[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,968 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,083 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,239

    Overall
    1,473,968

ตอนที่ 227 : บทที่ 66 เดธไดเมนชั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    26 ต.ค. 57

บทที่ 66 เดธไดเมนชั่น

 

          “ทีมหนึ่งเคลียร์ตัวลูกของมัน ทีมสองทำการยั่วยุบอสซะ ทีมสามโจมตีทางด้านซ้าย ทีมสี่โจมตีด้านขวา ทีมห้าโจมตีร่วมกับฉัน ทีมหกทำการสนับสนุนตามแผนที่วางเอาไว้” เสียงสั่งการของหญิงสาวในชุดอัศวินสีดำทำให้ทุกคนเร่งทำตามแผนที่ได้ซักซ้อมกันมาเป็นอย่างดี

          ด้วยเลเวลของมอนสเตอร์พวกนี้ไม่ได้สร้างความยากลำบากแต่อย่างใดให้กับเหล่าเพลเยอร์ แม้ว่าคลาสของพวกมันจะถูกยกขึ้นมาเป็นคลาสทหารแล้วก็ตาม แต่รูปแบบการโจมตีของพวกมอนสเตอร์ก็เป็นอะไรที่มีกฎตายตัว ขอเพียงแค่ทราบรูปแบบของมันก็จะสามารถสกัดกั้นหรือทำการบุกได้อย่างต่อเนื่อง

          ราชินีผึ้งสายฟ้าเองก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน จากเดิมที่มีรูปร่างเป็นผึ้งใหญ่ยักษ์ก็มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ก็ยังคงความเป็นราชินีผึ้งสายฟ้าผู้งดงามเอาไว้ เช่นเดียวกับพวกผึ้งที่มีขนาดตัวใหญ่ขึ้นมาพอสมควร มีขนาดใหญ่พอๆ ลำตัวของผู้หญิง และที่น่ากลัวก็คือพวกมันถูกออกแบบมาให้ต่อสู้แบบกลยุทธ์ โดยพวกมันจะมีกลุ่มเฉพาะในการโจมตี ขอเพียงจับจังหวะการเคลื่อนไหวได้ก็จัดการได้สบายๆ

          แต่ไม่ได้มีแค่นั้น จุดอ่อนของผึ้งสายฟ้าถูกคุ้มครองด้วยความสามารถในการก่อกวนของพวกลิงวายุ พวกมันใช้เวทลมโจมตีจากวงนอกทำให้รูปขบวนที่พวกอัศวินวางเอาไว้เสียไปหมด มันเป็นการโจมตีแบบสอดประสานกันเพราะลิงวายุและผึ้งสายฟ้าสิ่งที่มีความคล้ายกันก็คือ ความแข็งแกร่งที่ต่ำ จำนวนที่มีมาก และโจมตีเป็นฝูง ราวกับว่ามันถูกออกแบบมาให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          หัวหน้าอัศวินหญิงไม่ได้ทราบความเป็นมา แต่ก็พอจะรู้แล้วว่าถูกมอนสเตอร์หลอกตลบหลังเข้าให้ ครั้งแรกที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับราชินีผึ้งสายฟ้าและเกือบจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็ปรากฏบอสลิงวายุบุกเข้ามาโจมตีจนทำให้พลาดโอกาสนั้นไป เหล่าอัศวินจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปจัดการกับลิงวายุแทน ซึ่งหลังจากนั้นพบว่าราชินีผึ้งสายฟ้าได้ใช้จังหวะนั้นหลบซ่อนตัวไป ใครจะไปคาดคิดได้ละว่าพวกมอนสเตอร์จะจับมือกันได้ด้วย

          สิ่งหนึ่งที่พวกเธอไม่ทราบคือ มอนสเตอร์ทั้งสองเผ่าพันธุ์นี้ได้เป็นพันธมิตรกันมานานมากแล้ว

          “ทุกคนเปลี่ยนรูปขบวนไปใช้รูปแบบที่สาม” เธอประกาศก้อง ตวัดดาบฟันลงพื้นสร้างคลื่นดาบอัดกระแทกพวกผึ้งสายฟ้า เปิดเส้นทางให้ทุกคนถอยออกมา

          ขวดน้ำยาแสนน่ารักถูกนำขึ้นมาดื่ม มันเหมือนกับเป็นแบรนด์ประจำตัวของร้านน้องเหมียวสี่ขาไปเสียแล้ว ในเวลานี้ไม่มีกิลด์ไหนที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของร้านนี้ น้ำยาราคาถูกแถมมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยาของกิลด์เทพโอสถ เป็นเหตุทำให้กิลด์เทพโอสถต้องยอมกลั้นใจลดราคาผลิตภัณฑ์ของตนเองลงบ้างเพื่อให้ขายออก เพราะเมื่อเทียบกันแล้วต่อให้ของตนเองมีสิทธิภาพดีเยี่ยมแค่ไหน แต่ถ้ามันมีราคาสูง ทุกคนก็ย่อมที่จะซื้อของที่ถูกกว่าและมีประสิทธิภาพที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย

