[FanFic] Mobile Suit Gundam OO ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย

ตอนที่ 15 : บทที่15:เจ้าหญิงที่ถูกจับเป็นตัวประกัน(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    26 ก.ค. 63



Mobile Suit Gundam OO 

ข้ามมิติมาเป็นกันดั้มไมสเตอร์พระผู้ช่วย


บทที่15:เจ้าหญิงที่ถูกจับเป็นตัวประกัน


อาซาดิสสถาน เวลายามเย็น....(ต่อจากตอนที่14) 

ห้องพักผ่อนหญิงสาวผมสีดำยาวสวยยืนมองท้องฟ้านามค่ำคืนด้วยแววตาเป็นกังวล

'เดินทางปลอดภัยนะ' มารีน่าคิดถึงเวลาที่ชีรินเพื่อนสนิทเดินทางไปกับคาตาลอนเพื่อพยายามในสิ่งที่เธอต้องการ 

"เจ้าหญิง" เสียงชอนเรียกจากข้างหลัง หญิงสาวหันไปมองด้วยความตกใจ

"คุณชอน!....ยังไม่นอนเหรอคะ?"

"ครับ" 

ชอบตอบเสียงเรียบนิ่ง แววตาจ้องอีกฝ่ายอย่างดุดัน มารีน่าตกใจกับแววตาที่ต่างไปจากทุกทีของเขา 

"ทำไมมองแบบนั้นล่ะครับ? หน้าผมมีอะไรหรือ...คุณถึงทำหน้าตกใจ"

"ป...ปล่าวค่ะ ขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกแย่"

"ไม่นี่ครับ เพราะผมลองถามดูว่าคุณจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีได้อยู่รึเปล่า...ถ้าผมพูดน่ากลัวๆใส่น่ะ" ชอนว่า น้ำเสียงฟังดูพูดเล่นๆแต่สีหน้ามีเลศนัยแอบแฝงชัดเจน มารีน่าขมวดคิ้วมอง

"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงค่ะ?"


ปึก!!!


   สิ้นเสียง ชอนเดินเข้ามาหามารีน่า มือหนาแบบผู้ชายผลักร่างหญิงสาวชิดติดกำแพงเสียงดัง

"ทำไมเธอถึงไม่สู้เพื่อตัวเองบ้าง!"

"หา?!" มารีน่าอุทานไม่เข้าใจ หญิงสาวเบิกตามองใบหน้าที่เข้ามาใกล้

"บอกว่าคนเราต้องเปิดใจคุยซึ่งกันและกันแท้ๆ แต่เธอก็ไม่สามารถใช้คำพูดทำให้หมอนั่นเข้าใจได้!" ชอนพูดเสียงดัง แววตาแข็งกร้าวมองมารีน่าจะกินเลือดกินเนื้อ

 มารีน่าไม่เข้าใจว่าชอนกำลังหมายถึงอะไร เธอทำได้เพียงมองเขากลับเท่านั้นทั้งใจที่สับสน

"ถ้าเธอยอมรับว่าเป็นห่วงหมอนั่น แสดงออกให้มันมากกว่านี้ก็ทำไม่ได้ เธออยากเข้าใจเซ็ทสึนะ เอฟ เซย์เอจริงๆรึเปล่า...มารีน่า อิสมาอิล"

"คุณ...รู้จัก...เขา?" มารีน่าเอ่ยด้วยความตกใจ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีคนอื่นรู้จักชายหนุ่มผมดำดวงตาสีอาทิตย์อัสดง ชายหนุ่มตรงหน้าเธอเป็นใครถึงได้รู้เรื่องนี้

"รู้จักสิ! เจ้าคนโชคร้ายปนโชคดีจากเคอร์ดิส...ทำไมลีวองส์ไม่ฆ่ามันตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนวะ" ชอนผละจากมารีน่า ใบหน้าเผยให้มารีน่าเห็นครึ่งนึงเพราะเงามืดบดบัง

"ฆ่า! นี่คุณยังรู้จักแม้กระทั่งคนที่จะฆ่าเซ็ทสึนะด้วยเหรอ? คุณเป็นใครกันแน่" 

ชอนไม่พูดแต่หันมามองมารีน่าอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มใช้มือสัมผัสเส้นผมสีดำเงาสะท้อนกับแสงจันทร์ขึ้นมาเชยชมหนึ่งกำมือ พลางแสยะยิ้มให้ด้วย

"ฉันจะให้โอกาสเธอ คราวนี้พูดออกไปให้หมดล่ะ"

"โอกาส?...คุณจะทำอะไร!" มารีน่าสะบัดตัวออกจากการกักขังของชอน เธอมองชายหนุ่มไม่เชื่อว่าเขาจะมีท่าทีหน้ากลัวราวกับคนโรคจิตได้ เพราะเธอเห็นแต่ด้านเป็นเด็กพูดเยอะให้คนอื่นสบายใจมาตลอด

 ชอนเบี่ยงตัวไปอีกทาง เผยให้เห็นบางอย่างที่ไม่น่าจะมีอยู่ในที่นี้ได้

"พูดจาไม่รู้เรื่องเยอะตามใจชอบอีกแล้วนะคะ ชอน" ผู้หญิงผมสั้นในชุดพื้นเมืองตะวันออกกลางเปิดผ้ปิดปากออกพลางมองไปยังชายหนุ่มเจ้าของชื่อ มารีน่าตกใจ สติเธอแทบกำกับไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น

"เรื่องของผมน่า! เสียมารยาทจริงที่มาแอบฟัง" ชอนว่า หญิงสาวผมสั้นยกยิ้มสบายๆก่อนจะมองมารีน่า

"พวกคุณเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?"

