รักร้อนเพลิงพยาบาท (ภาคจบของซีรีย์ รักร้อน)

ตอนที่ 19 : นางบำเรอ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 พ.ค. 61


นางบำเรอ

       

        สองสัปดาห์ต่อมา

        เรื่องชรัณเป็นอันคลี่คลายตามข้อตกลงที่รัฐรวินทร์กับเกวลินตกลงกันไว้ รวมถึงเรื่องที่เกวลินจะต้องย้ายมาอยู่ร่วมห้องกับรัฐรวินทร์ในคอนโดมิเนียมสุดหรู แม้ว่าเธอไม่เต็มใจแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เธอต้องทนกล้ำกลืนอยู่กับคนที่ตนเกลียดชัง ยอมให้เขาเชยชมร่างกายเพื่อครอบครัว แต่ก็ยอมรับว่า รัฐรวินทร์ทำให้ตนมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใต้ร่างเขา โดยบอกกับบิดามารดาว่า ไปทำงานกับเจ้านายที่บ้าน

        กิจวัตรประจำวันของเกวลินแม้ว่าจะอยู่สุขสบายในห้องสุดหรู และได้เงินรายเดือนจากรัฐรวินทร์เดือนละสามหมื่นบาท แต่เธอก็ไม่หยุดนิ่งเฉย เกวลินถือคำพูดที่ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น หน้าที่ทำความสะอาดห้องจึงเป็นหน้าที่ของเธอ แต่พอรัฐรวินทร์รู้ เขากลับสั่งไม่ให้ตนทำความสะอาดห้อง เพราะหากตนทำอีกคนหนึ่งจะต้องตกงาน

        “ถ้าเธอทำความสะอาดห้องฉัน พี่น้อยที่ฉันจ้างมาทำประจำจะไม่มีรายได้ พี่น้อยถูกผัวทิ้งเลี้ยงลูกสามคนตามลำพัง ให้หน้าที่นี้เป็นของพี่น้อยตามเดิมเถอะ”

     เกวลินไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของรัฐรวินทร์ ไม่คิดว่าชายหนุ่มเอาแต่ใจ นิสัยแย่ ปากไม่ดี จะมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น เกวลินจึงยอมตามที่เขาร้องขอ หญิงสาวจะทำหน้าที่ที่พี่น้อยไม่ทำคือ ทำอาหารให้รัฐรวินทร์ทาน ซึ่งจะเป็นมื้อเช้า ส่วนมื้อเย็นเขามักมีสังสรรค์กับเพื่อนหรือไม่ก็ลูกค้า มื้อนี้เธอจึงหาทานเอง

     อีกอย่างหนึ่งที่เกวลินทำคือ หารายได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน เธอสมัครงานกับบริษัทที่เปิดรับสมัครงานหลายแห่ง แต่ถึงว่าจะยังไม่มีบริษัทใดรับเข้าทำงาน เกวลินก็หารายได้ด้วยการขายของออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ซึ่งสินค้าที่เธอเลือกมาขายก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ตุ๊กตา เสื้อผ้า รองเท้า และอีกหลายรายการที่สามารถนำมาแปลงเป็นเงินได้ ผลกำไรจากการรับสินค้าเหล่านี้มาขาย แม้ว่าแต่ละชิ้นจะได้กำไรไม่มาก แต่ถ้าหากนำกำไรมารวมกัน รายได้ก็พอให้หายเหนื่อย

        และวันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เกวลินสั่งของมาขาย ซึ่งเธอจะให้ไปส่งที่บ้านแทนส่งที่คอนโดของรัฐรวินทร์ เพราะสะดวกกับการแพ็คสินค้าและการเดินทางไปจัดส่งของที่ไปรษณีย์ ที่สำคัญที่สุดเธอไม่อยากให้ห้องของเขาดูรกจากการนำสินค้าในสต็อกไปเก็บไว้

        “วันนี้ของที่สั่งเยอะนะพี่หลิน มา...เดี๋ยวผมช่วยแพ็คของ” ชรัณทรุดกายนั่งลงบนพื้น หยิบกล่องกระดาษให้มันเป็นรูปร่าง

