รักร้อนเพลิงพยาบาท (ภาคจบของซีรีย์ รักร้อน)

ตอนที่ 20 : ความรู้สึกซ่อนเร้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 พ.ค. 61

ความรู้สึกซ่อนเร้น

 

        เกวลินก้าวลงจากรถเมล์เมื่อมาถึงป้ายรถประจำทางที่ใกล้กับคอนโดที่ตนพักอาศัยอยู่ วันนี้หลังจากสัมภาษณ์งานเสร็จ เธอไม่ได้กลับมาคอนโดในทันที เกวลินตั้งใจบอกข่าวดีกับบุพการี แต่พอนึกได้ว่า เธอบอกบิดามารดาว่า ตนไปอยู่บ้านเจ้านาย หากบอกข่าวนี้ก็เกรงว่าจะถูกจับได้ เธอจึงเลือกจะไม่บอก และอยากเลี้ยงฉลองที่ตนได้งานทำ เกวลินจึงแวะตลาดสดซื้ออาหารสด ผักผลไม้และอาหารแห้งหลายอย่าง ไปปรุงอาหารทานร่วมกับบิดามารดาและน้องชาย ขาดศุภวรรณคนเดียวที่มาร่วมทานอาหารไม่ได้ ให้เหตุผลว่า ติดติวสอบกับเพื่อน


       เกวลินเดินไปยังคอนโดหรูด้วยจิตใจสับสนอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมาเธอได้รับข้อความจากรัฐรวินทร์ว่า คืนนี้เขาจะนอนบ้าน ไม่กลับมาคอนโด อันที่จริงแล้ว เขาจะบอกเธอหรือไม่ก็ไม่สำคัญ สถานะของเธอคือนางบำเรอ ไม่ใช่คนรักหรือภรรยาที่ต้องรอเขากลับบ้าน เกวลินต้องรู้สึกโล่งใจ สบายใจที่คืนนี้ตนจะได้นอนหลับแบบไม่มีคนกวนใจ

        ใช่...มันสมควรจะเป็นเช่นนั้น

        แต่ขณะที่นั่งอยู่บนรถเมล์ ใจเธอโหวงๆ พิกล ความเหงาแทรกเข้ามาในจิตใจ สมองเกวลินคิดอะไรแปลกๆ เธอนึกถึงรัฐรวินทร์ คิดไปต่างนานาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คิดว่า ตอนนี้เขากำลังทำอะไร อยู่กับใคร จะอยู่กับภคพรคู่หมั่นสาวแสนสวยหรือไม่ หากอยู่เวลานี้ทั้งคู่กำลังทำกิจกรรมใดร่วมกัน ความคิดเธอไหลไกลถึงขั้น รัฐรวินทร์กับภคพรมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วยกันอยู่ เมื่อคิดเลยเถิด เกวลินรีบสะบัดหัวขับไล่ความคิดที่ไม่น่าคิดให้ไหลออกไปจากหัว และพยายามไม่คิดถึงใครหรืออะไรทั้งสิ้น

        เมื่อมาถึงห้องพักเกวลินรู้สึกว่า ห้องชุดห้องนี้ช่างกว้างเหลือเกิน กว้างสำหรับหญิงสาวตัวเล็กๆ จะอยู่เพียงลำพังในคืนนี้ เพราะปกติทุกคืนจะมีผู้ชายที่ชื่อรัฐรวินทร์คอยกวนประสาท กวนใจ และกวนตัวเธอทั้งคืน แต่คืนนี้เธอต้องนอนคนเดียวตามลำพังบนเตียงกว้าง

        หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จ เธอเดินออกมานอกห้องนอน เหลือบมองดูนาฬิกาบนฝาผนังที่บอกเวลาหนึ่งทุ่มสิบห้า ในใจคิดว่า ทำไมเวลาวันนี้มันเดินช้าเหลือเกิน เธออยากให้ผ่านคืนนี้ไปเร็วๆ อยากให้ตอนนี้เป็นตอนเช้าเลยด้วยซ้ำไป แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้

     “เฮ้อ” เกวิลนถอนหายใจยาว เดินไปเปิดโน้ตบุ๊กสภาพเก่าแต่พอใช้ได้เพื่อตอบลูกค้าที่เข้ามาสอบถามเรื่องสินค้า และลงโพสต์ขายของตามปกติเช่นทุกวัน คืนนี้อาจต่างกับคืนก่อนๆ เพราะเธอสามารถตอบลูกค้าและลงขายสินค้าได้โดยไม่มีใครขัดจังหวะ ช่วงเวลาที่ยุ่งๆ เรื่องการค้าขายทำให้เธอลืมรัฐรวินทร์ไปชั่วขณะ

