DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 17 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    12 เม.ย. 58



17

สรวน อ่านว่า สะ-รวน

 

 

 

สวัสดีทุกคนนนนน ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากกกก นอกจากชีวิตดีจริงจริ๊งงง นอกจากเจ็บจมูกเสียเหลือเกิน แต่ต้องมานั่งแหกปากร้องเพลงเชียร์ในโรงยิมคณะที่แสนจะอบอ้าวในฤดูฝนที่ร้อนอย่างกับไอ้โรงยิมบ้านี่มันตั้งอยู่ที่เส้นศูนย์สูตรโลกพอดี

 

เมเด เมเด รถโรงพยาบาลมาด่วน ผมจะตายหละว้อยยยยยยยยย!!!

 

“มึงไหวป้ะวะพีช หน้ามึงซีดมาก” ไอ้พอลเพื่อนเกลอที่สละชีพมาลงแสตนด์เป็นเพื่อนผมหันมาถามระหว่างที่พี่ๆ ปีสามปล่อยให้พัก ไอ้นี่ก็ดีเสียเหลือเกินครับ เมื่อกี้มันแทบจะเอาชีวิตตัวเองไม่รอดจากการถูกลวนลามจากยานลูกที่ลงทุนปีนป่ายแสตนด์ขึ้นมาช่วยจับไม้จับมือไอ้พอลให้ถูกที่ถูกทางที่ยานแม่มันยืนสอนอยู่ข้างล่าง

 

ไอ้หน้าตาที่แทบร้องไห้ของไอ้พอลเมื่อครู่ทำเอาผมแทบกลั้นขำไม่อยู่ ไม่อยากจะคิดภาพว่าถ้ายานลูกพวกนั้นยังตอแยไอ้พอลไม่เลิกแบบนี้มันจะน้ำลายฟูมปากตายรึเปล่า

 

“กูอ่ะโอเค แต่ร้อนนิดหน่อย แต่มึงเหอะระวังโดนดูดไปต่างดาวนะมึง” ผมพูดแซวมันเบาๆ พร้อมหัวเราะครับ ไอ้พอลเบ้ปากก่อนจะด่าผมเป็นคำหยาบคายที่ไม่ออกเสียงอีกต่างหาก ครื้นเครงพอได้พัก และดื่มน้ำท่าสักพักก็มาเริ่มซ้อมเพลงเชียร์ต่อ ปีนี้คณะเราได้สีเหลืองครับ เหมือนพี่ๆ เค้าจะมาตีมฟาโรห์กัน

 

บอกเลยว่างานกีฬาสีมหาลัยนี้เค้าน่ากลัวจริงๆ แต่ละคณะนี่ไม่มีใครยอมใคร และไฟท์ศักดิ์ศรีคงเป็นแพทย์กับวิศวะ จนขนาดที่พวกผมแซวไอ้โชว่ามันเป็นไฟท์เตียงหัก เพราะบับเบิ้ลแฟนไอ้โชก็ลงแข่งบาสเหมือนกันครับ เอาซี่! อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าโชคชะตามันจงใจกลั่นแกล้งไอ้โชให้แข่งกับแฟนมันจะทำหน้าแบบไหน

 

พอๆ ครับ อิพี่ยานแม่มันเดินหน้าโหดออกมาหยุดยืนที่หน้าแสตนด์เรียบร้อยแล้วครับ ตามด้วยยานลูกที่วันนี้แต่งหน้าแต่งตาจัดเต็มมากๆ มากันอีกทียืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อทำหน้าที่คอยจับตาดูคนที่ทำท่าไม่ถูกแล้วไปสอนให้แบบตัวต่อตัว ซึ่งหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาไม่เห็นพวกนี้เดินไปคุมพวกผู้หญิงเลย ซึ่งก็มีไม่น้อยนะครับ แต่ก็ไม่มากเหมือนกัน และระหว่างที่เหล่ายานน้อยๆ ช่วยยานแม่กำลังแจกอุปกรณ์ที่เรียกว่าแพลตนั้นกับแสตนตามรหัสสีอยู่สายตาผมก็เหลือบมองกลุ่มผู้มาใหม่ที่เดินถือลูกบาสเข้ามาด้วย

 

การมาของคนมาใหม่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียว

 

เพราะมันเป็นกลุ่มนักกีฬาบาสของคณะเราทั้งตัวจริง และตัวสำรอง และผมคงไม่เดือดร้อนเลยถ้าหนึ่งในนั้นไม่มีไอ้พี่โมอยู่ด้วย!

 

โอ้ยยยยยยยยยยยยยย!

สมองผมเหมือนจานดาวเทียมเลยทีเดียวครับ เมื่อเห็นอิพี่โมเดินมาสัญญาณภาพก็ฉายชัดขึ้นมาบนสมองกับเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายของเมื่อวานที่มันก่อคดีเอาไว้!

 

ไอ้ความรู้สึกแผ่วเบาที่ปลายจมูกปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่คิดว่าจะลืมๆ ไปแล้วเสียอีก โธ่! มึงจะจำได้ไปทำไมวะไอ้พีช TT

ร้องไห้แพร่บได้ป้ะยานแม่!

 

“เฮ้ยยย มึงโอเคป่าววะพีช นี่มึงเป็นโรคห่าไรป่าววะ เดี๋ยวหน้าซีด เดี๋ยวหน้าแดง ไปพักไหมเดี๋ยวกูบอกพี่เค้าให้” ไอ้พอลที่สังเกตุเห็นท่าทางแปลกๆ ของผมจึงถามขึ้น แต่เรื่องอะไรจะยอมตอบมันวะว่าเป็นอะไร แค่รู้สึกแปลกๆ เท่านั้นเอง ส่ายหน้าให้มันอีกครั้งแล้วหันไปสนใจกับสิ่งที่ยานแม่กำลังอธิบายอยู่ตรงหน้า

 

ประเด็นคือกลัวโดนกินหัวครับ แกงค์นี้น่ากลัวจริงอะไรจริง แถมเป็นคนนอกที่จ้างมาสอนหลีดด้วย ไม่ใช่วิศวะหัวโปกแบบพวกเราต่างหาก

 

ระหว่างการซ้อมดำเนินไปได้ด้วยดี และผมที่กำลังขึ้นแพลตมือตามเสต็ปช้าๆ ที่พี่เค้านับจังหวะให้ และสมองอินกับการซ้อมนี้ไปชั่วขณะ เพียงเสี้ยวหางตาที่ดันไปเห็นร่างสูงที่เดินออกจากสนามซ้อมไปนั่งที่แสตนด์ไม้อีกฝั่งโรงยิม

 

มันคงดีกว่านี้ หากผมละสายตาจากภาพตรงหน้าได้แล้วกลับมาตั้งสติในงานตรงหน้าต่อ ไม่ติดว่าผู้หญิงคนเดิมที่นั่งอยู่บนนั้นยื่นน้ำดื่มให้พี่โม และมือบางที่หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อให้

 

อัลไล!!!!!!!

 

“ไอ้พีช! ยกเพลตๆๆๆ” พอลหันมากระซิบบอกผม เพื่อให้รีบยกแพลตให้ตรงตามจังหวะที่ยานแม่นับ แต่คงสายไปเสียแล้วเมื่อเสียงแว๊ดดังขึ้นลั่นโรงยิมแม้กระทั่งนักกีฬาที่วอร์มอยู่ยังต้องหยุดแล้วหันมามอง

 

“เอชสามสิบสี่ลุกสิ!!!!!” เสียงแหวจากยานแม่สั่งขึ้นมาแบบดังชัดไม่ต้องพึ่งโทรโข่ง และไอ้เอชสามสิบสี่ซึ่งเป็นรหัสเพลตอย่างผมต้องลุกขึ้นตามคำสั่งพร้อมกับประกายแวววาวที่ปรากฏที่สายตายานแม่ และลูกตรงหน้า

 

อย่านะเว้ย มีพระนะเว้ยยยย!!!