          ฉับพลันร่างกายของอัศวินเหล่านั้นก็เปล่งแสงสว่างวาบรอบตัว คล้ายกับว่ามีเกราะที่มองไม่เห็นคลุมตัวเอาไว้ มันเป็นน้ำยาที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันทำให้ได้รับดาเมจจากการโจมตีลดลง แถมไร้ซึ่งข้อเสียแต่อย่างใด

          รูปขบวนนั้นเปลี่ยนไป เมื่อนักบวชทำการใช้ทักษะสนับสนุนระดับสูงอย่างทักษะเพิ่มพลังชีวิตให้พวกอัศวิน และนักดนตรีทำการบรรเลงบทเพลงเพิ่ม HP ให้อย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงไม่ต่างอะไรจากอมตะตลอดเวลาหนึ่งนาทีนี้ จากที่ถูกไล่ฆ่าเปลี่ยนเป็นป้องกันและโอบล้อม สักพักหนึ่งก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของลิงวายุและผึ้งสายฟ้าได้อย่างง่ายดาย

          ราชินีผึ้งสายฟ้าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามที่จะใช้เวทสายฟ้าโจมตีเพื่อหยุดความเคลื่อนไหว แต่คู่ต่อสู้ในตอนนี้นั้นเป็นหญิงสาวในชุดเกราะอัศวินดำ ไม่ว่าจะโจมตีแบบไหนก็จะถูกโล่ปัดทิ้งไปได้ทั้งหมด ราวกับว่าโล่นั่นมีความสามารถในการสะท้อนเวทมนตร์ได้ด้วย

          “เปล่าประโยชน์ ถ้าแกเป็นมอนสเตอร์สายเวทละก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” อัศวินหญิงประกาศก้อง เธอดูจะภูมิใจกับอาวุธที่ตนเองมีอยู่มากทีเดียว อาจเพราะรูปทรงของมันไม่ใช่อาวุธที่มีขายกันในร้านอาวุธทั่วไป น่าจะเป็นอาวุธแบบพิเศษมากกว่า

          แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากลิงวายุ แต่กับเพลเยอร์ที่ฉลาดกว่าและได้รับความคุ้มครองจากระบบ นอกจากนี้ยังมีไอเทมทำให้มีความได้เปรียบสูงกว่ามากอย่างระเบิดและน้ำยาเสริมความสามารถแบบต่างๆ สุดท้ายพวกมอนสเตอร์ต่างก็เริ่มมีจำนวนที่ลดลงเรื่อยๆ แต่พวกมันก็ไม่ยอมหนีไปไหน อาจเพราะพวกมันถูกออกแบบมาให้มีความจงรักภักดี และเพราะบอสลิงวายุจำเป็นต้องรอเวลาถือกำเนิดหลายวัน หน้าที่ของพวกมันจึงต้องปกป้องราชินีผึ้งสายฟ้าตามคำสั่งที่ได้รับมาก่อนหน้านี้โดยไม่หวาดกลัวความตาย

          การต่อสู้ดำเนินผ่านไปนานเกือบจะครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว เหล่าอัศวินเริ่มจะเหนื่อยหอบบ้างแล้ว อาจเพราะไม่เคยสู้กับมอนสเตอร์ที่มีความเร็วและเชี่ยวชาญทางกลยุทธ์แบบนี้มาก่อน แต่ก็พอจะปรับตัวได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก

          อัศวินดำหญิงรู้สึกแปลกใจมากที่มอนสเตอร์ต่างเผ่าจะมีความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดแบบนี้อยู่ด้วย ทั้งๆ ที่พวกมันไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะสนใจ ในตอนนี้อัศวินหญิงสามารถเด็ดปีกของราชินีผึ้งสายฟ้าได้เป็นที่สำเร็จ

          “เลือกมา จะยอมเป็นสัตว์เลี้ยงอสูรของฉันไหม หรือจะให้ฉันจัดการแกทิ้งทั้งเผ่าพันธุ์” เธอพูดขู่ มันเป็นจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ จริงอยู่ที่บอสมอนสเตอร์แบบนี้ดูอ่อนแอมาก แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในความดูแลของเพลเยอร์ก็จะสามารถพัฒนาให้เก่งขึ้นได้