     ทว่าพอเสร็จงานแล้วเดินเข้าห้องนอนนี่สิ เกวลินรู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ มองเตียงนอนที่ยังอยู่ในสภาพเรียบตึงนิ่ง ก่อนจะเดินไปทอดตัวนอนบนเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย เอื้อมมือไปปิดสวิทซ์ไฟ เมื่อความมืดปกคลุมทั่วทั้งห้อง เธอพยายามข่มตานอน ข่มแล้วข่มอีก ทว่าเปลือกตาก็ไม่ยอมปิด เกวลินนอนลืมตาโพรง นอนคิดถึงใครบางคน

<><><><><><><><> 

        เวลาเดียวกัน ณ บ้านอัครธนากุล

        อาหารเย็นมื้อพิเศษผ่านพ้นไปด้วยดี ที่ว่าพิเศษเป็นเพราะ ครอบครัวว่าที่ลูกสะใภ้มาร่วมรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ซึ่งจะหาโอกาสเช่นนี้ได้ยาก รัฐภาคย์บิดาของรัฐรวินทร์ถือโอกาสนี้พูดคุยเรื่องงานมงคลสมรส

        “วินกับตาลก็หมั้นกันมาเป็นปีแล้วนะ ฉันว่าสมควรกับเวลาแล้วนะเทพที่เราจะจัดงานแต่งงานให้ลูกของเราเสียที” รัฐภาคย์พูดกับทัดเทพเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ใกล้กัน

        “ฉันเห็นด้วยนะ หมั้นกันนานแล้ว ตบแต่งเสียที ฉันเองก็อยากมีหลานเต็มแก่แล้ว” ทัดเทพเห็นด้วย

        “ลูกหว้าก็อยากอุ้มหลานเหมือนกันค่ะ คิดชื่อหลานไว้เผื่อหลายชื่อเลยนะคะ” เสียงนี้เป็นเสียงของลลิล มารดารัฐรวินทร์

        “รุ่งเองก็ขี้เกียจตอบคำถามเพื่อนๆ เหมือนกันค่ะว่า เมื่อไหร่ตาลจะแต่งงานซะที หมั้นกันมาเป็นปีแล้ว ได้ตบได้แต่งกัน สงสัยว่าคำถามอื่นจะตามมา” รุ่งอรุณมารดาภคพรพูดขึ้นบ้าง

        “คำถามอะไรคะคุณรุ่ง” ลลิลถาม

        “ก็ถามว่า เมื่อไหร่วินกับตาลจะมีหลานให้รุ่งไงคะ”

รุ่งอรุณพูดไปยิ้มไป ใบหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกับเรื่องที่พวกเขากำลังสนทนากัน โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของรัฐรวินทร์ที่ทำหน้าตกใจกับประโยคแรกของบิดา ไม่คิดว่าบิดาจะเอ่ยเรื่องนี้ออกมา แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ไม่ให้ใครจับสังเกตได้

     ส่วนภคพร อาชีพนักแสดงของเธอช่วยได้มาก ไม่ส่อพิรุธให้เห็น ทั้งที่หัวใจเต้นแรง ไม่อยากให้มีวันชื่นคืนสุขด้วยซ้ำไป

     “ว่าไงวิน แต่งงานแล้วมีหลานให้พ่อกับแม่เลยนะ อย่าปล่อยให้ผู้ใหญ่คอยนาน มันบาปกรรมรู้ไหม” รัฐภาคย์เย้าลูกชาย

     “ผมจะพยายามครับ” รัฐรวินทร์ไหลไปตามน้ำ ยิ้มบาง

     “ถ้าอย่างนั้นหน้าที่หาฤกษ์ลูกหว้ากับรุ่งจะเป็นคนจัดการนะคะ” ลลิลเริ่มแบ่งหน้าที่

     “พี่กับเทพจะจัดการเรื่องสถานที่เอง” รัฐภาคย์พูด

     “แต่เอ...จะจัดที่กรุงเทพหรือหัวหินดีล่ะ” ทัดเทพถามความคิดเห็น

     “ฉันว่าที่กรุงเทพสะดวกกว่านะ มันสะดวกอะไรหลายอย่าง” รัฐภาคย์ตอบความคิดเห็น

     “คุณเทพอยากให้ตาลจัดงานริมทะเลน่ะค่ะ”

