[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 14 : บทที่14:ช่วงเวลาตั้งหลักตั้งตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63



Mobile Suit Gundam OO 

ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่14:ช่วงเวลาตั้งหลักตั้งตัว



 

 24:00(เที่ยงคืนตรง)...เวลาบนโลก


  เขตร่องภูเขาแทบทวีปยุโรป

      ผ่านมาสองวันได้หลังจากเซเลสเทียลบีอิ้งทำลายอาวุธดาวเทียมแร็กนาร็อกและลงมาบนโลก 


  ห้องพยาบาล


   "น่าเบื่อจัง คุณลินดาให้ฉันไปช่วยงานคุณเอียนเถอะนะค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงร่างกายทางนี้หรอก"
   "ไม่ได้! ต้องให้ห้ามอีกซักกี่ครั้งถึงจะยอมเข้าใจลิเลีย"

    ลิเลียเบะปากไม่พอใจ ลินดาถอนหายใจขณะเก็บกล่องปฐมพยาบาล

   "เธอบาดเจ็บกว่าคนอื่นมาก ตอนนี้ควรพักผ่อนเอาแรงให้หายสนิทก่อนแล้วค่อยไปช่วยคนอื่น ถ้าหายแล้วไม่มีใครห้ามเธอหรอกนะ"
   "ก็มันน่าเบื่อนี่ค่ะ...อยากทำงาน" หญิงสาวบ่นพึมพำ ลินดารู้สึกเหนื่อยใจจนไม่อยากจะพูดแล้ว

    ตั้งแต่เซ็ทสึนะพามาห้องพยาบาล สาวเธอก็แค่ให้ทำแผลอย่างเดียวนอกจากนั้นก็เสนอตัวจะไปช่วยงานสามีเธอทำงานตลอดสองวัน คนเฝ้าดูอาการเพลียกับนิสัยไม่ดูแลตัวเองของลิเลียเต็มทน

   "ไว้หายจะโยนงานให้ทำจนไม่ได้นอนเลยเอาไหม!"
   "แบบนั้นมันเรียกว่าประชดแล้วคะ" ลิเลียเถียงกลับทั้งทำหน้าตาให้ดูน่าสงสาร 
   "ขอร้องล่ะ พักผ่อนให้หายดีเถอะ...เพราะต่อจากนี้ศัตรูจะต้องบุกมาเยอะและรุนแรงกว่าเดิม" ลินดาขอร้องครั้งสุดท้าย หญิงสาวผมขาวเห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูอ้อนวอนขอให้เชื่อก็พยักหน้าเบาๆอย่างว่าง่าย เถียงต่อก็ไม่ชนะแล้ว
   'จริงของคุณลินดา พวกเราเปิดเผยตัวซะขนาดนี้ยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องจบแค่นี้หรอก'



   "ขออนุญาต" เสียงชายหนุ่มผมดำเดินเข้ามาในห้องพยาบาล ลิเลียละสายตาจากลินดามองต้นเสียง

   "เซ็ทสึนะเองเหรอ" หญิงผมสีเหลืองอ่อนทักทาย เซ็ทสึนะยิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนเดินไปหาลิเลีย
   "อาการเป็นยังไงบ้าง" 
      เซ็ทสึนะถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามแบบฉบับของเขาแต่ก็แฝงความเป็นห่วงทางสีหน้า ลิเลียถึงกับยิ้มเหงื่อตกกับสีหน้าอีกฝ่ายที่เธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีโอกาสเห็นจริงๆเต็มสองตา
   "...ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ"

   "ค่อยยังชั่ว" ชายหนุ่มหลบตาไปทางอื่น หญิงสาวเองก็แอบถอนหายใจ
   "เซ็ทสึนะทางคุณเอียนเป็นยังไงบ้าง? ทุกอย่างดีขึ้นไหม"
   "ราบรื่นดี ถ้าไปถึงฐานคาตาลอนเมื่อไหร่คงจะได้ที่ซ่อมแซมสะดวกขึ้น"