อย่าเข้ามานะมึงงงงง!!!

 

“เมื่อกี้ทำผิดรู้ใช่ไหมคะลูก!” ยานแม่ยืนเท้าเอวข้างหนึ่งมองมาทางผม ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดถามด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกจะอ่อนหวานขึ้นไม่ฮาร์ดคอร์เหมือนตอนแรก ซึ่งสิ่งที่เขา หรือหล่อนดีนะ? ทำออกมามันไม่ได้ทำให้ดูน่ากลัวน้อยลงเลยครับ มันน่ากลัวกว่าเก่าอีกต่างหาก

 

หากคุณไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไงให้นึกภาพว่าคุณกำลังเล่นน้ำอยู่ในแม่น้ำอะเมซอนที่เพิ่งรู้ตัวว่ามันมีปลาปิรันย่ากำลังจ้องง๊าบคุณจากใต้น้ำนั่นแหละ ความรู้สึกผมเลย!

 

“ระ...รู้ครับ!” ผมตอบออกไปแบบหวาดๆ ก่อนที่เขา หรือหล่อน(?) จะจุดยิ้มที่มุมปากแล้วสั่งให้ผมนั่งลง

 

“ถ้าทำผิดอีกแม่จะไม่ยอมนะคะ เดี๋ยวจะส่งลูกแม่ไปจัดการระวังตัว!” ไม่พูดเปล่าครับยังหันไปส่งซิกให้อิยานลูกด้านหลังคนขวามือที่เคยมาจัดการไอ้พอลเมื่อครู่ให้จับตาผม แม่มจะดีมากถ้ามันมองเฉยๆ ไม่ได้ส่งสายตาวิ้งวับมาให้ด้วย

 

พูดตรงๆ กูกลัวพวกมึงจนฉี่จะราดหละโว้ย!!!

 

 

“พีชมึงนี่เหม่ออะไรเนี่ย ซวยไหมหละมึง” ไอ้พอลเพื่อนรักคนเดิมครับที่ช่วยตอกย้ำความซวยของผม เหลือบไปมองที่สนามไอ้เพื่อนโชเพื่อนเบลก็มองมาด้วยรอยยิ้มล้อเล่น

 

“มึงโดนลูกบาสกระแทกหน้าเมื่อวานเลยเครื่องสรวนอ๋อ” ไอ้พอลพูดเบาๆ อีกครั้งพร้อมกับยกมือโยกหัวผมเบาๆ เดือดร้อนให้ปัดออกด้วยความหงุดหงิด

 

“สรวนพ่องมึง” ด่ามันระบายอารมณ์แล้วเหลือบสายตามองคาดโทษไอ้ต้นเหตุที่ทำให้เขาโดนแบบนี้ แต่พอมองอีกทีเจ้าตัวก็หายไปแล้ว และผู้หญิงคนนั้นก็หายไปด้วย

 

อีกครั้งที่หัวใจผมตกวูบ และรู้สึกหน่วงแปลกๆ จนต้องสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกบ้าบอออกไป

 

อีกครั้งที่ต้องตั้งสติสนใจกับกิจกรรมตรงหน้ามากกว่าสมองที่กำลังคิดคำถามมากมายไม่หยุด และคงจะจริงอย่างที่ไอ้พอลมันว่า ผมอาจจะโดนกระทบกระเทือนสมองจนเครื่องสรวนจริงๆ เพราะหลังจากนั้นสติก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนโดนยานลูกขึ้นมากำกับถึงที่ โดนจับไม้จับมือ ถือเนื้อต้องตัวอีกสารพัดจนสาแก่ใจยานแม่จนต้องปล่อยเลิกซ้อมเชียร์

 

และผมที่โดนเพื่อนแซวตลอดทางที่เดินจากโรงยิมมาโรงจอดรถ

แต่ที่หงุดหงิดมากกว่าโดนแซวคือ คำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาสมอง

และหงุดหงิดตัวเองที่เอาแต่คิดหาคำตอบให้คำถามเหล่านั้นทั้งๆ ที่มันแทบจะไม่จำเป็นเลย

 

 

นี่ผมกำลังเป็นอะไรวะ???

 

 

CUT 25%

 

 

 

“โครกกกกกกกก!!!” เสียงเรียกร้องจากกระเพาะอาหารดังขึ้น เรียกร้องให้ผมต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผมกำลังทำการบ้านวิชาโปรแกรมมิ่งหนึ่ง ที่จะต้องเขียนภาษาซีให้รันค่าตามโจทย์ที่อาจารย์สั่งมา นี่เป็นหนึ่งในเวรกรรมของเด็กที่เลือกเรียนสาขานี้ เอาตรงๆ ผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่อ่ะนะ ชอบแนวเว็บไซต์มากกว่า แต่นี่เป็นพื้นฐานเลยต้องเรียนใส่หัวสมองน้อยนี่เอาไว้ ว่าแต่เมื่อกี้ผมเริ่มที่ตรงไหนนะ?

 

อ้อๆๆๆ ท้องร้องครับ !

 

เสียงร้องจากท้องเมื่อครู่เป็นอันบอกว่าผมควรจะพักสายตาจากงานตรงหน้าไปหาอะไรกินเสียที พอคิดได้แบบนั้นก็เอื้อมมือมาถอดแว่นสายตาออกแล้วขยี้ตาเบาๆเพื่อคลายความเมื่อยล้าของกระบอกตา ก่อนจะเหลือบมองเวลาจากนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนัง

 

เกือบห้าทุ่มหละ แหม....ชีวิตดีจริงๆ ที่ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่หกโมง เพราะรีบเข้าไปซ้อมเชียร์จนถึงป่านนี้ และทันทีที่คิดได้ก็รีบลุกจากเก้าอี้ก่อนจะขี้เกียจไปมากกว่านี้

 

พวกคุณไม่รู้หรอกว่าตัวขี้เกียจของผมมันร้ายกาจขนาดไหน ถ้าไม่รีบกำจัดหละก็เป็นอันตรายต่อชีวิตแน่ๆ เอาจริงๆ

 

ลุกจากโต๊ะเขียนหนังสือแล้วคว้าเอากุญแจกับกระเป๋าตังค์แล้วเดินออกจากห้องด้วยสภาพเสื้อยืดกางเกงบาสย้วยๆ สมัยมัธยมปลายเดินลงไปหาอะไรกินหน้าปากซอย

 

แต่เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง หรือเรดาห์ผมมันดีเหลือเกิน เพราะหลังจากที่คิดเมนูในสมองเสร็จสรรพว่าอยากกินข้าวผัดปูร้านอาหารตามสั่งที่ตลาดประตูสามของมหาวิทยาลัย ลงทุนเดินมาไกลจากหอกว่าจะมาถึงร้านเล่นเอาเหนื่อยสุดท้ายผมก็ต้องหยุดเดินเมื่อเห็นร่างสูง หน้าตายเวลาอยู่ท่ามกลางเด็กปีหนึ่ง แต่ตอนนี้กำลังยิ้มกว้างให้กับผู้หญิงคนเดิมที่เจอในโรงยิม

 

ผมเลิกคิ้วสูงเดาะลิ้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดกับภาพตรงหน้า บวกกับความอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครแล้วมีความสุขมากรึไง ถึงได้ยิ้มหวานหัวเราะดังลั่นแบบเหมือนร้านนี้มีเพียงเราสองแบบนั้นวะ?

