My roommate เพื่อนที่รู้ใจ (Yaoi)

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : ออกค่ายอาสา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ม.ค. 57

2

ออกค่ายอาสา

 

“รถจะออกแล้วนะคะ ขอให้น้องๆ เดินเป็นแถวขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบนะคะ!” เสียงรุ่นพี่ปีสามคนเดิมยังคงตะโกนสั่งเสียงดังโหวกเหวก

 

“มึง! เป็นไงวะ!? มึงไม่น่าทำเลย! ยังไงก็ขอบคุณมึงมากนะเว้ย” ผมรีบวิ่งเข้าไปพยุงเสกให้ลุกขึ้นยืนหลังจากวิดพื้นครบหนึ่งร้อยครั้ง

 

“แฮ่กๆ แค่นี้เองสบายมาก!” เสกตอบพลางปาดเหงื่อที่ไหลซกๆ ออกมาจากไรผม

 

 “อ่ะนี่! ดื่มซะ” ผมยื่นน้ำเปล่าให้มันแล้วเดินนำขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่

 

คณะบริหารของมหาลัยเราก็ไม่ได้มีนักศึกษามากมายอะไร รถบัสคันเดียวก็สามารถขนไปได้หมด

 

“มึงนั่งขอบหน้าต่างมั้ย? กระจกรถบัสมันเปิดได้...จะได้สูดอากาศหายใจให้หายเหนื่อยบ้าง” ผมว่าพลางชี้ไปที่เบาะว่างริมหน้าต่างที่มีสองที่พอดี

 

“อื้อ ได้สิ”

 

เสกว่าแล้วเดินเข้าไปนั่งริมหน้าต่างส่วนผมก็เดินตามไปนั่งข้างๆ มัน

 

“ทุกคน! เราจะใช้เวลาเดินทางไปโรงเรียนบ้านหนองหอยประมาณห้าชั่วโมง ในระหว่างที่เดินทางไปนี้ใครจะหลับพักผ่อนก็พักผ่อนให้เต็มที่เพราะเมื่อเราไปถึงโรงเรียนบ้านหนองหอย...มี่หรอกค่ะคำว่าสบาย!

 

เสียงที่ประกาศผ่านไมค์นั้นทำให้นักศึกษาส่งเสียงฮือฮาเป็นกระต่ายตื่นตูม

 

“เฮ้ย! มึงมีกี่อันวะ? กูอยากกินบ้าง” ผมหันไปเห็นไอ้เสกกำลังกินอมยิ้มสีชมพูน่ากินอย่างเอร็ดอร่อย สีสันต์ฉูดฉาดนั้นทำให้ผมอดที่จะอยากกินอมยิ้มนั้นด้วยไม่ได้

 

“เสียใจด้วยครับ! กูมีอันเดียว กินกับกูมั้ยล่ะ? ฮ่าๆ” เสกว่าแล้วดึงเอาลูกอมออกมาจากปากตัวเองยื่นมาหน้าผมเชิงล้อให้ผมอยากกิน

 

ในเวลาไม่ถึงสามวินาทีขณะที่มันกำลังเอาอมยิ้มส่ายไปมาที่หน้าผม ผมดึงเอาอมยิ้มนั้นมาจากมือไอ้เสกแล้วยัดเข้าปากตัวเองอย่างไม่แยแส

 

“เฮ้ย! เชี้ยบาส กูอมแล้วนะเว้ย!” เสกทำสีหน้าตกใจเชิงไม่เชื่อว่าผมจะกล้าทำ

 

“แล้วไงวะ มากกว่านี้กูก็ทำมาแล้ว ^^

 

ป๊าบ!

 

ไอ้เสกใช้มือใหญ่ๆ ของตัวเองตบลงมาเต็มๆ กลางกบาลผมแล้วหันไปมองวิวด้านนอกหน้าต่างต่อ

 

รถบัสคันใหญ่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังถนนชานเมืองที่ไม่เคยคุ้นตามาก่อน บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้วัวควายและสัตว์นานาชนิดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

 

เวลาผ่านไปนานสองนานเหล่าบรรดาวัยรุ่นที่เต้นโหยงเหยงทำกิจกรรมนันทนาการระหว่างการเดินทางก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับแต่ละคนเริ่มหมดเรี่ยวแรงโรยรานอนหลับกันเกือบหมดแล้ว แหงสิ! เดินทางมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ใครจะเต้นตลอดทางบ้างก็ให้มันรู้ไป

 

“นอนไม่หลับเหรอ?” เสกหันมาสะกิดผม

 

“คงงั้นแหละมั้ง”

 

“เอาหมอนรองคอมั้ย?” เสกไม่รีรอให้ผมตอบมันยื่นหมอรองคอสีฟ้าน่ารักคิกขุมาให้ผม

 

“ขอบใจเว้ย แล้วมึงล่ะ ทำไมไม่นอนล่ะ?”

