Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 136 : PART 130 : ดีใจไม่สุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...



ในขณะที่รอบๆ ตัวเราวุ่นวายเพราะคนจากโลกที่สติแตก ผมก็พบว่าจุดที่ผมยืนอยู่ตอนนี้น่าจะเป็นจุดที่สงบที่สุดแล้วมั้งครับ เพราะหลังจากที่ไดเอียนพาร่างจองกุกไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่หนึ่งครอบครัวที่ยืนมองหน้ากันนิ่ง เหมือนลุงลักซ์กับบาร์ลอกำลังแข่งกันอยู่ว่าใครพูดก่อนแพ้ ก็เลยไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่ผมว่าน่าจะมีแค่คนเดียวที่จะหยุดสงครามเย็นนี้ได้

"ตากับหลานเห็นหน้ากันแล้วจะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ" เอทลินน์ผู้ที่ดูน่าจะเป็นคนกลางสำหรับสองคนนี้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าถ้าปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงมืดค่ำพอดี แต่เหมือนพูดไปกับเท่านั้นครับ เพราะสองคนนี้ยังคงเมินกันอยู่

"สวัสดีครับทวด" มิโนเห็นท่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีพี่แกเลยรีบทักทายสร้างความสัมพันธ์ก่อนใครเพื่อน "ผมมินโฮเป็นลูกชายคนรองของพ่อลักซ์กับแม่ลูน่าร์" พอถูกเอ่ยชื่อป้าลูน่าร์แกก็ทำความเคารพด้วยใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งแตกต่างจากสามีของแกที่ยังคงยืนหัวโด่ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่มิโนก็ยังมีความพยายามแนะนำครอบครัวตัวเองต่อไป "แล้วนี่พี่ใหญ่ผม...จียงฮยอง ส่วนนี่ยัยเล็กของบ้าน...เจนนี่ครับ"

"สวัสดีครับ/ค่ะ" รุ่นพี่จียงกับเจนนี่ทักทายบาร์ลอพร้อมกัน บาร์ลอก็มองตามแล้วพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนหันมามองผมด้วยสายตาอันคมกริบ มันค่อนข้างรู้สึกแปลกนิดหน่อยนะเพราะเขามีตาเดียวนี่แหละ 

"แล้วเจ้านี่..."

"ศิษย์น้องผมเองครับ" มิโนรีบชิงตอบก่อนบาร์ลอจะพูดจบ 

"เป็นสามัญ?" บาร์ลอว่าน้ำเสียงสงสัยหน่อยๆ

"ใจกว้างหน่อยท่านบาร์ลอ" ลุงลักซ์แกพูดได้แล้วเหรอครับ "โลกหมุนไปไกลแล้วอย่ามัวทำตัวล้าหลังอยู่เลย" แต่บ้างครั้งผมก็ว่าแกเงียบๆ ไว้จะดีกว่านะครับ เพราะบาร์ลอหันไปจ้องแกเขม็งเลย

"ส่วนเจ้าก็ยังอวดเก่งเหมือนเดิม" บาร์ลอว่าให้ลุงลักซ์

"ข้าอวดเก่งกับคนที่เห็นสมควรให้อวดเท่านั้นแหละ จริงๆ ท่านควรจะดีใจนะที่ข้าให้เกียรตินี้กับท่าน" ผมไม่เคยเห็นแกกวนใครเท่าตาตัวเองมาก่อนเลยนะ

"เกียรติหรือเกลียด" บาร์ลอเริ่มย้อน "ข้านึกว่าเจ้าจะใจกว้างเหมือนที่บอกข้าซะอีก"

"เพราะข้าใจกว้างมากต่างหาก ถึงปล่อยให้คนของท่านมีชีวิตรอดแล้วกลับมาแว้งกัดข้าแบบนี้" มาครับมา มานั่งฟังคนแก่เถียงกัน น่าจะจัดเวทีโต้วาทีให้พวกแกหน่อยนะครับ ค้านกันตลอดเลย

"แต่ข้าก็กลับมาจัดการคนพวกนั้นให้แล้วไง บางครั้งเจ้าควรรู้จักขอบคุณข้าสักหน่อยก็จะดีไม่น้อย" มีการทวงบุญคุณซะด้วย

"ข้าว่าไม่เห็นจำเป็น ท่านเป็นคนก่อปัญหามาแต่ต้นเพราะฉะนั้นหน้าที่เก็บกวาดก็เป็นของท่านอยู่แล้ว อีกอย่างข้าไม่ได้ขอร้องให้ท่านมาเพื่อข้าสักหน่อย"

"เพื่อเจ้า?...ฮ่าๆๆ" บาร์ลอหัวเราะพออกพอใจอะไรของแกไม่รู้ครับ ทำเอาลุงลักซ์ถึงกับยืนงงไปเลย "เพื่อเจ้างั้นเหรอ หลงตัวเองจริงๆ เจ้าน่ะมันอยู่ปลายแถวสำหรับข้า"

"เพราะลิซ่าต่างหากล่ะ"

"นี่เอทลินน์! ไปเฉลยให้มันทำไม" บาร์ลอหันไปเอ็ดลูกสาว "เจ้าน่ะเงียบๆ ไปเหมือนสามีเจ้าจะดีกว่า" 

