รักร้อนเพลิงพยาบาท (ภาคจบของซีรีย์ รักร้อน)

ตอนที่ 17 : ชีวิตที่เปลี่ยนไป (25%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ม.ค. 61


 

        สามวันต่อมา

        มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปนับตั้งแต่กรรณิการ์ถูกสุทธิพงศ์หลอกให้มาคอนโดเอสสิเด้นท์ พอตื่นขึ้นมาในอีกวันหนึ่ง และรู้ความจริงว่า ตนเองตกเป็นของรัฐรวิศ ความตกใจมาพร้อมกับความเสียใจ เธอร้องไห้อย่างหนักกับสิ่งที่สูญเสีย ความผิดหวังและเสียความรู้สึกในตัวพี่ชายเต็มในหัวใจ กรรณิการ์ไม่คิดเลยว่า สุทธิพงศ์จะทำกับน้องสาวเช่นนี้ได้

        เมื่อจัดการอาบน้ำและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย กรรณิการ์ตั้งใจจะกลับบ้าน ทั้งที่ไม่อยากกลับ เธอไม่อยากเห็นหน้าพี่ชาย บอกตรงๆ ว่าไม่อยากอยู่ร่วมบ้านเดียวกับสุทธิพงศ์ หากไม่กลับเธอจะไปอยู่ที่ไหน ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครต้อนรับ หมางเมินตั้งแต่รู้ว่า บริษัทถูกปิดและมีหนี้สินจำนวนมาก จะไปอยู่กับเพื่อนก็ไม่ได้ เพื่อนสนิทเธอมีไม่กี่คน แต่ละคนก็มีภาระด้วยกันทั้งนั้น บ้านจึงเป็นที่เดียวที่กรรณิการ์จะอาศัยคุ้มหัว ที่สำคัญ กรรณิการ์เป็นห่วงบิดา ไม่มีเธออยู่บ้านสักคน ใครจะหาข้าวหาน้ำให้บิดาทาน สุทธิพงศ์ไม่เคยทำหน้าที่นี้เลยสักครั้ง พูดว่าไม่สนใจเลยก็ว่าได้ 

ทว่าความตั้งใจของเธอเป็นหมัน รัฐรวิศกลับเข้ามาในห้องจังหวะที่เธอกำลังออกจากห้องพอดี เขาไม่ให้กรรณิการ์กลับบ้าน ให้เธออยู่ที่นี่กับเขาด้วยเหตุผลที่ทำให้กรรณิการ์ต้องทำตาม

“ถ้าเธอกลับบ้านไป เธอคิดเหรอว่าพี่ชายจะไม่ทำอย่างนี้อีก หลอกเธอมาขายตัวได้ครั้งหนึ่ง ครั้งที่สองต้องมีแน่ เธอก็รู้นี่ว่า พี่ชายเธอร้อนเงินตลอดเวลา อยู่กับฉันที่นี่แหละ รับรองว่าพี่ชายเธอไม่มีวันมาข้องเกี่ยวกับเธอแน่นอน แต่ถ้าเธอกลับบ้านไป เตรียมตัวเป็นอีตัวเต็มตัวได้เลย พี่ชายเธอคงหาผู้ชายรอแล้ว อีกอย่างฉันก็ให้ค่าตัวเธอกับพี่ชายเธอไปแล้วด้วย นั่นหมายความว่า ฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอเต็มที่ ”

รัฐรวิศพูดถูก เป็นคำพูดที่ทำให้หัวใจกรรณิการ์รู้สึกเจ็บปวดและเสียใจ มันเสียดในอกมาก เธอไม่คิดว่าตนเองจะเป็นผู้หญิงขายตัว แม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่ก็เป็นไปแล้ว

คำพูดของเขาตรงกับความคิดของกรรณิการ์ ที่คิดไว้แล้วว่า หากพี่ชายร้อนเงินคงต้องหาวิธีให้ตนนอนกับชายอื่นที่สุทธิพงศ์หาให้ แลกกับเงินมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่า จะไม่ทำตามได้หรือไม่ ทว่าก็ยังมีปัญหาคาใจกรรณิการ์อยู่ดี