    ลิเลียนั่งฟังเซ็ทสึนะกับลินดาคุยเรื่องงานไปเรื่อยๆ ใจหญิงสาวพอได้ยินเรื่องซ่อมแซมโมบิลสูทมันก็อยากออกไปช่วยใจจะขาด นั่งเป็นคนป่วยมันดูไม่มีประโยชน์ต่อทุกคนเลย
   'ต่อจากนี้จะเป็นยังไง เราเริ่มเป็นห่วงทางอาซาดิสสถานแล้วนะ...พวกASจะต้องไปที่นั่นด้วยมั้ง' หญิงสาวคิด เธอเป็นคนเดียวที่จะเดาเหตุการณ์โลกนี้ได้ มันเลยอดคิดถึงอันตรายต่อจากนี้ไม่ได้

 แต่ช่วงเวลากำลังคิดนี้เอง ลิเลียก็ไม่ได้ให้ความสนใจคนทั้งสองที่คุยเรื่องงานกันไปต่อไหน 
   "ถ้ายังไงฝากเธอเฝ้าลิเลียให้ฉันซักหนึ่งชั่วโมงได้ไหมจ้ะ ฉันเองก็ว่าจะไปช่วยคุณเอียนซักนิดนึงไว้จะกลับมา" ลินดาพูด 

   "....ได้สิ แค่ชัวโมงเดียวก็ไม่เป็นไร" เซ็ทสึนะตอบตกลงโดยไม่มีบ่น ลิเลียได้ยินเสียงชายหนุ่มชัดกว่า หญิงสาวเริ่มตะหงิดๆแล้วว่าพวกเขาพูดอะไรกัน     
   "คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?"
   "ฉันให้เซ็ทสึนะอยู่เฝ้าเธอแทนน่ะสิ กลัวว่าจะแอบหนีไปที่อื่น"
   "ทำไมต้องทำยังงั้นค่ะ คุณลินดา!" 

  หญิงสาวร้องโอดโอยแทบจะทันที มองหน้าเซ็ทสึนะสลับกับหน้าลินดา

   "สบายใจได้ ฉันไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของเธอหรอก"
   "เอ๊ะ?"
   "ฝากด้วยนะ^๐^" 

  

   ลินดาเดินออกไปข้างนอก ลิเลียชายตามองจนอีกฝ่ายลับตา

   'ไม่ตลกเลยนะ ทำไมจะต้องอยู่กับเซ็ทสึนะด้วย! มันอึดอัดมากกว่าอยู่คนเดียวอีก' หญิงสาวกรีดร้องในใจ เธอไม่กล้าสบตาคนตัวสูงกว่า
   "...."

    เซ็ทสึนะมองลิเลียพักหนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามเธอ 

   'อึดอัดที่สุดเลย!!!!..อยากกลับบ้านT^T'


--------------------------------


 ห้องประจำยาน


   "เส้นทางเคลีย บริเวณที่เซ็นเซอร์ตรวจจับได้ยังไม่มีศัตรูเข้ามาใกล้" เฟลทรายงานความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบ สุเมรากินั่งถอนหายใจโล่งอก
   "แทบนี้มีแต่หุบเขาลึก เราจะใช้เส้นทางนี้เดินทางจนกว่าจะถึงจุดหมาย...อดทนกันหน่อยนะ"
   "สบายมากน่า กัปตันนั่นแหละไปพักบ้างก็ได้" ลาสเซ่พูด สุเมรากิยิ้มที่มีคนเป็นห่วง
   "คุณวีเลตต้าเป็นยังไงบ้างนะ มิเลน่ารู้สึกเป็นห่วงจัง...เห็นคุณออเด้บอกบาดเจ็บด้วย" เด็กสาวอายุน้อยที่สุดบนยานพูดขึ้น เฟลทเหลือบมามอง
   "จะว่าไปก็ลืมเลยนะ ไปเยี่ยมแทนทีสิมิเลน่า" 
   "คุณไอออน!" มิเลน่าพูด ลาสเซ่พยักหน้าให้ ถ้าเขาไปเองแล้วใครจะบังคับยานกันล่ะ
   "ต้องขอบคุณเด็กคนนั้นมาก...เขาเป็นคนแข็งแกร่งทั้งตัวและจิตใจจริงๆ เป็นฉันนะคงใจเด็ดไม่ได้แบบนั้น" 
   "คุณสุเมรากิ..."

