Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 137 : PART 131 : ศึกคู่แฝด ณ ทุ่งทานตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Lisa talk...



ฉันยืนเกๆ กังๆ อยู่หน้าประตูห้องลับมาสักพักแล้ว ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในภวังค์ของเราอยู่ และกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเข้าไปหรือไม่เข้าไปในห้องลับดี และใจก็คาดหวังเอาไว้มาก ว่าถ้าเข้าไปแล้วฉันจะเห็นว่าจองกุกรอฉันอยู่ที่นั่น 

ฉันค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป อย่างน้อยฉันก็โล่งใจว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่ได้สูญสลายไปเหมือนครั้งนั้น ฉันค่อยๆ เดินไปหากระโจมบ้านของเรา ใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะความตื่นเต้น ฉันเปิดประตูรั้วเข้าไปแล้วเดินตามทางเท้าไปหยุดยืนที่หน้าประตูบ้าน สายกระดิ่งอยู่ที่ด้านซ้ายมือของฉัน ฉันตัดสินใจดึงมันจนเกิดเสียงกรุ้งกริ้งเป็นสัญญาณบอกคนในบ้านว่ามีผู้มาเยือน 

"..." 

บางทีฉันอาจจะดึงค่อยเกิดไปล่ะมั้ง ฉันจึงดึงกระดิ่งนั้นซ้ำอีกสองสามครั้ง เกิดเสียงกรุ้งกริ้งเสียงดังต่อเนื่องกันอยู่นาน

"..." 

แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับจากคนในบ้านอยู่ดี

"จองกุก" ฉันตัดสินใจเรียกเขาแทนและสั่นกระดิ่งซ้ำอีก "จองกุก"

"..." 

ฉันไม่ชอบความเงียบที่ได้กลับมาเลย มันทำให้ฉันรู้สึกหวั่นใจแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก

"จองกุก" ฉันเรียกเขาแล้วลองบิดลูกบิดก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อค ฉันคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาอาจจะแค่ลืมก็ได้มั้ง แล้วค่อยๆ แย้มประตูเข้าไป

"จองกุก" ฉันเรียกเขาอีกแต่พอมองภายในบ้านแล้วมันกลับว่างเปล่า "จองกุก" ฉันเดินสำรวจภายในบ้านก่อนตัดสินใจเปิดประตูหลังบ้านออกเพื่อหวังจะเจอเขาที่สวน "จองกุก" 

"..." 

แต่ฉันก็ต้องผิดหวัง 

"จองกุก!" ฉันร้องตะโกนดังขึ้น

"..."

"จองกุก!!"

"..."

"ทำไมเป็นงี้ล่ะ" ฉันบอกตัวเองพลันน้ำตาก็ไหลออกมา "นายไปอยู่ที่ไหนกันแน่" 

ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในมิติทั้งสามที่ฉันสามารถไปหาเขาได้ แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันจนปัญญาแล้วนะ ทะเลสาบก็ไม่มีแล้ว ทั้งนิมิตทั้งฝันลิขิตก็หายไปหมด แล้วฉันจะหาเขาเจอได้ยังไง 'ทะเลสาบ' ฉันเพิ่งนึกอะไรออกค่ะ ฉันเกือบลืมไปเลยว่าทะเลสาบ Loch na Sul ไม่ได้มีแค่ในฝันของฉัน 

ฉันรีบลืมตาตื่นจากความฝัน ก่อนรีบวิ่งเท้าเปล่าออกไปจากห้องแล้ววิ่งตรงดิ่งไปหาเป้าหมาย 'Loch na Sul' ฉันไม่รู้ว่ามันจะตอบสนองต่อฉันไหมเพราะทะเลสาบนี้อยู่ในความดูแลของลุงลักซ์ แต่ถึงมันจะไม่ตอบสนองกับฉัน ฉันก็มีแผนสำรอง ถ้าไม่ใช่ทะเลสาบที่จะเผยภาพนิมิตก็ต้องเป็นผู้เฝ้าทะเลสาบที่พอจะล่วงรู้อะไรบ้าง

ฉันหยุดยืนมือเท้าเข่าหอบหายใจแรงเพราะความเหนื่อยจากการวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อครู่ที่ข้างทะเลสาบ ฉันควรจะถือตะเกียงหรือเทียนมาด้วยนะ เพราะพื้นน้ำเบื้องหน้ามันมืดมากเลยอะ เห็นแค่เสียงสะท้อนของน้ำกับแสงจันทร์แค่นั้นเอง ฉันคงต้องใช้เวลาซักหน่อยเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความมืดยามราตรีนี้

แต่ปัญหาก็คือ ฉันไม่รู้วิธีใช้มันอะ ก็ทะเลสาบของฉันมันเผยนิมิตภาพแห่งอนาคต แต่ทะเลสาบของลุงลักซ์แกใช้มันดูเหตุการณ์ในปัจจุบันน่ะสิ เป็นไปได้ไหมคะว่ามันอาจใช้เหมือนกระจกวิเศษในสโนไวท์ ไม่รู้แหละฉันคงต้องลองดูก่อน

"ทะเลสาบแห่งดวงตา จงบอกข้าเถอะ ณ เวลานี้วิญญาณจองกุกไปอยู่แห่งไหน"

"..." 

มันไม่ได้ใช้ง่ายๆ อย่างที่ฉันคิดแฮะ หรือต้องใช้โค้ดลับเหมือนในอาหรับราตรี แบบ 'เซซามีจงเปิด' ไรงี้เปล่า ลองดูแล้วกันค่ะ

"Loch na Sul จงเปิด!"