“แล้วหวานล่ะคะ หวานก็อยู่กับคุณ จะให้ฉันอยู่กับคุณด้วย ฉัน...” กรรณิการ์หยุดค้างประโยค เธอพูดไม่ออก ตะขิดตะขวงใจกับสถานะของตัวเองที่ตอนนี้อาจอยู่ในสถานเดียวกันกับศุภวรรณเพื่อนสนิท เด็กของรัฐรวิศ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจัดการแล้ว” รัฐรวิศเหมือนรู้ว่า เธอกังวลเรื่องอะไร

“จัดการแล้ว ยังไงคะ” กรรณิการ์ถามทันควัน “อย่าบอกนะคะว่าคุณไล่หวานออกจากห้อง”

“แล้วทำไมฉันจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เธอก็รู้นี่ว่า เพื่อนเธอซื้อได้ด้วยเงิน ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ฉันก็แค่ให้เงินหวานเพิ่มไปอีกสองเท่าตัว แค่นี้ก็เรียบร้อย”

ศุภวรรณไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เขาทำตามที่บอกกรรณิการ์ไป ซึ่งศุภวรรณก็ยินยอมแต่โดยดี เก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายออกจากห้องรัฐรวิศ

“ฉันกลัวหวานว่าฉัน ฉันไม่อยากเสียเพื่อน” กรรณิการ์พูดเสียงเบา สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“เธอแคร์เพื่อนแบบนี้ด้วยเหรอ ฉันชักสงสัยแล้วสิว่า เธอคบเพื่อนแบบนี้ได้ยังไง นิสัยต่างกับเธอลิบลับ เธอไปไหนมาไหนกับหวานไม่ถูกมองว่าขายตัวบ้างหรือไง”

“ถึงหวานจะขายตัวก็ไม่เห็นเกี่ยวกับการเป็นเพื่อนนี่คะ คนที่ขายตัวย่อมมีเหตุผลของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ฉันคบหวานที่นิสัย แล้วหวานเองก็ไม่เคยทำให้ฉันเดือดร้อนอะไรด้วย บางครั้งหวานยังช่วยฉันด้วยซ้ำไป” เธอหาเหตุผลมาโต้แย้ง

“เอาเถอะเรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง ก็แล้วแต่เธอล่ะกัน” รัฐรวิศเดินเข้าไปโอบบ่ากรรณิการ์ “ไปอยู่ห้องโน้นกับฉัน”

“ฉันอยากตกลงอะไรกับคุณค่ะ”

“ตกลงอะไร”

“ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงขายตัว หรือเป็นอีหนูของใคร ฉันขออาศัยอยู่กับคุณได้ไหมคะ แล้วจะจ่ายค่าที่อยู่ ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ ส่วนเงินที่คุณจ่ายให้พี่โต ฉันจะหาคืนให้จนครบ” เธอต่อรองเพราะไม่อยากเป็นผู้หญิงของใคร

“แต่เธอก็หนีสิ่งที่ไม่อยากเป็นไม่ได้นะ เป็นผู้หญิงของฉันไม่ได้แย่ซะหน่อย ออกจะสบายมีเงินใช้ไม่ขาดมือ อีกอย่างเงินที่พี่เธอเอาไปมากอยู่นะ ฉันไม่อยากคอยเงินคืนจากเธอนาน เอาเป็นว่า เธอเป็นผู้หญิงของฉันน่ะดีแล้ว เราได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าเธอไม่ยอมฉันก็ไม่ว่านะ เธอจะกลับบ้านก็ได้ แต่ฉันคงต้องไปทวงเงินคืนจากพี่ชายเธอ แต่เอ...พี่ชายเธอจะมีคืนให้หรือเปล่า ถ้าไม่มี คงเร่ขายเธอให้ผู้ชายคนอื่นแน่ๆ เธออยากได้แบบไหนล่ะ อยู่กับฉันแบบสบายๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องพี่ชายตัวเอง หรือจะกลับบ้านเพื่อเป็นผู้หญิงขายตัวเต็มตัว”