"ยินดีที่ได้พบประมุขราชอาณาจักอาซาดิสสถาน ท่านมารีน่า อิสมาอิล ดิฉันนำหมายเรียกมาให้ค่ะ"

"หมายเรียก?" มารีน่าทวนคำ หญิงสาวนามคาเลีย เวนาม่าพยักหน้า 

"ฉันคือผู้ช่วยองค์กรแนวหน้ามนุษย์ชาติAS...พูดแค่นี้คงทราบนะคะว่าพวกเรามาทำอะไร" คาเลียบอก มารีน่าเบิกตากว้างอีกครั้ง เธอคิดไม่ถึงว่าจะได้มีโอกาสเจอพวกเขา

"เชิญไปกับพวกเราด้วยค่ะ ทางนี้มีเรื่องอยากถามคุณมากมายเลย"

"สรุปว่าพวกคุณมาด้วยจุดประสงค์ไม่ดีสินะ คิดจะมากำจัดฉันเพราะไม่ยอมเข้าร่วมกับพวกคุณใช่ไหม!" มารีน่าถามออกไป ชอนฟังก็เริ่มหังเราะในลำคอเป็นเสียงน่าขนลุกที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน

"คุณชอน?"

"กำจัดเพราะไม่ยอมเข้าร่วม! ตัวเธอมีค่ามากกว่าจะให้ทำอย่างนั้นนะ" ชอนพูด

"ยอมมากับพวกเราดีๆเถอะคะ ถ้าไม่อยากจะทำให้ประเทศของคุณต้องหายไปเหมือนสองปีก่อนอีก"

  สิ้นเสียงของคาเลีย กลุ่มคนนับสิบในชุดพื้นเมืองต่างถือปืนจ่อหน้ามารีน่าล้อมเป็นวงกลมไม่ให้มีทางหนี

   "ไม่ตลกนะ! ทางดิฉันปฏิเสธการเข้าเป็นพันธมิตร พวกคุณจะมาบังคับกันแบบนี้ไม่ได้" หญิงสาวผมสีดำมองหญิงสาวผมสั้นพลางสื่อให้เห็นว่าจะไม่ทำตามสิ่งที่ขอเด็ดขาด คาเลียยกยิ้มสั่งให้ทุกคนลดปืนลง
   "เจ้าหญิง...เรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อนท่านได้พูดกับหนึ่งในสมาชิกของเซเลสเทียลบีอิ้งสินะคะ" คาเลียถามขึ้น มารีน่าใจสั่นเธอไม่คิดว่าเรื่องนี้จะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง
   "ครั้งก่อนได้เจ้าชายสีฟ้าช่วยเอาไว้...แต่ครั้งนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้วละนะ"
   "เรื่องเมื่อตอนนั้นไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย การกระทำของคุณตอนนี้มันต่างจาสิ่งที่คุณเคยพูดกับชาวโลกทุกคนเลยนะ...นี่มันคือการก่อการร้ายชัดๆ"
   "พวกเรายินดีทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเซเลสเทียลบีอิ้งโดยไม่สนวิธีการ...เพราะยังมีประชาชนที่สนับสนุนพวกเราอยู่และเชื่อมั่นแบบนั้น!"

  คาเลียพูด มารีน่าไม่เข้าใจสิ่งที่เธอกังวลกลับกลายเป็นผลร้ายที่ตามมาเกินกว่าจะจัดการได้ไปเสียแล้วตอนนี้ณที่นี้ก็มีเพียงเธอเท่านั้นที่อยู่

   "ถ้าคุณจับตัวฉันไป คิดว่าทุกคนจะไม่ตกใจอย่างนั้นเหรอคะ...นั่นคือวิธีการของสันติภาพที่องค์กรของคุณต้องการจริงๆเหรอ" มารีน่าเริ่มถาม คาเลียยิ้มมุมปาก พลันแววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นไร้ชีวิต มันดูเยือกเย็น ดูไม่ใช่คนจ้องมองมาที่มารีน่า
   "ขอบคุณยิ่งที่เป็นห่วงภาพลักษณ์ของพวกเรา แต่ถ้าได้ตัวคุณมา...เรื่องต่อจากนี้ก็ง่ายเหมือนขยี้มดในมือ" 


ตึก!


 

   "ขออภัยที่ต้องใช้กำลัง" เสียงชายหนุ่มผมดำแดงกระซิบจากด้านหลังของมารีน่า ก่อนที่เธอจะล้มลงสลบไปกับพื้น
   "ไม่ให้ยิงแล้วจะให้ถืออาวุธทำไม หนักก็หนัก" ฮาร์ท วันเดอร์แมร์บ่นกับคาเลีย
   "ก็ทำตามการจับกุมค่ะ พาตัวไปได้ละ!" คาเลียสั่งทหารที่ปลอมตัวมาให้รีบอุ้มร่างของมารีน่าออกไปตามคำสั่ง ชอนทำเพียงแค่มองดู
   "ทุกอย่างปิดปากไปหมดแล้วใช่ไหม? ไม่ผิดพลาดนะ" 
   "ครับ...มีแค่เด็กๆหกคนเท่านั้นที่ไม่ได้ทำอะไร แค่ให้ทหารวางยานอนหลับตอนนี้ก็หลับสนิทเป็นตาย" ฮาร์ทบอก คาเลียไม่ตอบอะไรและสั่งใหทุกคนถอยออกจากพระราชวัง

  ท้ายพระราชวังมีคนคนหนึ่งคอยดูต้นทางให้ ในยามค่ำคืนนี้ทุกอย่างสงบเป็นใจให้พวกเขายิ่งนัก

   "ขอบคุณมาก ทำหน้าที่เป็นสปายได้ดีคะ"
   "ชมกันเกินไป...งานนี้ง่ายที่สุดเท่าที่เคยทำมาทุกๆครั้งเลย พวกเราไม่ได้ฆ่าคนในราชวังเพียงแค่ใส่สารพิษที่อันตรายในอาหารถึงจะมีการตรวจสอบภายหลังก็นานกว่าจะเหลือหลักฐานมาถึงพวกเรา" ชายท่าทางเรียบร้อยบอกคาเลีย หญิงสาวมองดูทางจนกว่าทหารของเธอจะออกไปได้อย่างปลอดภัย 

     "ไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาเพื่อแจ้งข่าวให้อาซาดิสสถานรับทราบทางการ จะได้ไม่วุ่นวาย" คาเลียพูด ฮาร์ทเผยยิ้มมุปาก

     "เธอจะบอกว่าประมุขของพวกคุณต้องให้ปากคำเกี่ยวกับเซเลสเทียลบีอิ้งเพราะในอดีตก็เคยมีภาพนึงฉายออกสู่สถานะ ถ้าไม่เชื่อก็เอาภาพการต่อสู้บนอวกาศให้ดูเป็นหลักฐานว่าผู้ก่อการร้ายเป็นภัยกับทุกคน ถึงจะมีบุญคุณเคยพารัชซูรัสมาดีมาส่งก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เวลานี้ได้"

