[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,009 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,280

    Overall
    1,474,009

ตอนที่ 228 : บทที่ 67 บีสต์โหมด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5067
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    25 พ.ย. 57

บทที่ 67 บีสต์โหมด

 

        บีสต์โหมด คือทักษะสำคัญสำหรับเพลเยอร์ที่เปลี่ยนเป็นสายบีสต์เท่านั้น ทำให้สามารถเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ได้ โดยค่าสถานะก็จะเปลี่ยนไปตามลักษณะเด่นของเผ่าพันธุ์นั้นๆ แต่การจะสามารถเปลี่ยนร่างได้นั้น จำเป็นจะต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญนั่นคือการได้รับการยอมรับจากเผ่าพันธุ์เสียก่อน และเนื่องจากว่าอาคมนั้นเป็นกรณีถูกเปลี่ยนด้วยเงื่อนไขพิเศษจึงถือว่าเข้าข่ายในส่วนนี้

        ร่างของหมาป่าที่มีขนเป็นสีเงินวาววับปรากฏตัวขึ้นมา มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่มีคนสามารถเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ได้ ถึงจะมีข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถนี้อยู่ แต่คนที่ทำได้นั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย สำหรับอาคมแล้วมันเป็นครั้งแรกในการเปลี่ยนร่างของเขาจึงรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ที่ต้องมีร่างกายเป็นหมาป่า แถมการอยู่ในร่างนี้ทำให้เขาได้สัมผัสพิเศษของสุนัขอีกด้วย

        ยัยนี่มันฉีดน้ำหอมหรืออาบน้ำหอมวะเนี่ย

        อาคมทดสอบขยับร่างกายดู มันก็เหมือนกับการเคลื่อนไหวปกติ เพียงแต่เป็นการยืนแบบสี่ขาเท่านั้น หน้าต่างระบบแสดงทักษะที่สามารถใช้ได้ในร่างนี้ พอเห็นรายชื่อทักษะแล้วก็แยกเขี้ยวขึ้นขู่อัศวินหญิงคนนั้น

        อัศวินหญิงคนนั้นพยายามหาทางรอดของตัวเอง เธอไม่รอช้าตวัดดาบเป็นเส้นตรงสร้างคลื่นดาบโจมตี แต่หมาป่าหนุ่มกระโดดขึ้นไปเกาะต้นไม้แล้วใช้มันส่งตัวเองไปรอบๆ ใช้ต้นไม้เป็นฐานส่งตัว กระโดดให้เร็วขึ้นจนสร้างความสับสนให้กับอัศวินหญิง ก่อนจะพุ่งตรงลงไปแล้วตวัดกงเล็บใส่

        Wolf’s Claw

        รอยบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นทำให้อัศวินดำหญิงกัดฟันกรอด เธอหลับตาลงเพื่อจับสัมผัสจากทิศทางที่หมาป่าหนุ่มจะโจมตีเข้ามา เมื่อทราบแล้วก็เหวี่ยงดาบออกไป แต่กลับพบว่าหมาป่าหนุ่มนั่นใช้ปากรับคมดาบของเธอเอาไว้แล้วจับเหวี่ยงไปกระแทกกับต้นไม้ โชคดีที่เธอตั้งตัวได้ทันจึงเจ็บตัวไม่มาก เมื่อหันไปมองดูร่างของหมาป่าตัวนั้นก็เห็นว่ามันแยกตัวออกเป็นสามร่างและกำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ

        สัตว์ร้ายเขย่าขวัญ!!!

        อาคมในร่างของหมาป่าสีเงินส่งเสียงคำรามออกมา ทักษะนี้จะลดค่าป้องกันของศัตรูได้ 10% และทำให้ศัตรูติดสถานะหวาดกลัวโจมตีไม่ได้ชั่วขณะหนึ่ง เป็นความสามารถที่คล้ายกับรังสีอำมหิตเพียงแต่ในร่างของบีสต์โหมดมันรุนแรงกว่ามาก

        บ้าจริง ขยับไม่ได้ หญิงสาวคนนั้นคิดในใจเธอหันโล่ลงพื้นกำหนดจิตเรียกใช้การสะท้อน เพื่อดีดเอาร่างของตัวเธอขึ้นไปให้พ้นจากรัศมีการโจมตี แม้มันจะทำให้เธอบาดเจ็บก็ตามที

         แต่อาคมไม่หยุดแค่นั้น เขาเลือกจะวิ่งไต่ต้นไม้ขึ้นไปตามร่างของอัศวินดำหญิงคนนั้นต่อ แววตาของเขาไม่มีความลังเลที่จะฆ่า เขาแสยะยิ้มออกมาและกระโดดเข้าหาร่างของอัศวินดำหญิง เธอเองก็พอจะเดาได้จึงหันคมดาบไปยังร่างของหมาป่าหนุ่ม แต่เธอคาดเดาผิดไปไกล เพราะอาคมม้วนตัวแล้วใช้หางฟาดร่างของเธอให้ตกลงไปกระแทกกับพื้น และกลับมายืนอย่างแผ่วเบา

