Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 101 : PART 95 : กลับบ้านเราเถอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jennie talk...


"พ่อคะ...หนูเข้าใจแล้วค่ะ หนูขอโทษนะคะ"

"แข็งไป" 

"แล้วต้องทำยังไงล่ะ ก็ฉันไม่ถนัดนี่นา" ฉันถามจีมินผู้ที่กำลังเล่นบทเป็นพ่อฉันอยู่ 

"เจนนี่" หึ...ทำไมจู่ๆ เขาก็คว้ามือฉันไปจับล่ะคะ

"ฉันเข้าใจเธอนะ" เอ๊ะ...พูดแปลกๆ แฮะ

"ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ รู้ว่าเธอสับสน และฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง" 

ฉันรู้ค่ะว่าเขาเป็นห่วงฉันจริงๆ เพราะทั้งคำพูด แว่วตา และการกระทำ จีมินทำให้ฉันเห็นทุกอย่างแล้ว เขาเป็นคนดีจริงๆ คะ ดีจนบางครั้งฉันคิดว่าฉันไม่เหมาะกับเขาเลย

"รู้สึกมั๊ย"

"ฮะ" จีมินถามฉันว่าอะไรนะคะ

"รู้สึกหรือเปล่า"

"รู้สึก?"

"เธอรู้สึกยังไงตอนที่ฉันพูดเมื่อกี้" เขาถามฉัน

"เมื่อกี้นี้เหรอ ก็..." แล้วทำไมเขาต้องทำเหมือนอยากรู้ขนาดนั้นล่ะ

"ก็...ก็แล้วทำไมถึงอยากรู้ล่ะ" ฉันถามออกไป

"เอ้า! ก็ถ้าเธอรู้สึก ฉันก็จะได้บอกว่านี้ไงตัวอย่าง"

"อ่อ...ที่แท้เมื่อกี้ก็แค่เล่นละครสินะ" ฉันถาม 

"ใครบอก เมื่อกี้ฉันพูดจริงนะ" จีมินพูดสีหน้าจริงจัง

"ล้อเล่นหรอก ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงฉันจริงๆ" ฉันบอกเขา จีมินถึงยิ้มออกมาแล้วบอกฉันว่า

"งั้นมาลองกันใหม่"

"ลองใหม่?"

"ก็แบบตอนแรกไง" 

"เอางั้นเหรอ" ฉันถาม จะให้ฉันลองพูดใหม่อีกรอบเหรอคะ ดูเหมือนจะยากจัง

"อือ" จีมินว่า 

"ก็ได้ จะเริ่มแล้วนะ" ฉันมองหน้าจีมิน สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมหลับตาแล้วลองนึกถึงหน้าพ่อ ก่อนจะลืมตาขึ้น แล้วคิดว่าจีมินเป็นพ่อตัวเอง

"พ่อคะ...หนู...เข้าใจแล้วนะ หนู...คือหนู...ฉันทำไม่ได้อะ" ทำไมฉันถึงดูสิ้นหวังแบบนี้นะ

"ทำไมอะ เมื่อกี้ก็ดีแล้วนะ" เขาว่า

"ก็เพราะนายนั้นแหละ"

"เพราะฉัน? ทำไมอะ" จีมินยิ้มขำๆ

"ก็เพราะนายไม่ใช่พ่อฉันจริงๆ นี่นา" ฉันทำไม่ได้จริงๆ นะคะ ฉันจะมองจีมินเป็นพ่อฉันได้ยังไงกัน ก็หน้าเขาหวานซะขนาดนี้

"เธอนี่ไร้จินตนาการจริงๆ เลย" อ้าว ว่าฉันเฉยเลย

"ก็ฉันไม่ได้มโนเก่งเหมือนกับนายนี่นา"

"งั้น...ถ้าเธอจะพูดกับฉัน เธอจะพูดว่ายังไง"

"พูดกับนาย? หลอกถามกันอย่างนี้ก็ได้เหรอ" ฉันถามจีมิน

"ไม่หลงกลแฮะ งั้นลองใหม่ เอาแบบเมื่อกี้นี้นะ" เอาแบบเมื่อกี้นี้เหรอคะ

"จีมิน" จีมินดูแปลกใจเมื่อเห็นฉันเอ่ยชื่อเขา 

"ว่า?"