     “ที่ว่าไม่สะดวกเพราะแขกส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ คงไม่สะดวกไปหัวหินแน่” รัฐภาคย์บอกเพิ่มเติม

     “ข้อนี้ฉันเข้าใจ ฉันไม่มีปัญหาเรื่องสถานที่จัดงาน จะจัดที่กรุงเทพหรือหัวหินได้ทั้งนั้น” ทัดเทพบอกให้ทุกคนเข้าใจ

     “เรื่องสถานที่ก็สำคัญ เรื่องชุดเจ้าสาวก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ ลูกหว้าตั้งใจว่าจะให้ร้านคุณนิดจัดการค่ะ พี่เทพกับรุ่งคิดว่ายังไงคะ” ลลิลถามความคิดเห็น

     “แล้วแต่ลูกหว้าเลย อะไรคิดว่าดีกับตาลและวิน พี่กับรุ่งเห็นดีด้วย” เสียงนี้เป็นของทัดเทพ

     ขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสี่กำลังสนทนากันอย่างออกรส รัฐรวินทร์ที่เคยรู้สึกว่า การแต่งงานระหว่างตนกับภคพรที่เกิดขึ้นในอนาคตจะไม่ทำให้ตนรู้สึกอึดอัด เพราะภคพรเป็นคนน่ารัก ไม่เรื่องมาก ไม่จุกจิก อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แม้ว่าจะไม่มีความรักให้ หากแต่งงานก็สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ ทว่าตอนนี้เขากลับไม่มีความคิดเช่นเดิม สิ่งที่เขาคิดตอนนี้คือ ไม่อยากแต่งงาน ไม่ปรารถนาให้วันนั้นมาถึง แต่ก็เหมือนกับน้ำท่วมปาก ไม่อาจพูดทักท้วงหรือขอยกเลิกการแต่งงานได้ ทุกอย่างถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้น

     ภคพรมีความรู้สึกมากกว่ารัฐรวินทร์ อย่างที่รู้กันว่า การหมั่นหมายระหว่างตนกับรัฐรวินทร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก แต่เกิดจากความเห็นดีเห็นงามของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ที่สัญญากันตั้งแต่ทั้งคู่เกิดมาว่า โตขึ้นจะให้แต่งงานกัน เธอขัดความประสงค์ของบุพการีไม่ได้ เนื่องจากรุ่งอรุณเป็นโรคหัวใจ เธอเกรงว่าหากขัดใจรุ่งอรุณ อาการของโรคอาจกำเริบ ภคพรจึงจำยอมหมั้นกับรัฐรวินทร์ ซึ่งในขณะนั้นภคพรรักอยู่กับกฤตย์ ลูกชายคนรับใช้ในบ้าน เป็นความลับที่ปกปิดมาตลอดหนึ่งปี ทว่าเธอไม่คิดจะปกปิดไปตลอดชีวิต เธอจะสารภาพกับรัฐรวินทร์ในวันหนึ่ง วันที่ถึงเวลาของมัน ในตอนนี้ภคพรคิดว่า ใกล้ถึงเวลานั้นเต็มที

     ราวสามทุ่มกว่าที่ครอบครับทัดเทพจะเดินทางกลับบ้าน โดยมีครอบครัวอัครธนากุลเดินออกมาส่งหน้าบ้าน เมื่อรถตู้เคลื่อนออกไป รัฐรวิศรีบเดินไปที่รถยนต์ของตัวเอง ก่อนขับออกไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายของเขาคือ คอนโดเอสสิเด้นท์ เขาทนนอนอยู่ที่บ้านโดยไร้เงากรรณิการ์ไม่ได้

     “ดูสิคะคุณภาคย์ ดูตาวิศสิ ไม่เคยนอนบ้านเลย อยากรู้จังว่าที่คอนโดมีอะไรดี ถึงได้ไม่ยอมกลับมานอนบ้าน” ลลิลบ่นกับสามี มองดูรถยนต์ของลูกชายขับออกไปทางประตูรั้วบ้าน

     “ก็ตามประสาหนุ่มโสด พอถึงเวลาที่วิศอยากหยุด บ้านก็จะเป็นบ้านเอง” รัฐภาคย์พูดอย่างเข้าใจบุตรชายคนเล็ก

