มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 21 : บทที่ ๒๑ : รังรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,598 ครั้ง
    4 ต.ค. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๒๑ : รังรัก

 

                เสียงรองเท้าของเหล่าพยาบาลกระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ชุดขาวต่างเดินขวักไขว่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างแข็งขันในยามเช้าตรู่ กล่าวว่าหน้าที่ใด ๆ ก็ย่อมมีเวลาพักผ่อนแต่หาใช่เหล่าแพทย์และพยาบาลไม่ แม้ว่าคุณชายอนิละจะเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เนื่องจากต้องมาตรวจร่างกายกับพี่ชายและรับยาระงับกลิ่นกาฬวิฬาร์ แต่ในครั้งนี้กลับต่างออกไป เพราะคนที่มาด้วยก็ดีหรือเพราะป้ายที่ระบุแผนกสูตินารีก็ดี คนตัวผอมกระชับมือของตนเองกับมือหนาของสามีเอาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้น

 

                “ตื่นเต้นจนเหงื่อออกเลยหรือครับ” สามีหนุ่มของคุณชายสองกระชับมือตอบรับแล้วเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ ดั่งเพลิงพยายามปลอบใจเขาอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อคืนรู้ว่าตนจะต้องมาพบแพทย์และฝากครรภ์ คุณชายสองก็ยิ่งตื่นเต้นจนต้องขนของไปนั่งคนเดียวในรังตู้เสื้อผ้านานสองนาน

 

                “สองกลัว” คุณชายสองพึมพำแล้วเม้มปากเป็นเส้นตรง แล้วเผลอยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตนเองเบา ๆ อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงลำดับของตนแล้ว ที่เป็นกังวลถึงเพียงนี้ก็เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินมาก่อน ตลอดเวลาที่เจ็บป่วยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับวรรณะก็มักจะมีนายแพทย์ประจำบ้าน หรือคุณชายหมอวัชระที่มาดูแลตนเสียมากกว่า แต่เพราะคราวนี้มาด้วยอีกประเด็นหนึ่ง คุณชายสองก็ย่อมต้องมาที่โรงพยาบาลเนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อมนั้นอยู่ที่นี่

 

                “ไม่ต้องกลัว พี่จะอยู่กับสองตลอดนะครับ นั่นไง พี่ชายหนึ่งมาแล้ว” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างแล้วยกมืออีกข้างขึ้นจับต้นคอของคุณชายสองที่มีริบบิ้นผูกไว้อยู่ ก่อนที่จะหันไปเห็นคุณชายหนึ่งส่งยิ้มมาให้จากบริเวณหน้าห้องตรวจ

 

                “ประเดี๋ยวพี่จะเข้าไปด้วย ไม่ต้องกังวลนะ คุณหมอที่จะดูแลเคสสองนั้นเป็นรุ่นพี่ของพี่เอง” คุณชายหมอกล่าว เหมือนแว่ว ๆ ที่ดั่งเพลิงบอกระหว่างขับรถว่าขอให้พี่ชายของตนช่วยมาดูด้วยคงจะจริง แต่กระนั้นคุณชายสองก็ไม่เข้าใจนัก กับประโยคที่สามีบอกว่าหากมีอะไรฉุกเฉินจะได้แจ้งข่าวกับใครต่อใครทัน

 

                “เอ่อ พี่ชายหนึ่งครับ ไม่มีแพทย์ที่เป็นบรรตาหญิงบ้างเลยหรือครับ” ดั่งเพลิงถาม ประโยคดังกล่าวทำเอาคุณชายหมอหลุดหัวเราะออกมา

 

                “ถ้าสูติฯ น่ะไม่มีหรอกครับ คุณหมอที่เป็นบรรตาหญิงของโรงพยาบาลมีน้อยมาก อีกทั้งยังเป็นทันตแพทย์กันมากกว่า ผมทราบดีว่าหวงเจ้าสอง แต่เราทำตามหน้าที่ ไม่ล่วงเกินคนป่วยหรอก” คุณชายหมอกล่าวเพื่อให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่สบายใจ

 

                “พูดเช่นนี้ก็แสดงว่าคุณหมอเป็นอันฬาซีนะครับ เฮ้อ รู้เช่นนี้ไปโรงพยาบาลเอกชนจะดีเสียกว่า” ดั่งเพลิงพ่นลมด้วยความหงุดหงิดใจ กลายเป็นว่าคุณชายสองที่โดนปลอบเมื่อครู่กลับต้องจับมือปลอบดั่งเพลิงให้ใจเย็นแทน

 

                “ครับ เป็นอันฬาอาจารย์หมออายุน้อยเสียด้วย ถึงวรรณะจะไม่ถูกใจคุณเพลิง แต่เรื่องการดูแลอะไรต่าง ๆ ไว้ใจเขาได้นะครับ” คุณชายหมอวัชระกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนที่จะเดินไปพูดคุยกับนางพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่

 

                “พี่เพลิงหวงสองหรือครับ” คุณชายสองยิ้มขี้เล่นใส่ดั่งเพลิง เอียงศีรษะมองใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายให้ชัดขึ้น แม้จะชอบใจเวลาเห็นดั่งเพลิงหึงหวงแต่ก็ไม่ต้องการที่จะกล่าวออกไป เพราะกลัวดั่งเพลิงจะเหลิงได้ใจ

 

                “หวงซีครับ จะศิษย์หมออาจารย์หมอ พี่ก็หวงทั้งนั้น อันฬาน่ะไว้ใจไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มเอนหลังพิงไปยังเก้าอี้ไม้แล้วถอนหายใจ มือหนายกขึ้นมาจับแก้มกลมของคุณชายสองเบา ๆ คนตัวผอมได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วอิงหน้าซบไปที่ฝ่ามือของสามี

 

                “หม่อมราชวงศ์อนิละ เทววงศ์ ห้องตรวจพร้อมแล้วนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ” พยาบาลสาวที่คุยกับคุณชายหมอเมื่อครู่ก็ประกาศเรียกคนไข้อีกครั้ง เมื่อได้ยินประกาศทั้งคุณชายสองและดั่งเพลิงก็พากันลุกขึ้น เดินตามนางพยาบาลและพี่ชายไป

 

*****

 

            ดั่งเพลิงลอบมองนายแพทย์หนุ่มด้วยความไม่สบอารมณ์ คุณหมอคนนี้มีผิวขาวเหลือง ผอมโปร่ง ถึงแม้รูปร่างจะไม่สูงใหญ่กว่าเขานัก แต่เพราะหน้าตาค่อนข้างหล่อเหลาและดูเจ้าชู้ จึงทำให้ดั่งเพลิงหงุดหงิดใจ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกเรียนแขนงนี้ แม้กระทั่งปากแหลม ๆ นั่นก็ยังสร้างความรำคาญให้กับชายหนุ่ม ดั่งเพลิงเดินไปลูบหลังคุณชายสอง ขณะที่นายแพทย์คนดังกล่าวกำลังจับผู้เป็นภรรยาเจาะเลือดเพื่อวัดค่าความต่างจากสัปดาห์ก่อน เขาพยายามแล้วที่จะทำอารมณ์ให้ปกติ แต่หลังจากที่เข้าห้องตรวจมาสิ่งที่ทำให้เขาได้ประหลาดใจก็คือ คุณหมอสูติฯ คนนี้หรือ นายแพทย์ปราบ ฤกษ์ดำรง นั้น รู้จักกับคุณชายสองมาก่อน เนื่องด้วยเป็นรุ่นพี่ที่สนิทของคุณชายหมอวัชระ ในอดีตจึงไปมาหาสู่วังเทววงศ์หลายครา สรรพนามพี่กับน้องสองจึงออกมาจากปากของหมอปราบเสียบ่อยครั้ง

