My roommate เพื่อนที่รู้ใจ (Yaoi)

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : วิดพื้นเป็นเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 57

1

วิดพื้นเป็นเหตุ

 

                แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องทำให้ผมต้องพยายามฝืนตัวเองให้ตื่นจากห้วงนิทรา หลังจากที่ผมฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมาได้ก็พยายามสอดส่องไปทั่วห้อง อ๋อ...นี่มันห้องพี่เอที่เรามานอนด้วยเมื่อคืนนี่เอง

“อะ...อ้าว ตื่นแล้วเหรอ?” พี่เอที่เพิ่งจะตื่นหันมาถามเสียงงัวเงีย

“ครับ พี่เอนอนต่อเถอะครับ เดี๋ยวบาสกลับเอง”

พี่เอไม่ตอบอะไรได้แต่พยักหน้าตอบรับพลางทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงต่อ

เห็นมั้ยล่ะครับ...นี่แหละชีวิตของผม ตอนกลางคืนแทบจะกลืนกินกันทั้งตัว พอลืมตาเช้าขึ้นมาก็เป็นเหมือนคนไม่รู้จักกัน โลกเรามันมีหลายด้าน...เราต้องยอมรับกับความจริงเหล่านั้นให้ได้

ผมเด้งตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วรีบเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าที่วางอยู่ปลายเตียงมาจัดแจงใส่ให้เรียบร้อย

ไปแล้วนะพี่เอ...

ผมคิดในใจพลางเปิดประตูห้องแล้วเดินออกจากหอพักแห่งนี้ไป

 

ก๊อกๆ!

ผมยืนเคาะประตูห้องตัวเองอยู่นานสองนาน จนป่านนี้ไอ้เสกก็ยังไม่ออกมาเปิดประตูให้ผมอีก จริงสิ! นี่ก็เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า วันนี้คณะเราไม่มีเรียนซะด้วย คนอย่างไอ้เสกคงตื่นประมาณบ่ายสามได้มั้ง

             "มาเช้าจังเลยนะ"

 อยู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับไอ้เสกที่ทั้งร่างกายมีเพียงแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวกับสภาพผมเพ้ายุ่งเหยิง เดี๋ยวนะ!

O_O!

“เสก! เป้ามึง!!” ผมตะโกนเสียงดังพลางชี้ไปที่เป้าของเสกที่มันโด่ออกมาโดยไม่เกรงใจสายตาคนอื่นเลย คือเข้าใจมั้ยครับว่าในยามเช้าเป้าของผู้ชายมันจะตุงตั้งโด่เด่ออกมาเองโดยอัตโนมัติ

“พูดอย่างกับของมึงไม่มี รีบเข้าห้องไปเลย คนจะนอน!” เสกว่าพลางเดินมาดันหลังผมให้เข้ามาในห้อง

ไอ้เสกมันก็รู้นะว่าผมเป็นชายสีม่วง แต่มันก็ไม่เคยรังเกียจอะไรผมเลยสิกนิดเดียว มิหนำซ้ำมันยังดูแลผมดีอย่างกับเป็นพี่ชายผมซะอีก

“เมื่อคืนนอนคนเดียวเป็นไง ควงสาวที่ไหนมานอนด้วยหรือเปล่า ฮั่นแน่! รู้ทันนะโว้ย”

ป๊าบ!

“ควงสาวบ้านป้ามึงสิ! นอนคนเดียวโว้ยยยย!

ไอ้เสกมันไม่ว่าเปล่ามันใช้มือใหญ่ๆ ของมันตบเข้ามาที่กลางกบาลผมเต็มๆ เจ็บนะโว้ย!

“พอเลยๆ ไปนอนต่อเลยไป” ผมใช้มือเล็กๆ ของตัวเองรวบมือไอ้เสกที่กำลังจะฟาดลงมาที่กบาลผมอีกที ไม่ได้กินกูหรอกโว้ย!