 

“กูก็คิดเรื่อยเปื่อยแหละ”

 

“ฮั่นแน่! คิดถึงน้องเชอรรี่เหรอวะ”

 

“เชอรรี่พ่อง! กูแค่....เออ ช่างแม่งเหอะ!

 

“อ้าว! ทำให้อยากแล้วก็จากไปซะงั้น”

 

“xเหรอวะ? ไปออกค่ายอาสานะโว้ย ไม่ได้ให้ไปหาผัว เก็บอาการด้วย!

 

“xห่าไร กูยังไม่ได้พูดไรเลย มึงนี่ตีโพยตีพายไปเองตลอด”

 

“อ้าว! ด่ากูเหรอวะ? เดี๋ยวมึงโดน!

 

เสกง้างมือตั้งท่าจะตบลงที่กบาลผมอีกครั้งแต่โดนมือผมรั้งไว้ซะก่อน

 

“พอเลยๆ เล่นอย่างกับเด็กไปได้ กูจะนอนแล้ว ชิ่วๆ” ผมสะบัดมือเป็นเชิงไล่แล้วรีบเอาหมอนรองมาใส่คอแล้วทำเป็นนอนหลับปุ๋ย

 

“กวนตีนนะมึงเนี่ย -_-^

 

“ถึงแล้วค่ะเด็กๆ รีบไปขนสัมภาระลงไปกองไว้ข้างรถนะคะ ภารกิจแรกของวันนี้คือการทำความสะอาดหอประชุมของโรงเรียนเพื่อเป็นที่พักของเรานะคะ!

 

เสียงตะโกนดังของรุ่นพี่ทำให้ผมสะดุ้งตื่นตื่นจากการนอนหลับใหล

 

ผมขยี้ตาสองสามทีแล้วหันออกไปสอดส่องมองดูข้างนอก วันนี้เป็นวันเสาร์โรงเรียนแห่งนี้ดูเงียบสนิทเหมือนเป็นโรงเรียนร้าง ดูๆ แล้วก็โอเคกว่าที่คิดไว้เยอะ

 

“เสก! ตื่นได้แล้วถึงแล้ว!” ผมเขย่าร่างไอ้เสกที่กำลังนอนหลับได้สติอยู่เบาะข้างๆ

 

“ฮ้าววว! เมื่อยตูดชะมัด ถึงแล้วเหรอ?” เสกตื่นนอนแล้วหาวหวอดๆ เหมือนคนนอนไม่เต็มที่

 

“ถึงแล้วเว้ย! รีบลงไปขนของเร็วๆ เดี๋ยวมึงโดนวิดพื้นอีกนะเว้ย ฮ่าๆ”

 

“เดี๋ยวคราวหน้ากูไม่ช่วยมึงละ ไปๆ รีบไปเลย!

 

เสกดันหลังให้ผมเดินลงมาจากรถบัสแล้วไปเอากระเป๋าที่อยู่ใต้ท้องรถเพื่อเอาไปรวมไว้กับกระเป๋าของคนอื่น

 

ปรี๊ดดดดด!

 

เสียงนกหวีดดังขึ้นจากหอประชุมของโรงเรียนทำให้นักศึกษาเกือบห้าสิบคนวิ่งไปรวมกันตามต้นเสียงของนกหวีด ตอนนี้ผมกำลังสงสัยว่าเรามาเข้าค่ายฝึกทหารเหมือนตอนมอปลายหรือเปล่า =w=’

 

“สวัสดีค่ะ! พี่ชื่อชื่นฤทัยนะคะ เป็นคุณครูที่โรงเรียนแห่งนี้และจะมาคุมน้องๆ ในการออกค่ายอาสาครั้งนี้ ภารกิจแรกให้ทุกคนช่วยกันทำความสะอาดหอประชุมแห่งนี้เพราะที่นี่คือที่พักของเรา ผู้หญิงมีหน้าที่เก็บกวาดให้สะอาดส่วนผู้ชายรวมไปถึงตุ๊ดแต๋วอะไรก็แล้วแต่ต้องไปขนเอาเต็นท์ที่อยู่ห้องเก็บของหลังหอประชุม ไม่ไกลหรอก! ส่วนการพักผ่อนหรือนอนในตอนกลางคืนนั้นเราแบ่งให้นอนเต็นท์ละสามคน เข้าใจมั้ย!?”