          อย่างไรก็ตาม ราชินีผึ้งสายฟ้าก็ไม่ยอมรับข้อเสนอของอัศวินดำหญิงคนนั้น มันปล่อยสายฟ้าออกไปโจมตีเพื่อเป็นการบอกปฏิเสธ ทำให้หญิงสาวคนนั้นไม่พูดอะไรอีกต่อไป เพราะเธอมีตัวเลือกอยู่ไม่มากนัก แถมตอนนี้สมาชิกที่พามาด้วยต่างก็บาดเจ็บหนักจากการโจมตีของพวกมอนสเตอร์แล้ว

          คมดาบของอัศวินหญิงในชุดเกราะดำมีเป้าหมายอยู่ที่การโจมตีครั้งสุดท้าย ซึ่งมันน่าจะรุนแรงมากพอที่จะสังหารบอสราชินีผึ้งสายฟ้าได้ในครั้งเดียว ทว่าในตอนนั้นเองที่แขนของเธอสะบัดอย่างแรง หลังจากที่ถูกบางสิ่งบางอย่างกระแทกที่หลังมือ ถือว่ายังโชคดีที่เธอจับดาบเอาไว้แน่นมันจึงยังไม่หลุดกระเด็น สายตาตวัดวูบมองดูสิ่งที่มากระแทก มันเป็นลูกแก้วเหล็กลูกหนึ่ง

          เธอที่คิดจะเอ่ยปากถามว่าเป็นฝีมือของใครก็เห็นอะไรบางอย่างสะท้อนอยู่บนลูกแก้ว ตำแหน่งนั้นอยู่ที่ด้านหลังของเธอ พริบตานั้นเธอก็รีบหันกลับไปยกดาบขึ้นตั้งรับทันที

          เปรี้ยง!!!

          ดาบทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง แต่ผู้ที่ลอบโจมตีนั้นเหวี่ยงเท้าเตะกลับมาทำให้เธอต้องยกโล่ขึ้นตั้งรับ ผลก็คือแรงสะเทือนที่หนักเอาเรื่อง และเมื่อคนคนนั้นม้วนตัวกลับไปร่างของเขาก็หายไปทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้น สัญชาตญาณของอัศวินสาวเตือนถึงการโจมตีครั้งใหม่ เธอรีบหันหลังกลับไปและตวัดดาบลงเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของคนคนนั้นเอาไว้

          และเมื่อได้เห็นใบหน้าของผู้ที่โจมตีเธอก็ต้องตกใจมากจริงๆ จะว่าไปแล้วคนที่ไม่รู้จักคนคนนี้จะมีเพียงแค่พวกมือใหม่และพวกที่ไม่ค่อยติดตามข่าวสารเท่านั้น

          นักดาบอสูรอาคม หรืออีกหนึ่งฉายา สตรีทเมจิกอาคม

          และยังเป็นที่ทราบกันอีกว่าน้องสาวของนักดาบอสูรอาคมนั้นเป็นเจ้าของร้านน้องเหมียวสี่ขาอีกด้วย

          อาคมในตอนนี้อยู่ในชุดเกราะอสูรที่เปิดเผยใบหน้าและเผ่าพันธุ์ของตัวเองเอาไว้ รอบตัวของเขามีออร่าสีดำทะมึนชวนให้รู้สึกสยอง สายตาคู่นั้นตวัดมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่ามีพวกอัศวินทั้งหลายกำลังทำการโจมตีพวกผึ้งสายฟ้าและลิงวายุก็ปล่อยรังสีอำมหิตออกไปโดยกำหนดเป้าหมายเพียงแค่เพลเยอร์เท่านั้น มันเป็นผลจากการฝึกฝนที่ไม่ต้องการให้น้องสาวของตนรับรู้รังสีอำมหิตนี้ได้

          “นักดาบอสูร?” อัศวินสาวเอ่ยขึ้น หวังว่าตนเองจะได้รับคำตอบในการลอบโจมตีครั้งนี้ เพราะถ้าหากเทียบฝีมือกันแล้วเธออาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ

          “ฉันจะฆ่าพวกแก”

คำตอบเดียวที่หลุดออกมาจากปากของสตรีทเมจิกอาคมทำให้อัศวินหญิงคนนั้นรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาเจรจากันแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายนั้นมีจุดประสงค์ที่จะฆ่ากัน พวกเธอก็ไม่จำเป็นจะต้องออมมือ สัญญาณมือที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินถูกใช้ทำให้พวกนั้นต้านทานรังสีอำมหิตและรีบจัดขบวนทัพเปลี่ยนเป็นแบบค่ายกลโดยมีนักบวชและนักดนตรีสนับสนุน