“มึงนั่นแหละไปนอน เมื่อคืนซัดไปกี่ยกวะ? ดูขอบตาสินั่นดำเชียว...เหล้าน่ะ ลดๆ ลงบ้างก็ได้”

“เลิกบ่นได้แล้ว มึงเป็นรูมเมทก็นะโว้ย ไม่ใช่พ่อ” ผมว่าพลางทำหน้าย่นแล้วเดินไปนอนบนเตียงของตัวเอง

ไอ้เสกไม่ตอบโต้อะไรแต่เดินมานอนลงข้างๆ แล้วนอนหลับเฉยเลย คนอะไรหลับง่ายชะมัด

 

ตะวันยามบ่ายโพล้เพล้กำลังจะลับขอบฟ้า ท้องของผมกำลังร้องครางโอดโอยเนื่องจากวันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยซักนิด

“ตื่นได้แล้ว ท้องมึงร้องจนไม่มีเสียงจะร้องแล้วมั้งนั่น! เดี๋ยววันนี้กูไปเลี้ยงข้าวเอง”

เสกที่กำลังเซ็ทผมอยู่หน้ากระจกหันมาตะโกนปลุกผมที่นอนอยู่บนเตียงตั้งแต่เช้า

หันไปมองนาฬิกาที่กำลังบ่งบอกเวลาห้าโมงเย็นกับอีกสามสิบสองนาที โอ้โห! นี่เราหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

“ตื่นแล้วๆ”

“รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะ ให้เวลาสามสิบนาทีเกินนั้นกูไม่รอนะโว้ย!

“เออน่า!” ผมรีบถือผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปจัดแจงอาบน้ำล้างหน้าล้างตา

 

ณ ภัตตาคารย่านชานเมือง

“กินเยอะๆ เลยมึงอ่ะ ผอมอย่างกับกุ้งแห้ง” เสกบ่นพึมพำขณะตักกุ้งตัวใหญ่ใส่จานผม

“พอแล้วๆ ตั้งแต่มานั่งในร้านมึงก็ตักให้กูตักเอาๆ ถ้ากูกินหมดจานนี้น้ำหนักคงขึ้นเป็นสิบโลได้มั้งเนี่ย =_=

“อย่าบ่นน่า กินไปเถอะ บอกแล้วไงมื้อนี้กูเลี้ยงเอง”

“ว้าว! งั้นไม่เกรงใจนะ!” ผมว่าพลางก้มมองจานข้าวตัวเองอย่างสนอกสนใจ น่ากินทั้งนั้นเลยเว้ยเฮ้ย!

“จะสองทุ่มละ รีบกินเข้า! พรุ่งนี้คณะเรามีเรียนแปดโมงเช้านะโว้ย”

“โธ่! ขี้เกียจชะมัด!

“บาสกูถามมึงจริงๆ นะเว้ย”

เสกพูดแล้วจ้องหน้าผมนิ่งทำให้ผมต้องละจากการกินแล้วหันไปสบตากับมันตรงๆ

“จ้องตากูอยู่ได้ มึงมีไรจะถามกูวะ?”

“เวลามึงถูก...อะ...เอ่อ เรื่องอย่างว่าอ่ะ มึงไม่เจ็บตูดเหรอวะ?”

แค่กๆ

คำถามของไอ้เสกทำให้ผมถึงกับสำลักข้าวเลยทีเดียว ผมรู้จักกับมันมาเกือบสี่เดือนแล้วก็จริง แต่มันไม่เคยถามอะไรแปลกๆ แบบนี้น่ะนะ เป็นใครเจอคำถามแบบนี้ก็เป็นอันต้องเงิบนั่นแหละครับท่าน

“ถามห่าอะไรของมึง แดกข้าวต่อเลยไป!” ผมทำเป็นหน้าย่นใส่ไอ้เสกแล้วก้มลงกินข้าวต่อ

“แล้วเย็นนี้มึงไม่ไปหาผู้ชายที่ไหนอีกเหรอ?”

“โธ่! วันนี้ก็ให้น้องชายกับประตูหลังกูได้พักผ่อนบ้าง! ว่าแต่มึงเหอะ สาวเชอรี่คณะนิเทศไปไหนแล้ววะ ไม่เห็นมาตามเทคแคร์เหมือนเมื่อก่อนเลย”

“โหยยยย! รายนั้นทิ้งแม่งละ ทำตัวน่าเบื่อชิบหาย แม่กูยังไม่ขนาดนี้อย่าพูดถึงเถอะ กูเอือม!

“อ้าว!

