Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 100 : PART 94 : รักแท้ยังไง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...


ผมล่ะสงสัย ทำไมเวลาคิดถึง เวลาเศร้า เวลาทุกข์ใจ ใครๆ ก็จะชอบมองดวงจันทร์กัน ผมเห็นในทีวีบ่อยๆ เวลามองแล้วก็จะพลอยเห็นดวงจันทร์เป็นหน้าคนที่เราคิดถึง คนที่ทำให้เราเศร้า คนที่ทำให้เราทุกข์ แล้วสำหรับเจนนี่ เธอจะมองเห็นผมอยู่บนนั้นบ้างไหมครับ ถ้าให้ผมเดา มันก็ต้องมีบ้างแหละ แต่คงไม่ใช่สำหรับตอนนี้ กับสถานการณ์นี้ 

เจนนี่เอาแต่นั่งมองจันทร์แบบนี้มาเป็นชั่วโมงแล้วนะครับ แถมเงียบไม่พูดไม่จา ผมก็ชักเป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากกวนใจเธอ ก็เลยได้แต่นั่งมองหน้าเธออยู่เงียบๆ ตอนแรกผมก็นั่งมองจันทร์แบบเจนนี่นั่นแหละ แต่มองดวงจันทร์แล้วผมเบื่อนี่นา หันมามองเจนนี่ดีกว่า น่ามองกว่าเยอะ แต่แววตาของเธอ มันไม่นิ่งเลยครับ ในแววตานั้น ผมจับอารมณ์ได้หลายอารมณ์เลย เธอทั้งสับสน เศร้าเสียใจ โกรธโมโห สุขปนทุกข์ เป็นแววตาที่ผมบอกไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วเธอจะจัดการอย่างไรกับอารมณ์ตัวเอง

"ฮึๆ" โอ้...นี้เป็นเสียงแรกที่ผมได้ยินจากเธอเลยนะ

"ฮึๆๆ" เอ่อ...เจนนี่โอเคใช่มั๊ยครับ

"ฮึๆ ฮ่าๆๆ" เธอหัวเราะทำไมล่ะเนี่ย

"ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ อึก...อึก...ฮือ...ฮือ" น้ำตาหยดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลลงข้างแก้ม

"เจน..." ผมกำลังจะเอือมมือไปจับไหลเธอ แต่ว่าเจนนี่

"ฟรืด! ฮึกๆ" เจนนี่สูดหายใจฟอดใหญ่เพื่อห้ามน้ำตาก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาออกจากหน้าตัวเอง แล้วนั่งก้มหน้านิ่ง

"เจน..."

"จีมิน" เธอเรียกชื่อผมเสียงค่อย ก่อนจะถามผมว่า "ฉันมันเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่มั๊ย" 

ผมอยากบอกเธอว่า 'ไม่ใช่' แต่ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่ประโยคคำถาม ผมจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ รอฟังแค่สิ่งที่เธอจะพูด เจนนี่ไม่ได้ต้องการคำตอบหรอกครับ แต่เธอแค่อยากระบาย เธอแค่อยากมีใครสักคนรับฟังความรู้สึกของเธอบ้าง ใครสักคนซึ่งก็คือผม ที่ผมยอมมาอยู่ตรงนี้กับเธอ มันไม่ใช่เพราะเธอเลือกผมนะ แต่มันเป็นเพราะผมเลือกทางของผมมากกว่า นั่นคือ ผมเลือกเธอแล้ว และผมจะไม่ทิ้งเธอไปไหน

"เรียกร้องแต่จะหาความรัก ความจริงใจ แต่ไม่เคยเข้าใจมันเลย" เห็นเจนนี่ตอนนี้ แล้วผมก็นึกถึงตัวเองตอนนั้น เพราะความเห็นแก่ตัวของเรา ถึงทำให้คนที่เรารักเจ็บปวด 

"เรียกร้องแต่จะให้คนอื่นเข้าใจตัวเอง แต่ฉันกลับไม่เคยเข้าใจเขาเลย" แล้วน้ำตาเธอก็ไหลออกมา เธอเช็ดมันออกอย่างลวกๆ อีกครั้ง ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ปนความรู้สึกผิดในใจ แล้วพูดต่อว่า

"พ่อฉันน่ะ ตามใจฉันทุกอย่างเพราะกลัวฉันจะหนีไป แต่ฉันกลับขัดใจเขาทุกทาง ทั้งยังกันเขาให้ไกลจากตัวเองอีก ฮึ...ฉันมันแย่" เธอยิ้มทั้งน้ำตาเลยครับ 