          นักมายากลหนุ่มไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ เพราะค่ายกลในเกมแบบนี้มีจุดอ่อนที่ร้ายแรงแฝงอยู่ด้วย แม้ว่าทุกคนจะเห็นว่ามันแทบจะได้จุดอ่อนก็ตามที แต่นั่นพวกนั้นคิดในกรณีที่เป้าหมายบินไม่ได้ต่างหาก ทำให้ระยะการป้องกันส่วนด้านบนมีอยู่จำกัด ต่อให้อาคมไม่ได้เก่งเรื่องการวิเคราะห์วางแผนเลยก็ตามที สำหรับนักมายากลแล้วการสังเกตก็เป็นเทคนิคสำคัญเช่นกัน

อาคมกำหนดจิตสั่งให้ปีกปีศาจกางออกและทะยานขึ้นไป ทำให้พวกนั้นเกิดอาการตื่นตกใจ บางคนก็รู้สึกหวาดกลัว แน่นอนว่าถ้าหากว่าคู่ต่อสู้เป็นคนอื่นก็ยังพอจะมีความมั่นใจอยู่บ้าง แต่ถ้าต้องมาเป็นเป้ายืนนิ่งให้ฆ่าเฉยๆ มันก็ไม่ดีเหมือนกัน ครั้นจะหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่ออาคมจดจำตำแหน่งของทุกคนได้ก็หมุนตัวเป็นควงสว่านพร้อมซัดอาวุธลับออกไปโจมตีใส่

“มายากลสังหารท่าที่สี่ ปักษาพันเงา”

แค่ท่าเดียวเท่านั้นพวกอัศวินที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดีถึงกับหวาดวิตก เมื่อได้เห็นดาเมจที่สูงเกินเก้าพันลอยขึ้นมานับสิบครั้งได้ นักดาบอสูรอาคมน่ากลัวเกินไปจนกิลด์ส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงการเป็นศัตรูด้วย

และเมื่อใช้ทักษะประจำของดาบภูตมายา มันก็แบ่งร่างออกมาอีกหนึ่งเล่ม จากนั้นก็บินโฉบลงไปจัดการกับคนพวกนั้นโดยเริ่มจากพวกน่ารำคาญอย่างนักบวชและนักดนตรีที่มีความสามารถสายสนับสนุนก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากพวกนี้มีพลังป้องกันและ HP ที่ต่ำมาก แถมเขาก็ยังไม่ค่อยเห็นนักบวชเล่นสายปราณนอกจากราล์ฟเลยสักคน

แต่ก่อนที่อาคมจะสังหารนักบวชกับนักดนตรี อัศวินเกราะดำหญิงก็พุ่งเข้ามาขวางเอาไว้ โล่ที่มือซ้ายถูกยกขึ้นมารับการโจมตีในครั้งนั้นเอาไว้ สตรีทเมจิกอาคมเองก็มีสัญชาตญาณดีไม่แพ้กันทันทีที่ดาบสัมผัสกับโล่ก็รู้สึกได้ถึงแรงส่งถ่ายย้อนกลับมาก็รีบปล่อยดาบในมือออก และหมุนตัวเหวี่ยงเท้าเตะแทนอย่างแรง เธอทำเพียงแค่ก้มหลบเนื่องจากว่ารู้จุดอ่อนของโล่เป็นอย่างดี

“พวกเราไม่เคยมีความแค้นต่อกันไม่ใช่หรือยังไง” เธอพยายามพูด

“ตอนแรกน่ะไม่ แต่ตอนนี้มีแล้วโว้ย” อาคมตอบ เร่งออร่าแห่งความมืดของตัวเองไปรวมกันอยู่ที่คมดาบ และเมื่อเหวี่ยงออกไปก็ปรากฏคลื่นออร่าคล้ายกับหมาป่าปีศาจผสมกันพุ่งเข้าหาอัศวินหญิงคนนั้น

หญิงสาวเบิกตากว้างกระโดดหลบแทบจะในทันที อาจเพราะสังหรณ์ใจไม่ดีก็ได้ แต่เพราะแบบนั้นทำให้พวกนักบวชที่อยู่ด้านหลังของเธอต้องรับการโจมตีนี้ไปแทน ดาเมจสูงสุดลอยขึ้นมาพร้อมกับร่างที่ถูกกลืนกินจนหายไปจากที่ตรงนั้น ตามมาด้วยสถานะออฟไลน์ชั่วคราวในช่องหน้าต่างทีม

“การโจมตีอะไรกันแน่เนี่ย” อัศวินดำพึมพำ เธอกล้ายืนยันเลยว่าไม่มีการโจมตีแบบนี้ในหมวดของสายอาชีพนักดาบแน่นอน แต่จากที่สังเกตดูอาจจะมาจากความสามารถของเผ่าพันธุ์ก็ยังพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง

          ราชินีผึ้งสายฟ้าที่พักรักษาตัวเองอยู่ตอนนี้ HP ของมันก็พอจะต่อสู้ได้อีกครั้งหนึ่ง น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถบินได้เท่านั้น รอบตัวมีทั้งผึ้งสายฟ้าและลิงวายุคอยคุ้มครองอยู่ แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไร สตรีทเมจิกก็พูดขึ้นมาว่า

          “น้องสาวฉันต้องร้องไห้เพื่อพวกแก ถ้ายังคิดจะสู้ถึงตายกันอีกละก็ฉันจะเป็นคนฆ่าพวกแกทิ้งซะเอง” พูดพร้อมกับจ้องมองตอบกลับไปทำเอาพวกมอนสเตอร์ถอยกรูดไม่กล้าเข้าใกล้อีก

          อัศวินดำคิดอะไรไม่ออก ไม่เข้าใจด้วยว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้นแน่ อยู่ๆ ชายคนนี้ก็เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นศัตรูและทำเพื่อปกป้องพวกมอนสเตอร์ ตอนนี้การรักษากำลังส่วนหนึ่งเอาไว้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แม้เธอจะมีอาวุธพิเศษไว้ในครอบครองก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะไม่มีทางแพ้ พวกอัศวินคนอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่น่าจะใช่คู่ต่อสู้ของคนคนนี้ หรือต่อให้พวกนี้สู้แบบแลกชีวิตก็น่าจะช่วยถ่วงเวลาได้ประมาณสิบนาทีเท่านั้น

          ในฐานะของหัวหน้าที่นำทีมปราบบอสมาที่นี่ อัศวินเกราะดำหญิงจึงมีทางเลือกไม่มากนักที่จะต้องตัดสินใจ

          “ครั้งนี้พวกเราจะยอมถอยไปก่อน แต่ถ้ายังคิดจะสู้ต่อละก็อย่าหาว่าพวกเราโหดร้าย”

          “เหรอ แสดงให้ฉันดูหน่อยก็แล้วกัน”

          ฉวะ!!!

          ศีรษะของอัศวินคนหนึ่งร่วงตกลงสู่พื้น เพราะเป็นการโจมตีแบบเน้นที่จุดตายแบบไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกหลังจากที่เห็นนักดาบอสูรทำเพียงแต่ขยับมือเท่านั้นเอง เมื่อมองดูรอบๆ ให้ดีก็เห็นว่ามีแสงสะท้อนบางๆ อยู่ด้วย

          “ขึงเอ็นเอาไว้ด้วยงั้นเหรอ ตอนไหนกัน หรือว่า...” เธอกัดฟันกรอด ไม่คิดเลยว่าการโจมตีด้วยท่าปักษาพันเงาจะเป็นแค่ตัวหลอกในการใช้ขึงเส้นเอ็น และดูท่าทางเธอจะคิดถูกเสียด้วย เมื่อรอบตัวของเธอถูกขึงเอาไว้ด้วยเส้นเอ็นทั้งหมด ไม่มีทางรอดไปได้เลย

          “เอาล่ะ มาดูสิว่าพวกแกจะโหดร้ายได้เหมือนที่คุยเอาไว้หรือเปล่า Death Dimension!

          ความมืดที่แผ่ขยายออกมารอบตัวของอาคมกลืนกินทุกคนที่อยู่ในรัศมีไปจนหมด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแห่งความทรมานที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันเป็นหนึ่งในทักษะเรียกใช้ของชุดเกราะที่พึ่งจะปรากฏข้อมูลขึ้นมา และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้ด้วย

          ภายในมิติแห่งความตาย เหล่าอัศวินทั้งหลายต่างพากันตื่นตกใจมาก สถานที่ที่ไร้ซึ่งแรงดึงดูดทำให้พวกเขาไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ เสียงโหยหวนที่แสนจะทรมานดังก้องตอกย้ำความหวาดกลัวให้เพิ่มมากขึ้น อัศวินเกราะดำหญิงก็รู้สึกหวาดวิตกไม่แพ้กัน เนื่องจากไม่เคยเจอการโจมตีแบบนี้มาก่อนจึงไม่ทราบวิธีป้องกัน

          “อ๊าก!!!

          เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ถูกฉีกร่างออกจากกัน คนอื่นๆ ที่เห็นก็รีบหยิบเอายันต์กลับเมืองหรือหินวาร์ปขึ้นมาใช้งาน

          “ใช้ไม่ได้ นี่มันเรื่องอะไรกัน กรี๊ด!!!

          “เหวอ อย่าเข้ามานะโว้ย” อัศวินอีกคนพูดพร้อมเหวี่ยงดาบออกไปมั่วๆ

          “เฮ้ย! มันโดนข้า ไม่นะ อ๊าก!!!