"..." 

ก็ไม่ใช่อีกแหละ หรือมันจะตอบสนองเฉพาะลุงลักซ์จริงๆ งั้นฉันอาจต้องเลียนเสียงลุงลักซ์ซะหน่อย

"อะแฮ่ม" ฉันเริ่มทำการวอร์มเสียง "เทสๆ สวัสดี อะแฮ่ม...สวัสดี" เสียงเข้มของแกมันเลียนแบบยากอยู่เหมือนกันนะคะ "สวัสดี...ข้าเอง" มันไม่ใช่อะค่ะ "สวัสดี สวัสดี สวัส..."

"ไม่มีประโยชน์หรอก" ฉันหันไปตามเสียงที่ดังมาจากริมทะเลสาบ 

"แอมโฟร์" ฉันเรียกเจ้าของเสียง นึกว่าเขาจะไม่มาซะแล้ว ก็ฉันดันลืมเหรียญทองมาด้วยก็เลยคิดว่าจะหมดหวังในการเรียกแอมโฟร์ไปแล้ว แต่นี่คงมาเพราะเริ่มรำคาญเสียงฉันแน่ๆ "ทำไมเหรอ" ฉันถามเขา

"เจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าของสิทธิ์มีเพียงผู้เดียว" แต่ฉันก็แค่อยากลองเองนะ

"ถ้างั้น..." ฉันค่อยๆ นั่งลงต่อหน้าเขาก่อนถามว่า "ไหนๆ ท่านก็มาแล้ว ช่วยอะไรข้าสักเรื่องได้ไหม" 

"เจ้าไม่ได้เรียกหาข้านะสาวน้อย" 

"ข้ารู้"

"งั้นข้าคงต้องบอกว่าไม่"

"เดี๋ยวค่ะ!" ฉันรีบคว้าแขนของแอมโฟร์ไว้ก่อนที่เขาจะว่ายกลับทะเลสาบไป เขาหันมามองจ้องฉันสายตามีแววดุร้ายนิดหน่อยตามประสาปีศาจทำเอาฉันรีบปล่อยมือจากแขนของเขาก่อนรีบยื่นข้อเสนอว่า "ข้ารีบเกินไปก็เลยลืมเอาเหรียญทองมาด้วย แต่ข้าสัญญาว่าถ้าท่านช่วยข้า ข้าจะกลับมาพร้อมเหรียญทองสิบสองเหรียญ" แอมโฟร์ทำหน้าครุ่นคิด "สิบสองเหรียญเชียวนะคะ นี่มากกว่าปกติที่ท่านได้อีกนะ" ฉันพูดโน้มน้าว ถ้าแอมโฟร์ไม่ช่วยตอนนี้ฉันก็คงต้องเสียเวลากลับไปเอาเหรียญทองมาจริงๆ แหละ

"เจ้าประสงค์สิ่งใด" 

โอ้!! ขอบคุณสวรรค์ แอมโฟร์แบมือส่งมาให้ฉัน ฉันจึงค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสกับมือของเขา ในใจก็นึกถึงแต่จองกุก บางครั้งแอมโฟร์อาจจะเห็นเขาก็ได้หรือ...

"ไม่!" แอมโฟร์โพล้งขึ้นมาทำเอาใจฉันห่อเหี่ยวไปเลย

"ไม่เจอเหรอค่ะ" ฉันรีบถามแต่เขาส่ายหน้าให้ฉัน "ถ้างั้น..."

"ไม่ได้" เขาพูดขัดฉันขึ้นมา "ข้าพาเขาออกมาไม่ได้" 

"ท่านเจอเขา" แอมโฟร์พยักตอบฉัน ฉันดีใจจนยิ้มออกมาแล้วน้ำตาแห่งความปิติก็ไหลตาม แต่ว่า..."แล้วทำไมท่านถึงพาเขาออกมาไม่ได้ล่ะ" ฉันถาม

"เขาถูกผูก" ถูกผูกเหรอคะ "ผูกเอาไว้กับมนตร์ดำ" มนตร์ดำงั้นเหรอ "มันเป็นมิติที่ซับซ้อน ไม่ใช่มิติของเรา ข้าพาเขาออกมาไม่ได้จริงๆ" มิติไหนอีกล่ะเนี่ย

"ถ้าท่านยังทำไม่ได้ งั้นข้าก็สิ้นหวังน่ะสิ" ฉันถามแอมโฟร์อย่างหมดหวัง 

"เจ้าเป็นนักท่องมิติไม่ใช่เหรอ" แอมโฟร์ว่าให้ฉัน 

"ใช่ค่ะ แต่ว่า..." ฉันมองหน้าที่คาดหวังคำตอบของแอมโฟร์ "ถ้าข้าไม่รู้ว่าจองกุกอยู่มิติไหน ข้าคงไปถูก"

"เจ้าไม่รู้แต่ข้ารู้" 

"คะ?" แอมโฟร์ว่ายกลับทะเลสาบไปแล้วค่ะ "แอมโฟร์ๆ" ฉันร้องเรียกหาเขา เขาจะมาทิ้งฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ นี่เขารู้แต่จะไม่บอกฉันงั้นเหรอ หรือแค่เหรียญทองสิบสองเหรียญจะยังไม่มากพอ 

"แอมโฟร์! ท่านกลับมาหาข้าก่อน" ฉันเริ่มร้องเรียกอีกครั้ง "ขอร้องล่ะแอมโฟร์ ท่านต้องการเหรียญทองกี่เหรียญ ข้าจะหามาให้ท่านหมดเลย ขอแค่ท่านบอกข้า แค่ช่วยข้า ได้โปรดเถอะแอมโฟร์ ได้โปรด ขอร้องล่ะ" ฉันดูเหมือนคนหลงทางเข้าไปทุกขณะเลย ถึงทำได้แค่ตะโกนไปในความมืดแบบนี้ "แอมโฟร์!"