 

แล้วทำไมผมต้องมานั่งยองๆ อยู่ข้างไอ้แต้มหมาพันธ์ปอมของป้าเจ้าของร้านที่นั่งแลบลิ้นแหะๆ ส่ายหางดุ๊กดิ๊ก ทำหน้าแบ๊วๆ ใส่ผมราวกับกำลังถามว่า “เฮ้มนุษย์! ทำอะไรหยอ เค้าเล่นด้วยได้ไหมงะ? ซ่อนแอบมะ?” อะไรอย่างงั้น แต่ไอ้แต้มตรงหน้าไม่ใช่ประเด็นของผมหรอก เพราะภาพตรงหน้ามันเป็นสิ่งที่ต้องสนใจกว่านั้นเยอะเลย!!!

 

“เฮ้ย! มึงมานั่งอะไรคนเดียวเนี่ยไอ้พีช หาเห็บไอ้แต้มกินหรอ?” ไม่ทันที่ผมจะได้หาช่องว่างของพุ่มไม้ดัดริมถนนที่ใช้กำบังพรางกายแอบมองโต๊ะในร้านดี เสียงทักขึ้นทำเอาผมแทบแหกปากดังลั่น โชคดีที่ตั้งสติไว้ได้ หันไปมองหน้าคนมาใหม่ที่ตอนนี้มานั่งยองๆ ข้างๆ ผม และไอ้แต้มก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวเจ้าสัตว์หน้าขนตรงหน้าอย่างเอ็นดู และผมทำหน้าเอือมใส่

 

“พี่ดีพมากินด้วยกันไหมหละครับ สด หวาน มันดีนะ” ผมตอบออกไปพร้อมกับมองไปที่พี่รหัสของตัวเองจนเจ้าตัวที่ได้รับคำตอบนั้นต้องเงยหน้าจากเจ้าหมาน้อยมามองหน้าผมแทน

 

“นี่มึงกวนกู?” ใบหน้าที่ผมเคยชื่นชมกำลังเลิกคิ้วสูงพร้อมไฝว้เต็มพิกัดจนผมต้องแสร้งหน้าใสซื่อแบบเป็นการแก้สถานการณ์ทันทีครับ

 

“เฮ้ย! พี่ดีพ พีชกวนคนไม่เป็นนะ ใสใสพูดเลย” ตอบไม่พอต้องฉีกยิ้มด้วย รอยยิ้มชนะทุกสิ่งไม่รู้ว่ามันจะช่วยจริงรึเปล่า เพราะตอนนี้ผมเห็นพี่ดีพเริ่มทำหน้าเอือมใส่ผม

 

“กูว่าไม่ใช่หละ เฮ้ย! นั่นพี่โมนี่หว่า อยู่กับใครวะน่ารักด้วย!” ไม่ทันที่ผมจะกวนพี่ดีพดี ไอ้พี่รหัสตัวดีของผมดันเงยหน้าไปเห็นร่างสูงที่โต๊ะในร้านอาหารกับผู้หญิงคนนั้นเสียก่อน และเป็นอีกครั้งที่ผมต้องหันไปมองราวกับว่าเพิ่งเห็นอีกคนเหมือนกัน พอเห็นรอยยิ้มกว้างๆ นั่นก็อดเบะปากหมั่นไส้ไม่ได้ ก่อนจะก้มลงมาเล่นกับไอ้แต้มต่อ

 

“กูว่าหละพักนี้พี่โมดูอารมณ์ดีผิดปกติ ที่แท้ก็ได้สาวน่ารักมาดามใจ โธ่! เดี๋ยวกูต้องตามสืบหละ เฮ้ยๆๆๆ ไอ้พีชไปไหนของมึง!!” อย่างที่พี่ดีพมันร้องหละครับ ผมเบื่อที่จะมานั่งฟังอะไรแบบนี้ และหงุดหงิดตัวเองที่มานั่งทำเรื่องงี่เง่าแบบนี้ด้วย ไอ้โปรแกรมข้าวผัดปูแสนอร่อยเป็นอันพับไป ผมเดินข้ามถนนโบกรถกระป๋องแล้วหนีกลับไปตั้งหลักที่หน้าหอพักเอาก็ได้ ไม่มีอารมณ์จะเดินหละ ตอนนี้หงิดระดับระเบิดกรุงเทพได้นี่พูดเลย!!

 

 

จุดจบของมื้อเย็นมาอยู่ที่มาม่าออเรียลทอลสีแดงถ้วยหละสิบห้าบาทในเซเว่นอีเลฟเว่นหน้าปากซอย ด้วยความที่โมโหหิวจัดเลยจัดโบโลน่าหมูพริก สโมกกี้พันเบค่อน และเป๊ปซี่ขวดลิตรเข้าหอไปแบบความหงุดหงิดเต็มแม็ก

 

พูดตรงๆ คือผมไม่ได้หงุดหงิดพี่โมนะ ที่มันจะไปอ้อล้อกับใคร ทำหน้าแบบนี้ไม่เชื่อใช่มะ??

เออๆๆๆๆ สารภาพก็ได้ว่าตอนแรกหงุดหงิดที่มันอี๋อ๋อกับผู้หญิงคนนั้นทั้งๆ ที่ทำเรื่องบ้าๆ ชวนให้ใจสั่นมากมายกับผม แต่ตอนนี้ไม่ได้หงุดหงิดเรื่องบ้าบอนั่นแล้วไง

 

ประเด็นสำคัญคือผมกำลังหงุดหงิดตัวเอง แบบบ้าบอคอแตกไก่กากุ๊กกิ๊กดุ๊กดิ๊กมาก ไม่เข้าใจว่าจะไปหงุดหงิดทำไมกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แบบคือก็ไม่ได้ชอบพี่โมป่าววะ? แบบเอ่อ...ไม่ได้ชอบมั้ง? อ่อมมมม....ก็ผมเป็นผู้ชายไง ใช่ๆ ผมเป็นผู้ชายจะไปรู้สึกแบบนั้นกับไอ้พี่โมได้ยังไงกัน โอเคพีช จงสงบ จงสงบ จงสงบบบบบบบบ

 

อร่อกกกกกก

 

ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเหมือนคนหมดแรงก่อนจะเหวี่ยงถุงเซเว่นไปไว้บนพื้นด้านล่างแบบไม่สนจะกินมันต่อไปแล้ว ระหว่างที่กวาดสายตาไปรอบๆ ห้องราวกับคนพาลก็ดันไปเห็นถุงกระดาษของห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัยที่ผมจำได้ว่าข้างในมันมีขนมราคาแพงหลายกล่องบรรจุอยู่ในนั้นเพื่อขอบคุณที่พี่โมติวแคลให้รวมไปถึงกรอบรูปสีน้ำเงินที่จำได้ว่าผมเคยทำกรอบรูปในห้องเจ้าตัวแตกเลยซื้อมาคืน แต่เพราะเหตุการณ์ที่ไปห้องคาราโอเกะครั้งนั้นเลยทำผมสติแตกไม่ได้ให้เสียที

 

หงึก...

 

ไม่ให้แม่มแล้วดีไหม? เอามาแกะกินให้หมดแล้วเอากรอบรูปนั้นทิ้งเสียดีไหมเฮ้ย!!!!

หงุดหงิดโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

 

 

“ก็อกๆ”

 

ไม่ทันที่จะคิดแผนประทุษร้ายไอ้ถุงบ้านั่นดีเสียงเคาะประตูจากหน้าห้องทำให้ผมได้สติแล้วหันไปมอง

 

“ก็อกๆ”

 

อีกครั้งที่เสียงเคาะดังขึ้นจนต้องตัดใจลุกจากเตียงด้วยความขี้เกียจก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องเพื่อดูว่าใครมันบังอาจมารบกวนผมเวลาอารมณ์ไม่ดีแบบนี้ แต่พอเปิดประตูดูแทบจะปิดประตูทันที ไม่ติดว่าอีกฝ่ายกำลังตีหน้านิ่งใส่วางมาดพี่ว้ากพร้อมกับส่งสายตาว่าหากผมปิดประตูใส่เจ้าตัวศพออกมาไม่สวยแน่ๆ

 

ขุ่นพระ...