 

                “เรียบร้อยครับน้องสอง” หมอปราบยิ้มกว้างพลางจัดการติดสำลีกับแขนเล็กของคุณชายสอง ท่าทีสบาย ๆ ขัดกับภาพลักษณ์นายแพทย์คนอื่น ๆ ที่มักจะดูจริงจังนั่นก็ทำให้ดั่งเพลิงแอบติดลบในใจไปใหญ่

 

                “ขอบพระคุณครับพี่ปราบ” คุณชายสองกล่าวแล้วพนมมือไหว้นายแพทย์รุ่นพี่ของพี่ชาย ดั่งเพลิงขมวดคิ้วเสมองไปทางคุณชายหมอวัชระทันที เมื่อคุณชายสองเงยหน้ามาหาตน พยายามข่มใจว่านี่อาจเป็นอาการข้างเคียงจากการที่มีอันฬาอื่นมาจับกาฬวิฬาร์ของตนเอง ไม่ก็สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้อย่างแพ้ท้องแทนเมียที่ทำให้ตนหงุดหงิดง่ายก็เป็นได้

 

                “ใจเย็น ๆ นะครับ ใช่ว่าผมจะเคยเจอคู่สามีภรรยาโซลเมทครั้งแรกเสียหน่อย อาการหวงภรรยาแบบนี้คงเพราะรักมาก ใช่ไหมวะไอ้คุณชายหมอ” แต่ดูท่าว่าหมอปราบจะจับสังเกตดั่งเพลิงได้ เขายกขาขึ้นไขว่ห้างขณะจดข้อมูลแล้วส่งสายตามายังชายหนุ่ม

 

                “ครับ แต่พื้นฐานน้องเขยผมคนนี้เขาก็ขี้หวงอยู่แล้วน่ะครับ” คุณชายหมอหัวเราะเล็ก ๆ แล้วยักไหล่มาทางดั่งเพลิง ดั่งเพลิงมองกลับไปยังพี่เขยด้วยความฉงน ไม่รู้ว่าคุณชายหมอแกล้งพูดกระแนะกระแหนตนเล็ก ๆ หรือไม่

 

                “ต่อไปน้องสองขึ้นไปนอนบนเตียงนะครับ พี่จะซาวด์ดูน้องในท้อง” หมอปราบดันกรอบแว่นบนใบหน้าให้เข้าที่เข้าทางแล้วกล่าวกับคุณชายสอง

 

                “ส.. สองต้องตรวจกับเครื่องนี้ด้วยหรือครับ” คุณชายสองเริ่มแสดงอาการกังวลเมื่อหันไปเห็นเจ้าเครื่องตรวจขนาดใหญ่ที่อยู่มุมห้อง ดั่งเพลิงสังเกตว่าคุณชายสองนั้นหันไปมองเครื่องนี้หลายครั้งแล้วตั้งแต่เข้าห้องตรวจ ขนาดของเครื่องคงทำให้คนตัวผอมกลัว นึกแล้วก็น่าเอ็นดูเพราะกับเจาะเลือด คุณชายสองกลับไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย

 

                “ไม่น่ากลัวหรอกนะครับ แค่ไปนอนเฉย ๆ วิทยาการทางการแพทย์ก้าวกระโดดไปมากโดยเฉพาะหลังวรรณะใหม่ ดังนั้นเครื่องนี้จะเป็นมิตรกับชายสองและหลานพี่นะครับ” คุณชายหมอออกปาก ดั่งเพลิงที่รู้สึกว่าตนเองยืนเกะกะในห้องตรวจก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเหมือนกัน เพราะความรู้สึกในใจที่เชื่อมกับคุณชายสองนั้นคล้ายกับจะรู้ว่าอีกไม่กี่นาที ภรรยาของเขาจะต้องงอแงเป็นแน่

 

                “ไม่เป็นไรนะ พี่กับพี่ชายหนึ่งก็อยู่ด้วย ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยครับ” ดั่งเพลิงเดินเข้าไปโอบไหล่ของคุณชายสองแล้วพยุงให้อีกฝ่ายลุกขึ้น

 

                “สองไม่ตรวจกับเครื่องไม่ได้หรือครับ” คุณชายสองเบ้หน้า ดวงตากลม ๆ ช้อนขึ้นมามองเขาแล้วอ้อนวอนจนดั่งเพลิงแทบจะใจอ่อน

 

                “ไม่ได้นะ ชายสองต้องตรวจกับเครื่อง ถ้าวันนี้ชายสองกลัวแล้ววันคลอดจะทำอย่างไรล่ะครับ” คุณชายหมอกล่าวเสียงเข้ม ถึงแม้ว่าคุณชายสองจะพยายามขอให้ตนช่วยแต่ดั่งเพลิงก็เห็นด้วยกับพี่เขย

 

                “ไม่เช่นนั้น พี่จะงดขนมแล้วให้สองทานแต่ผักอย่างเดียวนะครับ” ดั่งเพลิงกล่าวเสียงดุ ซึ่งค่อนข้างได้ผลดีทีเดียว เพราะไม่นานคุณชายสองก็ไปนอนรอบนเตียงรอตรวจแล้ว เขากับคุณชายหมอถึงกับมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเล็ก ๆ เพราะช่วงนี้เรื่องกินนั้นดูจะเป็นเรื่องใหญ่ของคุณชายสองเสียเหลือเกิน

 

                “เครื่องพร้อมแล้วครับ เพราะว่าค่าเอชซีจีในเลือดสูง ดังนั้นพี่ขออนุญาตจรวจจากทางช่องคลอดนะครับ” หมอปราบหันมาพูดกับคุณชายสอง หลังจากที่ตรวจความเรียบร้อยของเครื่องอัลตร้าซาวน์

 

                “เดี๋ยวนะครับ.. ตรวจจากตรงนั้นหรือครับ” ดั่งเพลิงขมวดคิ้วแล้วหันไปถามหมอปราบทันที เพราะเขารู้มาจากเพื่อนที่มีครอบครัวว่าจะตรวจกับหน้าท้อง เขาจึงไม่ได้เตรียมใจเมื่อรู้ว่าภรรยาจะต้องถูกตรวจในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

                “ทราบครับว่าหวงและกังวล แต่ไว้ใจเถอะนะครับ เพราะผมน่ะทำเด็กไม่เป็นหรอก ทำเป็นแค่ทำคลอด” หมอปราบพูดติดตลกขณะหยิบอุปกรณ์ขึ้นมา

 

                “ผมไม่ตลกนะครับ” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นลูบท้ายทอยของตนเอง สลับกับมองไปยังคุณชายสองที่นอนหน้าตื่นอยู่บนเตียง

 