  หญิงผมน้ำตาลหลับตาลงเพื่อผ่อนคลายตัวเองซักพัก ภารกิจที่สำเร็จได้เธอยกความดีความชอบให้ลิเลียหมดเลย

   "นั่นสินะค่ะ...ฉันเองก็สู้เขาไม่ได้เลยซักนิด" เฟลทพึมพำบอกตัวเอง มาคิดๆดูแม้อายุจะเท่ากันแต่ลิเลียกลับมีความเป็นผู้ใหญ่ภายใต้ความร่าเริงที่เห็นมาก กล้าตัดสินปัญหาภายในเวลาอันสั้นได้จนเธอรู้สึกทึ่ง
   "ไว้ทำงานส่วนนี้เสร็จมิเลน่าขอไปเยี่ยมคุณวีเลตต้านะคะคุณโนลิเอกะ"
   "ตามสบายเถอะ"






   ผ่านไปยี่สิบนาที ในห้องพยาบาทนั้นเงียบกริบอย่างกับป่าช้า ลิเลียกับเซ็ทสึนะต่างไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น
   "..." ลิเลียแอบมองชายหนุ่มดูว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ 
    เซ็ทสึนะหันหน้ามองออกไปข้างนอกทางเดินผ่านกระจกใส หญิงสาวเลยรู้สึกโล่งเมื่อเห็นว่าไม่ได้โดนจับตามองตลอด
   "ความบิดเบี้ยวของโลกใบนี้"
   "!...."
   "เธอคิดว่าอะไรที่ทำให้โลกไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันได้?"

    ดวงตาสีส้มแดงหันมาถามดวงตาสีน้ำเงิน หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆไม่เข้าใจ

   'พิลึกคนจัง อยู่ๆก็มาถามเราแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเฉย' ลิเลียคิด แต่เธอก็ตอบเขาได้เพราะคำถามนี้เธอต้องรู้ดีหากจะเป็นแฟนGundam 00
   "...โลกมันมีหนึ่งเดียวอยู่แล้วค่ะคุณเซ็ทสึนะ ฉันว่าโลกมากกว่านะที่อยากถาม...เมื่อไหร่มนุษย์จะเลิกทำสงครามที่ทำร้ายโลกนี้ซะที" ลิเลียตอบ 
   "...."
   "คำถามของคุณน่ะออกจะเห็นแกตัวไปหน่อยนะค่ะ เพราะทั้งฉันและคุณก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำร้ายโลกใบนี้เหมือนกัน"
   "ฉันรู้ว่าการแทรกแซงของพวกเราสร้างความเจ็บช้ำให้คนบริสุทธิ์ แต่ถ้าไม่ทำก็ต้องมีคนบริสุทธิ์ตายไปมากกว่านี้" เซ็ทสึนะพูด
   "อยากจะบอกว่ามนุษย์เราใช้อำนาจกดขี่กันสินะคะ"

