มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 20 : บทที่ ๒๐ : ของขวัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,726 ครั้ง
    21 ก.ย. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๒๐ : ของขวัญ

 

                รถยนต์สีดำขลับแล่นเข้ามาทันทีหลังประตูวังเทววงศ์เปิดออก คุณชายสองที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างตั้งแต่แรกก็รีบเดินออกนอกห้องไปทันที เมื่อเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวจอดตรงด้านหน้าของตัววังแล้ว เพราะคนตัวผอมจำได้ดีว่ารถคนนี้เป็นรถของเกริกวานิช ท่าทางที่หุนหันพลันแล่นของพี่ชาย ทำให้คุณชายสามผู้ทำการบ้านอยู่ในห้องต้องรีบเดินตามออกไปทันที

 

                “พี่ชายสอง อย่าวิ่งนะครับ! คุณชายสามตะโกนไล่หลัง

 

                “คุณวาด” คุณชายสองกล่าวกับตนเองเบา ๆ ขณะเดินลงบันได เมื่อเห็นว่าในห้องโถงมีชายหนุ่มคนหนึ่งอุ้มกองผ้าเป็นพะเนินจนบดบังใบหน้าของเขา คุณชายสองจำวาดฝัน เสมียนของดั่งเพลิงได้อย่างดี เพราะถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะกินยากักแล้ว แต่ตนกลับได้กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้โชยมาอ่อน ๆ เมื่ออยู่ใกล้เขา ตามประสาคนวรรณะเดียวกัน

 

                “อรุณสวัสดิ์ครับ นี่คือเสื้อผ้าของคุณเพลิงครับคุณชายสอง ขออภัยนะครับที่มาช้า ตอนนี้ที่บริษัทวุ่นวายกันมาก” วาดฝันตอบ คนตัวผอมพยักหน้าอย่างเข้าใจสถานการณ์ของบริษัทผู้เป็นสามี เพราะเจ้าสัวเส็งเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ดั่งเพลิงเองก็ต้องไปต่างประเทศ คนที่เกริกวานิชไว้ใจให้ทำงานให้คงมีไม่กี่คน

 

                “ใครหรือครับ พี่ชายสอง” เสียงของคุณชายสามดังขึ้น คุณชายสองส่ายหัวเล็ก ๆ เพราะน้ำเสียงน้อยชายดูไม่เป็นมิตรนัก ตนเข้าใจว่าคุณชายสามคงไม่พอใจเรื่องที่ดั่งเพลิงให้ตนกลับมาพักที่บ้าน แต่การที่จะพาลคนที่ทำงานให้เกริกวานิชนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก

 

                “คุณวาดฝันน่ะ เสมียนของพี่เพลิง ชายสามมาก็ดีแล้วช่วยพี่ถือเสื้อผ้าพี่เพลิงหน่อยได้ไหมครับ” คุณชายสองเอื้อมมือไปลูบหลังน้องชายให้ใจเย็น แล้วจึงออกปากขอให้น้องชายช่วย

 

                “ให้คนรับใช้ถือไปไม่ได้หรือครับ ของพวกนี้มีแต่กลิ่นพิมเสน..” คุณชายสามฮึดฮัดเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นอันฬาเฉกเช่นเดียวกับดั่งเพลิง จึงทำให้เด็กหนุ่มได้กลิ่นเฉพาะของดั่งเพลิงอย่างช่วยไม่ได้

 

                “พี่ชายสองไม่ไว้ใจใครให้เข้าห้องนอนนี่.. แต่พี่ชายสองไว้ใจชายสามนะ” คุณชายสองเม้มปากแน่น จู่ ๆ ไอ้อาการเศร้าฉับพลันก็เข้ามาควบคุมตนอีกครั้ง ตั้งแต่กลับมาอยู่วังเมื่อเย็นวานและห่างกับดั่งเพลิง ตนก็อาการแปรปรวนไปเสียหมด เมื่อคืนกว่าจะผ่านไปได้ก็ต้องขอให้มารดาและน้องชายมานอนด้วย

 

                “ครับ มาครับ ผมช่วยถือ” คุณชายสามลังเลไปชั่วหนึ่ง แต่ก็ทำตามที่คุณชายสองขอแต่โดยดี แต่ไหนแต่ไรคุณชายสามก็ตามใจตนเสมอ

 

                “ขอบพระคุณครับ คุณชายอชิตะ” วาดฝันออกปากแล้วส่งกองผ้าให้กับคุณชายสาม แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดพอรับกองผ้ามาถือและเห็นใบหน้าของวาดฝันชัด ๆ คุณชายสามก็อ้าปากค้างเล็ก ๆ และมองไปที่วาดฝันเสียอย่างนั้น

 

                “ค.. ครับ ด้วยความยินดีครับ” คุณชายสามตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก คุณชายสองลอบยิ้มออกมาทันทีกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของน้องชาย ก็คงไม่แปลกสักเท่าไรในเมื่อวาดฝันนั้นเป็นกาฬวิฬาร์ที่จัดว่างดงามคนหนึ่ง

 

                “เช่นนั้นแล้ว กระผมขอตัวก่อนนะครับ” วาดฝันยิ้มกว้างแล้วจึงยกมือไหว้คุณชายสองและคุณชายสาม เมื่อมองดูดี ๆ แล้ววาดฝันในตอนนี้ก็มีสภาพอิดโรยหน่อย ๆ คงเพราะพิษจากงานที่ท่าเรือ

 

                “ขอบคุณนะครับคุณวาด” คุณชายสองเอ่ยปากขอบคุณเสมียนของสามีที่มาเป็นธุระให้ จากนั้นจึงหยิบเนคไทของดั่งเพลิงบนกองผ้าขึ้นมาดม เมื่อได้กลิ่นพิมเสนของดั่งเพลิงน้ำตาก็พลันจะไหลออกมาอีกครา แต่เพราะไม่ชอบอ่อนแอต่อหน้าใคร คนตัวผอมจึงสะกดใจตัวเองเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้

 

                “ยินดีรับใช้เสมอครับ ลานะครับ” วาดฝันกล่าวอีกครั้งแล้วจึงเดินออกจากตัววังไป ทิ้งให้ในโถงมีเพียงคุณชายสองและคุณชายสามยืนอยู่เท่านั้น

 

                “พี่ชายสองไม่ร้องไห้นะครับ” คุณชายสามที่ถือผ้าเต็มสองมือกล่าวกับพี่ชาย แต่สายตายังคงมองไปยังกาฬวิฬาร์สูงขาวที่เพิ่งเดินออกไป

 

                “ไม่มองหน้าพี่แล้วจะรู้ได้อย่างไร แล้วนั่นปะไร ชอบคุณวาดหรือถึงมองไม่วางตา” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ กับท่าทางของคุณชายสาม

 

                “งามครับ งามจนสามเป็นห่วงพี่ชายสอง ไม่นึกว่าคุณเพลิงจะมีเสมียนเป็นกาฬวิฬาร์” คุณชายสามอ้ำอึ้ง แล้วส่งสายตาอันเป็นห่วงมายังพี่ชาย คุณชายสองส่ายหัวเล็ก ๆ ตนพอจะเข้าใจสิ่งที่น้องชายจะบอก มันเป็นความจริงของสังคมอันบิดเบี้ยวนี้ ที่ว่าอันฬานั้นจะตีตรากาฬวิฬาร์กี่คนก็ได้ แต่ทว่ากาฬวิฬาร์จะถูกตีตราได้ครั้งเดียว และเป็นของอันฬาตนนั้นชั่วชีวิต ไม่แปลกที่บางบ้านนั้นจะมีภรรยามากกว่าหนึ่ง

 

                “มันก็สุดแท้แต่พี่เพลิง แต่พี่นั้นมั่นใจในตัวเขานะ” คุณชายสองยิ้มบางพลางยกมืออีกข้างลูบรอยแผลบนต้นคอ

 

                “สามพาพี่ชายสองคิดมากซีนะ ขอโทษครับ เดี๋ยวสามจะช่วยพี่ชายสองทำรัง” คุณชายสามกล่าวอย่างรู้สึกผิด สักพักก็กุลีกุจอรีบเดินนำคุณชายสองขึ้นไปยังชั้นบนของวัง

 

                “อ้าว เจ้าสามรีบไปไหนนั่น แม่ทำสาคูไส้หมูด้วยนะ ว่าจะชวนเราสองคนไปทานที่สวน” หม่อมผกาผู้เดินออกมาจากทางห้องครัวพึมพำ พลางเงยหน้ามองบุตรชายคนเล็กที่เดินขึ้นบันไดไป

 

                “คงเขินกาฬวิฬาร์แถวนี้ล่ะมังครับ ชายสามโตเร็วเสียจริง” คุณชายสองยิ้มให้กับผู้เป็นมารดา

