางประตู” เจ้าของเรือนร่างสูงร้อยแปดสิบกว่าๆ เดินไปหยิบโต๊ะญี่ปุ่นที่ผมพับพิงผนังไว้อย่างถือวิสาสะ เขากางมันออกแล้วนั่งลงกับพื้นห้องก่อนจะวางชามที่บรรจุโจ๊กใส่ไข่หอมกรุ่น บอกเลยว่าผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแทบอยากกระโจนเข้าไปหาถ้วยโจ๊กนั่นด้วยความหิวจริงๆ เพราะตั้งแต่เช้ามัวแต่อินดี้ไม่ยอมกินอะไรเลย กลับหอมาก็เอาแต่นอน เจ็บจมูกจนแทบไม่อยากจะทำอะไร แต่ไอ้กลิ่นโจ๊กแม่มก็ทะลวงความเจ็บปวดเข้ามาจนท้องเริ่มร้อง ไม่นั่งเฉยๆ ครับ มือหนากวักมือเรียกก่อนจะตบลงที่พื้นที่ใกล้ๆ เจ้าตัว เพื่อบอกให้ผมไปนั่งตามที่สั่ง

 

 

ถ้าไปนั่งตามที่โดนเรียกนี่ผมง่ายไปป้ะ?

 

เอิ่ม....ทำไมมึงต้องคนโจ๊กยั่วด้วยวะ เฮ้ยๆๆๆๆ เดี๋ยวหมี่กรอบหายกรอบหม๊ดดดดดดด

 

“ไม่หิวเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง เออ...ทำไมต้องมองตอนกูกลืนน้ำลายอยู่ด้วยวะ!!! ว๊ากกกกกกก!!!

 

“อย่าเล่นตัวแล้วมานั่งกินดีๆ เร็วๆ” แม้จะดูเป็นประโยคคำสั่งแต่น้ำเสียงที่ใช้ก็ไม่ได้ดูโหดเหมือนตอนที่พี่โมชอบใช้เวลาว้ากพวกเราเสียเท่าไหร่ บอกตรงๆ เพราะพี่ว้ากสั่งหรอกนะผมถึงยอมนั่งลงดีๆ ไม่ได้มีเหตุผลอื่นเล๊ยยยย นี่เอาจริงๆ

 

“รีบกินก่อนที่มันจะเย็น เห็นเพื่อนบอกว่าคุณยังไม่ได้กินข้าวแต่เช้าผมเลยแวะซื้อให้ก่อนที่จะเอากระเป๋าของคุณมาคืนด้วย” พี่โมพูดขณะที่ผมกำลังจ้วงโจ๊กเข้าปากโดยไม่ได้สนใจความร้อนมันเท่าไหร่ ตอนนี้อำนาจความหิวมันเข้าสิง ผมพยักหน้าคล้ายบอกให้อีกฝ่ายว่าเขารับรู้ ก่อนที่พี่โมจะลุกจากโต๊ะแล้วไปหยิบขวดน้ำจากแพคที่ยังไม่ได้แกะเข้าตู้เย็นมาวางไว้ให้

 

“ระหว่างนี้อย่ากินน้ำเย็น มันจะทำให้จมูกคุณอักเสบไม่หาย แล้วทำไมถึงได้เอาหน้าไปชนลูกบาสแบบนั้น” พี่โมนั่งลงตรงที่เดิมขณะที่ผมกำลังกิน และคำพูดมันเหมือนจะดีหละถ้าไม่ติดว่าไอ้ตอนท้ายมันดูกวนๆ

 

“เพราะหมา” ผมตอบออกไปแบบนั้น เอาจริงๆ ไอ้พี่โมแม่มไม่รู้หรอกว่าผมหลอกด่ามัน หึหึ สมควรโดนด่า กัดผมดีนัก

 

“หมา? หมา? มันขึ้นโรงยิมมาหรอ”

 

เออ เหมือนพี่มันจะไม่รู้ว่ามันโดนผมหลอกด่าจริงๆ ไหนก็ไหนๆ หละเดี๋ยวขอตามน้ำไปก่อนหละกัน

 

