DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 15 : Ch 15 - พี่ว้าก VS พี่เชียร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    12 เม.ย. 58



15

พี่ว้าก VS พี่เชียร์

 

 

ห้องสโมสรวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากคณะกรรมการสโมมาฝังตัวอยู่ในห้องนี้แบบถ้วนหน้า รวมทั้งอากาศชื้นแฉะจากการที่ฝนตกด้านนอกนั้น ก็ชวนทำให้เข้ามาฝังตัวรับแอร์เย็นๆ ในสโมเสียดีกว่า อีกทั้งไอ้ทีไอ้มิคเอาแบบปักบนเสื้อชอปรุ่นนี้มาอวด

หลังจากที่รุมกันดูแบบก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าปีนี้ภาคโยธาทำออกมาสวยไม่ใช่น้อย แต่ภาคอุตก็สวยใช่ย่อย รวมไปถึงภาคไฟฟ้าที่ข่มกันไปข่มกันมากลายเป็นแกล้งกัน ห้องสโมคณะวิศวะเลยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงกันจนกระทั่งเสียงประตูห้องสโมเปิดออกเรียกความสนใจให้กับคนในห้อง ทั้งหมดหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสงสัย แถมสีหน้า และท่าทางอีกฝ่ายก็ไม่ได้ดูเหมือนจะมาดีเลยสักนิด เหมือนเจ้าตัวเข้ามาแล้วกวาดสายตามองอะไรบางอย่าง พอเจอเป้าหมายก็ทำการล็อกเป้าแล้วพุ่งตรงมาจนผมเองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ

 

ก็ไอ้คนไม่ได้รับเชิญเนี่ยมันดันมองมาทางผมแบบประสงค์ร้ายสุดๆ หนะสิ!

 

“โมกุล!!!

 

“เห้ย! เรียกเบาๆ ก็ได้คุณ ผมอยู่แค่นี้” ผมยิ้มกว้างหมายจะผูกมิตรให้ไอ้เพื่อนต่างภาคได้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง ถึงจะไม่ได้คุ้นเคยอย่างพวกกลุ่มพี่ว้ากในสโม แต่ก็พอจะคุ้นตา เพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กกิจกรรมเหมือนกัน อีกอย่างเมื่อตอนปีหนึ่งก็เข้าชิงเป็นตัวแทนภาคเพื่อไปประกวดดาวเดือนเหมือนกันด้วย แต่ดูเหมือนจะไม่อยากเป็นมิตรกับเขาเท่าไหร่แหะ ทำไมกันนะ?

 

“ผมไม่เข้าใจที่คุณมาขอเวลาเด็กไปเพชรบุรี! ทำไมต้องไปตอนนี้!” ดูเหมือนจะผูกมิตรไม่ได้หละครับ เมื่ออีกฝ่ายยังคงตะโกนเสียงดัง ทั้งๆ ที่ห้องสโมก็ไม่ได้ใหญ่อะไร ไอ้พวกที่เหลือก็เริ่มตั้งป้อมล้อมไอ้คนมาใหม่ที่ดันมาเจ๋งในถิ่นคนอื่นแบบนี้ แต่เหมือนไอ้มิคที่เป็นเพื่อนร่วมภาคออกตัวมากันไว้ให้ ไอ้พวกที่เหลือเลยดูเชิงอยู่

 

ผมเองก็งง ไปทำอะไรผิ๊ดดดดดด ทำไมถึงมาลงที่ผมหละครับ!

 

“พวกคุณไม่รู้รึไงครับว่าช่วงเวลาหลังสอบกลางภาคจนถึงวันงานมันเป็นของพวกผม” ผมยังยืนมองคนที่กำลังโมโหด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างโดยที่ยังไม่รู้ตัวว่าไปทำอะไรให้เจ้าตัวโกรธนักหนา และพยายามจะฟังให้เข้าใจ พอเหลือบไปมองไอ้ต้นที่ยืนกอดอกมองหน้าคนโวยวายด้วยใบหน้าโหมดพร้อมมีเรื่องขั้นสุด

 

ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะหาดูได้ ไอ้ต้นที่เป็นอันดับต้นๆ ในเรื่องของการเป็นคนใจเย็น กลับเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ ผมขอปลีกตัวยอมเป็นจำเลยเงียบๆ แล้วรอดูดีกว่า

 

“ไอ้เน มึงใจเย็นๆ ดิ ไอ้โมแค่ขอเวลามึงพาน้องไปชิงชอปภาคเองไม่ใช่หรอวะ มึงก็ต้องเข้าใจว่าเป็นประเพณี” ไอ้มิคเข้าควบคุมสถานการณ์ครับ ขณะที่ไอ้ต้นยังดูเป็นเดือดเป็นร้อนอยู่

 

“กูก็ประเพณี เข้าห้องซ้อมเชียร์ไม่สำคัญรึไง ทีตอนมันว้ากน้องกูยังไม่ยุ่ง แต่นี่มันเป็นเวลาของกูแล้วป้ะวะ?”

 

“เนใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ คุยกันก็ได้มั้ง ผมว่ามันคงต้องมีทางออกแฟร์ๆ ของเราทั้งคู่นะ” ผมที่โดนกล่าวหามาได้สักพักเลยเปิดปากพูดบ้าง แต่ดูเหมือนไปกระตุ้นต่อมเดือดไอ้เนอีกหละมั้ง เจ้าตัวถึงเลิกคิ้วสูงแล้วมองหน้าผมแบบถ้ามีมีดมา มันคงจ้วงผมไปหละ หน้าตามันก็น่ารักอยู่หรอกนะ แต่ทำไมดูโหดจังวะเฮ้ย!

 

“ไอ้โมกูว่ามึงคุยกับมันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวกูเคลียร์เอง!” ไอ้ต้นผลักผมให้ถอยออกไปแล้วมันมายืนแทนที่ผม ผมเองก็ไม่ขัดศรัทธา ก็อยากเห็นป็นบุญตา ถึงฤทธิ์เฮียต้นมั่งว่าจะเด็ดปราบประธานเชียร์อย่างไอ้เนยังไง

 

ระหว่างที่ไอ้ต้นยังเถียงกับไอ้เนอย่างเผ็ดร้อนโดยมีไอ้มิคคุมเชิงไม่ให้ตีกันอยู่ ไอ้ก้องก็เขยิบมากระซิบกระซาบกับผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“เออ  วันนี้กูรู้หละว่าฝ่ายปกครองกับฝ่ายเชียร์แม่มไม่ถูกกันจริงๆ” ไอ้ก้องพูดเบาๆ แต่ไอ้ทีดันหูดีเข้ามาแจมด้วยอีกคน

 

“ขนาดนิสัยอย่างไอ้โม พ่อพระขนาดนี้ยังจะตีกับประธานเชียร์”

 

“เปล่าครับ คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้ตีด้วย ภาพมันก็ฟ้องอยู่ให้เห็น” ผมตอบออกไปพร้อมเพยิดหน้าให้เพื่อนสองคนดูที่ไอ้ต้นกับเนเถียงกันหน้าดำหน้าแดง

 

“อ้าวเฮ้ย! ไหงไอ้โมไม่ชน แต่เป็นไอ้ต้นชนแทนวะ!!

 

“ไม่รู้สิครับ ผมว่าผมอยู่ดูอะไรสนุกๆ ดีกว่า” ผมพูดก่อนจะกอดอกอมยิ้มมองไอ้ต้นที่ซีเรียสขั้นสุด ขณะที่ไอ้เนยังเสียดีแรงไม่ตกเหมือนกัน

 

“อะไรสนุกๆ วะไอ้โม เพื่อนเถียงกันจะต่อยกันตายแล้ว!!!” ไอ้ก้องร้องขึ้น และเป็นผมเองที่สั่งให้มันอยู่ดูไปเงียบๆ สุดท้ายคลื่นซึนามิที่สาดเข้าชายฝั่งก็สงบลงแบบที่ไอ้ต้นมันไม่ได้เคลียร์ เถียงกันแทบตายสุดท้ายผมเองที่ต้องไปคุยปิดประเด็น เป็นอันว่าผมยอมให้งานกีฬาสีจบไปก่อนถึงจะพาน้องไปเข้าค่ายชิงชอปภาคกันอีกที สุดท้ายทุกคนก็แยกย้ายไปตามตารางเรียนของตัวเอง

 

หลังออกจากห้องสโม ผมแทบจะลมจับเมื่อไอ้แกงค์เด็กปีหนึ่งหัวโจ๊กที่ถูกเขาซ่อมบ่อยที่สุดดันซื้อข้าวขาหมูร้านที่อยู่ใกล้หน้าห้องจนต้องแสร้งตีหน้าขรึม สายตาก็กวาดมองหาใครอีกคน เมื่อพบว่าไม่มีถึงได้ยกมือรับไหว้พูดคุยกันเล็กน้อยก็แยกออกมาเพื่อจะไปขึ้นลิฟท์กับไอ้ก้องไอ้ต้น

 

“อ้าว พี่ต้นพี่ก้องพี่โมหวัดดีครับ” ไม่ทันที่จะหายใจโล่งท้องดีเป็นอันต้องหายใจติดขัดเหมือนเดิม หลังจากที่หันหลังกลับมาหูมันดันได้ยินเสียงคุ้นเคยเข้ามาเสียก่อน ไอ้ก้องไอ้ต้นยกมือรับไหว้เด็กคนนั้นขณะที่เขากำลังแสร้งทำหน้านิ่งโดยพยายามจะไม่รู้สึกอะไร และดูเหมือนว่าพีชเองก็จะสังเกตเห็นในสิ่งที่เขาทำ เจ้าตัวมองหน้าเขาด้วยแววตาสงสัย แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพราะเมื่อเขาเดินผ่านไป อีกฝ่ายก็เดินไปหาเพื่อนของตัวเองเหมือนกัน

 

ทำไมวะ?

โรงอาหารก็ออกจะกว้าง ทำไมถึงต้องมาเดินสวนกันเนี่ย!

ฟ้าแกล้ง? หรือไง? หรืออะไร????