     "วิเคราะห์น่าฟังดีแฮะ ทั้งที่เมื่อกี้คนพูดควรเป็นกิลเบิร์ตมากกว่าแท้ๆ" ชอนล้อเลียนเพื่อน ฮาร์ทหันมาทำตาขว้างใส่

     "จะใครพูดก็ได้ทั้งนั้นครับ เพราะที่พูดมามันก็ถูกต้องทั้งหมด" ชายหนุ่มท่าทางสุภาพบอก 

     "งานของเราจะต้องไม่มีหลักฐานทั้งสิ้น อาหารเป็นพิษมันเป็นเรื่องปกติของการใช้ชีวิตเท่านั้น" คาเลียเปิดบันทึกรายงานมาอ่าน ชอนเดินตามโดยดูรอบๆให้

     "ใช้จิตวิทยามาหักล้างสินะคุณคาเลีย ว่าแต่คุณสปายเองชื่อจริงคุณคืออะไรนะ?" ชอนทำท่านึก ชายคนนั้นหัวเราะในลำคำ

     "เบอร์นาร์ด เกราฟครับ...น้องชายของโซลเดอร์ เกราฟน่ะเหรอครับ ไม่ได้ใช้เกือบสามปีคิดถึงจริงๆ"

   "ก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่นะ พวกเราไปกันเถอะคะอยู่นานเดี๊ยวมีคนได้ข้อมูลเยอะ" คาเลียพูด หางตาของเธอมองไปยังบ้านหลังหนึ่งในระยะสองร้อยเมตรก่อนจะยิ้มมุมปากทำทีไม่สนใจ

    "พวกคาตาลอนเหรอ?" เบอร์นาร์ดกระซิบถามชอน ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ

    "แต่อีกไม่นานก็โดนเก็บแล้วครับ ปล่อยให้พวกนั้นไปบอกข่าวกับคาตาลอนก่อน"

    'บางครั้งคุณก็มีปริศนา'

ชอนยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มคนนี้มีปริศนาให้แม้แต่ฝ่ายเดียวกันก็แอบสงสัยว่าพื้นหลังอดีตเขาเป็นใคร?



1/07/63....30%


ขออภัยที่หายไปนานค่ะ

-----------------------------------







1วันผ่านไป อีกด้านที่ฐานคาตาลอนฝั่งยุโรป...


ชิ้ง!

   "โอ๊ย! ปวดหัวจัง ทำไมอยู่ๆถึงได้ปวดหัวนะ" ในห้องพัก ลิเลียเอามือกุมขมับตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด

   "หรือเพราะแผลยังไม่หายดี?" ลิเลียพูด หญิงสาวมองไปทางประตูห้อง


 ผ่านมาได้เกือบวันตั้งแต่มาถึงคาตาลอน ลิเลียพักผ่อนรักษาตัวในห้องพยาบาลตลอดไม่ได้ออกไปไหน แถมตั้งแต่เซ็ทสึนะออกไปก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเธออีกนอกจากลินดาจะมาเข้ามาดูอาการให้

   "อยากออกไปข้างนอก~~~แต่ก็ทำไม่ได้" 


    หญิงสาวผมขาวทิ้งตัวบนเตียงผู้ป่วยแคปซูล ปกติมันจะต้องปิดเพื่อรักษาบาดเเผลในอุณหภูมิคงที่ แต่เพราะลิเลียร่างกายแข็งแรงเกินคาดและเธอก็เป็นคนขอ ลินดาจึงยอมให้นอนรักษาสบายๆเอง


 ถ้าหายแล้วมีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง 

   

   คำพูดชายหนุ่มผมดำวนเวียนให้เธอสงสัยเป็นชั่วโมง ถามตัวเองทั้งที่มันก็ไม่ได้คำตอบเลย

 "เรื่องที่อยากเล่า?...คนแบบเซ็ทสึนะมีด้วยเหรอ" 

     ลิเลียถามตัวเองวนซ้ำอีกครั้ง ถึงตอนแรกจะดีใจที่จะได้ฟังเรื่องของเขา แต่พอมาคิดดีๆก็กลับรู้สึกแปลกชอบกล

   "พอมาอยู่ในโลกที่เราไม่รู้จักแล้วมันก็ลำบากจริงๆ คาดเดาอะไรไม่ถูกเลยนอกจากต้องใช้จิตวิทยาเอา" หญิงสาวบ่นกับตัวเอง สายตาเห็นโน้ตบุ๊คทำงานที่ลินดาลืมไว้บนโต๊ะ
   "...ขอยืมใช้ซักพักนะคะ" ลิเลียลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้เปิดโน้ตบุ๊คอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวกดเชื่อมต่อสัญญาณเพื่อจะดูข่าวของโลก
   "ตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ อาวุธอันตรายพังไปทั้งทีต้องมีบางล่ะที่ข่าวจะออก" 

  

   ซ่า~~~~



   หน้าจอแสดงภาพหัวข้อข่าวการเมือง-ทหารขึ้นเป็นว่าเล่น ลิเลียเลื่อนหาดูข่าวที่จะเกี่ยวกับพวกตน จนไปสะดุดกับข่าวอันนึง

   "อาซาดิสสถานยินดีจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเซเลสเทียลบีอิ้งกับองค์กรแนวหน้ามนุษย์ชาติ....อะไรเนี่ย!" ลิเลียร้องเสียงหลง เธอรีบกดเข้าไปอ่านเนื้อหา
   "ล้อเล่นหรือเปล่า? มันไปถึงตรงนั้นได้ยังไง"


  องค์กรติดอาวุธเอกชน เซเลสเทียลบีอิ้งได้ปรากฏตัวสร้างความเสียหายต่อองค์กรแนวหน้ามนุษย์ชาติหรือAS เป็นความเสียหายร้ายแรง ทางองค์การและประเทศอเมริกาจึงได้ช่วยกันหาผู้ที่พอจะมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นพยานให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยประเทศทางตะวันออกกลางตกเป็นผู้ต้องสงสัย รวมทั้งจะมีการสอบสวนขั้นเด็ดขาด