กรรณิการ์รู้สึกว่า ตัวเองไม่มีทางเลือก ไม่ว่าจะเลือกทางไหนเธอก็ต้องตกอยู่ในสภาพผู้หญิงขายตัวอยู่ดี สุทธิพงศ์หลอกเธอได้ครั้งหนึ่ง ต่อไปคือการบังคับขู่เข็ญแน่นอน หากตนไม่ยอมก็อาจไปลงที่บิดา เธอไม่อยากให้บิดเป็นทุกข์และต้องเจ็บตัว เจ็บหัวใจกับการกระทำของสุทธิพงศ์ แต่ถ้าหากอยู่กับรัฐรวิศ อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยจากการคุกคามของพี่ชาย

“ฉันต้องไปเอาเสื้อผ้าที่บ้าน” เป็นอีกปัญหาหนึ่งของกรรณิการ์ที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของรัฐรวิศ

“ไม่ต้องไปเอาหรอก บ่ายๆ ฉันพาไปซื้อให้ใหม่ ฉันไม่อยากให้เธอกลับไปที่นั่นอีก”

“ก็ได้ค่ะ” พูดจบ รัฐรวิศได้พากรรณิการ์ไปยังห้องชุดของเขาห้องตรงข้าม ห้องที่เขาจัดเตรียมให้หญิงสาวอยู่คือ ห้องนอนของตน หาใช่อีกห้องที่มีไว้สำหรับหญิงสาวคู่ขาอยู่

        การมาอยู่ร่วมห้องกับรัฐรวิศไม่ใช่เรื่องแย่อย่างที่กรรณิการ์คิด แม้ว่าเจ้าของห้องจะมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองอยู่มาก แต่เธอก็รับมือไหว หญิงสาวใช้ความอ่อนโยน รอยยิ้มและการเอาอกเอาใจรับมือได้อยู่หมัด รัฐรวิศที่ไม่เคยเอาใจใครกลับที่พักเร็วก็กลับตรงเวลา มาชิมอาหารฝีมือกรรณิการ์ที่ทำให้เขาทานทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็น ส่วนตอนค่ำคืนก็จะอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน

        ส่วนเรื่องที่กรรณิการ์เป็นกังวล ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ศุภวรรณเข้าใจและยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ติดใจอะไรทั้งสิ้นเพราะได้เงินจากรัฐรวิศสูงถึงสองแสนบาทไว้ใช้จ่ายคลายเครียด แถมยังรู้สึกโกรธแค้นสุทธิพงศ์ที่ลากคนดีๆ ให้ตกนรก แช่งชักหักกระดูกสุทธิพงศ์ยกใหญ่

        ทางด้านสุทธิพงศ์ เมื่อรู้ว่า กรรณิการ์ไปอยู่กับรัฐรวิศเพื่อนสนิทอัมรินทร์ ความโลภทำให้เขามาหารัฐรวิศที่ทำงานเพื่อของเงินค่าตัวน้องสาวเพิ่ม ทว่าเขาไม่ได้กลับไปตามตั้งใจ หนำซ้ำยังขู่ด้วยว่า หากมาวุ่นวายกับกรรณิการ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด รัฐรวิศจะจัดการให้สาสม ตายกันไปข้าง สุทธิพงศ์กลัวคำขู่ แต่ไม่หยุดหาทางเอาเงินจากรัฐรวิศ

        “มึงรู้จักกูน้อยไป”

เป็นคำพูดที่ไม่ได้เปล่งเสียงออกมา สุทธิพงศ์พูดในใจขณะเดินออกจากห้องทำงานของรัฐรวิศ คนอย่างเขาหาวิธีใช้เงินมาตลอด มีหรือจะหาวิธีเอาเงินจากรัฐรวิศไม่ได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ซึ่งกลยุทธ์ของเขามีเยอะมาก มั่นใจว่าเงินในกระเป็นรัฐรวิศจะเข้ามาในกระเป๋าเขาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแน่นอน

กรรณิการ์เดินลงมาจากรถคันหรูของรัฐรวิศที่มาส่งหน้าคณะ ก่อนที่เธอจะเดินไปหาศุภวรรณกับวิมลที่นั่งอยู่บนม้าหินโต๊ะประจำ พอเธอหย่อนก้นนั่งปุ๊บเสียงของวิมลก็ดังขึ้นทันที