“ทำขรึมนะมึง เล่นเอาเด็กหน้าจ๋อยไปเลยนะครัช” ไอ้ต้นพูดแซวขึ้นมาหลังจากที่เดินขึ้นมาถึงห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว ผมเหลือบมองไอ้ก้องที่วิ่งหากลุ่มไอ้บอมเพื่อคุยเรื่องเกมส์ออนไลน์มาใหม่ที่พวกมันติดกันอยู่ ก่อนจะหันมามองหน้าไอ้ต้นแบบไม่รู้ไม่ชี้

 

“กูขรึมอะไร กูก็เป็นแบบนี้ปกติ” ผมยักไหล่พร้อมเปิดหนังสือตรงหน้าขึ้นมาเป็นแสร้งอ่าน แต่ถามว่าไอ้ต้นมันแคร์ไหม ก็ไม่แคร์เพราะมันก็ยังส่งสายตาจับผิดมาให้ผมอยู่ แถมเสียงมันยังก่อกวนเหมือนเดิม

 

“หรอว้า”

 

“เออ! ต่อยกับกูไหม?” ชักเริ่มมีน้ำโหครับ จะแซวทำไมนักหนา

 

“โห่! อะไรวะ แซวแค่นี้ทำโหดนะครับเพื่อน เห็นมึงทำได้กูก็ดีใจครับ แล้วกูจะรอดูว่ามึงจะทำไปได้เท่าไหร่ หึหึ!” ไอ้ต้นพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาโอบบ่าผมแล้วโยกไปมาจนน่ารำคาญ คำพูดกวนประสาทของมันฟังแรกๆ ก็ดูเหมือนให้กำลังใจอยู่หรอก แต่ไอ้ตอนท้ายๆ บอกเลยว่ามันกำลังกวน

 

แต่ก็จริงอย่างที่มันว่า...

ผมจะทำแบบนี้ไปได้อีกสักเท่าไหร่กันนะ

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 10%

 

    

หลังจากที่มองพวกพี่โมเดินเข้าลิฟท์ไปแล้ว ผมได้แต่ยืนเกาท้ายทอยด้วยความสงสัย เนื่องจากเมื่อครู่นี้ดันรู้สึกเหมือนโดนอีกฝ่ายเมินใส่ยังไงไม่รู้ เหมือนว่าผมคิดมากไปรึเปล่า เพราะไอ้หน้าตายๆ แบบนั้นก็เป็นใบหน้าปกติของพี่โมหละมั้ง อีกอย่างเพราะหลังรับน้องมานี่พี่โมเองก็ทำใจดีกับผมขึ้นมาเยอะเลยทำเป็นได้ใจว่าอีกฝ่ายนั้นเข้าถึงได้ง่าย จนลืมคิดไปว่านั่นมันเฮดว้ากนี่หว่า เออ...แล้วยังไงดีหละเนี่ย!

 

“เฮ้ย! ไอ้พีชยืนเหม่อไรวะ ไมไม่มาซื้อข้าวกินเดี๋ยวขึ้นไปเรียนจารย์เทพไม่มันนะมึง!” เสียงไอ้เติร์กเรียกผมออกจากห้วงความคิดที่ออกจะรู้สึกเซ็งๆ นิดหน่อย ไม่รู้ทำไมถึงคิดว่าเสียดาย และอยากให้พี่โมใจดีกับตัวเองเหมือนเคย

 

“เออๆๆ นี่กินไรกันวะกูกินมั่ง!” ผมเดินเข้าไปดูกลุ่มเพื่อนที่กำลังวางจานข้าวบนโต๊ะนั่งใกล้ๆ ก่อนจะพบว่าเป็นข้าวขาหมูร้านป้าเจ้าประจำที่พวกเราชอบกินกัน ประเด็นร้านนั้นอยู่ใกล้ห้องสโมจนผมหันไปมองและพบว่าไม่มีใครอยู่ในนั้น นึกหัวเราะตัวเองที่จะหันไปดูทำไมทั้งๆ ที่ไอ้คนที่มักจะเห็นอยู่ในห้องนั้นประจำเพิ่งเดินสวนเขาไปเมื่อครู่นี้เอง

 

นี่เป็นอะไรมึงวะเนี่ยพีช??

 

สุดท้ายกว่าจะรู้ตัวก็เดินเลยร้านข้าวขาหมูป้ามาไกล เงยหน้ามาเห็นร้านป้าก๋วยเตี๋ยวน้ำตกกำลังส่งยิ้มมาให้ไอ้โรคเกรงใจก็กำเริบเลยตัดสินใจซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านนี้กิน

 

วันนี้เป็นวันแรกที่เขารู้สึกเวลาผ่านไปช้าจนน่าแปลก รู้สึกหงุดหงิดกระวนกระวายจนไม่เข้าใจตัวเอง พอสงสัยพฤติกรรมตัวเองหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายที่เจอเมื่อตอนกลางวันก็เข้ามาในหัวจนน่าหงุดหงิด เมื่อไหร่กันที่เขาปล่อยให้พี่โมเข้ามาในความคิดมากกว่านี้

 

“ไอ้โชกูถามไรหน่อยดิ” ระหว่างที่อาจารย์เทพหันหน้าเข้ากระดานเพื่อเขียนสมการบนนั้นผมก็ได้ทีเขยิบไปใกล้เพื่อนร่างสูงด้านข้าง ใบหน้าหล่อภายใต้กรอบแว่นสีเทาหันมาหาผมก่อนที่มันจะเลิกคิ้วสูง

 

“ว่าไงมึง”

 

“มึงเคยคิดถึงใครมากๆ แบบอยู่ดีๆ ก็มีเขาอยู่ในหัวป่าววะ?” ผมถามออกไปเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองอาจารย์ว่าแกเขียนเสร็จรึยัง ขณะที่ไอ้โชหัวเราะขึ้นจมูกหลายทีแล้วก้มลงไปจดสูตรบนสมุดเลคเชอร์ของตัวเอง

 

“มึงจะให้กูตอบแนวไหนอ่ะ แนวเข้าข้างมึง หรือไม่ข้างมึง” มันถามขึ้นซึ่งผมเองได้แต่ขมวดคิ้วแล้วจดสูตรลงสมุดของตัวเองบ้าง

 

“ยังไง?”

 

“ก็ถ้าเข้าข้างมึง กูก็อาจจะตอบแค่ว่ามึงคิดมากไป”

 

“เอ่อ...แล้วอีกอันอ่ะ”

 

“ถ้าตอบแบบไม่เข้าข้างมึงคือมึงกำลังมีใจ หรือชอบใครคนนั้นหละมั้ง”

 

“เอ่อ........หรอวะ” ผมรับฟังความคิดเห็นจากปากไอ้โชพร้อมกับคิดตามอันแรกอาจจะดูสมเหตุสมผลหละมั้ง ที่ผมคิดมากไป แต่ทำไมใจแม่มไปตะหงิดๆ กับคำว่า “กำลังมีใจหรือชอบใครคนนั้น” หละวะ?

 

เฮ้ยยยยยยยย!!!

นั่นผู้ชายด้วยกันนะเว้ย!!!!

 

สุดท้ายก็พับโครงการตั้งใจเรียนวิชาแคลคูลัสไปได้เลยสำหรับชั่วโมงนี้ อาจารย์เทพกล่าวให้การบ้านก่อนจะแจ้งว่าจะบอกคะแนนสอบกลางภาคเรียกความตื่นเต้นให้พวกเราอีกครั้ง ผมเองก็เลิกคิดมากไปได้ชั่วขณะเช่นกัน เมื่อไล่สายตาไปบนกระดานผ้าใบที่โปรเจคเตอร์กำลังฉายภาพตารางเอคเซลล์ที่อาจารย์เทพแกทำสรุปคะแนนเอาไว้ด้วยใจที่โคตรลุ้นระทึกก่อนจะไล่มองรายชื่อตัวเองที่อยู่อันดับต้นๆ ผ่านชื่อไอ้พอลก่อนจะหันไปมองหน้ามันด้วยความหมั่นไส้เนื่องจากเต็มสามสิบมันดันได้เสียเกือบเต็มด้วยคะแนนยี่สิบแปดไม่รู้มึงจะกักทำไมอีกสองคะแนนไอ้ฟายยยยยยย

 

ไม่ทันได้ด่าในใจดีไอ้เติร์กสะกิดผมให้ดูคะแนนบนบอร์ดอีกครั้งเห็นชื่อตัวเองอยู่บนนั้นก่อนจะเหลือกตาด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าคะแนนสอบตัวเองเลยมีนส์มาไม่น้อย

 

“ไอ้พีชชชชช มึงแอ๊บง่อยแคลใส่กูป่าวเนี่ยสาสสส ไอ้ยี่สิบเนี่ย!” ไอ้เบลส่งเสียงแซวขึ้นมาก่อนที่ผมจะยักคิ้วกอดอกภูมิใจในคะแนนของตัวเอง

 

“โห่! ดูสะมั่งครับว่าใครติว ครูดีนะครับขอบอก” ไอ้เติร์กเพื่อนเวรแสนรักของผมกำลังเริ่มปล่อยน้องหมาในปากทำงานอีกครั้ง ผมหันไปถองศอกใส่มันก่อนที่มันจะหัวเราะขึ้นมา

 

“อะไร กูพูดความจริง ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าใครติวให้”

 

“กูฉลาดมั่งไม่ได้แงะ” ผมตอบมันไปขณะที่มันส่ายหน้า

 

“อย่าปฏิเสธครับกูว่ามึงต้องหาอะไรไปเซ่นจารย์พิเศษมึงหละ ทำมึงผ่านกลางภาคเนี่ย!” ไอ้เติร์กว่าพร้อมกับกำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนเข้าเป้หลังจากที่อาจารย์เทพเอ่ยปล่อยคาบ ผมเองก็เก็บของเช่นกัน เพราะวันนี้เรามีเรียนแค่วิชาเดียวก่อนจะต้องไปประชุมเรื่องกีฬาสีที่สนามกีฬาตอนช่วงเกือบห้าโมงเย็น มีเวลาอีกสองชั่วโมงที่ว่างอยู่ และพวกเราก็ตัดสินใจไปเตร็ดเตร่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ มหาวิทยาลัยด้วยมีไอ้พอลเป็นสารถี

 

“เหมือนกูจะรู้แล้วว่าใคร” ระหว่างที่เรากำลังเดินไปที่ลานจอดรถที่รถไอ้พอลจอดอยู่ ไอ้โชที่เดินรั้งท้ายมากับผมก็พูดขึ้นเรียกความสนใจจากผมอีกครั้ง

 

“อะไรมึง?”