        “วันนี้งานเสร็จเร็วเหรอ” เกวลินถามน้องชาย

        “ยังไม่เสร็จ แต่เห็นว่ามาส่งเอกสารใกล้ๆ บ้านเลยกะว่าจะมานอนสักงีบ เมื่อคืนช่วยไอ้โต้งซ่อมรถกว่าจะเสร็จก็ตีสามกว่าๆ กว่าจะได้นอนก็ตีสี่ นอนแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ต้องตื่นไปส่งหนังสือพิมพ์” ชรัณตอบ

        “โจ้ไปนอนเถอะ พี่แพ็คเองได้ จะเสร็จแล้วด้วย รีบนอนเอาแรงจะได้ไปทำงานต่อ”

        “ไม่เป็นไรพี่ พี่หลินทำงานงกๆ อยู่ตรงนี้คนเดียวจะให้ผมนอนได้ยังไง ผมนอนไม่หลับหรอก อีกอย่างให้ผมได้รับผิดชอบอะไรบ้าง ไม่ใช่โยนให้พี่หลินคนเดียว” มีเพียงชรัณคนเดียวที่รู้ว่า เกวลินย้ายไปกับรัฐรวินทร์เพราะอะไร “ผมขอโทษนะพี่หลิน ผมจะหาเงินให้เยอะๆ ผมจะได้เอาไปให้คุณวิน พี่หลินจะได้กลับมาอยู่บ้านเร็วๆ”

        เกวลินเงยหน้ามองน้องชาย เธอยิ้มบางส่งให้

        “พี่ไหว พี่ทนได้ขอเพียงให้โจ้ปลอดภัย ส่วนเรื่องเงินที่โจ้อยากจะหาได้เยอะๆ หาเงินทางสุจริตนะโจ้ อย่าทำอย่างนั้นอีก เพราะพี่อาจช่วยโจ้ไม่ได้” เธอเตือนน้องชาย

        “ผมรู้ครับ ผมเข็ดแล้ว ผมจะไม่ทำแล้ว”

        “เอ็งจะไม่ทำอะไรแล้วไอ้โจ้ เอ็งไปทำอะไรผิดมา” ธงชัยที่เดินเข้าบ้านมาได้ยินแว่วๆ จึงเอ่ยถาม

        “ไม่มีอะไรหรอกพ่อ โจ้รับปากหลินว่า จะไม่แต่งรถมากกว่านี้” เกวลินแก้ตัวแทนน้องชาย

        “เออก็ดีแล้ว แต่งมากก็เปลืองเงิน ตอนนี้บ้านเราต้องใช้เงินเยอะด้วย”

        “ว่าแต่พ่อทำไมกลับเร็ว ไหนบอกผมว่ากลับค่ำไง นี่ยังไม่เที่ยงเลย” ชรัณถาม

        “ลูกค้ายกเลิกเลยต้องกลับบ้าน อดได้เงินเลย” ธงชัยถอนหายใจก่อนจะทรุดกายนั่งบนโซฟาไม้ “หลิน เอ็งมีเงินสักสองพันไหม วันนี้พ่อต้องจ่ายค่าของ ถูกลูกค้ายกเลิกงานพ่อไม่มีตังค์ไปให้เขา”

        ธงชัยไม่อยากยืมเงินเกวลิน แต่เป็นเพราะเขาต้องนำเงินไปจ่ายค่าอุปกรณ์ทำมาหากินที่ซื้อต่อจากเสี่ยเล็ง เขาจำต้องเอ่ยปากของยืม

“มีจ้ะพ่อ หลินขายของได้เยอะ กำไรก็เยอะตาม” เกวลินหยิบเงินตามที่บิดาขออย่าไม่ลังเล

        “พรุ่งนี่พอคืนให้นะ” ธงชัยเก็บเงินใส่กระเป๋า “ว่าแต่หลินเอาเงินที่ไหนไปลงของ ลงหมดนี่เป็นหมื่นนะ”

        เกวลินชะงักมือที่กำลังแพ็คของ แต่ก็หาคำตอบให้บิดาได้โดยไม่มีพิรุธ หากตอบความจริงไปว่า เงินที่ได้มาคือเงินที่รัฐรวินทร์ให้ ธงชัยคงตกใจจนช็อคแน่

        “หลินเบิกเงินเจ้านายมาน่ะพ่อ เขาก็ใจดีให้ยืมด้วย”

        “อืม” ธงชัยทำเสียงรับรู้ ก่อนลุกขึ้นยืน “พ่อว่าพ่อไปงีบหน่อยดีกว่า”