ผมเกือบลืมไปเลยครับว่าเคียนก็อยู่ที่นี่ด้วย ผมว่าเขาน่าจะรู้สึกไม่ต่างจากผม เหมือนเป็นคนนอกยังไงก็ไม่รู้ครับ เหมือนเราเป็นพวกลุงกับหลานข้างบ้านที่แอบเผือกเรื่องชาวบ้านอยู่เงียบๆ เลย

"หลานข้าไม่ใช่อกาธัซสักหน่อย ท่านจะมาสนใจทำไม"

"ก็ลองข้าไม่สนใจดูสิ นางคงไม่ได้กลับมาเรียกหาข้าแบบวันนี้แน่" พูดเหมือนแกไปมีบุณคุณอะไรกับลิซ่าไว้เลย "และข้าก็ไม่มีเหตุผลจะอธิบายด้วย เพราะเดี๋ยวจะมาหาว่าข้าคุยโว" บาร์ลอว่า

"ข้าก็ไม่ได้อยากจะรู้นักหรอก" ลุงลักซ์บอก

หลังจากนั้นก็เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ผมว่าไม่ใช่ว่าพวกแกไม่อยากคุยกันหรอกนะ แต่ไม่รู้จะคุยอะไรหรือจะเริ่มยังไงมากกว่า ผมเลยพลอยอึดอัดตามไปด้วย

"จริงๆ แล้ว ตาเจ้าก็รู้สึกผิดเหมือนกันนั่นแหละ" เอทลินน์บอกลักซ์ ส่วนท่านบาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่ก็ทำเป็นหยิ่งไม่สนใจแต่ก็แอบเงี่ยหูฟัง "ท่านก็หลงผิด ยึดติดอำนาจและตัวเองมากกว่าสิ่งใด แต่ที่ท่านมาวันนี้ก็เพื่อลบล้างความผิดพลาดเหล่านั้น แม่ไม่ได้ขอให้เจ้าเข้าใจตาของเจ้าหรอกนะ แม่แค่อยากบอกให้เจ้ารู้ ลักซ์"

หลังจากฟังคำที่แม่แกบอก ลุงลักซ์ก็มองหน้าเชิดๆ ของบาร์ลออย่างเพ่งพินิจ "ตาคนเย่อหยิ่งคนนี้นี่นะ" ลุงลักซ์เอ่ยขึ้น "นี่เขาฆ่าท่านทั้งสองนะ แถมน้องๆ ข้าด้วย" ลุงลักซ์บอกเอทลินน์กับเคียนตาก็จ้องบาร์ลอไม่เลิก บาร์ลอแอบเหลือบตามามองลุงลักซ์แวบๆ ก่อนแสร้งมองทางอื่นอีกครั้ง "การกลับมาครั้งนี้ของท่านอาจมีประสงค์อื่นก็ได้ ใช่หรือไม่ท่านบาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่"

"เอ๊ะเจ้านี่!" บาร์ลอหันมาเอาเรื่องลุงลักซ์ "หากข้าจะกลับมาเพื่อประสงค์อื่น ข้าคงไม่คืนตำแหน่งให้สหายเจ้าแน่"

"ไม่แน่ท่านอาจจะสิงโรมานเหมือนคาร์เมนที่สาปสหายข้าก็เป็นได้"

"บ้ะ! งั้นข้าจะสิงเจ้าแล้วโดดลงทะเลสาบให้ตายเป็นคนแรกเลย" บาร์ลอว่าอย่างฉุนเฉียว

"พูดกันดีๆ เถอะนะ" ในที่สุดเคียนก็มีบทพูดกับเขาซะที "ยังไงอดีตเราก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว มาทำปัจจุบันให้ดีขึ้นกว่าเดิมไม่ดีกว่าเหรอ"

"ใช่ค่ะ" เอทลินน์เห็นด้วย "ทั้งสองคนควรจับมือสามัคคีป้องดองกันได้แล้ว และควรอโหสิกรรมให้กันด้วย ผูกใจเจ็บก็เท่านั้นแหละ ใช่ไหมลักซ์" เธอหันมาถามลูกชายก่อนแต่พอเห็นหน้าคิดเยอะของลุงลักซ์ เธอก็บอกลุงแกว่า "ขนาดคาร์เมนเจ้ายังไม่อาฆาตนางเลย นี่ตาแท้ๆ ของเจ้าเองนะ"

"ก็คาร์เมนไม่ได้ฆ่าพ่อกับแม่ผมนิ่" ลุงลักซ์แย้งเหมือนเด็กๆ

"งั้นเจ้าก็มองแค่ว่ามันถึงฆาตของพ่อกับแม่ดีกว่าไหม ชะตาอาจลิขิตชีวิตพ่อกับแม่มาแบบนี้ก็ได้ รวมถึงชีวิตพวกเจ้าด้วย" เคียนบอกลูกชาย 

ลุงลักซ์มองหน้าเอทลินน์กับเคียนอยู่นานก่อนหันกลับไปมองหน้าบาร์ลอแล้วพูดขึ้นมาว่า "พวกท่านไม่เห็นต้องมาแก้ตัวแทนเขาเลย ขนาดตัวเขาเองยังไม่คิดจะพูดอะไรซักคำ"