 

“ก็คนที่มึงถามกูในคาบเมื่อกี้” ไอ้โชหันมาโอบบ่าก่อนจะก้มลงมากระซิบเบาๆ จนผมรู้สึกวูบในใจหลังจากที่รู้สึกว่ากำลังโดนใครจับได้ “เซ้นส์กูบอกอ่ะนะว่าเป็นคนคนนั้นที่ช่วงนี้ดูวุ่นวายในชีวิตมึงเป็นพิเศษ”

 

“อะไรของมึงวะ มโนป่าวเนี่ย” ผมหันไปตอบมันก่อนจะดันตัวเองออกจากตัวไอ้โชแต่ไอ้เพื่อนร่างสูงนี่ดันเปลี่ยนจากโอบบ่าเป็นโอบเอวไปซะอย่างงั้น

 

“กูว่ากูไม่มโนนะ กูเคยเป็นแบบมึง ก่อนหน้ากูมีเบิ้ลกูเคยชอบผู้หญิงด้วยกัน และเป็นผู้ชายปกติ เรื่องแค่นี้ทำไมกูจะไม่รู้ บางทีการทำใจยอมรับแม่มง่ายกว่าทำใจเพื่อปฏิเสธตัวเองหวะมึง ไปลองคิดดู โอ๊ะ! เซอร์ไพร์ซ” อยู่ๆ ไอ้โชก็ปล่อยมือจากเอวผมแล้วร้องขึ้นมาเบาๆ เรียกให้เงยหน้าไปมอง ก่อนที่จะพบว่าตรงหน้าเป็นกลุ่มรุ่นพี่ปีสามที่เพิ่งเลิกเรียน และเดินมาที่รถของตัวเองเช่นกัน และหนึ่งในนั้นมีพี่โมที่เหมือนจะดูหงุดหงิดกับอะไรสักอย่างถึงได้ดูกระฟัดกระเฟียตเปิดประตูรถราคาแพงของตัวเองแบบไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นรอยหรืออะไรเลย ไหนจะโยนกระเป๋าไปไว้ที่เบาะหลังแบบเหวี่ยงๆ ก่อนจะเหลือบมองหน้าผมด้วยหางตา

 

อะไรอีกวะ!!!!!

 

“พี่ๆ หวัดดีครับ!!” ไอ้เพื่อนกลุ่มหน้าที่ส่งเสียงยกมือไหว้รุ่นพี่ที่บางคนก็รับไหว้ บางคนก็ไถ่ถามว่าวันนี้เรียนอะไรแล้วก็แยกย้ายกันไป ขณะที่ไอ้พอลหยุดลงที่รถตัวเองที่ผมแทบจะตาเหลือก โธ่!ที่จอดรถมีตั้งเยอะไมมึงมาจอดข้างรถพี่โมหละวะ!!!

 

“พี่โมหวัดดีครับพี่!” เสียงเพื่อนทั้งกลุ่มยกมือไหว้รุ่นพี่ตรงหน้าขณะที่ผมเองก็ยกมือไหว้ด้วยอาการเกร็งๆ แปลกๆ ไหนจะเสียงหัวเราะขึ้นจมูกจนน่าหมั่นไส้ของไอ้โชอีก ฮึ๊ยยยยยยยย อะไรวะ?

 

“อืม สวัสดีครับ” พี่โมรับไหว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่สายตาไมต้องมองผมอยู่ตลอดเวลาด้วยวะเนี่ย

 

“พี่โมเลิกเรียนแล้วหรอครับ” ไอ้เติร์กที่แม่มเสือกต่อความยาวชวนพี่โมคุยต่อโดยไม่ได้สนใจเพื่อนเลย ว่าอยากอยู่ในสภาพโดนมองแบบนี้ไหม เอาไงไอ้พอลมึงรีบปลดล็อกประตูรถเดะ น้องพีชอยากขึ้นรถแล้วโว้ยยยย! ฮือออออออออออออออ

 

“เรียบร้อยแล้ว พวกคุณกำลังไปไหนกันมีประชุมเรื่องกีฬาสีตอนห้าโมงเย็นไม่ใช่หรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นขณะที่ผมหันไปมองหน้าไอ้โชเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ไอ้เพื่อนรักผมก็ไม่ได้สนใจแถมลอยหน้าลอยตาอีกต่างหาก รักกูจังพวกมึงงง

 

“อ่อ ว่าจะไปเดินเล่นที่ห้างก่อนครับพี่ ไปด้วยกันไหมครับ?”

 

เฮือกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไอ้เชี่ยโชวววววววววว!

ชวนหาพร่องมึ๊งงงงงงงงงง!

 

ผมแทบจะกรีดร้องเป็นภาษาฝรั่งเศสหลังจากไอ้เพื่อนที่แม่มเหมือนรู้อะไรมากที่สุดกำลังหักหลังผมด้วยการชวนไอ้พี่โมหน้าตายนี่ไปห้างด้วยกัน อาการอยากวิ่งไปจากตรงนี้แล้วกระโดดลงสระมรกตประหารชีวิตตัวเองแบบขีดสุด

 

โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไอ้จับพี่เงินพี่ทองมาให้วิ่งไล่ตามกูยังรู้สึกดีกว่าตอนนี้เลยเหอะ!!!

แง้....แม่เพื่อนแกล้งพีชชชชช มาจัดการมันให้หน่อยยยยย!!

 

“อ้อ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปพวกคุณจะไม่สนุกเปล่าๆ ไปเที่ยวให้สนุกเถอะ อย่าลืมเวลากลับมาประชุมด้วยหละ” พี่โมว่าแค่นั้นก่อนจะเดินขึ้นรถตัวเองไป ผมได้แต่มองตามรถคันนั้นด้วยคามรู้สึกแปลกๆ ทั้งๆ ที่ควรจะโล่งใจกับคำตอบที่พี่โมไม่ได้ไปเที่ยวด้วย แต่แม่มทำไมรู้สึกหน่วงแปลกๆ ราวกับโดนประชดยังไงอย่างงั้น?

 

นี่ยังไงวะเนี่ย???

 

“เอ้าๆๆ มัวแต่เหม่อจะไปไหมเนี่ยมึง เดี๋ยวทิ้งไว้ตรงนี้เลย” ไอ้พอลพูดขึ้นขณะที่ผมยังทำหน้ามึนๆ กับรถบีเอ็มที่เพิ่งขับออกไป

 

เออๆๆ ไม่สนใจแม่มแล้ว!

พิชญ์พลก็งอแงเป็นนะเว้ย!!!!

 

ผมกระโดดขึ้นรถก่อนที่ไอ้พอลจะขับรถออกจากซองจอด และอีกครั้งที่ผมหยิบมือถือขึ้นมาวาดหน้าจอเพื่อปลดล็อกรหัสตัวเลข และกดเข้าแอพลิเคชั่นแชทยอดฮิตแล้วเลื่อนมือเข้าไปที่ยูเซอร์ M-O.GUL ข้อความที่ผมพิมพ์ไปขึ้นว่าถูกอ่านเรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีการตอบกลับมา รู้ทั้งรู้ว่าผมคงสร้างวีรกรรมให้อีกฝ่ายมากมาย และถ้าเป็นผมก็คงเคืองไม่น้อยเช่นกัน

แต่ทำไงได้วะ อยู่ๆ ก็โดนแบบนั้น จะให้ทำตัวยังไงวะ? ทั้งๆ ที่คิดว่าทำตัวปกติเหตุการณ์ทุกอย่างก็คงจะโอเคไปเอง แต่ทำไมไอ้พี่โมมันถึงไม่ยอมให้ความร่วมมือกันหละวะเนี่ย!

 

โอเควะ สงสัยต้องเข้าโหมดทฤษฎีเมื่อรู้ว่าทำผิดก็ต้องยอมรับ และเข้าหาผู้ใหญ่ก่อนก็ได้!

 

หลังจากคิดจบมือเรียวทั้งสองข้างกดพิมพ์ข้อความเพื่อส่งให้อีกฝ่ายประหนึ่งชวนคุย ก็รู้ว่าคงขับรถอยู่ แต่อย่างน้อยถ้าเปิดอ่านแล้วก็อยากให้ตอบกลับมาบ้าง

 

ผมอาจจะแค่สับสนไป เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษคุณอีกครั้ง  ) 03.31

ต่อไปผมจะระวังตัว  ) 03.31

ผมรู้ตัวแล้ว ขอบคุณ  ) 03.31

P.Peace

อ่าน 17.40 ( ผมโอเค ขอโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วงคร๊าบ

อ่าน 17.40 (ก็พี่เมาอ่ะเน๊อะ ผมเข้าใจหน่า

อ่าน 17.40 ( : ) 

(จ.,5 ส.ค.)

P.Peace

15.15 ( วันนี้คะแนนแคลออกแล้วผมผ่านด้วยครับ!

15.15 ( ต้องขอบคุณพี่โมจริงๆ ที่ช่วยติว คะแนนเลยมีนส์มาตั้งเยอะแหนะ

15.15 ( เดี๋ยวเย็นนี้ซื้อขนมไปให้ที่ห้องนะครับ

 

หลังจากที่พิมพ์เสร็จก็อดหยุดรอดูว่าจะมีข้อความตอบกลับมาไหม สักพักหนึ่งก็คิดได้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังขับรถอยู่เลยกดปิดแอพลิเคชั่นแล้วหันไปคุยเล่นกับเพื่อนในรถที่กำลังเถียงกันเสียงดังว่าจะไปกินอะไรกันดี

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 40%

 

 

หลังจากที่การประชุมกีฬาสีจบลงด้วยอารมณ์อึนๆ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นที่เกิดขึ้นหลังฝนตกทำให้รู้สึกเหนียวตัวแปลกๆ พีชที่ไม่ได้รับหน้าที่อะไรนอกจากเป็นแสตนด์เชียร์เลยได้กลับบ้านก่อนเพื่อนๆ ที่ไปลงกีฬา ความจริงเขาก็อยากไปแข่งบาสอย่างที่เพื่อนๆ ไปคัดตัวกันอ่ะนะ แต่ไอ้โชมันห้ามไว้บอกว่าไม่อยากเห็นผมเจ็บตัวอีก ทำตัวด๋อยเป็นแสตนด์เชียร์ไปเถอะ

 

สึส...ขอบคุณมาก รักกูจริงๆ พวกมึง !