     เซ็ทสึนะพยักหน้า สีหน้าชายหนุ่มดูกังวลเล็กน้อยขณะพูด

   "ฉันว่าก่อนจะไปคิดถึงโลกนี้ช่วยเลิกใจแข็งแล้วกลับมามองตัวเองก่อนดีไหมค่ะ คุณยังมีคนรอให้พักพิงหัวใจอยู่นะ" ลิเลียบอก เซ็ทสึนะหันควับจ้องตาเบิกกว้าง หญิงสาวหัวเราะเบาๆก่อนพูดต่อ
   "เคยได้ยินคำนี้ไหมค่ะ ไม่ว่าตัวจะห่างกันแค่ไหนแต่ถ้าคนเราต่างพูดความรู้สึกที่มีให้กันและกันฟัง แม้จะอยู่ไกลคนล่ะฝากของจักรวาลก็ไม่เหงาน่ะ"
   "ไม่เหงาแม้จะห่างกัน!"
   "ใช่ค่ะ! คุณเซ็ทสึนะยังจำเรื่องของเด็กผู้ชายคนนึงที่ฉันเล่าให้ฟังได้รึเปล่า?" ลิเลียถาม ชายหนุ่มทำหน้าคิดซักพัก
   "จำได้...เด็กคนนั้นทำไม?" เซ็ทสึนะถามเสียงเรียบกลับ
   'ไม่รู้สึกแปลกใจบ้างเลยรึไง! ทั้งที่ฉันกำลังหมายถึงนายอยู่แท้ๆ' ลิเลียเหนื่อยใจที่รู้ทุกอย่างอยู่คนเดียว แถมมาคุยกับคนที่ตั้งใจไว้ที่สุดในเรื่องอย่างเซ็ทสึนะ ก็เริ่มเครียดแทบไมเกรนจับ
   "ก็ไม่ทำไมหรอกคะ...แค่อยากให้ลองคิดตามที่ฉันกำลังจะพูด ลองคิดตามนะ"
   "...." เซ็ทสึนะเงียบรอฟัง ลิเลียจึงเริ่มพูด
   "เด็กผู้ชายอายุแค่แปดปีที่ต้องเอาตัวรอดในสงครามของผู้ใหญ่เห็นแก่ตัวคนนึง ถ้าหากวันนั้นเขาได้พบเจอผู้หญิงที่พร้อมยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ให้ความรัก,ยินดีกอดตัวเขาแม้จะจมในกองเลือด...คิดว่าเขาจะยอมทิ้งปืนแล้วไปหาผู้หญิงคนนั้นไหมค่ะ?" หญิงสาวถามชองเชิง ใจเธอลุ้นมากว่าจะได้คำตอบแบบไหน ในขณะที่ชายหนุ่มดูงุนงงกับสิ่งที่ได้รับ
   "....ผู้หญิงที่เธอหมายถึงคงเป็นคนใจดีมากสินะ ถึงได้ยอมรับคนที่ใช้ชีวิตด้วยการฆ่าคน ทั้งที่เด็กผู้ชายอาจจะฆ่าเธอไปด้วยก็ได้" เซ็ทสึนะว่าเสียงเรียบ ลิเลียถึงกับสีหน้าหลุดไม่พอใจทันที ลึกๆนึกอยากจะตะโกนออกไปดังๆให้เข้าใจเหมือนกัน
   'จะบ้าตาย! พูดถึงขนาดนี้ยังไม่รู้จนถึงวินาทีสุดท้ายว่ามันคือตัวนายเองนะ!...จะสรรหาคำพูดอะไรมาอธิบายอีกดีเนี่ย'

