มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 22 : บทที่ ๒๒ : คู่เคียงกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,303 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๒๒ : คู่เคียงกัน

 

                พื้นที่ในตู้ใหญ่ ณ เวลาดึกสงัดยามนี้ กลายเป็นดั่งพื้นที่อันแสนอบอุ่นและปลอดภัยกว่าการทำรังตลอดช่วงชีวิตยี่สิบเอ็ดปีของคุณชายสอง คนตัวผอมขยับตัวเล็ก ๆ เพื่อที่จะได้นอนสวมกอดดั่งเพลิงที่นอนอยู่ได้ถนัดขึ้น ถึงแม้ว่าจะแทบไม่มีแสงสว่างอันใด แต่กลิ่นกายและลมหายใจของผู้เป็นสามีนั้นกลับชัดเจนยิ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าว่าจะตื่น คุณชายสองจึงลอบยิ้มเล็ก ๆ แล้วกดจมูกของตนลงที่ไหล่กว้างของดั่งเพลิง

 

                ก๊อ.. ก๊อก.. ก๊อก.. เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากตู้เสื้อผ้า เสียงดังกล่าวทำให้คนตัวผอมหันหน้าไปมองหาต้นเสียงตามสัญชาตญาณ ถือเป็นเรื่องแปลกที่มีการมาเคาะประตูเรียกกลางดึก เพราะโดยปกติกลางค่ำกลางคืนมักจะไม่มีการรบกวน เว้นเสียแต่ว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้น

 

                “คุณเพลิงเจ้าขา คุณชายสอง จวงเองเจ้าค่ะ! เสียงดังจากหน้าประตูดังเล็ดลอดเข้ามาอีกครั้ง ในคราวนี้เมื่อมั่นใจแล้วว่าเจ้าของเสียงคือสาวรับใช้คนสนิท คุณชายสองจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นพลางสะกิดผู้เป็นสามีให้ตื่นทันที

 

                “มีอะไรหรือ.. ดั่งเพลิงพึมพำขณะลืมตาตื่น แม้สติจะไม่ครบถ้วนแต่แขนแกร่งก็พยายามปัดป่ายหาคุณชายสองทันที ผู้ซึ่งกำลังเปิดประตูตู้ถึงกับต้องยกมือขึ้นมาจับแขนของดั่งเพลิงเอาไว้

 

                “พี่เพลิงตื่นเร็วครับ” คุณชายสองว่าพลางบีบแขนสามีเบา ๆ

 

                “เร็ว ๆ เถิดเจ้าค่ะ คุณภัทรถูกยิงเจ้าค่ะ!” น้ำเสียงร้อนรนของสาวรับใช้ดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ทำเอาทั้งคุณชายสองและดั่งเพลิงนิ่งงันไปทั้งคู่

 

                “พ.. พี่จวง คุณภัทรถูกยิงหรือครับ” คนตัวผอมถามขึ้นทันทีที่เปิดประตูห้องนอน ดวงตากลมโตสั่นไหวคล้ายกับว่าไม่อยากจะเชื่อหู ใจเองก็สับสนไม่น้อยเพราะหม่อมหลวงภัทรดนัยที่ตนรู้จักนั้นเป็นคนดี แล้วเหตุใดจึงถูกยิงเอาเสียได้

 

                “เจ้าค่ะ คุณจรัญโทรศัพท์มาจากโรงพยาบาลเมื่อครู่ บอกว่าให้รีบแจ้งคุณเพลิงโดยเร็ว” สาวรับใช้พูดต่อ สีหน้าของเจ้าหล่อนยังคงตื่นตระหนก

 

                “แล้วไอ้ภัทรมันเป็นอย่างไรบ้าง” ดั่งเพลิงที่เพิ่งรวบรวมสติได้รีบถามทันที ดูจากท่าทางของสามีแล้วคนที่ร้อนใจที่สุดตอนนี้คงไม่พ้นญาติผู้พี่ของคุณภัทรเป็นแน่ ท่าทางที่ดูโอนอ่อนของดั่งเพลิงเมื่อยามอยู่กับคุณชายสองได้เปลี่ยนไป ในตอนนี้สีหน้าของดั่งเพลิงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ ดวงตาทั้งสองก็แข็งกร้าวราวกับจ่าฝูงหมาป่าผู้พร้อมล่าเหยื่อ

 

                “คุณจรัญบอกว่า ก.. กำลังเข้าห้องผ่าตัดเจ้าค่ะ” สาวรับใช้ตอบกลับน้ำเสียงกล้า ๆ กลัว ๆ

 

                “ไอ้xนั่นมันหาเรื่องตายรึไรวะ เตรียมรถแล้วใช่ไหม ฉันจะไปโรงพยาบาล” ดั่งเพลิงทุบกำปั้นลงที่กำแพงหนึ่งครั้ง แล้วจึงรีบเดินไปหยิบกุญแจรถและกระเป๋าสตางค์ทันที

 

คุณชายสองที่ไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ของดั่งเพลิงมาก่อนก็พลอยรู้สึกหวาดกลัวไปด้วย แต่นั่นยิ่งทำให้คนตัวผอมตระหนักว่าตนจะปล่อยให้ดั่งเพลิงไปพร้อมกับความโกรธแค้นไม่ได้เช่นกัน

 

“พี่เพลิงครับ” คุณชายสองว่าพลางจับแขนของดั่งเพลิงเอาไว้ ขณะที่อีกฝ่ายรีบร้อนจะออกไปจากห้อง เสียงเรียกของคุณชายตัวผอมทำเอาดั่งเพลิงชะงักทันที

 

“สองมีอะไรครับ ถ้าจะขอไปด้วย พี่ไม่อนุญาตนะ” ดั่งเพลิงพยายามพูดกับภรรยาโดยใช้น้ำเสียงที่อ่อนลง

 

“สองไม่ได้จะขอไปด้วย ต.. แต่พี่เพลิงต้องใจเย็น ๆ นะ ความแค้นมันไม่ได้มีผลดีเลย ถ้าหุนหันพลันแล่นเกินไปมันจะไม่ดีต่อตัวพี่เพลิงเอง อย่างน้อยนึกถึงลูกนะครับ” คุณชายสองช้อนหน้ามองสามีและกล่าว คำพูดนี้ทำให้แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธอ่อนลงมาบ้าง บางทีชายหนุ่มเองก็คงจะคิดได้เหมือนกันว่าเขานั้นไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนก่อน เขายังมีภรรยาและลูกน้อยที่ใกล้จะออกมาลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือน

 

“พี่จะรีบกลับมา ไว้วันที่ไอ้ภัทรมันดีขึ้นพี่จะพาสองกับลูกไปเยี่ยมมันนะ” ดั่งเพลิงกล่าวพลางยกมือลูบศีรษะของคนรักเบา ๆ

 

“คุณภัทรจะไม่เป็นอะไรครับ” คุณชายสองพยักหน้ารับแล้วจึงปล่อยมือจากแขนของดั่งเพลิง ไม่นานชายหนุ่มก็รีบเดินออกจากห้องไป

 

“คุณพระ.. จวงไม่เคยเห็นคุณเพลิงอารมณ์เย็นลงเร็วเท่านี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะ เมื่อครู่คิดไว้แล้วว่าต้องตายแน่ ๆ” สาวรับใช้พึมพำเมื่อพ้นเงาดั่งเพลิง