                “อืม.. ผมจะทำอย่างไรดี คุณกับน้องสองได้คิดเอาไว้หรือยังครับว่าจะให้น้องในท้องเรียกพวกคุณว่าอย่างไร พี่ขออนุญาตนะครับ” คุณหมอปราบถามขึ้นขณะตรงไปยังเตียงที่คุณชายสองนอนอยู่ เขาค่อย ๆ จับขาของคุณชายสองชันขึ้นกับเตียง

 

                “เอ่อ.. ยังไม่ได้คุยกันจริงจังครับ แต่คิดว่าจะให้เรียกผมว่าปะป๊าเหมือนที่ผมเรียกป๊า แต่สองเขาเป็นคนไทยแท้ ไม่รู้ว่าสองจะให้ลูกเรียกว่าอย่างไร” ดั่งเพลิงรู้สึกมึนงงเล็ก ๆ ที่หมอปราบจู่ ๆ ก็ชวนคุย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองไปยังคุณชายสองที่กำลังจะถูกตรวจตาไม่กระพริบ

 

                “ถ้าลูกเรียกพี่เพลิงว่าปะป๊า ก็ต้องเรียกสองว่า ม.. หม่าม้าซีครับ” คุณชายสองที่นอนอยู่กล่าวแล้วยิ้มกว้าง ดั่งเพลิงเคยคิดว่าคำว่าพี่จากปากคุณชายสองนั้นน่ารักแล้ว แต่พอคนตัวผอมเรียกตนว่าปะป๊ามันกลับน่ารักเสียยิ่งกว่า ทำเอาซะเขาลืมความหงุดหงิดเรื่องการตรวจไปเสียสนิท

 

                “เช่นนั้นคุณปะป๊าช่วยหมอหน่อยนะครับ คุณพยาบาลเตรียมผ้าคลุมไว้ให้แล้ว คุณปะป๊าต้องถอดกางเกงคุณหม่าม้าออก ส่วนหมอจะทำหน้าที่แค่ใช้อุปกรณ์ตรวจ ตกลงไหมครับ” หมอปราบกล่าวยิ้ม ๆ ให้กับดั่งเพลิงและคุณชายสอง ประโยคปลอบประโลมดังกล่าวทำให้ดั่งเพลิงเบาใจได้บ้าง เขาจึงเดินไปรับผ้าคลุมจากนางพยาบาลแล้วค่อย ๆ จัดการคลุมกับช่วงล่างของคุณชายสอง เพื่อถอดกางเกงอีกฝ่ายออกภายใต้ผ้าผืนดังกล่าว

 

                “พี่ถอดให้นะครับ” ดั่งเพลิงพูดกับคุณชายสองเบา ๆ คุณชายสองชั่งใจไปแวบหนึ่งแต่ก็พยักหน้ายอมให้สามีถอดกางเกงแต่โดยดี

 

                “ขออนุญาตเริ่มตรวจเลยนะครับ” คุณหมอหน้าหยกกล่าว จากนั้นดั่งเพลิงจึงปล่อยให้หมอปราบและพยาบาลสาวจัดการต่อ ชายหนุ่มลอบเห็นว่ามีการทาอะไรสักอย่างกับช่วงล่างของคุณชายสอง สักพักหนึ่งหมอปราบก็สอดเครื่องมือเข้าไปภายใต้ร่มผ้า

 

                ” คุณชายสองที่หน้าขึ้นสีจัดจับมือของดั่งเพลิงเอาไว้แน่น แต่ชายหนุ่มกลับทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนจับมือภรรยา ถึงแม้ว่าจะกังวลและไม่ชอบใจเล็กน้อย แต่ดั่งเพลิงก็ยอมรับว่าเขานั้นตื่นเต้นเสียเหลือเกิน เพราะเพื่อนของเขาอย่างนิลก็เคยเล่าให้ฟังว่าจะสามารถเห็นลูกได้ ผ่านการตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์

 

                “นั่นไง ไม่แปลกใจเลย สงสัยคงต้องเตรียมตัวกันหนัก ๆ เสียแล้ว” หมอปราบพึมพำแล้วหันไปหัวเราะกับคุณชายหมอที่ยืนมองจออยู่ด้านหลัง ในขณะที่คุณหมอสูติดูจะขบขันแต่พี่เขยของดั่งเพลิงกลับมีสีหน้าตระหนกตกใจเล็ก ๆ

 

                “หมายความว่าอย่างไรหรือครั-- ดั่งเพลิงเมื่อเห็นว่าคุณชายสองดูหน้าเสียไป ก็หันไปถามนายแพทย์ทั้งสองด้วยความสงสัย

 

                “ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่มีอะไร รบกวนชายหมอหันจอไปให้คุณปะป๊ากับคุณหม่าม้าดูที” คุณหมอหน้าหยกยิ้มกว้าง ก่อนที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากนายแพทย์รุ่นน้อง

 

                “พ.. พี่เพลิง นั่นลูกเราใช่ไหมครับ” คุณชายสองบีบมือของดั่งเพลิงแน่นเมื่อเห็นภาพบนจอ ในขณะที่ดั่งเพลิงนิ่งงันไปชั่วขณะ

 

                “ดูดี ๆ นะครับ แฝดสองเสียด้วย” หมอปราบกล่าว

 

แม้ว่าชายหนุ่มจะเตรียมใจมาแล้วหลังจากที่คุณชายหมอโทรศัพท์มาหา แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นลูกของตนเองชัดเพียงนี้ ภาพของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยสองคนทำเอาเขาถึงกับไปไม่ถูก ชายหนุ่มค่อย ๆ โน้มตัวลงไปกอดคุณชายสองเบา ๆ เรื่องมหัศจรรย์ยังคงเกิดกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณชายสองไม่ได้ให้ของขวัญกับเขาเพียงชิ้นเดียวแต่กลับเป็นสองชิ้น

 

“ลูกเรามีสองคนหรือครับ” คุณชายสองยังคงหันมาถามดั่งเพลิงต่อ ริมฝีปากบางที่สั่นระริก และดวงตากลมโตแสดงออกถึงความประหลาดใจ

 

“ช.. ใช่ครับ ทั้งสองคนอยู่ในนี้ สองกลัวหรือเปล่า” ดั่งเพลิงหอมศีรษะคนตัวผอมไปฟอดใหญ่แล้วยิ้มกว้าง เขาใช้มือหนาลูบไปยังหน้าท้องของภรรยาที่นอนอยู่ อีกใจหนึ่งก็ดีใจแต่อีกใจก็เริ่มเป็นห่วงภรรยา

 

“ส.. สองไม่กลัว ดูสิ ลูกน่ารักจังครับ” คุณชายสองหัวเราะนิด ๆ พลางยกมือขึ้นขยี้ตาตนเอง ขนตาแพหนาชุ่มไปด้วยน้ำใสเพราะความตื้นตันใจ ภาพของคุณชายสองที่ดูภูมิใจและสิ่งมีชีวิตที่กำลังขยับแขนขาในจอ เป็นดั่งสัญญาณบอกความชัดเจนว่าแต่นี้ไป ชายหนุ่มจ้าสำราญนั้นเป็นสามีและพ่อคนเต็มตัวแล้ว

 