 

“เข้าใจ!!” นักศึกษาทุกคนรวมใจกันตอบแล้วแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ที่พี่ชื่นฤทัยแบ่งไว้

 

“เฮ้ย แล้วเราจะนอนกับใครอีกคนนึงวะ?” ผมหันไปถามไอ้เสกที่กำลังนั่งหันหน้าไปฟังพี่ชื่นฤทัยพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

“ไม่รู้ดิ!”

 

“สวัสดีครับ! ไม่มีเพื่อนนอนอีกคนเหรอ งั้นเราขอนอนด้วยคนดิ ได้มั้ยครับ? ^^

 

ขณะที่ผมกับไอ้เสกกำลังสนทนากันก็มีชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมหันมาทักทายหน้าตายิ้มระรื่น เท่านั้นผมไม่แปลกใจหรอกครับ แต่ที่ผมแปลกใจไปยิ่งกว่านั้นคือ หมอนั่นหันมายักคิ้วให้ผมด้วย

 

หน้าตาหมอนั่นถือว่าโอเคเลยทีเดียว...หน้าไทยๆ ดูแล้วก็คงจะแซบไม่เบา

 

วะฮ่าๆ เข้าค่ายครั้งนี้มีอะไรสนุกๆ ทำแล้วโว้ย!

 

“มึงโอเคมั้ยเสก?” ผมหันไปถามไอ้เสก

 

“ก็แล้วแต่มึง”

 

“งั้นโอเคนะ?”

 

“อื้มๆ”

 

“อ้อ! ผมชื่อบอยนะ พวกนายล่ะชื่ออะไรกันบ้าง?”

 

“เราบาส ส่วนนี่รูมเมทเราชื่อเสก” ผมแนะนำอย่างเสร็จสรรพ

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” บอยว่าหน้าตาระรื่น

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมตอบ


ตอนนี้พวกเราขนเต็นท์มาที่หอประชุมที่ผู้หญิงทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว กลุ่มอื่นเริ่มกางเต็นท์กันแล้ว ส่วนเราสามคนก็กำลังเริ่มกางเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกว่าเหมือนว่าตั้งแต่บอยเข้ามาไอ้เสกก็เงียบไปไม่ค่อยพูดค่อยจา

 

“มากางช่วยกันดิวะ!” ผมตะโกนเรียกไอ้เสกที่กำลังยืนมองผมกับบอยกางเต็นท์กันอยู่สองคน

 

“ไม่โว้ย หงุดหงิด!

 

“อ้าว! ไมมึงพูดงั้นวะ มึงอยากนอนกลางสนามตากหมอกรึไง?”


“ก็ดีกว่านอนเป็นก้างขวางคอละกัน”

 

“ก้างขวางคอเชี้ยไร! มึงเลิกพล่ามแล้วมากางเต็นท์ช่วยพวกกูเลย!”

 

“ก็บอกว่าไม่ไงวะ!” เสกตอบแล้วเดินหนีออกไป

 

ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากส่ายหน้าเอือมระอากับพฤติกรรมของไอ้เสกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“ช่างเค้าเหอะ เรารีบช่วยกันกางเต็นท์ให้เสร็จดีกว่า กลุ่มอื่นเค้าเสร็จกันเกือบหมดแล้ว” บอยเดินมาตบไหล่ผม

 

“อื้มๆ”

 

15.00น.

 

ปรี๊ดดดดดดด!

 

เสียงนกหวีดสั่งรวมดังขึ้นทำให้นักศึกษาที่กำลังนอนพักผ่อนในเต็นท์ต้องรีบวิ่งไม่คิดชีวิตมาเข้าแถว

 

“ง่วงนอนกันเหรอคะ? เอางี้ค่ะ! พี่ชื่นฤทัยมีเกมมาให้น้องๆ ได้เล่นก่อนไปทำกิจกรรมต่อไป อันดับแรกให้น้องๆ จับคู่สองคนตอนนี้เลยค่ะ ด่วน!

 

พอสิ้นเสียงคำสั่งของพี่ชื่นฤทัยแต่ละคนก็รีบวิ่งหาคู่กันยกใหญ่

 

“บาสคู่กับเรามั้ย?” บอยที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมหันมาถาม

 

“โอ...”