 

“พูดเหมือนเมื่อก่อนเขาอารมณ์ร้อนมากนักอย่างนั้นล่ะพี่จวง” คุณชายสองเม้มปากแล้วหันไปถามสาวรับใช้

 

“คุณเพลิงเธอไม่ใช่คนที่โกรธอะไรง่าย ๆ ก็จริงเจ้าค่ะ แต่คราวเมื่อได้โกรธหรือโมโห เธอจะพาลไปเรื่อย ข้าวของเมื่อก่อนอะไรแตกได้ก็แตกหมด แต่พอคุณชายแต่งเข้ามาเท่านั้น เธอก็ดูว่าง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ” จวงว่าพลางยกมือขึ้นมากุมหน้าอก คำพูดของสาวใช้ทำให้คุณชายสองนึกตาม ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนพูดกับดั่งเพลิงไปเมื่อครู่จะใกล้เคียงคำว่า คู่คิด ที่อีกฝ่ายเคยบอกได้หรือไม่ แต่ว่าที่คุณแม่ลูกแฝดก็นึกแอบภูมิใจกับตนเองไม่น้อย ถ้าหากว่าดั่งเพลิงจะเป็นคนที่ดีขึ้นได้

 

“พี่จวง สองอยากลงไปรอฟังข่าวข้างล่าง”

 

“เจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจวงจะไปหาน้ำและหนังสือมาให้อ่านรอนะเจ้าคะ”

 

*****

 

                หลังจากค่ำที่หม่อมหลวงภัทรดนัยถูกยิงได้ผ่านพ้นไป คุณชายสองจึงได้ทราบจากปากของดั่งเพลิงว่าคุณภัทรนั้นได้นำตัวไปบังกระสุนแทนเพื่อนทหารของเขาเท่านั้น ภายหลังจากการผ่าตัดเอากระสุนออกอากาศของนายทหารหนุ่มก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ทว่าเรื่องถูกยิงนั้นก็กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เมื่อเรื่องความรักต่างชนชั้นระหว่างคุณภัทรและหม่อมเจ้ามิ่งขวัญ ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่แพร่สะพัดไปทั่วพระนคร และเมื่อคุณชายสองได้สอบถามเรื่องราวไปยังสหายคนสนิท ก็พบว่าทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น

 

แม้ใจของคุณชายสองจะนึกน้อยใจไปบ้างที่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวไม่ได้บอกเรื่องนี้กับตน แต่ตนเองก็พอจะเข้าใจว่าตนนั้นก็มีศักดิ์เป็นน้องชายคู่หมั้นในท่านชาย เพียงแค่แรงกดดันจากผู้ใหญ่ก็ทำให้ท่านชาย คุณภัทร หรือแม้แต่คุณชายหนึ่งนั้นกดดันพอตัว จนกระทั่งในวันนั้นเองคุณชายหนึ่งก็ได้เปิดเผยความลับที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเช่นกัน

 

                ค่ำนี้ดั่งเพลิงได้เชิญครอบครัวของตนจากเทววงศ์ทั้งหมดมารับประทานอาหารค่ำเพื่อจะแจ้งข่าวดีให้ทราบโดยทั่วกัน สมาชิกของครอบครัวทั้งสองนั้นมาร่วมโต๊ะอาหารที่เกริกวานิชเกือบพร้อมหน้าพร้อมตา ขาดก็เพียงแต่หม่อมราชวงศ์วัชระพี่ชายคนโตฝั่งเทววงศ์ ผู้ให้เหตุผลว่าติดงานด่วนที่โรงพยาบาล

 

เด็กในภาพชื่อโซเฟีย เป็นลูกของผม และหลานของท่านพ่อครับ เสียงของผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวยังคงดังก้องอยู่ในหัวของคุณชายสอง ยามที่คุณชายสองมองไปยังเก้าอี้ว่างข้างบิดาของตน ภาพคุณชายหนึ่งนั่งคุกเข่าร้องไห้สารภาพผิดก็แล่นเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

                “ผมเพิ่งทราบมาว่าท่านเจ้าสัวล้มป่วยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล ถ้าหากทราบคงจะรุดหน้าไปเยี่ยมแล้ว” ท่านชายภพกล่าวเปิดประเด็น ขณะส่งแก้วน้ำให้กับสาวรับใช้คนหนึ่ง

 

                “คนทำธุรกิจ เกิดแพร่งพรายออกไปว่าล้มป่วย ศัตรูคงได้แตกตื่นและหัวเราะเยาะกันหมดน่ะซีกระหม่อม มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี หากว่าการที่กระหม่อมไม่ได้แจ้งท่านชายไปเป็นการเสียมารยาท กระหม่อมก็ขออภัย” เจ้าสัวเส็งตอบกลับประมุขของอีกบ้าน คำตอบของเขาค่อนข้างตรงไปตรงมาเสียจนท่านชายภพนั้นไม่ได้ไตร่ถามอะไรต่อ

 

                “ตอนนี้เห็นว่าสบายดี ผมเองก็สบายใจ ค่ำนี้ที่เชิญมาทานอาหารก็พอจะได้เห็นความเป็นอยู่ของเจ้าสองด้วย ดูแล้วคงสุขสบายเสียไม่น้อย ข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กเต็มไปหมด เช่นนี้แล้วเทววงศ์เองก็ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาให้” คุณชายสองลอบมองสีหน้าของผู้เป็นบิดาเล็ก ๆ นึกขันที่คำพูดของท่านชายภพฟังดูเหมือนตัดพ้อ เพราะโดนดั่งเพลิงและเจ้าสัวเส็งตัดหน้าซื้อของสำหรับหลานเสียหมด

 

                “ไม่หรอกครับท่านพ่อ เห็นทีของแค่นี้คงไม่พอสำหรับเด็กสองคน” ดั่งเพลิงกล่าวแล้วยิ้มกว้าง แต่ประโยคดังกล่าวทำเอาฝั่งเทววงศ์ต่างขมวดคิ้วไปตาม ๆ กัน หนักสุดก็เห็นจะเป็นหม่อมราชวงศ์อชิตะที่เผลอสำลักน้ำจนต้องรีบขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่

 

                “ฮ่า ๆๆ ดูพูดเข้าเจ้าเพลิง พูดให้มันกระจ่างหน่อยซี” เจ้าสัวเส็งหัวเราะร่าทันที

 

                “เด็กสองคนอย่างนั้นหรือคุณเพลิง มันหมายความว่าอย่างไรหมายความว่าต่อจากคนนี้ก็จะมีอีกคนหรือจ๊ะ” หม่อมผกาเอ่ยปากถามลูกเขยสลับกับมองหน้าคุณชายสองที่ขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู

 

                “ไม่ใช่ครับหม่อมแม่ ถ้าหลังชายสองคลอด คนต่อไปก็จะเป็นคนที่สาม.. ดั่งเพลิงยิ้มแสดงความจริงใจเสียจนตาเป็นขีดคล้ายบิดา ในขณะที่มืออีกข้างก็ยกขึ้นมากอบกุมมือของคุณชายสองที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

                ... ทุกคนในโต๊ะอาหารต่างพากันเงียบกริบรอให้ดั่งเพลิงพูดให้จบ แม้ว่าบางคนเองก็เหมือนจะรู้อยู่แก่ใจว่าดั่งเพลิงจะพูดว่าอะไร