"ข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วยสักหน่อย" 

"แอมโฟร์!" ฉันร้องออกมาเมื่อเห็นว่าเขากลับมาแล้ว 

"ข้าขอเหรียญทองสิบสองเหรียญเท่าเดิมกับข้อเสนอแรก" เขาไม่ได้โลภมากอย่างที่ฉันคิดแฮะ ฉันจึงพยักหน้าตอบเขาเป็นอันว่าตกลง "ส่วนนี้คือสิ่งที่ผูกเขา" แอมโฟร์ยื่นของบางอย่างที่ฉันและจองกุกรู้จักเป็นอย่างดี แค่ควันดำๆ ที่แผ่ออกมาก็รู้แล้วว่าอะไร

"ยาจมปลักนิ่คะ" ฉันหยิบเม็ดยาจมปลักเม็ดนั้นมาจากแอมโฟร์ แอมโฟร์พยักหน้าก่อนบอกฉันว่า "ข้าว่าคงเป็นเพราะผลข้างเคียงของยา ดูท่าเขาจะใช่มันติดต่อกันหลายวัน ร่างกายสามัญรับยานี้ไม่ค่อยได้เจ้าก็รู้" จองกุกแอบใช้ยาจมปลักงั้นเหรอ เพราะงี้หรือเปล่าเขาถึงรู้วิธีดึงตัวตนฉัน "สงสัยฤทธิ์ยาจะขับออกไม่หมดล่ะมั้ง พอยิ่งร่างกายอ่อนแอ มันก็ง่ายมากที่มนตร์ดำจากยาจะผูกเขาเอาไว้"

"แล้วข้าต้องทำยังไง" ฉันถาม

"เพียงหนึ่งเม็ด" นี่ฉันต้องกินมันใช่มั๊ย "แต่เจ้ารู้ใช่ไหมว่ายาจมปลักจะพาเจ้าไปยังความกลัวของเจ้า" ฉันพยักหน้าให้เขาว่ารู้  "และจองกุกก็มีความกลัวของเขาเอง"

"ท่านกำลังจะบอกว่า..."

"เจ้าจะเจอเขาก็ต่อเมื่อเจ้ารู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่เขากลัว และสิ่งนั้นก็ต้องเป็นสิ่งที่เจ้ากลัวด้วยเช่นกัน" มันเป็นการเสี่ยงดวงใช่มั๊ยคะ ฉันจะทำได้ก็ต่อเมื่อใจเราตรงกันสินะ "คิดให้ดีก่อนใช่ล่ะ เพราะถ้าเจ้าคิดผิด เจ้าจะเสียเวลากับการกำจัดความกลัวเรื่องอื่นอยู่หลายชั่วโมงแน่" แอมโฟร์เตือนฉัน

"ค่ะ"

"หวังว่าเจ้าจะทำได้นะ"

"ค่ะ ขอบคุณนะคะ" แล้วแอมโฟร์ก็ว่ายน้ำหายไป



'สิ่งที่จองกุกกลัว'



ฉันกลับมานั่งคิดถึงเรื่องนี้อยู่ที่ห้องอยู่นานสองนานแล้วนะ เขาจะกลัวอะไร ความกลัวของเขาในตอนนั้นที่เราทะเลาะกันกับตอนนี้จะยังเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่านะ เอาจริงๆ ใจฉันเอนเอียงไปว่ามันคือการถูกเปลี่ยน แต่ฉันก็ยังไม่ชัวร์ แต่ถ้าอยากให้ชัวร์ ฉันว่าฉันต้องถามคนที่ให้ยานั่นกับเขา คนที่จะมียาจมปลักติดตัวต้องไม่ใช่พวกรุ่นพี่บังทันแน่เพราะงั้นตัดพวกพี่หกคนนั้นไปได้เลย อีกสามคนที่เหลือคือพวกเมมเบอร์ฉัน แต่เจนนี่ผู้เคร่งครัดตามกฎไม่น่าจะทำ พี่จีซู...น่าจะพกยากล่อมประสาทมากกว่ายาจมปลักนะ ส่วนโรเซ่...ถ้าจองกุกไปขอ เธอก็น่าจะบอกฉันสิ

"อ่า!" ฉันคิดออกแล้ว ฉันลืมตัวปัญหาคนนี้ไปได้ไงกัน "ยายแคสเปียร์!" ฉันร้องเรียกแกเมื่อนึกขึ้นได้ "คุณยาย!"