     “แล้ววินล่ะลูก จะนอนค้างที่นี่หรือไปนอนคอนโด” ลลิลหันมาถามลูกชายคนโตที่เดินมากอด

     “ผมนอนนี่ครับ ผมสัญญากับคุณแม่ไว้แล้วนี่ครับว่า จะตื่นมาใส่บาตรพร้อมคุณแม่” คนเป็นแม่ยิ้มกว้างที่บุตรชายรักษาสัญญา

     “คืนนี้อย่านอนดึกนะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว อดใส่บาตรกับแม่นะ พระมาเช้าด้วย” ลลิลบอก

     “ครับคุณแม่ งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ เหนียวตัวมาก”

     “จ้ะลูก” รัฐรวินทร์หอมแก้มมารดา ก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้าน ที่เขารู้สึกว่า ไม่อยากย่างเท้าขึ้นไปบนห้อง สิ่งที่อยากทำคือ เดินไปยังรถยนต์ของตน เสียบกุญแจรถแล้วติดเครื่องยนต์ แล้วขับไปคอนโดของตน ไปหาเกวลิน นางบำเรอปากดีที่นับวันจะมีอิทธิพลกับเขามากขึ้น

     ไม่หรอก...ไม่ใช่ เขาต่างหากที่ต้องมีอิทธิพลเหนือตน ก็แค่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองคืนเดียวคงไม่เป็นไร คนถือดีเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วเดินมาล้มตัวลงนอน เปิดทีวีดูบอลทีมโปรดที่เล่นเวลา 21.30 น.

     ครึ่งแรกของการแข่งขันผ่านพ้นไป เกมฟุตบอลสนุกมาก สองฝ่ายต่างตอบโต้กันไปมามากกว่าตั้งรับ ทำให้เกมมีความเข้มข้น ศูนย์หน้าของแต่ละทีมต่างนำฟุตบอลอยู่หน้าประตูอีกฝ่าย ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ทำเอากองเชียร์ใจหายใจคว่ำ

     แต่ทำไมหนอทำไม สีหน้ารัฐรวินทร์ไม่บ่งบอกเลยว่ากำลังสนุกกับเกมแข่งขัน หน้าตาเขาเหมือนคนซักกะตาย มีความเบื่อหน่ายให้เห็น ร่างกายกระส่ายกระสับตลอดเวลา ราวกับว่าที่นอนที่ตนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ไม่สบาย ทำให้ต้องขยับตัวไปมา จนกระทั่งการถ่ายทอดสดฟุตลบอลทีมโปรดสิ้นสุดลง ทีมที่เขาชอบชนะด้วยสกลอร์หนึ่งประตูต่อศูนย์

     ดูบอลจบก็เข้านอน...

     เกือบเที่ยงคืนแล้ว ทว่าทำไมรัฐรวินทร์ถึงได้นอนไม่หลับ เขาพลิกตัวกอดหมอนข้าง พยายามข่มตานอน บังคับไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านคิดถึงเกวลิน คิดถึงความสุขที่ได้รับจากเธอ คิดถึงร่างนุ่มนิ่มที่เขามักนอนกอด และจมอยู่ในนิทราร่วมกันหลังเสร็จสิ้นภารกิจสวาท รัฐรวินทร์จะนอนหลับสนิทจนถึงเช้า แต่ตอนนี้เขากำลังนอนกอดหมอนข้างที่ไม่มีชีวิต มันดูแกะกะและน่ารำคาญจนเขาต้องโยนมันลงพื้น แล้วนอนลืมตาโพรงมองเพดานห้อง

     ขณะที่สายตาฝ่าความมืดสลัวมองเพดานห้อง สมองรัฐรวินทร์ก็เริ่มคิด คิดถึงเวลาที่ฝ่ามือลูบไล้ไปตามเรือนร่างเกวลิน ริมฝีปากเขากำลับประกบปากเธอ อวัยวะกลางร่างกายขับเคลื่อนเข้าออกดอกไม้งาม คิดถึงความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง

แค่คิด...เป็นความคิดที่ทำร้ายร่างกายรัฐรวินทร์มาก เนื่องจากตอนนี้กายแกร่งค่อยๆ ตอบสนองอารมณ์ของเขา ร่างกายร้อนสลับหนาว