รายงาน...วันที่30/05/xxxx



   "ของจริงซะด้วย" ลิเลียเอนหลังพิงเก้าอี้ ใบหน้าสาวซีดกับข่าวที่อ่าน
   "จะใช้อำนาจของอเมริกามาเสริมทัพเหรอ?...แล้วทำไมถึงตั้งหัวข้อเจาะจงถึงอาซาดิสสถานล่ะทั้งที่ประเทศแทบตะวันออกกลางมันก็มีหลายประเทศ" นิ้วเรียวเลื่อนข้อความข้างใต้อ่านเพิ่มเติม ดวงตาสีน้ำเงินตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรเพื่อสรุปประเด็น



โดยเราได้รับความร่วมมือจากอาซาดิสสถานและประเทศใกล้เคียงที่เคยเกิดสงคราม รวมทั้งการเข้าแทรกแซงของเซเลสเทียลบีอิ้ง



 หญิงสาวผมขาวอ่านจนจบ เธอหลับตาพักผ่อนซักครู่ก่อนจะ.....

   
   "แปลกจริงๆด้วย เหมือนข่าวนี่จะเน้นอาซาดิสสถานเยอะจัง...ตั้งแต่หัวข้อข่าวแล้วนะ ทำไมกันล่ะ?" ลิเลียว่าทั้งไม่เข้าใจ เธอลองหาชื่อคนมีชื่อเสียงในข่าวดูคิดว่าอาจจะเจออะไรเป็นประโยคบ้าง
   "เจเรฟ เดลล์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมนุษย์ซูปเปอร์โซเจอร์ ชายผู้ก่อตั้งการวิจัยเพื่อค้นหาและพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง....!" 


ฟรึ่บ!!


   เสียงประตูห้องพยาบาลเปิดออก ร่างชายหนุ่มกับเด็กสาวคนนึงเดินเข้ามาทั้งที่ลิเลียก็ไม่รู้

   "มนุษย์สายพันธ์ใหม่ อินโนเวเตอร์...พวกเขาจะต้องนำมนุษย์ไปสู่คำว่าเกินขีดจำกัด"
   "อ่านอะไรอยู่เหรอคะคุณวีเลตต้า!"

  มิเลน่าทักพลางชะโงกหน้ามมดูโน้ตบุ๊ค ลิเลียตกใจหันไปมองคนมาใหม่แทบไม่ทัน 

   "คุณมิเลน่า! คุณอาเลลูย่า!" หญิงสาวร้องเสียงดัง พวกเขามาในตอนที่เธอกำลังจริงจังกับข้อมูลไม่ได้แม้แต่จะสังเกตุรอบตัว อาเลลูย่ายิ้มทักทาย
   "ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ ฉันมาเยี่ยม"
   "ค...ค่ะ ขอบคุณมาก" ลิเลียยิ้มแห้งๆ หญิงสาวลืมไปอีกว่ามิเลน่ากำลังอ่านข่าวที่เธอเปิดอยู่
   "มีเรื่องแบบนี้ในช่วงเวลาที่พวกเราแทรกแซงรับหลังด้วยเหรอคะเนี่ย?" เด็กสาวผมหยักศกว่า ลิเลียตกใจรอบที่สาม
   "เรื่องอะไรงั้นเหรอ?"
   "คุณฮาฟทิซึ่มมาดูสิคะ มิเลน่ารู้สึกว่าถ้าเป็นคุณคงเข้าใจมากกว่า" มิเลน่าพูดพลางหลบทางให้อาเลลูย่ามาแทนที่ ชายหนุ่มอ่านข่าวเงียบๆ ลิเลียไม่รู้จะพูดยังไงทุกอย่างไปเร็วเกินกว่าจะตั้งสติทัน
   "ศูนย์วิจัยซูปเปอร์โซเจอร์...มีคนทำให้มันฟื้นกลับมาอีกงั้นเหรอ" อาเลลูย่าพูดเสียงนิ่งเฉย แววตาแฝงไปด้วยความเศร้าจนลิเลียแอบคิดไม่ได้
   'อุสาห์ทำลายศูนย์วิจัยนรกไปได้แล้วด้วยหัวใจแสนเศร้า ถึงฉันจะไม่มาโลกนี้ศูนย์วิจัยนี่ก็ต้องมีอยู่ดีนั่นล่ะ'
   "หื้ม? ข่าวนี่ชื่อมันคุ้นๆนะ" 


ผลัก!


   จู่ๆอาเลลูย่าพลักเก้าอี้ที่ลิเลียนั่งให้ห่างออกไป เมื่อชายหนุ่มเห็นจุดหน้าสนใจเข้า

   "ว้าย!" 
   "ขอโทษที พอดีมันลืมตัวไปหน่อยแต่ขอยืมโน้ตบุ๊คซักแป็ปนะ" อาเลลูย่าบอกทั้งหันมาขอโทษ หญิงสาวยิ้มเหนื่อยๆ
   'วันนี้เราตกใจกี่ครั้งแล้วนะ?T-T' ลิเลียถามตัวเอง
   "คุณวีเลตต้าอาการเป็นยังไงบ้างค่ะ? เจ็บแผลอยู่รึเปล่า" มิเลน่าถาม 
   "...ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณคุณมิเลน่าที่มาเยี่ยม" ลิเลียบอก นึกดีใจที่มีคนถามอาการบาดเจ็บเธอซักทีเพราะเข้ามาหาคนป่วยแต่ไม่ถามอาการกันบ้างก็ออกจะแปลก
   "ดีใจจังค่ะ...แล้วก็เรียกมิเลน่าเฉยๆเถอะ มิเลน่าอายุน้อยกว่าไม่ต้องเป็นมารยาทอะไรหรอกคะ" 
   "...ฉันเรียกคุณทุกคนจนติดปากแล้วน่ะ แต่ถ้าขอร้องมาก็ทำตามที่ขอได้ค่ะ" ลิเลียพูด มิเลน่ายิ้มอย่างพอใจ

