ผูกรักฝากหัวใจ (สนพ.เขียนฝัน) ปิดซีรี่ย์ผูกรัก

ตอนที่ 3 : ลูกสาวหัวดื้อ Vs คุณพ่อสุดเคร่ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 พ.ค. 60

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ขายเคสมือถือ #อ้าว #ไม่ใช่่ละ 555



“I’m a Barbie girl, in the Barbie world. Life in plastic, it’s fantastic…”

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่สวมด้วยเคสขนนุ่มฟูฟ่องสีชมพูอ่อนดังขึ้น ร่างบางจึงรีบปรี่เข้าไปรับสายเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะสีน้ำตาลข้างเตียงทันที...ดีนะว่าเธอบำรุงหน้าเสร็จแล้ว ไม่งั้นคงได้มีเคืองกันมากกว่านี้แน่

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นชื่อของปลายสายบนหน้าจอ เธอลังเลครู่หนึ่งว่าจะตัดสินใจรับสายหรือไม่ดี จนในที่สุดก็ได้คำตอบว่า

...คุณมีธุระอะไรรึเปล่าเสียงของหญิงสาวดูเย็นชา คนปลายสายจึงนึกอยากแกล้งโดยการยอกย้อนและกวนประสาทเธอ

ทำไมต้องพูดแบบเป็นทางการด้วยล่ะ เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันสักหน่อยนิชานันท์เม้มปากแน่น เธอพยายามชักสีหน้าเพื่อข่มอารมณ์บางอย่างไว้...อารมณ์ที่ทำให้หัวใจข้างในอกสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาหายไปตั้งหลายวัน แต่จู่ๆ กลับโทรมาหา

แล้วเราไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไรเธอย้อนกลับด้วยเสียงกร้าวแก้เก้อเขิน

ก็...ไม่ได้สนิทกัน...

...

แต่ก็ไม่ได้ห่างเหิน...คำพูดของเขายังคงยียวนไม่ต่างจากเดิม

...ไม่ห่างเหินยังไง!? ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แล้วเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องรู้จักกันด้วย

พูดไปก็รู้สึกเหมือนโหวงๆ อยู่ในอก แต่เธอก็ต้องการรับทราบความชัดเจนกับการกระทำของเขามากกว่านี้เช่นกัน เธอกับเขารู้จักกันมาหลายปีแทบจะพอๆ กับที่เขารู้จักอารยา...แต่เรื่องความสนิทสนมกันเทียบไม่ได้จริงๆ

ที่ผ่านมาเธอกับเขาแทบไม่ได้คุยกันมากนัก เธอเป็นเพียงแค่ไม้กันหมาช่วยกันเพื่อนให้ห่างจากผู้ชายคนนี้ได้เท่านั้น สรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเขาและเธอระหว่างคุยกันจึงดูห่างเหิน ต่างจากอารยาที่แม้จะไม่ค่อยชอบเขา หากก็ยังให้ความเคารพเรียกชายหนุ่มว่า พี่

ก็...ผมเป็นรุ่นพี่ของหลิน คุณเป็นเพื่อนกับหลิน ก็เท่ากับผมเป็นพี่ของคุณไงคนตีเนียนสนิทเป็นรุ่นพี่อ้างอย่างไม่มีเหตุผลทำเอาฟังได้แต่เบ้ปากคว่ำ

ไม่มีน้ำหนักพอ...ยังไงฉันก็ไม่นับถือคุณเป็นพี่หรอก อย่าเอาฉันไปเหมารวมเป็นรุ่นน้องคุณเหมือนยัยหลินสิ

บ่อยครั้งที่นิชานันท์คิดว่าเขาอาจจะยังลืมอารยาไม่ได้ ชายหนุ่มจึงยังคงติดต่อหาเธอ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่แปลกหรอกเพราะในเมื่อเขาเฝ้ารักเพื่อนของเธอมาตั้งหลายปี จู่ๆ ก็ต้องมาอกหัก

ฉันถามหน่อย ที่คุณโทรมาหาฉันนี่ก็เพราะยังตัดใจจากยัยหลินไม่ได้ใช่ไหม เลยต้องหาเพื่อนแก้เหงา?”