        มันเป็นการต่อสู้ที่เหมือนกับรังแกกันเพียงฝ่ายเดียว นักดาบอสูรนั้นแข็งแกร่งเกินไป แม้จะถูกทำให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่ความทรงจำและการฝึกฝนที่ผ่านมาช่วยให้เขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว อัศวินดำหญิงเองก็พอจะเห็นความแตกต่างของผู้ที่มีเผ่าพันธุ์และไม่มีเผ่าพันธุ์แล้ว เธอที่เคยลำพองว่าอาวุธพิเศษที่มีอยู่สามารถทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่เธอคิดผิด มันมีจุดอ่อนที่ร้ายแรงอยู่ด้วย นั่นคือถ้าไม่โดนส่วนของโล่การสะท้อนก็ไม่เกิด

        อาคมเดินเข้าไปหาอัศวินหญิงคนนั้น เพื่อจะปลิดชีพเธอให้หายแค้น เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครหรือยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะโทษฐานที่ทำให้น้องสาวของเขามีน้ำตามันหนักหนามากสำหรับคนเป็นพี่ชาย

        “จะฆ่าก็ฆ่า เพราะไม่อย่างนั้นแกจะต้องเสียใจ” อัศวินดำหญิงคนนั้นกัดฟันพูด การโจมตีของอาคมนั้นรุนแรงเอาเรื่องทำให้ตอนนี้เธอไม่สามารถป้องกันตัวเองได้

        หมาป่าหนุ่มจ้องมองผู้หญิงคนนั้นก่อนจะแสยะยิ้มออกมา ก่อนจะกลับร่างเป็นมนุษย์เพราะรู้ผลการต่อสู้แล้ว เขามองดูโล่ประหลาดที่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน และดาบที่เป็นอาวุธคู่กันในมือของเธอคนนั้น และใช้มือหยิบมันขึ้นมาดู

        “แกจะทำอะไร” เธอถามสีหน้าดูตกใจมาก เพราะกลัวว่านักดาบอสูรจะเอาโล่ของเธอไป

        “หึ! คิดว่าฉันอยากได้โล่นี่นักหรือยังไง” อาคมตอบ แสยะยิ้มแล้วพูดต่อว่า “ฉันจะทำลายมันทิ้งต่างหาก”

        “คิดว่าทำได้เหรอ” อัศวินหญิงเย้ยหยัน โล่ของเธอนั้นเป็นอาวุธคลาสสูงมาก ไม่ใช่สิ่งที่จะถูกทำลายได้ง่ายๆ

        “แล้วคิดว่ามันจะมีค่าความคงทนให้เพื่ออะไร ถ้าไม่ได้มีไว้เพื่อซ่อมกันมันเสียหายน่ะ ถ้ามีสิ่งนี้หมายถึงมันสามารถพังได้” แม้อาคมจะไม่ได้ฉลาดเท่ากับราล์ฟ แต่เขาก็ไม่ถึงขั้นโง่มองระบบไม่ออก อาวุธคลาสสูงแบบนี้ดูผิวเผินอาจจะทนทานมาก แต่จริงๆ แล้วค่าความทนทานมันก็ลดอยู่ตลอด อยู่ที่ว่าใครจะสนใจ ขนาดดาบภูตมายาของเขายังลดไปตั้งเยอะจากการต่อสู้ที่ผ่านมา

        “แกไม่กล้าหรอก”

        “คอยดูเดี๋ยวก็รู้” อาคมหยิบดาบธรรมดาออกมาและเริ่มโคจรลมปราณของตัวเอง ดูๆ ไปแล้วก็แค่การผนึกปราณธรรมดาเท่านั้น แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือดาบที่ถืออยู่ในมือเปลี่ยนสภาพเป็นดาบที่มีความเงาวับเหมือนกับเหล็ก ก่อนที่เขาจะแทงดาบลงไปตรงกลางของโล่โดยใช้การอ่านลมหายใจของสรรพสิ่ง

        แกร๊ก!!!

        เสียงเหมือนมีบางอย่างร้าว อัศวินหญิงคนนั้นตาเบิกกว้างเมื่อเห็นดาบของนักมายากลหนุ่มแทงลึกลงไปในตัวของโล่เกือบหนึ่งเซนติเมตร โชคดีที่อาวุธนั่นแหลกเป็นชิ้นๆ เสียก่อน

        “ท่าทางต้องใช้ดาบอีกหลายเล่ม”

        “หยุดนะ อย่าทำลายอาวุธของฉัน ฉันยอมแล้ว”

        “ไปหาทางซ่อมแซมเอาเองก็แล้วกัน” อาคมตอบ ดึงดาบออกมาจากแขนเสื้อแล้วเริ่มระดมฟันใส่โล่ที่จุดเดิมซ้ำไปซ้ำมา ทำให้รอยร้าวขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ อัศวินหญิงคนนั้นเจ็บใจมากที่ทำอะไรนักดาบอสูรคนนี้ไม่ได้ กระทั่งอาวุธคลาส S ของเธอกำลังจะถูกทำลายด้วยอาวุธธรรมดา นับเป็นความอัปยศที่สุดที่เคยมีมาเลย

        และในที่สุดโล่ที่แสนจะภาคภูมิใจของอัศวินดำหญิงก็ถูกทำลายลงจนกลายเป็นชิ้นๆ มันไม่แตกสลายไปเพราะเป็นอาวุธชั้นสูงซึ่งสามารถซ่อมแซมได้ แต่ความสามารถนั้นจะลดลง อาคมดูจะสะใจเสียมากกว่าที่ทำลายความมั่นใจของอีกฝ่ายลงได้ เมื่อเห็นท่าทางสิ้นหวังของเธอคนนี้แล้ว เขาก็รีบมอบความตายให้ทันที

        “ถ้าจะเป็นศัตรูกับฉันก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา อย่ามาทำให้น้องสาวฉันร้องไห้อีกเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้พวกแกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกเลย ถ้าไม่เชื่อลองดูก็ได้”

        ฉวะ!!!