ช่วยลูกด้วยเถอะ แล้วลูกจะไปทำบุญจริงๆ เก้าวัดเลยเอ้า!!!

 

“ผมได้ข่าวมาว่าคุณจะไปกินข้าวร้านเจ้เพ็ญ” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นขณะที่ผมเบะปากทำปากขมุบขมิบใส่

 

“แล้ว?” เหมือนจะดูตอบกวนๆ นะครับ อันนี้ก็ยอมรับจริงๆ ว่ากวนอ่ะ อารมณ์ไม่ดีโว้ยยยย อย่ามายุ่งกับพีชน้องเฮียพลับนะเฮ้ย!

 

“ทำไมไม่กิน” พี่โมถามกลับมาก่อนที่ผมจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความไร้สาระของคำถามนั้น

 

“ผมเปลี่ยนใจเลยไม่กิน” ผมตอบออกไปคราวนี้กอดอกจ้องหน้าพี่โมแบบไม่ได้เกรงกลัวอำนาจแล้วครับ

 

“ตลกดี ไม่ใช่เพราะคุณเห็นผมกินที่ร้านนั้นอยู่หรอกหรอ” เหมือนจะไม่มีใครยอมใครราวกับกำลังเล่นเกมส์จ้องตากันอยู่อย่างงั้นหละ อารมณ์ใครหลบตาก่อนแพ้นะเว้ย!

 

“ตลกแล้วพี่ ทำไมผมต้องไม่กินข้าวเพราะพี่นั่งกินอยู่ด้วยมันใช่เรื่องป้ะ?”

 

“นั่นสิ ผมก็คิดว่ามันใช่เรื่องไหมที่คุณต้องเดินหนีออกมาแบบนั้น” แหมะ เป็นตัวแทนโต้วาทีสมัยเรียนมัธยมหรอครับคุณพี่ เถียงอะไรโต้กลับได้หมดทุกประโยคเลยทีเดียวเชียว แล้วไอ้รอยยิ้มที่มุมปากที่แสนจะก่อกวนนั่นอีกหละครับ จะต่อยไหม?

 

“พี่มีธุระกับผมแค่นี้? ถ้าไม่มีผมจะนอนหละ” ผมปล่อยคำโกหกคำโตออกไปเพื่ออยากจะปิดบทสนทนาน่าหงุดหงิดนี่เสียที ถ้าไม่ติดว่าพี่โมแม่มไม่ยอมจบ ผมออกแรงดันประตูเพื่อจะปิด แต่เจ้าตัวก็จับไว้ไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น

 

โง้ยยยยยยย ต่อยกันไหม????? ต่อยกันไหมมมมซ๊าซซซซซซซซซซ

 

“ผมซื้อข้าวผัดปูมาให้ และไม่ต้องกินมาม่าด้วย มันไม่ดีต่อร่างกายเท่าไหร่” ผมมองมือหนาที่ยื่นกล่องข้าวมาให้ด้วยสายตาระแวดระวัง เหลือบมองกล่องข้าวทีหน้าพี่โมทีสลับกันไปมา แถมยังโดยรบเร้าด้วยใบหน้าที่แสดงออกมาเชิงคำสั่งว่าถ้าไม่รับตายแน่อีกต่างหาก

 

สุดท้ายก็ยอมรับแต่โดยดีถึงแม้จะส่งเสียงจิ๊แจ๊ะขัดใจเป็นซาวน์เอฟเฟคประกอบฉาก

 

“อ้อ...แล้วเมื่อกี้เธอชื่ออะตอม เป็นน้องสาวผมเองนะ มาอยู่กับผมช่วงนี้เพราะโรงเรียนปิดประชุมคณะกรรมการ พ่อแม่ผมไม่อยู่เลยมาอยู่หอกับผมเอง ถ้าคุณอยากรู้จักผมจะพามาแนะนำ”

 

“เฮ้ยๆๆๆ พี่อะไร รู้จักอะไรใครยังไง ผมไม่ได้อยากรู้นะ” ผมร้องขึ้นเมื่อเห็นพี่โมกำลังอธิบายถึงผู้หญิงที่อี๋อ๋อด้วยที่ร้านเจ้เพ็ญตามสั่งเมื่อครู่

 

“แต่ผมอยากให้คุณรู้นะ” คนตรงหน้าพูดพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ปรากฏบนใบหน้า และลางสังหรณ์อะไรบางอย่างกำลังสั่งให้ผมจะปิดประตูห้องเสียเดี๋ยวนั้นถ้าทำได้ “ผมไม่อยากให้คนที่ผมชอบมาเข้าใจผิดอะไรแบบนี้หรอก”

 

อร่อกกกกกกกก

 

ตายไหมพิชญ์พล ตายไหมกูวววววววววววววว พี่โมแม่มพูดแบบนี้หมายความว่าไงวะ??????

โง้ยยยยยยยยย!!!

 

“อ้อ อีกอย่าง ในโรงยิมวันนี้ที่คุณปล่อยให้คนคุมเชียร์จับไม้จับมือแบบนั้นผมไม่ชอบนะ ยอมรับว่าหึงนิดหน่อย งั้นหลังจากนี้ระวังตัวด้วยนะครับ อย่าให้โดนจับแบบนั้นอีกผมไม่มีสมาธิซ้อมบาส เข้าใจไหม หืม..”

 

“มันเกี่ยวอะไรกับผมเล่าเว้ย!!!” ไม่ทันที่พี่โมจะได้ตั้งตัว ผมผลักร่างสูงออกห่างจากวิถีเหวี่ยงประตูห้อง ก่อนจะปิดมันลงแล้วล็อกแบบกลัวว่าจะถูกเปิดออกไปด้วยฝีมือพี่โม เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังจากด้านหน้าห้องทำให้ผมอยากเขวี้ยงไอ้กล่องข้าวในมือไปไกลๆ ถ้าไม่ติดว่ามันคือข้าวผัดปูแสนอร่อยที่อยากกิน และมันกำลังส่งกลิ่นเย้ายวนจนท้องร้องขึ้นมาอีก

 

หลังจากตั้งหลักได้ และเรียกสติกลับคืน ตั้งท่าจะกินข้าวเสียทีแต่ไอ้มือถือเจ้ากรรมก็ดันมาสั่นส่งเสียงร้องเตือนว่ามีข้อความเข้าจากแอพพลิเคชั่นแชทชื่อดัง

 

M-O.GUL

คุณหูแดงนะ ส่องกระจกดูยัง  ) 23.45

กินข้าวให้อร่อยนะครับคุณ  ) 23.45

 

 

ฟายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!

หูไม่ได้แดงโว้ยไอ้พี่โม!!!

แม่มมมมมมมม พี่โมทำเครื่องผมสรวนอีกแล้วดิ โยนข้าวแม่มทิ้งดีไหมวะเนี่ยยยยยย!!! ฮือออออออออ!!