...

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็พอเถอะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นตลกด้วยหรอก

...

                พอปลายสายเงียบกินเวลาผิดปกติ นิชานันท์ก็เริ่มใจหายเหมือนครั้งก่อนในร้านอาหาร เธอเริ่มพิจารณาคำพูดของตัวเองว่ารุนแรงกับเขาไปรึเปล่า เมื่อสำนึกได้ก็รีบทำตัวเป็นศิราณีพูดปลอบเขาโดยพลัน

 “…ฉันเชื่อว่ายังมีผู้หญิงดีๆ ที่เข้ากับคุณ เหมาะกับคุณมากกว่ายัยหลินอีกเยอะ เดี๋ยวผ่านไปไม่นานคุณก็คงจะลืม...เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่คุยกับฉันแก้เหงาเลยดีกว่า...

                “ผมไม่ได้คุยกับคุณเพื่อแก้เหงา เพราะยังลืมหลินไม่ได้หรอกนะ

                ...แล้วมันมีเหตุผลอะไรล่ะที่ทำให้คุณต้องติดต่อฉันอยู่ล่ะ คุณกับฉันก็อายุกันไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ เราไม่ใช่วัยที่จะมาสนุกกับความสัมพันธ์แบบนี้นิชานันท์ถอนหายใจแล้วพูดอย่างจริงจัง บ่อยครั้งที่เขามักจะโทรหาเธอเหมือนมีธุระแต่ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป

                ...คุณไม่อยากจะคุยกับผมแล้วใช่ไหม รำคาญล่ะสิที่ผมโทรมากวนอยู่บ่อยๆ...โอเค ผมไม่โทรมากวนแล้วก็ได้...

                “…”

แค่นี้นะ

เดี๋ยว!” คำท้วงของเธอทำเอาปลายสายถึงกับชะงักและตกใจ

...คุณมีอะไรรึเปล่า

...เปล่าเสียงของคนที่รั้งไว้เบา ตรงข้ามกับเสียงที่ท้วงเขาไว้เมื่อครู่

...ชายหนุ่มเงียบกลับ กินเวลาหลายวินาทีจนเธออดเกร็งไม่ได้ สถานการณ์ตอนนี้คล้ายกับว่าต่างฝ่ายต่างรอให้ใครคนหนึ่งพูดก่อน

...ฉัน...ไม่มีอะไรแล้ว...แค่กลัวว่าคุณจะคิดมากที่ฉันพูด...คุณ...ไม่โกรธฉันใช่ไหม

...ไม่ล่ะ ที่จริงผมก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วทั้งเรื่องหลินก็...เรื่องที่คุณหาว่าผมเหงา

“…”

...ที่จริงที่ผมโทรมาผมแค่จะมาถามว่าคุณสนใจร่วมงานกับ B&N Group รึเปล่าหัวข้อสนทนาที่เปลี่ยนกะทันหันทำเอาคนฟังขมวดคิ้วหนัก

คุณหมายความว่ายังไง

แบรนด์ของคุณมีชื่อเสียงมาก เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ก็เลยเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะร่วมงานด้วยกัน คุณก็จะได้ขยายฐานลูกค้ามากขึ้น เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายและง่ายมากขึ้น ทางผมเองก็จะได้แบบใหม่ๆ ไอเดียดีๆ มาสร้างผลงานในไตรมาสต่อไป...