ได้ยินลุงลักซ์พูดแบบนี้ บาร์ลอก็ค่อยๆ ชายตามองลุงลักซ์ "คิดจะให้ข้าขอโทษล่ะสิ" บาร์ลอว่าเหมือนจะไม่ทำ แต่พอเห็นลุงลักซ์ยืนรอหน้านิ่งอยู่ บาร์ลอก็เหมือนจะหมดหนทาง "ถ้าไม่ใช่เพราะใครๆ ก็คิดว่าเป็นความผิดของข้าล่ะก็ข้าจะไม่ทำหรอก" แกบ่นแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกมา "ข้าขอโทษ" นี่คงทำให้แกแอบเกร็งหน่อย "ขอโทษที่พรากครอบครัวไปจากเจ้า" แกบอกลุงลักซ์ก่อนหันไปบอกเอทลินน์และเคียนว่า "และพวกเจ้าด้วย ขอโทษแล้วกันที่ข้าคิดถึงแต่ตัวเอง ทำให้หน้ามืดตามัวทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย"

ดูเหมือนคู่สามีภรรยาจะไม่ได้โกรธอะไรบาร์ลอแล้ว แต่ลุงลักซ์น่ะสิแกจะเอายังไงต่อ "ข้ารับคำขอโทษของท่านก็ได้" เหมือนแกจะพูดแบบขอไปที "และข้าก็ขอโทษด้วยที่ล่วงเกินท่าน" แต่จริงๆ ผมว่าแกกลัวเสียฟอร์ม

"สรุป..." มิโนเอ่ยขึ้น "คืนดีกันแล้วใช่ไหมครับ"

"ยัง" เอ้า! อะไรของบาร์ลออีกล่ะ คือตอนนี้ทุกคนลุ้นมากเลยว่าท่านบาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่แกจะเอาไงกันแน่ 

"ข้าว่าพวกเจ้าอาจพูดถูก" แกเอ่ยขึ้นก่อนไล่มองหน้างงๆ ของทุกคน "ข้าไม่เคยเป็นผู้นำที่ดีหรือไม่เคยเป็นพ่อที่น่าเคารพเลยจริงๆ นี่คงเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดในชีวิตข้า" แกสารภาพอย่างจริงใจ

"แต่ความผิดพลาดของท่านจะเป็นบทเรียนให้ผู้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และตระหนักได้ว่าไม่มีคำว่าสายหากเราจะทำความดีและแก้ไขสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก" ลุงลักซ์เอ่ยขึ้น "และเรื่องนึงที่ข้ารู้จากท่านคือ ยอมรับ ขอโทษ ให้อภัยคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าอำนาจที่ท่านมี...ท่านตา" ลุงลักซ์เดินอ้าแขนเข้าไปหาบาร์ลอแล้วทั้งคู่ก็กอดคืนดีกัน แต่มันดูตลกหน่อยๆ เพราะบาร์ลอแกตัวใหญ่ยักษ์นี่แหละครับ นี่แกต้องย่อตัวลงมากอดลุงลักซ์เลยนะ 

"นายท่าน" อกาธอนัสคนนึงวิ่งเข้ามาหาเรา "ขบวนเกวียนมาแล้วขอรับ" เขาว่าแล้วตากับหลานจึงผละออกจากการก่อนลุงลักซ์จะหันไปสั่งเขาว่า "ทยอยรับคนของเราเข้าเมือง"

"แล้วอกาธัซล่ะขอรับ" 

"ถ้าเอาเข้าเมืองด้วยตอนนี้คงยังไม่เหมาะเดี๋ยวชาวเมืองได้ตกใจพอดี ถ้างั้นตั้งกระโจมให้พวกเขาที่นี่ก่อนแล้วส่งเสบียง เครื่องนอน และของใช้อื่นๆ ตามมาทีหลัง ไว้ให้โรมานกลับมาจัดการอีกที"

"ขอรับ" แล้วอกาธอนัสคนนั้นจึงวิ่งออกไปกระจายคำสั่ง

"งั้นเราก็ไปกันเถอะ จียงจะได้กลับไปพักด้วย" ป้าลูน่าร์ว่าเพราะเห็นลูกชายยืนรอนานแล้วและผมก็หนักอยู่เหมือนกัน

"ข้าก็เห็นด้วย" ลุงลักซ์แสดงความเห็นด้วย ก่อนหันไปเชิญวิญญาณทั้งสาม "พวกท่านก็ไปกับเราสิ"

"เดี๋ยวพวกข้าไปกันเองเร็วกว่า อีกอย่าง เกวียนของเจ้าคงไม่พอดีตัวข้าเท่าไหร่" บาร์ลอพูดซะน่าขำเลยครับ เพราะรูปร่างอย่างแกคงต้องใช้เกวียนยักษ์ตามด้วย

"ถ้าอย่างนั้นก็ได้" ลุงลักซ์ว่าแล้วสามคนนั้นก็หายไปแล้ว 

จริงๆ ผมก็แอบสงสัยเหมือนกันนะว่าทำไมแกไม่ใช้ประตูมิติจะได้เร็วๆ แต่เจนนี่บอกผมว่าเพราะลุงแกกลัวคนธรรมดาอย่างพวกผมแตกตื่นกว่าเดิมว่างั้น ถ้าไม่ติดว่าเจนนี่เหนื่อยผมว่าจะบอกเธอจัมป์พาเราสองคนไปก่อนแล้ว เพราะผมได้ยินมาว่าลุงลักซ์แกส่งคนไปรับพวกเมมเบอร์ที่ปราสาทวังเวงของไดเอียนแล้ว และผมก็รู้สึกเป็นห่วงพวกเมมเบอร์ด้วย โดยเฉพาะจองกุก ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นไงบ้าง