หมอปราบปล่อยให้ดั่งเพลิงและคุณชายสองดูภาพของลูกบนจอสักพัก จากนั้นจึงตรวจดูอีกนิดหน่อย แล้วจึงให้ข้อสรุปว่าเด็กทั้งสองเป็นแฝดแท้อายุสิบสองสัปดาห์ และคุณชายสองจะต้องมาตรวจครรภ์ตามนัดทุกเดือน เนื่องจากเป็นคู่แฝดจึงมีความเป็นไปได้ว่าคนตัวผอมอาจคลอดบุตรก่อนกำหนด รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่ต้องระวัง เมื่อได้ฟังทั้งหมดดั่งเพลิงถึงกับนั่งไม่ติด ผิดกับคุณชายสองที่ดูไม่ได้กลัวหรือกังวลเท่ากับเขาเลยตั้งแต่เห็นเด็ก ๆ ผ่านจอ อาจเป็นเพราะจิตวิญญาณความเป็นแม่ของกาฬวิฬาร์ก็เป็นได้ กลายเป็นว่าระหว่างทางที่ขับรถกลับบ้าน คุณชายสองต้องปลอบดั่งเพลิงตลอดทางว่าไม่ต้องกังวล

 

*****

 

                คุณชายอนิละค่อย ๆ ลืมตาตื่นเพราะแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านทางหน้าต่าง จำได้เพียงแค่ว่าเมื่อคืนนั้นนอนคุยกับดั่งเพลิง และปล่อยให้สามีนอนคุยกับหน้าท้องของตนจนหลับไป เช้านี้กลับแปลกไปที่อีกฝ่ายไม่ได้นอนอยู่เคียงข้างกายแล้ว เมื่อหันไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียง คนตัวผอมก็ต้องตกใจทันทีที่ตอนนี้เข็มสั้นชี้ไปที่เลขสิบเอ็ด เจ้าตัวไม่เคยนอนตื่นสายขนาดนี้มาก่อน คิดเช่นนั้นก็ดีดตัวลุกจากเตียงทันที แต่พอคิดถึงสิ่งมีชีวิตสองคนในท้องก็เปลี่ยนเป็นเดินเบา ๆ เข้าห้องน้ำไปแทน

 

                “คุณชายของจวงตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” สาวรับใช้กล่าวกับคุณชายสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่เจ้าหล่อนกำลังเก็บเตียงให้กับเจ้านายอยู่

 

                “พี่จวง อรุณสวัสดิ์ครับ” คนตัวผอมที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำลอบเห็นว่าตาของสาวรับใช้นั้นแดงก่ำ แต่ตนนั้นก็ไม่กล้าถามว่าจวงร้องไห้เพราะอะไร

 

                “ให้จวงช่วยแต่งตัวนะเจ้าคะ ท่านเจ้าสัวกับคุณเพลิงรอพบอยู่ข้างล่างเจ้าค่ะ วุ่นวายกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว” สาวรับใช้ว่าพลางจัดหาชุดให้กับเจ้านายตัวน้อยของตน

 

                “ทำไมหรือครับ” คุณชายสองถาม โดยปกติแล้ววันธรรมดาเช่นนี้ทั้งเจ้าสัวและดั่งเพลิงมักจะออกไปทำงานทั้งคู่ จึงนึกแปลกใจที่วันนี้สองพ่อลูกเกริกวานิชกลับอยู่บ้าน อีกทั้งยังต้องการพบตนอีก

 

                “คุณชายต้องลงไปดูเองเจ้าค่ะ” สาวรับใช้ยิ้มกว้าง

 

*****

 

                “ไอ้มังกรลื้อนี่มันจริง ๆ เลย!

 

                “โถ่ป๊า ผมก็รอให้มั่นใจ”

 

                “ถ้าอั๊วะหัวใจวายตายไปจะทำยังไงห๊ะ ปิดมาตั้งสามเดือน”

 

                เสียงโหวกเหวกของเจ้าสัวและดั่งเพลิงดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ขณะที่คุณชายสองกำลังเดินลงมายังชั้นล่าง คนตัวผอมรู้สึกประหลาดใจกับคนมากหน้าหลายตาที่พากันเดินถือกล่องและเครื่องไม้เครื่องมือเดินไปมาในห้องโถง บางคนตนก็พอจำได้ว่าเป็นคนรับใช้ในบ้าน แต่หลายคนตนกลับไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย พอหันไปมองจวงที่ประคองตนเดินลงบันไดมาด้วยความสงสัย สาวรับใช้กลับส่งรอยยิ้มเป็นคำตอบเท่านั้น

 

                “ว่าที่คุณแม่มาแล้วเจ้าค่ะ” จวงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าสองพ่อลูกเกริกวานิชมองขึ้นมาเห็นตนและคุณชายสอง ประโยคดังกล่าวทำเอาคุณชายสองแปลกใจเล็ก ๆ เพราะว่าตั้งแต่ดั่งเพลิงรับตนกลับมาจากวังเทววงศ์ ดั่งเพลิงก็บอกว่าจะถือเคล็ดไม่บอกเรื่องตนท้องกับเจ้าสัวและคนที่เกริกวานิช บางทีการตื่นสายในวันนี้ทำให้คุณชายตัวเล็กพลาดอะไรไป

 

                “เอ้า ไปพาน้องเดินลงบันไดมาซี” เจ้าสัวเส็งหันไปเอ็ดดั่งเพลิงทันที

 

                “ไม่ต้องบอกผมก็เดินไปรับอยู่แล้วหน่าป๊า” ดั่งเพลิงบ่นอุบแล้วจึงไปรับช่วงต่อประคองคุณชายสองลงบันไดแทนจวง ท่าทีที่ตื่นเต้นเกินจริงของดั่งเพลิงทำเอาคนตัวผอมนึกขันไม่ได้ เพราะตนเองก็ท้องได้ไม่นานเสียหน่อย อีกทั้งหน้าท้องก็ไม่ได้ใหญ่มโหฬาร แต่ดั่งเพลิงก็ทำอย่างกับตนเดินเหินเองไม่ได้เสียแล้ว

 

                “คุณชายสองมาหาป๊ามาลูก ๆ” อันฬาวัยกลางคนยิ้มแฉ่งแล้วกวักมือให้คุณชายสองเข้าไปใกล้ ซึ่งดั่งเพลิงก็พาคุณชายสองนั่งลงบนพรมด้านหน้าโซฟาไม้ที่เจ้าสัวนั่งอยู่

 

                “พี่ถือวิสาสะบอกเรื่องลูกกับป๊าและทุกคนแล้วน่ะครับ” ดั่งเพลิงกล่าวขยายความให้กับคุณชายสองที่ดูมึนงงอยู่ คนตัวผอมก็พยักหน้ารับแล้วหันไปยิ้มน้อย ๆ ให้กับพ่อสามีทันที

 

                “ไม่นึกเลยว่าจะมีหลานให้ป๊าเร็วขนาดนี้ อีกทั้งยังมีตั้งสองคน ป๊าขอบใจมากนะลูก” เจ้าสัวว่าพลางลูบศีรษะของคุณชายสองอย่างแผ่วเบา

 