“โห สร้อยสวยจัง คุณวิศหรือให้เหรอ” วิมลมองสร้อยทองคำขาวพร้อมจีเพชรรูปดอกกุหลาบด้วยความชื่นชอบ

“สวยนะ เหมาะกับแกจัง” ศุภวรรณชื่นชมอย่างไร้ความอิจฉา

“คุณวิศซื้อให้เมื่อวาน ฉันไม่อยากได้ แต่เขาอยากให้และบังคับให้ใส่”

กรรณิการ์ตอบตามความจริง ตอนมีเงินมีทอง เธอไม่พิสมัยเครื่องประดับเพชรหรือทองสักเท่าไหร่ แล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยทุกครั้งที่สวมใส่ของมีค่า เพราะต้องระวังตัวเป็นสองเท่า

“คุณวิศให้แกก็รับไปเถอะ ของฟรีรับไว้ไม่เสียหลาย ยิ่งคนให้อยากให้ด้วยแล้วยิ่งต้องรับ” วิมลได้ทีสอนเพื่อน

“ใช่ แล้วอย่าใส่ให้พี่ชายแกเห็นล่ะ เดี๋ยวจะโดนพี่โตกระชากออกจากคอ” ศุภวรรณกล่าวเตือน “เวลาแกกลับไปเยี่ยมพ่อ แกก็ถอดเก็บใส่กระเป๋าไว้ ถ้าใส่ไปเผื่อพี่โตเห็นแล้วเผอิญร้อนเงิน สร้อยของแกจะไปอยู่ในโรงรับจำนำหรือไม่ก็ร้านเพชรร้านทองแทน”

“อืม ฉันรู้แล้ว ฉันจะทำตามที่แกบอก” กรรณิการ์ตอบกลับก่อนหันไปถามศุภวรรณ “ว่าแต่แกเถอะ วันสองวันนี้พี่อาร์มาตามจีบแกเหรอ”

พอได้ยินชื่อพี่อาร์มหรือทนาวุฒิ รุ่นพี่ปีสี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ แถมยังเป็นที่หมายปองของสาวๆ ในมหาวิทยาลัย ศุภวรรณแอบปลื้มทนาวุฒิมาระยะหนึ่งแล้ว อยากเข้าไปพูดคุยแต่ก็ไม่กล้า แต่เมื่อสามวันก่อน เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อทนาวุฒิมาขอทำความรู้จักกับตน ศุภวรรณดีใจจนเนื้อเต้น ข้ามสะพานที่เขาทอดมาอย่างง่ายดาย

“อืมใช่ พี่อาร์มน่ารักมากเลยนะแก พูดจาก็เพราะ เอาใจก็เก่ง” ศุภวรรณพูดและทำหน้าเพ้อฝัน “วันนี้เขานัดฉันไปดูหนังด้วยนะ”

“อ้าว ไหนแกบอกว่าตอนเย็นจะไปหาพ่อกับแม่ไง ไม่ไปแล้วเหรอ” วิมลถาม

“ไปหาพ่อกับแม่ไปเมื่อไหร่ก็ได้ พ่อแม่ฉันไม่ย้ายบ้านหนีไปไหนหรอก แต่ไปดูหนังกับพี่อาร์มนี่สิสำคัญที่สุด ฉันมีโอกาสก็ต้องรีบคว้าไว้” ศุภวรรณตอบ

“แกนี่ใจง่ายเนอะ เขามาจีบแค่สามสี่วันก็ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว เร็วไปไหมเพื่อน ฉันว่าไอ้พี่อาร์มไม่น่าไว้ใจ”

วิมลไม่ชอบหน้าทนาวุฒิ แต่ก็หาเหตุผลว่าไม่ชอบหน้าด้วยเหตุใด รู้แค่ว่า พอเห็นหน้าความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้น อีกทั้งในความรู้สึกยังบอกว่า ทนาวุฒิไม่น่าไว้ใจ แต่ก็รู้ว่า คำเตือนของตัวเองไม่เป็นผล ศุภวรรณทำท่าจะหลงทนาวุฒิด้วยซ้ำไป

“แกไม่ชอบหน้าเขา แกก็คิดว่าเขาไม่ดี แกว่าเขาดีจะตายไป หล่อ รวย เปย์เก่งอีกต่างหาก”