 

 

50%

 

 

ไม่มีอะไรย่ำแย่กว่าการที่ต้องตื่นแต่เช้าในวันที่มีเรียนตอนบ่าย และเมื่อคืนนั่งทำการบ้านจนเกือบเช้า พิชญ์พลเป็นอีกคนหนึ่งที่มีสภาวะแบบนั้น ข้อแรกเลยคือเสียงแอพพลิเคชั่นแชทชื่อดัง กำลังดังไม่หยุดจากเพื่อนที่สุดแสนจะเป็นกัลยาณมิตรที่ไลน์มาก่อกวนหลังจากที่ผมพิมพ์ลงไปในหน้ากลุ่มว่าทำการบ้านวิชาโปรแกรมมิ่งหนึ่งเสร็จแล้ว

 

ไอ้พวกที่ยังติดบัก* และหาทางออกให้กับชีวิตไม่เจอก็กระหน่ำถ่ายรูปเออเรอร์ในโปรแกรมมาให้ดู แต่ ณ จุดนั้นไม่ได้อยู่ในสมองผมอีกต่อไปแล้ว ความมึน และง่วงเต็มที่ทำให้ต้องทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอย่างอ่อนล้าสายตา

 

ถึงแม้ว่าใจอยากจะช่วยเพื่อนแค่ไหนอ่ะนะ

 

 

สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้คือพิมพ์ไปบอกพวกมันว่า “ตอนเช้าเดี๋ยวมาดูให้” และพวกมันก็ทำอย่างที่ผมว่าจริงๆ เพราะพร้อมใจกันกระหน่ำทักไลน์นอกกลุ่มมาแบบพร้อมเพรียงยกเว้นไอ้เบลคนเดียว ที่ดูก็รู้ว่ามันทำเสร็จแล้วแต่ซุ่มไม่บอกใคร

 

หลังจากดึงตัวเองให้ออกจากแรงโน้มถ่วงของเตียงนอนนุ่มๆ หมอนอุ่นๆ ขึ้นมานั่งได้อย่างยากลำบากพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสไลด์ปลดล็อกเครื่องเพื่อดูเวลาแล้วนึกอยากร้องไห้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคืนผมเพิ่งได้นอนตอนตีสี่ และตอนนี้เพิ่งหกโมงยี่สิบเท่านั้น เพื่อนสุดที่รักของผม คงต้องรักผมมากเลยสินะถึงได้ทำตัวกันแบบนี้

 

ถึงแม้จะอารมณ์เสียไม่น้อยที่โดนปลุกมาทั้งๆ ที่ยังนอนไม่อิ่มแต่ก็กดดูรูปที่เพื่อนเพียรส่งมาให้ และให้ความคิดเห็นตอบกลับไปจนครบคน ก่อนจะด่ามันเป็นการเฉลิมฉลองอีกทีที่พวกมันทำตัวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของผมสุดขีดขนาดนี้อ่ะนะ

 

“ก็อกๆ” และระหว่างที่กำลังคว้าผ้าเช็ดตัวเพื่อพาตัวเองเข้าห้องน้ำเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน ด้วยความสงสัยเลยเปิดดูก่อนจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นหญิงสาวน่าตาน่ารักกำลังยืนให้อยู่ที่หน้าประตูห้อง

 

และถ้าสมองมันไม่ประมวลขึ้นมาได้เสียก่อนว่าเธอเป็นใครชีวิตผมคงฟินมากกว่านี้อีกล้านเท่าเลยหละ!

 

“สวัสดีค่าพี่พีช หนูชื่ออะตอมน้องพี่โมกุลค่ะ” เสียงเล็กเอ่ยแนะนำตัวอย่างน่ารักพร้อมกับรอยยิ้มตาหยีที่แตกต่างกับพี่ชายเสียเหลือเกิน ไอ้ผมก็ได้แต่ยืนยิ้มแหะๆ ด้วยอารมณ์คนทำตัวไม่ถูก ก่อนที่เธอจะยื่นถุงน้ำเต้าหู้ และปาท่องโก๋มาให้

 

“ให้พี่” ผมเอ่ยถามย้ำพร้อมกับชี้นิ้วให้กับตัวเองเพื่อเป็นการย้ำให้แน่ใจว่าเด็กสาวไม่ได้ให้ผิดคน

 

“อื้อ ตอมซื้อมาให้พี่พีช” เธอพยักหน้าก่อนตอบ และใบหน้านั้นยังประดับไปด้วยรอยยิ้มจนผมเองก็ยังไม่วางใจที่จะรับมัน

 

“น้องตอมซื้อมาเอง?”

 

“ใช่ค่ะตอมออกไปกินโจ๊กที่หน้าหอเห็นว่าน้ำเต้าหู้น่าทานดีเลยซื้อมาฝาก”

 

“ฝาก?”

 

“ความจริงอยากมาดูหน้าด้วย แอบจินตนาการอยู่ตั้งนานว่าน้องพีชของพี่ชายตอมจะหน้าตาเป็นแบบไหน จะว่าไปพี่โมเองก็สเปคไม่เลวเลยนะคะ”

 

“ห้ะ?”

 

“ก็พี่พีชออกจะน่ารักขนาดนี้ ตอมเชียร์ขาดใจเลย ใจอ่อนกับพี่ตอมเร็วๆ นะคะพี่พีช ถือว่าน้ำเต้าหู้ถุงนี้เป็นของกระชับมิตรหละกันเนอะ ^ ^” ว่าจบเด็กสาวก็ยัดถุงน้ำเต้าหู้ใส่มือผม และหัวเราะเบาๆ เธอเอ่ยพร้อมโบกมือลาแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นห้าโดยทิ้งให้ผมยังยืนเอ๋อและมองถุงน้ำเต้าหู้ในมือด้วยความรู้สึกแบบ.....

 

 

 

เชี่ยยยยเอ้ยยยยยยยยยย!!!

กูเขวี้ยงถุงน้ำเต้าหู้บ้าบอนี่ทิ้งได้ไหมวะ!!!! พี่โมมึงจ้างน้องมาเท่าไหร่ตอบ!!!!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

“มึงนี่ว่างมากสินะพีช” เสียงเอ่ยทักขึ้นขณะที่ผมกำลังเลี้อยตัวอยู่ม้านั่งหินอ่อนหน้าคณะสถาปัตย์ของลูกพี่ลูกน้องอย่างคุณกีรติ หรือเฟิร์สนั่นเอง มันกำลังนั่งสเก็ตรูปทำการบ้านตามโจทย์ที่อาจารย์ให้พร้อมกับเพื่อนของมันอีกสองคนที่คนหนึ่งชื่อมิลานเคยเจอกันที่บ้านเฟิร์สครั้งหนึ่ง ตอนวันที่ผมไปค้างที่นั้น และอีกคนเป็นสาวหล่อชื่อแอมและดูสองคนนั้นไม่ได้สนใจการมีอยู่ของผมตรงนี้เท่าไหร่หรอกเพราะกำลังอยู่ในสภาวะการเผางานให้ทันเวลาส่งที่กำลังเคาท์ดาวน์กันอีกสองชั่วโมงข้างหน้า

 

ความจริงคณะนี้นี่น่าอิจฉาดีจริงๆ นิสิตส่วนใหญ่ไม่ต้องแต่งตัวเรียบร้อยกันก็ได้ ยกเว้นกรณีของปีหนึ่งเอาไว้ แถมบางคนแต่งตัวอย่างกับหลุดมาจากนิตยาสารแฟชั่น รวมไปถึงอาจารย์ที่ยังอายุน้อยแทบจะหาไม่เจอเลยเพราะกลมกลืนไปหมด บรรยากาศของคณะนี้ยังดูสบายๆ ในตัวอาคารที่ถูกออกแบบให้เหมือนบ้านขนาดใหญ่ โถงด้านล่างมีคาเฟ่เล็กๆ ให้ใช้บริการ มีลานระแนงไม้ที่มีโต๊ะปิกนิกให้นั่ง และมีบ่อปลาคาร์ฟอยู่ด้านล่าง มีน้ำตกจำลองที่ผมลองถามไอ้เฟิร์สดูแล้วมันบอกว่ามีวิจัยบอกมาว่าเสียงน้ำทำให้คนเราจิตใจสงบขึ้น แถมแรงกระทบน้ำทำให้เกิดออกชิเจนอีกด้วยเป็นการสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้นิสิตที่เรียน

 