 

                “สองเขาท้องลูกแฝดน่ะครับ” ดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอนิด ๆ แต่พยายามหลบสายตาของท่านชายภพอย่างชัดเจน ทำเอาคุณชายสองต้องบีบมือที่ชุ่มเหงื่อของดั่งเพลิงเป็นการปลอบใจ

 

                “แฝดงั้นหรือครับ.. หมายความว่าในท้องของพี่ชายสองมีเด็กสองคนหรือครับ.. คุณชายสามหันไปถามผู้เป็นมารดาแล้วทำตาโต

 

                “เห็นทีฉันคงต้องไปตรวจโรคหัวใจสักทีแล้วล่ะ เมื่อวานมีหลานโผล่มาคนหนึ่ง วันนี้มีโผล่มาอีกคน รวมเป็นสามคน.. ไม่น่าล่ะเข้าเดือนสี่ท้องเริ่มโตเชียว” ท่านชายภพพึมพำกับตนเอง ท่าทางประหม่าแต่พยายามตีสีหน้าให้ดูปกตินั้นน่าขันพิลึก

 

                “สองบอกแล้วว่าท่านพ่อจะไม่ว่าอะไร” คุณชายสองหัวเราะคิกแล้วกระซิบเบา ๆ กับผู้เป็นสามีที่คล้ายกับติดระแวงพ่อตาของตนเสมอ ดั่งเพลิงคงกลัวว่าจะโดนท่านชายภพคาดโทษไปมากกว่านี้

 

                “แล้วชื่อล่ะจ๊ะ คิดกันไว้หรือยัง ทานผักหน่อยซีชายสอง” หม่อมผกาเอ่ยปากถามดั่งเพลิงและคุณชายสอง ในขณะที่มือของเจ้าหล่อนก็ง่วนอยู่กับการตักผักไปไว้ในจานของว่าที่คุณแม่

 

                “ในทีแรก ผมและสองเลือกชื่อ เหนือควัน เอาไว้ หากว่าเป็นผู้ชายก็จะเป็นส่วนผสมระหว่างไฟและลมความหมายชื่อของเรา ถ้าเป็นผู้หญิงคงให้ชื่อ ดารินทร์ อันแปลว่าดวงดาวอันยิ่งใหญ่ คล้ายกับนัยน์ตาของสอง..  แต่พอคิด ๆ ดูแล้วทั้งสองชื่อก็ใช้ได้กับชายหญิงเหมือนกันน่ะครับหม่อมแม่”  ดั่งเพลิงตอบกลับแม่ยายของตนอย่างมั่นใจ คุณชายสองเองก็พอจะรู้มาบ้างว่าสามีเอาเรื่องนี้ไปคุยโวกับเพื่อน ๆ เสียยกใหญ่

 

                “ชื่อแปลก แปลกทั้งสองชื่อ ไม่เห็นจะเข้ากันตรงไหน” ท่านชายภพบ่นอุบขณะตักอาหาร คำพูดดังกล่าวทำเอาสองสามีภรรยามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

 

                “แต่พอเป็นเรียกสองคนรวมกันก็จะเป็น ควัน-ริน ไม่ใช่หรือ ก็เพราะดีนะออกเสียงคล้ายภาษาจีน ป๊าชอบ” เจ้าสัวเส็งเสนอความคิดเห็นของตนบ้าง

 

                “จะชื่ออะไรก็สุดแท้แต่พ่อแม่ตั้งให้นั่นล่ะ อย่างไรเสียก็เป็นหลานของฉันทั้งนั้น” ท่านชายภพพึมพำ

 

                “ชื่อน่ารักน่าชังดีออกครับพี่ชายสอง ต่อไปเด็ก ๆ คงวิ่งเล่นเต็มไปหมด” คุณชายสามออกปากบ้าง แม้ว่าคุณชายสามจะอายุไม่มากนัก แต่ไม่นานเขาก็จะมีศักดิ์เป็นคุณน้าเสียแล้ว

 

                “เด็ก ๆ นั่นรวมลูกของพี่ชายหนึ่งด้วยหรือไม่ครับ.. คุณชายสองโพล่งถามขึ้น แรงสะกิดที่ข้อมือทำให้คนตัวผอมนึกขึ้นได้ ว่าตนอาจจะพูดถึงเรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่อยากจะเอ่ยถึงกันนัก

 

                “ไหน ๆ คุณชายสองเองก็เปิดประเด็นแล้ว กระหม่อมก็พอรู้มาจากปากของเจ้าเพลิงมันบ้างเรื่องการถอนหมั้นของคุณชายหมอและท่านชายมิ่งขวัญ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เส้นสายก็พอมีบ้าง เราจะบีบนักหนังสือพิมพ์ไม่ให้ตีพิมพ์หรือปล่อยข่าวเอาทีหลังก็ได้ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นความช่วยเหลือจากคนครอบครัวเดียวกัน มีหลานคนเดียวกัน” เจ้าสัวเส็งสรุปหนทางแก้ปัญหาให้กับเทววงศ์อย่างไม่รอช้า ถ้าหากข่าวการถอนหมั้นของเจ้านายถูกปล่อยออกไปก็คงจะไม่ใช่ผลดีของเทววงศ์ และยิ่งข่าวเรื่องที่คุณชายหมอวัชระแอบไปมีภรรยาและลูกเป็นแหม่มฝรั่งด้วยแล้ว เรื่องราวคงจะถูกตีความกันไปต่าง ๆ นา ๆ ทั่วพระนครเป็นแน่

 

                “ต.. แต่สองเองก็อยากให้ท่านพ่ออนุญาตให้พี่ชายหนึ่งพาภรรยาและลูกมาอยู่ไทยนะครับ ก่อนหน้านี้พี่ชายหนึ่งเองก็ดูแลสองมาตลอด สองอยากให้พี่ชายหนึ่งมีความสุข.. คุณชายสองเสนอความคิดทั้งที่ตนเองก็กล้า ๆ กลัว ๆ ว่าจะถูกผู้เป็นบิดาเอ็ดเอาได้ เพราะเรื่องนี้ใหญ่เกินตัวของคนตัวผอมไปมาก

 

                “ผมเห็นด้วยกับสองครับ ถ้าหากว่าคุณชายหมอพาครอบครัวมาอยู่ไทย ผมเองก็คงมีที่ปรึกษาเรื่องครอบครัวได้” ดั่งเพลิงพูดเสริมภรรยาหลังจากเห็นท่าทีกล้า ๆ กลัวของคุณชายสอง มือหนาจับมือของคนรักเอาไว้แน่น

 

                “สองคนนี้นี่อะไร เมื่อก่อนล่ะขัดกันเสียทุกเรื่อง เดี๋ยวนี้ล่ะเห็นดีเห็นงามกันไปเสียหมด พ่อก็หาใช่คนใจร้ายไส้ระกำ เมื่อคืนก็ได้คุยกับชายหนึ่งไปแล้วว่าจะให้พาลูกเมียมาอยู่ไทย ไม่ต้องห่วงพี่หรอกชายสอง ห่วงตัวเองเถอะ ผอมกะหร่องเช่นนี้อีกสองสามเดือนจะเดินไม่ไหวเอา” ท่านชายภพเอ็ดดั่งเพลิงและคุณชายสองอีกครั้ง แล้วจึงร่ายยาวถึงเรื่องที่คุณชายสองเป็นกังวล