“…”

...คุณ...เห็นด้วยไหม

นี่เธอคงทำงานหนักจนเพี้ยนและคิดหลงไปว่าเขาเหงาจนต้องโทรมาหาเธอสินะที่แท้ก็ตีสนิทเธอเพราะอยากร่วมงานด้วยแค่นี้เอง

ไม่รู้สิ ฉัน...ขอคิดดูก่อน แค่ที่ร้านตอนนี้ฉันก็ยุ่งๆ อยู่แล้ว

อืม ผมอยากให้คุณคิดดีๆ นะ ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ผมไม่อยากให้คุณปิดโอกาสตัวเองด้วย

...

เรื่องที่ผมพูดคงไม่ทำให้คุณรำคาญหรอกใช่ไหม

...แค่นี้ก่อนนะคะ ฉันต้องไปแพลนงานสำหรับพรุ่งนี้ต่อ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

อ่อ ผมขอโทษที่มากวนเวลา ฝันดีล่วงหน้าเลยละกันนะ

ขอบคุณค่ะเธอตัดสายของเขาทันที หลังจากพูดจบ

มือบางกระแทกโทรศัพท์กับเตียงนุ่มกว้างสีม่วงอ่อนอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง

คนบ้า! ถ้าจะมาคุยเรื่องงาน ที่ผ่านมาทำไมต้องมาทำตัวตีสนิทด้วยเล่า!” นิชานันท์ฮึดฮัดได้แต่บ่นพึมพำอย่างแค้นใจ ก่อนจะหยิบนิตยสาร Vogue เพื่ออัพเดตแฟชั่นในเล่มใหม่ล่าสุด แม้มันจะไม่ค่อยเข้าหัวและมีสมาธิ แต่เธอก็ต้องทำ เพราะช่วงนี้งานของเธอค่อนข้างยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้มากนัก...เรื่องของความรู้สึก

ปล่อยวาง นิชานันท์ปล่อยวาง...

 

ร่างบางรีบวิ่งลงบันไดมาจากชั้นสองด้วยความเร่งรีบ เธอไม่แน่ใจว่าช่วงเวลานี้จะทันรึเปล่าที่จะไปดูเนื้อผ้าผืนใหม่ที่ทางโรงงานส่งมาให้ มันเป็นผ้าฝ้ายพิเศษที่เธอสั่งทำโดยเฉพาะสำหรับเสื้อตัวใหม่ในซีซั่นถัดไป และวันนี้เธอก็ต้องไปดูให้ทันเพราะตัวแทนขายรีบมาพบเธอแต่เช้าก่อนเพราะวันนี้เขาบอกว่ามีธุระที่ต้องรีบเดินทางไปต่างจังหวัดต่อ ซึ่งแน่นอนว่าที่นี่เป็นโรงงานผลิตผ้าฝ้ายเล็กๆ แต่คุณภาพนั้นดีกว่าโรงงานใหญ่ๆ และดังมาก

...ไม่น่าตื่นสายเลยย ถ้าเมื่อคืนไม่มัวแต่คิดเรื่องไร้สาระของอิตานั่น เธอก็คงจะไม่วุ่นวายขนาดนี้!

จะรีบไปไหนนิด มาทานข้าวด้วยกันก่อนสิพี่ชายที่นั่งรับประทานอยู่บนโต๊ะอาหารกับพ่อทักขึ้น ไม่บ่อยนักที่จะเจอพวกเขานั่งรับประทานกันช่วงเช้า เพราะเธอมักจะเลือกออกบ้านในช่วงสายกว่าเสมอ

ไม่เป็นไรค่ะ นิดไม่ชอบทานข้าวเช้าเธอปฏิเสธไปที แต่เสียงของบิดากลับทำให้ขาเรียวที่กำลังเดินออกไปชะงัก

ไม่อยากทานข้าว หรือไม่อยากเห็นหน้าฉันกันแน่

นิชานันท์หันกลับไปมองต้นเสียง ท่านยังคงรับประทานอาหารโดยไม่ได้เหลียวมามองเธอสักเลยนิด ...พอดีว่าเช้านี้นิดมีงานต้องรีบไปทำค่ะ