 ไหนจะไม่มีห้องเรียนที่เป็นโต๊ะเลคเชอร์ติดๆ กันหลายๆ ห้อง มีแต่ห้องสตูดิโอของชั้นปี และห้องสโลปสำหรับวิชาบรรยาย ทุกส่วนในตึกห้าชั้นแห่งนี้นั้นถูกออกแบบให้มีบรรยากาศเป็นกันเอง เพราะที่รู้มาว่าส่วนใหญ่เด็กสถาปัตย์จะใช้ชีวิตที่คณะมากกว่าบ้านตัวเองด้วยซ้ำไป

 

แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมขอนอนตายดูน้ำเต้าหูในมือให้หมดก่อน

 

“นี่มึงทำหูทวนลมใส่กูอยู่รึเปล่า”

และไม่ทันได้เหม่อลอยชื่นชมคณะที่ญาติตัวเองเรียนอยู่มันก็พูดแทรกทำลายบรรยากาศอีกครั้งจนผมต้องส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วลุกขึ้นมานั่งดี

 

“กูมีเรียนบ่าย และตอนนี้ไม่มีไรทำ มึงจะทำอะไรก็ทำไปดิ” หันไปตอบมันที่ตอนนี้เบะปากใส่เมื่อได้ยินว่าผมมีเรียนบ่าย

 

“มึงชีวิตดีจนกูอิจฉาจริงๆ ปีหนึ่งเหมือนกันทำไมกูงานเยอะกว่ามึงวะ ได้ข่าวว่ามึงเรียนวิศวะป้ะ? งานต้องเยอะป้ะ?”

ผมนี่นับถือความสามารถของไอ้เฟิร์สจริงๆ ครับ ปากก็บ่นไปมือก็ขีดๆ เขียนๆ ไป สมองมึงนี่ทำงานสองส่วนพร้อมกันได้อย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ กูปรบมือให้

 

“อ้าวเชี่ยกูลืมเอากระดาษมา” เสียงแอมดังขึ้นพร้อมกับทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ทำให้อีกสองคนที่เหลือหันมามองก่อนจะรื้อของตัวเองเผื่อจะช่วยเหลือเพื่อนได้บ้าง

 

“ของกูมีเหลือแค่พอใช้หวะ” นี่คนที่ชื่อมิลานตอบ

 

“เออ กูใช้ไปแล้วด้วยเอาไงดีวะ” นี่ไอ้เฟิร์ส และผมเองที่เป็นตัวไร้ประโยชน์ที่แถมมานั่งก่อกวนอยู่ตรงนี้ก็ถูกทั้งสามคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน

 

“เออๆ เดี๋ยวไปซื้อให้” เอาวะไหนๆ นานๆ ทีจะทำตัวเป็นคนดี อันที่จริงอยากกินขนมอยู่เหมือนกันถือโอกาสเลยไปหาไรกินด้วย

 

“เกรงใจหวะ” แหมไม่ต้องแล้วมั้งมองมาซะแบบนั้น

 

“กูฝากซื้อด้วยได้ป้ะวะ” เฟิร์สพูดขึ้นอีกคน และสุดท้ายก็ได้ออเดอร์มาอีกเพียบนี่ขนาดพวกมึงๆ เกรงใจกันแล้วนะครับเนี่ย!!!

 

 

สุดท้ายแล้ววันนี้ผมได้ความจริงของการเรียนที่นี่อีกอย่างคือ สหการณ์หลังคณะสถาปัตย์นี่มันใหญ่อลังการดาวล้านดวงเว่อร์ๆ เทียบเท่าห้างสรรพสินค้าชั้นเครื่องเขียนย่อมๆ ได้เลย ทันทีที่เดินเข้าไปแอบยืนตากแอร์เย็นๆ สักพัก ถ้าไม่ติดว่าไอ้เสียงตื้อดื้อที่ติดตั้งที่หน้าประตูร้านมันดังไม่หยุดผมจะอยู่นานกว่านี้อีกหน่อย

 

พอเข้าไปแล้วสายตาก็ควานหาไอ้ของที่ถูกใช้ให้ซื้อกลับไปให้ และก็คงจะจบแค่นั้นตรงที่ผมเดินเอาของต่างๆ ไปจ่ายที่เคาน์เตอร์แล้วไปหาอะไรอร่อยๆ กินที่ร้านขายลูกชิ้นทอดตรงทางเข้า แต่ไอ้หูเจ้ากรรมนี่เดะ ดันไปได้ยินคนสองคนกำลังยืนเถียงกันอยู่ที่มุมด้านในสุดของร้านเสียนี่!

 

ด้วยความที่เสียงที่แสนจะคุ้นเคยดังเข้ามาในโสตประสาท ไปกดปุ่มอยากรู้อยากเห็นของผมทำงาน แถมเป็นประเภทที่อยากรู้ต้องได้รู้ด้วยเสะ TT สองขามันเลยพาผมเดินไปอีกลอคที่คิดว่ามันมีช่องให้แอบสอดแนมได้พอดี

 

 

ทันทีที่ส่องดู เท่านั้นหละครับ! ตาผมแทบถลนออกจากเบ้าเมื่อเห็นพี่ต้นกำลังยันแขนสองข้างของตัวเองกักร่างของพี่เนไว้ในนั้น อะฮู้วววววววววววว นี่กูมาเจอช็อตอะไรวะเนี่ย!!!

 

“ปล่อยกู มางี่เง่าอะไรแถวนี้วะ ไร้สาระฉิบหาย” เสียงพี่เนดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเงยหน้าจ้องตาพี่ต้นที่กำลังยกยิ้มกวนประสาทอยู่

 

จะต่อยกันไหมวะเนี่ย? ผมควรเข้าไปห้ามป้ะ??

 

“งี่เง่า? มึงหรือกูกันแน่ที่งี่เง่า?” พี่ต้นเอ่ยตอบไปขณะที่ยังยกยิ้มได้กวนประสาทสุดๆ จนผมอยากจะยกรางวัลกวนอวัยวะเบื้องล่างยอดเยี่ยมแห่งปีให้

 

มันคงเป็นด้านมืดของพี่สินะครับ ปกติผมเห็นด้านดีๆ ของพี่มาตลอดเลย

 

 

“เหอะ! มึงไม่รู้ตัว? กะอีแค่กูเอาใบขออนุญาตทำกิจกรรมมึงออกแค่นี้ทำไมต้องทำเรื่องยืดยาว ทำไม? กูขอโทษแล้วไง กูเอาไปวางให้คณบดีให้มึงแล้วไง มึงไม่จบนี่เรียกไม่งี่เง่าไง?”

 

อืมมมมมมมม งี้นี่เองสินะ งี้นี่เองงงง งี้พี่ต้นก็งี่เง่าดิวะ พี่เนเค้าก็ขอโทษแถมเอาใบบ้าบอนั่นไปให้คณบดีแล้วด้วย

ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่เนครับ ถึงเป็นรุ่นพี่ภาคเดียวกันก็ว่าไปตามถูกผิดครับ ไม่มีเข้าข้าง

 

 

“มึงก็รู้ว่าที่กูมาคุยกับมึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องนั้น”

 

อ้าว คดีพลิก! ไม่ใช่เรื่องเอกสารแล้วเรื่องอะไรหละครับเนี่ย! น้องพีชงง เข้าข้างไม่ถูกคนแล้วนะเฮ้ย!

 

 

“มึงนี่พูดไม่รู้เรื่องหวะ กูไปหละรำคาญ!” ผมมองพี่เนที่กำลังพยายามพาตัวเองออกมาจากการถูกกักกันของสองแขนนั้น แต่พยายามผลักออกเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลยิ่งผลักก็เหมือนพี่ต้นเองก็ยิ่งออกแรงกักกันไว้

 

แหม....นี่ผมกำลังดูซีรีย์เกาหลีตอนที่พระเอกกำลังกลั่นแกล้งนางเอกอยู่รึเปล่าครับ?

