My roommate เพื่อนที่รู้ใจ (Yaoi)

ตอนที่ 1 : Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ม.ค. 57

บทนำ

            21.25น.

ใจกลางกรุงเทพมหานคร

 

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังเต้นชักดิ้นชักงอไปตามเสียงเพลงภายในผับชื่อดังแห่งนี้ เด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปีที่อยู่ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งสภาพหลุดลุ่ยก็กำลังเต้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้อันเนื่องมาจากพิษของแอลกอฮอล์อยู่เช่นกัน เด็กผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครหรอกครับ ผมเอง...

 

“บาส! มึงดื่มหลายแก้วแล้วนะโว้ย เมื่อไหร่จะกลับวะ อกหักเมื่อไหร่ชวนกูมาผับมาบาร์ตลอด -_-^” เสกเพื่อนหนุ่มรูมเมทที่ผมลากมาเป็นเพื่อนบ่นเมื่อเห็นว่าผมกำลังกระดกเหล้าแก้วที่สิบเข้าปากอย่างง่ายดาย

เสกเป็นผู้ชายแมนทั้งแท่ง ผมเพิ่งจะมารู้จักกับมันก็ตอนที่ขึ้นปีหนึ่งนี่แหละ มันเป็นคนที่อัธยาศัยดีถึงดีมาก คอยช่วยเหลือคนอื่นมาตลอด ตั้งแต่ที่ผมเป็นรูมเมทกับมันมา งานบ้านผมก็ไม่ค่อยจะได้ทำเลย ไม่ว่าจะเป็นกวาดห้อง ล้างจาน ซักผงซักผ้ามันจัดการให้ผมหมด รวมไปถึงกางเกงในของผมมันก็ยังเป็นคนซักให้

เอ่อ...คือผมพยายามบอกมันหลายครั้งแล้วนะครับว่าไม่ต้องซักให้เดี๋ยวจัดการเอง สุดท้ายมันก็ไม่ยอมผมอยู่ดีครับ -_-^

“เอาน่า! ใครบอกว่ากูอกหัก...กูแค่บื่อมันก็เลยทิ้งแค่นั้นแหละ ชีวิตมีแค่ครั้งเดียวใช้มันไปเถอะ!

ผมลากไอ้เสกรูมเมทรู้ใจของผมเดินเข้ามากลางผับที่มีแสงสีสาดใส่เต็มที่แล้วออกลีลาเต้นไปตามจังหวะเพลง

“กูเห็นมึงพูดว่าไม่อกหักมาเป็นสิบๆ ครั้งแล้วมั้งเนี่ย!” เสกที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมบ่นแล้วทำเป็นหน้ามุ่ย

ไม่นานไอ้เสกที่ทำเป็นยืนเฝ้าผมอยู่นิ่งๆ ก็ต้องยอมแพ้แล้วออกลีลาเต้นไปตามเสียงเพลงเช่นเดียวกัน เห็นมั้ยล่ะครับ...ไม่มีใครเอาชนะสิ่งแวดล้อมที่คอยกระตุ้นเราอยู่แบบนี้ได้หรอก...

“มาคนเดียวเหรอครับ? J

ในขณะที่ผมกำลังเต้นอยู่กับไอ้เสกอย่างสนุกสนานก็มีผู้ชายหน้าตาดีคนนึงเดินเข้ามาทักทายเซไฮตามภาษาคนเที่ยวกลางคืน

ตัวผมเองก็ไม่ใช่ว่าขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมากมาย ตัวเล็กๆ บางๆ ของผมกับผิวขาวจั๊วะเข้ากับจมูกโด่งและโครงหน้าที่ได้มาจากพ่อผู้ที่เป็นคนสเปนทำให้ผมเป็นคนที่หน้าตาดีคนนึงเลยก็ว่าได้

“มากับเพื่อนอีกคนครับ ^^” ผมว่าพลางชี้ไปที่ไอ้เสกที่กำลังเต้นอยู่ไปไม่ไกลไปจากที่ที่ผมยืนอยู่เท่าไหร่

“งั้นเราไปคุยกันสองคนฝั่นนู้นดีมั้ยครับ?”

คำถามของคนที่กำลังจ้องมองผมอยู่นั้นทำให้ผมต้องรีบเพ่งสายตาไปที่ใบหน้าของเจ้าของคำถามเพื่อสำรวจดูโครงหน้าสักหน่อย

อืม...หน้าตาดีใช้ได้ โครงหน้ายาวนิดๆ รับกับจมูกโด่งยาวเป็นสัน ยิ่งดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนๆ นั้นยิ่งทำให้น่ามองยิ่งขึ้น ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว...

                “ได้เลยครับ ^^

                “งั้นตามพี่มาทางนี้เลย”

                ผมหันไปโบกมือบ๊ายบายให้ไอ้เสกนิดหน่อยเป็นเชิงว่าไม่กลับด้วยซึ่งไอ้เสกมันรู้ดีว่าหมายความว่าอะไร ผมไม่ใช่พระเอกละครหลังข่าวในทีวี...มนุษย์ย่อมมีความต้องการสนองตัณหาเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ที่เข้ามาเรียนมหาลัยในกรุงเทพเรื่องพรรค์นั้นถือเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับผม ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่มีความต้องการเรื่องแบบนั้นหรอกครับ  และแน่นอนครับว่าผมเป็นชาวสีม่วงที่ทุกคนรู้จักกันดี

                “ว่าแต่น้องชื่ออะไรเหรอครับ?”