"จองกุกไม่เป็นไรหรอก" รุ่นพี่จียงบอกผมขณะที่เราเดินไปขึ้นเกวียน 

"โดนแทงขนาดนั้นน่ะนะครับ" ผมถามสีหน้าเป็นกังวล

"ถ้าเพื่อนนายเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ คิดว่าพ่อฉันจะนิ่งแบบนี้เหรอ อย่าห่วงไปเลย" ถึงพี่แกจะบอกว่าอย่าห่วงไป มันก็ตัดใจไม่ให้ห่วงไม่ได้หอกครับ

"พ่อครับ" จู่ๆ รุ่นพี่แกก็เรียกลุงลักซ์ที่เดินอยู่ข้างหน้าเรากับป้าลูน่าร์ให้หันมาซะงั้น ลุงลักซ์จึงถามแกด้วยความสงสัยว่า "มีอะไรงั้นเหรอ"

"จองกุกเป็นยังไงบ้างครับ" นี่ถามให้ผมเลยเหรอครับ ใจดีจัง

"จองกุกเหรอ อืม...คงต้องถามผู้ติดตาม" ผู้ติดตามเหรอครับ "แคสเปียร์!" อ่อ ยายแคสเปียร์นี่เอง

"..." แต่ว่าไม่เห็นร่องรอยของยายแกเลยนะ แม้แต่ควันขาวๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของแกก็ไม่มี 

"แคสเปียร์"

"..." เงียบไร้เงาแบบนี้ 'หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับไอ้กุก' ผมยิ่งกว่ากังวลซะอีกตอนนี้

"แคสเปียร์"

"..." ยายแกไปไหนครับเนี่ย

"แคสเปียร์!!"

"ค่ะ!" อุ้ย! ตกใจหมดเลยครับ จู่ๆ ก็โผล่มายืนข้างผมกับพี่จียงเฉยเลย "ฮ้าว~" แถมยังมาอ้าปากหาวอีก "นายท่านเรียกข้ามามีอะไรงั้นหรือ"

"ไปทำอะไรมาคะ" เจนนี่ถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางตื่นก็เหมือนไม่ตื่นของยายแก ตายังไม่ลืมเลยนะนั่น

"โอย...ก็ยายกำลังนอนทำสมาธิอยู่น่ะสิค่ะ" จะบอกว่านอนหลับก็บอกเถอะครับ

"จองกุกเป็นยังไงบ้างครับ" ผมถาม

"หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี"

"หะ!" พวกผมอึ้งไปตามๆ กัน ผมถึงขั้นหันไปมองหน้ารุ่นพี่จียง 'ไหนพี่บอกไม่ต้องห่วงไง!' นี่ผมใจเสียเลยนะ รุ่นพี่แกเหลือบตามมองผมแวบนึงก่อนพี่แกจะถามยายแคสเปียร์ให้แน่ใจอีกครั้งว่า "จองกุกตายแล้วจริงๆ เหรอยาย"

"คะ?" ยายแคสเปียร์ดูแปลกใจ "ใครบอกว่าตายกัน"

"ก็ยายไง" มิโนตอบ

"ยายเหรอ" ยายแกชี้ตัวเอง พวกผมจึงพยักหน้าให้ แล้วแกถึงส่ายหน้าแรงๆ "ไม่ๆๆ เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว"

"ตกลงไอ้กุกยังไม่ตายใช่มั๊ยครับ" ผมรีบถาม

"ก็ใช่น่ะสิ" ยายแคสเปียร์ตอบ "คือตอนนี้เนี่ยนะ จองกุกแค่หลับไม่ได้สติจ้ะ แต่ร่างกายสมบูรณ์โอเคครบสามสิบสอง แค่รอสักวันสองวันรอให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แค่นั้นแหละ" โล่งอกไปทีครับ

"ที่นี่หายห่วงแล้วเนาะศิษย์น้อง" มิโนหันมาบอกผม ผมจึงพยักหน้าให้ก่อนหันไปบอกยายแกว่า "ขอบคุณนะครับ"

ยายแคสเปียร์ยกมือบอกผมว่าไม่เป็นไรก่อนพูดขึ้น "มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ" แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครถามอะไรอีกแกก็รีบจบบทสนทนาเลยว่า "ถ้าไม่มีก็ลาล่ะค่ะ" 

"สงสัยตอนยังไม่ตายแกคงไม่เคยนอน" มิโนก็นะยังจะแอบแซวยายแกลับหลังอีก 

แล้วพวกเราจึงทยอยกันขึ้นเกวียนที่มารออยู่ ผมพยุงรุ่นพี่จียงไปนั่งกับมิโนที่ด้านในของเกวียน ก่อนจะปลีกตัวมานั่งที่ท้ายเกวียนเพราะอยากสูดอากาศบริสุทธิ์ซักหน่อย เจนนี่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งทางด้านในกับพ่อแม่ของเธอพอเห็นว่าผมออกมานั่งอยู่คนเดียวเธอก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาผม ผมส่งยิ้มให้เธอน้อยๆ ก่อนถอนหายใจออกมา ผมถอนหายใจเพราะความโล่งอกนะครับไม่ได้คิดมากอะไร เจนนี่ยิ้มตอบให้ผมก่อนนั่งลงข้างๆ