เรากินข้าวกันอยู่ไม่นานก็อิ่มแปล้กันทั้งคู่ เช็คบิลออกมาทั้งหมดห้าร้อยหกสิบบาทและแน่นอนไอ้เสกมันเป็นคนเลี้ยงข้าวมื้อนี้ หุๆ

“เอาหมวกกันน็อคไปใส่งแล้วเกาะเอวพี่ไว้ดีๆ นะไอ้น้อง ^^” เสกยื่นหมวกกันน็อคสีฟ้ามาให้ผมสวมใส่ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เรามาที่นี่โดยรถมอเตอร์ไซต์เวสป้าคันเล็กสีครีมของไอ้เสก มันขับซิ่งยิ่งกว่าวินมอไซต์อีกนะจะบอกให้

ผมรับหมวกกันน็อคมาจากไอ้เสกแล้วรีบจัดแจงใส่บนหัวให้เรียบร้อยพลางก้าวขาขึ้นไปนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซต์ไอ้เสก เบาะนี่ก็เล็กจังนะ นั่งจนน้องชายผมไปชนตูดไอ้เสกอยู่แล้วเนี่ย ตูแทงไม่เป็นนะโว้ย =_=!

 

8.00น.

“ตื่นได้แล้ววววววว!

เสียงทุ้มตำที่กำลังตะโกนโวยวายของไอ้เสกทำให้ผมต้องรีบดึงหมอนขึ้นมาปิดหูไว้ หนวกหูชะมัด คนจะหลับจะนอน!

“มึงจะไม่ตื่นใช่มั้ย จะให้กูเอาน้ำมาสาดมึงใช่มั้ย ได้! เดี๋ยวจัดให้!

คำขู่ของไอ้เสกทำให้ผมต้องรีบเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอนในสภาพงัวเงีย

“ตื่นแล้วโว้ย! จะรีบไปไหนวะ?” ผมชักสีหน้าไม่พอใจแล้วหันไปถามไอ้เสก

“รีบบ้านป้ามึงสิ! เรามีเรียนแปดโมงนี่มันจะแปดโมงสิบนาทีแล้ว กูอุตส่าห์รอมึงเพราะกลัวมึงไม่มีรถเข้ามอนะเนี่ย! มึงต้องขอบคุณกูนะโว้ย!

“หา! ปะ...แปดโมงแล้วเหรอ!?” ผมใช้มือยาวๆ ของตัวเองคว้าไปที่นาฬิกาบนหัวเตียงขึ้นมาดูที่กำลังแสดงเวลาแปดโมงสิบสองนาที

ชิบหายแล้ว! จะไปเช็คชื่อทันมั้ยเนี่ย! คลาสแรกอาจารย์ยิ่งโหดซะด้วย ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งจ้ำอ้าวเข้าห้องน้ำไปจัดการอาบน้ำ

จากการที่ผมรีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษาแล้วรีบสั่งให้ไอ้เสกบิดเวสป้าใส่เกียร์หมาเข้ามอ ในที่สุดก็มาทันเช็คชื่อพอดิบพอดี ขอบคุณพระเจ้า!  

                “ในวันพรุ่งนี้ทางคณะบริหารจัดการของเราจะมีการออกค่ายอาสาเพื่อเยาวชนที่ต่างจังหวัดสามวันสองคืน ซึ่งในค่ายนี้พวกเราทุกคนในคณะบริหารจะต้องไปกันทุกคน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นค่ายเพื่อเยาวชน ถ้าหากใครไม่ไปก็จะถือว่าไม่จบปีหนึ่งอย่างแน่นอน! เพราะฉะนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย วันนี้เลิกคลาสแค่นี้แหละ เจอกันพรุ่งนี้แปดโมงเช้าหน้าตึกคณะนะจ๊ะ” อาจารย์ทองกมลขาโหดประจำคณะพูดจบแล้วเดินเชิดอกจากห้องไปโดยไม่ได้ฟังเสียงโวยวายของนักศึกษาเลยสักนิดเดียว

                โอ๊ยยยยย! อยากจะบ้าตาย ออกค่ายเพื่อเยาวชนที่ต่างจังหวัดงั้นเหรอ!? หวังว่าคงไม่อนาถาถึงขั้นไม่มีโรงแรมให้นักศึกษานอนต้องไปนอนตามโรงเรียนหรอกนะ

                “น่าสนุกเนอะ ^^” เสกที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ หันมาพูดหน้าตายิ้มระรื่น

                “มึงประชดใช่ป่ะเนี่ย?”

                “ประชดอะไรล่ะ! ดีจะตาย ได้ไปทำบุญเพื่อเด็กๆ แถมยังได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดอีกด้วย”

                “แหม! ไปบวชพระเลยมั้ย จิตใจดีเหลือเกินนะมึงเนี่ย”

“มึงก็หัดมองโลกในแง่บวกบ้าง อ้อ! เลิกทำหน้าบึ้งแบบนั้นได้ละ คิดว่าดูดีหรือไง?”