"โหยยย!" เสียงบอกความไม่พอใจมาก่อนร่างเลยค่ะ "ได้พักแปบๆ ก็โดนเรียกหาอีกแล้ว ชีวิตเซเลปแบบยายนี่มันเหนื่อยจริงๆ" แกว่าก่อนนั่งลงบนเตียงฉัน "ว่าไงจ้ะ"

"ยายให้ยานี่กับจองกุกใช่มั๊ยคะ" ฉันชูยาจมปลักให้แกดู ยายแกทำตาโตเหมือนตกใจก่อนรีบดึงสีหน้ากลับเป็นปกติ ปฏิกิริยาแบบนี้แสดงว่าใช่ชัวร์ แต่แกก็ยังมาแก้ตัวอีกว่า "ยานี่ยายโดนนายท่านยึดไปนานแล้วนะ"

"ทำไมยายถึงให้จองกุกคะ" แต่ฉันก็ไม่ยอมหรอก

"ยายจะให้จองกุกได้ยังไงก็ยายไม่มี"

"แล้วจองกุกไปได้ยานี่มาจากไหนกัน"

"ยายจะไปรู้ได้ไงล่ะ แล้วหลานรู้ได้ไงว่าจองกุกใช้ยานี่" นอกจากจะปากแข็งแล้วยังมาย้อนถามฉันอีก

"หนูจะบอกให้นะคะ ที่ยายกับหมอว่าไม่น่าห่วง สองสามวันก็หายน่ะมันไม่ใช่เลย เพราะที่จองกุกยังไม่ฟื้นก็เพราะไอ้ยาบ้านี่แหละ" ฉันคงต้องข่มอารมณ์ไว้สักหน่อยดีกว่า จะไปหงุดหงิดแกก็ไม่ได้เพราะแกก็คงหวังดี

"ยายก็เตือนจองกุกไปแล้ว แต่จะให้ยายทำยังไงล่ะก็จองกุกเอาแต่ขอร้องยาย" ลืมตัวหลุดปากออกมาจนได้สินะ "แถมยังร้องไห้บอกว่าต้องช่วยหลานให้ได้" ช่วยฉันเหรอคะ 

"การถูกเปลี่ยนใช่มั๊ยคะ ที่จองกุกขอยาจากยายเพราะเขาอยากช่วยหนูจากการถูกเปลี่ยนใช่มั๊ย" ฉันรีบถามยายแคสเปียร์

"ใช่จ้ะ" แกเผลอพูดออกมาก่อนจะรู้ตัวแล้วรีบปฏิเสธว่า "ไม่ใช่จ้ะ ไม่ใช่เลย" ฉันล่ะอยากบอกแกว่า 'ไม่ทันแล้วยาย'

ตอนนี้ฉันมั่นใจพันล้านล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าความกลัวของจองกุกคือ 'การถูกเปลี่ยน' 

"ยายคะ" ฉันเรียกยายแคสเปียร์ แกมองฉันตาปริบๆ "ขอบคุณนะคะ" ฉันบอกแกก่อนรีบโยนยาจมปลักเม็ดนี้เข้าปากแล้วคว้าแก้วน้ำที่อยู่หัวเตียงขึ้นมาดื่ม

"หลาน...หลานทำไรเนี่ย" ยายแคสเปียร์ตกอกตกใจใหญ่ที่เห็นฉันทำแบบนี้

"หนูจะตามจองกุกมาให้ได้ค่ะ" ฉันบอกแกก่อนรีบทิ้งตัวลงนอนแบบทันทีทันใด

"หนูลิซ!" 




นั้นคือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนที่ฉันจะมาโผล่ที่...คือ...ที่นี่ทำไมถึงเป็นส่วนหนึ่งของความกลัวของเราล่ะ 'บ้านลับ?' 

ฉันยืนมองบ้านลับอยู่ที่เนินใกล้ๆ แต่ที่แปลกใจคือ 'โรเซ่!' และอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ 'วี!' พวกเขามายืนทำอะไรที่หน้าบ้านลับของฉัน

ฉันได้ยินเสียงกระดิ่งหน้าบ้านดังขึ้นเนื่องจากการดึงของวี ก่อนมีเสียงหนึ่งดังมาจากสวนหลังบ้านว่า "กุก! ไปดูหน่อยซิว่าใครมา" และฉันรู้และจำได้ทันทีว่านันคือเสียงของฉัน แต่น่าจะเป็นยัยแฝดฉันมากกว่า

"ครับผม" เสียงจองกุกตอบเธอกลับมา เขาอยู่ในบ้านสินะ "รอสักครู่นะครับ มาแล้วๆ" และเขาคงร้องบอกวีกับโรเซ่ ฉันปล่อยให้จองกุกเจอกับโรเซ่และวีไปตามปกติตามเหตุการณ์ที่ควรจะเป็นของเขา แต่สำหรับยัยแฝดของฉัน ฝันไปเธอว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ
 
ฉันรีบวิ่งลงจากเนินเขาเพื่อไปหลบอยู่ข้างบ้าน ก่อนแอบลัดเลาะไปที่สวนหลังบ้าน ฉันต้องจัดการกับยัยแฝดฉันให้ได้ก่อนที่พวกเขาจะได้เจอกัน

ฉันได้ยินเสียงสวบสาบอยู่แถวๆ แปลงทานตะวัน ฉันจึงตัดสินใจค่อยๆ เดินไปตามเสียงนั้น ดูเหมือนจองกุกจะยังคงคุยกับวีและโรเซ่อยู่ ฉันได้แต่ภาวนาว่าอย่าเพิ่งให้เขาออกมาตอนนี้นะเพราะไม่งั้นเราทั้งคู่คงเจอปัญหาใหญ่แน่ 

ฉันมองเห็นเธอแล้ว เธอกำลังใช้คราดเล็กๆ ถางหญ้าพรวนดินอยู่ในแปลงทานตะวัน ฉันจึงค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เธอ

"จองกุกเหรอ" เธอถามขึ้นเมื่อรู้สึกถึงการมาเยือนขณะที่เธอยังคงก้มหน้าก้มตาพรวนดินอยู่ แต่แทนที่ฉันจะตอบ ฉันกลับเรียกดาบออกมาแทนแล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปหาเธอ

"ทำไมถึงเงียบ..." แต่เธอกลับหันมาทางฉันก่อน และเธอเห็นฉันแล้ว

"หวัดดียัยแฝดผี...ย่าห์!" 