        “พี่หลิน คุณวินให้พี่ยืมเงินมาลงของเหรอ” ชรัณถามเมื่อบิดาเดินขึ้นไปชั้นบน

        “ก็ประมาณนั้น” เกวลินตอบ “ถ้าพี่ไม่ยืม พี่ไม่มีเงินมาลงของหรอก ถึงพี่ไปอยู่กับคุณวินตามข้อตกลง แต่พี่ก็ต้องรับผิดชอบครอบครัวอยู่ แล้วพี่ก็ยังหางานทำไม่ได้ด้วย พี่เลยยืมเขามาก่อน”

        ชรัณมองเกวลินด้วยความรักและความสงสาร เกวลินแบกรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้านเพียงคนเดียว แต่ละเดือนค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ไม่รวมกับที่ชะลอไปสร้างหนี้ไว้อีก ดีที่ว่าในส่วนของเขาทั้งค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ชรัณรับผิดชอบเอง แบ่งเบาภาระเกวลินไปได้มาก ในขณะเดียวกันก็สร้างหนี้ก้อนมหึมามาให้เกวลิน

        “พี่หวานเงียบไปเลย ไม่กลับมาบ้าน ไม่มาหาพ่อกับแม่ ผมโทรไปก็ไม่รับ” ชรัณบ่นพี่สาวคนกลาง “ถ้าพี่หวานรับผิดชอบทางบ้านบ้าง แบ่งเบาภาระพี่หลินบ้างก็ดีสิ แต่นี่ไม่เลย”

        “หวานไปค้างบ้านตาไม่ใช่เหรอ เห็นว่าทำโปรเจคส่งอาจารย์ คงยังไม่เสร็จมั้งเลยไม่ได้กลับบ้าน แล้วที่ติดต่อไม่ได้คงยุ่งๆ เรื่องเรียนนั่นแหละ” เกวลินไม่คิดว่าน้องสาวจะทำตัวเหลวไหล “หวานโตแล้ว ใกล้จบแล้วด้วยก็เลยต้องขยันหน่อย ส่วนเรื่องที่หวานไม่ช่วยพี่ โจ้อย่าไปว่าหวานเลยนะ พี่แค่รับผิดชอบเรื่องค่าเทอมหวาน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวหวานหาเอง โจ้ก็เห็นไม่ใช่เหรอว่า หวานทำงานพิเศษด้วย”

        “ก็เห็นอยู่ แต่ก็น่าจะเอาเงินมาช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟบ้างก็ได้นะพี่ ไม่กี่พันเอง ช่วยกันออกคนละนิดละหน่อย อย่างผมช่วยออกค่าซื้อของเข้าบ้าน พี่หวานก็น่าจะช่วยออกค่าน้ำค่าไฟ เพราะนอกนั้นพี่หลินออกทั้งหมด ผมว่านะ ลำพังแค่เงินค่าน้ำค่าไฟไม่เป็นปัญหาสำหรับพี่หวานอยู่แล้ว ผมเคยได้ยินพี่หวานคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์ว่า กระเป๋าที่ซื้อมาใบละแปดพัน มีเงินซื้อกระเป๋าแพงขนาดนั้น ค่าน้ำค่าไฟจิ๊บๆ”

        ชรัณสังเกตศุภวรรณมาสักระยะหนึ่ง เขาเห็นพี่สาวคนกลางซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยหลายอย่าง กระเป๋าถือซื้อทีหนึ่งถึงสองใบ ใบหนึ่งราคาเกินห้าพัน เครื่องสำอางเอย เสื้อผ้าซื้อทีครั้งละหลายชุด ต่างกับเกวลินที่ไม่ค่อยซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเลยสักชิ้น อาจจะพูดได้ว่า ปีนี้ทั้งปีเกวลินไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยสักชุด เขาแอบสงสัยว่า ศุภวรรณนำเงินมาจากไหนซื้อของใช้เหล่านี้ ครั้นจะถามก็กลัวโดนดุโดนด่า หากเจียดเงินสักสามพันมาช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟก็คงดีไม่น้อย แต่นี่ไม่เลย ไม่แม้แต่จะใส่ใจถาม

        “กระเป๋าใบสีน้ำตาลหรือเปล่า ถ้าใช่โจ้เข้าใจผิดแล้ว หวานบอกพี่เองว่า ราคากระเป๋าแค่แปดร้อยบาท หวานซื้อตอนลดราคาเห็นว่าลดตั้งเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ราคาที่โจ้ได้ยินอาจเป็นราคาเต็มก็ได้นะ”