 

        ด้วยเสียงเพลงของไซเรนทำให้พวกราล์ฟผ่านมาถึงที่โบราณสถานได้อย่างปลอดภัย พวกเขาอยู่กันมาได้พักใหญ่ๆ ซึ่งมันก็มากพอที่จะให้นักบวชเผ่าแมวใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบข้อมูลได้อย่างละเอียด แม้ทักษะตรวจสอบจะมีระยะการใช้งาน แต่คงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าจะมีกรณีของบัคหลงเหลืออยู่ด้วย ราล์ฟค้นพบนานแล้วว่าเมื่อใช้กล้องส่องทางไกลสามารถใช้ทักษะตรวจสอบได้ แต่ยังไม่ได้แจ้งเพราะมันมีประโยชน์มากในการตรวจสอบ ยิ่งไปกว่านั้นเพลเยอร์ที่เลเวลสูงมากจะได้ทักษะพิเศษในการมองระยะไกลๆ ทำให้กล้องส่องทางไกลไม่เป็นที่นิยม

        โบราณสถานลึกลับกลางป่าวงกตแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน มอนสเตอร์ประหลาดมากมายที่มีคลาสขั้นต่ำอยู่ที่ชั้นทหาร เลเวล 600 อาศัยอยู่รอบๆ รูปร่างของมันเหมือนกับสัตว์ที่ผ่านการวิวัฒนาการแบบแปลกๆ ซึ่งมอนสเตอร์จำพวกนี้ไม่สามารถฆ่าเพื่อหาไอเทมเปลี่ยนเผ่าได้ แต่เป็นมอนสเตอร์ทั่วๆ ไปเท่านั้น

        ตัวโบราณสถานที่มีทางน้ำล้อมรอบเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ใต้น้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ใครลักลอบเข้าไปได้ พวกมันสามารถโจมตีสิ่งที่อยู่เหนือผิวน้ำสิบเมตรได้อย่างสบายๆ ทางเข้านั้นมีเพียงทางเดียวคือต้องข้ามสะพานไปเท่านั้น แต่ว่ามันมีผู้พิทักษ์ประตูขวางเอาไว้ไม่ให้สิ่งมีชีวิตใดเล็ดลอดผ่านไปได้ แค่เข้าไปอยู่ในระยะเท่านั้นมันก็โจมตีใส่ทันที ที่สำคัญมันมีอยู่ถึงสองตัว

 

ข้อมูลมอนสเตอร์

ชื่อ : ศิลาพิทักษ์         คลาส : ทหาร

เลเวล : 850       ธาตุ : ดิน

Hp : 950,000/950,000

Mp : 78,950/78,950

รายละเอียด : มีร่างกายทั้งหมดเป็นหิน มีพลังป้องกันสูงมาก

 

        เมื่อได้ข้อมูลแล้วเด็กหนุ่มก็กลับไปรวมกับไซเรนและคิริที่พักทานข้าวกล่องกันอยู่ ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอเท่านั้น เพราะไม่มีทางที่จะผ่านเข้าไปในโบราณสถานแห่งนั้นได้โดยไม่เกิดการปะทะ ถึงแม้ว่าจะมีทักษะลอยตัวได้ก็ตาม แต่ก็ไม่สูงพอที่จะข้ามไปได้ ไซเรนแม้จะมีความสามารถในการสะกดมอนสเตอร์แต่ก็สะกดได้เป็นบางประเภทเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรอให้คนที่จะมานำทางมาที่นี่ก่อน

        ลอนดอนแม้จะเป็นคนที่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ แต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งเป้าหมายของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่ลอนดอนเป็นผู้ชายประเภทรักสันโดษ เขาจึงเกลียดการรวมกลุ่มเป็นที่สุดทำให้ต้องเดินทางอยู่คนเดียว ดังนั้นการที่ลอนดอนบอกตำแหน่งของโบราณสถานให้ล่วงหน้าก็เพื่อให้มารอที่นี่เท่านั้น

        ราล์ฟนั่งรออยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้น แรงกดดันประหลาดที่แผ่ออกมานั้นทำให้ราล์ฟรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเอามากๆ กระทั่งไซเรนยังรู้สึกกลัวเหมือนกัน สักพักหนึ่งแรงกดดันเหล่านั้นก็หายวับไปน่าจะหมายถึงการต่อสู้ที่จบลง พวกเขาจึงเดินไปดู