คำพูดของไอ้เสกทำให้ผมต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติทันที โธ่เอ๊ย! ก็ไม่ใช่คนหน้าตาดีนี่นา

“มึงนี่กวนบาทากูตลอดเลยนะ ไปๆ กลับห้องกัน นั่งฟังคุณยายทองกมลพูดมาทั้งวัน เมื่อยชะมัด”

“กลับห้องไปมึงนวดให้กูด้วยนะ อุตส่าห์ขับมอไซต์มาส่งทุกวัน”

“เรื่องอะไรล่ะ! ได้ข่าวว่ามึงก็ต้องมาเรียนที่เดียวกันกับกูอยู่แล้ว”

“หรือพรุ่งนี้มึงจะเดินมามอเองดีล่ะ? ^^

“ก็ได้ครับพี่เสก ^^

 

นั่งมอไซต์ไอ้เสกมาไม่นานก็กลับมาถึงหอพักภายในเวลาไม่ถึงห้านาที บอกแล้วว่ามันขับซิ่งยิ่งกว่าวินมอไซต์ซะอีก

“อะแฮ่ม! อยู่หน้าตึกคณะมึงสัญญาอะไรกับกูไว้ มานี่เลย!” ไอ้เสกพูดพร้อมกับกระดิกนิ้วเป็นเชิงเรียกให้ผมเข้าไปหา

นี่ผมเพิ่งจะถอดรองเท้าเก็บกระเป๋าเป้ให้เข้าที่เข้าทางนี่มันมีปัญหาอะไรอีกแล้วฟระ!?

“กูพูดไรไว้เหรอวะ? -_-^

“อย่ามากวนตีน มานวดให้กูเดี๋ยวนี้!

ไอ้เสกไม่ว่าเปล่ามันเดินมาดึงผมที่นั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเองให้เดินตามไปนั่งบนเตียงของมัน เอ่อ...ก็คือภายในห้องจะมีเตียงสองเตียงที่เป็นเตียงขนาดนอนคนเดียวอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก ตรงกลางระหว่างของทั้งสองเตียงก็มีโต๊ะหัวเตียงตั้งโคมไฟคั่นไว้

“มึงดึงกูมาเตียงมึงทำไมเนี่ย หัวค่ำแบบนี้กูไม่มีอารมณ์โว้ย!

“มึงคิดเชี้ยไรของมึง ไหนมึงบอกจะนวดให้กูไง ระวังจะได้เดินไปมอจริงๆ นะโว้ย หึๆ”  

“ได้ครับลูกพี่!” ผมว่าพลางเขยิบตัวเข้าไปอยู่ข้างหลังไอ้เสกแล้วใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างของตัวเองยื่นไปบีบไหล่ของไอ้เสกอย่างเบามือ

หื้ม! นี่ภ้ากูมีมอไซต์นะ กูคงไม่ง้อมึงหรอกโว้ย แค่นี้ทำเป็นขู่ ชิ!

“เพิ่มแรงหน่อย มันเบาไป ^^” ไอ้เสกพูดพลางกลั้นหัวเราะ

ระวังไว้เถอะ! ทีใครทีมันนะโว้ย!

“พอได้ยัง? กูเมื่อยแล้วนะ!

“เลื่อนไปด้านซ้ายนิดนึง...นั่นแหละๆ ตรงนั้นเลย”

ป๊าบ!

ผมใช้กำปั้นเล็กๆ ของตัวเองทุ่มน้ำหนักสุดแรงไปที่กลางหลังของไอ้เสกจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง

“โอ๊ยยยย! เจ็บนะเว้ย ทำไรของมึง!?”

“ใช้กูดีนัก สมหน้าหน้า!!” ผมว่าพลางแลบลิ้นปลิ้นตา

“อยากเดินไปมอเองใช่มั้ย?”

ไอ้เสกพูดแล้วหันหลังกลับมามองหน้าผมด้วยสายตาดุดันอำมหิต

“กูไม่แคร์! วะฮ่าๆ” ผมลุกขึ้นจากเตียงของไอ้เสกแล้วตั้งท่ากำลังจะเดินกลับไปที่เตียงของตัวเองที่อยู่ข้างๆ กัน

พรึ่บ!