 

                “เอ๊ะ.. หมายความว่าท่านพ่ออนุญาตแล้วหรือครับ” คุณชายสองตาโตเป็นประกายทันที ก่อนที่จะหันไปยิ้มกว้างให้กับดั่งเพลิง คนตัวผอมไม่รู้เลยว่าท่าทีของตนนั้นน่ารักน่าชังเสียจนทุกคนบนโต๊ะอาหารต้องอมยิ้มตาม

 

                “ผมเองก็ขอบคุณท่านเจ้าสัวสำหรับความช่วยเหลือ แต่ไม่ต้องปิดข่าวหรอก ให้นักข่าวตีพิมพ์เรื่องจริงไปนั่นล่ะ ยิ่งพอเห็นเจ้าสองมีความสุข ผมเองก็อยากให้เจ้าหนึ่งมีความสุขเหมือนกัน” สิ้นคำกล่าวของท่านชายภพ คุณชายสองมองไปยังบิดาแล้วส่งยิ้มอย่างชื่นชมให้ทันที จนผู้เป็นพ่อต้องกระแอมหนึ่งครั้งแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม

 

                “ถ้าเช่นนั้นกระผมจะให้นักหนังสือพิมพ์นัดวันพูดคุยกับคุณชายหมอนะครับ” ดั่งเพลิงเสนอ โดยที่ผู้ใหญ่คนอื่น ๆ นั้นก็เห็นด้วยและไม่ได้ว่ากล่าวอะไร

 

                “ขอบคุณนะครับพี่เพลิง” คุณชายสองเอนไหล่ไปกระทบกันดั่งเพลิงที่นั่งข้าง ๆ ทันที นึกขอบคุณไม่น้อยที่ดั่งเพลิงสนับสนุนตนตลอดบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร อีกฝ่ายคงจะเครียดเหมือนกันที่เมื่อคืนตนนั้นนอนไม่หลับเพราะมัวแต่เป็นห่วงพี่ชาย

 

                “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นหอมแก้มพี่ไม่ได้หรือครับ” ดั่งเพลิงเอนตัวกระทบไหล่ของคุณชายสองเบา ๆ คำพูดดังกล่าวทำเอาคุณชายสองหน้าขึ้นสีจัดอีกครั้ง แต่เมื่อชายหนุ่มหันไปสบตากับพ่อตาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนแล้วนั่งตัวตรงทันที

 

การรับประทานอาหารค่ำที่บ้านเกริกวานิชเป็นไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งหัวข้อสนทนาเริ่มกลับมาที่เรื่องหลานแฝดอีกครั้ง คุณชายสองและดั่งเพลิงต้องออกปากปรามเจ้าสัวเส็งและท่านชายภพที่พยายามคุยข่มกันเรื่องซื้อของรับขวัญหลานแฝด แต่ผลสุดท้ายก็จบลงด้วยดี เมื่อเจ้าสัวเส็งยอมให้ท่านชายภพออกค่าใช้จ่ายสร้างศาลาอ่านหนังสือของคุณชายสอง อันเป็นแบบเดียวกันกับศาลาที่วังเทววงศ์ 


หลังรับประทานอาหารค่ำ ดั่งเพลิงก็พาพ่อตาแม่ยายและน้องภรรยาเดินชมบ้านที่กำลังปรับปรุงอย่างภูมิใจ โดยที่คุณชายสองเองก็เดินเคียงข้างดั่งเพลิงไม่ห่าง และดูเหมือนว่าทั้งคู่เองจะไม่รู้ตัวสักนิดว่าตลอดการเดินรอบตัวบ้านนั้น ดั่งเพลิงไม่ยอมปล่อยมือของคุณชายสองเลย

 

*****

 

                ดั่งเพลิงมองไปรอบห้องสีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสถานที่คุ้นตาของตนไปแล้ว เนื่องจากในทุกเดือนเขาจะต้องพาคุณชายสองมาตรวจครรภ์ ณ ที่แห่งนี้ ภาพของนายแพทย์ปราบที่กำลังนั่งจดอะไรบางอย่างลงกระดาษ และคุณชายสองที่นอนจับมือตนจากเตียงนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจเหมือนครั้งแรกที่พาภรรยามาตรวจ ชายหนุ่มมองภาพทารกสองคนบนจอของเครื่องอัลตร้าซาวด์ด้วยความตื่นเต้น ดูเหมือนว่าลูกแฝดของเขานั้นเติบโตจนเห็นรูปร่างได้ชัดเจนกว่าเดือนก่อนเสียอีก

 

                “สัปดาห์ที่ยี่สิบสามแล้วนะครับ สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูก ๆ หลังจากนี้เด็ก ๆ จะโตอย่างก้าวกระโดด เด็ก ๆ เองก็จะรับรู้ได้ถึงเสียงและคุณหม่าม้าเองก็จะรู้สึกได้มากขึ้นเวลาที่เด็ก ๆ ดิ้นนะครับ และถ้าหากท้องใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วหรือปัสสาวะบ่อยก็อย่าได้แปลกใจไป” นายแพทย์หน้าหยกว่าพลางไล้อุปกรณ์ไปตามหน้าท้องของคุณชายสอง

 

                “พี่เพลิง.. ดูลูกซีครับ” คุณชายสองหันไปหาดั่งเพลิงแล้วหัวเราะเล็ก ๆ นี่ก็เข้าสู่เดือนที่ห้าของการตั้งครรภ์แล้ว และหน้าท้องของคุณชายสองเองก็โตขึ้นอย่างที่นายแพทย์หนุ่มกล่าวจริง ๆ เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่เสื้อผ้าของคุณชายสองต้องเปลี่ยนใหม่หมด และทุกตัวนั้นก็เป็นเสื้อเชิ้ตขนาดใหญ่พิเศษทั้งสิ้น อย่างเช่นเสื้อตัวสีชมพูอ่อนที่คนรักของตนสวมใส่อยู่ขณะนี้

 

                “ขนาดตัวพอ ๆ กับผลมะละกอเลยนะนั่น แต่คนนี้ตัวโตกว่าอีกคน” ดั่งเพลิงหัวเราะเล็ก ๆ แล้วลูบศีรษะคนรักขณะมองไปยังหน้าจอ

 

                “อีกอย่างหม่าม้าจะเริ่มมีอาการปวดหลังแล้วนะครับ เอ.. หรือมีแล้วกันนะ มีตั้งสองคนในท้องน่าจะปวดเมื่อยเอาการ ถ้าหากมีเวลานั่งก็ควรนั่งหลังตรงและมีหมอนหนุนหลังเสมอนะครับ” คุณหมอปราบยังคงร่ายยาวต่อ ท่าทางอารมณ์ขันและทีเล่นทีจริงจึงทำให้คุณชายสองดูจะคลายความกังวลไปได้บ้าง

 

                “ที่จริงแล้วก็พอจะปวดหลังบ้างแล้วล่ะครับพี่ปราบ แต่พี่เพลิงก็อาสานวดให้บ่อย ๆ” คุณชายสองกล่าวอย่างเขิน ๆ ใบหน้าที่เคยซูบผอมเมื่อครั้งแรกที่ได้เจอตอนนี้กลับมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