แต่ข่าวดีครับ! มีคนรักผมมากกว่าไอ้พวกกากที่ไปลงกีฬานั้นอย่างไอ้พอล ที่คราวที่แล้วร่วมชะตากรรมบาดเจ็บเมื่อครั้งงานกีฬาเฟรชชี่ รอบนี้มันบอกขี้เกียจเล่นอยากทดลองเป็นแสตนด์กับเขามั่งเลยอาสามาอยู่เป็นเพื่อนคนด๋อยอย่างผม จะว่าไปพิชญ์พลก็แอบมีเพื่อนดีเหมือนกันแหะ

 

“ว่าแต่มึงจะกลับหอเลย หรือจะหาไรกินก่อน” พอลเอ่ยถามผมขณะที่ฟังพี่เนแจกตารางซ้อมแสตนด์มาให้ อธิบายอีกนิดหน่อยก็ปล่อยให้พวกเรากลับได้ ความจริงซ้อมแสตนด์ก็ไมได้เลวร้ายเท่าไหร่ถึงแม้จะห่างจากชีวิตมอต้นที่โดนบังคับขึ้นแสตนด์ไป แต่มามหาวิทยาลัยลองดูอีกสักทีก็น่าสนุกดี

 

“ยังไม่หิวหวะ ไอติมที่กินไปที่ห้างยังนอนก้นอยู่ในกระเพาะกูอยู่เลย ไมอ่ะ มึงหิวอ๋อ” ผมหันไปถามไอ้เพื่อนหน้าหล่อที่ทำท่านึกอยู่นิดหน่อยก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ ผมเองก็ไม่ได้ชวนมันคุยอะไรต่อ สักพักไอ้เติร์กก็ไลน์มาบอกให้พวกผมอยู่รอพวกมันที่คัดตัวนักกีฬาก่อน เป็นอันต้องนั่งจุ้มปุ้กอยู่ที่แสตนด์ดูไอ้เพื่อนตัวแสบที่กำลังคัดตัวในสนาม

 

ความจริงก็ไม่ได้คัดอะไรมากหรอกครับเหมือนพวกรุ่นพี่ก็เล็งคนมีแววไว้ตั้งแต่ตอนงานกีฬาเฟรชชี่แล้ว เลยจะเรียกไปดูเชิงว่าจะให้ลงตัวอะไรเสียมากกว่าในสนามไม่ได้มีอะไรน่าดูไปมากกว่ากลุ่มสาวๆ ที่กำลังคัดตัวลีดเดอร์ หรือไม่ก็ดรัมเมเยอร์ที่มีหลายชั้นปีหน่อยมาเข้าร่วม และพี่มะนาวยังน่ารักเหมือนเดิม และวิวคงดีไม่น้อยถ้าไม่เห็นไอ้พี่ต้นเดินตัดมาให้ผมต้องสะดุ้งเมื่อคิดว่าพี่ต้นโผล่มาแบบนี้แล้วเพื่อนในกลุ่มจะตามมาด้วยรึเปล่าวะ?

 

แอบเหลือบมองแบบไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวสักพักก่อนจะรู้ว่าพี่ต้นงานนี้ฉายเดี่ยว เป็นครั้งแรกที่เห็นพี่แกทำหน้าหงุดหงิดราวกับไปกินรังแตนมา ตอนรับน้องก็ชอบทำหน้าขรึมนะ แต่ไม่ได้แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาได้เท่าวันนี้ ในมือถือหนังสือตราครุฑมาหนึ่งแผ่นแล้วตรงเข้าไปในกลุ่มคณะพี่เชียร์ที่ตอนนี้กำลังนั่งประชุมกันที่แสตนด์เชียร์อีกฝั่ง สงสัยจะมีเรื่องสนุกให้ชม ผมเลยเอื้อมมือไปสะกิดไอ้พอลที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้มาร่วมเสพย์

 

“ว่าไงมึง” มันเงยหน้าขึ้นจากมือถือในมือก่อนจะมองตามหน้าที่ผมกำลังพยักเพยิดไปในทิศทางที่พี่ต้นอยู่ แหมะ...ไม่ทันได้เข้าไปในกลุ่มนั้นดีเสียงโวยวายโหวกเหวกก็ดังขึ้นมาแบบไม่ต้องเอียงหูฟังเลยครับ เซอร์ราวน์ยิ่งกว่าอยู่ในห้องโสตทัศนะ เหมือนเอาโฮมเทียร์เตอร์มาติดตั้งที่สนามอย่างงั้น

 

“เออ กูรู้ว่างานมึงสำคัญ แต่ประเด็นป่าววะที่มึงต้องตีกลับเอกสารกูแบบนี้ ทั้งๆ ที่กูส่งให้คณบดีเซนต์ก่อนมึง” พี่ต้นพูดขึ้นโดยมีพี่มิครีบวิ่งเข้ามาคุมเชิง ผมผิวปากเบาๆ มองพี่ว้ากภาคตัวเองที่โคตรห้าว จัดเดี่ยวโชว์กลางวงพี่เชียร์ที่เต็มไปด้วยพวกภาคเครื่องกล เจ๋งสุด! นับถือเลย! นี่ถ้าเดินผ่านหน้านี่จะยกนิ้วโป้งให้แล้วขอลายเซ็นถ่ายรูปคูให้เป็นอนุสรณ์

 

เดี๋ยวๆ ผิดๆ ได้ข่าวว่านั่นพี่ที่ภาค ต้องเข้าข้างดิวะ!

โอ้ยไอ้พีชประสาทกลับป้ะเนี่ย!!!

 

“พี่ต้นเปรี้ยวสุด กูปลื้มเลยหวะมึง!” ไอ้พอลพูดขึ้นขณะที่เหตุการณ์ยังไม่คลี่คลาย เพื่อนฝั่งพี่เนเริ่มรั้งตัวพี่เนแล้วครับ เห็นตัวเล็กๆ แบบนั้นแหมะแรงเยอะดีชะมัด เอาไงหละมึง ทั้งสนามไม่เป็นอันทำอย่างอื่นแล้ว รอลุ้นมวยกันตาเป็นมัน ดีหน่อยที่ตอนนี้พี่ทีวิ่งมาจากอีกฝากมาสมทบด้วย ตอนนี้พี่ว้ากยังไงก็สามคนหละ อย่าให้พูดถึงพี่เชียร์นะครับว่ากี่คน คือถ้ามีวัดกันผมว่าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตอ่ะนะ สำหรับพวกพี่ว้ากเนี่ย

 

“เนมึงทำงี้ก็ไม่ถูก มึงไปดึงเอกสารไอ้ต้นออกทำไมวะ เซนต์ก็เซนต์ดิ ไอ้โมไอ้ต้นก็รับปากแล้วว่าจะไปรับน้องภาคหลังงานกีฬาสีเป็นกูกูก็โกรธนะเว้ย” พี่ทีเหมือนพระเอกขี่ม้าขาว เออเข้าใจไอ้พี่มิคว่าเป็นคนกลางอีกคนก็เพื่อนในภาค อีกคนก็กลุ่มพี่ว้ากด้วยกันแหมะทำตัวลำบากเลยมีพี่ทีมาอีกคนพี่ต้นมันเหมือนมีพวก ยกยิ้มมุมปากห้าวเท้ามากครับขอบอก นี่มึงไปเผลอเหยียบมะนาวมาป่าววะ ไหงปกติดูสุขุมดูดี ไหงตอนนี้มึงเป็นเป็นหลังมือแบบนี้หละเนี่ย!

 

“มึงว่าเรื่องจบไงวะ” ไอ้พอลยังถามผมต่อ ไอ้นี่ก็ขัดจัง กูกำลังตั้งใจเสพย์อยู่ จบไงไม่รู้เว้ย รู้แต่ว่าอย่าต่อยกันเป็นพอ เรื่องถึงหูคณบดีโดนทัณฑ์บนนะครับ! แถมพ่วงตำแหน่งที่ต้องคอยอบรมน้องแบบนี้ด้วย ข้อหาหนักบอกเลยว่างานหยาบ!

 

“ทีมึงจับแยกไปเลย ต้นมึงใจเย็นก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกูเข้าใจมึงนะเว้ย เรื่องนี้หวังว่ามึงไม่เข้าใจกูผิด โอเคป้ะ?” พี่มิคเท้าเอวบอกพี่ทีก่อนจะหันไปเคลียร์กับพี่ต้นที่ไม่ได้ดูอารมณ์ดีขึ้นเท่าไหร่ ความจริงพี่ต้นกับพี่เนแม่มตีกันก่อนมาเป็นพี่เชียร์พี่ว้ากป้ะวะ

 

“เออ ต้นมึงกลับสโมก่อน พวกไอ้โมไอ้ก้องไปไหนเนี่ย ไมปล่อยมึงบู้เดี่ยวแบบนี้เนี่ย มึงนี่ก็ห้าวสัส ได้ปลาตีนมากินให้เจ็บปากเล่นสักวันสองวันดีไหม” พี่ทีบ่นก่อนจะลากเพื่อนร่วมรุ่นของตัวเองออกไปแต่โดยดี ผมว่าที่จิงพี่ต้นแม่มไม่ธรรมดาเลย เห็นเงียบๆ แบบนั้นแต่อารมณ์ร้อนใช่เล่นนะครับ เอาหละต่อไปผมจะไม่หือไม่อือไม่งอแงกับพี่ต้นสักแอะเลยนี่สาบาน!

 

 

หลังจากเหตุการณ์สงบลงเหมือนกิจกรรมต่างๆ ที่มีก็กร่อยลงไปด้วย การคัดตัวจบเร็วขึ้น ทั้งๆ ที่สนามเพิ่งเปิดสปอร์ตไลท์ได้ไม่นาน เวลาเพียงแค่ทุ่มครึ่งไอ้เพื่อนตัวดีของผมก็เดินกลับมาที่แสตนด์

 

“เฮ้ยๆๆๆ มึง เมื่อกี้พี่ต้นแม่มห้าวสะดิ้งมาก กูนับถือเลย” ไอ้เติร์กเดินมาหน้าแบบอยากพูดสุดๆ ครับ

 

“ไอ้เติร์กระวังปากมึง เรื่องปีสามปีหนึ่งไม่เกี่ยว มึงอย่าลืมว่ายังไม่ได้ชอปอย่าปากดีมาก เดี๋ยวจะอด” ไอ้เบลที่ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อยหันไปด่าไอเติร์กจนมันยกมือไหว้ไอ้เบลให้เลิกด่ามัน เรียกเสียงฮาให้พวกเราได้ไม่น้อย และไม่รู้ว่าเพราะเหตุการณ์ลุ้นระทึกเมื่อครู่ หรืออะไรทำให้เกิดอุปทานหมู่หิวกันยกกลุ่ม เลยตัดสินใจไปกินก๋วยเตี๋ยวบะหมี่หมูแดงหน้าหอผมกัน ถึงร้านจะบ่อยจนไม่สร้างสรค์แต่เด็กกินง่ายอย่างพิชญ์พลไม่ใช่ปัญหา เรื่องดีด้วยซ้ำที่เดินทางกลับหอแบบสะดวกโคตรๆ อีกต่างหาก

 

ระหว่างที่สั่งเมนูตักน้ำเรียบร้อยผมกลับมานั่งโต๊ะแล้วดูดน้ำกินแก้กระหาย และมันคงชื่นใจมากๆ หากไม่ติดว่าทุกสายตากำลังมองมาทางผมด้วยสายตาจับผิด

 

“อะไรของพวกมึง” เหล่ตามองเพื่อนก่อนจะเอ่ยถามขึ้น ไอ้ที่เหลือเหมือนรอโอกาสนี้มานานแล้วครับสะกิดกันยิกๆ ให้ถาม

 

“เออๆๆๆ กูเองๆ สาสสทีอยากรู้อยากรู้ด้วยกัน โดนด่าโดนด่ากับกูไหม???” ไอ้เติร์กโวยวายขึ้นก่อนที่จะกระแอ่มไอยืดหลังตรงกอดอกแล้วมองมาทางผมด้วยท่าทางที่โคตรจะมีพิรุธ

 

“อะไร?” ผมเลิกคิ้วสูงใส่พวกมันพร้อมกับมองแบบไม่ไว้ใจครับ พวกนี้นี่น่ากลัวแบบเลเวลไคจูขั้นสิบ!