 

                “ชายสองเองก็โตเร็วเหมือนกันนะลูก แต่แม่อยากให้โตเร็วยิ่งขึ้นไปอีก ฉะนั้นต้องทานเยอะ ๆ เสียแล้วล่ะ” หม่อมผกายิ้มกว้าง พลางยกมือขึ้นจับแก้มของคุณชายสองอย่างเอ็นดู

 

                “หม่อมแม่จะว่าอะไรไหมครับ หากสองจะทานในห้องนอน” คุณชายสองถาม เพราะตอนนี้ตนทั้งอยากกินและอยากนอนด้วย

 

                “ไม่ว่าหรอก ถ้าเจ้าตัวน้อยอยาก ประเดี๋ยวแม่จะให้คนยกขึ้นไปให้นะลูก” เจ้าหล่อนตอบกลับบุตรชาย แววตาของเธอนั้นสุกใสและเต็มไปด้วยน้ำในตา

 

                “เจ้าตัวน้อยหรือครับ” คุณชายสองเอียงคอถาม เพราะไม่คุ้นเคยกับคำเรียกที่มารดาพูดออกมา

 

                “ม.. แม่หมายถึงลูกน่ะจ้ะ ชายสอง” ผู้เป็นแม่ยิ้มบาง

 

                “สองเองก็ตัวไม่น้อยแล้วนะครับ” คุณชายสองหัวเราะนิด ๆ มือทั้งสองข้างกำเนคไทกลิ่นพิมเสนเอาไว้แน่น

 

                “ตัวน้อยซี ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้ ต้องกินเยอะ ๆ เข้าใจไหมลูก ขึ้นไปรอก่อนนะ ประเดี๋ยวแม่ไปดูที่ครัวก่อน” หม่อมผกาดึงบุตรชายเข้ามากอดเอาไว้แน่น เจ้าหล่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะของคุณชายสองแล้วกล่าวออกไป เมื่อทั้งสองผละตัวออกจากกัน ผู้เป็นแม่ก็เดินกลับไปยังห้องครัวที่เธอจากมา ทิ้งให้คุณชายสองรู้สึกสับสนกับคำพูดของมารดา จะว่าไปตั้งแต่กลับมาคนในครอบครัวของตนก็กล่าวอะไรแปลก ๆ กันหมด เว้นเสียก็แต่ ท่านชายภพ ที่มักจะเจอหน้าเพียงแค่ตอนรับประทานอาหารเย็น คิดแล้วคนตัวผอมก็พลันเป็นกังวลไม่น้อย หากผู้เป็นบิดาไม่พอใจดั่งเพลิงที่ทิ้งตนไปทำงานขึ้นมา ตนเองคงจะทุกข์ใจขนาดหนัก

 

*****

 

            ดั่งเพลิงทอดสายตามองไปยังรถรางที่วิ่งผ่านถนนสายหลักในบอสตัน ควันสีหม่นจากอาคารฝั่งตรงข้ามพุ่งขึ้นบดบังวิสัยทัศน์นอกหน้าต่างโรงแรมที่เขาพำนัก ทำให้ตัวเขานั้นแทบจะมองไม่เห็นทิวทัศน์ไกล ๆ แต่เมื่อควันจางลง ภาพของอาคารสมัยใหม่ก็ปรากฏต่อหน้าเขาอีกครั้ง แม้ว่ารถไฟจะวิ่งผ่านไปขบวนแล้วขบวนเล่า เขาก็ยังมองมันไม่เบื่อ คงเป็นเพราะเขาปล่อยให้ความคิดของเขาหลุดลอยไปกับรถไฟ หวังเพียงว่ามันจะมีเวทย์มนต์หอบความคิดและความรู้สึกของเขาไปปรากฏที่พระนคร และส่งต่อมันไปยังภรรยาของเขาที่รออยู่

 

                ดั่งเพลิงเดินทางถึงบอสตันเมื่อดึกคืนวาน หลังจากแยกกับคุณชายสอง เขาก็ต้องหมกตัวอยู่แต่ในออฟฟิศ เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการเครื่องมือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน รวมถึงต้องจดจำชื่อของรัฐมนตรีและผู้อำนวยการคนสำคัญในโครงการอีกด้วย

 

                แมสซาชูเซตส์ไม่ใช่รัฐที่มีสถาปัตยกรรมอันเลอค่าเหมือนดังเมืองใหญ่ในยุโรป มันไม่ได้วิลิศมาหราเหมือนดั่งนิวยอร์ก แต่ว่าเป็นรัฐที่จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตั้งอยู่ มนตร์เสน่ห์ของบอสตันนั้นแตกต่างจากพระนครและปารีสลิบลับ แต่ความอเมริกันและความเยาว์ของผู้คน ทำให้เมืองนี้ดูน่าสนุกและตื่นเต้นตลอดเวลา ดั่งเพลิงนั้นแสนเสียดายที่การมาอเมริกาครั้งนี้ของเขา กลับไม่ได้พาคุณชายสองมาด้วย

 

                เขาเพิ่งรู้ถึงความมหัศจรรย์ของโซลเมท หลังจากที่เคยเฝ้าสงสัยว่าหม่อมหลวงภัทรดนัย ญาติผู้น้องนั้นรู้สึกอย่างไร ที่โซลเมทของมันไปเรียนที่อังกฤษถึงสี่ปีหลังจากที่ผูกชะตากัน วันนี้เขาจึงได้รู้ว่ามันแสนทรมาน ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเหนือธรรมชาติของสัญชาตญาณ แต่ในแง่ของความรู้สึกของมนุษย์อันพึงมีเช่นกัน เขาจากพระนคร จากภรรยาผู้เป็นที่รัก ด้วยคาใจว่าภรรยาของตนนั้นตั้งครรภ์หรือไม่

 

สิ่งที่เรียกว่าความห่วงหากำลังกัดกินดั่งเพลิง

 

ก๊อก ๆ.. เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกความสนใจจากดั่งเพลิงที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างได้อย่างดี เขาสลัดความคิดของตนออกไป แล้วจึงเดินไปเปิดประตูให้กับผู้มาเยือน

 

อรุณสวัสดิ์ครับคุณผู้ชาย ทางโรงแรมแจ้งมาว่าคุณผู้ชายต้องการที่จะส่งโทรเลข จึงต้องส่งผมมารับใช้ครับ พนักงานหนุ่มกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

 

“อรุณสวัสดิ์ รอประเดี๋ยวนะ ผมขอตัวไปหยิบโน้ตก่อน” ดั่งเพลิงยิ้มเล็ก ๆ แล้วจึงเดินไปหยิบกระดาษที่ตนเขียนเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเขาวางแก้วไวน์เอาไว้ไม่ไกลกับกระดาษ จึงส่งผลให้มันเปียกชื้นนิด ๆ ชายหนุ่มเพ่งพินิจไปยังข้อความในกระดาษอีกครั้ง

 

‘Dear my beloved wife Song
(ถึง ภรรยาที่รัก สอง)

 

Wait for me, honey

(รอพี่นะ ที่รัก)

 

Your husband Dungpleung
(สามี ดั่งเพลิงของสอง)

               

                ดั่งเพลิงยกมือขึ้นตบศีรษะเบา ๆ กับลายมือของตน เนื่องจากเมื่อคืนตนเขียนข้อความระหว่างดื่มไปด้วย ลายมือจึงค่อนข้างแย่ไปนิดและมีรอยขีดฆ่าเต็มไปหมด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจพอที่จะเขียนมันใหม่ เพียงแค่นึกเสียดายนิดหน่อย เนื่องจากการสื่อสารที่เร็วที่สุดคือโทรเลข เขาจึงเขียนได้เพียงแค่ข้อความสั้น ๆ เท่านั้น เขาใช้มือไล่หยดน้ำออกจากกระดาษ จากนั้นจึงส่งกระดาษให้กับพนักงานหนุ่มของโรงแรม

 

                “ส่งไปที่บางกอก ประเทศไทยนะ” ชายหนุ่มกล่าว

 

                “ขอโทษนะครับคุณผู้ชาย ข้อความที่ขีดฆ่านี่ พนักงานหนุ่มอ่านข้อความในกระดาษในใจ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาถามยังดั่งเพลิงด้วยความสงสัย

 

                “ไม่ต้องส่ง นี่ค่าใช้จ่ายกับทิปของนาย ขอบคุณ” ดั่งเพลิงตัดบทอย่างนึกรำคาญ ตอนนี้เขาต้องรีบไปอาบน้ำเตรียมตัวแล้ว เนื่องจากเวลาประมาณเก้าโมงเขาจะต้องไปทำธุระกับรัฐมนตรีที่เมืองแคมบริดจ์ ไม่ได้มีเวลามาต่อความยาวสาวความยืดกับพนักงานโรงแรม