   ลิเลียชักสีหน้ามองไปทางอื่น อารมณ์หงุดหงิดจนควบคุมทางสีหน้าไม่ได้อีกแล้ว

   "แต่" เสียงเซ็ทสึนะขัดขึ้นในช่วงที่ลิเลียกำลังอารมณ์เสีย หญิงสาวตดใจน้ำเสียงนั้นรีบมอง แทบจะเปลี่ยนอารมณ์ตามสถานการณ์ไม่ทัน
   "....."
   "ถ้าผู้หญิงคนนั้นยอมรับอย่างที่เธอพูดมีอยู่จริง....เป็นฉันก็คงยอมทิ้งปืนไปหา"
   "0๐0!!!" ลิเลียเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ใบหน้าของเซ็ทสึนะยิ้มอ่อนโยนเมื่อตอบคำถามของเธอเสร็จ หญิงสาวตกตะลึ่ง สิ่งที่ต้องการได้ยินมานานเป็นจริงในที่สุด
   "จ...จริงเหรอคะ? คุณเซ็ทสึนะพูดจริงนะ" ลิเลียถามเสียงสั่น เซ็ทสึนะขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายต้องเสียงสั่นด้วย 
   "ก็ถ้าผู้หญิงคนนั้นมีอยู่จริงและฉันเป็นเด็กผู้ชายที่เธอบอกละก็นะ" 
   'จริงเหรอ! ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย' ลิเลียร้องลั่นดีใจเงียบๆ เธอเก็บสีหน้าให้ดูเรียบร้อยเพื่ออีกฝ่ายจะได้ไม่สงสัยว่าดีใจอะไรกับเรื่องแค่นี้
   "ผู้หญิงที่ว่า...ก็มีตัวตนอยู่จริงๆนะ~~~" ลิเลียแอบพึมพำเบาๆพลางเลห์สายตาไปทางอื่น
   "เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?" เซ็ทสึนะถาม
   "เปล่าค่ะ แค่คิดว่าถ้ามีตัวจริงคุณเซ็ทสึนะจะไปหาเธอไหมน่ะ" ลิเลียบอกเสียงเจ้าเลห์ หญิงสาวล้มตัวลงไปนอนบนเตียงพลางอมยิ้มแก้มบาน

    เซ็ทสึนะมองแผ่นหลังร่างบาง เธอหันหลังให้เขาเลยไม่เห็นว่าตอนนี้สีหน้าเป็นยังไง

   "มันไม่ใช่ความจริง เธอไม่ต้องมาหวังเรื่องนี้ให้ฉันก็ได้"
   "0_0!..."

     เซ็ทสึนะพูดเสียงเย็นชาใส่ ลิเลียที่กำลังมีความสุขล้นใจถึงกับผงะเบิกตากว้างและตัวเเข็งทื่อ ดวงตากรอกไปมองข้างหลังแม้ไม่เห็นอีกฝ่ายก็ตาม 

   "ยังไงซะที่พูดมาทั้งหมดนั่นฉันก็ไม่มีทางได้มันมา แต่ถ้าโลกนี้มีคนใจดีพร้อมยอมรับคนจากสงคราม...ขอให้คนที่มีชะตากรรมเหมือนเด็กผู้ชายคนนั้นได้รับโอกาสมีที่พักพิงแทนที่จะเป็นฉันดีกว่า!"

    ประโยคยาวเยียดของเซ็ทสึนะทำเอาหญิงสาวอึ้ง หรือนี่จะเป็นความรู้สึกจริงๆของเขากันนะ