 

“เมื่อวันศุกร์มึงออกไปไหนกับพี่โมมา”

 

นั่นไง! ทำไมเดาหวยไม่ถูกแบบเดาคำถามไอ้พวกนี้หวะ คิ้วกระตุกแปลกๆ ตั้งแต่ที่มันบอกให้รอแล้วลากมากินบะหมี่เกี๊ยวที่บริการสุดมีออดี้มาจอดเทียบหน้าร้านทั้งที่ปกติไม่มีหรอกไอ้โชจะยอมเอารถหลักล้านออกจากซองจอด นอกจากจะกลับบ้าน และไปรับเมีย ถุ้ย! คุณหลอกดาว!!

 

“อะไร? ก็แค่ไปเดินตากลม” เนียนนิ่งแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่มีอะไรในกอไผ่ทำหน้าตายๆ เข้าไว้รอดแน่ๆ ครับ!

 

“ตากลมอีกท่าไหนสัส พี่โมวิ่งตาแหกกลับมาที่ผับหามือแทบพลิกร้านหาแบบนั้น อย่ามา! เพื่อนกันก็เล่ามา!” นี่ไอ้โช ไอ้นี่เริ่มมีอินเนอร์ แถมใต้โต๊ะยังเตะขาผมยิกๆ ให้ตอบ ไม่ได้ดูเลยว่ารองเท้ามึงทำกางเกงกูเปื้อน! แม่งงงง ซักเองนะเว้ยไม่มีแม่ทำให้เหมือนแต่ก่อนนะ นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือต้องหลบหลีกคำถามพวกนี้ก่อน!

 

“เป็นผู้ชายอย่าขี้เสือกนะครับ มันไม่เท่!” ผมตอบกลับไปพร้อมกับยกน้ำดูดอีกครั้งเรียกเสียงโห่ดังลั่นโต๊ะพร้อมกับอีกหลายๆ มือที่ผิดหวังรุมกันตบกระบาลผมกันทั่วหน้า แค่ก! ไอ้สัสอย่าตบหัว กูต้องกินน้ำ!!! แง้!!! น้ำเข้าคอกู๊ววววววววว!!!

 

“มีความลับกับกูนะจำไว้เลย” ไอ้เติร์กทำหน้าตาเหมือนคนถูกทิ้ง นี่ถ้ามีประกวดรางวัลออสก้าผมจะส่งมันเข้าประกวดเผื่อจะติดอันดับได้รับรางวัลกลับมากับเขามั้ง โธ่!พ่อคุ๊ณอย่ามาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จใส่ คนอย่างพิชญ์พลไม่หลงกลหรอกครับผม!!!!

 

“มันไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร พวกเรามันก็แค่เพื่อนร่วมเซค เพื่อนร่วมภาค เพื่อนที่มันคบไว้คุยเล่นเท่านั้นแหละ” ไอ้เบลก็เอากับเขาด้วยครับเริ่มดราม่าฟุ้งกระจายรอบโต๊ะหละ เมื่อไหร่บะหมี่จะมาวะ! เป็นครั้งแรกที่เคืองป้าที่เสิร์ฟช้าขนาดนี้นะเว้ย!

 

“พอๆๆ หัวกระบาลกูจะระเบิด ถ้าไม่เล่ามึงจะไซโคกูแบบนี้ช้ะ? ไม่มีไรเลยเว้ยกูแค่เมาแล้วแบบเดินหลงตอนพี่แกเข้าเซเว่น โอเคป้ะ คือพวกมึงก็รู้ว่ากูบ้านนอกไง ไม่ชินกับกรุง แบบหาพี่แกไม่เจอกูก็ขึ้นแท็กซี่โทรหาไอ้เฟิร์สลูกพี่ลูกน้องกู เพื่อนไอ้โชที่เรียนถาปัตย์อ่ะ เกทป้ะ?” ณ จุดนี้ผมควรส่งตัวเองไปชิงรางวัลออสก้าแทนไอ้เติร์ก ตีบทแตกแบบไม่ต้องพึ่งแสตนด์อินใดๆ จุดนี้อยากแคนเซิลออเดอร์ป้าแล้วเข้าหอไปจำศีลให้ห้องตัวเองทดลองเป็นหมีฤดูหนาวแป๊บ!

 

“จริง?” นี่เสียงไอ้โชที่ขึ้นเสียงสูง เดี๋ยวนะๆ มันไปรู้อะไรมาจากไอ้เฟิร์สป้ะเนี่ย???

 

“เอ้า!  ให้กูพูดเพื่อ? ไม่เชื่อก็ช่างนะครับ!” ผมยักไหล่ทำไม่แคร์พอดีที่ป้าแกเอาบะหมี่หมูแดงมาเสิร์ฟเป็นอันจบบทสัมภาษณ์อันแสนกัดกินหัวใจผมไป และทุกคนแลดูเหมือนชามบะหมี่นั่นสำคัญยิ่งกว่าอะไรบนโลกนี้ สำหรับวินาทีนี้ พอชามวางลงบนโต๊ะสงครามแย่งเครื่องปรุงก็เกินขึ้นทันที และด้วยความโชคดีที่ผมไม่ชอบปรุงครับ เลยไม่ต้องไปตีกับพวกมันให้เหนื่อย หยิบตะเกียบคีบโซ้ยซดน้ำซุปได้เลย

 

และแล้วสงครามก็จบลงที่ตอนสามทุ่มกว่าๆ หลังจากที่เบิ้ลกันไปคนละชามสองชาม บวกกับแฟนไอ้โชโทรตาม ก็ได้ฤกษ์แยกย้าย ผมโบกมือลาเพื่อนๆ ที่ขึ้นรถของตัวเองจนกระทั่งขับออกไปจากร้านบะหมี่นั่นหละ ถึงจะหันหลังเดินเข้าซอยหอพักของตัวเองบ้าง และมันคงได้ถึงหน้าหอแสกนบัตรเข้าไปกดลิฟท์เปิดประตูห้องอาบน้ำทิ้งตัวนอนอย่างที่ได้แพลนเอาไว้ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือเสียก่อน

 

ใครวะเป็นมารทำลายความสุข!

 

หลังจากที่นึกด่าในใจก่อนจะเห็นเบอร์แปลกฉายบนหน้าจอเรียกให้ขมวดคิ้วก่อนจะกดรับสาย และแทบจะยกโทรศัพท์ออกจากหูทันทีที่ได้ยินเสียงตอบรับโหวกเหวกจากปลายสาย อื้อหื้อที่ไหนกันวะครับเนี่ย ก่อนจะกรอกเสียงรับสายแบบเป็นทางการ

 

“ครับ”

 

“น้องพีชหรอ! พี่ก้องเองงงงงงงงง เฮ้ย!ไอ้เชี่ยเบาๆ ดิ๊กูไม่ได้ยินเสียงน้อง!” พอรู้ว่าใครโทรเรียกให้ผมขมวดคิ้วหนักๆ อีกรอบ พี่ก้อง? โทรมาทำไม?

 

“ครับพี่” ผมตอบกลับไปอีกครั้งเพื่อรอฟังจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายโทรมา

 

“ตอนนี้พี่อยู่ร้านเดอะบาร์หลังมอ มีเรื่องอยากรบกวนพีชหน่อยมาหาพี่ที่ร้านได้รึเปล่าครับ! เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวนั่นของกู! เฮ้ยยยยยยย! น้องพีชแค่นี้ก่อนนะรีบมานะพี่รออยู่!” เสียงพี่ก้องจบลงแค่นั้นพร้อมกับการวางหูจากปลายสายที่ผมจับใจความได้แค่เพียงว่า

 

อยู่ร้านเดอะบาร์หลังมหาวิทยาลัย

มีเรื่องรบกวน

และให้รีบไป!

 

แล้วรบกวนเรื่องอะไรวะ??? ไมไม่ยอมบอก เสียสติรึเปล่าวะเนี่ยไปก๊งเหล้าวันจันทร์กันเนี่ย โอเคไหมเว้ยเฮ้ย?? นี่คืออะไร?แล้วยังไง?วะ คืองงขั้นสุด???

 

ประเด็นที่ทำให้งงมากกว่านั้นคือ ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าร้านเดอะบาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

เอิบ....

 

ยังไงต่อหละทีนี้?

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 60%

 

 

 

ระหว่างที่ยืนเกาหัวงงตัวเองอยู่ร้านเดอะบาร์แบบไม่เข้าใจตัวเองขั้นสุด คือพอวางหูก็มาเลยไม่คิดจะเปลี่ยนชุดแบบไม่ได้ดูสภาพว่าตัวเองอยู่นิสิตเครื่องแบบเต็ม ถึงจะพับแขนเสื้อเนคไทเบี้ยวก็เหอะ แต่ก็ครบชุด ไหนจะเป้ที่สะพายแล้วข้าวของที่ซื้อมาจากห้างเมื่อตอนเย็นอีก เอาเถอะถอดไทด์เก็บก็คงโอเคแล้วมั้ง หัวเข็มขัดก็ช่างไปก่อนหละกันเว้ย! จะซงจะซ่อมช่างหละ พีชไม่ผิดนะครับ พี่เรียกผมมาเองงงงง

 

ไม่ทันได้คิดฟุ้งงุ้งเงี้ยวอยู่หน้าร้านได้นาน พี่ก้องที่โผล่ออกมาจากข้างร้านเหมือนเพิ่งออกมาจากการสูบบุหรี่ เพราะกลิ่นคลุ้งร่างพี่แกไปหมด

 

“อ้าวน้องพีช! มาแล้วทำไมไม่โทรเรียกพี่อ่ะครับ” พี่ก้องร้องทักผมเสียงดังแบบคนที่นั่งชิวๆ อยู่หน้าร้านหันมามองกับการเรียกชื่อครั้งนี้หลายคนเลยทีเดียว เอาเซ่! ดังในภาคในคณะไม่พอหร๊อก ดังที่เดอะบาร์อีกที่ก็ไม่เสียหายไรหร๊อก เอาเลยยยยย เรียกอีกเดะไอ้พี่ก้อง! ฮืออออออออ

 

“เอ่อ เพิ่งถึงครับพี่เลยยังไม่รู้ต้องทำไงต่อดี” ผมตอบออกไป งงตัวเองเหมือนกันว่าไมตอบมึนๆ ไรแบบนั้น แต่ช่าง ตอบไปหละ แถมไอ้พี่ก้องก็ไม่ได้ติดใจสงสัยไรนอกจากกวาดแขนมาโอบบ่าผมแล้วออกแรงพาเดินเข้ามาในร้านที่เสียงเพลงดนตรีสดจากนักร้องหน้าตาดีกำลังร้องอยู่บนเวที โต๊ะด้านล่างมีคนนั่งอยู่ไม่ใช่น้อยราวกับว่าวันนี้ไม่ใช่วันจันทร์ แต่ช่าง! ไม่ใช่ประเด็นอีกนั่นแหละ ประเด็นคือไอ้พี่ก้องจะลากผมไปไหนวะครับ??? ตอบกู!!!!