ฉันว่าแล้วฟาดดาบลงไปหาเธอ แต่ยัยนี่ก็เร็วใช้ได้เลยค่ะ เธอหลบฉันทันก่อนขว้างคราดมาหาฉันแต่ฉันก็เรียกโล่ห์ขึ้นมากันไว้ทันพอดี ทำให้คราดอันเล็กของเธอกระทบโล่ห์ของฉันแล้วตกไปบนพื้นแทน ฉันเก็บโล่ห์ไว้ก่อนเรียกดาบออกมาอีกครั้ง ส่วนยัยแฝดผี เธอก็เรียกดาบออกมาแล้วเหมือนกันค่ะ

"ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอเธอตัวเป็นๆ เลยนะลิซ่า" เธอพูดกับฉันก่อนยิ้มสวยส่งมาให้ 

"ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้เอาคืนเธอแบบนี้" ฉันตอบกลับ

"เอาคืนฉัน แต่ก็ระวังจะโดนตอกกลับล่ะ" คิดจะตอกกลับฉัน มันไม่ง่ายขนาดนั้นมั้งคะ "เธอมาเองแบบนี้ คงพร้อมตายอยู่ที่นี่เต็มทีสินะ"

"หึ" เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะคะ "อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย" ทีแรกกะว่าจะพูดว่ามั่นหน้าแต่ก็เหมือนจะด่าตัวเองเพราะหน้าตาเธอที่เหมือนกับฉันนี่แหละ "มาชี้ชัดวัดดวงกันไปเลยไหม ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป" ฉันว่าและจ้องเธอเอาเรื่อง เธอก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน เธอจ้องฉันกลับก่อนบอกฉันว่า "ดีเลย ฉันกำลังคันไม้คันมือพอดี" 

ฉันก้าวหนึ่งก้าว เธอก็ก้าวตามฉัน เราสองคนกำลังก้าวเข้าหากัน มือก็ถือดาบแน่น วันนี้แปลงทานตะวันได้ราบเป็นหน้ากองแน่

"ย่าห์!!" 

เราทั้งคู่วิ่งเข้าหากัน ยัยแฝดผีค่อนข้างเร็วกว่าฉัน เธอจึงเป็นฝ่ายรุกก่อน เธอฟาดดาบลงใส่ฉัน ฉันจึงต้องต้านแรงดาบนั้นเอาไว้ แถมยังฟาดถี่ซะด้วย คิดจะให้ฉันรับอยู่ฝ่ายเดียวงั้นเหรอ ฉันก็รุกได้เหมือนกันนะ 

"ยัยบ้าเอ้ย!" 

ฉันว่าก่อนวิ่งรูดดาบเข้าหาตัวเธอในขณะที่รับแรงต้านครั้งล่าสุด และเมื่อฉันเข้าประชิดตัวเธอได้ ฉันก็รีบกระแทกศอกเข้ากลางอกเธอเต็มๆ จนเธอเซถอยออกไป 'ถึงทีฉันล่ะ!' ฉันรีบฟาดดาบใส่เธอแต่ยัยนี่ก็เร็วจริงๆ เลย เพราะเธอดันต้านดาบของฉันได้เฉยเลย ฉันว่าฉันไวแล้วนะ 

'ยัยนี่!'

ฉันฟาดดาบลงเหนือหัวเธอ เธอยกดาบขึ้นตั้งรับ และนี้แหละที่ฉันรอ เพราะเธอมัวป้องกันส่วนหัวทำให้เธอเปิดช่องว่างกลางลำตัวให้ฉัน ฉันจึงแตะเข้ากลางลำตัวของเธอ และเมื่อเธอเซถอยไปตามแรงอีกครั้ง ฉันก็รีบเปลี่ยนดาบให้เป็นแส้แล้วรีบตวัดแส้รัดข้อมือขวาของเธอที่กำดาบอยู่ก่อนกระตุกอย่างแรงจนดาบหลุดมือและตัวเธอก็ลอยกลับมาหาฉัน ฉันจึงถือโอกาสนี้ตบหน้าเธอด้วยหลังมือจนเธอหน้าหันและเซล้มไปบนพื้น 

ฉันเปลี่ยนแส้ให้เป็นดาบอีกครั้งก่อนเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเธอ ฉันง้างดาบขึ้นเตรียมฟาดดาบลงไปแต่ก่อนที่ฉันจะได้ทำอย่างนั้น เธอก็คว้าต้นทานตะวันต้นหนึ่งขึ้นมาฟาดใส่หน้าฉันเต็มแรง จนทานตะวันดอกใหญ่แตกกระจุยกระจายทันทีที่มันกระทบหน้าฉัน ฉันรู้สึกแสบหน่อยๆ นะเหมือนจะได้แผลเลย และเธอก็ใช้โอกาสที่ฉันเผลอนี้พุ่งตัวเข้าใส่ฉันจนเราล้มลงไปทั้งคู่ ยัยแฝดผีรีบตั้งตัวชกเข้าที่ท้องของฉัน เธอรัวหมัดใส่ฉันสามสี่ดอกจนฉันรู้สึกจุก ก่อนเธอจะนั่งคร่อมร่างของฉันแล้วใช้มือทั้งสองข้างบีบกระมับฉันอย่างแรง

"โอ้ย!" จนฉันต้องร้องออกมา

"แกตาย!" เธอว่าแล้วยิ่งบีบแรงเข้าไปอีก

"อ๊าย!" 