 

“เสียใจด้วย! บาสมีคู่แล้ว”

 

ในขณะที่ผมกำลังจะตอบรีบบอยเสกที่เดินมาจากทางไหนไม่รู้เข้ามากระชากแขนผมให้ไปยืนอยู่ข้างหลังร่างกายกำยำของมัน

 

“อะ...อ้าวเหรอ? งั้นไม่เป็นไรหรอก เราไปหาคู่ใหม่ก็ได้ ^^

 

“เอาล่ะค่ะ! จับคู่กันได้แล้วใช่มั้ยคะ? มาฟังกติกากันก่อนนะคะ สำหรับเกมนี้มีชื่อเกมว่าขี่หลังพี่นะน้องจ๋า ง่ายๆ ก็คือหนึ่งในสมาชิกของคู่ตัวเองต้องเป็นม้าให้อีกคนขี่หลังให้ได้นานที่สุด หากคู่ไหนล้มลงแล้วก็ให้นั่งลงรอเพื่อนเลย พี่จะกำหนดเวลาครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ถ้าหากเหลือคู่ไหนที่ยังคงทนอยู่บนหลังเพื่อนได้มากกว่าหนึ่งคู่ เดี๋ยวเราจะมีกติกาตัดสินกันอีกทีนะ รางวัลพิเศษสำหรับผู้ชนะก็คือ...ได้กินอาหารมื้อเย็นก่อนเพื่อน! โอเคนะคะ...พอพี่เป่านกหวีดก็ให้น้องรีบเริ่มเกมได้เลยนะคะ หนึ่ง...สอง...ส่ำ!

 

ปรี๊ดดดดดดด!

 

พอสิ้นเสียงนกหวีดแต่ละคู่ก็เริ่มกระโดดขึ้นหลังกันแล้วเกาะแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแกซะอีก บางคู่ก็ล้มลงไปกองกับพื้นตั้งแต่เริ่มต้น

 

“เกมบ้าบอคอแตกอะไรอีกเนี่ย เฮ้อ! อยากกลับบ้านจัง TOT” ผมยืนบ่นอยู่กับตัวเอง

 

“เอาน่า! ขึ้นหลังกูมาเถอะน่า คดีเก่ายังไม่สะสางนะ!

 

“คดีไรของมึง?”

 

“เลิกพูดมาแล้วเดินมาขึ้นหหลังกูซะ!

 

“ทำไมกูต้องขึ้นด้วยล่ะ!?”

 

“จะขึ้นดีๆ หรือต้องให้ใช้กำลัง?”

 

“ก็บอกกูมาก่อนสิว่าคดีเก่าอะไรของมึง?”

 

“หนึ่ง...”

 

“...”

 

“สอง...”

 

“...”

 

“สาม...”

 

เสกนับจบถึงสามแล้วกระโจนเข้ามาแบกผมขึ้นไปพาดไว้บนไหล่มันอย่างง่ายดาย

 

“ย๊ากกกกกก! ปล่อยกูลงเดี๋ยวนี้นะโว้ย!

 

ผมพยายามใช้กำปั้นทั้งสองข้างของตัวเองทุบหลังไอ้เสกสุดแรง แต่มันก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับกำปั่นเล็กกระจิดของผมเลยซักนิด

 

“แสบนักนะมึง อยู่เฉยๆ บนไหล่กูนั่นแหละ ถ้าไม่อยากตกลงมาแขนขาหักตาย”

 

คำขู่ของเสกทำให้ผมต้องหยุดมือของตัวเองที่กำลังทุบตีมันอยู่

 

คู่อื่นๆ ที่กำลังขี่หลังกันอยู่เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องอากาศที่ร้อนระอุอย่างกับทะเลทรายทำให้แต่ละคนเริ่มทนไม่ไหว

 

“ฝะ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

 

“ฝากอะไร? กูไม่ใช่ไปรษณีย์”

 

“กวนตีน!

 

“ขอบคุณมาก!

 

“ตอนเที่ยงมึงเป็นเหี้ยไร บอกให้มากางเต็นท์ช่วยกันก็ไม่มา!”

 

“มึงก็มีไอบอยอะไรนั่นช่วยอยู่แล้วนี่”

 

“ฮั่นแน่! น้อยใจเหรอ?”


“น้อยใจเชี้ยไรของมึง กูแค่อึดอัด”

 

“จริงดิ?”

 

“อยากตายใช่มั้ย?”

 

พรึ่บ!