          ขณะเดียวกันอาคมน่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเคลื่อนไหวอิสระได้ในมิติแห่งนี้เนื่องจากว่ามีปีกใช้ในการควบคุมทิศทาง และเพราะว่าในมิติแห่งนี้แม้จะมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ แต่มันก็เป็นบัฟประจำตัวในรูปแบบหนึ่ง ทำให้การโจมตีมีความรุนแรงมากขึ้นสำหรับตัวผู้ใช้ และทำให้ผู้ใช้งานมีสภาพคล้ายกับล่องหนได้ชั่วขณะหนึ่ง กลายเป็นว่าคนที่โดนทักษะนี้เข้าไปเป็นได้เพียงแค่หุ่นไม้ที่ตอบโต้อะไรไม่ได้

          “นึกไม่ถึงเลยว่านักดาบอสูรจะใช้มนต์มารที่ดูขี้ขลาดแบบนี้” อัศวินหญิงทนไม่ได้เมื่อต้องเห็นพวกของเธอเองขึ้นสถานะออฟไลน์ จึงกล่าวขึ้นหวังจะเห็นศักดิ์ศรีในฐานะนักสู้บ้าง

          “ใช้ในสิ่งที่ฉันทำได้มันผิดตรงไหน ถ้าไม่พอใจละก็ฟ้องร้องเอาสิ” อาคมท้าทาย แสดงความหัวหมอออกมาไม่แพ้กัน ที่สำคัญเขาไม่ใช่คนที่สนใจชื่อเสียงดังนั้นใครจะเอาไปพูดจาว่าร้ายยังไงก็ไม่ทำให้เขาโกรธอยู่แล้ว

          หญิงสาวเดาะลิ้นขัดใจ เมื่อผลไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ เธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมเปิดเผยความสามารถของอาวุธที่เธอมีบ้างแล้วเหมือนกัน ด้วยอาวุธชิ้นนี้เธอมั่นใจว่าสามารถต่อกรกับสตรีทเมจิกได้ แม้ว่ายากที่จะเอาชนะได้แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

          หญิงสาวรวบรวมสมาธิก่อนจะกระแทกโล่ออกไป เกิดแสงสว่างบาดตาขึ้นมาพร้อมกับทักษะเขตแดนแห่งความตายสูญสลายไป รอบๆ ตัวของอัศวินหญิงคนนั้นปรากฏสภาพของพวกพ้องที่บาดเจ็บหนักจากการถูกโจมตี มีหลายคนที่เสียชีวิต คนที่รอดชีวิตนั้นดูเหม่อลอยมีอาการคล้ายกับคนที่ประสาทหลอน

          อัคลี่ยื่นส่วนหนึ่งที่คล้ายใบหน้าของมันออกมาและขยับไปมาอยู่บริเวณคอของสตรีทเมจิก ท่าทางเหมือนจะอยากอ้อนขออะไรสักอย่างจากเขาเสียมากกว่า

          “เป็นแค่ชุดเกราะอย่ามาสั่งฉัน ไอ้กร๊วก” อาคมตวาด ยอมคลายชุดเกราะของตัวเองออกหลังจากที่เห็นท่าโจมตีของอัศวินหญิงคนนั้น แม้เขาจะไม่ได้ฉลาดเหมือนกับราล์ฟ แต่นักมายากลก็ย่อมต้องมีทักษะการสังเกตเหมือนกัน ได้ลองสู้กันดูก็พอจะเดาๆ ได้อยู่ว่าโล่ใบนั้นจะต้องมีความสามารถในการสะท้อนและสลายเวทมนตร์ได้ และเพื่อเป็นการทดสอบความคิด เขาจึงเขวี้ยงดาบภูตมายาออกไป ผลก็คือดาบภูตมายาสลายไปทันทีที่สัมผัสกับตัวโล่

          “เปล่าประโยชน์ โล่ของฉันสามารถลบเวทมนตร์ได้หมด”

          “ยุ่งยากว่ะ แต่ถ้าฉันเอาชนะแกไม่ได้ ก็อย่าหวังจะชนะไอ้บ้านั่นได้เหมือนกัน” แววตาของอาคมเปลี่ยนไปกลายเป็นดวงตาของหมาป่า ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มควบคุมความสามารถของเผ่าพันธุ์ให้ใช้ได้ดั่งใจนึกแล้ว

          “บีสต์โหมด”

 

 

 

 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ไปซื้อนิยาย Legend Online ในวันที่ผมไปทำหน้าที่ขายหนังสือที่บูธสถาพรนะครับ แม้ว่าจะมีหลายคนไม่เชื่อว่าผมเป็นคนเขียนก็เถอะนะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #8529 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 / 00:35
    ตามมาอ่านจากนิยายจนจบ ถึงจะเม้นได้ไม่ครบทุกตอน