     “โว้ย! เป็นห่าอะไรวะ เมื่อก่อนยังนอนคนเดียวได้ ทำไมวันนี้มันถึงเป็นอย่างนี้วะเนี่ย”

     เขาลุกขึ้นนั่ง สบถออกมาอย่างหัวเสีย...หัวเสียกับความคิด ความรู้สึกของตัวเองที่กำลังก้าวเข้ามาอยู่ในคำพูดที่ว่า ทนไม่ไหว

     รัฐรวินทร์กำลังทนไม่ไหว ทนกับความปรารถนาที่แล่นริ้วในกระแสเลือดไม่ไหว เขาเหมือนคนคลั่ง หากไม่ได้เห็นหน้าหรือไม่ได้กอดเกวลินก่อนนอน มีหวังตาค้างแน่นอน

     “แม่งเอ๊ย!” รัฐรวินทร์สบถอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นยืน เดินไปยังตู้เสื้อผ้า ผลัดเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดลำลอง คว้ากุญแจรถและเดินออกไปจากห้อง

<><><><><><><><><><> 

        คอนโดเอ็มพรี สุขุมวิท

        เกวลินนอนไม่หลับ ทั้งที่สมควรจะหลับฝันดีเพราะไม่มีคนกวนตัวกวนใจ ทว่าเธอกลับรู้สึกแปลกๆ รู้สึกถึงความเหงา มองที่นอนว่างเปล่าข้างกายนิ่ง จ้องมองราวกับว่าอยากให้ร่างรัฐรวินทร์ปรากฏตอนนี้ เธอกำลังคิดถึงเขา คิดถึงอ้อมแขนอันอบอุ่นที่โอบกอดทุกคืนก่อนนอน แต่พอนึกได้ว่า เขาคือผู้ชายสุดร้ายที่ทำให้ตนต้องตกอยู่ในสถานะนางบำเรอ เกวลินรีบปัดความรู้สึกทั้งหลายให้พ้นไปจากสมอง หันหลังให้ที่นอนว่างเปล่าราวกับว่ากำลังหนีความรู้สึกของตัวเอง พยายามทำใจให้สงบ ข่มตาให้หลับ เกวลินกำลังทำได้ เธอกำลังเคลิ้มหลับ ทว่าเสียงเปิดประตูห้องนอน ทำให้เกวลินลุกขึ้นนั่ง มองไปยังประตูห้อง

        คนที่นั่งบนเตียงสะบัดศีรษะหลายครั้ง เพราะคิดว่าชายหนุ่มที่เดินฝ่าความมืดสลัวเข้ามาในห้องคงไม่ใช่รัฐรวินทร์ เพราะวันนี้เขาบอกตนเองว่าจะไม่กลับมาคอนโด หรือว่าภาพที่เห็นจะเป็นภาพในห้วงจินตนาการ เธอคงตาฟาดเพราะความคิดถึง

        ไม่ ไม่ใช่ เธอไม่ได้คิดถึงรัฐรวินทร์ เกวลินย้อนแย้งในใจ

        “ยังไม่นอนเหรอ” เสียงที่ดังเข้าหู และแรงยวบของที่นอน ทำให้เกวลินรู้ว่า ตนไม่ได้ตาฝาด รัฐรวินทร์เดินเข้ามาในห้องนี้จริงๆ

        “กำลังจะนอน” พูดจบก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขาด้วยดื้อๆ หัวใจเธอเต้นแรงมาก เมื่อรู้ว่า ตอนนี้เขาล้มตัวลงนอน กระเถิบตัวมาซ้อนแผ่นหลังตน ลำแขนเขาพาดเอวเล็ก “ไหนคุณบอกว่าคืนนี้จะไม่กลับมานอนที่นี่ไงคะ”

        เกวลินถาม เขาส่งข้อความมาบอกเองว่า คืนนี้ไม่กลับ แล้วอยู่ๆ ก็มาแบบไม่บอกไม่กล่าว เธอไม่งงก็คงแปลก

        “นอนที่บ้านนอนไม่หลับ ไม่มีหมอนข้าง” เขากระซิบบอกข้างหู เกวลินนอนยิ้ม แต่ก็ต้องหุบยิ้มทันควันเมื่อเขาจับร่างเธอให้นอนหงาย มือใหญ่ลูบแก้มเธอเบาๆ ก่อนนำมือมาลูบริมฝีปากคู่สวย “อยากจูบเธอด้วย”