ฉันร้องออกมาแต่ก็พยายามใช้มือซ้ายชกเข้าข้างลำตัวของเธอ แต่เธอเหมือนไม่สะทกสะท้าน ส่วนมือขวาของฉัน 'ดาบ!' ฉันนึกว่าดาบจะหลุดมือไปแล้วซะอีก ฉันจึงเปลี่ยนดาบให้เป็นมีดก่อนจ้วงแทงลำตัวข้างซ้ายของเธอไปสองสามหน ก่อนที่เธอจะคว้าข้อมือของฉันไว้ทันก่อนบิดข้อมือฉันอย่างแรงจนฉันต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

"โอ้ย!!" 

และมีดฉันก็ร่วงออกจากมือ เธอหยิบมีดเล่มนั้นขึ้นมา แวบแรกที่เห็น ฉันนึกว่าเธอจะแทงฉัน แต่ไม่ใช่ค่ะ เธอกลับเขวี้ยงมันทิ้งไปแล้วบอกฉันว่า "คนที่จะตัดสินชีวิตเราไม่ใช่ฉันหรือว่าเธอ" เธอหมายความว่ายังไงคะ "แต่ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้น ฉันขอสั่งสอนแกซักหน่อย ยัยลิซ่า" แล้วเธอก็รัวมือตบฉันซ้ายทีขวาทีแบบไม่มียั้ง

'เห็นฉันเป็นลูกวอลเล่ย์หรือไงวะ!' นี่ก็เริ่มหน้าชาแล้วด้วยแถมได้รสเค็มๆ คาวๆ พร้อมกลิ่นคาวเลือดแบบนี้ 'ทนไม่ไหวแล้วว้อย!'

ฉันงอเข่าทั้งสองข้างขึ้นก่อนรวบรวมแรงและพลังทั้งหมดไปไว้ที่เข่าแหลมๆ ของฉันแล้วกระแทกมันเข้ากับหลังของยัยแฝดผีเต็มแรงจนตัวเธอลอยข้ามหัวฉันไปแล้วล้มหน้าทิ่มดิน ฉันไม่รอช้าค่ะ ถึงจะยังจุกอยู่แต่ฉันก็ฟื้นใจสู้ รีบลุกขึ้นยืนแล้วนั่งทับร่างเธอไว้ทั้งที่นางนอนจูบดินอยู่นี่แหละ ก่อนจะจิกหัวของเธอขึ้นมาแล้วบอกเธอว่า...

"นี่สำหรับเมื่อกี้" แล้วฟาดหน้าเธอลงกับพื้นดิน 

"นี่สำหรับจองกุก" และฟาดอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง 

"และนี่..." ฉันฟาดหน้าเธอลงกับพื้นสุดแรงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วบอกเธอว่า "สำหรับความเลวของแก" ก่อนรีบพลิกตัวเธอกลับมา 

โอ้โน...ช่างนางสงสารเสียจริง เลือดไหลกลบปากกลบจมูกเลยอะ แต่แค่นี้มันยังไม่สะใจฉันหรอก เธอตบฉันได้ ฉันก็เอาคืนได้เหมือนกัน แต่ฉันจะไม่ตบเธอคืนหรอกนะ อย่างลิซ่า...มันต้องหมัดเท่านั้น 

ฉันอัดหมัดเข้าหน้าด้านซ้ายของเธอก่อนเปลี่ยนมาอัดด้านขวาบ้าง นี่คือการลงทัณฑ์ยัยผู้หญิงจอมปลอมคนนี้ ฉันรู้ว่ามันโหดร้ายมาก แต่ถ้าวันนี้ฉันไม่เห็นเธอกระอักเลือดตาย จ้างให้ฉันก็จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก

ฉันรัวหมัดใส่หน้าของเธอจนมันบวม เธอเหมือนพวกนักชกมวยสภาพเยินๆ ที่ตาปูดโหนกแก้มช้ำแถมมีเลือดเปื้อนหน้าไปหมด 

"โอ้ย" 

แต่ฉันก็ต้องรีบเอามือป้องหน้าและปัดหน้าปัดตาตัวเองเมื่อยัยแฝดผีขว้างดินเข้าหน้าฉัน ทำให้ฉันเสียสมาธิ เธอคว้าคอเสื้อฉันแล้วดึงตัวฉันลงก่อนจะใช้หัวโขลกหน้าฉันอีกต่อ 'โอ้ยจมูกฉัน!' จมูกฉันคงยังไม่หักใช่มั๊ยคะ

แต่เธอก็ไม่รอให้ฉันตั้งตัวได้หรอกนะ ยัยแฝดผีกระชากผมฉันลงอย่างแรงจนฉันคิดว่าหนังหัวฉันอาจหลุดก่อนเธอจะพลิกตัว กะจะขึ้นคร่อมฉันอีกเหรอ 'ฉันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก' ฉันพลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายทับเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมแล้วพลิกตัวกลับ กลายเป็นว่าตอนนี้เรากำลังกอดรักฟัดเหวี่ยงพากันกลิ้งไปทั่วแปลงทานตะวัน แปลงทานตะวันคงเหลือแค่ซากแล้วล่ะคะ เล่นล้มระเนระนาดไปหมดแบบนี้