“เออ หมาตัวผู้พี่ ขึ้นมาพร้อมหมาตัวเมีย งุ้งงิ้งรำคาญลูกกะตามาก” พูดพร้อมกับเคี้ยวหมูเด้งในปาก บอกเลยว่าวันนี้โจ๊กมันอร่อยกว่าทุกทีจริงๆ

 

“อ้อ สงสัยหมาตัวนั้นมันจะหล่อ คุณเลยเอาแต่มองหมาจนโดนลูกบาสเสยหน้าให้แบบนี้”

 

“คะ...แค่กกก”

 

 

“เอ้า ค่อยๆ กินคุณ ผมไม่ได้แย่งคุณสักหน่อยไม่ต้องรีบ^ ^” ระหว่างที่ไอ้พี่โมพูดถึงไอ้หมาตัวผู้นั่น ทำเอาผมสำลักจนเดือดร้อนให้อีกฝ่ายรีบเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหลังให้ ไอ้หมูเด้ง! มึงจะฆ่ากู!!!

 

เอาจริงๆ ผมเริ่มสังหรณ์หละว่าไอ้พี่โมมันจะรู้ว่าไอ้หมาตัวผู้ที่ผมพูดถึงนั้นหมายถึงตัวเอง แม่มมีชมว่าหมาหล่อด้วย

 

“โหยยย เพิ่งเคยเห็นคนหึงหมานะเนี่ย” เจ้าของเสียงทุ้มยังเอ่ยแซว โอ้ยยยยยยยยยย หึงบ้าหึงบออะไรของมึ๊งงงงงงง ไม่เว้ยยยยยย รุ่นนี้ไม่มีหงมีหึง

 

“อะไร ค..แค่ก! ทำไมผมต้องหึงพี่ด้วย! คะ แค่ก!” ผมโวยวายออกไปก่อนจะไอจนน้ำตาไหล แม่ฮะ ไอ้หมูเด้งปะกี้จะฆ่าพีช ฮือออออออออ ขณะที่ผมกำลังคร่ำครวญอยู่ในใจก็รู้สึกได้ว่าไอ้พี่โมมันเงียบไปเลยหันไปมองหน้าหล่อที่มองมาที่ผมด้วยสีหน้าที่เหมือนคนกำลังจับผิด

 

“นี่คุณ”

 

“อะไรพี่?”

 

แม่ม สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจเลยจริงๆ

 

“ผมไม่ได้บอกว่าคุณหึงผมเลยนะ”

 

เชี่ย......

 

“แสดงว่าหมาตัวนั้นคือผมสินะ?”

 

 

เฮ้ย...

 

“ที่คุณโดนลูกบาสเสยหน้าก็เพราะเอาแต่มองผมหละสิ”

 

หงึก...

 

“คุณกำลังสนใจผมใช่ไหม?”

 

ฮวก....

 

“หลุดมาเสียขนาดนี้ นี่คุณกำลังอ่อยผมอยู่รึเปล่าเนี่ย ผมคิดนะครับคุณ”

 

อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มันใช่ที่ไหนหละเว้ยยยยยยย!!!!! มึงได้คะแนนแกทเชื่อมโยงน้อยใช่ไหม????? เชื่อมโยงบ้าบออะไรแบบนี้ววววว แม่มาเอาพีชไปจากตรงนี้ที!!!!

 

 

“หึหึ” หลังจากที่ผมทำตาเหลือกหน้าช็อคโลก และไม่รู้จะตอบโต้ไปอย่างไรเลยเลือกคว้าแก้วน้ำไปกระดกพรวดเข้าปากแบบถ่วงเวลาหาทางหนีทีไล่ที่ตอนนี้สมองกำลังคิดกระบวนการออกมา แต่...