ตอนนี้ผมกับพี่ผู้ชายที่ชวนมานั่งด้วยนั่งอยู่โต๊ะบริเวณเกือบหลังสุดของผับ ผู้คนไม่ค่อยเพ่นพ่านสักเท่าไหร่จึงเป็นมุมที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคน

“อะ..อ่อ! ผมชื่อบาสครับ แล้วพี่ล่ะครับ?”

“พี่ชื่อเอ เรียนปีสามมหาลัยแถวนี้แหละ” พี่เอยิ้มจางๆ แล้วส่งมาที่ผมอย่างมีเลศนัยน์

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่เอ J

พี่เอชูแก้วเหล้าขึ้นมาเป็นเชิงสั่งให้ผมยกแก้วขึ้นไปชนแล้วดื่มตามภาษาคนรู้จักกันครั้งแรก

 

เวลาผ่านไปนานพอสมควร ตอนนี้ก็คงเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ผมดื่มเหล้าจนไม่ค่อยจะมีสติสตังแล้ว ทุกๆ อย่างรอบตัวของผมมีภาพซ้อนไปซะทุกอย่าง มันดูเคว้งคว้างยังไงไม่รู้สิ

“น้องบาส กลับห้องไหวมั้ย? คืนนี้ไปนอนห้องพี่มั้ย?”

พี่เอที่นั่งคุยด้วยกันมานานเกือบสองชั่วโมงเขยิบเข้ามานั่งใกล้ผมแล้วเขย่าตัวผมเป็นเชิงเรียกสติกลับคืนมา

“ได้ครับ คืนนี้เราไปนอนห้องพี่เอกัน...”

ผมเข้าใจจุดประสงค์ของเจ้าของคำถามดีครับ...และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมได้ยินบ่อยครั้งจนแทบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว นี่แหละคือชีวิตจริงๆ หลายๆ คนอาจรับไม่ได้ แต่ผมอยากจะบอกว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต...

 

นั่งรถสปอร์ตราคาแพงของพี่เอไม่นานรถก็หยุดอยู่ที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างไปจากผับเท่าไหร่นัก มองดูจากด้านนอกแล้ว หอพักแห่งนี้ราคาค่าเช่าคงแพงไม่เบา

“น้องบาสถึงหอพี่แล้ว เดินตามพี่มานะ” พี่เอเดินมาเปิดประตูให้ผมลงแล้วเดินนำเข้าหอไป

เดินตามพี่เอไม่นานนักก็ถึงห้องพักเบอร์ 203 ชั้นสองห้องสามนั่นเอง พอเปิดประตูเข้าไปในห้องผมก็เดินโซซัดโซเซไปนอนบนเตียงอย่างถือวิสาสะไม่รีรอเจ้าของห้องเลยแม้แต่นิดเดียว

ทำไงได้...คนมันง่วงนอนนี่นา

“จะนอนแล้วเหรอน้องบาส...” พี่เอเดินไปปิดไฟห้องแล้วเดินมานอนลงบนเตียงข้างๆ ผมพลางพลิกตัวขึ้นมาคร่อมตัวผมแล้วจัดแจงปลดกระดุมผมทีละเม็ดๆ

ภายในร่างกายผมร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เลือดภายในร่างกายผมกำลังสูบฉีดอย่างเต็มที่

พี่เอปลดกระดุมผมจนหมดทุกเม็ดแล้วจัดการไซร้ไปทั่วทั้งคอผมอย่างรุนแรงและโหยหาอย่างเต็มที่

ปากเรียวบางที่ละเลงไปทั่วทั้งคอทำให้ผมอดที่จะครางออกมาเสียไม่ได้ มันเสียวซี๊ดไปหมดทั้งตัวเรียกได้ว่าขนลุกทุกรูขุมขนเลยทีเดียว ผมมีความสุขเหลือเกิน...มีความสุขเสียจนไม่อยากให้ช่วงเวลาแบบนี้ผ่านไปเลย

ในเวลาไม่ถึงสามนาทีพี่เอเจ้าของเรือนร่างกำยำลุกขึ้นจากการคร่อมร่างกายของผมแล้วปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกทุกชิ้นจนเผยให้เห็นทุกสัดส่วนบนเรือนร่างกาย ไม่นานนักพี่เอก็รีบกระโจนเข้ามาถอดกางเกงผมออกแล้วจัดการทำกิจที่เราทั้งคู่ต่างโหยหา...

นี่คือชีวิตจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ มันคือสิ่งที่แทบจะทุกคนต้องพบเจอและแน่นอนมันคือชีวิตกลางคืนยันเช้าของผม ในหนึ่งสัปดาห์คงจะราวๆ สามสี่ครั้งได้กระมั้ง...

และสิ่งเจ็บปวดที่สุดที่ช่วงแรกๆ ผมยังทำใจไม่ได้ก็คือ...ตื่นเช้าหลังจากเสร็จกิจอย่างว่าแล้วทั้งคู่ก็เป็นเหมือนคนไม่รู้จักกันเลย...ทุกวันนี้ผมยังคงถามตัวเองว่าความรักคืออะไร?

_________________________________________________________________________________________________

อัพบทนำแล้ว หวังว่าจะชอบกันน๊าา ขอบคุณมากๆ สำหรับคนที่เข้ามาอ่านแล้ว ยังไงก็ติชมได้ครับ :)



:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #21 On Green (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 21:25
    พระเอกนั่นก็จะกีไปมั้ย ??
    ซักให้แม้แต่ก.ก.น อ่ะนะ 
    ยอดเลย ^^ 
    #21
    0