                “ดีแล้วครับ โดยรวมก็ไม่มีปัญหาอะไร” นายแพทย์หนุ่มพยักหน้ารับอีกครั้งแล้วจึงบันทึกการตรวจ พลางเขียนใบนัดให้กับคุณชายสอง   

 

                “ขอบพระคุณครับ” ดั่งเพลิงตอบกลับเสียงเรียบพลางพยุงให้คุณชายสองลุกขึ้นนั่ง

 

                “พี่ปราบครับ สองอยากทราบว่าถ้าท้องแฝดแบบสอง ตอนคลอดจะคลอดอย่างใดหรือครับ” คุณชายสองถามขึ้น ท่าทางของผู้เป็นภรรยาไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตเพียงแค่ฉายแววสงสัยเท่านั้น

 

                “กรณีเด็กฝาแฝด แท้จริงแล้วก็เป็นไปได้ที่จะคลอดธรรมชาตินะครับหากเด็ก ๆ อยู่ในท่าที่เหมาะสม แต่อย่างที่เรียนไปในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เด็ก ๆ โตเร็วและความเสี่ยงก็มีมากขึ้นเช่นเดียวกัน หม่าม้าอาจจะต้องคลอดก่อนกำหนดหรือมีภาวะครรภ์เป็นพิษตามที่พี่เคยพูดถึงไปเมื่อคราวก่อน ดังนั้นพี่จะแนะนำให้ผ่าคลอดดีกว่าครับ” คุณหมอปราบว่าพลางกอดอกเอนหลังไปกับเก้าอี้ของตนเอง คำพูดดังกล่าวทำให้ดั่งเพลิงนั้นวิตกในใจ เพราะชายหนุ่มเองก็เอาเรื่องภาวะแทรกซ้อนของภรรยาไปคิดต่าง ๆ นานา ยิ่งพอรู้เรื่องผ่าคลอดแล้วเขาก็ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่

 

                “ช.. เช่นนั้นสองผ่าคลอดจะดีกว่าใช่ไหมครับ” คุณชายสองถามกลับด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ท่าทางไม่กลัวอะไรเมื่อครู่กลับลอยหายไปในอากาศ คงเพราะได้ยินคำว่า ผ่า คุณชายสองคงนึกกลัวไม่น้อยไปกว่าดั่งเพลิง

 

                “หากว่าหม่าม้าและป่ะป๊าต้องการเช่นนั้น พี่เองก็นัดวันผ่าคลอดให้ได้ครับ” นายแพทย์หนุ่มยิ้มบาง

 

                “ผมไว้ใจคุณได้ใช่ไหมครับ” ดั่งเพลิงถาม เป็นคำถามสั้น ๆ แต่มันแสดงออกถึงความคิดทั้งหมดของชายหนุ่มออกมา ทั้งความเป็นห่วงภรรยาและลูก อีกทั้งความกลัวที่อยู่ภายในใจ

 

                “ผมไม่อาจบอกได้ว่าผมคือหมอสูตินารีที่เก่งที่สุด แต่ผมอยากจะให้คุณเชื่อนะครับว่าภรรยาและลูกของคุณจะปลอดภัย” คุณหมอหน้าหยกตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คล้ายกับว่าคำถามของดั่งเพลิงนั้นไม่ได้แปลกใหม่สำหรับเขา และมีคนอีกมากมายเคยตั้งคำถามเดียวกันนี้กับเขามานับครั้งไม่ถ้วน

 

                “เช่นนั้นก็ดีครับ ผมอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับภรรยาและลูกของผมน่ะครับ” ดั่งเพลิงพยักหน้ารับ แม้ว่าในใจเขานั้นจะยังมีความวิตกกังวลอยู่ก็ตาม

 

                “เรื่องผ่าคลอดไว้ตัดสินใจทีหลังได้ใช่ไหมครับพี่ปราบ” ว่าที่คุณแม่ลูกแฝดค่อย ๆ ลุกออกจากเตียงโดยมีความช่วยเหลือจากดั่งเพลิงไม่ห่าง

 

                “ได้ครับ วันนี้ก็พอเท่านี้นะครับ ถ้าไม่มีอะไรเราจะเจอกันอีกในเดือนหน้า รักษาสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ตามที่ได้แนะนำไป และสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าคุณปะป๊าและหม่าม้านะครับ” คุณหมอหนุ่มกล่าวสรุปแล้วจึงส่งเอกสารให้กับนางพยาบาล ไม่นานดั่งเพลิงและคุณชายสองก็ลาคุณหมอหนุ่มและพากันออกจากห้องตรวจไป

 

*****

 

                ณ ห้องนั่งเล่นเดิมที่ถูกตกแต่งใหม่ให้เป็นกึ่งห้องทำงานและห้องรับแขก ดั่งเพลิงในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มลอบหัวเราะ เมื่อเห็นว่าคุณชายสองเอนหลังไปกับโซฟาแล้วถอนหายใจเบา ๆ  ทั้งที่คืนนี้เป็นคืนสิ้นปีแท้ ๆ แต่คุณชายสองกลับขอนั่งกินขนมเบื้องและขนมกล้วยทอดอยู่บ้านเสียดีกว่า เพราะว่าหน้าท้องที่โตขึ้นทำให้คุณชายสองเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าง่ายและปวดตัวบ่อย ๆ แต่ถึงกระนั้นคนรักของเขาก็มีกะใจต้องการจะดูพลุหลังเที่ยงคืน จนดั่งเพลิงต้องเข็นโซฟามาไว้ที่ริมหน้าต่างเพื่อให้คุณชายสองนั่งรอดูพลุ ขณะที่ตัวเขาเองก็ไม่พลาดที่จะเปิดเพลงจากแผ่นเสียงคลอไปตามบรรยากาศ

 

                “สองง่วงจังครับพี่เพลิง เมื่อไหร่จะเที่ยงคืนกัน” คุณชายสองพึมพำด้วยน้ำเสียงงัวเงีย พลางกดหน้าลงไปยังหมอนใบโตที่ตนกอดอยู่

 

                “อีกราวสิบห้านาทีครับ ถ้าง่วงสองก็นอนก่อนก็ได้นี่” ดั่งเพลิงทิ้งตัวลงนั่งข้างภรรยาแล้วส่งแก้วนมให้อีกฝ่ายดื่ม

 

                “ไม่ครับ ปีนี้.. เป็นปีแรกที่สองได้อยู่กับพี่เพลิง” คุณชายสองยิ้มซนแล้วค่อย ๆ ซบศีรษะลงที่ไหล่กว้างของดั่งเพลิง

 

                “ตามใจนะ ดูสิดื่มอย่างไรให้เปื้อนไปหมด” ชายหนุ่มหันหน้าไปมองภรรยาของตนที่เริ่มจะติดขี้อ้อนเข้าไปทุกที นึกเอ็นดูกับคราบนมที่เลอะมุมปากของคนรักจนเขาต้องยกมือขึ้นป้ายให้ ก่อนที่จะแกล้งปาดคราบนั่นเข้าปากของตนจนโดนคุณชายสองหยิกเบา ๆ

 

                “พี่เพลิงถ้าวันนั้นสองต้องผ่าคลอด พี่เพลิงจะอยู่กับสองไหมครับ” คุณชายสองถามขึ้น ดวงตาของคุณชายยังคงจับจ้องไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ลึก ๆ แล้วคุณชายสองเองก็คงจะกลัวจนเก็บคำของคุณหมอมาคิด