        เกวลินขนลุกขึ้นมาทันที หัวใจพองโตกับคำพูดที่เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ที่เขากลับมาเพราะความคิดถึง แม้ว่าจะไม่แน่ชัดว่าจริงหรือไม่ ทว่าก็ทำให้เธอแย้มริมฝีปากยิ้ม และเปิดปากรับจุมพิตของรัฐรวินทร์

        จุมพิตที่เต็มไปด้วยความคิดถึงโหยหาช่างหวานและซาบซ่านเป็นที่สุด รัฐรวินทร์จูบเกวลินด้วยความกระหาย ราวกับว่าร้างลามาช้านาน ทั้งที่เขาและเธอห่างกันไม่ถึงสิบสองชั่วโมง แต่ทำไมความรู้สึกของทั้งสอง รู้สึกคล้ายกับว่า จากกันนานแรมปี ปลายลิ้นใหญ่สอดแทรกหาความหวานที่อุดมไปทั่วช่องปากสาว กระหวัดรัดลิ้นเล็กที่ตอบโต้กลับตามประสบการณ์

        แน่นอนว่ารัฐรวินทร์ไม่เพียงแค่อยากจูบเกวลินเพียงอย่างเดียว เขาทำมากกว่านั้น มือใหญ่สอดเข้าไปในชายเสื้อนอน สูงจนถึงความนุ่มหยุ่นสองก้อนที่ไร้เสื้อในห่อหุ้มให้เกะกะ เขาออกแรงบีบเบาๆ ใช้ฝ่ามือคลึงยอดปทุมที่เวลานี้ขึ้นเป็นรูปตามความรัญจวนของเจ้าตัว เขาละมือจากสิ่งที่จับต้องเพียงครู่ ขยับมือไปจับชายเสื้อนอนของเธอให้เลื่อนขึ้นสูง เพื่อที่เขาจะได้จับต้องความอวบใหญ่อันแสนนุ่มได้อย่างสะดวก 

        “อืม...” เสียงครางแรกดังผ่านปากจิ้มลิ้มหลังได้รับอิสระ ระดับเสียงนั้นดังมากขึ้นเมื่อความเสียวสะท้านจากปากหนาที่เลื่อนมาโอ้โลมตุ่มไตกลางทรวงอกสาว ที่หยอกเย้าอย่างมีชั้นเชิง ดูดดึงสลับกับไล้เลีย ริมฝีปากขบเม้นเป็นบางครั้ง เปลวไฟปรารถนาแล่นริ้วในกาย อุณหภูมิในกายร้อนทุกขณะ

        ไม่ใช่ว่าเกวลินจะมีความร้อนเข้ามาในร่างกายเพียงคนเดียว ความร้อนก็เข้ามาในร่างกายรัฐรวินทร์เช่นกัน จะว่าไปความร้อนนี้เขารู้สึกได้ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน และเกิดอาการทนไม่ไหวจึงต้องมาห้องชุดของตนเพื่อหาน้ำดับความร้อน แต่ดูเหมือนว่าความร้อนในกายจะไม่ลดลงเลย กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แก่นกายชายตอบสนองอารมณ์ เติบใหญ่ขึ้นเป็นรูปภายใต้กางเกงนอนเบียดเสียดกับต้นขาสาว

        “อา...อา” ปากเขาที่กำลังดูดกลืนยอดถัน โดยลิ้นเลียเบาๆ ไปรอบๆ ปานสีหวาน ยอดถันหดตัวรับความเสียวซ่าน ทรวงอกอีกข้างก็ไม่น้อยหน้า ถูกมือใหญ่บีบคลึงเคล้นหนักๆ ก่อนมือข้างนั้นจะขยับต่ำลงไปยังขอบกางเกงนอน รั้งมันลงไปตามเรียวขาขาวจนถึงหัวเข่า จากนั้นเขาใช้ปลายเท้าดึงรั้งมันลงไปจนหลุดจากปลายเท้าเธอ ท่อนล่างเธอจึงเปล่าเปลือยสมใจ ส่วนท่อนบนก็ถูกจัดการเป็นลำดับต่อไป

คราวนี้รัฐรวินทร์ต้องจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง เขาจึงลุกขึ้นยืนรีบถอดชุดนอนออกจากตัวอย่างรวดเร็ว จนเหลือกายล่อนจ้อน เขาก้าวขึ้นมาวงเตียง จับร่างงามให้อยู่ในท่าคว่ำ ดึงสะโพกกลมมนให้ยกขึ้นสูงเสมอกับกายแกร่งที่เต้นเร่าอยากฝังตัวเข้าไปในถ้ำสวาท และเมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ รัฐรวินทร์ไม่รีรอสานต่อเพลิงพิศวาสทันที

ตรงนี้เลิฟซีน ลงไม่ได้เด้อคร้าาาา...