แต่นี่ยังเช้าอยู่เลยนะ มาทานข้าวกันก่อนก็ได้ยังไม่วายที่นพรัตน์จะพูดหาเรื่องให้เธอโดนพ่อตำหนิอีกครั้ง

ปล่อยมันไปเถอะ ยังไงนิดมันก็ไม่เคยเห็นฉันเป็นพ่ออยู่แล้ว บางทีฉันอาจจะไม่ใช่พ่อจริงๆ ของมันก็ได้

นิชานันท์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นเพื่อต่อรองอีกฝ่ายแทนให้รอเธอไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเดินเข้าไปหาพ่อและพี่ชายที่กำลังนั่งรับประทานข้าวเช้ากันอยู่

แล้วคุณแม่ยังไม่ลงมาเหรอคะนานมาแล้วที่เธอไม่ได้มานั่งทานข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตา...หากครั้งนี้ดูแปลกไป เพราะปกติแล้วแม่จะต้องมานั่งรับประทานข้าวเช้าด้วยตลอด ไม่มีวันไหนที่ท่านไม่อยู่เพราะต้องทำหน้าที่ภรรยา ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เธอจำได้ก็กินเวลากว่าสิบปีมาแล้ว

แม่น่าจะยังไม่ตื่น จริงๆ ท่านไม่ได้ลงมาทานด้วยกันนานแล้ว

นิชานันท์ฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้ารับทราบ แม้จะสงสัยจนอยากจะถามแค่ไหนแต่เธอก็ไม่ปริปากพูด เพราะเพียงแค่เธอนั่งรับประทานอยู่กับพ่อบังเกิดเกล้าโดยไม่พูดไม่จากันก็เกร็งกันมากพออยู่แล้ว

แล้วเมื่อไรแกจะเลิกเล่นแต่งตัวตุ๊กตาแล้วกลับมาทำงานที่บริษัทซักทีล่ะคำเปรยของผู้มีอำนาจใหญ่ในบ้านที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์หลังรับประทานเสร็จแล้วทำให้มือบางที่กำลังตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากชะงัก

นิดไม่ได้เล่นขายของค่ะ มันเป็นร้านของนิด เป็นสิ่งที่นิดทำมาหากินเธอบอกท่านอย่างจริงจัง

ฉันก็ได้ยินจากเจ้าน็อตมาว่ามันดูเหมือนจะรุ่งและไปได้สวย แต่ถ้าเทียบกับบริษัทของฉันแล้วมูลค่ามันต่ำกว่า ถ้าแกไม่รีบกลับมาทำงานพี่น้องคนอื่นก็จะเข้ามาฮุบบริษัทไปหมด แกจะยอมให้พวกเขามายึดเอารึไง หรือแกจะหวังเพียงแค่กินเงินปันผลของหุ้นที่ถืออยู่ แค่นั้นใช่ไหม เหมือนยิ่งพูดท่านก็ยิ่งจะอารมณ์เสียและตัวคนฟังเองก็เช่นกัน ซึ่งนี่เป็นข้อเสียของสองพ่อลูกคือไม่มีใครยอมใคร

นิชานันท์นึกอยากยอกย้อนกลับไปว่าพ่อไม่ได้เก็บไว้ให้ลูกอีกคนจากบ้านอีกหลังหรอกหรือ หากเธอก็ไม่ได้ทำเพราะไม่อยากมีปากเสียงกับท่าน

ถึงมันจะน้อยนิด แต่มันก็เป็นสิ่งที่นิดรัก และนิดก็ไม่ได้ขอเงินพ่อซักบาท ตั้งแต่นิดจบมา ที่สำคัญไม่ใช่เพราะพ่อหรอกเหรอคะที่เป็นคนไล่นิดออกมาทำงานของนิดเองเสียงของลูกสาวเรียกโทสะคนเป็นพ่อพลัน

ใครเป็นพ่อ ใครเป็นลูกกันแน่ หรือแกคิดว่าตัวเองโตแล้วมีปัญญาหาเศษเงินเองได้เลยทำตัวปีกกล้าขาแข็ง จริงสิแกอาจจะไม่ใช่ลูกฉันก็ได้ แน่จริงก็ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเลยสิ!”