        “เหรอพี่” ชรัณพูดไปอย่างนั้น เขายังเชื่อในเรื่องที่ได้ยิน

        “ใช่สิ หวานจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อใบละตั้งแปดพัน โจ้ได้ยินผิดแล้วล่ะ” เกวลินเชื่อคำพูดศุภวรรณ โดยหารู้ไม่ว่า ล้วนแล้วแต่เป็นคำโป้ปดทั้งสิ้น “พี่แพ็คเสร็จแล้ว พี่ไปส่งของก่อนนะ”

        “งั้นผมไปส่งด้วย พี่จะได้ไม่ต้องเสียค่ารถ”

        สองพี่น้องช่วยกันนำสินค้าที่แพ็คเสร็จเรียบร้อยออกไปนอกบ้าน โดยใช้รถคู่ใจของชรัณเป็นพาหนะในการส่งของที่ไปรษณีย์ หลังจากส่งของเสร็จ จุดหมายต่อไปของเกวลินคือ ห้างสรรพสินค้าพารากอน สถานที่นัดหมายกับเดอะแก๊ง

<><><><><><><><><><> 

        ณ ห้างสรรพสินค้าพารากอน

        เดอะแก๊งทั้งสามชีวิตอรัญญา มิ่งขวัญและพีระพลนั่งรอเกวลินอยู่ในร้านกาแฟชื่อดัง ทั้งสามมาก่อนเวลาสิบนาที การที่เกวลินมาช้าก็ถือว่าไม่สายเพราะยังไม่ถึงเวลานัดหมาย แต่พอจวนเจียนใกล้ถึงเวลานัด เกวลินได้เดินฉีกยิ้มเข้ามาในร้าน

        “พวกแกมารอนานหรือยัง” เกวลินถาม

        “สิบนาที” พีรพลตอบ

        “ขอโทษนะที่มาช้า นี่ก็รีบสุดๆ แล้ว”

        “ช้าที่ไหนยังไม่ถึงเวลานัดเลย” มิ่งขวัญพูด “ฉันว่าเราไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”

        “มื้อนี้พลเลี้ยง ฉันว่าไปกินอาหารญี่ปุ่นกันดีกว่า นานๆ ทีมันจะเลี้ยง ถล่มมันให้เละ” อรัญญานักกินอันดับหนึ่งของกลุ่มพูดถึงอาหารญี่ปุ่นแล้วน้ำลายสอ

        “ตบท้ายด้วยไอติมดีไหม ฉันได้ยินแกบ่นอยากกิน” พีระพลเจ้ามือหลักอย่างเป็นทางการพูดขึ้นบ้า

        “ไม่ปฏิเสธน้ำใจย่ะ นานๆ ทีผัวแกจะปล่อยออกมาดูโลกภายนอก ต้องเลี้ยงฉันให้เต็มที่”

     พีระพลจัดอยู่ในประเภทชายรักชาย รูปร่างภายนอกเขาดูบึกบึน แข็งแรงกล้ามเป็นมัดๆ เป็นที่หมายปองของสาวแก่แม่หม้ายและสาวโสด ทว่าเขากลับมีใจให้ภานุเดช ชายหนุ่มข้างบ้านที่แอบคบกันมานานร่วมสี่ปี

     “เออๆ พวกแกอยากกินไรฉันเลี้ยงเอง”

     “งั้นไปกันเลย” สี่เพื่อนซี้พากันเดินออกจากร้านกาแฟ ไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่พวกเขาตั้งใจไปรับประทาน

     ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุปเฟ่จ่ายเป็นรายหัว ทั้งสี่เลือกที่นั่งริมกระจกใสที่สามารถเห็นคนเดินผ่านไปผ่านมาได้ สองในหลายคนที่กำลังเดินอยู่นอกร้านคือ รัฐรวินทร์กับภัคพร ดาราสาวชื่อดังที่ฝ่ายชายเดินโอบเอว หันไปพูดคุยและส่งยิ้มให้เธอตลอดเวลา ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดยืนตรงริมขอบกั้นของชั้น เพื่อให้ฝ่ายหญิงได้ถ่ายรูปกับประชาชนที่ชื่นชอบผลงาน ที่เห็นดาราคนโปรดก็ต้องถ่ายรูปเป็นเรื่องธรรมดา