 

ในเวลาไม่ถึงสามวินาทีไอ้เสกปล่อยแขนที่จับร่างผมไว้ทำให้ร่างของผมหล่นจากไหล่ของมันกระแทกพื้นเสียงดัง

 

“โอ๊ยยยยยย!

 

ทันทีที่ร่างผมกระแทกกับพื้นก็รู้สึกเหมือนกระดูกในร่างกายแต่ละท่อนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

 

คนที่อยู่แถวนั้นรีบวิ่งกรูเข้ามาที่ผมด้วยท่าทีตกใจกับเหตุการณืที่เกิดขึ้น

 

“เจ็บมั้ยล่ะ? ฮ่ะๆ” ไอ้เสกที่ยืนหัวเราะผมนั่งลงแล้วยื่นมือมาให้ผมจับลุกขึ้น

 

แปะ!

 

ผมปัดมือไอ้เสกออกอย่างแรงแล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น

 

“เล่นเชี้ยไรของมึง!!” ผมตะคอกเสียงดัง

 

“...” เสกที่กำลังหัวเราะอยู่รีบเปลี่ยนสีหน้าเพราะเห็นว่าผมกำลังโกรธมันอยู่

 

“กูเจ็บนะเว้ย! เล่นเชี้ยไรของมึง ”

 

ขอบตาของผมร้อนผ่าวและมีน้ำใสๆ ระรื่นทั้งสองข้างแต่ผมพยายามกลอกตาไปมาเพราะไม่อยากให้น้ำตาไหลออกมาตรงนี้

 

“เฮ้ย! บาสกูขอโทษ กูไม่คิดว่ามันจะแรงขนาดนี้”

 

ผมเดินหนีออกมาจากวงล้อมตรงนั้นแล้วตรงไปยังเต็นท์ตัวเองที่อยู่ไม่ไกลไปจากจุดนั้นเท่าไหร่

 

“บาสกูขอโทษเว้ย! กูไม่ได้ตั้งใจให้มันร้ายแรงขนาดนี้ กูขอโทษจริงๆ” เสกวิ่งตามหลังผมมาหระหืดกระหอบ

ผมไม่หันหลังกลับไปมองเพราะน้ำตาของผมมันเอ่อล้นออกมาจากขอบตาทั้งสองข้าง เจ็บน่ะมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่อายคนอื่นที่มุงมาดูนี่สิ โธ่เอ๊ย! แค่นี้คนพวกนั้นก็มองผมในแง่ร้ายมากพอแล้ว ไหนจะเรื่องถูกทำโทษก่อนเดินทาง ไหนจะเรื่องกินถั่วดำ ไหนจะเรื่องเมื่อกี้อีก เป็นแบบนี้มันผิดมาเลยใช่มั้ย?!

 

“กูไม่รู้หรอกนะทำไมมึงถึงโกรธกูขนาดนี้ แต่กูขอโทษมึงจริงๆ นะเว้ย อย่าร้องไห้ดิวะ กูรู้สึกผิดนะเว้ย” เสกเดินมาขวางหน้าผมแล้วล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างของผม

 

“...”

 

“หายโกรธนะ ^^” เสกทำเสียงเล็กเสียงน้อยเหมือนง้อเด็กสามขวบ

 

“อื้อ! อย่าเล่นแผลงๆ แบบนี้อีกก็พอ T^T

 

“โอเคๆ เข้าไปหาเพื่อนๆ กันเถอะ แค่นี้ก็วุ่นวายมากพอแล้ว”


_________________________________________________________________________________________

              เย้ๆ สวัสดีครับ ทู๊กๆคนนนนนน ได้ฤกษ์ได้ชัยอัพบทสองซะทีหลังจากที่ไรท์เตอร์หายหน้าหายตาไปนาน ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ต้องอ่านหนังสือสอบ TTOTT สำหรับใครที่อ่านแล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจไรท์เตอร์ด้วยการคอเมนต์ให้เค้าด้วยน๊าา ยอดวิวร้อยกว่าๆเราก็จะอัพต่อไปเรื่อยๆไม่หวั่นไม่ท้อแน่นอน ฮี่ๆ อย่าลืมคอมเมนต์ด้วยน๊าาา ๕๕๕๕๕๕๕๕๕


 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #16 :DracO's SamongplaTonG: (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 21:38
    บอยย?? 555
    ฟินน >//<
    #16
    0
  2. #15 MY' INDY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 20:51
    เสกน่ารักกกกกกกอ่า>o<
    มาอัพต่อไวๆๆน้า
    #15
    0