                “ไม่เป็นไรเลยครับ สองเองก็ต้องขอบคุณเหมือนกัน” คุณชายสองเงยหน้ามองชายวัยกลางคนแล้วยิ้มกว้าง ในขณะที่ดั่งเพลิงก็ยกมือขึ้นโอบเอวตนเอาไว้

 

                “บางทีป๊าก็คิดว่าคุณชายแสนดีเกินไปกว่าลูกป๊าหรือเปล่า ทั้งเรื่องหลานและเรื่องกำราบมันป๊าสิยิ่งต้องขอบใจ ลูกทั้งสองอาจเคยสงสัยว่าทำไมป๊าอยากมีหลานนัก ป๊าเองก็ยอมรับว่าป๊ามีลูกคนเดียว ก่อนหน้านี้มันไม่เอาไหนลอยไปลอยมา แต่พอมันมีคุณชายมีลูกมันก็ทำตัวดีขึ้นเยอะ แค่นี้ป๊าก็สบายใจนอนตายตาหลับ” เจ้าสัวเส็งกล่าวแล้วหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี

 

                “อย่ารีบตายสิป๊า อยู่เลี้ยงหลานก่อน” ดั่งเพลิงยิ้มกวนแล้วตบต้นขาบิดาเบา ๆ

 

                “เอ้อ! ไอ้ชัยไปเตรียมรถซะ อั๊วะจะไปดูทองที่เยาวราชเสียหน่อย อุตส่าห์แอบซื้อเก็บไว้แต่ไม่นึกเลยว่าหลานจะมีสองคน” เจ้าสัวหันไปสั่งลูกน้องคนสนิททันทีด้วยความตื่นเต้น ในวันนี้เจ้าสัวเส็งดูจะยินดีปรีดายิ่งกว่าวันแต่งงานของดั่งเพลิงและคุณชายสองด้วยซ้ำ

 

                “อีกตั้งหลายเดือนนะครับป๊า ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ แล้วหันไปกล่าวกับพ่อสามี

 

                “ได้ไงล่ะคุณชาย ป๊าไม่อยากน้อยหน้าเพลิงมันหรอก มันน่ะสั่งทำห้องใหม่ตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ไม่รู้ซื้ออะไรต่อมิอะไรมาบ้าง” เจ้าสัวเส็งยกมือขึ้นปัดเป็นระวิง ประโยคดังกล่าวทำเอาคุณชายสองหันไปมองดั่งเพลิงด้วยความคาดไม่ถึง

 

                “พี่ขอป๊าและปรึกษากับพี่ชายหนึ่งแล้วว่าพี่จะทำงานที่บ้านจนกว่าสองจะคลอด คนงานพวกนี้ก็เพราะพี่สั่งให้เขามาทำห้องฝั่งซ้ายใหม่หมดน่ะครับ เวลาสองอยากอยู่ใกล้พี่หรือทำรังจะได้สะดวกขึ้น” ดั่งเพลิงยิ้มอย่างภูมิใจ

 

                “หมายความว่าพี่เพลิงจะอยู่กับสองตลอดหรือครับ” คุณชายสองหันไปมองดั่งเพลิงด้วยตาเป็นประกาย ปากบาง ๆ ยกขึ้นราวกับลูกแมวช่างสงสัย

 

                “ถ้าสองอนุญาตก็จะอยู่ด้วยตลอดไปเลยครับ” ดั่งเพลิงหัวเราะนิด ๆ แล้วตั้งใจจะตีเนียนหอมศีรษะคุณชายสอง แต่ตัวผอมยกมือขึ้นบีบแก้มสามีเอาไว้ทัน ถึงดั่งเพลิงจะไม่เขินอายที่จะแสดงความรักกับตนต่อหน้าคนอื่น แต่คุณชายสองก็ยังเขินอายและไม่ชินอยู่ดี ภาพดังกล่าวทำเอาเจ้าสัวเส็งและเหล่าคนรับใช้ต้องอมยิ้มและหันหน้ามองกันทันที คงไม่มีใครคิดว่าดั่งเพลิงจะหลงคุณชายสองได้ขนาดนี้

 

*****

 

                คุณชายสองตกตะลึงกับบรรดากล่องเสื้อผ้านับสิบที่ดั่งเพลิงซื้อมากองเอาไว้ในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง แต่ละกล่องเต็มไปด้วยชุดสำหรับคนท้องทั้งนั้น ดั่งเพลิงให้เหตุผลว่าช่วงที่รู้ว่าจะมีลูกก็ตื่นเต้นไปเสียหน่อย จึงโทรศัพท์ไปหาเพื่อนเจ้าของห้างสรรพสินค้าให้ส่งเสื้อผ้ามาให้ เพราะไม่รู้ว่าคนท้องต้องใช้ชุดอะไรบ้าง ชายหนุ่มจึงแก้ปัญหาด้วยการให้นิลส่งมาให้หมด จึงกลายเป็นว่ามีเสื้อผ้าคนท้องไตรมาสต่าง ๆ เรียงรายอยู่เต็มห้อง

 

                “สีฟ้าตัวนี้น่ารักมาก ถ้าสองใส่ต้องยิ่งน่ารักเข้าไปอีกแน่ ๆ” ดั่งเพลิงพูดขณะยกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวใหญ่ขึ้นเทียบกับตัวคุณชายสอง ขนาดของเสื้อเชิ้ตนั้นตัวใหญ่ราวกับถ้าคนตัวผอมใส่ไป ชุดนี้คงจะกลายเป็นเดรสผู้หญิงได้

 

                “เยอะขนาดนี้ในเดือน ๆ หนึ่งสองคงใส่ไม่ซ้ำเลยนะครับ” คุณชายสองรับเสื้อจากดั่งเพลิงมาดู ถึงปากจะบ่นไปอย่างนั้นแต่คุณชายสองก็ถือเสื้อตัวที่ดั่งเพลิงว่าน่ารักไม่ยอมวาง

 

                “ส่วนนี่พี่สั่งเตียงที่มีราวกั้นมาไว้ในห้องด้วย เผื่อว่าต่อไปสองคร้านจะขึ้นบันไดและอยากมาเฝ้าพี่ทำงาน สองก็จะได้นอนหรือทำรังในนี้” ชายหนุ่มผายมือไปยังเครื่องเรือนอันแสนสะดุดตากลางห้อง มันเป็นเหมือนกับเตียงนอนขนาดใหญ่ แต่กลับมีราวกั้นสูงเหมือนกับคอกม้าเล็ก ๆ ไม่มีผิด ถึงว่าทำไมชุดโซฟาชุดเก่าถึงหายไปหมด คงเพราะดั่งเพลิงสั่งย้ายไปไว้ที่อื่นแล้วแทนที่ด้วยสิ่งนี้

 

                “มันไม่มากเกินไปหรือครับ พี่เพลิงดูตื่นเต้นกว่าสองอีกนะ” คุณชายสองยกมือขึ้นปิดปากขำเล็ก ๆ กับความเกินจริงของดั่งเพลิง พอมอง ๆ ดูแล้วห้องนั่งเล่นของดั่งเพลิงตอนนี้กลับกลายเป็นห้องเด็กอ่อนเสียอย่างนั้น

 