     ภาพหวานภาพนั้นอยู่ในสายตาของเกวลินที่มองเห็นพอดิบพอดี เธอมองรอยยิ้มของรัฐรวินทร์ที่ส่งให้ภคพรด้วยแววตาเจ็บปวด เป็นความเจ็บปวดที่เธอเองก็ไม่รู้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่ไม่น่าจะรู้สึกอะไรกับภาพที่เห็น

     “นั่นตาล ดาราไฮโซนี่นา ตัวจริงสวยมากเลยนะแก” มิ่งขวัญชี้ให้เพื่อนดูดาราสาวที่หยุดถ่ายรูปกับบุคคลที่ให้ความสนใจ

     “มากับแฟนด้วยแฮะ หล๊อหล่อ ทั้งเท่ทั้งรวย สมกันจริงๆ” อรัญญาพูดขึ้นบ้าง

     “เหมาะสมกันสิทำไมจะไม่เหมาะ ผู้หญิงสวยและรวย แถมเก่งอีกต่างหาก ผู้ชายก็หล่อลากดิน รวยอภิมหารวย คู่นี้ถ้าไม่เหมาะสมกันก็บ้าแล้ว” เสียงนี้เป็นของมิ่งขวัญ

     “ได้ข่าวว่าหมั้นกันแล้วนี่ รอแต่ง” พีระพลก็ติดตามข่าวสารดาราเช่นกัน

     “แต่งต้นปีหน้าไม่ใช่เหรอ ถ้าจำไม่ผิดนะ” อรัญญาจำได้

     “แกเป็นไรหลิน ทำไมตาแดงๆ หน้าตาเศร้าๆ” มิ่งขวัญสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเกวลินที่ต่างจากเมื่อครู่ เธอจึงอดถามไม่ได้

     คนถูกถามเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีสีหน้าเช่นนั้น จึงฝืนยิ้ม กระพริบตาถี่ๆ ขับไล่ความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นเข้ามาในจิตใจ

     “คิดถึงตัวเองมั้ง ชาตินี้จะมีคู่กับเขาหรือเปล่า” เกวลินมีสติมากพอที่จะหาคำแก้ตัว

     “โถๆๆๆ นอยเรื่องนี้เอง แกจะนอยทำไม แกสวยกว่าฉันกับขวัญซะอีก มีคนมาจีบแกตั้งหลายคน แกก็ไม่เอาเอง ฉันกับขวัญสิสมควรนอย หน้าตาก็ไม่สวย รวยก็ไม่รวยแค่ผู้ชายชายตาแลยังไม่มีเลย เฮ้อ...” มิ่งขวัญเข้ามาอยู่ในโหมดเศร้าตามเพื่อน

     “เออจริง แกหาง่ายกว่าฉันสองคนอีก รีบๆ รับรักใครสักคนที่มาจีบสิ แกจะได้มีผัว” อรัญญาพูดเสริม

     “ฉันว่านะ เรื่องแบบนี้สวรรค์กำหนดมาแล้วล่ะว่า ใครคู่กับใคร แกสามคนอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่จะเจอเนื้อคู่ก็ได้ ข้อสำคัญที่สุดแกสามคนอายุเพิ่งยี่สิบหก อยู่ใช้ชีวิตโสดก่อนก็ได้มั้ง ใช้ให้คุ้มเพราะถ้ามีผัวเมื่อไหร่ แกจะรู้ว่า อิสระมันน้อยลง”

     พีระพลเห็นตัวอย่างมาหลายคู่ การมีชีวิตคู่ต่างกับตอนเป็นโสดมาก ต้องปรับตัว ปรับทัศนคติและอีกหลายอย่าง ความเป็นส่วนตัวน้อยลงเพราะต้องแชร์ชีวิตร่วมกับอีกคน คำว่าอิสระจึงถูกบั่นทอน

     “มันก็จริงนะ” มิ่งขวัญเห็นด้วย “แต่ฉันว่า ตอนนี้เรากินกันเถอะ มัวแต่คุยเดี๋ยวหมดเวลามันจะไม่คุ้มเงิน”

     มิ่งขวัญ อรัญญาและพีระพลละสายตาจากดาราสาวและคู่หมั้นหนุ่มที่เวลานี้พากันเดินห่างร้านอาหารญี่ปุ่น แต่จะมีเพียงสายตาของเกวลินที่ยังคงมองตามคู่รักคู่นั้นไปจนสุดสายตา ยิ่งมองเห็นความรักความเอาใจใส่และรอยยิ้มที่ทั้งคู่มีให้กันและกัน หัวใจของเธอเหมือนมีเข็มทิ่มแทง เจ็บปวดไปทั้งดวง

     เป็นความรู้สึกที่เกวลินยับยั้งไม่ได้...