"เหนื่อยหรือเปล่า" เธอถามผม ผมพยักน้อยๆ เป็นคำตอบ "ขอบใจมากนะ" เธอบอก

"ไม่เป็นไรหรอก" ผมบอกเธอ เจนนี่ยิ้มน้อยๆ ให้ผมก่อนเธอจะจับมือผมไว้แล้วค่อยๆ ซบไหล่ผมก่อนบอกผมว่า "ฉันก็เหนื่อย" ผมหันไปจูบหัวของเธอเบาๆ ก่อนอิงหัวกับหัวของเธอ มันเหนื่อยจริงๆ แหละครับ กว่าเราจะผ่านมันมาได้ก็เกือบทิ้งชีวิตไว้กลางสนามรบอยู่แล้ว 

ผมทอดสายตาออกไปยัง war zone ที่อยู่ด้านหลัง ท้องฟ้าอาจะเปิดสดใสแล้วก็จริง แต่ร่องรอยของสงครามก็ยังมีให้เห็นอยู่ ผมเห็นทั้งอกาธอน อกาธัซ และทาธารัสต่างช่วยกันเคลื่อนศพที่ถูกสังเวยให้กับสงครามนี้ไปกองกันไว้ ศพที่กองทับถมไว้สูงเป็นตั้งเหมือนภูเขาย่อมๆ เลยล่ะ ผมไม่เคยคิดเลยว่าความขัดแย้งจะนำมาซึ่งความสูญเสียมากมายขนาดนี้ และกว่าพวกเขาจะรวมเป็นหนึ่งกันได้ก็เกือบฆ่าฟันกันตายไปข้าง 

แล้วหลังจากนี้ล่ะ พวกเขาจะสามัคคีกันได้อีกนานแค่ไหนกัน ห้าปี สิบปี ยี่สิบปี จะตลอดไปหรือเปล่า ผมอยากรู้จริงๆ นะ แต่ผมก็เชื่ออย่างหนึ่งว่าในการปกครองของผู้นำที่กล้าเปิดใจ ยอมรับ และเข้าใจประชาชนอย่างลุงลักซ์ ลุงโรมานและลีนาน พวกเขาทั้งสามน่าจะนำพาความสามัคคีของคนทั้งสามกลุ่มรวมเป็นหนึ่งได้นานตลอดการปกครองของพวกเขาเลยล่ะ เพราะหัวใจของการปกครองคือประชาชน ผมเชื่ออย่างนั้น

ในขณะเราเข้าเมืองก็มีบางกลุ่มออกไปจากเมืองเหมือนกัน คงไปตามคำสั่งของลุงลักซ์แกล่ะมั้ง เพราะผมเห็นข้าวของเยอะแยะเต็มไปหมดเลยในเกวียน และระหว่างทางก็มีชาวเมืองออกมายืนดูเต็มไปหมด หลายคนแสดงความดีใจที่เราชนะ แต่บางคนก็ยิ้มไม่ออกเพราะสูญเสียคนในครอบครัวไป มันมีทั้งความสุขและความทุกข์ปะปนกันไป มันก็เหมือนกับผม ผมดีใจนะที่เราชนะกลับมาและดีใจที่เพื่อนผมและหลายคนที่ผมรู้จักยัมีชีวิตรอดกันอยู่ แต่ผมก็ดีใจไม่สุดเพราะภาพสงครามยังติดอยู่เลย นี่ก็ไม่รู้ว่าผมจะเก็บเอาไปฝันด้วยหรือเปล่า เพราะงี้ผมเลยยังไม่กล้างีบถึงผมจะเหนื่อยก็เถอะ ในขณะที่เจนนี่หลับมาตลอดทาง

"หยุด!" 

เสียงคนขับดังขึ้นก่อนล้อเกวียนจะหยุดหมุนแล้วหยุดนิ่ง "ถึงแล้วขอรับ" เขาหันมาบอกพวกเรา ลุงลักซ์กับป้าลูน่าร์จึงลุกขึ้นเดินมาก่อน ตามด้วยสองพี่น้องที่พยุงกันลุกขึ้นเดินตามมา มีอกาธอนัสมารอรับพวกเราแล้วด้วย

"เจนนี่" ผมเริ่มเรียกเธอเมื่อเห็นว่าทั้งสี่คนลงไปหมดแล้ว "เจนนี่...ถึงแล้วนะ" ผมได้ยินเสียงถอนหายใจน้อยๆ เป็นสัญญาณว่าเธอรู้ตัวแล้ว "ไปกันเถอะ" ผมบอก เจนนี่ถอนหายใจอีกครั้งก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วบอกผมว่า "อีกนิดไม่ได้เหรอ" ขี้เซาจริงๆ เลยครับ

"ฉันน่ะได้ แต่พ่อกับพี่เธอน่ะสิ" ผมบอกเธอค่อยๆ ก็พวกแกดันยืนรอเราอยู่ข้างล่างอยู่นิ่สิ ครับ เจนนี่จึงชะโงกหน้าไปดูก่อนยิ้มอายๆ ให้ทั้งสี่คนแล้วบอกพวกเขาว่า "เดี๋ยวพวกหนูจะแวะไปดูจองกุกก่อนน่ะคะ"

"เอางั้นเหรอ" ป้าลูน่าร์ถาม เจนนี่จึงพยักหน้างึกงัก "ก็ได้จ้ะ งั้นปล่อยให้เด็กๆ เขาไปของเขาแล้วกันนะ" ป้าลูน่าร์หันไปบอกลุงลักซ์ 