                “ไม่มากเกินไปหรอก สองต้องอุ้มท้องลูกอีกตั้งหลายเดือน อะไรที่ทำให้สองกับลูกสะดวกสบายพี่ก็จะทำ” ดั่งเพลิงทิ้งตัวลงนั่งกับเตียงตัวใหม่แล้วจูงมือคุณชายสองให้มายืนหน้าตน

 

                “ขอบคุณนะครับ” คุณชายสองยิ้มน้อย ๆ แล้วยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของดั่งเพลิง ยิ่งเห็นความพยายามที่จะเป็นสามีและพ่อที่ดีของดั่งเพลิงก็ทำให้ตนรู้สึกโชคดีเหลือเกิน

 

                ดั่งเพลิงยกแขนขึ้นสวมกอดเอวของคุณชายสอง ชายหนุ่มแนบหน้าไปกับหน้าท้องของคุณชายสองราวกับต้องการจะออดอ้อนภรรยาและลูกน้อย

 

                “คุณเพลิงขอรับ นายทะเบียนมาแล้วขอรับ” เสียงของคนรับใช้ชายดังมาจากหน้าประตู เรียกความสนใจจากดั่งเพลิงและคุณชายสองได้เป็นอย่างดี

 

                “นายทะเบียนหรือครับ” คุณชายสองก้มหน้าถามดั่งเพลิงที่ยังคงเอาหน้าแนบหน้าท้องตนอยู่ มือเรียวยกขึ้นมาลูบศีรษะผู้เป็นสามี

 

                “พี่กำลังสงสัยน่ะครับ” ดั่งเพลิงเงยหน้าหาคุณชายสองแล้วถามขึ้น เขายกยิ้มกว้างเสียจนคนตัวผอมต้องหลบสายตา

 

                “สงสัยว่าอะไรครับ” แม้ว่าจะพอรู้อยู่บ้างว่าอีกฝ่ายเชิญนายทะเบียนมาทำไม แต่คุณชายสองก็แสร้งถามดั่งเพลิงไปก่อน

 

                “สงสัยว่าสองจะชอบใจชื่อ หม่อมราชวงศ์อนิละ เกริกวานิช หรือไม่” ดั่งเพลิงค่อย ๆ จับให้คุณชายสองมานั่งตักตัวเองแล้วเอ่ยปากถาม แม้ว่าจะแต่งงานกันแล้วแต่ทั้งสองนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง เพราะการแต่งงานของทั้งคู่ในทีแรกนั้นไม่ได้เกิดจากความยินยอมลึก ๆ ในใจ ดั่งเพลิงและคุณชายสองในตอนนั้นจึงปล่อยผ่านและทำเป็นไม่สนใจเสมอมา แต่ในวันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ในเมื่อทั้งสองนั้นรักกัน ทั้งกายและใจก็เป็นของกันและกันแล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องหลีกเลี่ยงอีกต่อไป

 

                “ชอบซีครับ สองน่ะอยากใช้นามสกุลเกริกวานิชมานานแล้ว” คุณชายสองยกมือขึ้นคล้องคอดั่งเพลิงแล้วกระซิบข้างหูชายหนุ่ม จากนั้นจึงส่งรอยยิ้มแสนซนกลับไปให้คนรัก

 

                “ไม่เล่นตัวหน่อยหรือ” ดั่งเพลิงยิ้มร้ายแล้วถามคุณชายสอง ชายหนุ่มตั้งใจถูไถปลายจมูกกับคนตัวเล็กด้วยความมันเขี้ยว

 

                “ล.. เล่นตัวไปก็หนีไม่รอดนี่” คุณชายสองก้มหน้างุดกับไหล่กว้างของดั่งเพลิงแล้วพึมพำ รู้สึกเห่อร้อนไปทั้งใบหน้า รู้อยู่แก่ใจว่าตนนั้นหนีดั่งเพลิงไปไม่พ้นตั้งแต่ตัดสินใจแต่งงานด้วยแล้ว

 

                “เข้าใจก็ดีแล้วครับ” ดั่งเพลิงยิ้มหวานแล้วหอมแก้มคุณชายสองไปฟอดใหญ่ ก่อนที่จะอุ้มคุณชายสองเดินออกไปจากห้อง โดยมีเสียงท้วงติงของคุณแม่ลูกแฝดดังเป็นระยะ แต่ก็อย่างที่คุณชายสองบอกไปถึงเล่นตัวไปก็เท่านั้น เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่มีทางหนีดั่งเพลิงรอดอยู่ดี

 

*****

 

            ดั่งเพลิงที่กำลังเลือกชุดสูทหันไปสบตากับคุณชายสองที่กำลังนั่งจ้องเขาจากบนเตียงตาเขม็ง ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ ส่งกลับไปให้ ในขณะที่คนตัวผอมกำลังกระชับหมอนในอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น เมื่อวานหลังจดทะเบียน เขาก็สารภาพกับคุณชายสองว่าได้เหมาบาร์ฝรั่งที่เฟื่องนครเพื่อที่จะฉลองเรื่องตนกำลังจะมีลูก จึงได้ขออนุญาตคุณชายสองออกไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง หลังจากไม่ได้ออกไปท่องราตรีเกือบสามเดือน ซึ่งคุณชายสองก็ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด

 

ซึ่งนั่นทำให้ดั่งเพลิงนั้นประหลาดใจ เพราะจากที่รู้มาและเคยอ่านในหนังสือ กาฬวิฬาร์ช่วงตั้งท้องนั้นจะโหยหากลิ่นและอยากอยู่กับคู่ของตน แล้วเหตุใดคุณชายสองวันนี้กลับไม่มีอาการดังกล่าว อีกทั้งยังนั่งดื่มนมหน้าตาเฉย ทั้งที่ถ้าคุณชายสองห้ามไม่ให้เขาไปเขาก็จะรีบเปลี่ยนชุดนอนแท้ ๆ

 

ดั่งเพลิงน่ะอยากอยู่กับคุณชายสองตลอดเวลานั่นล่ะ

 

“พี่ไปแล้วนะ” ดั่งเพลิงหยิบกุญแจรถแล้วกล่าวกับคุณชายสองที่นั่งดมกลิ่นพิมเสนจากหมอนอยู่ เขาพยายามถามย้ำคำให้อีกฝ่ายได้ยินชัด ๆ เผื่อว่าคุณชายสองจะเปลี่ยนใจ

 

“อืม เที่ยวให้สนุกนะครับ” คุณชายสองกระเถิบเงยหน้าจากหมอนแล้วตอบกลับไป ดั่งเพลิงหลุบตาต่ำแล้วมองไปยังต้นคอที่มีรอยตีตราของคุณชายสองอย่างชั่งใจ

 

“ไปจริง ๆ แล้วนะครับ” ชายหนุ่มย้ำคำอีกรอบ เมื่อเห็นว่าคุณชายสองพยักหน้าหงึกหงักก่อนที่จะเหยียดตัวนอน ดั่งเพลิงก็ได้แต่ยิ้มแห้งให้กับตนเองแล้วเดินออกจากห้องไป

 