   'เซ็ทสึนะ...' ลิเลียค่อยๆลุกขึ้นหันมาสบตากับชายหนุ่มผมดำ เธอควรจะเข้าใจดีเขาหรือ? เพราะที่พูดไปทั้งหมดนั่นมันก็เป็นอดีตของเซ็ทสึนะทั้งนั้น ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กแล้วจะย้อนเวลาไปแก้ไขอดีตก็เป็นไปไม่ได้
   "ฉันถามเธอตรงๆที เด็กผู้ชายที่หมายถึงนั่นเป็นใคร...เธอคงไม่ได้มโนมันขึ้นมาหรอกนะ" น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นเป็นครั้งที่สอง ลิเลียกลืนน้ำลายลงคอ บรรยากาศโดยรอบมาคุชวนอึดอัดไปหมด
   "ค่ะ!...คุณไม่พอใจสิ่งที่ฉันพูดสินะ" ลิเลียถาม ใจเธอเริ่มกล้าๆกลัวๆจะพูดแล้วในเวลานี้ 
   "ไม่ใช่...ฉันแค่อยากให้ความหวังดีของเธอเป็นของคนที่มีโอกาส ไม่ใช่คนแบบฉัน" ชายหนุ่มพูดจบก็ทำท่าเหมือนจะเดินออกไป หญิงสาวเห็นเลยร้บลุกไปรั้งเขาไว้
   "...เดี๊ยวก่อนคุณเซ็ทสึนะ!" ลิเลียคว้าเเขนเสื้อเขาไว้ได้ทัน อีกฝ่ายยอมหยุดอย่างที่เธอต้องการ
   "โอกาสที่คุณหมายถึงน่ะ คนแบบไหนถึงจะได้มันงั้นเหรอคะ? พูดแบบนี้เหมือนปฏิเสธตัวเองเลย จริงอยู่ที่ตัวคุณในตอนนี้ไม่สามารถหันหลังให้เซเลสเทียลบีอิ้งได้ แต่ถ้ามีคนอยากเข้าใจเราซักคน....อย่าปฏิเสธความรู้สึกของเขาเลยนะ โอกาสมันเป็นของเราเสมออย่าทิ้งมันไม่ว่าจะเป็นยังไงค่ะ" ลิเลียพูดให้เซ็ทสึนะเข้าใจ ถ้าไม่ได้มาที่นี่เธอก็คงจะทำได้เพียงดูอย่างเดียว ดูทุกคนที่กว่าจะเข้าใจซึ่งกันและกันก็ต้องแลกไปกับชีวิตและเวลาอันแสนนานถึงจะรู้ความหมายของการพูดคุย 
   "ถึงแม้การเปิดใจพูดคุยกันมันจะยาก แต่ถ้าได้ลองทำมันก็ดีกว่าไม่ได้ทำนี่นา เหมือนที่ฉันพูดกับคุณตรงนี้ไง" 
   "...ลิเลีย"
   "ฉันเชื่อว่าซักวันคุณเซ็ทสึนะต้องเจอคนที่ยอมรับตัวตนของคุณได้ค่ะ เพราะงั้นช่วยเปิดใจตัวเองด้วยนะ^•^" 

   ลิเลียปล่อยมือที่จับแขนเสื้อนั้นออก เธอหวังว่าคำพูดนี้จะส่งไปถึงความรู้สึกของเขา ถึงลึกๆจะคิดว่าอาจจะไม่ได้ผลก็ตาม

    ขณะที่ลิเลียจะเดินกลับไปนั่งในห้องตามเดิม

   "....ไว้ถ้าเธอหายดีแล้ว" 
   "..." ลิเลียหยุดรอฟัง 
   "มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังเหมือนกัน" เซ็ทสึนะบอก สีหน้าชายหนุ่ทดูดีขึ้นผิดหูผิดตากับเมื่อกี้
   "ได้ค่ะ! ฉันจะรีบรักษาตัวให้หายค่ะ" ลิเลียตอบรับด้วยรอยยิ้ม เธออยากจะรักษาใบหน้าอ่อนโยนของอีกฝ่ายไว้ 


   หลังจากนั้นเซ็ทสึนะเลยไปนั่งรอลินดากลับมาตามที่สัญญากันไว้ ลิเลียเองก็ไปนอนพักสบายๆเอาแรง คนทั้งสองไม่มีใครพูดเรื่องอะไร


   จนกว่าจะถึงเวลา เรื่องที่อยากพูดมันก็จะออกมาเองนั่นแหละ



---------------------------------------


 เวลา13:00....ณราชอาณาจักรอาซาดิสสถาน


 ห้องทำงานส่วนตัวของมารีน่า....