    เม้นสั้นๆ เม้นผิดๆถูกๆไปบ้าง เพราะอ่านใน ipad ที่ปกติไม่สนใจ

    และ app ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องระบบคอมเม้น แถมพิมพ์ยากอีกต่างหาก

    ถึงขนาดไปขอยืมแม่มาอ่านไว้ไปที่โรงเรียนยามว่างทีเดียว

    นั่งอ่านอยู่ 3วันในที่สุดก็จบ //กระอักเลือด



    รอตอนต่อไปค่ะ! ถึงแม้คิดว่าคงอีกนานดูจากระยะเวลาการอัพแต่ละครั้งของนักเขียน

    อืม...ยังไงก็พยายามเข้านะค่ะ อ่านแล้วรู้สึกยังไม่เข้าถึงสุดพีคของเรื่องเลยคงอีกนานมากๆๆ เลยทีเดียว

    การเปลี่ยนยศก็เล่นซะโหด รู้สึกว่าในภาคแรกเรื่องหลายเรื่องเหมือนจะสมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สมเหตุสมผล แถมจุดประสงค์ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ตัวละครหลายตัวถูกใช้แบบทิ้งๆขว้างๆมากเกินไป พวกที่คิดว่าน่าจะมีบทกลับไม่มี มีตัวละครที่เก่งเมพเวอร์แบบเทพทรูผุดออกมาเป็นดอกเห็ด พวกที่ดูเหมือนเก่งบรรยายซะเวอร์ ผลออกมาสู้จริงๆดันกากซะงั้น ถ้าจะให้ดีอยากให้แจกแจงรายละเอียดค่าความสามารถ hp mp ของตัวละครให้มากกว่านี้ แล้วพวกตัวละครที่มีความสามารถระดับพวกอาคม ซากุระ ฯลฯ ไม่อยากให้มีตัวละครใหม่เพิ่มมามากขึ้นกว่านี้ เพียงเพื่อมาเป็นตัวประกอบเฉยๆ ไม่ว่าจะในเกมหรือนอกเกม อย่างคนที่ร้านเค้กนั่น อยากให้เน้นความสำคัญของตัวละครทุกตัวให้มากขึ้นไม่ใช่มาโชว์เทพแล้วจากไป อย่างเรื่องอากิระเองก็ยังไม่ได้เคียร์ว่าสรุปเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไหนจะพวกเก่ง 1-10 ที่อากิระติดอะไรนั่นอีก ไม่รู้หายไปไหนทั้งๆที่น่าจะมีบทบาทสำคัญไม่มากก็น้อย จากเท่าที่ดูคิดว่าราล์ฟเป็นตัวละครที่พัฒนาอย่างสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว



    เราเพิ่งอ่านนิยายของนักเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ไม่ได้ตามเรื่องอื่นๆ เห็นว่ามีการคอสโอเสอร์ตัวละครมาด้วย

    ทางทีดีเรื่องแบบนี้อย่าทำเลยจะดีกว่า ถ้าหากมันไม่ใช่เนื้อเรื่องที่เกี่ยวกันโดยตรง



    และอีกเรื่องนึงอยากขอโทษนักเขียนที่ไม่ได้อ่านสิ่งที่ท่านได้เขียนไว้หลังจากเขียนจบแต่ละตอนเลย

    เพราะตอนแรกที่จะอ่านสายตาไปเหลือบเจอคำว่าสปอยขึ้นมาเลยไม่กล้าแตะ เฉียดไปอ่านแม้แต่ตอนเดียว



    เรื่องสุดท้ายขอเน้นหน่อยนะค่ะ อยากขอให้ปรับฟอนต์เถอะค่ะ

    อ่านยากมาก... ขนาดตัวอักษรของฟอนต์นี้คิดว่าใหญ่เกินไป

    ใช้ฟอนต์พื้นฐานที่พิมพ์ใน Word แบบสบายๆ ก็ CordiaUPC หรือ CordiaNEW (ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่) ขนาดประมาณ 24 เป็นใช้ได้
    #8529
    0
  2. #8501 เฟมิลัน (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 18:46
    รอตอนต่อไปนะคะไรต์เตอรรรรร์ สนุกมากกก
    #8501
    0
  3. #8471 sec_chan (@secchan) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 20:27
    อาคมนี่ไม่มีความเห็นใจใครนอกจากน้องสาวแล้วสินะเนี่ย