 

                “อยู่ซี พี่อยู่กับสองมาตั้งแต่แรกแล้วรู้ไหม ตั้งแต่ที่อะไรบางอย่างกำหนดเราให้เป็นโซลเมทกัน เพียงแค่รอวันที่เราจะได้เจอกันเท่านั้น จนถึงตอนนี้พี่จะไม่ปล่อยมือจากสองเด็ดขาด” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นโอบไหล่ของคนรักเอาไว้แน่น ในขณะที่อีกมือของเขากลับค่อย ๆ ลูบลงที่หน้าท้องของคุณชายสอง ขนาดเขาที่เป็นพ่อยังกังวลขนาดนี้ นับประสาอะไรกับคุณชายสองที่ทั้งอุ้มท้องและจะต้องทำคลอด เขาเองในฐานะสามีและคนรักก็อยากจะทำอะไรสักอย่าง ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขานั้นจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน

 

                ปัง.. เสียงพลุดังขึ้นในขณะที่คนทั้งสองกำลังมองหน้ากัน แสงจากพลุหลากสีกระทบเข้ากับใบหน้าของทั้งคู่ แดงบ้างฟ้าบ้างจนทำให้ทั้งคู่หลุดหัวเราะให้กันก่อนที่จะมองไปยังพลุบนท้องฟ้า การเฉลิมฉลองด้วยพลุกินระยะเป็นเวลาเกือบห้าที เริ่มมีเสียงตะโกนสวัสดีปีใหม่ดังขึ้น ในขณะที่มีเสียงเพลงพรปีใหม่คลอไปตามสายลม โดยดั่งเพลิงเองก็ไม่รู้ว่าต้นเสียงนั้นมาจากบ้านหลังไหน  

 

                หากเป็นปีก่อน ๆ ดั่งเพลิงก็คงจะนั่งฉลองอยู่ตามบาร์สักแห่งกับสหาย ปิดท้ายด้วยการไปต่อกับกาฬวิฬาร์หรือบรรตาสักคน เขาคิดเพียงแค่ว่าเทศกาลปีใหม่นั้นเป็นเทศกาลที่นำมาเป็นข้ออ้างในการดื่มและหาความสุข จนกระทั่งปีนี้ที่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป ลมหนาวช่วงเทศกาลปีนี้ต่างไปไม่เหมือนเคย มันหอบพาไอเย็นและความสุขบางอย่างที่เขาได้ละเลย และหลงลืมไปเป็นเวลานานจนจำแทบไม่ได้ นั่นคือความเป็นครอบครัว

 

                “สวัสดีปีใหม่นะครับหม่าม้าของลูกพี่” ดั่งเพลิงโอบตัวของคุณชายสองให้เข้ามาชิดกับหน้าอกของตน แล้วกระซิบกับคุณชายสองเบา ๆ

 

                “สวัสดีปีใหม่ครับพี่เพลิง ปีนี้สองกับลูกขอฝากตัวด้วยนะครับ” คุณชายสองหัวเราะแล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปสบตากับผู้เป็นสามี ก่อนที่ดั่งเพลิงจะปลดริบบิ้นที่ต้นคอของคุณชายสองออกเพื่อกดจูบที่รอยตีตราซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสูดกลิ่นหอมดอกสายน้ำผึ้งที่เขาหลงใหล

 

*****

 

            คุณชายสองยกกล้องถ่ายรูปของตนที่ดั่งเพลิงเคยซื้อให้จากปารีสถ่ายภาพในงานเสกสมรสของเพื่อนสนิทครั้งแล้วครั้งเล่า งานเสกสมรสริมทะเล ณ ชายหาดหัวหิน ถูกตกแต่งไปด้วยสีขาวและดอกพุดซ้อนทั่วทั้งงาน ยามเมื่อพระอาทิตย์กำลังตกเข้าสู่ผืนน้ำ บริเวณแห่งนี้ก็ถูกย้อมไปด้วยสีทองอร่ามสุดลูกหูลูกตา สถานที่อันงามวิจิตรหาชมได้ยากยิ่งในพระนครและเหล่าผู้คนที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทำให้ในค่ำนี้ว่าที่คุณแม่ลูกแฝดอดที่จะเพลิดเพลินไปกับงานอดิเรกใหม่ของตนเสียไม่ได้ ถ้าหากใครจับตามองคุณชายสองดี ๆ ก็จะเห็นว่าเขาแวะไปตรงโน้นทีตรงนี้ทีอยู่ไม่สุข แม้ว่าจะตั้งท้องได้หกเดือนแล้วก็ตาม

 

                “อยู่นี่เอง พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่ง เผลอไม่ได้เลยเชียว” เสียงทุ้มต่ำที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาคุณชายสองที่กำลังถ่ายภาพอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อหันไปมองจึงพบกับดั่งเพลิงที่สวมชุดสูทสีดำสุภาพยืนทำหน้าเอ็ดตนอยู่ โดยด้านหลังมีเพื่อน ๆ อันฬาสมัยมัธยมของดั่งเพลิงจับจ้องและส่งยิ้มมาที่ตนเป็นตาเดียว

 

                “สองไม่ได้วิ่งนะครับ สองเพียงแค่เดินเร็ว” คุณชายสองเบ้หน้าทำเป็นตีหน้าเศร้า หวังว่าดั่งเพลิงจะไม่เอ็ดตนจนเกินไป ยิ่งท้องของตนโตขึ้นมากเท่าไหร่ คนรักของตนก็เข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังตั้งกฎเอาเองว่าถ้าหากตนดื้อดั่งเพลิงก็จะงดของหวานเสียนี่

 

                “มานั่งดีกว่ามา จะเข้าสู่ช่วงพิธีลอดซุ้มกระบี่แล้ว” ดั่งเพลิงจูงมือคุณชายสองให้มานั่งกับโต๊ะกินเลี้ยงที่ประกอบไปด้วยสมาชิกจากเทววงศ์และเกริกวานิช โดยที่คุณชายสองก็ทำตามที่ดั่งเพลิงบอกแต่โดยดี ในขณะที่คุณชายสองกำลังนั่งลง เขาก็มองเลยไปที่บริเวณหน้างานที่ขณะนี้มีนายทหารชุดขาวนับสิบทยอยเดินสวนสนามเข้ามา เพราะคุณชายสองเองก็ไม่เคยเห็นพิธีลอดซุ้มกระบี่มาก่อนจึงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขารู้แค่เพียงว่าการที่จะมีพิธีลอดซุ้มกระบี่ในงานแต่งงานได้นั้นฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องเป็นนายทหารที่จบจากโรงเรียนเตรียมนายร้อย ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างร้อยโทหม่อมหลวงภัทรดนัยก็มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ

 

ระหว่างนี้กระผมขอพูดถึงความสำคัญของการลอดซุ้มกระบี่นะครับ การลอดซุ้มกระบี่ในพิธีแต่งงาน นั่นก็หมายถึงการต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัวทหาร นั่นคือเจ้าสาว และเพื่อให้บ่าวสาวนั้นระลึกไว้ว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ ในวันข้างหน้า บ่าวสาวก็จะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคทุกประการ ไปได้อย่างราบรื่นเหมือนกับการลอดซุ้มกระบี่ครับผม โดยนายทหารผู้รับหน้าที่ถือกระบี่ในวันนี้ ได้แก่ หนึ่ง.. นายจรัญกล่าวออกไมโครโฟนอย่างคล่องแคล่ว สมกับเป็นพิธีกรประจำงานที่ซุ่มซักซ้อมมาพักใหญ่