"ขอบใจนะ" เขาจะรู้สึกใช่มั๊ยคะ

"ขอบใจสำหรับทุกอย่าง ขอบใจที่เข้าใจฉัน และรักฉันในแบบที่ฉันเป็น ขอบใจนะจีมิน" ฉันบอกเขา

จีมินสบตาฉัน ฉันชอบแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขานะ มันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย รู้สึกเหมือนมีโล่ค่อยป้องกันภัย แค่มองตาเขา หัวใจของฉันก็อบอุ่นแล้ว จีมินค่อยๆ ยิ้มออกมาแล้วบอกฉันว่า

"ไม่เลวนี่นา"

"ไม่เลวหมายความว่ายังไง" ฉันถาม 

ก็นึกว่าเขาจะตอบว่า 'ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจ' แต่คิดอีกที เขาตอบแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ ถ้าให้เขาตอบอะไรเลี่ยนๆ เหมือนที่ชอบทำอยู่บ่อยๆ ฉันคงขนลุกแน่ๆ

"ก็เธอทำให้ฉันมีอารมณ์" ฮะ เขาว่าอะไรนะคะ

"มีอารมณ์อะไร" ฉันถาม 

"ก็..." เขาเดินเข้ามาใกล้ฉัน สายตาไม่น่าไว้ใจเลยคะ

"ก็..." ฉันไม่น่าเปิดช่องให้เขาเลย 

"นี่ไม่ต้องมาเล่นเลยนะ" ฉันว่า แต่จีมินยังคงเข้ามาใกล้ ใกล้กายว่าหนักแล้วยังโน้มหน้าเข้ามาอีก เห็นฉันอย่างนี้ ฉันก็หวั่นไหวเป็นนะคะ

"ก็...อารมณ์..." แล้วทำไมต้องพูดเสียงชวนให้คิดด้วยเนี่ย 'ขนลุกแล้ว!'

"ถ้านายคิดไม่ดีฉันตบนะ" 

"โห...ใจร้ายอะ งั้นถ้าเธอตบ ฉันจูบ" อยากจูบใช่มั๊ยคะ


ฉิ้ง!


"เฮ้ย!" จีมินรีบถอยกลับที่เดิม

"ถ้านายอยากจูบดาบคมๆ ก็เชิญเลย" ฉันพูดติดตลก

"ฉันแค่จะบอกว่า อารมณ์นี้มันใช่เลย ไม่ได้คิดไม่ดีซักหน่อย" มีความแก้ตัว 

"ไม่คิดก็แล้วไป" ฉันเก็บดาบลง จีมินแอบทำหน้าผิดหวัง 'วันนี้ไม่ได้แอ้มหรอกยะ'

"เราไปกันได้ยัง ฉันว่ามันก็ดึกมากแล้วนะ เดี๋ยวพ่อเธอหลับซะก่อน" เขาไม่ได้รู้อะไรเลยคะ

"นั่นแหละที่ฉันต้องการ"

"ฮะ!" เขาจะตกใจอะไรล่ะคะ

"แล้วที่ซ้อมกันเมื่อกี้คือไร" เขาถาม

"ก็เผื่อพ่อตื่นไง" 

"แล้วทำไมไม่บอกตอนลุงแกตื่นล่ะ" เขาจะสงสัยอะไรมากมายค่ะเนี่ย

"ก็ฉันอายนี่นา อีกอย่างฉันไม่อยากดึงดราม่าด้วย"

"แล้วลุงแกจะรู้เหรอ" ถามอีกล่ะ

"เอาเป็นว่าฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน" ฉันบอกเขา จีมินดูเหมือนกำลังประเมินคำพูดฉันอยู่ ก่อนจะบอกฉัน

"เอางั้นก็ได้ ตามใจเธอ"

"งั้นไปกัน"


ฟื้บ!



Lisa talk...


'เปิด...ไม่เปิด...เปิด...ไม่เปิด...เปิด...ไม่เปิด...'

ฉันยืนสองจิตสองใจมือจับลูกบิดอยู่หน้าห้องลับมานานแล้วล่ะ ที่ฉันยังไม่เข้าไป ไม่ใช่ว่าฉันยังเคืองจองกุกอยู่นะ ฉันหายเคืองมาได้สักพักแล้ว แต่เพราะฉันไม่อยากให้เขาได้ใจ และอยากสอนบทเรียนให้กับเขาแค่นั้นเอง แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นวิธีทรมานตัวเองไปด้วย ก็จองกุกขี้อ้อนจะตายค่ะ ฉันต้องทำใจแข็งแค่ไหนคิดดูสิ

'เปิด...ไม่เปิด...เปิด...ไม่เปิด...เปิด...ไม่เปิด...'


แอ๊ดดด!


เอ๊ะโอ๋...ฉันยังไม่ได้บิดประตูเลยนะ

"ลิซ่า!" จองกุกดูดีใจมากเลยค่ะที่เห็นฉั

"ในที่สุดเธอก็มา" เขาว่าแล้วยิ้มกว้าง

"ฉันไม่ได้มาหานายซักหน่อย แค่มาตรวจดูความเรียบร้อยในภวังค์ของฉัน ก็แค่นั้น" ฉันอ้าง

"งั้นเหรอ..." จองกุกจ้องฉันเพื่อจับพิรุธ

"เธอว่าเธอแค่มาตรวจสอบความเรียบร้อยใช่มั๊ย" เขาถามฉัน

"ใช่"

"งั้นก็ดี"

"อ๊าย!"