<><><><><><><><><><> 

        ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

        รัฐรวินทร์เดินโอบเอวภคพรมาหยุดยืนหน้าประตูทางเข้าผู้โดยสารภายในประเทศ เย็นนี้ภคพรมีกำหนดเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เขาจึงมาส่งคู่หมั้นที่สนามบิน

        “ถ้าพี่ไม่ติดงานสำคัญวันพรุ่งนี้ พี่กะว่าจะไปด้วย ถือโอกาสไปพักผ่อน”

        “โอกาสหน้ายังไม่ค่ะ ครั้งหน้าถ้าตาลรับงานไปภูเก็ตอีก ตาลจะบอกพี่วินล่วงหน้านะคะ พี่วินจะได้เคลียร์คิวให้ตาล” ภคพรพูดพร้อมรอยยิ้มหวาน

        “พูดอย่างกับว่า ตาลคิวน้อย ตาลนั่นแหละคิวทองยิ่งกว่าพี่ซะอีก”

        “ตาลไปก่อนนะคะ ใกล้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว”

        “ครับ วันศุกร์พี่มารับนะ”

        “ตาลไม่รบกวนพี่วินดีกว่าค่ะ เครื่องลงตอนสิบเอ็ดโมงจะเสียเวลาทำงานพี่วินเปล่าๆ เพราะยังไงตอนเย็นเราก็มีนัดทานข้าวกับคุณลุงคุณป้า ที่สำคัญที่สุดพี่ภาคย์ไปกับตาลด้วย พี่วินไม่ต้องห่วงนะคะ”

        “เอาอย่างนั้นก็ได้ เจอกันตอนเย็นเลย” รัฐรวินทร์เห็นด้วย “กฤตย์ ฉันฝากดูแลตาลด้วยนะ”

        “ครับคุณวิน ผมจะดูแลคุณตาลด้วยชีวิตครับ” ภาคย์รับคำเสียงหนักแน่น

        “ตาลไปก่อนนะคะ เจอกันวันศุกร์ค่ะ”

     ภคพรพนมมือไหว้รัฐรวินทร์ ก่อนจะเดินเข้าไปในส่วนของผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีกฤตย์เดินเข็นกระเป๋าตามไปติดๆ

     เมื่อส่งคนรักเรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ของรัฐรวินทร์พร้อมกับลูกน้องคู่ใจทั้งสองคนได้เดินกลับไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถ

     “คุณวินจะไปไหนครับ กลับบ้านหรือว่า...” มนูยังถามไม่จบประโยค คำตอบก็ดังจากปากรัฐรวินทร์

     “ไปคอนโด”

     “ครับคุณวิน”

     มนูนำรถยนต์ออกจากที่จอด ขับรถมุ่งตรงไปยังคอนโดเอ็มพรี สุขุมวิท สถานที่ที่รัฐรวินทร์พักอาศัยมากกว่าบ้านของตัวเอง หรือจะพูดได้ว่า นับตั้งแต่เกวลินย้ายมาอยู่ร่วมห้องเดียวกันกับรัฐรวินทร์ เจ้านายจอมเอาแต่ใจไม่เคยกลับไปนอนบ้านเลย ทั้งที่แต่ก่อนจะมาพักที่คอนโดเป็นครั้งคราว ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่บอกก็รู้ว่าทำไม

     ส่วนคนที่นั่งอยู่ตอนหลังของรถยนต์ กำลังนั่งคิดถึงเกวลินที่เข้ามาปั่นป่วนอารมณ์เขาได้ตลอดเวลา กลิ่นกายเธอติดอยู่ปลายจมูก ความเนียนนุ่มของผิวกายยังรู้สึกอยู่ที่ฝ่ามือ ความสุขในเกมกามตราตรึงในห้วงความรู้สึก ไม่เคยมีผู้หญิงคนใดทำให้รัฐรวินทร์รู้สึกคลั่งสวาทมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเกวลิน ผู้หญิงปาดจัด ไม่เกรงกลัวเขา เขม่นกันตั้งแต่แรกเห็นจะทำให้รัฐรวินทร์ไม่อยากก้าวลงจากเตียง ปรารถนาอยู่บนตัวเธอทั้งวันทั้งคืน