        ที่นั่นราล์ฟพบคราบเลือดและการต่อสู้ที่ดูรุนแรงมาก ซากมอนสเตอร์มากกว่าห้าสิบตัวนอนตายเกลื่อน มีไอเทมดรอปให้เป็นบางตัวเท่านั้น แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือชายหนุ่มที่นั่งสบายอยู่บนหลังของราชสีห์เนเมียนต่างหาก เขาไม่มีท่าทีเหนื่อยหอบจากการต่อสู้ รวมถึงร่างกายที่ไร้ซึ่งบาดแผล ข้างๆ กันนั้นมีมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายมนุษย์กึ่งนกน่าจะเป็นตัวฮาร์ปี้ที่หายากนอนบาดเจ็บอยู่เชือกหนาที่มัดอยู่ที่ตัวป้องกันไม่ให้มันบินหนีแสดงให้เห็นว่ามันพึ่งถูกชายหนุ่มคนนี้จับเอาไว้ ราล์ฟใช้ทักษะตรวจสอบดูจึงรู้ว่าฮาร์ปี้ตัวนี้เป็นคลาสทหารเลเวล 420

        “มาก่อนเลยเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม เมื่อเห็นเด็กหนุ่มมองด้วยความสงสัยเกี่ยวกับฮาร์ปี้ตัวนี้ก็ตอบว่า “มันมาโจมตีฉันน่ะ ก็เลยจัดชุดใหญ่ให้เป็นของขวัญ”

        “แล้วจะจับมันสินะ”

        “มันทำสัตว์เลี้ยงอสูรของฉันตายไปตัวหนึ่ง ทักษะของฉันไม่เหมือนใครถ้าสัตว์เลี้ยงอสูรตายจะไม่สามารถคืนชีพได้ แต่ช่างมันเถอะ เอาเจ้านี่มาทดแทนยังได้อยู่” ลอนดอนผายมือออกไปร่างของฮาร์ปี้ตัวนั้นก็ถูกโซ่ประหลาดที่พุ่งออกมาจากแหวนจับตัวเอาแล้วก่อนที่มันจะถูกผนึกลงแหวนทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ทำสัญญา

        “วิธีกำราบของนายมันแปลกดีนะ ความสามารถพิเศษหรือยังไง”

        “ประมาณนั้น ว่าแต่นายมาถึงก่อนแบบนี้มีอะไรที่ฉันควรรู้บ้างไหม” อสูรสัตว์ร้ายถามต่อ เขามั่นใจว่าถ้าเด็กหนุ่มคนนี้มาถึงก่อน ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าจะต้องสำรวจเส้นทางต่างๆ และเก็บข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้เอาไว้แล้ว

        “นายนี่รู้ดีเสียเหลือเกินนะ” ราล์ฟประชด ก่อนจะบอกเล่าข้อมูลให้ฟังโดยละเอียด

        ไม่จำเป็นต้องพึ่งแผนที่ลอนดอนก็สามารถจำลองภาพทั้งหมดขึ้นมาได้ อาศัยเพียงข้อมูลเหล่านั้นก็พอแล้ว ด้วยเหตุนี้เองการสนทนาของคนฉลาดด้วยกันก็เริ่มต้นขึ้น ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรก็สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้เลย

        “อย่างนี้นี่เอง ทางเข้ามีทางเดียวสินะ แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนกับว่าถูกบังคับให้ข้ามสะพานเลย” อสูรสัตว์ร้ายพูดขึ้น เพราะมีความคิดที่แตกต่างเกินไปจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์กับการถูกขีดเส้นให้เดิน

        “เหมือนเป็นกับดัก” ทั้งสองพูดพร้อมกัน

        “นายเองก็คิดเหมือนกันใช่ไหม”

        ราล์ฟรู้อยู่แก่ใจดีว่าระบบของเกมนี้ไม่ได้ใจดีถึงขนาดมาอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ดังนั้นการที่มีสะพานเป็นทางเลือกเดียวในการเดินทางสู่โบราณสถานมองอย่างไงก็เหมือนกับดัก หากพวกเขาเป็นคนออกแบบระบบสิ่งสำคัญก็คือการสร้างอุปสรรค์นั่นเอง

        “แล้วสำรวจตอนกลางคืนหรือยัง” ลอนดอนถามเพิ่มเติม

        “ฉันพึ่งมาถึงเลยไม่ได้สำรวจรายละเอียดอะไรมากนัก ฉันสิควรจะถามนายมากกว่าว่ามีข้อมูลอะไรที่นายยังบอกฉันไม่หมดบ้าง อย่างเช่นว่าการใช้ฉันเป็นตัวล่อเพื่ออะไรบางอย่าง” เด็กหนุ่มขยับแว่น ลอนดอนอาจจะดูเป็นคนใจกว้างก็จริง แต่ก็เจ้าเล่ห์พอๆ กัน

        “สู่วิหารเมื่อผืนน้ำแปรเปลี่ยนเป็นสีชาด จันทราที่สาดส่องเผยทางลับที่มองไม่เห็น หนึ่งเส้นทางมีจุดหมายที่ความตาย ส่วนอีกหนึ่งเป็นปลายทางสู่ขุมทรัพย์ เลือกเพียงหนึ่งจักต้องสละหนึ่ง เมื่อปลายทางทั้งสองมาบรรจบ ทางที่สามจักถูกเปิดออก ผู้เปี่ยมปัญญาจักหลงกล หนึ่งทางรอดคือต้องเข้าถ้ำเสือ”