 

“โก้จังครับ” คุณชายสองกระซิบกับดั่งเพลิงขณะที่นายทหารแต่ละคนเชิญกระบี่ขึ้นไปและพาดกันเป็นซุ้มให้บ่าวสาวเดินลอด

 

“แต่งกับทหารก็โก้แบบนี้ล่ะ แต่แต่งกับพี่ได้ไปเที่ยวฝรั่งเศสตลอดชีวิตนะ” ดั่งเพลิงพูดติดตลกจนคุณชายสองถึงกับหันมามองค้อน จากนั้นจึงยกมือเรียวขึ้นถ่ายภาพซุ้มกระบี่ภาพแล้วภาพเล่า คุณชายสองยอมรับว่าซุ้มกระบี่นั้นสวยงามมาก แต่ทว่ารอยยิ้มที่มีความสุขจากใจของคุณมิ่งขวัญในค่ำนี้กลับดูงดงามยิ่งกว่า

 

  คุณชายสองยกมือขยี้ตาเล็ก ๆ เนื่องจากวันนี้ตนใช้พลังงานไปมากตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อคราวงานเสกสมรสมาถึงช่วงเต้นรำ บทเพลงบรรเลงจากวงดนตรีก็ทำให้ว่าที่คุณแม่รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนเอาเสียดื้อ ๆ ถึงแม้ว่าตาจะปิดแล้ว แต่ดวงตากลมของคุณชายสองก็ยังคงจับจ้องไปที่บ่าวสาวที่เต้นรำกับอยู่ริมหาดอย่างสนุกสนาน

 

“พี่เพลิง ไม่ไปเต้นรำหรือครับ” คุณชายสองหันไปถามดั่งเพลิงที่นั่งยองอยู่ข้าง ๆ เก้าอี้ที่ตนนั่ง นึกแปลกใจเพราะตอนนี้คนในงานก็ทยอยลงไปเต้นรำกันริมหาดกันหมด ส่วนเด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน แต่ทว่าดั่งเพลิงเองก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน

 

“ไม่หรอก พี่เฝ้าเด็กดื้ออยู่ กลัวคลาดสายตา” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง เขายกมือขึ้นจับมือคุณชายสองที่วางอยู่บนหน้าตักขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าของเขาเอง

 

“สองอยากให้พี่เพลิงสนุกไปกับงานนะครับ” คุณชายสองว่าพลางลูบใบหน้าของดั่งเพลิง กลัวอีกฝ่ายจะเบื่อเสียก่อนที่ต้องมานั่งเฝ้าคนท้องอย่างตน ทุกวันนี้ดั่งเพลิงก็เอาแต่ดูแลตนตลอดจนคุณชายเองอยากให้อีกฝ่ายมีเวลาส่วนตัวบ้าง

 

“เช่นนั้นให้เกียรติเต้นรำกับพี่ได้ไหม เราเต้นของเราตรงนี้ก็ได้ จะได้พาลูกเต้นด้วยอย่างไรล่ะครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้มตัวลงจูบมือของผู้เป็นภรรยา

 

“ยินดีครับ” คุณชายสองตกปากรับคำอย่างยินดี แล้วจึงค่อย ๆ ให้ดั่งเพลิงประคองตัวของตนให้ลุกขึ้นยืน

 

 บทเพลงฟลายมีทูเดอะมูนขับกล่อมไปทั่วทั้งงาน ขณะเดียวกันคุณชายสองเองก็ซบหน้าลงที่ไหล่ของดั่งเพลิงโยกตัวตามจังหวะเพลงด้วยความเทอะทะ เนื่องจากหน้าท้องที่คั่นกลางระหว่างทั้งสองคน แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่แต่อย่างใด เพราะดั่งเพลิงเองก็เปลี่ยนมายืนกอดคุณชายสองจากด้านหลัง แล้วโยกตัวไปมาตามเสียงเพลงแทน คุณชายสองยังจำวันที่ตนได้เต้นรำกับดั่งเพลิงครั้งแรกได้อย่างดี จำได้ว่าในตอนนั้นมีแต่คำพูดเสียดสีและการกระทบกระทั่งกัน แต่ ณ ตอนนี้คนที่เคยชิงชังกันกลับกลายมาเป็นพ่อของลูกและคนที่คุณชายสองนั้นรักสุดหัวใจ

 

*****

เมษายน พ.. ๒๕๐๖

           

                ภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่างของบ้านเกริกวานิช ปรากฏชายหนุ่มคนหนึ่งผู้ค่อย ๆ จัดวางภาพที่เพิ่งล้างมาทีละแผ่นลงในสมุดภาพเล่มหนา ต่อจากภาพถ่ายของเขาในอิริยาบถต่าง ๆ ระหว่างอยู่ฝรั่งเศส ขณะเดียวกันเขาก็มองไปยังภรรยาที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง

 

เป็นเวลากว่าห้าเดือนแล้วที่ดั่งเพลิงย้ายมาทำงานที่บ้านเพื่อดูแลคุณชายสอง คิดแล้วก็ใจหายเพราะในเดือนหน้าคุณชายสองก็จะคลอดลูกแล้ว จากคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็กลายเป็นหนอนหนังสือเกี่ยวกับแม่และเด็กไปเสียได้ เขาคิดแค่ว่าหากรู้มากก็อาจจะบรรเทาความกังวลไปได้บ้างแต่ไม่เลย ยิ่งใกล้กำหนดคลอดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกังวลมากเท่านั้น

 

                “ว่าอย่างไรคุณวาด ที่ท่าเรือเรียบร้อยดีใช่ไหม” ดั่งเพลิงเอ่ยปากทักทายเสมียนท่าเรือคนสนิทที่เพิ่งเดินเข้ามา

 

                “เรียบร้อยดีครับ เรือจากสิงคโปร์เข้ามาเทียบท่าอย่างไม่มีปัญหา สินค้าที่จะนำส่งออกก็ครบถ้วนไม่ตกหล่นครับ นี่เป็นเอกสารเกี่ยวกับความต้องการสินค้าจากอเมริกา บางอย่างยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เข้ามาจำหน่ายในไทย คุณเพลิงลองอ่านและค่อยพิจารณาก็ได้ครับว่าคุ้มค่ากับการนำเข้ามาหรือไม่” วาดฝันแจกแจงงานเอกสารอย่างคล่องแคล่วพลางวางแฟ้มเอกสารลงที่โต๊ะของดั่งเพลิง

 