 

                “โรเจอร์! โอ้ นี่สายจนมิกกี้เมาส์มาแล้วหรือเนี่ย” พนักงานหนุ่มขานรับคำสั่งของดั่งเพลิง แต่ก็ต้องพูดอะไรบางอย่างให้เขาฉงนใจ เมื่อชายหนุ่มมองตามไป จึงเห็นว่าโทรทัศน์ที่เขาเปิดทิ้งไว้กำลังฉายโปรแกรมการ์ตูนที่มีตัวเอกเป็นหนูอยู่

 

                “ไอ้หนูตัวนั้นคือมิกกี้เม้าส์งั้นหรือ” ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง เขายอมรับว่าตลอดการมีชีวิตอยู่ยี่สิบห้าเข้ายี่สิบหก ตัวเขานั้นไม่ใช่คนที่นิยมชมชอบพวกการ์ตูนนัก การที่เขารู้จักหมีพูห์และปีเตอร์แพนก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้ว

 

                “ใช่ครับคุณผู้ชาย ผมคิดว่าถ้าหากคุณมีโอกาสมาอเมริกาอีก คุณคงจะพาลูกของคุณไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์สักครั้งนะ ชดเชยที่ครั้งนี้ฉายเดี่ยวอย่างไรล่ะ” พนักงานหนุ่มทึกทักเอาเองอย่างแสนรู้ ดั่งเพลิงกลอกตาที่ไอ้หมอนี่เพียงแค่อ่านข้อความโทรเลขของเขา ก็รู้เรื่องส่วนตัวของเขาไปเสียหมด

 

                “ไปได้แล้วไป” ดั่งเพลิงยกมือไล่พนักงานโรงแรม แล้วจึงปิดประตูใส่ ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโซฟากลางห้องแล้วจึงทิ้งตัวลงนั่ง หยิบเอกสารที่เขาต้องใช้ในวันนี้ขึ้นมา และดูการ์ตูนดังที่ฉายในโทรทัศน์ไปพลาง ๆ

 

                ไอ้เจ้านี่ชื่อมิกกี้เม้าส์ซีนะ

 

*****

 

                กว่าสองวันแล้วที่คุณชายสามต้องมาดูแลพี่ชายกาฬวิฬาร์ของตนเอง ถึงแม้ว่าช่วงกลางวันคุณชายสองจะใช้ชีวิตปกติ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกดีได้เลย ในเมื่อสามคืนมานี้พี่ชายของตนหลบไปร้องไห้กลางดึกในตู้เสื้อผ้าเป็นประจำ ยิ่งเมื่อวานก่อนมีโทรเลขของพี่เขยที่ไร้ความรับผิดชอบส่งมา พอถึงมือคุณชายสอง พี่ชายตนก็ร้องไห้ไม่หยุด คุณชายสามในวัยสิบเจ็ดไม่ได้รู้ดีในเรื่องความรักชู้สาวนัก แต่ก็พอจะเข้าใจว่าพี่ชายคนรองนั้นรักพี่เขยอย่างเต็มหัวใจ

 

                คุณชายสามมองไปยังศาลาในสวนที่พี่ชายตัวผอมบางนั่งอ่านหนังสืออยู่ พี่ชายสองของเขานั้นเป็นคนน่าสงสาร เขาไม่กล้าจะพูดคำนี้ออกไป เพราะรู้ดีว่าพี่ชายคนรองนั้นคงไม่อยากให้ใครมาเวทนานัก ด้วยความที่เกิดเป็นกาฬวิฬาร์อันผิดแผกจากตนและคุณชายหนึ่ง ทำให้ตั้งแต่เล็กจนโตภาพที่คุณชายสามมักจะเห็นก็คือภาพคุณชายสองนั่งร้องไห้ และหาเรื่องชวนทะเลาะกับท่านพ่อ แม้ว่าใครจะบอกว่าลูกคนเล็กนั้นเอาแต่ใจ แต่คงไม่ใช่หม่อมราชวงศ์อชิตะ ถ้าหากมีอะไรที่เขาให้กับพี่ชายได้ เขาก็ยอมให้ ถ้าหากเขาเลือกเกิดเป็นกาฬวิฬาร์แทนคุณชายสองได้เขาก็จะทำ

 

                สามวันก่อน ท่านชายภพ พี่ชายใหญ่ และหม่อมผกาได้เรียกตนเข้าไปพูดคุย ด้วยเรื่องของสุขภาพของพี่ชายคนรอง เรื่องที่คุณชายหนึ่งแจ้งทำให้ทั้งหมดตกใจไปตาม ๆ กัน ทุกคนไม่ได้ตกใจเรื่องที่คุณชายสองนั้นถูกตีตรา แต่ที่ตกใจก็คือทุกคนต่างกำลังจะมีหลานตัวน้อยออกมาให้เชยชม คิดแล้วเด็กหนุ่มก็สุดแสนจะหมั่นไส้พี่เขยที่ทำให้พี่ชายตนลำบากทั้งที่แต่งกันไปไม่นาน แต่เห็นท่าทีของผู้เป็นบิดาแล้วก็อดกลัวไม่ได้ว่าคุณชายสองจะเสียใจเพราะท่านชายภพอีกครั้ง หากท่านชายภพกีดกันคุณชายสองไม่ให้พบกับสามี แต่ถ้าหากท่านชายภพจะคาดโทษดั่งเพลิง ตนก็เข้าใจได้ เพราะตนก็คิดเหมือนกันถ้ามีลูกที่กำลังท้อง และสามีของลูกดันพามาทิ้งไว้ที่บ้านตน คุณชายสามก็คงไม่พอใจเหมือนกัน แต่อย่างไรเสียตนก็ไม่อยากให้ท่านพ่อมองข้ามความรู้สึกของพี่ชาย ในเมื่อคุณชายสองนั้นพึมพำหาดั่งเพลิงในทุกวันเสียขนาดนี้

 

                “เจ้าสองเป็นอย่างไรบ้าง.. เสียงของผู้เป็นพ่อดังจากข้างหลังของเขา ทำเอาคุณชายสามหันขวับไปมองด้วยความประหลาดใจ ลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้ผู้เป็นพ่อนั้นไม่ได้ไปทำงาน

 

                “ตอนนี้ปกติครับท่านพ่อ” คุณชายสามตอบกลับผู้เป็นบิดา พอได้ยินตนกล่าวเช่นนั้นท่านพ่อก็พยักหน้ารับ สีหน้าที่เรียบเฉยของผู้เป็นบิดา ตั้งแต่วันที่รู้ข่าวดีของตระกูลทำให้คุณชายสามคาดเดาอะไรไม่ออก

               

                “แล้วเหตุใดจึงไม่ไปนั่งเล่นกับเจ้าสอง” ท่านชายภพไตร่ถามต่อ วูบหนึ่งคุณชายสามเองก็นึกระอาที่บิดายังคงเก๊กไม่ยอมเข้าหาพี่ชายของตน แต่อย่างว่าไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก ตนก็พร้อมจะเข้าใจและทำเป็นชินชา

 

                “พี่ชายสองอ่านหนังสือน่ะครับ สามไม่อยากไปกวน อีกอย่างกลิ่นของสามก็ไม่ได้จำเป็นแล้ว” คุณชายสามตอบ เพราะว่าพี่ชายสองนั้นได้กลิ่นจากของใช้ของดั่งเพลิงมาทดแทนแล้ว หน้าที่อันฬาอย่างตนจึงทำได้แค่เฝ้ามองห่าง ๆ พี่ชายหนึ่งกล่าวกับเขาว่าคนที่กำลังท้องไส้นั้นอารมณ์แปรปรวน ตนจึงไม่อยากเข้าไปป้วนเปี้ยนให้อีกฝ่ายรำคาญใจ

 

                “อืม.. ผู้เป็นพ่อขานรับในลำคอ ท่านชายภพยืนมองพี่ชายของตนที่นั่งอยู่ที่ศาลาครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินตรงไปยังในสวนทันที ท่าทางที่กะทันหันของบิดาทำให้คุณชายสามเกือบจะร้องเรียก เพราะกลัวว่าพ่อและพี่ชายจะเปิดศึกทะเลาะกันอีก แต่ภาพที่เห็นคือท่านชายภพไม่ได้เดินไปหาคุณชายสองแต่อย่างใด หากแต่แสร้งเดินชมนกชมไม้ในสวน

 

                “ไม่ไหวเลย เป็นพ่อประสาอะไร” เสียงของมารดาดังมาจากข้างหลัง จนทำให้คุณชายสามถึงกับเหลียวหลัง พักนี้พ่อแม่ของตนชักจะเท้าเบาจนน่าประหลาดใจ จะมาจะไปก็หาได้ซุ่มได้เสียงไม่