   "อะไรนะ! ฐานของคาตาลอนถูกโจมตี" เสียงมารีน่า อิสมาอิลพูดด้วยความตกใจ ข้างหน้าเธอคือชีริน บากห์ติยาร์เพื่อนสมัยเด็กของเธอ
   "ฝีมือองค์กรAS...พวกมันตั้งใจจะกวาดคนที่ขัดขวางมัน" 
   "แล้วตอนนี้ทุกคนปลอดภัยรึเปล่า? เธอจะให้ฉันช่วยอะไรไหม" มารีน่าถามด้วยความเป็นห่วง
   "ไม่เป็นไรมารีน่า ตอนนี้อาวุธที่ทำลายฐานทัพของพวกเราถูกเซเลสเทียลบีอิ้งทำลายไปแล้วล่ะ...ที่มาบอกเธอเพราะฉันคงจะไม่อยู่ด้วยซักพัก" ชีรินบอก หญิงสาวผมดำได้ฟังก็โล่งอกที่จะไม่มีการทำร้ายกันเกิดขึ้น แต่อีกใจก็อดทึ้งไม่ได้ที่มีเซเลสเทียลบีอิ้งเข้ามาเกี่ยวพันด้วย
   "เธอจะไปกับคาตาลอนสินะ จะไปที่ไหนล่ะ"
   "คงจะเป็นฐานที่ยุโรป อีกไม่นานจะมียานมารับพวกเราช่วงเย็นนี้" ชีรินบอก 
   "...ตัดสินใจดีแล้วสินะ" มารีน่าถาม ใจเธอรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่อาจจะเจอเรื่องอันตราย ชีรินพยักหน้ายืนยัน
   "ทุกคนปลอดภัย เพราะมีคาตาลอนที่อยู่บนอวกาศแจ้งข่าวคราวมาให้น่ะ พวกฉันก็เลยรอดกันมาได้...แต่ก็มีเรื่องแย่ด้วย" หญิงสาวสวมแว่นกำมือทั้งสองข้างราวกับหาที่ระบายความอึดอัดในใจ
   "เรื่องแย่เหรอ?"
   "....หลักฐานการทำความผิดขององค์กรASที่พวกเราอุสาห์หามาแทบรายถูกทำลายไปด้วยน่ะสิ เวลานั้นข่าวคราวที่ได้รับมันกระทันหันเกินกว่าจะมีสติคิดไตร่ตรอง เลยเสียโอกาสเปิดโปงการกระทำของพวกมัน"
   "ใจเย็นๆนะชีริน เธอกับทุกคนรอดชีวิตมาได้ก็ดีมากแล้วนะ เรื่องหลักฐานถ้าพวกเขายังคงใช้วิธีการที่ชั่วร้ายยังไงซักวันความลับก็ต้องเปิดออกมาสู่สาธารณะอยู่ดี" มารีน่าพูดให้เพื่อนสบายใจขึ้น 
   "เฮ้อ...." ชีรินถอนหายใจเบาๆ พูดอะไรไปหญิงสาวผมสีดำเพื่อนวัยเด็กก็ไม่เข้าใจ เธอคงคิดเพียงแต่รอไม่ลงมือ
   'มารีน่า ถ้าเธอไม่ใจเด็ดและคิดให้ไกลกว่านี้ ไม่แน่ว่าอาซาดิสสถานก็คงจะไม่รอด' 



  ข้างในก็คุยกันไป ส่วนข้างนอกก็มีคนได้ยินเรื่องราวทุกอย่างอยู่ไม่ห่าง

   ในห้องพักลับตาคน ชอนกับเบอร์นาร์ดแอบฟังบทสนทนาของมารีน่ากับชีรินเงียบๆ เครื่องดักฟังที่มีสามารถเอามาใช้กับพวกหัวเสรีนิยมได้สบายๆ