        ลอนดอนบอกกล่าวข้อความที่ตนเองรู้มา เขาสามารถถอดความได้เพียงแค่ไม่กี่ท่อนเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ขี้เกียจคิดให้ปวดหัว เนื่องจากว่าการมาที่นี่ของเขามีเพียงแค่จับมอนสเตอร์เพื่อเอาไปขายเท่านั้น และเพราะมันเป็นโบราณสถานแสดงว่าจะต้องมีมอนสเตอร์ราคาดีให้จับไปขายแน่ๆ

        “งั้นเหรอ แสดงว่าการจะเข้าสู่โบราณสถานได้ก็คงต้องรอให้ถึงช่วงกลางคืนสินะ ไม่สิ...แม่น้ำสีชาด...จันทรา...หรือว่า...” ราล์ฟคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

        “มันไม่ใช่กลางคืนหรอก แต่มันเป็นช่วงเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้นที่เส้นทางที่แท้จริงจะถูกเปิด ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ย้อมแม่น้ำรอบๆ ให้กลายเป็นสีชาด ส่วนช่วงที่สองนั่นเราจะต้องรอให้เส้นทางเข้าที่แท้จริงถูกเปิดออกเท่านั้น” ลอนดอนเฉลย ตอนแรกนั้นเขาก็คิดเหมือนกับราล์ฟที่ว่าน่าจะเป็นกลางคืน แต่ในความจริงแล้วมันเป็นวิธีที่บอกการเข้าสู่โบราณสถานที่จบในประโยคเดียว

        แต่ว่าลอนดอนใช้เวลานานกว่าสองวันกว่าจะตีโจทย์บทความออก ผิดกับราล์ฟที่คิดได้แทบจะในทันที หนึ่งในเหตุผลที่เขาไม่อยากเป็นศัตรูด้วยก็คือ ความสามารถในการวิเคราะห์นี่แหละ

        พวกเขาเหลือเวลากันไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่เส้นทางสู่โบราณสถานที่แท้จริงจะปรากฏ ราล์ฟเห็นว่ายังพอมีเวลาก็ทำอาหารเพิ่มค่าสถานะและเครื่องดื่มลดความเหนื่อยล้าเอาไว้ เพราะว่าตลอดทั้งคืนจะต้องเจอกับการต่อสู้ซึ่งพวกเขาก็ยังไม่ได้พักผ่อนกันมาเลย ลอนดอนรับข้าวกล่องไปก็ทานก่อนทันทีแก้หิวเนื่องจากรู้อยู่แก่ใจดีว่าอาหารฝีมือของนักบวชเผ่าแมวคนนี้เลิศแค่ไหน

        “คำนวณเวลาหรือยัง” อสูรสัตว์ร้ายถาม เพราะช่วงเวลาที่แม่น้ำจะเปลี่ยนสีเป็นสีดังข้อความที่กล่าวเอาไว้มันอยู่ได้เพียงไม่นานนัก แถมจะผ่านไปได้ก็ต้องเผชิญหน้ากับศิลาพิทักษ์อีกสองตัว ถ้าให้ฝ่าไปทั้งอย่างนี้มันเป็นไปไม่ได้แน่

        “นับเป็นความบังเอิญมากที่ทางทิศตะวันตกไม่มีอุปสรรคใดๆ อยู่เลย มุมตกกระทบของแสงกับผิวน้ำในช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงคือช่วง 17.54. ซึ่งในช่วงเวลานั้นตำแหน่งของพระอาทิตย์จะอยู่บริเวณเงาของยอดไม้ทางด้านนั้น” ราล์ฟชี้ไปยังจุดที่ว่าแล้วพูดต่อ “ถ้าช่วงการโคจรของดวงอาทิตย์เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ พวกเราน่าจะมีเวลาประมาณ 1 นาที 44 วินาที คำนวณจากระยะห่างหนึ่งร้อยเมตรและความเร็วที่พวกเราจะใช้ได้ก็คือ 6 - 8 วินาที ดังนั้นถ้าจะต้องสู้กับศิลาพิทักษ์และเอาชนะให้เราจะต้องเริ่มทันที”

        “นายคิดง่ายไปแล้ว มอนสเตอร์ประเภทผู้พิทักษ์ประจำพื้นที่จะสามารถฟื้นได้ภายในสิบวินาที สู้กับพวกมันก็เสียเวลาเปล่า ค่าประสบการณ์ก็ได้แค่นิดเดียว” ลอนดอนบอก

        “ไม่หรอก นั่นหมายถึงในกรณีที่ฆ่ามันตาย แต่ถ้าเป็นกรณีที่พวกมันทำอะไรเราไม่ได้มันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องไม่ใช่หรือยังไง” ราล์ฟตอบหน้านิ่ง เขามีแผนอยู่ในใจแล้วว่าจะทำอย่างไรกับมอนสเตอร์ศิลาพิทักษ์สองตัวนั้น

        พวกราล์ฟตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องซักซ้อมจังหวะเพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้จักนิสัยกันดี ดังนั้นแล้วหน้าที่ของราล์ฟก็คือการตามจังหวะของลอนดอนให้ได้เท่านั้น เจ้าของฉายาอสูรสัตว์ร้ายลงจากหลังของสัตว์เลี้ยงอสูรตัวโปรด ก่อนจะกดตกลงเข้าร่วมปาร์ตี้เพื่อให้สามารถสนับสนุนกันได้ จากนั้นก็เดินทางไปที่หน้าสะพานโดยยังไม่เข้าสู่ระยะการโจมตีของศิลาพิทักษ์