 

                “ท่านพ่อทำอะไรน่ะครับ ถ้าอยากคุยกับพี่ชายสองก็เข้าไปคุยเสียสิ.. คุณชายสามขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบิดาทำทีเดินออกกำลังกายแถว ๆ ศาลาที่พี่ชายนั่งอยู่

 

                “ชายสามเองก็รู้จักท่านพ่อมาตั้งแต่เกิดไม่ใช่รึ น่าจะรู้นี่ ถ้าเขาบอกชายสองว่าเป็นห่วง สงสัยน้ำคงจะท่วมพระนครเป็นแน่” ผู้เป็นมารดาถอนหายใจ แต่ก็ยังยืนดูสถานการณ์ของคู่ปรับของวังอยู่ห่าง ๆ กับคุณชายสาม

 

*****

 

                คุณชายสองขมวดคิ้วแล้ววางหนังสือลงทันที เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบิดากำลังเดินออกกำลังกายในสวน แต่ท่าทางการออกกำลังกายนั้นก็แปลกไปมาก เพราะท่านชายภพนั้นมัวแต่บิดแขนแล้วเดินอยู่รอบ ๆ ศาลาที่ตนนั่งอยู่เท่านั้น จะว่าไปตั้งแต่กลับมาอยู่วังเทววงศ์ ตนนั้นยังไม่ทันจะได้พูดคุยกับผู้เป็นบิดาเลย

 

                “ท่านพ่อมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” คุณชายสองเอ่ยปากถามผู้เป็นบิดา แม้ว่าจะมีท่าทางแปลก ๆ แต่ใบหน้าของท่านพ่อนั้นก็ยังดูดุเสมอ

 

                “เอ่อ.. นั่งด้วยได้ไหม” ท่านชายภพกระแอมเบา ๆ เมื่อถูกคุยชายสองจับได้ เรื่องที่ทำตัวป้วนเปี้ยนเรียกร้องความสนใจ

 

                “เชิญครับ” คุณชายสองกล่าว เมื่อเห็นว่าคุณชายสองอนุญาตแล้ว ผู้เป็นพ่อก็เดินขึ้นมานั่งยังด้านในของศาลา คนตัวผอมกลั้นใจเล็ก ๆ ถึงแม้ว่าตนจะเข้าใจกับบิดาแล้ว แต่ความเกร็งและอึดอัดระหว่างกันก็ยังมีอยู่

 

                “นั่นอะไร” ท่านชายภพเอ่ยปากถาม เมื่อเห็นว่ามีโบว์สีดำยาววางอยู่บนโต๊ะ ที่ถามว่าอะไรคงไม่ใช่ว่าไม่รู้จัก แต่คงถามว่าเหตุใดบุตรชายถึงนำมันติดตัวไปไหนมาไหนต่างหาก

 

                “ค.. คือ มันเป็นโบว์ที่เอาไว้ผูกคอ พ.. เพื่อปิดรอยตีตรา” คุณชายสองตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ภาพสมัยก่อนที่ตนแสดงท่าทีเกลียดวรรณะตนเอง และคิดว่าท่านพ่อเกลียดตนที่เป็นกาฬวิฬาร์นั้นปรากฎขึ้นมาในหัวเป็นฉาก ๆ

 

                “และเอาไว้แสดงออกว่าเป็น แมวดำ รึ ดั่งเพลิงให้มาซีนะ เด็กสมัยนี้แต่งตัวอะไรกันแปลก ๆ” ผู้เป็นพ่อว่าพลางหยิบโบว์สีดำยาวขึ้นมามอง

 

                “ท.. ท่านพ่อไม่ขยะแขยงหรือครับ” คุณชายสองจับหนังสือในมือแน่น แล้วหลุบตามองต่ำ คราวใดที่คนตัวผอมมีบทสนทนากับบิดา ก็จะแสดงอากัปกิริยาเกรงกลัวแบบนี้ทุกครั้งไป เพราะมันคุ้นชินมาแต่เล็กที่ตนมักจะถูกดุว่าเสมอ หากแสดงทำตัวไม่เชื่อฟังและดื้อรั้น

 

                “ทำไมจึงคิดเช่นนั้นล่ะ” ผู้เป็นพ่อขมวดคิ้วแล้วหันไปมองบุตรชายด้วยแววตาที่ไม่เข้าใจนัก

 

                “ตอนท่านพ่อทราบว่าสองเป็นกาฬวิฬาร์ท่านพ่อคงไม่พอใจ ก่อนหน้านี้สองเองก็ไม่ได้พอใจ นึกเกลียดเสียด้วยซ้ำ.. คุณชายสองพูดเสียงเบา และเม้มปากอย่างชั่งใจว่าจะกล่าวออกไปดีหรือไม่

 

                “แล้วอย่างไรต่อ” ผู้เป็นบิดาแปลกใจเล็ก ๆ คงไม่นึกว่าบุตรชายของตนคนนี้จะกล้าพูดออกมา

 

                “แต่ตอนนี้สองพอใจที่เป็นเช่นนี้ เป็นตัวของสองเอง ไม่ใช่คุณชายอนิละที่เทียวโกหกใครต่อใครว่าเป็นบรรตา แต่เป็นกาฬวิฬาร์ที่ถูกตีตราแล้ว ถึงแม้ว่าท่านพ่อจะสนับสนุนสองแต่งงาน แต่ ส.. สองไม่รู้ว่าท่านพ่อรับสิ่งที่สองเป็นได้จริงหรือไม่ สองจึงถามว่าท่านพ่อไม่นึกรังเกียจหรือ” ขณะที่พูดมือเรียวทั้งสองข้างก็กำหนังสือแน่น เพราะผู้พูดนั้นกลั้นใจไม่ให้น้ำตาไหลขณะสารภาพความคิดตนต่อบิดา

 

                “ถ้าจะบอกว่ารับได้ตั้งแต่ลูกเกิดมาเป็นลูกพ่อ ลูกก็คงจะไม่เชื่อ แต่พ่อจะสาบานว่านั่นคือความจริง.. ท่านชายภพถอนหายใจ ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความโศกเศร้าที่มีอยู่ในใจมาสักระยะ

 

               

 

                “เพราะพ่อเป็นพ่อที่แย่ ในวันที่พ่อรู้ว่าลูกเป็นกาฬวิฬาร์พ่อกินไม่ได้นอนไม่หลับ หาใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะนึกกลัวขึ้นมา ว่าลูกจะอยู่ในสังคมได้อย่างไร ใช้ความเป็นห่วงกักขังลูกเอาไว้ แต่รู้ไหมชายสอง สุดท้ายแล้วพ่อก็ต้องปล่อยลูกไป และนั่นทำให้พ่อรู้ว่าการที่ปล่อยลูกไป นั่นคือสิ่งที่ควรทำมานานแล้ว”

 

                “ท่านพ่อ..

 

                “ให้พ่อผูกนี่ให้นะ”

 

                สิ้นประโยคของท่านชายภพ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ในทีแรก ก็ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของคุณชายสองทันที ประโยคดังกล่าวไม่ได้มีคำว่าขอโทษแต่มันมากกว่านั้น มันแสดงออกถึงความยอมรับและสำนึกผิดของผู้เป็นบิดา คนตัวผอมพยักหน้าช้า ๆ แล้วจึงหันหลังให้บิดาผูกโบว์ให้

 

                “เจ็บไหมลูก” ผู้เป็นพ่อถามพลางวางมือประทับยังรอยกัดบนคอของคุณชายสอง ใจก็รู้สึกละอายที่ไม่อาจถามคำถามนี้ให้เร็วกว่านี้ ทั้งที่รู้สึกเป็นห่วงตั้งแต่รู้เรื่องเมื่อหลายวันก่อนแล้ว

 

                ” คุณชายสองไม่ตอบแต่ส่ายหัวเป็นพัลวัน เพราะถ้าเกิดตอบไปคงตอบไม่เป็นภาษาเนื่องจากผลของการร้องไห้ ตนไม่อยากจะฟูมฟายไปมากกว่านี้ และในหลายวันมานี้ก็ร้องไห้หนักจนปวดตาไปหมดแล้ว

 

                “ให้ผมช่วยดีกว่านะครับท่านพ่อ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ไหล่ของคุณชายสองสั่นเทิ้มด้วยความประหลาดใจ ใคร่สงสัยว่าตนหูฝาดหรือไม่

 

                “อืม ฉันผูกไม่ค่อยจะเป็นน่ะ” เสียงของท่านชายภพตอบกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงดูจะติดหงุดหงิดไปสักนิด

 

                “ไม่หันมามองเลย ไม่คิดถึงกันหรือ” เจ้าของเสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอ

 

แม้เพียงหันหลังอยู่ คุณชายสองก็แน่ใจแล้วว่าชายที่ผูกโบว์อยู่ด้านหลังนั้นมีถึงสองคน

 

คนหนึ่งเป็นชายผู้ให้ชีวิต

 

ส่วนอีกคนนั้นคือคู่ชีวิต

 

“พ่อคาดโทษคุณอยู่นะดั่งเพลิง คุยกับชายสองดี ๆ ล่ะ” ท่านชายภพยกมือขึ้นตบหลังของดั่งเพลิงแรง ๆ แล้วจึงเดินกลับเข้าไปในตัววัง

 

“พี่มารับสองกลับบ้าน” ดั่งเพลิงกล่าวแล้วสวมกอดคุณชายสองจากทางด้านหลัง เพราะการเดินทางอันยาวนาน และภารกิจมากมายแทบจะทำให้ชายหนุ่มแทบไม่มีเวลาพัก

 

“ฮ.. พี่เพลิง” คุณชายสองเริ่มสะอื้น จากนั้นจึงหันไปโผเข้ากอดดั่งเพลิงเต็มแรง แม้ว่าดั่งเพลิงจะบอกให้รอ แต่ตลอดเกือบสัปดาห์ตนกลัวมาตลอด กลัวว่าสุดท้ายแล้วดั่งเพลิงจะทิ้งตนไป

 

“คนแถวนี้ร้องไห้อยู่พระนครแท้ ๆ แต่กลับทำให้พี่ที่อยู่อเมริการ้องไห้ตามเลยนะ” ดั่งเพลิงหัวเราะเล็ก ๆ แล้วลูบศีรษะของคุณชายสองที่ซบอยู่ตรงไหล่ คราบน้ำตาของคุณชายสองเปรอะเปื้อนไปทั่วเสื้อของเขา

 

“นึกว่า.. นึกว่าจะไม่กลับมาหากันแล้ว” เจ้าของดวงตากลมช้อนมองไปยังผู้เป็นสามี นึกไม่เชื่อสายตาว่าตนนี้ดั่งเพลิงจะมาอยู่ตรงหน้าตนจริง ๆ อีกใจหนึ่งก็นึกเป็นห่วงเพราะดั่งเพลิงดูทรุดโทรมไปมาก

 

“พี่ไปไหนไม่รอดหรอกสอง แต่คราวนี้พี่จะไม่พาสองกลับไปคนเดียวนะครับ” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง

 

“พี่เพลิงจะพาใครกลับไปด้วยหรือครับ ชายสามหรือ” คุณชายสองถามด้วยความสงสัย นึกไม่ออกว่านอกจากตนแล้ว ดั่งเพลิงจะพาใครไปบ้านเกริกวานิชอีก

 

“พี่จะพาลูกกลับไปด้วย ลูกของเรา” ชายหนุ่มเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนเอง จากนั้นจึงไล้มือลงไปจับยังหน้าท้องของภรรยา

 

“ลูกงั้นหรือครับ” คนตัวผอมทวนคำ ดวงตาคู่สวยโตเป็นกระกายราวกับไม่เชื่อหูตนเอง พอคำว่าลูกออกจากปากของดั่งเพลิง ก็เหมือนโลกก็เคลื่อนไหวช้าลง ทั้งความตื้นตัน ความประหลาดใจ และความหวาดกลัว ทั้งหมดถาโถมเข้าหาคุณชายสองโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

“พี่คุยกับพี่ชายหมอมาก่อนแล้ว ผลตรวจเลือดบอกว่าสองท้องนะครับ เรากำลังจะมีลูก!ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง ชายหนุ่มยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มคุณชายสอง

 

” คุณชายสองยังคงตกใจกับคำพูดของดั่งเพลิง คนตัวผอมถึงขั้นนิ่งงันและเรียบเรียงความเป็นไปได้ทั้งหมด ที่พักหลังอารมณ์แปรปรวนและกินเยอะกว่าปกติ ก็เพราะตนกำลังท้องหรอกหรือ..

 

“สอง.. ไม่ดีใจหรือ” รอยยิ้มของดั่งเพลิงจางหายไป เมื่อเห็นว่าคุณชายสองยังคงมองหน้าเขา คล้ายกับว่ากำลังสับสนอย่างหนัก

 

“ด.. ดีใจครับ พี่เพลิง.. รักลูกมาก ๆ นะ ต้องรักลูกมาก ๆ นะครับ” คุณชายสองกล่าวแล้วกัดริมฝีปากตน ห้ามใจอย่างหนักไม่ให้ฟูมฟาย พอนึกว่าตนกำลังจะทำตามคำขอของดั่งเพลิงที่ให้มีลูกให้ ตนก็เริ่มจะร้องไห้หนักอีกครั้ง ถึงแม้ว่าในใจจะกลัว แต่ตนก็รู้สึกรักและหวงแหนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในท้องของตนขึ้นมา ยิ่งพอรู้ว่าตนไม่ได้ตัวคนเดียวมาสักพักก็ยิ่งรู้สึกมหัศจรรย์

 

เด็กคนนี้อยู่ด้วยกันมานานเท่าไหร่แล้วนะ..

 

“รักซีครับ สำหรับพี่แล้วสองและลูกคือของขวัญที่พิเศษที่สุด” ดั่งเพลิงย่อตัวลงนั่งกับพื้นของศาลา จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ กอดไปยังลำตัวของคุณชายสองที่นั่งอยู่สูงกว่า ชายหนุ่มแนบหน้ากับหน้าท้องของภรรยาอย่างชายที่กำลังมีความสุขที่สุดในโลก

 

ดั่งเพลิงต้องคอยกอดปลอบภรรยาที่ศาลาอยู่นานสองนาน กว่าคุณชายสองจะหยุดร้องไห้ ดูท่าวันนี้หลายสิ่งจะถาโถมใส่ว่าที่คุณแม่วัยยี่สิบเอ็ดปีในคราเดียว แต่ก็เหมือนเป็นการปลดล็อคอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องบิดา สามี และสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของคุณชายสองและดั่งเพลิง ลูก ที่กำลังเติบโตอยู่ในท้อง และต่อแต่นี้ไปชีวิตของคุณชายสองก็จักเต็มไปด้วยรักนิจนิรันดร์ ดังคำที่ดั่งเพลิงเคยบอกเอาไว้

 

*****

 

ดั่งเพลิงมองซ้ายมองขวาขณะที่นั่งอยู่ตรงหน้าโซฟากลางโถงใหญ่ บุคคลที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็คือท่านชายภพที่กอดอกอยู่ และหม่อมผกาที่ยิ้มแย้มพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงสัมผัสเบา ๆ บนหลังมือจากมือของคุณชายสองที่นั่งอยู่ข้างกัน คนตัวผอมคงต้องการจะให้กำลังใจตน เพื่อที่ตนจะได้ขอโทษและบอกข่าวดีเรื่องลูกให้กับผู้ใหญ่ได้ฟัง แม้ว่าทางเทววงศ์จะรู้เรื่องคุณชายสองตั้งครรภ์กันก่อนเกือบหมดแล้วก็ตาม

 

“สามนึกว่าท่านพ่อจะให้เขานอนหน้าวังจริง ๆ เสียอีก” เสียงคุณชายสามที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลทำเอาเขาขนลุกนิด ๆ ดั่งเพลิงรู้ตัวดีว่าการเลือกงานก่อนครอบครัว ทางเทววงศ์คงไม่พอใจแน่ แล้วยิ่งคุณชายสองกำลังท้องกำลังไส้อีก ไม่วายพ่อแม่ภรรยาดันรู้ก่อนใครว่าลูกตัวเองกำลังจะมีหลานให้ คิดดูแล้วความผิดของเขาก็หลายกระทงอยู่

 

“ท่านพ่อ.. หม่อมแม่ครับ.. คุณชายสองพูดขึ้น เสียงของคนตัวผอมแหบลงไปมาก ดวงตาก็ดูบวมเป่ง และจมูกรั้น ๆ ก็ขึ้นสีจัด ทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากร้องไห้ทั้งสิ้น

 

“ประเดี๋ยวพี่พูดเองครับ” ดั่งเพลิงประสานมือกับมือของคุณชายสอง แล้วจึงหันไปสบตากับพ่อตาแม่ยายโดยมิกลัวเกรง

 

“นึกว่าจะให้เจ้าสองพูดเองเสียแล้ว” ท่านชายภพพึมพำ สีหน้าบึ้งตึงของพ่อตาทำดั่งเพลิงเหงื่อตกเล็ก ๆ เกิดชายตรงหน้าเกิดกริ้วหนักขึ้นมาจะทำเช่นไร

 