มือบางกระแทกช้อนวางลงบนชาม ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่เกรงใจพ่อและพี่ชาย ถ้านิดไม่เคยรับปากแม่ไว้นิดก็จะย้ายออกไปแล้ว! และอีกอย่างที่ผ่านมาพ่อไม่เคยสนใจแม่ ปล่อยให้แม่ต้องเจ็บเพราะการกระทำของพ่อ ทำไมไม่คิดว่าเป็นความผิดของตัวเองบ้างล่ะ!”

นิดอย่าขึ้นเสียงกับผู้ใหญ่นพรัตน์เตือนสติน้องสาว แต่ตอนนี้เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น

พี่น็อตก็เห็นว่าตลอดมาพ่อเป็นคนยังไง แต่พี่น็อตยังปิดหูปิดตาไม่ดูปัญหาครอบครัวเลย พี่น็อตไม่รักแม่บ้างหรือไง!”

นิด!” สีหน้านพรัตน์ดูเคร่งเครียด เขาไม่ใช่พี่ชายคนเดิมที่ขี้เล่นและสนใจน้องสาวอีกต่อไป

นิดอิ่มแล้ว เชิญพ่อกับพี่น็อตลูกชายสุดที่รักทานกันต่อเถอะนะคะนิชานันท์กล่าวลาพร้อมกับยกมือไหว้แล้วคว้ากระเป๋าถือที่เธอวางไว้รีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นเช่นนี้ไม่เคยเปลี่ยน พ่อไม่เคยจะสนใจความรู้สึกของคนในครอบครัวเลยสักนิด เขาบ้างานแถมยังมีบ้านเล็กบ้านน้อยโดยไม่แยแสแม่ที่เป็นภรรยาของเขา! เธอเกลียดที่สุดเลย...ผู้ชายเจ้าชู้เนี่ย!!! 

 

-----

 เรื่องนี้เป็น 1 ในสามของซีรี่ย์ 1 'ผูกรัก' นะคะ แยกอ่านก็ได้ อ่านทั้งหมดก็ฟิน (หนัก) อิอิ 


ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ จิ้มๆรูปๆรัวๆ 555  

 

 

-----

เย้ๆ เรื่องนี้แนวสบายๆ คอมเมดี้นาจา อ่านแล้วไม่คิดมาก



ตอนนี้หนังสือพี่กันต์แจกที่หน้านิยายนะคะ ลองเข้าไปเล่นกันดูน้า ผูกรักคล้องใจ


ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ จิ้มๆรูปๆรัวๆ 555  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

472 ความคิดเห็น

  1. #467 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 00:10
    เกลียดเหมือนกัน เกลียดความสัมพันธ์ยุ่งๆพวกนี้
    #467
    0
  2. #345 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 21:35
    ทำเอาฟัง - ทำเอาคนฟัง

    เหตุผลอะไรล่ะ - เหตุผลอะไร(ท้ายประโยคมี "ล่ะ" ตามมาอีกตัวอยู่แล้ว)

    คุณกับฉันก็อายุกันไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ - คุณกับฉันก็อายุไม่ใช่น้อยๆกันแล้วนะ
    #345
    0
  3. #58 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:28
    ที่มาอยู่นี่เอง
    #58
    0
  4. #55 took1374 (@took1374) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:12
    เชียร์อยู่นะคู่นี้. ชอบๆๆ
    #55
    0
  5. #54 fahnatee (@fahnatee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:43
    ดีค่ะ ตอดนิดจีบหน่อยสนุกดี แต่ให้เข้าทีบอกตรงๆ เลยยิ่งดี 555
    #54
    0
  6. #53 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:54
    ฝันดีล่วงหน้าด้วย ชอบๆ
    #53
    0