   "ว่าแล้วเชียว จะไปตั้งหลักที่นั่นกันจริงๆ" 
   "ครับ เมื่อกี้ได้ยินว่าพวกพ้องจะมารับเย็นนี้ พอดีกันกับที่คาเลียมาถึงนะ" เบอร์นาร์ดบอก ชอนยกยิ้มทั้งพยักหน้า
   "เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น คุณจัดการเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับองค์กรเสร็จรึยังครับ ขืนเจ้าหญิงหายตัวไปเฉยๆก็ซวยน่ะสิ" ชอนว่า เบอร์นาร์ดขยับแว่นที่สวมเล็กน้อย
   "ถ้าเป็นเรื่องการเข้าร่วมพันธมิตรล่ะก็ ฟังมาทั้งหมดนี้คงไม่มีทางจะเข้าร่วมด้วยเด็ดขาด การหายตัวไปของเจ้าหญิงคงกลายเป็นข่าวใหญ่ไปโดยไม่ต้องสงสัย" ชายหนุ่มสวมแว่นบอกถึงความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะรอดให้ฟัง
   "อ้าว! อยู่มาตั้งนานไม่มีวิธีเตรียมพร้อมเลยหรือไง? ไม่ตลกนะ"
   "แล้วใครบอกว่าผมจะใช้วิธีให้อาซาดิสสถานเข้าเป็นพันธมิตรล่ะครับ? เรามีวิธีที่ง่ายกว่านั้นเยอะ" 

   ชอนหันมามองตาโต ในมือเบอร์นาร์ดมีเอกสารชุดหนึ่งกับรูปภาพเล็กน้อยออกมาดู

   "เจ้าหญิงรู้จักกับหนึ่งในสมาชิกเซเลสเทียลบีอิ้งเมื่อห้าปีก่อนก็เคยถูกสอบสวนเรื่องนี้มาครั้งนึง...เราก็แค่ทำเหมือนตอนนั้นจะเป็นอะไรไป" เบอร์นาร์ดยิ้มมุมปาก ในมือถือรูปภาพใบหนึ่งส่งให้ชอนดู ชายหนุ่มรับมาแบบงงๆ
   "พวกมันต้องเตรียมใจเรื่องที่ทำลายแร็กนาร็อกจนพังไม่มีชิ้นดี เรื่องนี้ต้องปลุกกระแสให้ประชาชนต่อต้านเซเลสเทียลบอิ้งมากกว่าเดิม ใครมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน้าไหนก็ต้องถูกสอบสวน"
   "แบบนี้นี่เอง งั้นคุณคาเลียก็จะมาพร้อมกฎข้อนี้สินะ" ชอนเริ่มเข้าใจ รูปในมือที่เห็นคือภาพเมื่อเจ็ดปีก่อน ครั้งที่เซเลสเทียลบีอิ้งมาปรากฏตัวที่อาซาดิสสถานครั้งแรก
   "น่าสนุกจัง" ชายหนุ่มถือรูปใบเดิมมายืนมองวิวนอกปราสาท ในหัวรำลึกถึงความหลังอันแสนนาน


   'เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวหรือเนี่ย? ตั้งใจช่วยหรืออะไรกันแน่'

   'คนรู้จักกันก็ต้องช่วยกันสิค่ะ ถ้าคิดถึงความเป็นจริงก็ไม่แปลก' เสียงผู้หญิงบอกอย่างร่าเริง ใบหน้าอันอ่อนโยนที่เกือบลืมไปย้อนเข้ามาเป็นความทรงจำสำหรับคนคนนึง



   "ชอน! เป็นอะไรไป?" เบอร์นาร์ดถามหลังจากเห็นอีกฝ่ายเงียบ
   "ไม่มีอะไรครับ แค่อยากให้ถึงเวลาเย็นเร็วๆน่ะ...เวลาที่พวกเราจะออกโรงไง"
 


--------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #37 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 08:07

    ไรท์หายยทาอัพต่อเถอะนร้าพรีสสส
    #37
    0
  2. #36 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 22:22

    เย้ๆๆพึ่งเข้าอ่านตอนเก่าพอขึ้นอัพตอนใหม่กดอ่านอย่างเร็วเลยย ดีจายย
    #36
    0