"ก็ตามใจ" ลุงลักซ์แกว่าก่อนเดินนำคนอื่นออกไป บทจะง่ายก็ง่าย บทจะยากก็ยากจริงๆ เลยครอบครัวนี้ ผมหันไปมองเจนนี่ เธอยิ้มตาหยีเหมือนที่ผมชอบทำ "ไปกันเถอะ" เธอว่าแล้วลุกขึ้นจับมือผมไปด้วยกัน "น่าจะอยู่ห้องพยาบาลนะ" 

"เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้นะ เธอไปพักเถอะ" ผมบอกเจนนี่ระหว่างที่เราเดินมาด้วยกัน

"ไม่อะ" เจนนี่รีบปฏิเสธ "ทีนายยังอยู่ข้างฉันได้เลย คราวนี้ฉันจะอยู่ข้างนายเอง" ได้ยินแบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย "หรือนายไม่อยากให้ฉันอยู่"

"อยู่ๆๆ" ผมว่าแล้วแกล้งทำเป็นเซไปเกาะและซบไหล่เธอไว้ "จู่ๆ ก็อ่อนแอขึ้นมาซะงั้น"

"ชิ...อ้อนแอ้มากกว่า" เจนนี่ว่าให้ผมก่อนจะแกะมือทั้งสองข้างที่ผมกอดไหล่เธอออก "ไปแบบนี้แทนได้เปล่า" เธอว่าแล้วหันมาเป็นฝ่ายควงแขนผมแทน

"แปลกใจนะเนี่ย" ผมเอ่ยขึ้นเพราะไม่คิดว่าเจนนี่จะเข้ามาควงแขนแน่นแบบนี้ "ไปจำมาจากใคร" ผมถาม เจนนี่ยิ้มขี้อ้อนให้ผมก่อนกระซิบบอกผมว่า "จากผู้ชายคนนี้แหละ จุ้บ!" แปลกใจสองต่อ ไม่คิดว่าเธอจะจุ้บแก้มผมไปอีก 

"นี่ให้รางวัลอะไร" ผมถามเพราะสงสัย

"รางวัลสำหรับคนเก่ง" ผมคือคนเก่งของเธอเหรอ

"ปากหวาน" ผมว่าและบีบแก้มเธอเล่น เจนนี่ยู่หน้าใส่ผมก่อนจะลดมือผมลง

"หวานได้ไม่ครึ่งนายหรอก" เธอว่าติดตลก แต่ผมอยากแสดงให้เธอเห็นว่าความหวานที่แท้จริงเป็นยังไง ผมจึงยกมือขึ้นมาอีกรอบแต่ครั้งนี้ไม่ได้จะบีบแก้มเธอหรอกนะ แต่ผมใช้มือเขี่ยผมออกจากหน้าของเธอก่อนจะเกี่ยวผมเธอมาม้วนเล่น

"รู้มั๊ยว่าทำไมฉันถึงปากหวาน" ผมถามเจนนี่ แต่เธอไม่ได้ตอบแค่ทำหน้าสงสัย ผมจึงเกี่ยวผมนั้นไปทัดไว้ที่หูเธอแทนแล้วเฉลยว่า "เพราะของหวานมักคู่กับผู้หญิงเสมอ"

"งั้นนายก็ปากหวานแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนสินะ" เจนนี่ถามผมสายตาจับจ้องเหมือนแอบคาดโทษผมไว้ด้วย ผมจะปากพาซวยแบบนี้ไม่ได้นะ 

"แต่ของหวานจีมินมีไว้คู่กับผู้หญิงที่ชื่อเจนนี่เท่านั้นแหละ" 

"ชิ" เธอทำเป็นไม่พอใจคำตอบ 

"จริงๆ นะ" ผมเลยต้องส่งตาหวานไปให้ "รักจริงไม่ลวงหลอก ไม่เคยจะล้อจะลวงใคร" 

"ก็ลองมาหลอกฉันดูสิ ฉันให้พ่อกับพี่ไปจัดการนายแน่"

"โห" น่ากลัวอนาคตตัวเองเหลือเกิน "ไม่ต้องส่งมาทั้งสามคนก็ได้มั้ง แค่คนเดียวฉันก็ไปไหนไม่รอดแล้ว" ผมบอกแต่เจนนี่ก็ยังจ้องผมนิ่งอยู่ ผู้หญิงนี่น่ากลัวนะครับ พูดผิดนิดๆ หน่อยๆ ชีวิตเปลี่ยนเลย 

"คนเดียวที่ว่าฉันหมายถึงเธอนะ ฉันจะไปไหนได้ยังไงก็เธอเล่นผูกใจฉันไว้ซะแน่แถมยังผูกตายอีกต่างหาก" พอได้ยินผมพูดอย่างนี้ เจนนี่ก็ทำเป็นหันไปมองทางอื่น และผมรู้ว่าเธอใจอ่อนแล้ว 

"ป่ะ" ผมว่าแล้วคว้ามือเธอเดินต่อ เพราะไอ้กุกคงนอนรอเราจนรากงอกแล้วมั้งครับ





Lisa talk...