     วันนี้ก็เช่นกัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ในสมองของเขาคิดถึงแต่เกวลิน อยากกอด อยากหอม อยากทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ บางเวลาเขารู้สึกทนไม่ไหว อยากจะขับรถกลับไปหาเกวลินที่คอนโด ปลดปล่อยความอัดอั้นเข้าสู่ร่างงาม แต่ก็ทำไมได้เพราะงานย่อมสำคัญกว่านางบำเรอ

     รัฐรวินทร์หมายมั่นในใจว่า กลับไปถึงห้องชุดเมื่อไหร่ เวลาที่เกวลินจะได้ก้าวลงจากเตียงคือยามเช้าวันพรุ่งนี้ เพราะค่ำคืนนี้คือเวลาของเขา

<><><><><><><><><><> 

        ณ เอ็มพรีคอนโด สุขุมวิท

        คนที่รัฐรวินทร์กำลังคิดถึงเวลานี้ เธอกำลังนั่งจดรายการสั่งซื้อที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าที่นำไปลงขายในเพจขายของ ซึ่งวันนี้มีลูกค้าสั่งจองมาราวสิบห้าคน โอนเงินเรียบร้อยสิบคน เหลืออีกห้าคนนัดหมายโอนวันพรุ่งนี้ พอนั่งจดรายการสั่งซื้อเสร็จ เธอได้ถ่ายรูปสินค้าลอตใหม่ลงในเพจ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ

        ระหว่างนั้นประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ก่อนปิดลงด้วยมือของเจ้าของห้องที่เดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ขณะที่เดินเขาได้มองเกวลินที่นั่งหันหลังให้ตนตลอดเวลา มาหยุดยืนด้านหลังเธอ ลำแขนใหญ่โอบรัดร่างเล็ก ก้มหน้าหอมแก้มหญิงสาว

        “ว้าย!” เกวลินร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเพราะกำลังเพลินๆ กับการทำงาน หันมามองเจ้าของจมูกที่อยู่ในระยะประชิด “คุณวิน”

        “ตกใจอะไรหนักหนา ไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ได้หรอกนอกจากฉัน” พูดจบก็หอมแก้มเธออีกหน “ทำอะไรอยู่”

        “นั่งจดรายชื่อลูกค้าที่สั่งของมา แล้วก็ลงขายของลอตใหม่”

เธอตอบ หันไปสนใจงานตามเดิม แต่พอเดาออกว่า งานคงค้างเติ่งอยู่บนโต๊ะ เป็นเพราะตัวเธอต้องไปทำอย่างอื่น คิดแล้วร่างกายก็ร้อนวูบวาบ

     “ไปทำอย่างอื่นดีกว่า สนุกกว่าทำงานตั้งเยอะ” เขาพูดแค่นี้เธอก็รู้แล้วว่า รัฐรวินทร์ต้องการสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ด้วย “ฉันอยากให้เธอถูหลังให้หน่อย รู้สึกว่าขี้ไคลมันเยอะ”

     ข้ออ้าง...มันคือข้ออ้างชัดๆ

     แต่ถึงจะเป็นข้ออ้าง เกวลินก็ต้องทำตามที่เขาต้องการ

     เสียงในห้องน้ำนอกจากเสียงน้ำไหลจากฝักบัวกระทบกับพื้นกระเบื้อง ยังมีเสียงครางของรัฐรวินทร์กับเกวลินที่ดังประสานกันตลอดเวลา เป็นเสียงครางที่ทำให้รู้ว่า มีความทรมานและความสุขในเวลาเดียวกัน

     หลังจากกิจกรรมอันแสนเผ็ดร้อนสิ้นสุดลง ทั้งคู่อาบน้ำร่วมกันผลัดกันถูหลังและถูตัว แล้วเสร็จก็พากันออกมาเปลี่ยนชุดนอน