 

 

“ผมว่าคุณน่าจะเลิกเล่นบาสนะ คราวที่แล้วก็หัวแตก คราวนี้ก็เกือบดั้งหัก หันไปเป็นเล่นอย่างอื่นเถอะ” เหมือนพี่โมจะเปลี่ยนเรื่องแล้วครับ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ผมเหล่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้กำลังนั่งเท้าคางมองมาที่ผมอยู่ ทำไมเรื่องเปลี่ยนแต่ความรู้สึกไม่เปลี่ยนวะ แถมอาการแม่มยังหนักกว่าเดิมอีก

 

เพราะไอ้อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ที่กำลังเกิดทำให้ผมหายใจไม่ทั่วท้องจนเริ่มอึดอัด ไหนจะพยายามบังคับให้ตัวเองแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าอีก และระหว่างกำลังคิดอะไรเพลินๆ มือหนาข้างขวาที่ว่างอยู่ก็เอื้อมมาปัดปรอยผมด้านหน้าออกเพื่อดูรอยแผลจากการเย็บเมื่อครั้งก่อน ก่อนจะไล่ปลายนิ้วแผ่วเบามาที่ปลายจมูก และผมที่เหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์ เหมือนถูกมนต์สะกดจากคนตรงหน้า ที่พอรู้สึกตัวอีกทีก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มจากริมฝีปากของคนที่เคยนั่งอยู่ตรงข้ามกำลังจรดจูบที่ปลายจมูกของตัวเองแผ่วเบา ก่อนจะละริมฝีปากไปนั่งตำแหน่งเดิม และรอยยิ้มกว้างๆ ก็จุดขึ้นจนน่าหมั่นไส้

 

“ท่าทางจะเจ็บ เลยลองรักษาให้ดู เผื่อจะหาย” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขณะที่ ผมเริ่มได้สติเต็มที่

 

ไอ้ ไอ้ ไอ้ ไอ้....$%^&(_)+_)_(*&&%%$@$&*()_ รักษาบ้านไหนของมึ๊งงงงงไอ้พี่โม!!!!

ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

 

จุดนี้พีชจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นในทุ่งข้าวสาลีจริงๆ นะ! เฮียพลับช่วยพีชด้วย!!!!!!! พีชโดนแกล้งงงงงงง! แง้....!!!!!!

 

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.


 






คราวนี้ไม่มีแกล้งหละ เต็มร้อยหละนะจ้ะ
เอ้าไหนแม่ยกพี่โมยกป้ายไฟหน่อยเร็วววววว ฮิ้ววววววววว

#เม้นๆๆ #โอมจงอ่าน #โอมจงเม้น #โอมจงวิจารณ์ #โอมจงรักข้า

5555555
ข้ารักเจ้าเหมือนเดิมนะรีดเดอร์

a solphase



ฮายยยยย หึหึ #หลบของที่ขว้างปามา
อากาศร้อน จิตงุ้งเงี้ยวและป่วย
รอลุ้นตอนเย็นเด้อค่า



ฮายยยยย วันนี้ไม่พูดเหมือนเมื่อวานหละ จำได้ว่าพิมพ์ไปเยอะมาก
T_______T แต่ทำไมมันถึงหายไปไม่รู้ มาลงให้ 50% แล้วค่ะ
เม้นให้กำลังใจซอลด้วยน้า เมื่อคืนมีคนเข้ามาอ่านเยอะมากเลยแต่คอมเม้นน๊อยน้อย
#โหมดน้อยใจคนอ่านประหนึ่งพีชน้อยใจพี่โม

และก็ขอประชาสัมพันธ์เรื่องการรวมเล่มของนิยายเรื่อง Impossible Love
ที่ตอนนี้เปิดลงชื่อจอง #เป็นการจองชื่ออย่างเดียวยังไม่โอนเงินเลย
ใครสนใจคลิกลิงค์ด้านล่างได้เลยนะคะ เพราะอาจจะไม่มีรีปริ้นท์อีกสำหรับเรื่องนี้