 

“เดี๋ยวๆ พี่ ไปไหนเนี่ย แล้วเรียกผมมาทำไม??” ผมขืนตัวออกจากการลากของพี่ก้องที่ดูไม่ชอบมาพากล แต่พี่ก้องก็ดันไม่ตอบ เจ้าตัวจิ๊ปากอย่างขัดใจใส่แถมทำตาดุๆ ใส่ผมอีกแหนะ เฮ้ยๆ กูโดนลากไปเนี่ยไม่มีสิทธิ์ถามอ๋อวะ ว่าจะโดนลากไปไหน แถมยังออกแรงลากจูงมากกว่าเก่าจนไม่อยากทำสะดิ้งเล่นตัว ไหนๆ ก็ถูกหลอกมาเสียขนาดนี้หละ เอาเลยยย อยากลากไปไหนเชิญเลยครับ! ผมขอเหลือกลับมาสามสิบสองแบบแม่ให้มาเหมือนเดิมก็พอ!!

 

เดินเข้ามาในตัวร้านไม่นานก็มาถึงมุมที่มีประตูห้องหลายๆ ห้องเรียงอยู่พี่ก้องเดินไปห้องในสุดแล้วเปิดประตูออก สิ่งแรกที่สัมผัสได้จากห้องนี้คือเสียงโหวกเหวกโวยวาย และเสียงควายๆ ของพี่คนใดคนหนึ่งในนั้นกำลังร้องเพลงแบบอินสุดๆ เอิบ เรือน้อยควรออกจากฝั่งเวอร์ชั่นไหนหละครับ? นึกสงสารวงบอดี้แสลมเบาๆ ที่มีแฟนบอยแบบนี้ ไม่ทันได้คิดนานไอ้พี่ก้องก็ดันผมเข้าไปในห้อง และทุกสายตาก็หันมามอง

 

“ฮิ้ววววววววว ไอ้เชี่ยก้องเจ๋งสาสสสสสสสสสสสสสส ชาบูววววววววววว” เสียงเฮ้ลั่นห้อง แม้กระทั่งไอ้เสียงร้องเมื่อกี้ก็ผิวปากใส่ไมค์แบบอยากเห็นหน้าคนร้องนะครับนี่พูดเลย กะจะให้ทิปสักร้อยยกมือไหว้พองามแล้วขอร้องให้พี่เค้าวางไมค์เถอะผมกลัวแก้วหูแตก แต่จุดนี้ทำไม่ได้ไง ใครแม่มไม่เป็นผมไม่รู้หรอกว่าการที่อยู่ๆ มาอยู่ในดงพี่ว้ากมันเป็นยังไง!!!

 

“สาสสสใครพนันไรไว้จ่ายกูเลย! กูบอกแล้วอย่าท้ากู กูไม่ชอบ! ฮ่าๆๆๆๆๆ” พี่ก้องพูดขณะที่เดินไปยกมือไฮไฟท์กับพี่เดย์ที่นั่งโซฟาแถวริมสุด และไอ้พี่ทีที่กำลังยกแก้วเหล้าที่ผสมแล้วให้พี่ก้อง

 

“อันนี้กูชงคารวะมึงเลย เอ้าจัดสุดซอยเป็นเกียรติแก่กูทีหวะ!” พี่ทีว่าก่อนที่พี่ก้องจะรับแก้วแล้วกระดกหมดแก้วจนผมต้องเบ้หน้าแทนดูจากสี พี่ทีแม่มชงเข้มแบบเปลืองเหล้าน่าดู พอเหล่มองขวดที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตาแบบจะหลุดออกมาจากเบ้าแล้วประกอบเข้าไปใหม่มาก เช้ดดด นั่นมันบลูเลเบิ้ลราคามหากาพย์มาก แบบขี้กากๆ ใจไม่ถึงไม่ซื้อกินนะครับ!

 

“อ้าวๆๆ มึงๆ หาที่หาทางให้น้องเค้านั่งดิ๊ ปล่อยให้ยืนทำหน้าหมางงอยู่นั่นหละ เฮ้ยๆๆ สรรที่ดิ๊!” ระหว่างที่กำลังกำลังสะพรึงกับขวดเหล่าฉลากสีฟ้าหม่นนั่นไม่นานอารมณ์ก็แกว่งอยากเตะพี่ว้ากสักทีก็ผุดขึ้นมาเมื่อไอ้พี่เอ็มที่จำได้ว่าอยู่ภาคอุตพูดขึ้นมา ถ้าไม่ติดว่ากลัวนะทำไปแล้วเหอะ ดูมันเดะ! มันว่าผมเป็นหมาอ่ะ! ฟ้องแม่ได้ป่าววะนะจุดนี้!

 

“นี่ๆ มานั่งนี่ เดี๋ยวกูสละให้ จัดให้เพื่อนกูหน่อยเดี๋ยวจะหาว่ากูแล้งน้ำใจ” นี่เสียงพี่ต้นคนจริงครับ เห็นห้าวเมื่อตอนเย็นตอนนี้กลับมาเป็นคนเดิมแล้วครับ เจ้าตัวพูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจนผมอยากจะยกมือไหว้บอกลาแล้วเผ่นร้อยเมตรแบบเกียร์หมาเข้าโค้งกลับหอแทบไม่ทัน เพราะไอ้คนที่นั่งข้างพี่ต้นที่นั่งกอดอกก้มหน้าเล่นมือถือแบบไม่สนโลกนั่นคือพี่โม!!

 

เฮ้ยยยยยยยยยยย! ยังไม่พร้อมเผชิญเว้ยยยยยยยย!!!

กลับหอทันป้ะวะ????

 

“เฮ้ยยยยย ไอ้เชี่ยโมมีเพื่อนดีอ่ะ มึงหลบครับๆ ให้น้องเข้าไปนั่งครับ ไอ้มิคมึงจัดมิวสิคสักเพลงดิ๊ ”พี่เดย์ยังร้องแซวขณะที่ผมต้องจำใจเดินเข้าไปนั่งข้างพี่โมอย่างเสียไม่ได้ ผมมองเจ้าตัวที่ไม่รู้ว่ามือถือมีอะไรให้สนใจนักหนา ก่อนจะหันไปหาพี่ต้นที่ผิวปากเมื่อเห็นรายชื่อเพลงที่ปรากฏในหน้าจอพร้อมกับอินโทรเพลงดังขึ้นมา ห้องก็เฮกันเสียงดังอีกครั้ง บ้างก็ร้องตามบ้างก็ชนแก้วยกซดกันไป พี่ต้นเองก็ชงมาให้หนึ่งแก้วครับ โชคดีที่พี่แกผสมโค้กมาให้ และไม่เข้มเท่าไหร่เลยกินแบบพอจิบๆ ก็โอเค จิบไปดูพี่มิคพี่ทีร้องเพลงไปก็ฮา เพลงแม่มจังหวะไม่ได้เร็วอะไรเลยแต่พี่ว้ากสองคนนั่นกลับยืนร้องไปเต้นท่ากังนัมสไตล์ซะงั้น ฮาชะมัดแต่หลุดหัวเราะไปไม่ได้เท่าไหร่ก็ต้องหุบยิ้ม เพราะเหมือนไอ้คนข้างๆ มันถอนหายใจครับ ! เสียงดังด้วย!

 

เอ๊อะ!!

เอาไงวะกู? ยังไงง!!! พี่โมมึงทำตัวอย่างงี้ต้องการสื่อไร?????

ตอบ!!!

 

“เออ ผมทักพี่ไปในไลน์เห็นรึเปล่าครับ?” ในเมื่อส่งกระแสจิตไปแต่ไอ้พี่โมแม่มปิดเรดาห์พึ่งพาอะไรไม่ได้ก็ต้องพึ่งตัวเองเนี่ยแหละ! ผมถามไปไอ้พี่โมมันทำไม่ได้ยินครับ

 

เออ...จะเล่นงี้ใช่ไหม?

สะกิดแม่ม!!

 

“มีอะไรครับ?”

 

โอ้โห้! นี่ทำขรึมใส่ไม่พอ ดันหันมาทำหน้านิ่งแล้วยังเลิกคิ้วกวนประสาทใส่อีก คือไร? คือจะไฝว้หรือไง? หรืออะไรวะ?? คิดว่ากูกล้าไฝว้ด้วยป้ะวะ? ฮือออออออออออออออออออ! ไม่ได้ๆ ไหนๆ ก็เริ่มก่อนหละ เออๆ เด็กกว่ายอมก่อนก็ได้นะเว้ย! ปกติไม่ยอมใครนะบอกเลย!

 

“ผมถามพี่ว่าผมทักไลน์พี่ไปเห็นไหม?” ผมเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นเพื่อพี่โมจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เจ้าตัวดูนิ่ง และหยุดคิดไปแล้วก็หันไปรับแก้วเหล้ากับพี่ทีก่อนจะกดมือถือตัวเองต่อ และเท่าที่มองตามพี่โมกำลังกดคุกกี้รันครับ! มึงเลิกวิ่งแล้วหันมาคุยกับกูก่อนจะตายไหมครับ! นี่กูง้อแล้วนะ โปรดให้ความร่วมมือกูด้วย!

 

“หรอ...ผมไม่ยักเห็น”

 

ถ้าหากคุณนั่งข้างผมตอนนี้อาจจะได้เห็นผมอยู่ในสภาวะนับหนึ่งถึงสิบในใจแบบไม่ให้สติหลุดแปลงร่างกลางดงพี่ว้ากขี้เมาในห้องคาราโอเกะนี่! ใจเย็นโยมพีช ใจเย็นโยมมมมมมมมมม

 

“แต่ผมเห็นพี่อ่านแล้วนะ”

 

“อ่อ...หรอผมคงกดผิด”

 

เอิบ....นี่มึงกำลังเอาคืนที่กูอ่านแล้วไม่ตอบอยู่ใช่ป้ะวะครับ!

 

“พี่ไหวป้ะเนี่ย?” ผมเลิกคิ้วแล้วจ้องหน้าพี่โมที่กำลังก้มหน้าก้มตาวิ่งไอ้คุกกี้อัศวินไปถึงด่านน้ำแข็ง กูขอแช่งให้มึงตกเหวเดี๋ยวนี้เลยแล้วก็ได้ฤกษ์เลิกเล่นแล้วหันมาคุยกับกูดีๆ ดิ!