ปัง!


"จองกุก! นายคิดจะทำอะไรเนี่ย!" ฉันหันกลับไปหาจองกุกผู้ที่ดึงฉันเข้ามาในห้องแบบไม่ทันตั้งตัว

"อ้าว...ก็เธอบอกเองว่ามาตรวจความเรียบร้อย งั้นก็ตรวจห้องนี้เป็นห้องแรกแล้วกัน" คิดไวหัวไวจริงๆ เลย

"ไม่จำเป็น เพราะยังไงซะ ห้องนี้ก็ไม่มีอะไรให้ฉันต้องตรวจอยู่แล้ว" ฉันบอกเขา แต่จองกุกกลับมองหน้าฉันนิ่งเลย มีอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย

"หลับตา" เขาพูดเสียงนุ่ม

"หลับตา?" ฉันทวน เขาจะทำอะไรอีกล่ะคะ

"อื้อ...หลับตาก่อน ฉันมีอะไรจะให้เธอ" มีอะไรจะให้ฉันอย่างนั้นเหรอคะ

"ฉันไว้ใจนายได้แน่นะ" ฉันถาม

"เรื่องนั้นไว้ให้เธอตัดสินหลังจากนี้แล้วกัน" ไม่ยอมรับปากซะด้วย เขาคิดจะทำอะไรของเขานะ

"ก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าที่ฉันยอมทำตามเป็นเพราะว่าฉันสงสัย ไม่ได้ไว้ใจนายเลยซักนิด" ฉันเชิดหน้าตอบเขา

"ซักนิดก็ไม่เหรอ" เขาเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ก็ทำแบบนี้ ฉันจะไว้ใจได้ไงกัน

"ไม่" ฉันตอบเสียงแข็ง

"โอเค เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ตอนนี้...ช่วยหลับตาให้ฉันหน่อยนะ" มีความเว้าวอน ฉันจึงค่อยๆ หลับตาลงตามที่เขาขอ

"แล้วไงต่อ" ฉันถามขณะที่หลับตาอยู่

"หลับตาไว้ก่อน" เขาหมุนตัวฉันกลับหลัง แล้วใช้มือปิดตาฉันอีกชั้น คิดว่าฉันจะแอบดูล่ะสิ อะไรจะเป็นความลับขนาดนั้น

"ทีนี้...ช่วยเดินไปข้างหน้าช้าๆ นะ" 

ฉันไม่ชินกับเสียงนุ่มๆ ของจองกุกเลยอะ มันรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ มันก็ดีแหละ ดูโรแมนติกดี แต่มันทำให้จิตใจฉันปวนเปนี่สิ 

"ค่อยๆ ก้าว" 

ฉันค่อยๆ เดินไปข้างหน้าตามที่เขาบอก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขากำลังจะพาฉันไปไหน แต่ใจฉันมันเต้นแรงมากเลย ไม่รู้ทำไมแต่ฉันตื่นเต้นมาก ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อหน้า แต่แค่รู้สึกว่ามันต้องเป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่ฉันจะมีความสุข ฉันคาดหวังไว้สูงนะเนี่ย ฉันคงไม่ตกลงมาเจ็บนะคะถ้าเกิดว่ามันไม่เป็นไปตามที่หวัง


กึก!


จองกุกหยุดเดิน ฉันจึงหยุดตาม

"หยุดทำไม ถึงแล้วเหรอ" ฉันถามเขา

"ลิซ่า" เขาไม่ได้ตอบ แต่กลับเรียกชื่อฉันแทน

"กลับบ้านเราเถอะนะ" จองกุกว่าอะไรนะคะ แล้วเขาก็ปล่อยมือออก ฉันจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วก็พบว่า

"นี่มัน..." ภาพตรงหน้ามันทำให้ฉันตะลึงไปเลย

"บ้านของเราไง" เขาบอกฉัน ฉันจึงหันไปหาเขา

"มันอาจสวยสู้ของเดิมไม่ได้ แต่ฉันก็ตั้งใจสร้างมันเพื่อเธอนะ" จองกุกว่า 

ไม่หรอกค่ะ ไม่ใช่อย่างที่เขาว่า ฉันหันกลับไปมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปดูใกล้ๆ

กระโจมขนาดไม่ใหญ่มาก ถูกล้อมรอบด้วยรั้วมะลิ รั้วมะลิเหรอคะ 'ฮึๆ' รั้วด้านหลังกระโจมเปิดสู่สวนดอกไม้เล็กๆ สีสันสดใส ที่มุมสวนมีต้นไม้ต้นหนึ่งตั้งอยู่ กิ่งไม้ทุกกิ่งถูกประดับด้วยริบบิ้นสีขาวที่ผูกติดกับ...ฉันจับของสิ่งนั้นมาดู 