        “มีความสุขไหม” เขาถามข้างหู และกัดก้านหูเธอเบาๆ

        “ค่ะ มีค่ะ” เกวลินตอบเสียงโรย

        “งั้นฉันต่อนะ ฉันอยากให้เธอมีความสุขมากๆ”

รัฐรวินทร์เองก็ปรารถนาหาความสุขจากเรือนร่างเธอ ทว่าปากเขาหนักเกินกว่าจะพูดความจริง เกวลินไม่มีคำค้าน สถานะของเธอคือนางบำเรอ มอบความสุขทางกายตามความปรารถนาของเขา

ราวตีสองกว่ารัฐรวินทร์จะยุติเกมสวาท เขาผละห่างร่างเล็กที่นอนหอบหายใจบนเตียงทันทีที่เสร็จภารกิจสุดท้าย ชายหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกาย ก่อนเดินมาใส่เสื้อผ้าหน้าประตูเสื้อผ้า

“คุณจะไปไหนคะ” เกวลินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“กลับบ้าน” เขาตอบ “ฉันนัดคุณแม่ไว้ว่า จะใส่บาตรกับท่านตอนเช้า ที่ฉันมาหาเธอเพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์”

ช่างเป็นคำตอบที่สร้างความเจ็บปวดในจิตใจเกวลินเหลือเกิน เธอคงลืมคิดไปว่า ตนเองอยู่ในสถานะใด เขาจะมาหาความสุขกับตนตอนไหนก็ได้ และจะไปตอนไหนก็ได้เช่นกัน เกวลินคิดว่า ตัวเองคิดผิดไม่น่าถามคำถามนั้นออกไปเลย

น้ำตาเกวลินรินไหลไม่รู้ตัว เธอมองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินออกไปจากห้องนอนด้วยความเจ็บร้าว เป็นความเจ็บที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว และดูเหมือนว่า จะมากขึ้นทุกวัน

<><><><><><><><><> 

        เช้าวันต่อมา

        ศุภวรรณเดินควงแขนทนาวุฒิเดินเข้าไปในประตูผู้โดยสารขาออกนอกประเทศ เธอดีใจมากที่ทนาวุฒิจะพาตนไปเที่ยวฮ่องกง ถือว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศของตน เธอยิ้มไม่หุบเมื่อรู้ว่า เขาจองตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส ที่ค่าตั๋วเครื่องบินแพงหูฉีก ศุภวรรณเดินเชิดหน้าราวกับนางพญา ทรุดกายนั่งบนเก้าอี้ของสายการบินที่นุ่มแสนนุ่ม และมีความสะดวกสบาย

        เมื่อมาถึงฮ่องกงศุภวรรณก็ต้องอึ้งอีกรอบ โรงแรมที่ทนาวุฒิจองไว้เป็นโรงแรมหรูที่สุด แพงที่สุดและดีที่สุดสมกับฐานะของเขา แน่นอนว่าห้องพักที่เขาจองไว้จองเพียงห้องเดียวแบบเตียงคู่ ซึ่งศุภวรรณไม่ขัดข้องที่จะนอนร่วมห้องเดียวกับเขา ทั้งสองมาถึงห้องพักไม่ถึงห้านาที กิจกรรมบนเตียงสุดเร่าร้อนก็เกิดขึ้น

        ทนาวุฒิเล้าโลมศุภวรรณอย่างไม่รังเกียจ ทั้งที่รู้ว่า อาชีพเสริมของหญิงสาวนั้นคืออะไร กลีบดอกไม้ที่ผ่านการใช้งานมานับครั้งไม่ถ้วน ถูกปากหนาได้รูปจูบไปทั่ว โดยมีลิ้นไล้เลียสร้างความกระสัน เสียงครางของศุภวรรณดังก้องไปทั่วทั้งห้อง เพราะนานมากแล้วที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำเช่นนี้กับเธอ ทนาวุฒิปรนเปรอให้ศุภวรรณรักและหลงเขาให้มากที่สุด เพื่อแผนต่อไปจะได้สำเร็จสวยงาม 

       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น