        “ตั้งนาฬิกานับถอยหลังเอาไว้เลย” ราล์ฟบอกพร้อมกับใช้ระบบนับถอยหลัง และดึงหน้าต่างบานนั้นให้แสดงอยู่ตลอดเวลา เพราะการต่อสู้แบบนี้จะพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้

        ราล์ฟเริ่มใช้ทักษะสนับสนุนให้กับลอนดอนและราชสีห์เนเมียน จากนั้นก็ให้ไซเรนใช้ บทเพลงวารี เพิ่มอัตราการฟื้นฟูให้จะได้ต่อสู้ได้นานๆ ซึ่งเพลงของไซเรนนั้นจะมีระยะเวลาอยู่ที่ 1 นาที 41 วินาที ราล์ฟจำเป็นจะต้องให้เวลาทั้งหมดลงตัวกันเปะๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่นอนด้วย

        หน้าที่ของลอนดอนในช่วงยี่สิบวินาทีแรกคือการโจมตีเพื่อให้ราล์ฟเก็บข้อมูลการโจมตีของศิลาพิทักษ์ มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์เพียงคนเดียว อันที่จริงอยากจะใช้ทักษะขบวนร้อยอสูร ถ้าไม่ติดว่ายังมีดีเลย์เพราะพึ่งใช้งานมันไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่กระนั้นฝีมือของลอนดอนก็ไม่ใช่กระจอก หากใครคิดว่าเขาเอาแต่ใช้งานสัตว์เลี้ยงอสูรละก็คิดผิดแล้วล่ะ

        “หนึ่งจุดสี่วินาที” ราล์ฟบอก หลังจากที่คำนวณระยะเวลาที่ใช้ในการโจมตีแต่ละครั้ง หมายความว่าทันทีที่เห็นมันทำท่าจะโจมตีลอนดอนจะมีเวลาหนึ่งจุดสี่วินาทีในการหลบหรือหาทางทำอะไรสักอย่าง

        “ละเอียดเกินไปนะ” ลอนดอนพูด

        “เพราะฉันสามารถทำให้นานกว่านั้นได้ Slowly Curse” สิ้นคำพูดร่างของศิลาพิทักษ์ก็มีแสงสีดำจางๆ คลุมตัวเอาไว้ แถมมันยังทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงอีก

จากนั้นราล์ฟก็หันไปฮีลให้กับคิริที่เข้าไปสู้ร่วมกับราชสีห์เนเมียนจนถูกเล่นงานจนบาดเจ็บหนัก คิริที่รอดพ้นจากความตายมาได้ก็สร้างร่างมายาขึ้นมาและพ่นลูกไฟใส่ใบหน้าของศิลาพิทักษ์ แต่ดาเมจที่มันได้รับสูงไม่ถึง 10 หน่วย

“พาวเวอร์ ชาร์จเจอร์” ราล์ฟใช้ทักษะเสริมพลังให้กับลอนดอนที่กำลังจะโจมตีได้ทัน ทำให้อสูรสัตว์ร้ายสร้างดาเมจได้สูงถึงสองพันหน่วย

ไม่ยอมรับก็คงไม่ได้แล้ว ราล์ฟสามารถตามจังหวะของทุกคนในทีมได้ทั้งหมดเลย สำหรับนักบวชที่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้นั้นแทบจะหาได้ยากจริงๆ เพราะหน้าที่ของนักบวชคือการสนับสนุนทุกคนในทีม ไม่ใช่แค่การดูแลรักษาอาการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถเลือกใช้ทักษะสนับสนุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ ได้ซึ่งราล์ฟมีคุณสมบัตินี้อยู่กับตัว

ราล์ฟมองดูเวลาก็เห็นว่าเพลงของไซเรนใกล้จบแล้ว ก็ส่งสัญญาณบอกให้ลอนดอนเตรียมพร้อมเอาไว้ ชายหนุ่มที่ตอนนี้ใช้ทักษะผสานจิตเพื่อกำหนดรูปแบบการโจมตีประสานกับสัตว์เลี้ยงอสูรก็สั่งการให้มันถอยออกมาก่อนเนื่องจาก HP ของมันลดมามากถึงแปดหมื่นหน่วยแล้ว

“สติ๊กกี้ กัมม์ บับเบิ้ล แพ็กเกจ” ฟองสบู่ที่สร้างจากพลังจิตลอยไปปะทะกับร่างของศิลาพิทักษ์พวกนั้น มันเป็นทักษะที่ดูไร้สาระมากเพราะไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ แต่ตำแหน่งที่มันปะทะไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นช่วงข้อต่อที่สำคัญทั้งสิ้น ยิ่งไปว่านั้นมันกลับอยู่ในสถานะของแข็งทำให้ร่างกายของมันขยับไม่ได้อีกต่างหาก

ลอนดอนอึ้งไม่คิดว่าทักษะแบบนี้จะใช้ประโยชน์ได้ด้วย คิดว่ามันมีดีแค่ก่อกวนเท่านั้น