เห้ยๆๆ ไม่ใช่หละ สะตงสติกลับมานะพีชนะ

 

 

“เฮ้ย! เลิกดิ้นดิ๊!

 

“ทำไม! กูดิ้นแล้วทำไม! มึงอย่ามาขึ้นเสียงขู่กู กูไม่ใช่ปีหนึ่งยังไงก็ไม่กลัวมึงหรอก!

 

 

อู้วววววววว อย่าพาดพิงถึงบุคคลที่สามสิครับพี่ มีปีหนึ่งยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะครับ โปรดเรียกว่านั่นเป็นความเกรงใจของพวกผมแทนคำว่ากลัวเถอะ!

 

 

“ก็ไม่ได้บอกว่าให้กลัว นี่กูมาพูดกับมึงดีๆ นะเน”

 

“ดีเชี่ยไร ปล่อย กูจะรีบไปซื้อสี เดี๋ยวเพื่อนกูรอนาน”

 

อีกครั้งที่ผมเห็นทั้งสองคนยื้อยุดกันอยู่แบบนั้นก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพี่ต้นดันคว้าร่างพี่เนเข้ามากอดเต็มรัก อื้อหืออออออ กูดูซีรีย์เกาหลีอยู่จริงๆ หวะ!

 

 

“เน เรื่องเมื่อวันก่อน...”

 

 

“ไอ้เชี่ย หยุดพูด! กูลืมแม่มไปแล้วไม่ต้องรื้อหาตะเข็บบ้าบออะไรอีกนะมึง”

 

“เน...กูขอโทษ”

 

“ขอโทษพ่อมึงเถอะ!

 

“ไม่พาลคนอื่นดิ พ่อกูอยู่ที่ออฟฟิศทำงานอยู่ดีๆ พาดพิงพ่อกูทำไม”

 

 

แหม...ยังจะเล่นมุกนะครับพี่ต้น  =_____=”

 

 

 

“ตลกรึไง ปล่อยกู!

 

 

“ถ้ากูปล่อยแล้วมึงจะยกโทษให้กูไหม?”

 

 

“.......ปล่อย!

 

 

ณ จุดนี้ผมคิดว่าพี่เนแม่มน่ากลัวพอๆ กับพวกพี่ว้ากได้เลยครับ ไอ้สายตาที่มองพี่ต้นตอนนี้นี่ฆ่ากันได้คงฆ่ากันไปแล้ว และน่าแปลกที่พี่ต้นยอมปล่อยง่ายๆ ทั้งๆ ที่มึงยื้อยุดกันมาตั้งนาน

 

และผมคงคิดว่าเรื่องมันคงจบแล้วหละ พี่ต้นพี่เนคงทะเลาะกันปกติไม่ได้มีอะไรมาก และผมคงต้องแสร้งทำเป็นเลือกฟิวเจอร์บอร์ดแบบรอให้ทั้งสองคนเดินออกไปจากร้านก่อน ถ้าไม่ติดว่าพี่เนเดินเข้ามาใกล้ผมอีกล็อคนึงจนต้องรีบสอดตัวเองเข้าในอยู่หลังแสตนดี้**ที่กำลังพรีเซนต์ผลิตภัณฑ์สียี่ห้อหนึ่งอยู่เพื่ออำพรางกายตัวเอง โชคดีที่มันใหญ่พอจนสามารถซ่อนตัวได้ ถึงแม้ต้องนั่งยองๆ ก็เถอะ

 

อยู่จุดนี้พูดเลยว่าใกล้มากครับ แบบที่หากพูดเบาๆ ผมเองก็ได้ยินอ่ะ แถมพี่ต้นเองก็ยังไม่ละความพยายามเดินตามพี่เนอยู่แบบนั้นจนเจ้าตัวต้องถอนหายใจออกมาอย่างคนอารมณ์เสีย วางกระป๋องสีที่ถือในมือลงบนชั้นเสียงดัง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปกอดอกมองหน้าพี่ต้นอีกครั้ง

 

“ต้น กูจะบอกอะไรให้นะ ไอ้สิ่งที่มึงทำกับกูเมื่อวันก่อนแม่มไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตกูเลย พอๆ กับตัวมึง แล้วรู้อะไรไหม? ว่าไอ้แค่จูบห่วยๆ ที่มึงทำกับกูครั้งนั้นไม่ได้ทำให้กูรู้สึกอะไรไปมากกว่าเดินเอาปากไปกระแทกประตู ดังนั้นเลิกมาตอแยเพราะเรื่องเฮงซวยแบบนั้นเสียที”

 

พี่เนพูดจบก็เดินออกจากร้านไปเลยทิ้งให้พี่ต้นยังยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าที่ดูตกใจไม่น้อยเมื่อได้รับคำพูดนั้น ไม่นานนั้นเจ้าตัวก็เหวี่ยงหมัดในอากาศเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเองในขณะนั้น และผมที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเหน็บจะกิน

 

 

อะไรนะ? ผิดกาลเทศะ โทษๆ

 

พี่ต้นเดินออกจากร้านไปแล้วเหลือเพียงผมที่กำลังคลานเดินออกมาจากหลังแสตนดี้ด้วยอาการชาวาบไปทั้งขาด้านซ้าย แต่ประเด็นแม่มไม่ได้อยู่ตรงนั้นไง เพราะไอ้สิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่มันแบบเอ็กซ์คลูซีฟมาก ฮอตมากจนลืมสโลแกนว่าเป็นลูกผู้ชายต้องไม่ขี้เสือก

 

แต่ไอ้เห้!!!!!! พี่เนแม่มโดนพี่ต้นจูบบบบบบบบบบบบ!!!

อร่อก!!

 

โลกมันช่างเปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็วจนน้องพิชญ์พลอยากร้องไห้ยาวๆ ไอ้การที่ผู้ชายมันจูบกัน กลายเป็นเรื่องง่ายในสังคมไปแล้วสินะ

 

ว่าแต่...

ทำไมตอนนี้ภาพที่พี่โมกำลังโน้มตัวลงมาจูบผมดันฉายเข้ามาในสมองวะ?????

 

 

เฮ้ยยยยยยยยยยยย!! ไม่เกี่ยวกัน ออกไปโว้ยยยยยยยยยย!!!!

 

 

ตื้อดึ้ง!

 

ขณะที่ผมโวยวายเสียสติอยู่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อชำระค่าของที่มาซื้อ เสียงร้อง และประตูที่เปิดออกอัตโนมัติเรียกความสนใจให้ผมไปมอง

 

 

และมันคงจะดีมากเลยถ้าไอ้คนที่เดินเข้าประตูมาไม่ใช่คนในห้วงความคิดของผมในขณะนี้!!

 

นี่มันวันโลกแตกอะไรวะ?? คณะสถาปัตย์แม่มไม่ได้อยู่ใกล้วิศวะป้ะวะ?

 

พวกมึงพร้อมใจอะไรกันมาซื้อของที่นี่เว้ยเฮ้ย!!! ตอบบบ!!

 

 

อยากร้องไห้จังเลย

ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ!

 

 

 

“สวัสดีครับพี่โม”

 

 

นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมพูดออกไปก่อนจะใส่เกียร์หมาปั่นสปีดวิ่งป่าราบไปจากสหการแห่งนี้ แบบไม่ได้หันหลังเหลียวกลับมามองให้เสียงเวลา แถมไอ้หัวใจบ้าบอนี่ก็ยังเต้นแรงไม่หยุดแบบจะให้ตายกันไปข้างนึงเลยใช่ไหมเฮ้ย!

 

แบบนี้ไม่โอเคแล้วนะพิชญ์พล เครื่องมึงสรวนแบบต้องส่งเคลมที่ศูนย์ได้แล้วมั้ง!!!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.