   ขณะที่ผู้หญิงคุยกันนั่นเอง

   "เจอแล้ว!"
   "!!!???" ลิเลียกับมิเลน่าหันมามองตามต้นเสียงด้วยความสงสัย อยู่ๆอาเลลูย่าก็พูดราวกับดีใจที่เจออะไรบางอย่าง
   "มีอะไรเหรอคะ?" เด็กสาวถาม
   "ฉันสงสัยว่าที่ตั้งซูปเปอร์โซเจอร์มันตั้งอยู่ที่ไหนน่ะ มันอยู่ที่อเมริกา"

    อาเลลูย่าตอบ ลิเลียชำเลืองดู

   'หาได้เร็วมาก เรื่องความหลังตัวเองทำให้คนเรามีความมุ่งมั่นรึเปล่านะ' 
   "ครั้งก่อนมันตั้งอยู่ในโคโลนี่สินะคะ" มิเลน่าถาม
   "ใช่....และมันก็ถูกทำลายด้วยฝีมือของฉัน" ชายหนุ่มหลับตาลง เหมือนจะเสียใจกับการกระทำของตนที่ผ่านมา
   "แล้วคุณอาเลลูย่ามีอะไรจะดูเหรอคะ?" ลิเลียถาม เธอถามทั้งที่ก็รู้แต่เพื่อให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดก็จำเป็นต้องทำ
   "แค่สงสัยน่ะ ทั้งที่ฉันทำลายไปซะขนาดนั่นทำไมถึงมีคนกล้าจะทำให้มันกลับมา...ไม่กลัวเซเลสเทียลบีอิ้งไปทำลายอีกรึไงกัน"
   "งั้นเหรอค่ะ" ลิเลียมองไปหน้าจอโน้ตบุ๊ค ภาพตึกสูงสีขาวแสนธรรมดาตั้งรายล้อมไปด้วยตึกอีกหลายที่ซ้อนกัน โดยซ้อนความจริงอันแสนโหดร้ายเอาไว้
   "คุณวีเลตต้าค่ะ เห็นคุณแม่บอกว่าคุณเซย์เอมาเยี่ยมก่อนหน้านี้เหรอคะ"
   "ใช่ค่ะ ถามทำไมเหรอ?" ลิเลียขมวดคิ้วสงสัย มิเลน่ายิ้มและหันไปกระซิบข้างหูอาเลลูย่าราวกับมีความลับไม่อยากให้ลิเลียรู้
   "ไม่ใช่หรอกมั้ง มิเลน่าคิดลึกไปรึเปล่า?" อาเลลูย่ายิ้มแห้ง มิเลน่าส่ายหัวเบาๆปฏิเสธ
   'คุยเรื่องอะไรกัน? แล้วไอ้คำว่าคิดลึกนี่คือไรเนี่ย-_-;;;' 
   "ไว้รอดูกันต่อนะค่ะ แต่เรื่องแบบนี้คุณฮาฟทิซึ่มก็มีประสบการณ์กับคุณพาฟาซี่นี่นา...ไม่สนใจแนะนำคุณวีเลตต้าบ้างเลยเหรอคะ?"
   "แนะนงแนะนำอะไรกันล่ะ?...."

     อาเลลูย่าเหลือบมองลิเลียเล็กน้อย ซึ่งเธอก็มองมาทางเขาอย่างสงสัย

   "ลิเลียฉันขอตัวก่อนนะ รบกวนเธอมานานแล้วด้วยสิ" ชายหนุ่มบอก มิเลน่าเบิกตางง
   "ค่ะ" ลิเลียตอบรับสั้นๆ หญิงสาวรู้สึกสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายดูเดินออกไปเร็วจัง
   "อ้าว!" มิเลน่าแก้มป่องมองอาเลลูย่าที่เพิ่งออกไปไม่นาน 

   ลิเลียยิ้มแห้งๆกับปฏิกิริยาเป็นเด็กของมิเลน่า พอสายตาทอดไปยังตัวอักษรในโน้ตบุ๊คความรู้สึกสงสัยก็บังเกิดขึ้นฉับพลัน

   "มิเลน่าค่ะ ฉันขออยู่คนเดียวซักพักนะ"
   "เอ๊ะ!?" มิเลน่าอุทานตกใจ เมื่อลิเลียขอให้เธอออกไปก่อน
   "คือแบบว่าอยากจะพักแล้วน่ะคะ ฉันชอบอยู่คนเดียวเวลาพัก..." ลิเลียตอบเก้ๆกังๆพอไปได้ ความจริงเธออยากจะหาข่าวอ่านเพิ่มเติมเองต่างหาก กลัวว่ามัคนมองแล้วจะไม่มีกระจิกกระใจหา
   "...เข้าใจแล้วค่ะ ไว้มิเลน่าจะมาเยี่ยมใหม่นะ" มิเลน่าบอกอย่างเข้าใจ หญิงสาวเลยใจชื้นขึ้นมาเต็มเปี่ยม
   "ขอบคุณค่ะ มิเลน่าก็พักผ่อนเยอะๆเช่นกันนะ" 

  

หลังจากนั้นในห้องนี้ก็เหลือลิเลียคนเดียว หญิงสาวยังสงสัยเกี่ยวกับหัวข้อข่าวอาซาดิสสถานอยู่ นิ้วกดพิมพ์ข้อมูลหาข่าวเก่าๆหลายปีทางอินเทอร์เน็ต

   "อยากรู้จังว่าข่าวครั้งแรกที่เซเลสเทียลบีอิ้งปรากฏตัวในอาซาดิสสถานข่าวจะเขียนยังไง" 



----------------------------


 ด้านนอกฐานทัพลับกลุ่มคาตาลอนฝั่งยุโรป มียานกองทัพฝ่ายเดียวกันเข้าจอดเทียบท่า ไลล์กับเซ็ทสึนะบังเอิญเห็นพอดิบพอดี