เสกใช้มือใหญ่ๆ พร้อมกับแรงมหาศาลผลักให้ผมล้มลงไปนอนแอ้งแม้งไม่เป็นท่าบนเตียงของมัน

“อยากลองดีกับกูใช่มั้ย? ได้!

เสกทุบหมอนข้างอันใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตียงใส่ตัวผมไม่ยั้งมือจนผมต้องรีบใช้แขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องไว้

“โอ๊ย! พอได้แล้วไอ้เสก มึงอย่าปัญญาอ่อน หยุดเลย!!!” ผมดิ้นแด่วๆ อยู่บนเตียงของมันและพยายามขัดขืนจากการรังแกของไอ้เสกให้ได้มากที่สุด แต่ก็ทำได้แค่ดิ้น แรงอันน้อยนิดของผมจะไปสู้อะไรกับแรงมหาศาลของไอ้เสกได้

แควก!

หลังจากที่ไอ้เสกใช้หมอนข้างตีผมไม่นาน อยู่ๆ ปลอกหมอนข้างก็ขาดออกเป็นสองส่วนพร้อมกับปุยนุ่นที่อยู่ภายในหมอนข้างหลุดออกมาปลิวว่อนกระจายว่อนไปทั่วทั้งห้อง

งามไส้!

หมอนข้างไม่ใช่อันเล็กๆ ซะด้วย ตอนนี้ภายในห้องของเราเต็มไปด้วยปุยนุ่นเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด

“อ้าว! แฮะๆ มะ...มึงจะใช้เล็บจิกทำไมวะ!?” เสกทำเป็นโยนความผิดให้คนอื่นเสียงตะกุกตะกัก

“เล็บจิกเชี้ยไร กูมีเล็บซะที่ไหนวะ ดู!” ผมไม่ว่าเปล่ายื่นมือทั้งสองข้างไปให้มันดูเพื่อความบริสุทธิ์ใจ

“เออ! กูนี่แหละผิด มึงไปอาบน้ำอาบท่าเลยไป มันดึกแล้วพรุ่งนี้อาจารย์ทองกมลนัดแปดโมงกูไม่ปลุกนะโว้ย เดี๋ยวในห้องกูทำความสะอาดเอง”

นั่นไงครับ ผมบอกแล้วว่าผมไม่เคยได้ทำงานบ้านเลยซักครั้งเดียว

“เออๆ มึงก็รีบกวาดด้วย กูจะไปอาบน้ำมานอนละ”

 

                กริ๊งงงงง!

                7.00น.

                เฮ้อ! วันนี้เป็นวันที่ผมต้องพยายามดันทุรังตัวเองให้ตื่นเช้าในรอบปีเลยก็ว่าได้ อาจารย์ทองกมลก็ไม่รู้จะนัดเช้าไปไหน ไก่ยังไม่โห่ซะด้วยซ้ำ นอนต่อได้มั้ยเนี่ย...

                “ตื่นไปอาบน้ำได้แล้ว ค่ายอาสารอบนี้ไปสามวันสองคืน กูจัดกระเป๋าไว้ให้มึงแล้วเนี่ย รีบลุกไปอาบน้ำได้แล้ว!

                ถ้าหากมีโล่รูมเมทดีเด่นผมก็คงต้งยกให้ไอ้เสกแล้วล่ะครับ...ขนาดกระเป๋ามันยังจัดให้ผมเลย ไม่รู้ว่ามันจะสุภาพบุรุษไปไหน

                “ขอบใจโว้ย!” ผมว่าพลางขยี้ตาตัวเองให้ตื่นจากการนอนจริงๆ จังๆ แล้วพยายามแบกสังขารตัวเองเดินเข้าไปอาบน้ำ

                “ให้เวลาอาบน้ำสิบนาที ถ้าเกินนั้นกูบุกเข้าไปลากมึงออกมาจากห้องน้ำนะครับ!” เสกตะโกนไล่หลังผมมาขณะที่มันกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกภายในห้อง

 

                7.30น.

                “ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะโดนไม้เสียบ เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ!