"แกไม่ชนะฉันหรอก" เธอบอกฉันในขณะที่เรากลิ้งไปด้วยกัน

"แต่ฉันก็ไม่ได้มาเพื่อแพ้แก" ฉันตอกเธอกลับ 

เราทั้งคู่ต่างใช้หมัดทุบหลังกันบ้าง ดึงหัวกันบ้างในขณะที่กลิ้งตัวมา ฉันว่าถ้ากลิ้งอยู่แบบนี้ ฉันคงได้เวียนหัวตายแน่ เพราะงั้นฉันต้องจู่โจมจุดอ่อนของเธอ และฉันก็รู้ว่ามันคือจุดไหน

"โอ้ย!!" 

เธอร้องออกมาเสียงดังเมื่อฉันใช้มือกดแผลข้างลำตัวของเธอที่ถูกฉันแทงไปอย่างแรง ทำให้เธอรีบผลักตัวฉันออกไป เราจึงแยกจากกันได้

ฉันรีบลุกขึ้นและเห็นเธอนอนกุมบาดแผลเอาไว้สีหน้าบ่งบอกความเจ็บ ฉันรีบวิ่งไปหาเธอเพื่อหวังประชิดตัวเธออีกครั้ง แต่ยัยนี่ดันรู้ทันเธอรีบคว้าต้นทานตะวันขึ้นมาแล้วฟาดหน้าฉันแรงจนฉันเซออกมาด้านข้าง ก่อนเธอจะกระโดดถีบฉันด้วยสองเท้าจนตัวลอยกระเด็นออกมา 

'ชักจะถึกทนเกินไปแล้ว!' 

ฉันคิดก่อนกวาดตามองหาอาวุธ แต่ไม่รู้ว่าดาบและมีดของเราไปไหนแล้ว สงสัยคงโดนต้นทานตะวันทับทมไปแล้วมั้ง เพราะงั้นอาวุธที่เรามีอยู่ก็คงไม่พ้นทานตะวันสักต้นเป็นแน่ ฉันมองหาดอกทานตะวันดอกใหญ่ที่ดูน่าจะแข็งแรงทนทานและที่สำคัญมันต้องเป็นเมล็ดแล้ว เพราะเวลาฟาดจะได้เจ็บนิดๆ เจ็บนิดๆ เจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว จะได้แสบๆ คันๆ พอกวนใจยัยแฝดผีได้ และฉันก็เจอต้นทานตะวันเป้าหมายแล้ว

ฉันหยิบต้นทานตะวันที่ฉันหมายตาไว้ขึ้นมา ลำต้นใหญ่ดูแข็งแรง ดอกใหญ่มีเมล็ดกำลังหนักพอได้ที่ และดูเหมือนยัยแฝดผีก็คงได้ดอกที่ใช่แล้วเหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าเราต้องมาสู้กันด้วยดอกทานตะวันเลยนะคะ

"ย่าห์!!!" 

เราต่างวิ่งเข้าหากันอีกครั้ง ฉันควงต้นทานตะวันไปด้วยขณะที่วิ่ง ก่อนเราจะฟาดต้นทานตะวันใส่กันแต่ต้นทานตะวันของเราดันเกี่ยวพันกันซะงั้น ฉันรีบดึงมันกลับแต่เธอก็รีบกระชากกลับเหมือนกัน กลายเป็นว่าเรากำลังเล่นชักกะเย่อกันอยู่ โดยมีต้นทานตะวันสองต้นเกี่ยวกันเป็นเชือกให้เรา เรายื้อยุดฉุดกระชากมันแต่ก็ไม่มีใครชนะสักที ฉันว่าเธอก็คงเริ่มหงุดหงิดไม่ต่างจากฉันแล้วเพราะงั้นเราสองคนจึงต่างใช้แรงทั้งหมดในการดีงครั้งสุดท้ายนี้ มาวัดกันไปเลยดีกว่าว่าต้นทานตะวันของใครแข็งแกร่งกว่ากัน

"ย่าห์!!!" 

พวกเราออกแรงดึงพร้อมกัน และต้นทานตะวันที่แข็งแกร่งที่สุดที่ดอกยังติดกับต้นอยู่คือ...'ของฉัน!'

ฉันรีบฟาดดอกทานตะวันตบหน้าเธอเต็มแรง และมันคงแรงพอทำให้เมล็ดทานตะวันบาดผิวเธอจนเห็นเลือดซิบๆ และอีกครั้งจนดอกทานตะวันของฉันแตกระจุยกระจาย ก่อนฉันจะปล่อยมือทิ้งต้นมันไปแล้วกำหมัดวิ่งดาหน้าเข้าหาเธอ



พลั้ว!!



เธอหน้าหัน ส่วนฉันก็หน้าหงายเลยค่ะ เป็นการแลกหมัดที่ทำเอาเราเซไปทั้งคู่ แต่แค่นี้มันยังไม่สุดหรอกนะ

"ย่าห์!!!" 

ฉันวิ่งเข้าไปหาเธออีกครั้งและเธอก็วิ่งมาหาฉันเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแลกหมัด แต่ฉันตั้งใจที่จะ...



ตุ้บ!!