   "อพยพมาปลอดภัยดีสินะ พวกASกวาดต้อนฐานที่มั่นไปหลายที่คงต้องพึ่งฝั่งยุโรปได้ที่เดียว" ไลล์พูดก่อนจะเดินไปทางยานมาใหม่ เซ็ทสึนะมองดูแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร
   "เฮ้อ~~~กว่าจะมาถึงดีแล้วที่ไม่ได้ปะทะกัน" เสีนงชายหนุ่มผมสีครีมถอนหายใจ ข้างๆมีเพื่อนไมสเตอร์ยืนมองฐานอย่างไม่สบอารมณ์
   "อยากอาละวาดจะแย่! ดันต้องมาหลบๆซ้อนๆอีกแล้ว!"
   "พอเลย! ตอนนี้เราเสียหายหนักแค่ไหนแล้วรู้ไหม อย่าพูดเหมือนท้องไม่รู้ร้อนสิฟอน" ฮิกซาร์ว่า ฟอน สปาร์คสบไม่พอใจเดินเลี่ยงไปทางอื่นแต่ชายหนุ่มก็ตามไปจนลับสายตาของไลล์

  เกรแฮมนึกขำในใจ ไม่ว่าเวลาไหนสองคนนี้ก็ไม่เข้ากันซักที หรือไม่รู้ว่านี่คือวิธีอยู่ของพวกเขา

   "ยานนั่น..." ชายผมเหลืองเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นยานปโตเลไมออส ยานที่ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่และเร็วขนาดนี้
   "พวกนายไม่บาดเจ็บกันนะ" ไลล์เข้าไปถามพวกเก่า เกรแฮมที่กำลังตกใจเรื่องยานหันไปมอง ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเพราะลักษณะชุดเครื่องแบบมันช่วยยืนยันไปอีกว่าเขาไม่ได้ตาฝาด
   'เซเลสเทียลบีอิ้งอยู่ที่นี่...งั้นเจ้าหนูนั่นก็"



  เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงกลางคืน

 ทางด้านฮิกซาร์แยกกับฟอนเดินมาท้ายฐาน ด้วยความที่อยู่ในหุบเขาลึกจึงอากาศและธรรมชาติสวยระดับหนึ่งให้ชม ชายหนุ่มตั้งใจกะจะมาสูดอากาศบริสุทธิ์และพักผ่อนไปในตัว

   "เฮ้อ~~~นานแล้วที่ไม่ได้เห็นธรรมชาติแบบนี้" ฮิกซาร์มองท้องฟ้ากับแสงแดดอ่อนๆ อยู่อวกาศนานห่างหายกับบรรยากาศเดิมไปแล้ว


  ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปตามอารมณ์อีกเล็กน้อย เขาก็ได้ยินเสียงเพลงจากเครื่องดนตรีลอยมากระทบหู ด้วยความอยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงเลยเดินตามหา

   "....เหนื่อย~~~" 

 เสียงเพลงหยุดลง กลายเป็นเสียงหญิงสาวที่คุ้นหูเขามาก ในเนินเขาไม่สูงมากมีคนคนหนึ่งใส่เสื้อสีขาวนั่งเรียบร้อยหันหลังให้