            เสียงกลองพร้อมกับเสียงรุ่นพี่ปีสามที่เป็นตัวแทนมาคุมค่ายอาสาครั้งนี้ที่กำลังร้องเพลงทำกิจกรรมนันทนาการรอเวลาออกรถอยู่หน้าตึกคณะดังครื้นเครงไปทั่วทั้งมหาลัย  

                ผมกับไอ้เสกรีบวิ่งกระหืดกระหอบลงจากรถมอไซต์เวสป้าของไอ้เสกแล้วเข้าไปนั่งต่อแถวกับนักศึกษาคนอื่นบริเวณลานอเนกประสงค์หน้าตึกคณะ 

                “น้องๆ คะ วันนี้เราจะเดินทางไปที่โรงเรียนบ้านหนองหอยเพื่อทำกิจกรรมเพื่อเยาวชนไม่ว่าจะเป็นซ่อมแซมห้องสมุดให้กับน้องๆ ทาสีอาคารใหม่ ล้างส้วม ทำทุกอย่างเพื่อได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ค่ายอาสาครั้งนี้ไปสามวันสองคืน เราต้องค้างที่โรงเรียนแห่งนั้น เข้าใจมั้ย!?” เสียงรุ่นพี่ตะโกนใส่โทรโข่งเสียงดังฟังชัด

                “ทำไมต้องนอนโรงเรียนด้วยล่ะครับ!?” ผมยกมือถามด้วยความสงสัย ไม่ใช่ว่าผมคุณหนงคุณหนูอะไรหรอกนะ แต่การที่จะให้นักศึกษาไปนอนในโรงเรียนที่สภาพน่ากลัวแบบนั้นก็คงไม่ไหวหรอกมั้ง TOT

                “น้องไม่พอใจอะไรรึเปล่า!? ค่ายเยาวชนจะให้ไปนอนโรงแรมห้าดาวหรือไงคะ! วิดพื้นร้อยครั้งเดี๋ยวนี้! นี่คือการลงโทษแบบเบาๆ สำหรับคนเรื่องมาก!” รุ่นพี่คนเดิมตะโกนสั่งเสียงดังทำให้นักศึกษาทุกคนหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว

                เหอะ! จะบ้าตาย กะอีแค่ถามว่าทำไมต้องนอนโรงเรียนถึงกับต้องสั่งให้วิดพื้นเป็นร้อยครั้ง เรื่องอะไรจะต้องทำตามล่ะ? ฝันไปเถอะ!

“ยังไม่ทำอีก! ค่ายอาสาครั้งนี้พี่มีสิทธิ์เขียนไม่ผ่านให้น้องได้นะคะ อยากจบปีหนึ่งมั้ย!?”

คำพูดของรุ่นพี่ปีสามทำให้เกิดเสียงฮือฮาซุบซิบนินทาไปทั่ว

“พี่ครับ ผมขอรับโทษแทนได้มั้ยครับ!?” เสกที่นั่งอยู่ข้างหลังลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนเสียงดัง

หะ...หา! เดี๋ยวก่อนนะ ไอ้เสกเนี่ยนะจะมาวิดพื้นแทน เฮ้ย! ทำไมต้องทำด้วย!!? คนที่อยู่ภายในแถวยิ่งซุบซิบนินทากันไปใหญ่ บ้างก็หันมามองหน้าผมเชิงหมั่นไส้ โอ๊ย! ไปกันใหญ่แล้ว!

“แหม! สมัยนี้นี่มันยุคเปิดเสรีจริงๆ น้องคนเมื่อกี้ชอบกินถั่วดำกันก็ไม่บอก หน้าตาดีกันทั้งคู่นะเนี่ย ได้สิคะ! ในเมื่อคุณน้องอยากเป็นฮีโร่ พี่ทำให้น้องเป็นได้ค่ะ วิดพื้นร้อยครั้ง ปฏิบัติ!

“ครับ!

เสกตอบรับรุ่นพี่แล้ววิ่งออกไปข้างหน้าแถวจากนั้นไอ้เสกก็นอนราบลงไปกับพื้นเพื่อทำการวิดพื้น

“หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...”

“เร็วกว่านั้น! จะถึงเวลารถออกแล้ว เร็วเข้า!” รุ่นพี่ที่ยืนเร่งเร้าเสกอยู่นั้นทำให้ผมแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ แต่สุดท้ายผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งกำมือตัวเองไว้แน่น

ขอบคุณนะไอ้เสก ขอบคุณมึงจริงๆ 


:) Shalunla

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #22 On Green (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 21:38
    อิพี่เลว -3- เค้าแค่สงสัยถามหน่อยก็ไม่ได้
    (ตัวเองคงเคยถามแล้วโดนเหมือนกัน 55555)
    ^^
    #22
    0
  2. #4 :DracO's SamongplaTonG: (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 19:47
    เสก -///- มาเป็นผู้ชายเถอะนะ ขอร้อง 555
    #4
    0