'ฉันมันงี่เงา เป็นคนไม่ดี แต่ได้โปรดยกโทษให้ฉันเถอะนะ' นี่เขาด่าตัวเองด้วยเหรอคะ ฉันหันไปจับกระดาษอีกแผ่น

'จองกุกคนนี้ ขอสัญญาว่าจะรักและเชื่อใจลิซ่า จะปกป้อง และดูแลลิซ่าอย่างดีที่สุด จะไม่ทำให้ลิซ่าต้องร้องไห้หรือเสียใจ อีกต่อไป ฉันขอสัญญา' ฉันจำมันได้นะ ก็ประโยคนี้เขาเป็นคนบอกฉันเอง 

แล้วนั่น...รูปอะไรน่ะคะ ฉันเดินไปหารูปที่ห้อยอยู่ไม่ไกล แล้วก็ต้องยิ้มออกมา ก็เพราะเราไม่เคยถ่ายรูปด้วยกันเลย เขาก็เลยใช้วิธีตัดรูปมาติดแปะเอา มันน่ารักดีนะคะ เหมือนเด็กๆ เลย 

หลังจากที่ฉันดูโน๊ตน่าจะครบแล้ว เพราะมันเยอะมากค่ะ ฉันจึงมองสำรวจรอบๆ ตัวอีกครั้ง พื้นหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม มันกลับมาแล้ว 

"อู๊ดๆ" คอกหมูก็ด้วย ทุกอย่างกลับมาแล้ว 

จองกุกพูดไว้ก่อนนี้ว่า มันอาจไม่สวยเท่าของเดิมใช่มั๊ยคะ แต่ฉันว่ามันสวยมากเลยค่ะ ถึงบ้านจะเล็กลง แต่ความรู้สึกมันกลับใหญ่ขึ้น ฉันรู้ได้ทันทีเลยว่าบ้านหลังนี้ต้องอบอุ่นมากแน่ๆ และเขาทำทั้งหมดนี้เพื่อฉันงั้นเหรอ แต่ว่าตอนนี้เขาหายไปไหนล่ะคะ ฉันกำลังจะมองหาเจ้าของงานชิ้นโบว์แดงนี้ แต่...


ฟื้บ!


ตกใจหมดเลยค่ะ ก็จู่ๆ ก็มีช่อดอก...เอ่อ เดี๋ยวฉันบอกทีหลังก็แล้วกันว่าดอกอะไร มันโผล่มาต่อหน้าแน่ะค่ะ

"ฉันขอโทษ เธอช่วยรับมันหน่อยได้มั๊ย" เสียงเขากระซิบมาจากด้านหลัง เขาทำการบ้านมาดีนะคะเนี่ย 

"งั้นช่วยบอกเหตุผลมา 3 ข้อ ว่าทำไมฉันต้องรับคำขอโทษจากนาย" ฉันหันกลับไปถาม จองกุกถือดอกไม้นั้นไว้ในมือ ทำไมฉันถึงอยากขำนะ 

"ฉันมีให้เธอแค่เหตุผลเดียว"

"เหตุผลเดียว?" ฉันเพิ่งบอกไปว่า 3 ข้อนะ 

"ใช่" เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก็ได้ค่ะ ฉันจะลองฟังดู แต่ถ้าเหตุผลของเขาฟังไม่เข้าท่าล่ะก็ ฉันจะเอาดอกไม้นั้นฟาดหัวเขาซะ

"งั้นก็ว่ามา" ฉันแกล้งถามนิ่งๆ

"ลิซ่า" เขาเอ่ยชื่อฉันก่อน

"ฉันมีเพียงเหตุผลเดียว เหตุผลเดียวที่จะขอให้เธออยู่กับฉัน" สายตาเขาจริงใจมากเลยล่ะ

"ฉันไม่รู้ว่าเธอจะรู้มั๊ย แต่เหตุผลเดียวที่ฉันมี คือฉันรักเธอลิซ่า ให้อภัยฉันเถอะนะ"

จองกุกคุกเข่าลงตรงหน้าฉันหลังจากพูดประโยคสุดท้ายจบ เขามองหน้าฉันเชิงขอร้องเว้าวอน

"ลิซ่า" เขาเอ่ยชื่อฉันอีกครั้ง

"เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั๊ย" ฉันได้แต่มองหน้าจองกุก 'เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั๊ย' เขาถามฉันอย่างนี้เหรอ

"รู้มั๊ยจองกุก" จองกุกรอคำตอบจากฉัน

"ฉันกลับไปไม่ได้" ฉันว่า จองกุกหน้าเสียทันทีเลย เขาดูหมดหวังนะคะ 'คนโง่'

"ฉันกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะมันไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกๆ อย่างยังคงเหมือนเดิมจองกุก" ฉันว่า 

จองกุกมองฉันอย่างอึ้งๆ โอเค...ฉันขอยืมคำพูดของเขามาใช้หน่อยนะ 

"ใจดวงเดิม กับคนคนเดียว ที่จะไม่มีวันเปลี่ยน" ฉันว่าแล้วยิ้มน้อยๆ ให้เขา

"เธอ..." จ้องกุกลุกขึ้นยืน ฉันจึงค่อยๆ ยิ้มกว้างขึ้น

"ฉันทำไมเหรอจ้ะ" ฉันยิ้มกวนๆ

"เธอ...ยัยตัวร้าย" จองกุกว่าแล้วใช้ดอกไม้ในมือตีแขนฉันเบาๆ

"นี่! ดอกไม้ช้ำหมดแล้ว" ฉันบอก จองกุกจึงหยุดตี

"แล้วใครบอกให้เอาดอกนี้มาตีเล่นฮะ เอามานี่เลย" ฉันแย่งดอกไม้กำนั้นมาจากมือเขา

"ก็เธอนั่นแหละ อยากทำตัวน่าตีเอง แกล้งฉันอยู่ได้ ฉันเครียดแทบตายรู้บางเปล่าเนี่ย" 

"นี่โวยใส่ฉันเหรอ" ฉันแกล้งถามเอาเรื่อง

"โวยที่ไหนกันเล่า ก็แค่บ่นเอง" ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะก้มดูดอกไม้ในมือ อืม...ไม่น่าเชื่อว่านี่ฝีมือเขา

"ไปให้ใครพับให้ล่ะเนี่ย" ฉันถามแล้วพินิจแต่ละดอก

"ไม่มีอะไรที่จองกุกทำไม่ได้หรอกน่า"

"ทำเองจริงดิ" 

"ก็ทำเองสิ จะง้อเธอทั้งที ฉันจะให้คนอื่นทำให้ได้ไง จับกลีบดอกบัวทำยากจะตาย กว่าฉันจะทำได้โดนป้าซูลินตีจนมือแดงไปหมดแล้ว" แอบไปเรียนกับป้าซูลินมานี่เอง

"แล้วทำไมต้องดอกบัวด้วย ดอกไม้อื่นมีเป็นแสน" ฉันลองถามดู ก็ฉันไม่ใช่พระนะคะ หรือว่าเขาเห็นฉันเป็นศพเดินได้ น่าคิดนะเนี่ย

"ก็...ฉันศรัทธาในรักของเรา และชื่นชมในตัวเธอที่มอบความรักบริสุทธิ์นี้ให้ฉันไง" หา! เหอะๆๆ โอ่ยยยย!

"เชยมากกกก" ฉันบอกเขา

"ไหนป้าซูลินบอกว่าผู้หญิงจะชอบไงวะ" เขาพึมพำอะไรกับตัวเองน่ะคะ

"พูดอะไรอะ" ฉันถาม

"เปล่านิ่" รีบปฏิเสธเชียว

"ตกลงว่าเธอหายโกรธฉันแล้วใช่มั๊ย" จองกุกถามฉัน 

"อืม" ฉันพยักหน้ารับ

"และเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วด้วย"

"อือ" 

"งั้น...ฉันจับมือ" เขาคว้ามือฉันไปจับอย่างไว

"กอดเธอ" ฮึ...อะไรกันล่ะ กอดฉันปุ้บปับแบบนี้ได้ไงกัน

"และ...."


จุ้บ!


เมื่อกี้...จองกุกทำอะไรฉันคะ เขาขโมยจูบฉันเหรอ ฉันไม่ได้ทันตั้งตัวเลยนะ

"ฉันทำได้แล้วใช่มั๊ย" ยังมีน่ามาถามฉันอีก

"ก็ถ้าทำขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาถามแล้วมั้ง" ฉันว่า ก็จริงๆ นิ่คะ มีอย่างที่ไหนมาทำก่อนขอ

"เยส! สำเร็จแล้วโว้ย!" เขาดีใจแต่ฉันเขินอะ เขาทำแบบนั้นได้ยังไงกันนะ


จุ้บ!


หะ! ฉันเขินจนอยากจะร้องไห้แล้วนะ แล้วทำไมต้องยิ้มปากกว้างขนาดนั้นด้วยไม่รู้ 

"เข้าบ้านกันเถอะ กุกอยากนอนหนุนตักนุ่มๆ ของหมอนลิซ่าจะแย่อยู่แล้ว" จองกุกว่าและเข้ามาอ้อนฉัน ก่อนลากฉันเข้าไปในบ้านกระโจมหลังเล็ก ฉันดีใจที่ได้กลับมาที่นี่นะ

'บ้านลับของเรา'



Jennie talk...