“สองตั้งท้องได้แปดสัปดาห์แล้วครับ ผมจึงจะมาขอรับตัวสองและลูกกลับไปดูแลที่บ้าน” ดั่งเพลิงยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็กล้าพูดออกไปได้เต็มปาก กับสิ่งที่ใคร่สงสัยและไม่แน่ใจมาตลอดสัปดาห์

 

“คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป” ท่านชายภพแสร้งพูดลอย ๆ ให้ดั่งเพลิงได้ยิน

 

“เรื่องที่ผมฝากคุณชายหมอพาสองกลับมาอยู่วังกะทันหัน ผมต้องขออภัย ต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแล้วครับท่านพ่อ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น

 

“ถ้าพ่อให้เลือกระหว่างธุรกิจและครอบครัว คุณจะเลือกอะไร”

 

“ผม.. ผมไม่อาจตอบได้เต็มปาก เพราะในบางครั้งธุรกิจก็ส่งผลกระทบต่อการมีอยู่ของครอบครัวเช่นกัน ให้เลือกคงไม่ได้ แต่อย่างไรเสียครอบครัวจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ผมจะคิดให้ดีและปรึกษาสองเสมอ รักและให้เกียรติดังที่เคยกล่าวไว้ในวันแต่งงาน”

 

“อืม หากหลานของฉันเป็นกาฬวิฬาร์ เธอจะทำอย่างไร” ท่านชายภพถามต่อ แต่ขณะนี่ถามคำถามนี้กับดั่งเพลิง ท่านชายนั้นไม่ได้บึ้งตึงเหมือนในทีแรก แต่มันก็ทำให้ใจคุณชายสองหล่นวูบ ดั่งเพลิงหันไปมองภรรยาทันที เนื่องจากรู้ได้จากความรู้สึกที่เชื่อมกัน ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยนักที่ท่านชายตั้งคำถามนี้ เพราะคุณชายสองเองก็กลัวว่าลูกจะมีชะตากรรมเดียวกันกับตน

 

“กาฬวิฬาร์ บรรตา หรืออันฬา มันไม่เคยสำคัญเท่าเขาเป็นลูกของผมและสอง เป็นเด็กที่เป็นตัวแทนความรักของเราสองคน ผมจะให้สิทธิ์ลูกเลือกก่อนและจะเลี้ยงดูด้วยเหตุผลครับ” เขาตอบ

 

“ทำให้ดีกว่าฉันก็พอ” น้ำเสียงของท่านชายภพไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่มันกลับอ่อนลงอย่างน่าประหลาด ดั่งเพลิงประหลาดใจกับคำแนะนำดังกล่าว เพราะเขาเตรียมใจว่าพ่อตาคงเสนอให้ขังลูกแค่ในบริเวณบ้านเป็นแน่ เหมือนกับที่คุณชายอนิละแทบจะไม่มีอิสระเป็นของตนเอง แต่เขากลับมองชายคนนี้ผิดไป ท่านชายคงรู้ตัวว่าเป็นพ่อที่ไม่ดี จึงได้กล่าวเช่นนี้กับตน

 

“ชายสองมานี่เร็วลูก” หม่อมผกาผายมือให้บุตรชายคนรองเข้าไปหาตน คุณชายสองที่น้ำตาร่วงเพราะคำพูดของบิดา ได้ยินเช่นนั้นก็คลานเข่าไปกอดมารดาอย่างว่าง่าย เมื่อแม่ลูกได้กอดกันหม่อมผกาพลอยร้องไห้ไปด้วย ดั่งเพลิงไม่สงสัยเลยว่านิสัยเจ้าน้ำตาของคุณชายสองนั้นได้มาจากใคร

 

“หม่อมแม่ไม่ร้องนะครับ” คุณชายสองว่าพลางลูบหลังมารดา ทั้งที่เจ้าตัวก็ร้องไห้ไม่ต่างกัน

 

“ลูกแม่โตจนจะมีหลานให้แม่แล้ว ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก” ผู้เป็นแม่พึมพำแล้วกอดคุณชายสองโยกไปมา ทำให้ดั่งเพลิงอดที่จะคิดถึงมารดาของตนเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าหากมารดาของเขามีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ เจ้าหล่อนคงจะยิ้มกว้าง และแสดงความยินดีกับตนและภรรยาเป็นแน่

 

“ถ้าพ่อจะขอให้คุณเพลิงพาสองกับหลานมาค้างที่วังทุกอาทิตย์ได้ไหม” ท่านชายภพถาม

 

“ยินดีครับ แต่.. ” ดั่งเพลิงลังเลเล็กน้อย ครั้นจะให้พามาทานอาหารนั้นก็พอเป็นไปได้ แต่จะให้มาค้างที่วังเทววงศ์คงจะไม่สะดวกนัก

 

“พ่อไม่ชอบคำว่า แต่ ถ้าคุณไม่พามา พ่อก็ยกครอบครัวไปบ้านคุณ ถึงตอนนั้นก็เตรียมห้องหับไว้แล้วละกัน ตกลงไหม” ท่านชายภพกล่าวเสียงแข็งแล้วยกยิ้ม เขากลับไปเป็นพ่อตาหน้าบึ้งตึงอีกครั้ง

 

“ครับ ท่านพ่อ” ดั่งเพลิงกลืนน้ำลาย ถ้าหากครอบครัวเทววงศ์ไปพักที่บ้าน นั่นก็หมายความว่าตนจะต้องถูกจับผิดทุกระเบียดนิ้วเลยไม่ใช่หรือ

 

“ดี ชายสองมานี่” ท่านชายภพพยักหน้า แล้วจึงตบที่นั่งข้าง ๆ บนโซฟาเรียกให้บุตรชายคนรองมานั่งข้างตน

 

” ถึงแม้ว่าคุณชายสองจะแปลกใจเล็ก ๆ แต่ก็ขยับขึ้นไปนั่งด้วย สิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือผู้เป็นพ่อนั้นดึงคุณชายสองเข้าไปกอดทันที

 

“ดูแลตัวเองนะลูก ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ อยากได้อะไรให้บอกพี่เขา เขาจัดหาให้ได้ทุกอย่าง ใช่ไหมคุณเพลิง” ท่านชายภพว่าพลางโอบกอดบุตรชาย ในขณะที่คุณชายสองหันหลังกอดกับบิดา ท่านชายก็ส่งสายตาคาดโทษให้กับดั่งเพลิงไปด้วย

 

“ครับ ท่านพ่อ” ดั่งเพลิงยิ้มเจื่อน

 

“พี่ชายสองครับ สามทำเอาไว้เล่น ๆ คิดว่าจะให้พี่ชายสอง” คุณชายสามที่ยืนอยู่พูดขึ้นบ้าง เด็กหนุ่มยิ้มบาง แล้วจึงยื่นรัดเกล้าเถาวัลย์และประดับด้วยไม้ดอกให้กับผู้เป็นพี่

 

“เหมือนแหวนที่ให้พี่เอาไว้เลยชายสาม” คุณชายสองรับรัดเกล้าของคุณชายสาม แล้วยกมันขึ้นมาเพ่งพินิจด้วยความสนอกสนใจ

 

“ต่อไปสามจะทำให้เจ้าตัวเล็กด้วยครับ” คุณชายสามว่าพลางยกมือขึ้นจับกับหน้าท้องของผู้เป็นพี่ คุณชายสองได้ยินเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปกอดน้องชาย

 

ดั่งเพลิงและคุณชายสองพากันล่ำลาครอบครัวเทววงศ์ ข้าวของที่มีกลิ่นดั่งเพลิงถูกพับเก็บเป็นระเบียบ และนำมันมาวางไว้ด้านหลังของรถสีสดโดยเหล่าผู้รับใช้ ดั่งเพลิงยืนรอให้คุณชายสองพูดคุยกับครอบครัวจนเสร็จ แล้วจึงเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้กับคนตัวผอม เขาเข้าไปประคองคุณชายสองขึ้นรถด้วยความตื่นเต้น และทำตัวไม่ถูกนัก

 

“นี่มัน.. คุณชายสองกล่าวกับตนเอง เมื่อเห็นว่าเบาะนั่งข้างคนขับมีตุ๊กตาหนูตัวใหญ่วางอยู่ ดั่งเพลิงลอบมองปฏิกิริยาของภรรยาเล็ก ๆ ในใจก็ลุ้นไปด้วยว่าคุณชายสองนั้นรู้จักเจ้าตัวนี้หรือไม่

 

“ชอบไหมครับ ตอนพี่อยู่อเมริกาพี่ไม่รู้จะซื้ออะไรมาฝาก พอดีเดินผ่านร้านของเล่นเลยได้เจ้าตัวนี้มา” ดั่งเพลิงถามขณะเปิดประตูรถฝั่งคนขับ