“เออๆ ตามใจแก ขอให้ดีกับแกตลอดก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเช็ดน้ำตาให้แก” วิมลคร้านจะโต้เถียง “ขึ้นตึกดีกว่า ใครเวลาจะเรียนแล้ว”

“แกสองคนขึ้นไปก่อน ฉันไปเข้าห้องน้ำแปปนึง เดี๋ยวขึ้นตามไป” พูดจบคนปวดท้องเบาก็รีบเดินไปห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่างของคณะ กรรณิการ์กับวิมลจึงพากันเดินขึ้นตึกเรียนไปก่อน

“ตา ที่แกเตือนหวานหมายความว่าไง พี่อาร์มไม่ใช่คนดีเหรอ” กรรณิการ์ที่นั่งฟังโดยไม่มีคำพูดใด อดถามวิมลไม่ได้

“ไม่รู้สิ ฉันไม่ชอบหน้าพี่อาร์มตั้งนานแล้ว และยิ่งไม่ชอบหนักขึ้นตอนที่พี่อาร์มาตามจีบหวานนี่แหละ ฉันว่ามันทะแม่งๆ”

“ทะแม่งยังไง” กรรณิการ์ให้ความสนใจทันที

“แกลองคิดดูนะโรส ผู้หญิงในมหาลัยสวยๆ รวยๆ มีตั้งหลายคน ดาวมหา ลัยเอย ดาวคณะเอย แล้วลูกคุณหนูทั้งหลายอีก มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ทำไมมาแลหวานที่แทบจะไม่มีอะไรสู้เหล่าเซเลบทั้งหลายได้เลย แกว่าแปลกไหมล่ะ” วิมลตั้งข้อสังเกตและถ่ายทอดให้กรรณิการ์รับรู้

“เออจริง ฉันก็ได้ข่าวมาว่า คู่ควงหรือแฟนของพี่อาร์มแต่ละคนตัวแม่ทั้งนั้น แต่ละคนก็สวยราวกับนางฟ้าด้วย” กรรณิการ์เห็นด้วย เริ่มเป็นห่วงเพื่อน “แกคิดว่าพี่อาร์มจะมาหลอกหวานเหรอ”

“หลอกอะไรล่ะ หลอกฟันหรือไง ถ้าใช่หวานไม่มีอะไรจะเสียแล้วแกก็รู้ นอนกับพี่อาร์มแบบฟรีๆ หวานมันยอมอยู่แล้ว ส่วนจะหลอกเงินก็ไม่น่าใช่ เท่าที่รู้มา บ้านพี่อาร์มมีฐานะนะ ไม่ใช่กระจอกใช้ความหล่อหลอกเงินผู้หญิง ครั้นจะคิดว่า จริงใจกับหวานก็ไม่น่าใช่ ฉันกลัวว่า จะมาหลอกให้หวานช้ำใจน่ะสิ มันยิ่งอารมณ์อ่อนไหวง่ายอยู่ด้วย” ยิ่งพูดวิมลยิ่งเป็นห่วงเพื่อน

“ฉันชักเป็นห่วงหวานซะแล้วสิ”

“ฉันพูดเตือนมันแล้วนะ แต่มันไม่ฟัง มันก็ยังว่าพี่อาร์มดีอย่างนั้นดีอย่างนี้” วิมลพูดอย่างอ่อนใจ “ถ้าเราเตือนแล้วมันไม่ฟัง ก็ปล่อยให้มันเจอกับตัว มันจะได้เจ็บแล้วจำ”

“เราก็คอยดูคอยเตือนหวานล่ะกัน เป็นเพื่อนกันนี่ ทิ้งกันไม่ได้หรอก”

“อืม ฉันจะพยายามเตือนมันก็แล้วกัน”

กรรณิการ์พยักหน้าให้วิมล ความเป็นห่วงศุภวรรณเกิดขึ้นในจิตใจของเพื่อนรักทั้งสอง ทว่าเวลานี้ศุภวรรณกำลังหลงทนาวุฒิ พูดหรือเตือนอะไรก็ไม่ฟัง ทั้งสองทำได้เพียงคอยมองดูอย่างเงียบๆ ด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น