ฟื้บ!


"ที่ไหนกันเนี่ย" จีมินถามทันทีที่มาถึง

"เงียบๆ หน่อยสิ เดี๋ยวพ่อก็ตื่นหรอก" ฉันปามเขาให้เบาเสียงลง

"เจนนี่...นี่...นี่ไม่ใช่ กก..." จีมินชูบางอย่างขึ้นมา เขาจะชูมันขึ้นมาทำมั๊ยคะเนี่ย 

"เธอพาเรามาโผล่ในตู้เสื้อผ้าเหรอ" 

"ชู่วว" ฉันรีบปามเขาไว้ 

ก็ถ้าโผล่ที่อื่น มันมีความเสี่ยงว่าเราจะเจออกาธอนัสนิ่คะ มาที่นี่แหละค่ะปลอดภัย ก็ตอนเด็กๆ ฉันเคยเล่นซ่อนหากับพวกพี่ๆ ไม่เห็นมีใครกล้าเข้ามาหาในห้องพ่อเลย นอกจากฉัน เพราะงั้นตู้เสื้อผ้าในห้องของพ่อนี่แหละ ปลอดภัยที่สุด

"เราออกไปได้ยัง" จีมินถาม

"ขอฉันดูก่อน" ฉันบอกเขา แล้วค่อยๆ แง้มตู้เสื้อผ้าออกช้าๆ แล้วสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องแต่งตัว

"ทางโล่ง" แล้วฉันจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากตู้แล้วหันไปบอกจีมินว่า

"ออกมาได้" จีมินจึงค่อยๆ ตามออกมา

"ต้องแอบเข้าบ้านตัวเองเนี่ยนะ เป็นความคิดที่ดีมากคุณหนู" จีมินว่า

จีมินเขาอยากให้ฉันพูดกับพ่อไปตรงๆ มากกว่าการบอกทางอ้อมแบบที่เรากำลังทำอยู่นี้ แต่ฉันรู้ว่าฉันทำแบบนั้นไม่ได้ไง ฉันรู้สึกผิดเกินไปที่จะพูดต่อหน้าพ่อ ฉันไม่กล้าสู้หน้าพ่อหรอกนะ

"พ่อเธอหลับอยู่จริงด้วย" เขาหันมาบอกหลังจากที่ส่องดูในห้องนอนของพ่อ

"งั้นไปกันเถอะ" ฉันบอกเขา จีมินจึงค่อยๆ ผลักประตูออกไป 

ฉันเห็นพ่อนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง แต่ฉันไม่ได้เข้าห้องนี้มาเป็นสิบปีแล้วนะ แต่ทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยนไปเลย จริงๆ มันก็อาจจะมีเปลี่ยนไปบ้างแหละ เช่น สีผ้าม่าน ผ้าปูเตียง พรมเช็ดเท้า แต่ที่ฉันบอกว่าไม่เปลี่ยน ฉันหมายถึงของของแม่ ที่ทุกชิ้นยังคงถูกวางไว้ที่เดิม ทั้งภาพวาดสีน้ำมันผืนใหญ่ที่แม่วาดกับพี่มินโฮที่แขวนไว้บนหัวเตียง หมวก PEACEMINUSONE รุ่นทดลองใบแรกของพี่จียงที่ทำให้แม่ แม้แต่...

ฉันเดินเข้าไปหามงกุฏดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งซึ่งถูกวางไว้บนตู้เก็บเครื่องประดับของแม่ มันแห้งจนฉันคิดว่าถ้าแค่เผลอจับเพียงนิดมันคงแตกเป็นผง 

"เจนนี่" จีมินเดินมายืนข้างๆ ฉัน

"มงกุฏดอกไม้ของฉัน ฉันทำมันให้แม่ในวันครบรอบแต่งงานของท่าน" ฉันเอ่ยขึ้น

"พ่อยังเก็บทุกอย่างของแม่เอาไว้อยู่เลย" ตาฉันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ข้างหน้าต่าง

"รวมถึง..." ฉันเดินเข้าไปหามัน 

ชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงสวยเหมือนเจ้าหญิงตั้งเด่นอยู่ที่ข้างหน้าต่าง ยามต้องแสงจันทร์ชุดนี่จะเจิดจรัสและระยิบระยับดังหมู่ดาวบนท้องนภา แม่เคยบอกฉันว่า เมื่อฉันโตขึ้นเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม ฉันจะได้สวมชุดนี้และยืนอยู่ข้างกายคนที่ฉันรักเหมือนเช่นกับแม่