    เห็นปกแล้ว รู้สึกว่าสถาพรหานักวาดเก่ง ราฟล์หล่อจริงๆ
    แต่ไหงออกแบบtypography ได้เหม่งๆแบบนี้นะ
    รึจริงๆคือภาพสวยและละเอียดเกินไปเลยดูขัดกับฟอร์ต
    #8471
    0
  4. #8469 shounenเมะ (@shounen) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 22:44
    ผมนี้รู้เลยว่าชอบบทอาคมมากว่าบทราฟ(นิยายจะรอตามร้านค้านะครับ เห็นทางร้านเขาบอกว่าทาง สนพ. กำลังเคลียสต๊อกอยู่เลยไม่ได้ส่งของใหม่)
    #8469
    0
  5. #8466 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:22
    ขอบคุณครับ
    #8466
    0
  6. #8465 บู้บี้ (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 14:29
    ขอบคุณ

    ทำไมของคุณแม่(ขอราฟท์ไม่อัพอ่าไรท์

    #8465
    0
  7. #8464 The Golden Fleece (@fnaklggewrwrweq) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 21:26
    สนุกมากๆคับ ^ ^
    #8464
    0
  8. #8463 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 15:47
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #8463
    0
  9. #8462 bigynew (@bigynew) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 11:36
    สุดยอดมากครับ สนุกจิง
    #8462
    0
  10. #8461 幸男。 (@yukio-omine) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 09:49
    ขอคุณครับ
    #8461
    0
  11. #8459 tpnd02 (@tpnd02) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 21:21
    ขอบคุณมากครับ
    สนุกมากครับ
    ติดตามต่อไปครับ
    #8459
    0
  12. #8458 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 19:59
    อ๊ากกกกก อ่านตอนนี้แล้วมันนนนอร๊ายยยยยยยยยยย อาคมมมมมมมมมมมมมมมมมม เมพเมพไปแล้วววเท่ห์ที่สุดดดดด>{} #8458
    0
  13. #8457 om-let (@le-tom) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 17:53
    สนุก อาคมยังคงความติดน้องเช่นเคย
    #8457
    0
  14. #8456 Extinct Light (@zombiez09) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 17:23
    ขอบคุณ ครับ
    #8456
    0
  15. #8455 Whitepearl_2001 (@mooktapa2001) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 13:42
    เราเริ่มคิดว่าอาคมหวงน้องแบบงี่เง่าไปอ่ะ ถามว่าสนุกไหม ก็สนุก แต่เรารำคาญนิสัยหวงเกินอ่ะ
    #8455
    0
  16. #8454 ราชาแมว (@achurao) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 13:26
         สนุกมากครับ
    #8454
    0
  17. #8453 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 12:47
    คิกๆ คักๆ หนุกๆ
    #8453
    0
  18. #8452 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 12:35
    เปลี่ยนจากตีด้วยเวท มาตีด้วกายภาพ
    #8452
    0
  19. วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 12:29
    แต่งส่วนแม่ด้วยสิครับ
    #8450
    0
  20. #8449 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 10:04
    งานนี้แปลงร่างด้วยสิ
    #8449
    0
  21. #8448 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 08:25
    สนุกมากเลยค่า อย่าลืมมาอับต่ออีกนะ
    #8448
    0
  22. #8446 Nitar (@dos33672) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 07:21
    อาคมก็บุกเเบบไม่บอกสาเหตุกันเลย บอกเหตุผลให้เขาเข้าใจบ้างอะไรบ้าง
    ดูใจเย็นขึ้นรึป่าวนะ?
    #8446
    0
  23. #8444 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 05:23
    ผลงานสนุกๆแบบนี้ ไม่มีใครเหมือนหรอกค่ะ เห็นการพัฒนาการของตัวละครได้ การบรรยายค่อยๆเปิดเผยทีละอย่าง ชอบเรื่องนี้ค่ะ
    #8444
    0
  24. #8443 Comrade (@fuhrer) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 04:23
    ย่อยยับยกกองกำลัง.......โล่ที่แสนภูมิใจลบเวทย์แถมสะท้อน.....ดันเจอกับโหมดสัตว์ป่า

    ซวยหนักนะเนี๊ย


    ปล.อารินเหนืออื่นใดสินะเจ้าซิสคอน ขนาดฝูงผึ้งจะเข้าช่วยยังเกือบโดนล้างเผ่าพันธ์....ก็ไม่ได้มาช่วย แต่ตามมาเก็บทุกอย่างที่ทำอารินร้องไห้
    #8443
    0
  25. #8442 -oขุมusกที่ 7o- (@dark-nes) (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 03:49
    ไปสอยมาแล้ววววว ไม่คิดว่าจะเจอจริงๆนะเนี่ย คือสนใจแต่หนังสือ ไม่ทันมองคนขายค่ะ 5555555555 ได้ลายเซ็นเฉยยย อิอิ
    #8442
    0