 

“ยังไง ผมสบายดีนะเท่าที่คุณเห็นผมป่วยรึไง?”

 

จุดนี้ไม่ไหวจะเคลียร์ ขอยกธงขาวยอมแพ้แบบไม่แคร์โลกหละครับ! หันไปกระดกเหล้าในมือแบบหมดแก้วโดยไม่ได้คำนึงถึงราคาของมันอีกต่อไป ถือว่าวันนี้พี่ก้องเรียกมากินเหล้าฟรีหละกัน!

 

ไม่ทันไปถึงไหนอาการโลกเอียงก็กำเริบกับร่างกายผมอีกครั้ง ไหงห้องมันไม่ตรงวะ?

 

“เฮ้ย! ยังไงเนี่ย! กูเผลอแป๊บเดียวไมน้องมันเมาแบบนี้วะ??? เฮ้ยไอ้โมมึงไม่ดูเด็กมึงเลยเนี่ย!

 

ได้ยินเสียงเหมือนพี่ต้นโหวกเหวกอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวๆ ใครเด็กไอ้พี่โม เดี๋ยวกูฟาดหลังหัก! สาสสสสสสสสสส!

 

“ไอ้โม มึงจะขรึมจะฟอร์มจะทำไรก็หยุดไว้ก่อน น้องมึงเมาแล้วเนี่ย!” ผมว่าบางทีเสียงพี่ต้นก็น่ารำคาญเกินไป! ใครเมาวะ! นี่ยังโอเค ยังไหวนะเว้ย!!!

 

“ม่ายมาวววว! ใครว่ากูมาวววะตบปากแม่มมมม!” ผมพูดขึ้นก่อนจะโบกมือไปมา แต่ไหงไขว่คว้าได้เพียงอากาศวะ! ไม่เมาเว้ย!!!! ใครว่ากูตบบ้องหูหลุดเลย!

 

“เห้ย! เมาแล้วเก่งหวะมึง! ตัวเท่าลูกหมาน่ารักดีหวะ ยังไงเนี่ยไอ้โม ลีลากูพากลับให้ได้นะเว้ย หอมึงกูก็รู้จักเอาการ์ดมาให้กูยืมเป็นพอเดี๋ยวจะส่งแบบถนอมๆ ให้ถึงเตียงเลย”

 

“ตลกดิ?”

 

หงึมๆๆ ใครแม่มงุ้งงิ้งง่วนง่านโวยวายข้างหูวะ รำคาญชิบ!

 

“ทำหวงสาสส เมื่อกี้หละเค้าง้อทำเป็นไม่สนใจ เอาไปเลยพากลับไปเลย พรุ่งนี้มีเรียนนะมึงอย่าหนักจนไปเรียนไม่ไหวหละ จัดน้องเค้าเบาๆ หน่อย!

 

“ฮิ้ววววววววววววววว!!!” เสียงโห่แซวดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะมีเสียงเถียงกันอีกเล็กน้อย และเสียงเพลงก็ดังขึ้นเหมือนกับว่าพวกพี่ๆ แกจะร้องเพลงอีกแล้ว แต่ทำไมผมมีความรู้สึกว่าเสียงเพลงมันเริ่มเงียบลงเรื่อยๆ วะ แล้วไมรู้สึกว่ากำลังโดนพยุงไปไหน แล้วนี่ทำไมลมเย็นๆ แล้วทำไมเหมือนได้นั่งเบาะนุ่มๆ แล้วทำมายยยยยยยย งื้อออออออ ทำไมโลกมันหมุนแบบนี้วะ???

 

แง่มมมมมมๆๆๆๆ

 

 

“คุณนั่งดีๆ อย่าอ้วกใส่รถผมเหมือนคราวที่แล้วหละ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นก่อนจะได้ยินเสียงสตาร์ทรถ ไปไหนก็ไปไม่สนหละโว้ย! มึน โลกหมุน และพีชจะนอนนนนน! อย่ามากวนนนนน!!

 

 

 

อุ๊.....แหวะ!!!!

ทำไมฉากมันเปลี่ยนไวจนผมตามไม่ทันแล้วเนี่ยพี่บัวลอย! รู้สึกตัวอีกทีหน้ากูมุดอยู่ปากโถส้วมเรียบร้อยหละครับ จำได้ว่ากว่าจะมีคนเปิดประตูห้องให้กว่าจะหย่อนผมนอนลงบนเตียงไอ้อากาศมึนหัววิงเวียนก็เข้าจู่โจมก่อนที่จะสวมบทบาทนักวิ่งร้อยเมตรเข้าห้องน้ำได้ทันเวลาพร้อมกับขย้อนของเก่าอย่างสวยงามยิ่งกว่าใส่สูตรแทนสมการหาค่าวงโค้งโปรเจกไทล์เสียอีก เก๋มากกว่านี้ได้อีกสัส TT

 

ทำไมเวลาอ้วกต้องน้ำตาไหลวะ? นี่อยากรู้มาก เรียนสายวิทย์มาก็ไม่ช่วยอะไรนี่พูดเลย!

 

“เอ้า! ไหวไหม?” ไม่นานนักเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเพื่อเอ่ยถามพร้อมกับมือหนาที่กำลังลูบหลังอยู่ บอกเลยว่ามึงดูสภาพกูตอนนี้มึงคิดว่ากูไหวไหม? กูดูโอเครึงายยยยยยย!!! จุดนี้อยากเป็นเอลซ่าแล้ววิ่งไปกลางหิมะเสกปราสาทน้ำแข็งจริงเว้ยยยยย!! เกี่ยวไหม? ออกอ่าวไปไกลงั้นเรือเล็กควรกลับเข้าฝั่ง!

 

หลังจากที่ผมขย้อนอะไรที่กินมาออกไป จนรู้สึกได้ว่าตอนนี้กระเพาะช่างว่างเปล่าก็ทำท่าจะลุกไปล้างปาก และเหมือนสติเริ่มกลับมาสมองก็เริ่มประมวลผลคำนวณตรรกะขึ้น ความถี่คลื่นเสียงทุ้มเมื่อกี้ว่าเป็นของใคร เออนี่ก็สงสัยจะอธิบายให้มันอลังการงานสร้างเพื่อ? ทั้งๆ ที่เซ้นส์แม่มบอกอยู่แล้วว่าคนนั้นที่อยู่ในห้องคาราโอเกะที่สามารถเข้าหอนี้ได้ และรู้จักห้องผมมีเพียงคนเดียวคือ...

 

“พี่โม!!!!” ผมร้องลั่น อีกฝ่ายดูตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ก็โดนตะโกนเรียกชื่อก่อนจะทำหน้าเอือมใส่เมื่อเห็นผมทำหน้าสะพรึงจนโอเวอร์แบบนี้ พูดตรงๆ ไม่ได้อยากเว่อร์ แต่แม่มอินเนอร์มากๆ พูดเลย TT

 

“คุณนี่น้า คออ่อนแล้วยังจะกินเยอะอีก เอ้า! บ้วนปากแปรงฟันเลย แล้วนี่ไหวไหมอาบน้ำจะได้สร่างเมานอนจะได้สบายตัวเดี๋ยวผมกลับห้องแล้ว” พี่โมว่าพร้อมกับยื่นแก้วที่บรรจุน้ำจนเต็มมาให้ ผมรับมาแบบไม่รู้จะทำอะไรต่อ บ้วนปาก และบีบยาสีฟันใส่แปรงเพื่อแปรงฟันตามที่ถูกสั่ง ก่อนจะนึกได้อีกทีว่ายังเคลียร์กับพี่โมไม่จบร่างสูงก็กำลังจะเดินออกจากห้องไปแล้ว ผมเลยรีบวิ่งออกไปเรียกพี่โมไว้ ซึ่งเขาก็แปลกใจไม่น้อยแต่ก็เดินกลับมาแต่โดยดี

 

“ไง มีอะไรรึเปล่า?” เขาถามขึ้นขณะที่ผมยังยืนเก้ๆ กังๆ และยาสีฟันที่ยังไม่บ้วนอยู่เต็มปาก พี่โมก็คงจะเอือมแล้วหละจุดนี้ “ผมว่าคุณไปบ้วนปากให้เรียบร้อยก่อนไปแล้วค่อยออกมาคุยก็ได้ เดี๋ยวผมจะรอ” พอเห็นพี่โมพูดแบบนั้นเลยรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำแล้วบ้วนปากก่อนจะออกมา

 

เคยเป็นไหมครับ?

ในหัวมีคำถามมากมายแต่พอถึงเวลาที่จะถามปากมันดันพูดไม่ออก ซึ่งมันเป็นสถานการณ์ของผมตอนนี้เลย!

 

“มีอะไร หืม?” ผมยืนเก้ๆ กังๆ มองพี่โมที่ตอนนี้เลิกคิ้วถาม แบบความจริงมันไม่ได้มีไรเลยนะ แต่พอโดนตาคมนั่นจ้องมาก็เกิดอาการไปไม่ถูก เออดี คืนนี้ไม่ต้องนอนดีมะ? ยืนเก้ๆ กังๆ จ้องหน้ากันแบบนี้หละ!

 

“เอ่อ...พี่โกรธไรผมป่าวเนี่ย?” ผมถามออกไปแบบลองเชิงก่อนที่พี่โมจะเลิกคิ้วแบบไม่คิดว่าจะได้คำถามแบบนี้จากผมรึเปล่า เออ แต่นี่แหละคำถามดังนั้นจงตอบ!

 

“ผมเนี่ยนะโกรธคุณ  ผมสิต้องถามคุณว่าคุณโกรธผมรึเปล่า?” ทำไมพี่โมมันตอบคำถามผมด้วยคำถามของมันหละวะ? นี่จะกวน? จะไฝว้?

 

“ผมดิที่ต้องถาม ผมจะโกรธพี่เรื่องบ้าไร มีแต่พี่ที่ตึงใส่ผมเนี่ย งงนะเนี่ย!” อินเนอร์เริ่มมาน้ำเสียงเริ่มไป ไอ้ความกลัวที่มีกำลังจะหายไปหละครับงานนี้!

 

“ตึงดิ ผมกำลังรักษาตัวเองอยู่คุณนั่นแหละที่ไม่ให้ความร่วมมือแล้วเมื่อไหร่ผมจะหายเป็นปกติ!

 

“ปกติบ้าไรวะครับ? การอ่านไลน์ไม่ตอบเป็นโรคอ๋อพี่?”

 

“อันนี้ถามตัวเองป้ะ?”