"สวยจัง" จีมินมองฉันผ่านเงาสะท้อนของกระจก 

สวยจริงๆ ค่ะ ภาพของชุดที่ซ้อนทับตัวฉัน มันสวยจริงๆ นะ ฉันจินตนาการได้ทันทีเลยว่าวันนั้นแม่คงสวยมากๆ และพ่อคงเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกที่มีผู้หญิงที่สง่างามเคียงข้างกาย

"ชุดแต่งงานแม่ฉันเอง" ฉันบอกจีมิน

"อือ~" เสียงครางดังมาจากเตียง จีมินหันมามองฉันแล้วพยักให้ ฉันจึงยิ้มน้อยๆ ตอบเขา ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาพ่อที่เตียง 

ฉันเดินไปที่ข้างเตียง แล้วค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ท่าน ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันเคยสังเกตพ่ออย่างจริงจังแบบนี้ครั้งล่าสุดตอนไหน แต่ที่รู้ตอนนี้คือ ท่านดูแก่ลงไปมาก ทั้งรอยย่นที่หน้าผาก รอยตีนกา แม้กระทั่งผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย พ่อฉันไม่ได้ดูหนุ่มเหมือนเมื่อสิบปีก่อนแล้วนะ 

จู่ๆ น้ำตาฉันมันก็เอ่อล้นออกมาค่ะ ฉันใช้เวลาสิบปีไปอย่างเปล่าประโยชน์จริงๆ เมินเฉยต่อคนที่ควรแคร์ เมินเฉยต่อความรักอันบริสุทธิ์ พ่อทำได้ยังไงนะ ให้ความรักแก่ฉัน ทั้งที่รู้ว่าฉันจะไม่รับมัน แต่ท่านก็ยังให้ ฉันมันโง่จริงๆ ที่ปฏิเสธความรักนั้น ทุกอย่างมันเป็นเพราะเส้นผมเพียงเส้นเดียวที่บังตาฉันเอาไว้ เส้นผมที่ฉันเรียกมันว่า ความเห็นแก่ตัว 

ความเห็นแก่ตัวของฉันมันร้ายกาจมาก ฉันทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ตัวเองมีความสุข ทำทุกอย่างเพื่อหนีความเจ็บปวดในอดีต ทำแม้กระทั่งการหลอกตัวเอง ใส่ร้ายคนที่รักฉัน และทำร้ายพวกเขา โดยไม่สนใจไม่แคร์เลยว่า สิ่งที่ตัวเองทำ มันจะสร้างบาดแผลให้กับคนอื่นยังไง โดยเฉพาะกับผู้ชายตรงหน้า

"พ่อคะ" น้ำตาฉันมันไหลออกมา แค่เอ่ยคำว่า 'พ่อ' คำเดียว ใจฉันก็เจ็บปวดแล้ว

"หนูรู้สึกผิดกับพ่อเหลือเกิน" ฉันค่อยๆ จับหน้าของพ่ออย่างเบามือ แต่มือของฉันมันสั่นไปหมดจนจีมินต้องเข้ามาจับไหลไว้เพื่อให้ฉันผ่อนคลาย

"พ่อคะ" ฉันเริ่มพูดอีกครั้ง

"หนูขอโทษนะ หนูขอโทษที่หนูเป็นลูกที่ไม่ดี เป็นเด็กเอาแต่ใจ ขี้ประชด และทำตัวไม่น่ารักกับพ่อมาตลอด หนูเสียใจค่ะพ่อ หนูเสียใจจริงๆ" 

ฉันต้องหยุดหายใจเป็นระยะๆ เพราะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ฉันรู้สึกแน่นหน้าอกไปหมด ฉันเจ็บปวด แต่ฉันคิดว่ามันน่าจะดีขึ้นหลังจากที่ฉันได้บอกพ่อไปแล้ว

"พ่อคะ" ฉันเริ่มพูดทั้งน้ำตาอีกครั้ง

"วันนี้...หนูรู้ความจริงแล้วนะ" ฉันพักหายใจอีกครั้ง

"หนูทำตามที่พ่อหวังได้แล้วนะพ่อจ๋า" ฉันใช้มือเช็ดน้ำตาตัวเองออก แล้วยิ้มทั้งน้ำตาให้กับร่างที่นอนหลับสนิทของพ่อ

"พ่อหวัง ฮึก...พ่อหวังให้หนูเข้าใจพ่อ ฮือ...วันนี้หนูเข้าใจพ่อแล้วนะ หนูรู้ซึ้งดีเลย" ทำไมการสารภาพกับพ่อมันถึงได้ยากแบบนี้นะ

"พ่อจ๋า" แค่เรียกว่า 'พ่อจ๋า' ฉันยังรู้สึกจุกเลย รู้สึกเหมือนคอมันตีบตัน รู้สึกร้อนที่รอบดวงตา และเหมือนตัวฉันจะเริ่มสั่นอีกครั้ง

"หนูขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ" ฉันซบหน้าลงไปข้างเตียงพ่อ มือก็จับมือพ่อไว้แน่น จีมินตบไหล่ฉันค่อยๆ เป็นจังหวะซึ่งมันช่วยได้มากเลย 

ฉันค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้น แล้วหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางไว้ที่หัวเตียง จีมินมองของสิ่งนั้นอย่างอยากรู้

"หนูรักพ่อนะ" ฉันว่าแล้วค่อยๆ โน้มหน้าไปจูบหน้าผากพ่อ 

"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"


ฟื้บ!