   "ไม่สบายใจเลย ถึงทุกอย่างจะเงียบแต่ที่จริงต้องเกิดเรื่องไม่ดีอยู่แน่นอน...แต่เราก็ไม่รู้จะหาทางแก้ไขความคิดที่ตีกันนี่ยังไง" 
   "....เสียงนี้"
   "โลกที่ไม่มีสงครามเหรอ? มันคือความต้องกาของทุกคนนี่เนอะ...แต่กำลังของฉันมันคงช่วยเหลือไมสเตอร์คนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว" เสียงหญิงสาวบ่นพึมพำในทางที่ไม่ค่อยดีนัก ฮิกซาร์เดินจนมาพบ
   "ลิเลีย!!!"
   "เอ๊ะ!?" หญิงสาวหันหลังตามต้นเสียง ดวงตาสีน้ำเงินกับผมสีขาวเปล่งประกายมากเมื่อกระทบกับเเสงจันทร์
   "คุณฮิกซาร์!!"
   "ใช่เธอจริงๆด้วย!" ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาด้วยความดีใจ ลิเลียอึ้งมากไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่
   "ทำไมเธอถึงมีผ้าพันแผลตามตัวล่ะ! ไปโดนอะไรมา?" ฮิกซาร์ถามเมื่อเห็นผ้าสีขาวพันรอบศีรษะและแขนของลิเลียเป็นช่วงๆ เธอยิ้มแห้งๆบอกให้เขานั่งลงคุยด้วยกัน
   "อุบัติเหตุเล็กน้อยน่ะคะ"
   "...."
   "จริงๆนะ! แค่โดนปืนใหญ่เเร็กนาร็อกเล่นงานเอง"
   "นั่นเรียกว่าเล็กน้อยเหรอ! เธอสติดีอยู่รึเปล่าลิเลีย!" ฮิกซาร์ว่าก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างรวยร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนของเขา คำพูดของเธอเมื่อครู่ทำใจหายมากจริงๆ 
   "ค..คุณฮิกซาร์!" ลิเลียตกใจเมื่อถูกกอด
   "ถ้าหากเธอตายไป...ฉันก็ไม่เหลือสิ่งที่ต้องปกป้องอีกแล้วน่ะสิ"
   "...."
   "เธอคือเพื่อนและไมสเตอร์คนสำคัญและคนเดียวที่เหลืออยู่ อย่าทำอะไรเสี่ยงคนเดียว!" ฮิกซาร์พูดไปทั้งใบหน้าที่เริ่มแดงจางๆ ลิเลียขมวดคิ้วอึดอัดที่ถูกเป็นห่วงขนาดนี้
   'นายเป็นห่วงฉันเหรอฮิกซาร์'
   "แล้วตอนนี้เจ็บแผลอยู่รึเปล่า?" ชายหนุ่มถอนกอดช้าๆพลางใช้มือค่อยๆลูบด้านข้างที่มีผ้าหนา หญิงสาวยิ้มหวานส่ายหน้าตอบ
   "...พงกปโตเลไมออสใช้งานเธอหนักไปสินะ โดยไม่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิง"
   "เอ๊ะ! เรื่องนั้นน่ะ" 
   "ให้เธอไปรับปืนใหญ่คนเดียว...คิดได้ยังไงขนาดพวกฉันยังไม่ทำขนาดนี้เลย!" ฮิกซาร์โกรธจัดกำมือทุบพื้นดินระบายอารมณ์ ลิเลียเห็นท่าไม่ดีรีบจับมือข้างนั้นมากุมไว้
   "ใจเย็นค่ะ! พวกเขาไม่ใช่คนผิดนะฉันเองที่ขัดคำสั่งทุกคนออกไปเอง คุณฮิกซาร์อย่าไปโทษพวกคุณเซ็ทสึนะเลย"
   "แล้วพวกนั้นมันรีรออะไรจนเธอต้องออกไปสู้เองเลยล่ะ! หรือว่าสุเมรากิอ่านแผนอีกฝ่ายไม่ขาด" ฮิกซาร์ถามกลับ ใบหน้าหนุ่มเต็มไปด้วยความโกรธและไม่มีที่ท่าว่าจะหายไปง่ายๆ
   "ก็บอกว่าฉันทำเองไงค่ะ! คุณฮิกซาร์มีสติหน่อยสิ!"
   "ฉันมีสติดีลิเลีย...เป็นห่วงนะ"
   "...0-0???" ลิเลียเผลอปล่อยมือที่กุมไว้ฉับพลัน เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย
   "ก็แบบว่า...เธอเป็นเพื่อนที่เหลือก็เลยไม่อยากเสียไป" ชายหนุ่มผมสีครีมบอกพลางเอามือลูบศีรษะตัวเองเก็บอารมณ์ที่รุนแรงไว้ หญิงสาวเริ่มคิดแล้วว่าคำพูดของเขาเหมือนจะสารภาพรักยังไงยังงั้น
   'ไม่ใช่หรอกมั้ง...ฉันไม่ได้เขียนให้ฮิกซาร์ชอบลิเลียนี่นา ไม่สิ!...แค่คิดยังไม่เคยเลย' ลิเลียคิดเข้าข้างตัวเอง พยายามทำใจดีสู้เสือไว้กับความคิดและคำพูดห่วงใยของฮิกซาร์
   "ค..คือว่าตอนนี้ลมเริ่มแรงแล้ว เรากลับเข้าฐานเถอะค่ะ...เดี๊ยวไม่สบาย" ลิเลียเปลี่ยนเรื่องคุย เธอใช้มือข้างที่มีผ้าพันเเผลยันตัวขึ้น ฮิกซาร์เห็นแบบนั้นเลยรีบเข้าไปประคองตัวร่างบาง
   "ใช้มือข้างที่เจ็บแล้วเธอจะหายตอนไหน!" เขาบอกเสียงดุๆ
   "...คุณฮิกซาร์เป็นห่วงฉันเกินไปรึเปล่าค่ะ?"
   "ห๊ะ?!" ฮิกซาร์อุทาน สีหน้าของลิเลียจริงจังขึ้นมาโดยที่เขาก็ไม่รู้สาเหตุ เธอผละมือที่ช่วยประคองออกห่างอย่างมีมารยาทก่อนจะยืนประจัญหน้า
   "ฉันเป็นกันดั้มไมสเตอร์นะ แผลแค่นี้ไม่เห็นต้องมาห่วงกันขนาดนี้เลย"
   "ลิเลีย..."
   "ขอบคุณนะที่เป็นห่วง แต่หากฉันให้ทุกคนดูแลหรือเป็นห่วงมากเกินไปแล้ววันข้างหน้าฉันจะปกป้องทุกคนได้ยังไง คุณฮิกซาร์ก็เป็นหนึ่งในนั้นนะค่ะ" 
   "ผม?" ฮิกซาร์มองไม่วางตา ลิเลียพยักหน้ายืนยัน
   "...ที่จริงฉันอาจจะคิดเข้าข้างตัวเองไปก็ได้นะ แต่คุณฮิกซาร์..." ลิเลียลังเลว่าจะถามสิ่งที่คิดไว้ดีหรือไม่ ขณะที่ชายหนุ่มรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
   "ชอบฉันหรือเปล่าค่ะ?" ลิเลียถามแต่เสียงเบามาก ฮิกซาร์ขมวดคิ้วงุนงงเพราะไม่ได้ยิน
   "ลิเลียพูดว่าอะไรนะครับ?"
   "-///_///-" หญิงสาวหน้าเริ่มแดงกับคำถาม อยากรู้แต่ก็กลัวคนใจดีตรงหน้าจะเกลียดเพราะเธอหลงตัวเองไปตัดสินเขาทางคำพูด
   "ไม่มีอะไรค่ะ ฉันคงคิดลึกไป"
   "เอ๊ะ? ลิเลียมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะนะผมยินดีรับฟัง" ชายหนุ่มบอก แต่เธอไม่มั่นใจเลยน่ะสิ
   'มันทำใจยากน่ะฮิกซาร์' เธอคิด



บึ้ม!!!


  

   "!!!"
   "เสียงอะไร!?"

 ระหว่างนี้อยู่ๆก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสองคนยืน สายตาสองคู่จับจ้องไปทางต้นเสียงเห็นบอย่างกำลังเคลื่อนที่มาทางนี้

   "นั่นมัน! ยานขนส่งที่มาจากทางใต้นี่นา!" ฮิกซาร์พูด เขามองสูงขึ้นไปข้างบน ลิเลียเบิกตากว้างมองตามพบว่ามันเป็นซากยานระเบิดเป็นจุนกลางอากาศ 
   "กำจัดเป้าหมายเสร็จสิ้น" เสียงเย็นชาเอ่ยเบาๆกับภาพที่เห็น 

  สิ่งที่ทำลายยานขนส่งลงได้ในพริบตาเป็นโมบิลสูทเครื่องหนึ่งที่มีเตาพลังงานแสงอาทิตย์สีเหลือง ไม่ใช่ส้มหรือแดงซึ่งมันแตกต่างกันเช่นเจนในสายตาของลิเลีย

   'เรื่องแบบนี้มัน...'
   "พวกASงั้นเหรอ? ทำไมถึงรู้ฐานที่นี่ได้" ฮิกซาร์พูดก่อนจะรับจับมือลิเลียอย่างแรงและพาเธอรีบกลับเข้าฐาน

  ในใจของลิเลียรู้เลยว่าหุ่นที่เห็นเป็นของใคร เพราะเธอเป็นคนสร้างมันจากจินตนาการของเธอเอง

   'เดธทอยเยอส์...'