 



 

ช่วงอธิบายศัพท์แปลกๆในเรื่อง

“บัก = Bug” ชื่อภาษาอังกฤษแบบความหมายของมันจริงๆแปลว่าแมลง แต่ถ้าในภาษาของนักพัฒนาโปรแกรมมันคือชื่อเรียกข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนโค้ด เกิดขึ้นได้ในหลายๆกรณี ส่วนใหญ่มาจากการสะกดโค้ดผิด วางผิดที่ กำหนดตัวแปรผิด ซึ่งเกิดขึ้นเสมอกับเด็กที่เรียนวิชานี้และนั่งทำการบ้านในเวลาค่ำคืนจนเกิดอาการเบลอ

“แสตนดี้ = Standee” คือชื่อเรียกสื่อที่ทำมาจากฟิวเจอร์บอร์ดขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 60x160 เซนติเมตรที่ใช้ประชาสัมพันธ์ในกรณีที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่นอิทูดี้ทำแสตนดี้เท่าตัวจริงของชายนี่เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นต้น

“สรวน อ่านว่า สะ-รวน” เป็นการบ่งบอกพฤติกรรมที่แสดงออกมาอย่างไม่ปกติ อาการเบลอ เพี้ยนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากสิ่งเร้าต่างๆ เป็นคำพูดติดปากของซอลและเพื่อนสมัยเรียนที่เวลาเบลอจากการเขียนโปรแกรมหรือพูดจาไม่รู้เรื่องจะด่าเพื่อนกันว่า “เครื่องมึงสรวนหรอ?” และบางครั้งก็หลุดออกมาบ้างบางครั้งและแต่สถานการณ์







 


Talk : เอ้า! ต้นเนมาเเย่งซีนซะงั้น! 555555555555555
สกรีมดังๆได้เลยจ้า! ตั้งแฮชแท็กสำหรับคนอยากกรี๊ดในทวิตเตอร์ด้วยเป็น #ฟิคโมพีช
สุดท้าย อย่าลืมให้กำลังใจด้วยคอมเม้นน้า <3


รักเธอ
a solphase








 






 
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3091 Gulrat1122 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 10:06
    อะตอมสาววาย555555
    #3,091
    0
  2. #3052 Dream-night (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:36
    น่ารักไปอีกก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 ตุลาคม 2560 / 01:39
    #3,052
    0
  3. #3010 #DESTINY# (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 06:47
    555ฮาน้องของโม ตลกดี
    #3,010
    0
  4. #2999 ikonyg (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:19
    น้องพีชผู้กุมความลับบ
    #2,999
    0
  5. #2970 น้ำแข็งไสเย๊นเยน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 09:13
    โอ๊ยยยยย ขำยัยพีช. สาระแนจริงๆ5555
    #2,970
    0
  6. #2967 saengthxngk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 20:26
    ผมมีคำถาม...








    เนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?
    #2,967
    1
    • #2967-1 a solphase(จากตอนที่ 17)
      2 สิงหาคม 2560 / 20:33
      ผู้ชายค่ะ
      #2967-1
  7. #2813 janeicelet (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 01:29
    ต้นเนๆ
    #2,813
    0
  8. #2616 KiHaE*129 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 14:28
    ง่อวววววววววววววววว

    ต้นเน

    นึกว่าจะต้นดีฟ
    #2,616
    0
  9. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 18:51
    ง่อวววววววววว ได้คู่ใหม่เว๋ยยยยยยยยย 555555555
    #2,437
    0
  10. #2232 P.Secret (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 17:30
    พี่เนนี่ยังไงๆ
    #2,232
    0
  11. #2200 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 11:46
    พี่นอเนโหดจังเหยย น้องพีชอยู่ในช่วงวัยอยากรู้อยากเห็นสินะคะ ถถถถถถถถ อยากโดนพี่โมจุ๊บอีกอ่ะดิ พวั้ยเขิน
    #2,200
    0
  12. #2028 ony.pp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:53
    เขินนนนนนนนนนนเลยอ่ะมีซื้อข้าวมาให้กันด้วย
    #2,028
    0
  13. #1977 MickyEeyor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 23:09
    โจ๊ะๆ นึกไม่ถึงว่าจะมาต้นเนอ่ะ 55555 เข็มขันดสั่นไปปป โมพีชนี่นั่ลลักขั้นสุดละ >|||<
    #1,977
    0
  14. #1594 shshshx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 23:03
    พี่ต้นพี่เนนนนนนคริคริ

    พี่โมรุกๆๆๆๆๆๆๆ เอาหนักๆๆ
    #1,594
    0
  15. #1449 KimHeeBum (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 09:42
    น้องอะตอมน่ารักๆๆ
    #1,449
    0
  16. #1360 cHAchar (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 17:15
    โมเลกุล อะตอม .. ดีไม่มีน้องอีกคนชื่อไอออน อิออนนะคะ ตลกดี55555
    พี่โมก็ตลอดดด เต๊าะเด็กตลอดดด ตอนแรกแอบเชียร์ต้นดีพแฮะ สงสัยต้องรอดูใหม่...
    #1,360
    0
  17. #1136 poungsaed (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 22:59
    พี่โมเริ่มรุกล่ะ มีน้องมาสนับสนุนอีกคน 5555
    #1,136
    0
  18. #979 Kenji So (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 13:01
    สรุปต้นคู่กับใครเนี่ย อย่าทำให้ดีฟเสียใจได้มั๊ย?
    #979
    0
  19. #483 Sugar_Hub (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 11:17
    อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ 
    ชอบพีชมากเลย
    #483
    0
  20. #482 Pieare'ST (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 22:51
    ท่าทางพี่ต้นคู่พี่เน แล้วพี่ดิฟคู่ใคร จะมีคู่ไหมหน้ออออ ? 
    #482
    0
  21. #481 Twins_LuvSuJu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 15:12
    ต้นเนโผล่มาอีกคู่แล้นนนยย คิคิคิ พีชเลิกหนีพี่โมซะแล้วมาสวีทให้เห็นซะดีๆ
    #481
    0
  22. #480 PRanG Thai Circle (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 14:18
    น้องตอมน่ารัก 555555
    #480
    0
  23. #477 evil-3- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 03:15
    คู่ต้น-เน ก็น่าสนใจไม่เบาเลย แต่พีชเมื่อไรจะเลิกหนีพี่โมนะ อิอิ ลุ้นๆ มาต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆ ค่ะ
    #477
    0
  24. #476 `ฮี่~~*w* (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 23:55
    น้องพีชลูกก หนูเป็นบุคคลที่ฮาได้ทุกสถานการณ์จีจี 55555555555555555555555
    โอ้ยยยยยยยยยยย ชอบอะตอม รู้สึกเหมือนเป็นตัวแทนของเรามาก 5555

    ต้นเนนี่แบบ อื้มหืมมมมม
    ดีพยังจำเป็นอยู่ม้ายยย ผิดๆ
    ต้นเนก็เขิน ต้นดีพก็ดี 555555555555
    #476
    0
  25. #475 Mysterious (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 23:33
    ไม่ผิดโผ ต้นเนอีสเรียล ฮ่าๆๆ ปฏิเสธได้ปฏิเสธไปพี่เน พี่ต้นฉันไม่ยอมแพ้หรอก หึหึ!! (เดี๋ยวๆๆ แกลืมพีชไปแล้วใช่มะ) ชูป้ายไฟเชียร์น้องอะตอมจ้า สนับสนุนให้พี่มีแฟนเป็นผู้ชายด้วยกัน หนูต้องช่วยให้พี่โมมันลงเอยกับนุ้งพีชได้แน่นอนพี่เชื่ออย่างนั้น ปรบมือรัวๆให้ต้นเนอีกครั้ง ก่อนบอกบ๊ายบาย นั่งรอตอนต่อไป ปิ๊ง~
    #475
    0