ฉันบอกยายแคสเปียร์ว่าสักพัก แต่สักพักของฉันก็ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้ว ฉันไม่อยากทิ้งเขาไว้คนเดียวนิ่คะถึงที่นี่จะมีหมอกับพยาบาลอยู่ด้วยก็เถอะ 

"ดูดีกว่าที่ข้าคิดนี่นา" ฉันหันกลับไปหาเสียงก็เห็นบาร์ลอยืนอยู่ ฉันโค้งให้แกก่อนบอกว่า "ดูดีแต่ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ"

"มันก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย เจ้าก็อย่าใจร้อนไป" แกพูดยังกะแกไม่เคยใจร้อนอย่างนั้นแหละ

"ท่านไม่เห็นวิญญาณของเขาจริงๆ เหรอคะ" ฉันถามเช็คเพื่อความแน่ใจ

"ไม่นะ ไม่มีทั้งโลกนี้และโลกข้า" นี่แหละค่ะยิ่งน่าเป็นห่วง ก็ถ้าวิญญาณของจองกุกไม่อยู่ทั้งในร่างและโลกวิญญาณแล้วเขาจะไปอยู่ไหนล่ะ "อีกโลกของเจ้าล่ะ" 

"อีกโลกเหรอคะ" ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกนะ "โลกของความฝันน่ะเหรอคะ" บาร์ลอพยักหน้าให้ฉัน หรือจองกุกจะรอฉันอยู่ที่นั่นจริงๆ แต่พอพูดถึงเรื่องความฝัน ฉันก็นึกถึงเรื่องฝันลิขิตเลย 

"แล้วเรื่องทะเลสาบล่ะคะ" ฉันถามบาร์ลอเพราะตอนนี้ทะเลสาบในภวังค์ของฉันมันเหือดแห้งไปหมดแล้วเหลือแค่แอ่งใหญ่โล่งๆ ก็เพราะไฟนรกของแกนั่นแหละคะ เล่นเผาจนน้ำระเหยไปหมด ทีแรกฉันก็คิดว่าฉันจะโดนเผาตายไปด้วยแต่ก็เพราะเมือกของเหล่าแอมโฟร์ที่หุ้มไว้ก็เลยรู้สึกแค่อุ่นๆ 

"ก็ปล่อยมันไว้อย่างนั่นแหละ"

"ถ้างั้นหนูก็จะไม่เห็นฝันลิขิตแล้วสิ" แบบนี้ไม่ดีเลย

"ใช่ ทั้งฝันลิขิตทั้งนิมิตรของเจ้านั่นแหละ แค่เจ้าเป็นนักท่องมิติก็มากพอแล้ว อย่าโลภมากเลย การรู้อนาคตมันไม่ดีหรอกรู้ไหม ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติแหละดีแล้ว อีกอย่างการที่เจ้ารู้แล้วเปลี่ยนชะตากรรม รู้หรือไม่ว่าชะตาชีวิตเจ้าก็จะเปลี่ยนไปด้วย บางครั้งการที่เจ้าไม่ฟื้นเปลี่ยนชะตากรรมตั้งแต่แรก สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้" 

แกเทศนาฉันซะยาวเลยค่ะ แต่อาจจะจริงอย่างแกว่านะคะ ถ้าฉันไม่ฟื้นเปลี่ยนชะตากรรมของจองกุกตั้งแต่วันนั้น พวกรุ่นพี่บังทันอาจไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องวุ่นวายนี้ก็ได้ จองกุกอาจจะแค่โดนรถชนแขนขาหักคงไม่ต้องมานอนหลับลึกไม่รู้เรื่องแบบนี้ แต่ตอนนั้นใครจะอดใจอยู่เฉยๆ ได้ล่ะคะ คงไม่มีใครอยากให้คนที่เราชอบได้รับอันตรายหรอกใช่เปล่า

"ก็ได้ค่ะ หนูจะแค่ทำหน้าที่เป็นนักท่องมิติที่ดี ดูแลมิติทั้งสามให้เป็นระเบียบก็ได้" ฉันบอกบาร์ลอ แกถึงพยักหน้าให้ว่าเห็นด้วย "มีอีกเรื่องนึงค่ะ" ฉันเอ่ยขึ้นแล้วบาร์ลอจึงมองฉันด้วยความสงสัย "ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยหนูวันนั้น ถึงท่านจะช่วยด้วยเหตุผลที่กิ๊กก๊อกที่สุดก็เถอะ" 

"ไม่เป็นไร เพราะข้าคือบาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่" ยังมายอตัวเองอีก ที่ฉันแอบแซะแกไม่ใช่อะไรหรอกนะ ก็เพราะแกเคยบอกฉันว่าที่มาช่วยฉันเพราะติดใจเรื่องประโยคสุดท้ายที่ฉันบอกแกที่ว่าฉันจะไม่มีวันก้มหัวให้แกอีก มันเหมือนว่าแกอยากเอาชนะ แต่จริงๆ แกก็อยากเอาชนะฉันนั่นแหละแต่ก็คงรู้สึกละอายใจด้วย แต่แกไม่บอกหรอกนะว่าละอายใจกับเรื่องในอดีต ก็แกคือบาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่นิ่คะ พูดไปเดี๋ยวเสียฟอร์ม

"แต่ตอนไหนพวกท่านจะไปเกิดซักทีล่ะ" ฉันถามเพราะเห็นว่าพวกบรรพบุรุษควรไปเกิดได้แล้วมั้งนี่ก็น่าจะหมดห่วงกันแล้ว

"ใครใคร่ไป...ไป ใครใคร่อยู่...อยู่" 

"แล้วท่านล่ะคะ" 

"ข้าจะอยู่" 