"เมื่อกี้นี้มันอะไรอะ นาฬิกาทรายเหรอ" จีมินถามฉันทันทีเมื่อเราจัมป์กลับมาวังของลีนานแล้ว 

"ไม่ใช่ทราย แต่เป็นเกล็ดจันทร์ต่างหาก"

"เกล็ดจันทร์?" เขานี่ขี้สงสัยนะคะ

"มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่ฉันทิ้งไว้ให้" ฉันบอก

"แล้วทำไมเธอถึงทิ้งนาฬิกาเกล็ดจันทร์อะไรนั้นไว้ แทนที่จะเขียนโน๊ตทิ้งไว้ แล้วอย่างนี้ลุงลักซ์แกจะรู้ได้ยังไง" 

"ช่างถามจริงๆ เลยนะเนี่ย ก็นาฬิกานั่น พ่อเป็นคนทำให้ฉันเอง มันเป็นนาฬิกาวิเศษนะ" ฉันบอกเขา

"นาฬิกาวิเศษ?"

"ใช่ พ่อบอกว่า เมื่อถึงเวลาที่แม่จะกลับมา เวลาในนาฬิกาก็จะหมดลง" แต่จีมินยังดูสงสัยนะคะ

"แล้วเธอดันเชื่อพ่อเธอเหรอ"

"เอ้า...แล้วทำไมฉันจะเชื่อพ่อฉันไม่ได้ล่ะ" เขานี่ก็แปลกคนนะคะ เชียร์ให้ฉันเข้าใจกับพ่อ แต่ตอนนี้มาสงสัยพ่อฉันซะงั้น

"แล้วมันไม่เหมือนนาฬิกาทรายหรือไง แค่แปบๆ ทรายมันก็ไหลหมดแล้ว" อ่อ นี้สินะที่เขาสงสัย

"จะบอกให้นะ นาฬิกานั่นนะ อยู่กับฉันมาเป็นสิบปี แต่มันไม่เคยไหลหมดเลย" จริงๆ นะคะ ฉันว่ามันไหลแค่วันละเม็ดเองมั้

"อ้าว แล้วเธอวางไว้ให้ลุงแกทำไมอะ" 

"เป็นคำถามที่ดี" ฉันว่าก่อนจะยิ้มแล้วพูดต่อว่า

"พ่อจะได้รู้ว่า วันที่เขาคนนั้นจะเดินกลับมาน่ะ มันได้ใกล้เข้ามาแล้ว"

"หมายความว่า?" จีมินมองฉันด้วยความสงสัย ฉันจะใบ้ให้ก็ได้

"รู้มั๊ยว่าดวงจันทร์น่ะ...อยู่ใกล้แค่เอื้อม"



.........จบ PART 95.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1596 Thack_patsarin (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 17:49

    ในที่สุด คู่รักมักเน่ปีศาจก็เข้าใจกันสักที (แต่ขำตรงที่จองกุกให้ดอกบัวแก่ลิซ่านี้แหล่ะ ช่างคิดเสียจริงพ่อคู๊ณณณณ)

    ในท้ายสุด(ของตอน) เจนนี่คนชิคก็เข้าใจพ่อลักซ์เสียที ความเสียสละของพ่อลักซ์ช่างยิ่งใหญ่ ยอมให้ภรรยาและลูกเข้าใจผิดมาสิบๆปี เพื่อประชาชน นับถือท่านลักซ์จริงๆ ข้าน้อยขอคารวะเพค่ะ

    #1,596
    0
  2. #1157 -wa-ya- (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 01:35
    เข้าใจพ่อแล้วว แต่ก็นะสายเเข็งจะมาขอโทษพ่อตรงๆน่าจะยาก 5555 ชอบที่จีมินอยู่ไม่ห่างเลย นี่แหละมีสุขมีทุกข์ไปด้วยกันคู่นี้แบบอบอุ่นมาก
    #1,157
    0
  3. #1136 HaniLee (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 21:22
    รอออออออ!!!!
    #1,136
    0
  4. #1135 fresh-- (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:25
    ต่อค่าา
    #1,135
    0
  5. #1134 allymary (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 19:23
    รอคู่วีเซ่ค่า คู่นี้ใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึง สู้ๆคะไรท์
    #1,134
    0