 เมื่อเข้ามาข้างใน เธอเห็นเลยว่าทุกคนดูตื่นตกใจกันมากคงจะรู้สถานการณ์กันแล้ว

   "เธอเข้าไปอยู่ในปโตเลไมออสนะ ฉันจะกลับเข้าไปในยานของตัวเอง" ฮิกซาร์บอก เขารีบวิ่งไปทันทีโดยทิ้งลิเลียไว้

   ท่ามกลางผู้คนกำลังแตกตื่น ลิเลียยังคิดถึงโมบิลสูทเมื่อครู่

   "ซาวี่ยังซ่อมไม่เสร็จเลย...ฉันควรจะทำยังไงดี" หญิงสาวคิดถามตัวเอง
   "ลิเลีย!!" เสียงคุ้นหูเรียก โมบิลสูทประจำปโตเลไมออสสี่เครื่องรวมตัวกันอยู่ตรงหน้า
   "รีบเข้าไปในยานเร็ว! พวกเราจะรับมือศัตรูเอง" เสียงนี้เป็นของไลล์ที่บอกเธอ 
   "รู้สถานการณ์แล้วเหรอค่ะ?"
   "จากการคาดการณ์ของผม คงจะเป็นโมบิลสูทพวกASเพื่อไม่แระมาทพวกเราจะซุ่มดูโดยให้เซ็ทสึนะไปลองเชิงก่อน" ทีเอเรียบอก 
   '...รู้สึกผิดที่ประมาทจนฉันบาดเจ็บสินะ'ลิเลียก้มมองดูแขนและข้อมือตัวเองที่เป็นสัญลักษณ์ให้ทีเอเรียต้องรอบคอบมากพิเศษ


โครม!!


  ประตูเหล็กแข็งแรงถูกทำลาย เสียงร้องของผู้คนโหยหวนไปทั่ว เศษเหล็กกระเด็กเข้ามาข้างใน

   "อ๊าก!!!/กรี๊ด!!!"
   "ระวัง!" ดับเบิ้ลโอควอนต้ารีบใช้โล่บังเศษเหล็กที่กำลังจะโดนตัวหญิงสาวผมสีขาว เธอไม่ได้ก้มตัวหลบแต่ยืนนิ่งหันไปมองโล่ขนาดใหญ่
   "เครื่องเดียวผ่านการป้องกันมาได้เเล้วเหรอ! ร้ายกาจมาก" อาเลลูย่าพูด ฮารูทขยับตัวไปข้างหน้าเหนือคนอื่น เวลานี้ผู้คนเข้าไปหลบในฐานส่วนในบางส่วนเตรียมออกยานสู้ แต่ว่าในพื้นที่ที่จำกัดนั้นสามารถถูกกำจัดได้ในพริบตาเลยก็ว่าได้

   ลิเลียยืนนิ่งไม่ขยับ เหมือนเธอรอดูว่าผลข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

   "รีบเข้าไปในยานเร็วเข้า! เธอในตอนนี้สู้ไม่ไหวนะ" ไลล์เตือนอีกครั้ง 

    หญิงสาวไม่ฟัง จนกระทั่งพื้นที่ยืนเกิดสะเทือนเรียกความสนใจกับทุกคน โมบิลสูทสีดำทั้งเครื่องดวงตามันเปล่งแสงสีแดงข้างซ้ายและสีเขียวข้างขวา จับเคียวด้ามยาวเดินเข้ามาผ่านรูที่ทำลายเมื่อครู่

   ลิเลียวิ่งอ้อมโล่ใหญ่ไปประจัญหน้ากับโมบิลสูทสีดำชัดๆ ทำทุกคนตกใจหัวใจแทบหยุดเต้น

   "ใช่จริงๆด้วย" ลิเลียพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีน้ำเงินสะท้อนเปลวเพลิงสีแดงอ่อนๆที่เข้ากับสีดำของโมบิลสูทตรงหน้า ผมยาวสีขาวสะบัดตามแรงลมจ้องตาต่อตาแบบไม่มีคำว่ากลัว
   "...เธอ!" นักบินเจ้าของโมบิลสูทสีดำมองลิเลียผ่านข้างในตัวหุ่น ดวงตาเขาเบิกกว้างสบตาหญิงสาว

   ราวกับคุ้นเคยใบหน้ากันและกันโดยใช้ความรู้สึกในตอนนี้เป็นตัวตัดสิน

   'ชอน!'
   'ลิเลีย!'
  


26/07/63....100%

-----------------------

  มาอัปแล้วค่ะ ทิ้งปริศนาอีกตามเคย(รอบนี้หนักมากๆๆๆๆๆๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #41 NSavia (@natchanan480) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 00:30
    ผมว่าพระเอกคงเป็นชอนแหละ แต่อาจจบแบบกันดั้มมั้ง(ตาย)
    ปล.ผมมีความสงสัยอยู่อย่างนึงม่านGNของพลูโตเน่ที่เป็นเจน2 แข็งขนาดต้องใช้ครอนต้าที่เป็นเจน6แทรนซั่มแล้วยิงบีมเซเบอร์ที่มีพลังทำลายขนาดสามารถผ่าเอลที่มีขนาดเท่าดวงจันทร์ได้เลยหรอครับ
    ปล.2 เนื้อเรื่องสนุกมากครับ
    #41
    1
    • #41-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 15)
      31 กรกฎาคม 2563 / 18:58
      ขอบคุณมากค่ะ
      ขอตอบคำถามนะคะ เรื่องอาวุธพอดีมันเป็นแค่การเติมเเต่งค่ะ ตามเรื่องของไรท์แล้วอยากให้มันดูรุนแรงสมกับกันดั้มนิดนึง ไม่เข้าใจก็ขออภัยด้วยนะ^v^
      #41-1
  2. #40 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 22:39

    อ้าวสองคนนี้รู้จักกันมาก่อนแน่เลย ลิ้ลียต้องคู่กับเซตซึเท่านั้นน555 เริอต้องไม่ล่ม
    #40
    2
    • #40-1 TimeReture (@TimeReture) (จากตอนที่ 15)
      31 กรกฎาคม 2563 / 18:58
      ไม่แน่ใจว่าล่มไหมนะ~~~
      ขอบคุณที่เม้นค่ะ
      #40-1
  3. #38 Pattamawan (@fanlovelove) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 20:22

    กรี๊ดดดอัพแล้วววดีจายย
    #38
    0