 

“ชอบครับ ชอบมาก ๆ” คุณชายสองยิ้มกว้างแล้วกอดตุ๊กตาตัวดังกล่าว แก้มกลมของอีกฝ่ายแนบไปกับหน้าของตุ๊กตาจนย้วยออกมา ชายหนุ่มหัวเราะเล็ก ๆ ไม่รู้ว่าคนที่ชอบตุ๊กตานั้นคือภรรยา หรือลูกที่อยู่ในท้องกันแน่

 

“แต่.. แต่พี่เพลิงครับ” น้ำเสียงของคุณชายสองขาดห้วง คนตัวผอมหันมามองดั่งเพลิงด้วยน้ำตาคลอเบ้า

 

“ครั สองร้องไห้ทำไมครับ” ดั่งเพลิงที่ขับรถอยู่ขานรับ เมื่อเห็นว่าคุณชายสองเหมือนจะร้องไห้เขาก็โวยวายขึ้น

 

“ทำไมพี่เพลิงซื้อมาตัวเดียว แล้วมินนี่เม้าส์ล่ะครับ” คุณชายสองกอดตุ๊กตาหนูแน่น สีหน้าของคุณชายจ๋อยลงสนิท

 

“อะไรคือมินนี่เม้าส์หรือครับ..” ดั่งเพลิงถามกลับอย่างไม่เข้าใจนัก

 

*****

 

            ดั่งเพลิงยกถาดอาหารเข้ามาในห้องนั่งเล่นของตน หลังจากกลับจากอเมริกาตนก็สังเกตได้ว่าภรรยานั้นอารมณ์แปรปรวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เขายังมีโชคอยู่บ้าง เพราะคุณชายสองนั้นจะขี้อ้อนไม่ก็ร้องไห้เสียส่วนใหญ่ถ้าวันไหนมีอารมณ์โกรธขึ้นมา เขาต้องทรุดแน่ ๆ ขนมเบื้องในจานนี่ก็เช่นเดียวกัน พอกลับมาถึงเกริกวานิช แทนที่จะอยากพักผ่อน คุณชายสองกลับอยากกินขนมเบื้องที่ท่าพระอาทิตย์เสียดื้อ ๆ จนตนต้องว่าจ้างให้คนรับใช้รีบไปหามาให้ทันที

 

                “ขนมเบื้องครับ ดูอะไรอยู่นั่น” เขาทักขึ้นเพราะเห็นว่าคุณชายสองกำลังนั่งอ่านสมุดโน้ตของดั่งเพลิงอยู่ ดั่งเพลิงวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะ แล้วจึงเดินตรงเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังทันที เขาคิดถึงคุณชายสองมากมาย แต่เมื่อคราวอยู่เทววงศ์กลับทำอะไรไม่สะดวกนัก

 

                “อัคนี ไฟกัลป์ อนล ทินกร.. โดยรวมมีความหมายว่าไฟและพระอาทิตย์ คืออะไรหรือครับ” คุณชายสองอ่านสิ่งที่ดั่งเพลิงเขียนไว้ในสมุด

 

                “คือ.. พอดีคุณลุงคนที่นั่งข้าง ๆ เขาพอจะรู้เรื่องภาษาบ้าง พี่เลยลองถามเขาดู เผื่อจะได้เอามาตั้งชื่อลูกน่ะครับ” ดั่งเพลิงว่าพลางหอมศีรษะภรรยา

 

                “มีแต่ชื่อเด็กผู้ชายนี่ครับ.. แล้วชื่อที่ขีดฆ่านี่คืออะไรหรือครับ เหนือควัน หรือ” คุณชายสองอ่านชื่อที่ถูกดั่งเพลิงขีดทิ้งออก

 

                “ชื่อนี้พี่คิดจากชื่อพี่ที่แปลว่าไฟ ชื่อสองเป็นลม รวมกันก็คงเป็นควันลอยไปในอากาศ แต่ดูไม่เข้าท่าเท่าไรนัก”  ดั่งเพลิงหัวเราะแก้เขิน ชื่อที่ขีดทิ้งล้วนเป็นชื่อที่เขานั่งเขียนตอนอยู่โรงแรมในบอสตันทั้งนั้น ต่างกับชื่ออื่น ๆ ที่ได้รับคำแนะนำมาบนเครื่องบิน

 

                “รวมกันหรือครับ.. สองว่าหากชื่อควัน ก็แปลกดีนะ” คุณชายสองหัวเราะน้อย ๆ แล้วหันไปมองหน้าดั่งเพลิงที่กอดตนจากด้านหลัง

 

                “แล้วตัวเล็กล่ะครับชอบชื่อไหน” ชายหนุ่มลดมือไปวางยังหน้าท้องของคุณชายสอง ช่างน่าอัศจรรย์ที่ภรรยาของคนนั้นท้องได้สองเดือนแล้ว แต่ท้องของคุณชายสองกลับไม่ได้ใหญ่ขึ้นมาเลย หากก่อนหน้านี้เขาไม่โทรศัพท์ไปหาคุณชายหมอที่โรงพยาบาลก่อนก็คงยังไม่แน่ใจ

 

                “พูดอะไรน่ะครับ ลูกอายุแค่สองเดือนเองนะ” คุณชายสองหัวเราะแล้วกัดปากยิ้มมองชายหนุ่มตาหยี ดั่งเพลิงเองก็มองดวงตาคู่สวยของคนรักด้วยความหลงใหล เขาไม่เคยเบื่อดวงตาของคุณชายสองเลยสักที แต่กลับชอบมากขึ้นทุกวัน

 

                “พี่นึกออกอีกชื่อแล้ว” ดั่งเพลิงยิ้มบาง เพราะดวงตาที่เหมือนกับมีกลุ่มดาวอยู่ในนั้นของชายสอง ทำให้เขาคิดชื่อได้อีกชื่อ เห็นทีคงต้องบันทึกเอาไว้ในสมุดเสียแล้ว

 

                “ชื่อว่าอะไรหรือครับ” คนตัวผอมหันไปถามด้วยความสงสัย

 

                “ดารินทร์ แปลว่า ดวงดาวอันยิ่งใหญ่ ชื่อเรือส่งสินค้าของป๊า” ดั่งเพลิงตอบ เขาว่าพลางเดินไปหยิบจานขนมให้กับคุณชายสอง

 

                “สองเองก็ชอบชื่อนี้เหมือนกัน” คุณชายสองหยิบขนมขึ้นมาทาน แล้วป้อนคืนให้กับดั่งเพลิง แต่เพราะดั่งเพลิงขยับตัวไปมาเลยทำให้ขนมเปื้อนหน้าชายหนุ่ม คนตัวผอมเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างนึกขัน

 

                “ตัวแสบ แกล้งพี่หรือ” ดั่งเพลิงทำเสียงดุใส่คุณชายสองด้วยความหมั่นเขี้ยว เขาปัดคราบขนมออกแล้วดูดมันที่นิ้ว จากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปจัดการกับภรรยาตัวดื้อ

 

                “คุณเพลิงคะ มีสายเจ้าค่ะ อุ่ย.. ขอโทษเจ้าค่ะ” เสียงของจวงดังมาจากด้านหน้าประตู ทั้งสองหันไปมองสาวใช้ด้วยท่าทีเคอะเขิน เพราะหน้าของดั่งเพลิงใกล้คุณชายสองแค่คืบเท่านั้น

 

                “ประเดี๋ยวฉันออกไปรับ ขอบใจ” ดั่งเพลิงผละตัวออกจากคุณชายสอง แล้วจึงเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ทิ้งให้คุณชายสองนั่งเขียนชื่อในสมุดโน้ตต่อ

 

*****

 

                ดั่งเพลิงบิดขี้เกียจเล็ก ๆ เพราะความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางอันยาวนาน ก่อนที่จะเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ที่อยู่ในโถงกลางบ้าน หลังจากที่จวงได้บอกกับเขาว่าเจ้าของสายนั้นคือคุณชายหมอ เขาคาดว่านายแพทย์หนุ่มคงโทรมาถามไถ่อาการของน้องชายอย่างที่มักจะทำ

 

                “สวัสดีครับ ดั่งเพลิงพูดสายครับ คุณชายหมอ” ดั่งเพลิงกล่าวกับปลายสาย

 

                สายัณห์สวัสดิ์ครับคุณเพลิง พอดีช่วงเช้าผมมีคนไข้ด่วนเลยไม่ได้พูดให้จบน่ะครับเสียงของคุณชายหมอตอบกลับมา

 