"คะ?" แทนที่จะยอมไปเกิด "ทำไมล่ะคะ" ฉันถามเพราะอยากรู้

"ข้าจะไปก็ต่อเมื่อเจ้าลักซ์มันไม่อยู่แล้ว ข้ายังไม่อยากเกิดมาเป็นลูกน้องมัน เจ้าก็รู้ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้" ได้ยินว่าดีกันแล้ว แต่ก็ยังอยากเอาชนะกันไม่เลิกสินะคะ "อีกอย่างข้าว่าข้าอยู่เป็นอาจารย์อบรมพวกวิญญาณดีกว่าพวกนั้นจะได้เกิดมาเป็นคนดีของสังคม" เป็นเทรนเนอร์ประจำโลกวิญญาณงี้ เก๋ไปอีกท่านบาร์ลอของฉัน

"เห็นท่านคิดได้แบบนี้ หนูก็ดีใจ" ฉันบอก 

บาร์ลอจึงยิ้มให้ฉันก่อนถามว่า "แล้วข้ากับเจ้าลักซ์ เจ้าเคารพใครมากกว่ากัน" จริงๆ เลยค่ะ ทำฉันหลุดหัวเราะออกมาจนได้ "อย่าหัวเราะสิ ข้าไม่ตลกนะ" ทำหน้าไม่พอใจใส่ฉันอีก

"ก็ได้ค่ะ ไม่หัวเราะแล้วก็ได้" ฉันกลั้นขำเอาไว้ก่อนตอบแกว่า "ก็ถ้าตามอายุก็ต้องท่านบาร์ลอผู้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว" 

"ไม่เอาตามอายุสิ" ยังตอบไม่ถูกใจสินะคะ

"เอาจริงๆ ก็ลุงลักซ์ค่ะ" ฉันว่าแล้วแกก็กำลังจะไม่พอใจอีกรอบ ฉันจึงรีบต่อให้จบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคนแก่ขี้น้อยใจว่า "แต่ถ้าท่านช่วยหนูดูแลโลกวิญญาณได้เป็นอย่างดี ท่านจะเป็นที่หนึ่งของหนูเลย" แต่พอได้ยินฉันพูดแบบแกก็เริ่มทำหน้าเชิดเหมือนเดิม แต่จู่ๆ แกก็พูดขึ้นมาว่า "ข้าว่ามีคนกำลังมา ข้าว่าข้าไปดีกว่า"
"ท่าน..." อ้าว...ไม่ทันซะแล้ว จะไม่ให้ลาเลยว่างั้น ปุบปับมาปุบปับไปแบบนี้ได้ไงกัน แต่ก็มีคนมาจริงๆ ด้วยค่ะ และเมื่อฉันเห็นประตูห้องพยาบาลเปิดเข้ามา "พี่ๆ" ฉันรีบเรียกสองคนนั้นทันที 

"ยัยลิซ" เจนนี่รีบวิ่งเข้ามากอดฉัน 

"เหมือนที่ยายแคสเปียร์บอกจริงด้วย" จีมินที่เดินไปอยู่ข้างเตียงจองกุกเอ่ยขึ้น

"แล้วแกได้พักยัง" เจนนี่ถามฉัน ฉันจึงส่ายหน้าเป็นคำตอบ

"ไปพักก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวฉันอยู่เฝ้ามันเอง" จีมินอาสา

"แต่พี่ก็ยังไม่ได้พักเหมือนกันนิ่คะ" ฉันไม่อยากรบกวนพี่แกอะ

"ไม่เป็นไร ฉันยังไม่อยากหลับ" 

"เอางั้นเหรอจีมิน" เจนนี่ถามจีมิน 

"อืม...สบายมาก ถ้าฉันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวฉันบอกเมมเบอร์คนอื่นมาแทนเอง พวกเธอไปพักกันเถอะ" 

"แต่..." ฉันกำลังจะทวงแต่จีมินก็รีบบอกฉันว่า "ถ้าไอ้กุกมันฟื้น เดี๋ยวฉันบอกเธอคนแรกเลย"
เจนนี่หันมามองฉันที่ทำหน้ากังวลอยู่ เธอตีบ่าฉันค่อยๆ ก่อนบอกว่า "ไปเถอะแก ถ้าจองกุกตื่นมาแล้วเห็นแกในสภาพนี้ เขาคงเสียใจพอดีที่ทำให้แกเป็นห่วง"

"ก็ได้ค่ะ" ฉันตกลง

"ฉันไปแล้วนะ" เจนนี่บอกจีมินก่อนเดินจูงฉันออกมาด้วยแต่ก็ไม่วายหันกลับตะโกนบอกพยาบาลว่า "คุณพยาบาลฝากดูแลพวกเขาด้วยนะคะ!"

"ค่ะคุณหนู!" เสียงพยาบาลตะโกนกลับมาก่อนประตูจะปิดลง

"สู้ๆ" เจนนี่บีบไหล่กระตุ้นฉัน "เดี๋ยวเขาก็กลับมา" เธอว่า

ใช่ค่ะ เขาต้องกลับมา ถ้าเขาจะไม่กลับมาเอง ก็คงเป็นฉันนี่แหละที่ต้องตามเขากลับมาให้ได้ ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหนก็เถอะ ฉันจะตามหาเขาให้เจอ เหมือนที่เขาเจอฉัน

'รอฉันนะจองกุก'




.........จบ PART 130.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1550 Baitoey Chanatta (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:35
    ลิซกับลุงบาร์ลอน่ารักมากๆเลยค่ะ5555
    #1,550
    0
  2. #1375 num2546 (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 07:26
    ต่อน้าาา
    #1,375
    0
  3. #1374 Snowaa (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 21:26
    ต่อค่าาา ชอบมากเบยย ขอตอนหน้าให้จองกุกฟื้นน้าาาาา
    #1,374
    0