 

“เฮ้ย! อย่ากวนดินี่ผมถามพี่จริงๆ นี่ง้อแล้วนะเว้ย เออพี่ไม่เป็นผมพี่ไม่รู้หรอก โดนบ้างป้ะหละแบบนั้น ไม่ชกคว่ำก็บุญแล้วนะเว้ย!” เออ ความเคารพเริ่มหายไปตามอารมณ์แล้ว เอาเดะ มาเลยยยยย มาเลยยยยยยยย

 

“เออ ผมผิดเอง ขอโทษ” พี่โมเหมือนยอมแพ้ครับ เจ้าตัวยกมือสองข้างขึ้นแล้วพูดขอโทษขึ้นมา ผมเองก็แบบไม่ได้ใส่ใจก็เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี ไอ้พี่โมมันคงเมา และอีกอย่างคงเฮิร์ทที่แฟนเก่าที่เพิ่งบอกเลิกมันมาเจาะแจะ และอะไรอีกหลายๆ อย่าง

 

“ผมเข้าใจว่าพี่เมาไง เลยไม่ได้ว่าไร” โอเคเข้าใจ แมนพอจะให้อภัยโอเคมะ?

 

“ไม่ว่าคุณจะพูดคำนี้สักกี่ครั้งผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้นะครับ วันนั้นผมไม่ได้เมา” พี่โมสบตาผมก่อนจะตอบประโยคนี้ออกมาด้วยสีหน้าจริงจังจนผมแทบอยากร้องไห้

 

 

หมดกัน ไอ้เหตุผลร้อยแปดที่ยกมาอ้างเพื่อให้ตัวเองสบายใจ

ใครกันวะที่แม่มไม่ให้ความร่วมมือ!! ไอ้เชี่ยพี่โม!!!!!!

แม่!!!! พีชอยากกลับบ้าน!!!!!!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.


เออ รู้สึกช่วงนี้ขยันอย่างน่าประหลาด ออกจากห้องสอบเสร็จกลับมาไม่หลับไม่นอนพักผ่อน
ตาสว่างสุดเมื่อเข้ามาหน้านิยายแล้วพบยอดเม้นแบบเยอะมาก TT แบบมีความสุขมาก
แถมหน้าแฟนเพจมีคนกดไลค์ถึง300 แล้ว
เทียบกับเพจอื่นมันคงน้อยมากแต่สำหรับซอลมันเยอะมากจนมีความสุขมากๆเลยหง่า
รักมากเลยน้าทุกคน บวกด้วยยอดวิวที่แสดงว่าเรื่องนี้มีคนสนใจไม่น้อย
คือเก๋อ่ะ TT เพิ่งวันที่ 9 มีคนเข้ามาแล้ว 1000 คน #นับตัวเองด้วย #ฮา
คือดีใจจริงๆ เลยมาต่อ 100% แบบไม่กั๊กรอวันเสาร์เลย

สำหรับจุดนี้รีดเดอร์บางคนคงขัดใจกับการรุกแบบเอื่อยเฉื่อยของพี่โมมากๆ
คือซอลพูดตรงๆว่าซอลแพลนให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้วค่ะ คือตั้งใจให้มันดำเนินไปแบบนี้
อยากให้มันเป็นมุมของผู้ชายสองคนที่เป็นผู้ชายจริงๆ ที่มีแฟนเป็นผู้หญิง
ที่อยู่ๆก็เกิดรู้สึกดีๆให้กับผู้ชายด้วยกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องก้ำกึ่งหลายๆอย่าง
ที่คิดว่ามันคงไม่สปาร์คติดง่ายอะไรขนาดนั้น มันต้องมีความกลัวความไม่กล้า ความไม่มั่นใจ
และการไม่ยอมรับตัวเองเปิดเผยออกมาอย่างที่พี่โมกำลังเป็นในเรื่อง

ยังไม่เบื่อกันใช่ม๊า :)
อย่างงั้นอย่าลืมให้กำลังใจซอลด้วยการคอมเม้นด้วยนะคะ
1 เม้น = 1 กำลังใจน้า

และอีกเรื่องที่จะประชาสัมพันธ์คือ Impossible Love กำลังเปิดจองนะคะ
ใครสนใจสามารถคลิกไปดูรายละเอียดตามลิงก์ได้เลย
http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=701317&chapter=40
#ขอบคุณคุณMysteriousค่าสำหรับคำแนะนำ


วันนี้เม้าท์ยาวเลย แหะแหะ
รักเสมอนะจ้ะ

a solphase




ฮายยย แอบอู้อ่านสือสอบมาลงฟิค #เยาวชนที่ดีไม่ควรเอาแบบอย่าง
วันนี้เอาไปอีกนิดนะ ไว้หลังวันเสาร์สอบตัวสุดท้ายเสร็จจะรีบมาลงต่อให้ครบร้อยนะจ้ะ
ตอนนี้ไปอ่านตัวที่จะสอบพรุ่งนี้ก่อน และอย่าลืมคอมเม้นให้กำลังใจเหมือนเดิมนะคะ

รัก
a solphase



หายไปสองวัน TT วันนี้ซอลไปทำบุญมา เอาบุญมาฝากนะคะ
แต่ตอนกลับดันโดนฝนซะได้ เลยกินยากันและหลับยาวตั้งแต่บ่ายสี่โมงยันสามทุ่มเลย
พอตื่นมาเค้ารีบแต่งพี่โมต่อเลยนะ งั้นวันนี้ขอส่งต่อที่ 40% ก่อนนะคะ
พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแล้ววว โฮฮฮ อยากหยุดต่ออกีสักห้าวัน
ใครๆที่พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วถือว่านี่เป็นของขวัญเปิดเทอมนะคะ

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจซอลน้า อยากอ่านเม้นเยอะๆเลย
1 เม้น = 1 กำลังใจ

รัก
a solphase



a solphase talk: ฮายยย วันนี้เอาเบาๆไป 10% ก็เน้อ
ใครอยากคุยกับซอล อยากเม้าท์กับแกงค์เกรียน อยากเปรี้ยวกับแกงค์พี่ว้าก
เชิญได้ที่ http://ask.fm/solphase

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจซอลน้า
รักนะจ้ะ <3

a solphase



 
 
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3150 ISixG2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 04:31
    เปลี่ยนข้างพอลทันเปล่าวะ ลีลา ฮุ้ยย หงิด
    #3,150
    0
  2. #3086 Gulrat1122 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 21:25
    อีพี่โมลีลา5555. อิพอลมันทำคะแนนโดยยุเชียร์เป็นเพื่อนพีชแล้วมัวงอนยุนั้นล้ะ5555
    #3,086
    0
  3. #3021 momosonoerung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 15:45
    นี่ทอล์คหรือนิยาย555 ขำๆน้า55
    #3,021
    1
    • #3021-1 a solphase(จากตอนที่ 15)
      15 ตุลาคม 2560 / 17:51
      55555 มาย้อนอ่านก็ยังถามตัวเองอยู่ค่ะ แค่คงเพราะว่าเราอัพหลายรอบ อัพกี่รอบก็ทอล์คตลอด มันเลยยาวเฉยเลย ขออภัยนะคะ เม้าท์เพลินไปนิดนึง 55
      #3021-1
  4. #2997 ikonyg (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 20:05
    น้องพีชโครตน่ารักน่าจับฟัดมาดกกก
    #2,997
    0
  5. #2899 braben (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 02:18
    55555ชอบพีทเวลาร้องหาแม่ น่ารักกก
    แลดูโดนกลั่นแกล้งแบบไม่หวายยย
    #2,899
    0
  6. #2811 janeicelet (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 01:02
    พี่โมสารภาพรักไปเลยยย
    #2,811
    0
  7. #2614 KiHaE*129 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 13:42
    ฮาาาาาาาาาาาา

    ร้องหาแม่ทุกที

    ชัดเจนจ๊ะ

    ไม่ได้เมา
    #2,614
    0
  8. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 18:16
    ชัดนะพีช พี่โมไม่ได้เมา 5555555555
    #2,435
    0
  9. #2230 P.Secret (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 16:41
    พี่นี่อยากกลับบ้านไปหาแม่อย่างเดียวเลยนะ
    #2,230
    0
  10. #2198 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 11:23
    โถ พีชลูกแม่จับจ๋นเหยอ โอ๋ๆๆ #สับสนพอ
    #2,198
    0
  11. #2026 ony.pp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:48
    พี่เนอย่างโหด
    #2,026
    0
  12. #1592 shshshx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 22:16
    จะดีกันอยู่แล้วววววววว ไม่น่าเลยยยยยย
    #1,592
    0
  13. #1571 LOMO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 23:57
    ให้เติร์กเบลถือก้านกล้วยนะถ้ามีพิธี คือพวกนางกวน...
    #1,571
    0
  14. #1446 KimHeeBum (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 08:24
    สมหวังกันสักทีเหอะคู่นี้ ลุ้นๆๆ
    #1,446
    0
  15. #1358 cHAchar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 16:07
    ตายละคุณโมเอาไงคะเนี่ยสรุป
    จะตัดไม่ตัด ตัดไม่ตัด ต่อแม่มฟฟฟฟฟฟฟ กลัวอะไรบุกเลยสิพี่
    #1,358
    0
  16. #1257 CaramailLY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 23:50
    พีชน่าฮัก 55555
    #1,257
    0
  17. #427 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 22:22
    ไม่เมาเหล้าแต่เมารักอ่ะดิ
    #427
    0
  18. #376 NRMDWL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 00:24
    มาต่ออีกน้าาา รออ่านจ้าาา >//<
    #376
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. #370 KillerKill (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 19:21
    พีชจะทำยังไงต่อไปน้า~
    #370
    0
  21. #369 jaja (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 09:49
    พี่โมสุดยอด...เล่นรุกเป็นทีมแบบนี้ ท่าจะไม่รอดละน้องพีช- -*
    #369
    0
  22. #368 nichcha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 00:31
    แอบมีโมเมนต์ต้นเน
    พี่โมก็รุกน้องพีชให้ได้นะ จะตั้งตารอ
    น้องพีชที่คิดมาทั้งหมดเป็นอันต้องพับเก็บไปนะคับ 555
    #368
    0
  23. #366 arnachea (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 20:50
    นั่นแหล่ะพูดให้ชัดๆไปเลย มัวแต่เก็กน้องมันไม่เก็ตหลอกนะ
    #366
    0
  24. #364 รักษ์คุณ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 18:12
    พี่โมรุกฆาตน้องพีชมาก
    น้องพี่ท่าจะเสียเส้นไปเลยคราวนี้
    อุตส่าห์คิดว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจมาตลอด
    โดนรุกจริงจริงคราวนี้ จะเป็นยังไงนะ

    ------------------------------------------
    push
    #364
    0
  25. #363 B'bell (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 16:50
    ทำไมบางทีมีโมเมนต์พี่เนกับพี่ต้นก็ไม่รู้=.,=แอบขำพี่โมนะค่ะฟอร์มจัด55555อัพเร็วๆน่ะค้า~~ติดตามอยู่ๆ> #363
    0