                “เอ๊ะ ก็คุณชายหมอยืนยันแล้วนี่ครับว่าสองท้องจริง ๆ มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ หรือว่าสองเขาจะมีอาการแทรกซ้อน..ให้ผมพาสองไปที่โรงพยาบาลเลยไหมครับ” ดั่งเพลิงถามกลับไปอย่างร้อนรน จู่ ๆ เขาก็เริ่มกลัวขึ้นมาจับใจ เพราะมัวแต่ดีใจที่คุณชายสองท้อง ตนจึงลืมไปเลยว่าสุขภาพของคุณชายสองก่อนหน้านั้นไม่ดีนัก

 

                ไม่ใช่ครับ เรื่องอาการอื่น ๆ เราจะมาว่ากันหลังจากสัปดาห์ที่สิบสองนะครับ ในระยะนี้ควรจะดูแลเรื่องการเดินเหินทั่วไปของชายสองก่อน แต่ว่าผมเพิ่งไปคุยกับ คุณหมอปราบ สูตินารีแพทย์มาน่ะครับ

 

                “ครับ..” ดั่งเพลิงพยายามใจเย็นและรอให้พี่ภรรยาพูดต่อ

 

                คืออย่างนี้นะครับ มันจะมีค่าหนึ่งในเลือดเป็นค่าที่สามารถบอกการตั้งครรภ์ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ในกรณีของชายสองนั้นอายุครรภ์เพียงสองเดือน แต่ว่าค่าดังกล่าวในเลือดนั้นมีสูงกว่าคนตั้งครรภ์ปกติครับ

 

                “หมายความว่าอย่างไรครับ”

 

                มีความเป็นไปได้ครับว่าชายสองจะท้องลูกแฝด จึงอยากเชิญให้คุณพาชายสองมาตรวจอีกครั้งครับ

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนมาอัพเวลากลางวันแล้วจริง ๆ


หลังจากที่ตอนที่แล้วมีหลายอย่างที่ทำให้สงสัยและตีความไปต่าง ๆ เราเลยรีบมาอัพบทต่อไปค่ะ (ถึงแม้ว่าจะผ่านมา ๕ วันแล้วก็ตาม) ในบทนี้เราอยากเขียนถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวเทววงศ์ค่ะ ถ้าดูจากบทแรก ๆ ก็จะพอเดาได้แล้วเนอะ ว่าฟิคเรื่องนี้นอกจากความรักของดั่งเพลิงและชายสองนั้น เรื่องรองลงมาก็คือครอบครัว มีคำถามมามากมายค่ะ ว่าทำไมครอบครัวเทววงศ์ถึงโกรธดั่งเพลิงที่ทำชายสองท้อง อยากยืนยันนะคะ เขาไม่ได้โกรธที่ชายสองท้อง แต่โกรธที่ดั่งเพลิงเลือกไปทำงานแทนที่จะดูแลน้องค่ะ และเขาก็ไม่ได้ใจร้ายถึงกับให้ดั่งเพลิงนอนหน้าวังหรอก ท่านชายภพก็แค่คุณพ่อซึน ๆ ที่รักลูกมากแต่แสดงออกได้ไม่ดีเท่านั้น และยืนยันนะคะ พี่ชายหมอไม่ได้คิดอะไรกับน้องชายตัวเองแน่นอนค่ะ เราอ่านคอมเม้นแล้วเราใจเสียเลย (ฮ่า ๆ)


เฉลยเมจรุ่นลูก: ไล ควานลิน & ไล ควานลิน

เราว่าหลายคนคงมีเมจในใจแล้ว แต่คงไม่คิดว่าจะเป็นสองคนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องชื่อก็ต้องตามลุ้นในตอนต่อไปนะคะ <3


มาเรื่องสุดท้าย ถ้าใครตามทวิตเตอร์เราจะรู้ค่ะว่าช่วงนี้เราป่วย ดังนั้นเลยคงไม่ได้มาอัพถี่เหมือนช่วงเดือนที่ผ่านมานะคะ เพราะต้องตามอาการบ่อย ๆ รักษาเนื้อรักษาตัวกันด้วยนะคะ และตอนนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.726K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,038 ความคิดเห็น

  1. #13999 mumin2525 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 01:25
    ฮืออออออออออออ
    #13,999
    0
  2. #13969 your baby girl (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 06:05
    ลูกแฝดดดดดดดดดดดดด
    #13,969
    0
  3. #13938 BeautybabyIce (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 09:36
    ซีนอารมพ่อลูกคือน้ำตาไหลทุกรอบเลยจริงๆ พี่เพลิงคงงงเงิบน่าดูตอนสองถามถึงมินนี่เม้าคิดละก่ขำ
    #13,938
    0
  4. #13899 sprimmm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:29

    ตอนแรกคือสงสารชายสองมาก น้องร้องไห้เยอะเลย แต่ท้องลูกแฝดนี่แบบหหหหหหหหหหึ

    #13,899
    0
  5. #13871 choopp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 17:13
    จะมีหลานแค่สองคนไม่ได้นะคะมันไม่ด้ายยยยยย
    #13,871
    0
  6. #13848 chocolatebacon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 02:49
    ไม่ได้อ่านนานมาอ่านแล้วนะคะ น่ารักที่สุดเลย
    #13,848
    0
  7. #13847 chocolatebacon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 02:48
    ไม่ได้อ่านนานมาอ่านแล้วนะคะ น่ารักที่สุดเลย
    #13,847
    0
  8. #13823 l3ammii Milk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:47
    ฉากนี้ที่ตามหาหลังจากไปอ่านของอาวาด คือชายสามมม ชายสามชอบอาวาดช่ายม้าาา
    #13,823
    0
  9. #13812 tinkerbell.n12 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:56
    กรี๊ดดดดดด คุณหลานนนนน
    #13,812
    0
  10. #13767 Kanyw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 01:06
    เชื้อคุณพ่อเขาแรงนะคะ ;-; น่ารักมากๆๆๆๆ ฮื่ออออออ
    #13,767
    0
  11. #13735 Ammiee_Ammiee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 17:54
    เอ็นดูคุณชายสามมากกกกก ห่วงพี่ชายสองมากกก เราชอบเค้าาา ส่วนพี่เพลิงนั้นลูกแฝดก็มานะฮะ
    #13,735
    0
  12. #13707 .ศรีรุ่นที่สิบสาม? (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 19:11
    หืมมมมมม ลูกแฝดดดด ของพ่อเค้าแรงจริงๆค่ะ -.,-
    #13,707
    0
  13. #13689 AdiOzTHELF (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 20:55
    แหนะ ว่าแล้วเชียวว่าได้ลูกแฝดแหงม
    #13,689
    0
  14. #13633 Strawberrybunny (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 01:15
    โอ้ยยยยย น้ำยาพ่อเขาเเรงนะคะคุณ
    #13,633
    0
  15. #13584 -xebyam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:49
    มาแบบแพคคู่เลยยย
    #13,584
    0
  16. #13530 12311232123312 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 09:37
    แงงงงงงน่ารักกก
    #13,530
    0
  17. #13474 min_min (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 17:52
    เพราะน็อท 2 รอบ เลยท้องลูกแฝดหรือเปล่า....อุแงงงงงง
    #13,474
    0
  18. #13436 Nielongforever9 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 22:47

    ฮืออตอนที่ท่านชายพูดความในใจกับชายสองร้องไห้เลยอะฮืออเศร้ามากเลยค่ะ ชายสองน่ารักมากแง้ๆตอนที่บอกทำไมไม่ซื้อมินนีเม้าส์มาให้ด้วย5555 ยินดีด้วยกับลูกแฝดนะคะเย้ๆๆๆ

    #13,436
    0
  19. #13425 หัสสา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:34
    หื้มม์????????????????
    #13,425
    0
  20. #13396 Dongdung56789012 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:01
    ได้เจ้าแฝดหละ💙
    #13,396
    0
  21. #13393 รักไรท์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 06:27

    นี่คิดว่าได้แฝดตั้งแต่น้องอยากได้กล่องดนตรีสองอัน 5555555 ไม่รุ่เกี่ยวมั้ยนะ

    #13,393
    0
  22. #13377 s-wu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:26
    มีแต่เรื่องที่ทำให้พี่เพลินหัวใจจะวาย ยินดีด้วยนะคะว่าที่คุณพ่อลูกแฝด

    55555555555
    #13,377
    0
  23. #13355 om_kanokrat (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:51
    ซึ้งความสัมพันธ์ครอบครัวจริงๆค่ะ
    #13,355
    0
  24. #13337 Poison cake (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:17
    เป็นตอนที่อดน้ำตารื้นไม่ได้เลยค่ะ ตื้นตันมาก ๆ ปลดล็อกในใจแล้วนะคุณชายสอง ท่ายชายภพ ฮื้ออออ
    #13,337
    0
  25. #13334 markbam3105 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 11:47
    แฝด!!!! อมกกกกก
    #13,334
    0