                “ขอบคุณครับผม คุณนี่ละเอียดเสียเหลือเกิน ไม่แปลกใจเลยที่พักนี้เพื่อนผมคนหนึ่งมันถึงแวะเวียนมาเยี่ยมผมบ่อย” ดั่งเพลิงรับเอกสารแล้วพูดหยอกล้อกับลูกน้อง ถึงแม้ว่าวาดฝันจะเป็นกาฬวิฬาร์ที่จัดได้ว่าหน้าตาดีจนหลายคนต้องเหลียวหลัง แต่สำหรับเขาแล้วเสมียนคนนี้คล้ายจะเป็นเพื่อนเสียมากกว่า คงเพราะบุคลิกที่มีความมั่นใจเกินร้อยและดูแลตนเองได้ ทำให้เขาไม่ได้มองว่าวาดฝันนั้นขาดอะไร แต่กลับกลายเป็นว่าเพื่อนสมัยเรียนของเขาคนหนึ่งกลับแวะเวียนมาหาเสมียนของเขาเช้าเย็น และอ้างว่ามาเยี่ยมเขากับภรรยา

 

                “คุณชายสองนอนนานนะครับบ่ายนี้” วาดฝันเปลี่ยนเรื่องด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นจึงเดินไปดูคุณชายสองที่นอนหลับอยู่ ตั้งแต่วาดฝันเข้าออกบ้านเกริกวานิชเป็นประจำ ก็กลายเป็นว่าเสมียนตัวขาวและภรรยาของเขาสนิทกันเสียอย่างนั้น

 

                “อืม สงสัยคงจะเพลียล่ะมัง เช้านี้ก็ไม่ค่อยทานอาหารด้วยน่ ดั่งเพลิงพึมพำแล้วเดินตามวาดฝันไปยังเตียงของคุณชายสอง

 

                “คุณเพลิง! คุณชายสองเหงื่อแตกไปทั้งตัวเลยนี่ครับ” วาดฝันร้องขึ้นทันทีจนทำให้ดั่งเพลิงรีบรุดไปยังเตียงของคุณชายสอง ภาพที่เขาเห็นคือภรรยาของตนเหงื่อแตกไปทั้งตัวราวกับว่าเพิ่งตกลงไปในน้ำ

 

                “ป.. ปวดท้อง” คุณชายสองพึมพำแล้วจับหน้าท้องของตนเองทั้งที่ยังนอนหลับอยู่

 

                “คุณวาดรีบไปบอกให้คนเตรียมรถเร็วเข้า ผมจะพาสองไปโรงพยาบาล!

 

#มนต์วิฬาร์

TALK: ขอบคุณและขอให้มีความสุขในสุดสัปดาห์นี้นะคะ

ปล. เนื้อหาที่เกี่ยวการแพทย์หากมีข้อผิดพลาดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ ส่วนคำผิดจะดำเนินการแก้ไขโดยเร็วค่ะ ;-;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.303K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #13971 your baby girl (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 07:11
    หลานจะออกแร้ววว
    #13,971
    0
  2. #13940 BeautybabyIce (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 11:59
    หลานจะออกมาแล้วววววววว
    #13,940
    0
  3. #13929 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 09:35
    หูยยคุณมนัสเทียวมาหาสินะ มีใจอ่อนบ้างมั้ยนะ
    #13,929
    0
  4. #13901 sprimmm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 14:20

    น้องคลอดก่อนกำหนดตั้งหนึ่งเดือนแหนะะะ

    #13,901
    0
  5. #13873 choopp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 17:55
    หลานแฝดจะมาแล้ววววว ทางนี้คือยังไม่ทันเตรียมใจเลยค่าาา
    #13,873
    0
  6. #13815 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:32
    หลานจะคลอดแล้ววววว
    #13,815
    0
  7. #13769 Kanyw (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 02:45
    น้องจะมาแล้วววววววว
    #13,769
    0
  8. #13743 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 13:11
    มาแล้วววมาแล้วววว
    #13,743
    0
  9. #13709 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 11:32
    น้องจะมาแล้ววววว
    #13,709
    0
  10. #13631 justjeen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:18
    ควัน-ริน=ควานหลิน
    #13,631
    0
  11. #13589 -xebyam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:21
    จะมาแว้ววว
    #13,589
    0
  12. #13532 12311232123312 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 13:58
    แงงงงงงงงง
    #13,532
    0
  13. #13446 Nielongforever9 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:20

    ทำไมคุณชายสองน่ารักจังเลยอะตอนที่บอกว่า สองไม่ได้วิ่งนะครับสองแค่เดินเร็ว ฮือเอ็นดูวววว

    #13,446
    0
  14. #13379 s-wu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 20:06
    ดูจากอายุครรภ์ก็น่าจะถึงเวลาแล้วละ ใจเย็นๆ ดูแลกันดีๆละลูก เจ้าแฝดอยากดูโลกเต็มแก่แล้วละ 555555
    #13,379
    0
  15. #13339 Poison cake (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:28
    หลานจะออกมาทักทายเราแล้ว ! รีบเข้าคุณเพลิง ๆ
    #13,339
    0
  16. #13292 kdn_kangdan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:09
    น้องสองจะคลอดแล้วฮือออ ตื่นเต้นๆๆๆๆๆ ปลอดภัยนะคับบบ♡
    #13,292
    0
  17. #13254 akaptnim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 15:29

    เหนือควัน กับ ดารินทร์ เป็นควันริน แงงง คุณนักเขียนสุดยอดง่ะ

    #13,254
    0
  18. #13106 2meeye (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 13:06
    สงสารน้อง
    #13,106
    0
  19. #13021 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:39
    น้องงงงงงง แงงงง
    #13,021
    0
  20. #13017 Kik_loling (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:37
    กรี๊ดๆๆๆ ควันริน! อย่างเจ๋งอะ
    #13,017
    0
  21. #12984 .ara (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 22:37
    เจ้าแฝดกำลังจัมาแน้ววว
    #12,984
    0
  22. #12973 JaiToFu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:30

    กริ๊ดดดดดดดดด คุณภัทรรรรรรร กริ๊ดดด ใคร!! ใครมันยิงคุณภัทรของท่านมิ่งงงง ไม่นะะะะะะะะะ คุณภัทรรร!! แต่แบบขอตลกหน่อย ตลกจวงอะ คุณพระ.. 5555555555 อื้อหื้ออออ รวมกันเป็นควันริน อื้อหื้อออ ควันริน ชื่อเพราะเนอะ คุณชิววี่เก่งสุดๆไปเลย 55555 แงงงงงง ยังไม่ได้อ่านศักดินาอากาศเลย ทำไมรู้สึกว่ามันต้องดร่าม่ากว่านี้แน่ๆเลย โอ้ยยยย เครียดดด 55555 หมั่นไส้ เที่ยวฝรั่งเศสตลอดชีวิตไม่เบื่อหรอน้องสอง 5555555555 กริ๊ดดดดด น้องสองจะคลอดแล้วววว เนี้ยยยยยยยยยย เนี้ยยยย ดั่งเพลิงงงงง ถ้าคุณวาดไม่มาเห็นนะ นายจะได้เห้นเมื่อไหร่!! ตีแม่มมมมม

    #12,973
    0
  23. #12935 แม่เอง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:20
    ควานลินนนนน
    #12,935
    0
  24. #12917 ฉันณยอน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 23:50
    ตื้นเต้นๆๆๆๆๆ จะคลอดแล้วว
    #12,917
    0
  25. #12706 gunboomh23 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:21
    สองจะคลอดแล้ววว ขอให้ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก ชอบความอบอุ่นของเพลิงดูแลสองไม่เคยห่างเลย จากคนที่ไม่รักเป็นรักหมดหัวใจ อบอุ่นมากๆ
    #12,706
    0