ระหว่างที่จะติดเครื่องรถยนต์ดั่งเพลิงก็นึกได้ว่าตนนั้นลืมกระเป๋าสตางค์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบต้นคอเล็ก ๆ แล้วจึงรีบเดินกลับไปตัวบ้านของตน ทันทีที่เปิดประตูเข้าห้องนอนไปก็พบว่าภายในห้องนั้นได้ดับไฟสนิทในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งที่ดั่งเพลิงเพิ่งออกจากห้องไปไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ บางทีคนรักของเขาอาจจะเข้านอนเร็วก็เป็นได้

 

ชายหนุ่มค่อย ๆ ควานหาสวิตช์ไฟที่กำแพง เมื่อไฟติดตนก็ต้องแปลกใจที่บนเตียงไม่มีร่างของคุณชายสองนอนอยู่ ดั่งเพลิงลอบถอนหายใจทันที เขาไม่ได้คิดผิดเสียอย่างใดเรื่องกาฬวิฬาร์ แต่ที่เขาพลาดไปก็คือเรื่องที่กาฬวิฬาร์คนนั้นคือคุณชายอนิละ คุณชายผู้ซึ่งชอบคิดเล็กคิดน้อยไว้ในใจ คิดแล้วชายหนุ่มก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พิเศษภายในห้องทันที

 

“ไหน มีเด็กกำลังแอบร้องไห้หรือเปล่า” ดั่งเพลิงพูดขึ้นขณะเปิดประตูตู้ออก

 

                “ทำอะไรน่ะครับ ไหนว่าไปแล้วอย่างไรล่ะ” คุณชายสองที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำถามดั่งเพลิง เสียงหวานของคนรักทำดั่งเพลิงสะดุ้งโหยง ผิดคาดไปมากที่คุณชายสองนั้นไม่ได้ร้องไห้งอแงแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ได้เข้าไปทำรังแล้วร้องไห้ในตู้ด้วยซ้ำ

 

                “พี่ลืมกระเป๋าสตางค์น่ะครับ” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นลูบต้นคอเบา ๆ แล้วกล่าวกับคนรัก เขามองไปยังชุดนอนตัวใหม่ที่คุณชายสองสวมใส่อยู่ก็ต้องกลืนน้ำลาย เพราะว่าคุณชายสองเปลี่ยนชุดนอนจากชุดเสื้อและกางเกงผ้าฝ้าย เป็นเสื้อเชิ้ตตัวยาวคลุมเข่าที่เขาเคยบอกว่าน่ารักแทน ต้นคอและขาขาวทำให้ใจของชายหนุ่มเตลิดไปอีกรอบ

 

                “อ๋อ นี่ครับ” คุณชายสองเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์หนังที่วางอยู่ข้างเตียงให้กับผู้เป็นสามี ดวงตากลมโตยังจ้องมาที่ใบหน้าของดั่งเพลิงอย่างใสซื่อ

 

                “ห.. ห้ามพี่หน่อยซีครับ” ดั่งเพลิงพึมพำขณะยื่นมือไปรับกระเป๋าสตางค์คืน

 

                “ห้ามอะไรครับ” คุณชายสองเอียงคอถาม ดั่งเพลิงคิดว่าตนกำลังเสียสติ เพราะคิดว่าภาพตรงหน้าและชุดที่คุณชายสองสวมใส่นั้นน่ารักเสียเหลือเกิน

 

                เขาชักจะหลงคุณชายสองมากเกินไปแล้ว

 

                “สองอยากให้พี่ไปจริง ๆ หรือ”

 

                “ก็พี่เพลิงอยากไปเองไม่ใช่หรือครับ สองก็ไม่ได้ว่าอะไร ไปเที่ยวบ้างอยู่แต่บ้านคงอุดอู้” คนตัวผอมเบ้หน้าแล้วยักไหล่ ดวงตากลมโตช้อนมองมาที่ดั่งเพลิงอย่างถือดี

 

                “แต่พี่ต้องห่างสองนะ” ดั่งเพลิงใช้น้ำเสียงออดอ้อนเข้าใส่

 

                “พูดเช่นนี้อยากอยู่กับสองหรือครับ” คุณชายสองถามกลับพลางยกมือขึ้นกอดอก

 

                “พี่รู้นะว่าสองไม่อยากให้พี่ไป”

 

                “อืม ถ้าพี่เพลิงไม่ไป คืนนี้นอนในรังกับสองไหมครับ” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ มุดเข้าไปนอนในตู้เสื้อผ้าอย่างที่มักจะทำเป็นประจำ

 

” ดั่งเพลิงชะงักไปทันทีเพราะคิดว่าตนเองหูฝาด ว่ากันว่ากาฬวิฬาร์จะหวงแหนรังของตนกับอันฬามาก การที่อันฬาจะเข้าไปในรังได้นั้นต้องได้รับอนุญาตก่อน และตอนนี้เขากำลังได้รับสิทธิ์ให้ไปนอนกอดภรรยาในกองผ้านั่น

 

                “ปะป๊านอนกับหม่าม้านะ” คุณชายสองว่าพลางชูแขนทั้งสองข้างให้ดั่งเพลิงลงไปกอด ดั่งเพลิงยกยิ้มแล้วถอดสูทตัวนอกออกทันที เพื่อที่จะได้ลงไปนอนกอดกับคนรัก

 

“แฝดของป๊า หม่าม้าน่ารักขนาดนี้อยู่ในนี้อย่าดื้อนะครับ” ดั่งเพลิงพึมพำกับหน้าท้องของคุณชายสอง นึกขอบคุณตนเองเหลือเกินที่สร้างตู้ยักษ์นี่ขึ้นมาให้เพียงพอกับคนสองคน ตั้งแต่คืนนี้ไปดั่งเพลิงก็ได้รู้ว่าเขาไม่ได้มีความสนใจไปเตร็ดเตร่ยามค่ำคืนอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อที่บ้านนั้นมีภรรยาที่เขารักและลูกน้อยในท้องอีกถึงสองคน

 

เมื่อเงยหน้าจากหน้าท้องของคุณชายสอง ชายหนุ่มก็เห็นว่าคนรักของตนกำลังมองมาอยู่ เขาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ดั่งเพลิงเคลื่อนตัวไปยังใบหน้าเล็กของคุณชายสองทันที ริมฝีปากของชายหนุ่มบดเบียดเข้ากับริมฝีปากของคุณชายสองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในส่วนของงานเลี้ยงฉลองที่เขาเป็นเจ้าภาพนั้น ใครใคร่ไปก็ไป เจ้าภาพไม่ไปแต่พร้อมจ่าย ต่อให้เพื่อนฝูงจะด่าว่าก็ช่างมันประไร

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK : สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ 

ในตอนนี้่มีตัวละครรับเชิญเป็นคุณหมอปราบด้วยนะคะ (กระซิบว่าเมจคือคุณ ซังกยุน เจบีเจ ค่ะ) ในรูทของเรานั้นตั้งใจให้อันฬาจะหวงกาฬวิฬาร์ของตนเองค่ะ ดั่งเพลิงจึงรู้สึกหงุดหงิดใจ และตามที่่คุณชายหมอบอกว่าพื้นฐานดั่งเพลิงก็ขี้หวงอยู่แล้วด้วย ฮ่า ๆ ไม่มีอะไรพลิกโผนะคะ น้องทั้งสองคนเป็นแฝดจริง ๆ มีข้อมูลทางการแพทย์ด้วย ดังนั้นหากข้อมูลตรงไหนผิด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ส่วนเรื่องวิทยาการทางการแพทย์นั้น เราได้เร่งเวลาขึ้นค่ะ เดิมทีเครื่องอัลตร้าซาวด์สมัยนั้นมีแล้ว หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เริ่มแพร่หลายในวงการสูติฯ ไปทั่วโลกก็ยุค 70s เราเลยคิดว่าเพราะการมีวรรณะใหม่ (ผู้ชายท้องได้/ผู้หญิงเป็นสามีได้) วิทยาการในโลกเสมือนนี้ควรจะไปได้ไกลมากขึ้นค่ะ 