“ดูเหมือนว่าพวกเราทันสินะ” ราล์ฟพูด มองดูนาฬิกานับถอยหลังที่ตอนนี้กลายเป็นเลข ’00.00.00’ กะพริบสีแดงบอก ก่อนจะหันไปมองดูแม่น้ำนั่นที่เริ่มเปลี่ยนสีไปตามช่วงเวลาจนกลายเป็นสีแดงเข้ม

เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นบนสะพานคล้ายกับว่าเป็นการปลดล็อกอะไรบางอย่างที่อยู่บนนั้น ราล์ฟหยิบก้อนหินแล้วทดลองโยนข้ามไปก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็รีบวิ่งข้ามไปทันที



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #8568 ราชาแมว (@achurao) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 11:55
                   สนุกมากครับ
    #8568
    0
  3. #8566 * MEEN * (@NAT-MEEN) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 01:11
    เพียงหนึ่งจะต้องสละหนึ่ง นี่คงไม่ใช่ต้องมีคนเสียสละถึงจะผ่านด่านสุดท้ายได้นะ
    #8566
    0
  4. #8565 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 23:45
    วันนี้ผมเห็นนิยายอัพเดตผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเรื่องนี้ *สั่นระริก*
    เพราะวันนี้ผมเพิ่งหยิบนิยายของคุณ Mirror มาอ่านเป็นรอบที่ 2 และกะว่าจะกลับมาอ่านในเว็บซ้ำอีกรอบ
    นึกไม่ถึงเลยจริงๆ แต่ไปๆมาๆ พอผมเริ่มกลับไปอ่านใหม่ผมพบว่าผมลืมไปซะแล้วว่าตอนที่แล้วมันเป็นยังไง
    หลังจากที่ผมได้กลับไปอ่านนิยายของคุณ Mirror เป็นรอบที่สอง (เฉพาะเล่มแรก) ก็ทำให้เข้าใจอะไรต่างๆได้มากขึ้น

    ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้(หรือเปล่า?ผมจำไม่ค่อยได้เป็นคนที่มีความจำแย่มาก orz) ว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยสมเหตุสมผลจุดมุ่งหมายของตัวละครในภาคแรกยังไม่ชัดเจน
    พอผมกลับมาอ่านแล้ว อาจเพราะการอ่านครั้งแรกค่อนข้างเป็นการอ่านเพื่อเอาความสนุกและรวดเร็ว จึงอ่านผ่านๆไปบ้าง
    พอมาอ่านรอบสองจึงละเอียดขึ้น รับรู้ถึงอารมณ์ร่วมมากขึ้น และสามารถมองคำพูดแฝงของราล์ฟได้มากขึ้น เพราะรู้เนื้อเรื่องถัดไปแล้ว ทำให้สามารถวิเคราะห์คำพูดและการกระทำของตัวละครได้ดีขึ้น
    และทำให้ผมได้รู้ว่าที่ผมบอกว่ามันไม่สมเหตุสมผลนั้น เพราะผมเข้าใจผิดเองนั่นแหละ (คิดประมาณว่าผมเป็นอาคมแล้วกัน ฟังพี่แก(ราล์ฟ)พูดเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจเต็ม 100)
    แต่ถึงอย่างนั้นผมก็คิดว่ามันยังมีจุดแปลกๆอยู่ คงไม่สามารถบอกได้ว่ามันสมเหตุสมผลทั้งหมด อย่างไรก็ตามผมคงต้องขอถอนคำพูดที่อาจจะวิจาร์ณไม่ดีไปบ้าง(?)ก่อนหน้านี้ด้วย
    คุณ Mirror วางแผนมองการไกลและมีจุดเชื่อมโยงตัวละครบางตัวได้ดีมากต้องขอชมจากใจจริง แม้คุณ Mirror จะบอกว่ามีการรีพล็อตเรื่องไม่ต่ำกว่า 7 ครั้งก็ตาม
    ถึงแม้จุดประสงค์ในภาคแรกมันออกจะน้อยนิดไปหน่อยเพียงเพราะต้องการไปทักทายเพื่อนเก่าของพระเอกเราก็เถอะ
    จุดเชื่อมโยงนึงที่ผมชอบมากนั่นก็คือ เด็กตกปลา นั่นเอง ผมพบว่าหมอนี่ถูกกล่าวถึง(และมองข้าม)มาตั้งแต่ตอนแรกๆแล้วนี่หว่า.... อาภัพจริงๆนะนาย...
    หลังจากเข้ามาอ่าน ผมพบว่าคุณ Mirror เปลี่ยนฟอนต์แล้วอ่านสบายตาขึ้นเยอะเลย ขอบคุณครับ ♥ ที่ผ่านๆมานั่งอ่านแล้วปวดตาจริงๆ T^T
    สรุปผมนั่งพิมพ์มาทั้งคอมเม้นต์มันมีอะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่องตอนนี้บ้างเนี้ย!??
    ปล.ระหว่างนั่งลงแดงรอคุณ Mirror อัพ ผมแอบโดดไปแต่งฟิคคู่อาคมราล์ฟเล่นๆด้วยแหละ (อาคมราล์ฟแหละครับฟังไม่ผิดหรอก *หัวเราะ* ชื่ออาคมขึ้นก่อนนะ)