แต่คงไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ตั้งใจจะถีบเธอ ฉันถีบยอดอกเธอส่วนเธอถีบเข้าที่ท้องฉัน ทำให้เราทั้งคู่ต่างโดนแรงถีบกระเด็นไปกันคนละทาง แต่งานนี้ไม่มีใครยอมใครจริงๆ ค่ะ เพราะเมื่อฉันค่อยๆ ลุกขึ้น เธอก็ลุกขึ้นตามเหมือนกัน และเมื่อฉันจ้องเธอ เธอก็จ้องฉันกลับ ขนาดฉันตั้งการ์ดขึ้น เธอก็ยังทำตามเลยอะ 

"มาแลกกันหน่อยล่ะกัน ย่าห์!!!" 

ฉันว่าแล้ววิ่งง้างหมัดเข้าหาเธอ แต่ครั้งนี้เธอกลับยืนอยู่เฉยๆ แค่ตั้งการ์ดรอ และพอฉันกำลังจะวิ่งเข้าอัดเธอ เธอกับดันหลบทันทำให้ฉันวืดไปนิดๆ หน่อย ก่อนฉันจะรู้ตัวและรีบหันกลับไปหาเธอ แต่เธอหันกลับมารอฉันอยู่แล้ว 



พลั้ว!



ทำให้หมัดนี้เป็นของเธอ แต่ฉันไม่ยอมหรอกนะ ถึงฉันจะเซมาเพราะแรงหมัด แต่ฉันก็รีบตั้งสติก่อนจะสวนหมัดกลับไป



พลั้ว!



เข้าที่โหนกแก้มเธอทัมที แล้วหลังจากนั้นเธอก็สวนฉันกลับอีก แต่ฉันก็มีมือและหมัดที่ยังหนักอยู่เหมือนกันแหละ เราจึงผลักกันรุกผลักกันรับ แลกหมัดกันอย่างมันส์มือ เอากันให้ตายไปข้างเลย 

เราแลกหมัดกันไปหลายยกจนเราเริ่มรู้สึกว่ากำลังจะหมดแรงทั้งคู่ หน้าเธอปูดบวมชอกช้ำไปหมด ซึ่งคงไม่ต่างจากฉันมั้ง เราจับคอเสื้อกันแน่น ตามองตา แต่เราก็รู้สึกว่าขาเรามันอ่อนๆ และเราต่างหอบหายใจแรง ซึ่งฉันมีลางสังหรณ์ว่า ครั้งนี้...ถ้าใครไม่ใครโดนก่อนต้องน็อคแน่ๆ เพราะนี้คงเป็นแรงเฮือกสุดท้ายของเราทั้งคู่

"ย่าห์!!!"

เราต่างง้างหมัดใส่กันแต่ก่อนที่หมัดของเราจะได้ชี้ชะตากันและกันก็มีเสียงหนึ่งปรามขึ้นมาว่า...

"หยุด!!!" 

พวกเราจึงทำได้แค่ง้างหมัดค้างเอาไว้ แล้วหันไปหาเจ้าของเสียงนั้น

"พวกเธอ..." เขาทำหน้าตกใจและสับสน "ลิซ่า?" เขาคงแปลกใจมากแน่ๆ ว่าทำไมถึงมีลิซ่าสองคน

"ผู้ตัดสินชีวิตของเรามาแล้ว" ยัยแฝดผีพูดกับฉันค่อยๆ ก่อนเธอจะปล่อยมือจากคอเสื้อฉันและค่อยๆ เอาหมัดลง เธอหมายถึงอะไรกันที่ว่าเขาคือผู้ตัดสิน เธอถอยหลังเดินห่างไปจากตัวฉัน

"จองกุก" เธอเรียกชื่อเขาแต่สายตากลับมองฉันด้วยความหวาดกลัว 'อะไรของยัยนี่' เมื่อกี้นี้นางยังสู้ฉันอยู่เลยนะ จองกุกก็ดันหันไปมองเธอด้วยก่อนเธอจะบอกเขาว่า "เธอจะฆ่าฉัน" 

"นี่!" ฉันตวาดเธอ เธอบอกเขาอย่างนั้นได้ยังไงกัน ตอนนี้จองกุกจึงหันมามองฉันอย่างเพ่งพินิจ "เธอก็จะฆ่าฉันเหมือนกัน" ฉันบอกเขา 

จองกุกมองเราทั้งคู่สลับกันไปมา แน่นอนว่าเขากำลังสับสนอยู่แน่ๆ ว่า...ใครกันแน่คือลิซ่าตัวจริง




.........จบ PART 131.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1387 KanyathitSakda (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 12:28
    เป็นอะไรที่สนุกมากค่ะ
    #1,387
    0
  2. #1379 Preaw (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 07:42
    รอค่าาา
    #1,379
    0
  3. #1378 Boonyada2301 (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 18:30
    ถ้ากุกรักลิซจริงต้องรู้แน่ๆว่าใครตัวจิงอ่ะะะ ^^//มาต่อเลยค่าาา^^
    #1,378
    0
  4. #1377 Snowaa (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 18:08
    ถ้ารักลิซ่าจริงๆ จองกุกก็ต้องรู้อ่ะว่าคนไหรตัวจริง เห้อ ต่อค่าา
    #1,377
    0
  5. #1376 Mind_kookga (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 18:04
    ถ้ารักจริงๆก็ต้องรู้อะ ถ้าไม่...ก็ปลงซะเถอะ555555 รออออออ
    #1,376
    0