     “ฉันขอออกไปทำงานต่อนะคะ ทำค้างไว้” เธอบอกรัฐรวินทร์ที่กำลังเดินไปเตียงนอน

     “ให้เสร็จก่อนฉันนอนนะ ฉันเป็นคนติดหมอนข้าง...หมอนข้างมีชีวิต”

     รัฐรวินทร์ยิ้มเจ้าเล่ห์กับประโยคท้าย คนมองเห็นรอยยิ้มเขาถึงกับใจสั่น ใบหน้าเขาเวลานี้หล่อมาก หล่อกว่าพระเอกบางคนที่กำลังโด่งดังในขณะนี้เสียอีก แล้วยิ่งคำพูดตบท้ายเธอรู้ดีว่าคืออะไร ทุกคืนเขาจอนอนกอดตน กอดก่ายราวกับเธอเป็นหมอนข้าง ตอนแรกเกวลินก็ไม่ชิน ทว่าตอนนี้กลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว

     “ค่ะ” เกวลินรีบเดินออกไปจากห้องนอน เธอเสียเวลาอยู่ในห้องน้ำกับเขาร่วมสองชั่วโมง ป่านนี้มีข้อความจากลูกค้าเข้ามาสอบถามเรื่องสินค้ายาวเหยียดแน่ ซึ่งมันก็จริง มีลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้ามาสอบถามนั่นนี่โน่นตามประสาราวยี่สิบคน กว่าจะปิดการขายเสร็จเวลาก็เคลื่อนไปห้าทุ่ม

     “ถ้าเธอไม่เข้ามาภายในห้านาที ฉันว่าจะออกไปตามแล้วนะ” คนพูดหาววอดเมื่อพูดจบ

     “ขอโทษค่ะ ลูกค้าเยอะ” เธอบอกขณะเอนตัวลงนอนบนที่นอน

     “ทำงานเยอะทำไม เงินที่ฉันให้เป็นรายเดือนก็เยอะนะ” เขาถาม

     “ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว ฉันงอมืองอเท้าไม่เป็น” 

     "นอนเถอะ ฉันง่วงแล้ว" รัฐรวินทร์ไม่อยากต่อความยาว เขาหาววอด เกวลินก้าวขึ้นนอนบนเตียง และทันทีที่เธอล้มตัวลงนอน แขนใหญ่ก็กอดเอวเล็ก ก่อนหลับตาลงไม่กี่อึดใจเขาก็จมอยู่กับนิทรา เช่นเดียวกับเกวลินที่หลับในเวลาใกล้เคียงกัน

<><><><><><><><><> 

     ตกดึก ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต

       ...

          ......

           ......

          เลิฟซีนจ้า ลงไม่ได้เนอะ

     “ตาลรักพี่กฤตย์ค่ะ รักที่สุดด้วย” ภคพรกอดกฤตย์ จูบปากเขาเบาๆ “รักไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

     “น่ารักที่สุดเมียพี่ สงสัยต้องให้รางวัลซะหน่อยแล้ว” เขายิ้มกว้าง มีความสุขทั้งกายและใจ

     “อยากอาบน้ำค่ะ เหนียวตัว”

     “ไม่มีปัญหา อาบน้ำไปด้วย รักตาลไปด้วย สุดยอดเหมือนกัน” เขายิ้มกริ่ม ลุกขึ้นยืนริมเตียง ช้อนอุ้มร่างเล็ก “ไปครับ พี่จะพาไปอาบน้ำ”

     ภคพรยิ้มให้คนรัก ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปสวรรค์หรือนรก เธอไปกับเขาได้ทั้งนั้น ของเพียงเส้นทางที่เดินมีเขายืนเคียงข้าง ถนนที่ก้าวเดินจะเต็มไปด้วยขวากนามหรืออุปสรรค ภคพรก็ไม่กลัว

     อุปสรรคที่สำคัญที่สุดที่ทั้งคู่จะต้องก้าวผ่านไปให้ได้คือ ทัดเทพ บิดาบังเกิดเกล้าที่ต้องค้านหัวชนฝาแน่หากรู้ความสัมพันธ์ของบุตรสาวกับลูกชายคนรับใช้ในบ้าน แต่ไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาเพียงใด สองหัวใจพร้อมสู้เพื่อความรักที่เบ่งบานเต็มหัวใจ

 


ติดตามตอนต่อไปค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Sutinee301 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 23:52
    สู้ๆนะค่ะรออ่านอ่านอยู่นั
    #4
    0