Click Here

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
บาย

a solphase
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3130 yayee25 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 13:15
    พี่โมรุกหนักมากกก
    แอร้ยยย เขินแทน
    #3,130
    0
  2. #3087 Gulrat1122 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:37
    คบเหอะ
    #3,087
    0
  3. #3057 editionzeed (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 19:59
    อ้าดดกกกกกก เขินโว้ยย
    #3,057
    0
  4. #3041 wamt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 20:23
    เขินทำไมเขินแบบนี้
    #3,041
    0
  5. #3009 #DESTINY# (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 23:32
    ฟินๆๆๆๆๆๆ ฟินมากๆเลย อ้ากกกกกก ><
    #3,009
    0
  6. #2998 ikonyg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 20:38
    โอ้ยยยยย เอ็นดูน้องพีชพี่โมรุกน้องแล้วอะะะะ
    #2,998
    0
  7. #2960 namhom-3449 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:18
    พี่โมรุกหนักมากกก555
    #2,960
    0
  8. #2933 Patsorn Srisopa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 01:19
    น่ารักอ๊าาาาา เขินมาก ฟินมากด้วย ร้องหาแม่ กะพี่ตลอดดดดด
    #2,933
    0
  9. #2924 Beauty pay (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 09:40
    โอ้ยยยย เชี่ยกูเขินน
    #2,924
    0
  10. #2812 janeicelet (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 01:16
    พี่โมเรารุกไม่เกรงใจคนอ่านเลยฮะ อิจจจจจ
    #2,812
    0
  11. #2789 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 13:00
    เขินพี่โมมมากกกกก้ฟยืดฟบืกาหหทมแงกหแทกาT////T
    #2,789
    0
  12. #2615 KiHaE*129 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 14:03
    ฮิ้วววววววววววววววววววววววว
    55555555555555555555555
    อีพี่โมได้ทีจัดไม่ยั้ง
    #2,615
    0
  13. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 18:32
    โง้ยยยยยยยยยยยยย เขินอะ น่ารักจนเราเขินเลย ><
    #2,436
    0
  14. #2244 Kluczif (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 01:48
    ตอนท้ายๆนี่ทำเอาฟินจนเก็บอาการไม่อยู่เลย
    #2,244
    0
  15. #2231 P.Secret (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 17:01
    โหยยยย งานนี้ไม่หลงก็ไม่รู้จะว่าไงละ
    #2,231
    0
  16. #2199 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 11:31
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด พี่โมน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น้องพีชเจ็บตัวตลอด ถถถถถถถถ พี่โมก็ดูแลตัลหลอดดดดดด หมั่นไส้แรวงงงงงง เขินนนนน
    #2,199
    0
  17. #2085 ~Friendship!~ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 12:33
    อร้ายยยยยยย พี่โมรุกแล้ว เขิลเวอร์
    #2,085
    0
  18. #2080 Dairy-nana (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 18:56
    งื้ออออออ //ชูป้ายไฟค่ะ 55555
    #2,080
    0
  19. #2027 ony.pp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:50
    พี่โมน่ารักมากๆๆๆๆๆ>
    #2,027
    0
  20. #2009 △ซันนี่บ้านนอก△ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:11
    โอ้ยยย ทำฟินจนจะกระอักเลือดอยุ่หน้าคอมหลายรอบแล้วนะเนี้ย5555
    #2,009
    0
  21. #2008 △ซันนี่บ้านนอก△ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:11
    โอ้ยยย ทำฟินจนจะกระอักเลือดอยุ่หน้าคอมหลายรอบแล้วนะเนี้ย5555
    #2,008
    0
  22. #1976 MickyEeyor (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 21:20
    กรี๊ดดดดดด สารภาพโลยว่านี่เม้นแรก!! และจะไม่ยอมให้เป็นเม้นสุดท้ายด้วย!! กรี๊ดดดเดดดเดดดดดด ไรท์ฆ่าเค้าทางอ้อมมมมมมมม //โดนโมพีชคิล
    #1,976
    0
  23. #1963 byfoam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 10:41
    พี่โมรุกแล้วชิม้ายยยยยยยยย พีชนีลูกแงมากเอะอะฟ้องแม่ฟ้องเฮียพลับ 555
    #1,963
    0
  24. #1877 XT Volume (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 09:30
    กรีดดดดดดดดดดร้องงงงวงงงงวงง รุกเลยรุกเลยรุกเลยรุกเลยรุกเลยรุกเลยยยยยนนยน พี่โมมมมมมมมวววววววววววววววววว 55555 ฟออินอมาก ณ จุดๆนี้ ฮิๆๆๆๆ ชอบค่าาาา ติดตามมมม >3<
    #1,877
    0
  25. #1865 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 09:50
    เฮียโมน่ารักอ่ะ มีหยอดด้วย
    #1,865
    0