    Edit : ปล.2 ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าคุณแม่วิลาวรรณเองก็เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่น่าจะมีบทบาทร่วมกับราล์ฟ ไม่น่าแยกไปมีเรื่องแยกโดดๆไปเลย เพราะผู้เล่นระดับคุณแม่ต่อให้เล่นไปงั้นๆ ไม่สนใจความเป็นไปของโลกในเกมมันก็น่าจะมีเหตุการ์ณอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องปะฉะดะโผล่เข้ามาในสถานการ์ณสำคัญๆ ร่วมกับราล์ฟว่าด้วยทฤษฎีโลกกลม ผมไม่คิดว่าตัวละครอย่างคุณแม่จะกลายเป็นผู้เล่นที่หลบอยู่ในซอกหลืบน่าจะมีส่วนร่วมไม่มากก็น้อย ถึงยังไงคุณแม่ก็ทำงานแล้วละนะ ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่เมพมาก....แล้วไหนจะยังทักษะของคุณแม่อีกที่ไม่ได้สอนลูกชายด้วย ถ้าได้เจอขึ้นมาจริงๆ จะเป็นการดีต่อราล์ฟด้วย และอาจกลายเป็นจุดอ่อนให้อาคมเอามาล้อราล์ฟเล่นด้วยเช่นกัน (แพ้ทางแม่) คงสนุกไม่น้อย

    ยังไงก็ตามทำไมผมอ่านแล้วรู้สึกตอนนี้มันสั้นจัง....รอตอนต่อไป สู้ๆครับ!
    รอเล่ม 2 ออกด้วยอยากเก็บเป็นเล่มจะแย่อยู่แล้ว


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2557 / 23:52
    #8565
    0
  5. #8564 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 23:07
    ขอบคุณครับ
    #8564
    0
  6. #8563 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 21:23
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #8563
    0
  7. #8562 Thongtanunam Danus (@bigbadwolf1996) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 21:05
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะ
    #8562
    0
  8. #8561 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 21:04
    ขอบคุณ
    #8561
    0
  9. #8560 Daojai Wilaiphol (@nodame123) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 20:36
    ขอบคุณมากค่ะ
    #8560
    0
  10. #8559 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 19:58
    เย้!ไรท์กลับมาแล้วววววววว>O< ตอนนี้สนุกมากแต่เล่นตัดจบกันแบบนี้...T^T มาต่อเร็วๆนะไรท์จร้าาา
    อยากเห็นรูปลอนดอนจังงงงงงง><
    #8559
    0
  11. #8558 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 19:30
    ทำลายโล่ระดับS ด้วยดาบธรรมดา แน่ใจเรอะ? ปราณเฮียแกไม่ใช่เล่นๆนะ ๕๕๕

    นี่ก็คู่หูฝ่านรกเฉพาะกิจสินะ โหดได้อีก คำนวนเป๊ะไปไหน
    #8558
    0
  12. #8556 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 16:32
    เป๊ะจริงๆเลยเฮีย
    #8556
    0
  13. #8555 Eacho Ya Man (@eacho5744) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 15:10
    หายไปนานเลยนะครับ
    #8555
    0
  14. #8554 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 14:11
    ยังร้ายกาจกันเหมือนเดิม
    #8554
    0
  15. #8553 ออมทรัพย์ (@swallofly) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 12:51
    ขอบคุณครับ แมวตัวนี้ยังร้ายเสมอเลย น่ากลัวจริงๆๆ
    #8553
    0
  16. #8552 tainies (@tainies) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 10:22
    เก่งเวอรฺ
    #8552
    0
  17. #8551 พี (@gamhunter) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 09:22
    อัพสักที นายยังเมพได้น่าหวาดกลัวเลยนะราล์ฟ ค้างเฟ่ออ่ะ!!!
    #8551
    0
  18. #8550 Extinct Light (@zombiez09) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 09:18
    ขอบคุณ ครับ ติดตามอยู่ตลอดนะครับ สู้ ๆ ครับ
    #8550
    0
  19. #8549 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 09:16
    หายไปนานมากเลย
    #8549
    0
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. #8547 กระต่าeไร้ฟัu (@stop1913) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 07:49
    รอมานานแสนนาน
    #8547
    0
  22. #8546 Comrade (@fuhrer) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 07:01
    ฮูเร่ ฉลองตอนใหม่

    พ่อหนุ่มซีสคอนยังโหดเหมือนเดิม แถมที่แสบที่สุดคือทุบโล่คลาส S แตกด้วยดาบเหล็กธรรมดาเนี๊ยแหละ โทษฐานทำน้องอารินเสียน้ำตา!!!

    ส่วนบวชแว่นแมวยังโหดเหมือนเดิม!!!
    #8546
    0
  23. #8545 Nitar (@dos33672) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 05:48
    ขอบคุณค่ะ ^ ^
    รออ่านตลอดค่ะ
    #8545
    0
  24. #8544 korn (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 02:01
    T_T ตั้งตารอมาแรมเดือนได้อ่านแล้ว ^ ^ ขอบคุณครับ
    #8544
    0
  25. #8543 Kenzama (@kenzama) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 01:11
    มาต่อตอนใหม่ไวๆนะครับ
    #8543
    0