ในที่สุดคุณชายสองของเราก็ได้ใช้นามสกุลเกริกวานิชแล้ว (ในวันแต่งทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนกันค่ะ เพราะมีการเมืองกันนิด ๆ ระหว่างเทววงศ์และเกริกวานิช และทั้งสองก็ไม่อยากจดเหมือนกัน เลยมีการปล่อยเบลอกันเกิดขึ้น) แต่ภายหลังดั่งเพลิงก็พยายามจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และเป็นเป็นคุณพ่อที่ดีด้วย ส่วนเรื่องที่เจ้าสัวเพิ่งมารู้และเพิ่งมีการฉลองตอนน้องสองท้องได้สามเดือน เพราะเราทราบมาว่าในอดีตเวลามีคนท้อง เขาจะถือเคล็ดไม่ให้แพร่งพรายก่อนที่จะครบสามเดือนค่ะ เนื่องจากช่วงสามเดือนแรกมีโอกาศแท้งสูง ถ้าช่วงนั้นไปบอกใครต่อใครว่าท้อง แล้วเกิดแท้งขึ้นมาหลังจากนั้น อาจส่งผลทางสภาวะจิตใจของบิดามารดาได้ 

ตอนนี้จะเห็นได้ว่าทั้งสองคนเริ่มทันกันแล้วนะคะ น้องสองเองก็ชอบแกล้งดั่งเพลิงด้วย (แน่ล่ะ หม่าม้าก็ต้องถือไพ่เหนือกว่าสิ!) สำหรับมนต์วิฬาร์เราคิดว่าน่าจะจบประมาณตอนที่ยี่สิบห้านะคะ เหลือน้องอีกคนหนึ่ง หวังว่าตอนนี้จะทำให้หลายคนมีความสุขนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.598K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #13970 your baby girl (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 06:22
    แงงงหลงมาก หลงหนักมากๆๆๆ
    #13,970
    0
  2. #13939 BeautybabyIce (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 10:05
    ตาย/
    ไปเลยนะคะพี่เพลิง555555 โดนอ้อนขนาดนี้ในเหลวไปหมดดดดด
    #13,939
    0
  3. #13927 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 06:54
    น่ารักกันจัง
    #13,927
    0
  4. #13900 sprimmm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:54

    แหมพี่เพลิงก็ รักน้องมากแค่ไหนกันคะเนี่ย55555555

    #13,900
    0
  5. #13872 choopp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 17:34
    พี่ก็คือไปไหนไม่รอดแล้วนะคะ รักน้องหลงลูกที่แท้เลยค่ะพ่อคนนี้
    #13,872
    0
  6. #13825 ㄹㅣn [ซิน] (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:55

    เป็นไงละพ่อไปไหนไม่เป็นแล้วละซี่ 5555555555

    ขนาดเมียอนุญาตขนาดนี้
    #13,825
    0
  7. #13813 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:13
    ติดเมียจนได้สินะ
    #13,813
    0
  8. #13768 Kanyw (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 02:16
    อุแงงงง น่ารักกกกก เปลี่ยนนามสกุลแล้วเขินมากกกกก ปะป๊าติดหม่าม๊ามากคับ!
    #13,768
    0
  9. #13736 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 19:25
    หลงน้องมากดูออก คิคิ
    #13,736
    0
  10. #13708 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 11:22
    กรี๊ดดดดด คุณสามีไปไหนไม่รอดแล้ววว
    #13,708
    0
  11. #13690 AdiOzTHELF (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 22:19
    ชายสองเริ่มทันพี่เค้าแล้วน้าาา ร้ายนะเรา เอาพี่เค้าอยู่หมัดเลย -..-
    #13,690
    0
  12. #13634 Strawberrybunny (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 03:57
    555555555 สามีติดภรรยาเเล้ว
    #13,634
    0
  13. #13614 Solalanp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:06
    น่ารักที่สุดดดด ยัยน้องทั้งขี้อ้อนและน่ารักมากๆพี่เพลิงก็หลงน้องขั้นสุด
    #13,614
    0
  14. #13586 -xebyam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:09
    พี่เพลิงเราป๋าที่สุดดด
    #13,586
    0
  15. #13531 12311232123312 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:20
    แงงงงงงงงน่ารักกกกกก
    #13,531
    0
  16. #13498 papaloyp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 23:39
    น้องงงงพี่รู้น้าาาาาาาาาาาา555555555
    #13,498
    0
  17. #13463 the rabbit and the bear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 13:33
    ดั่งเพลิงคิดว่าน้องจะติดตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วดั่งเพลิงนั่นแหละติดน้อง! 5555555
    #13,463
    0
  18. #13459 celpotter (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 16:17

    ชอวความปะป๊าหม่าม้า... ฮือออ
    #13,459
    0
  19. #13438 Nielongforever9 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 11:46

    ฮืออน่ารักอะแง้ๆๆ ดั่งเพลิงน่ะไม่อยากไปงานเลี้ยงแต่แรกแล้วสินะมีเมียน่ารักๆกับแฝดน้อยอยู่ที่บ้านขนาดนี้

    #13,438
    0
  20. #13405 WOJWOJ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 21:26
    ฉากพ่อลูกทีไร น้ำตาไหลทุกทีเลยยยยย
    #13,405
    0
  21. #13378 s-wu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 19:05
    คนน้องอ้อนเก่ง คนพี่ตามใจเก่ง เอ็นดูว่าที่คุณป๊าคุณม๊าจริงๆ 55555555555 //เพื่อนคงร้องโหไปหมดแต่ถ้าบอกไงก็จ่ายคงมิว่าอะไรพี่เพลิงหรอก 55555555
    #13,378
    0
  22. #13357 om_kanokrat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:08
    ความมหลงเมียย
    #13,357
    0
  23. #13338 Poison cake (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:19
    คนน้องให้เรียกหม่าม้าอ้ะ ! ทั้งที่ไทยแท้แต่ยอมตามคนพี่ หูย เขินรอมาก ๆ แถมอ้อนอีก คุณเพลิงเอ๊ย ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนแล้วค่ะคุณ
    #13,338
    0
  24. #13335 markbam3105 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 12:11
    ปะป๊า หม่าม๊าอะ แงงง น่ารัก เขินจนตัวบิด
    #13,335
    0
  25. #13305 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:17
    ตื้นต้นใจ อ่านมาตั้งแต่ยังเป็นคุณชายสายน้ำผึ้งของคุณเพลิง ตอนนี้เค้าเรียกแทนกันว่าปะป๊ามะหม๊าแล้ว ฮือออออออออ
    #13,305
    0