ผมอยากดึงเธอเข้ามากอดนะ แต่ผมรู้ว่ามันยังไม่ถึงเวลา ผมอยากให้เธอพูดออกมา ระบายสิ่งที่อยู่ในใจของเธอออกมาให้หมด ผมไม่อยากให้เธอต้องเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว

"ฉันเป็นคนไม่ดีจีมิน" เธอโทษตัวเอง

"เป็นลูกที่แย่ เป็นน้องที่ไม่ได้เรื่อง เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ เป็นคนที่ไม่สมควรมีใครมารัก" เธอว่าแล้วหันมามองหน้าผม เป็นคนที่ไม่สมควรมีคนมารักเหรอครับ

"ฉันไม่ใช่คนดีจีมิน ฉันเป็นผ้าขาวที่ทำตัวเองเปรอะเปื้อนเหมือนอย่างที่ลีนานว่า" สายตาของเจนนี่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความรู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวด

"รู้มั๊ยว่าพ่อไม่ใด้ผิดเลย แต่ฉันต่างหากที่เป็นคนยัดเยียดความผิดให้พ่อ เป็นฉันมาตลอดจีมิน เป็นฉันมาตลอดที่ปิดตัวเองจากพ่อและพี่ เป็นฉันเองที่ทำร้ายพวกเขา" เจนนี่เอาแต่มองที่พื้น และพูดระบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"รู้มั๊ย...ฉันคิดมาตลอด ว่าคำว่ารักของพ่อที่บอกฉัน มันคือคำหลอกลวง คำพูดโกหกเพื่อบิดเบือนความผิดของตัวเอง แต่ไม่เลย ฮึ...ทุกๆ คำน่ะ ฮึก...มันคือความจริงๆ ฮือ...ฉันเมินความจริงนั้นเพียงเพราะคิดว่าตัวเองถูก แต่ความจริงคือ พ่อ ฮึก...พ่อ...รักฉันกับแม่ ฮือ...ท่านไม่เคยทอดทิ้งฉัน ไม่เคยคิดทอดทิ้งเราด้วยซ้ำ" เจนนี่เริ่มสะอื้นขึ้นเรื่อยๆ และผมก็เริ่มทนเห็นเธอเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วเหมือนกัน

"ท่านเป็นแพะจีมิน ยอมเป็นแพะตามที่เด็กหน้าโง่คนนึงอยากให้เป็น เด็กหน้าโง่...อย่างฉัน ฮือ...ฉันเสียใจจีมิน ฉันเสียใจ ฮือ...ฉันเสียใจ" 

เธอบอกผมนัยตาหม่นเศร้า น้ำตาที่ไหลอาบแก้มทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปเช็ดให้ แต่ก่อนที่มือผมจะได้สัมผัสหน้าเธอ เจนนี่ก็รีบจับมือผมไว้ก่อน แล้วถามผมว่า

"ฉันควรทำยังไงดี" 

จากอดีตที่ผ่านมา มันทำให้ผมรู้ว่า การหนีความผิดของตัวเอง มันไม่ใช้ทางออกที่ถูกต้องครับ แต่ทางออกที่ถูกคือ การเผชิญหน้ากับมัน และการยอมรับในความผิดพลาดนั้น แล้วแก้ไขมันให้ถูกต้อง ไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นยังไง เราก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เพราะคนก่อคือตัวเราเอง เพราะงั้นผมจึงยิ้มให้เจนนี่อย่างเข้าใจและค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้เธอ ก่อนจะจับมือข้างนึงของเธอไว้ แล้วบอกเธอว่า

"ไปกันเถอะ"

"ไป? ไปไหน" เธอถามผมอย่างสงสัย

"ไปหาเขากัน พ่อของเธอไง" ผมบอกเธอ แต่เจนนี่กลับแสดงสีหน้ากังวลออกมา

"เจนนี่" ผมเรียกเธอ

"ฉันไม่กล้าจีมิน...ตอนนี้...ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขา" เธอก้มหน้ามองพื้นอีกแล้วครับ ไม่กล้าสู้หน้าผมด้วยเหรอ

"นี่เจนนี่" ผมใช้มือประคองหน้าของเธอเอาไว้ให้มองที่ผม

"ฟังฉันนะ คนที่ส่งเธอมาที่นี่คือใครกัน...ลุงลักซ์ใช่มั๊ย" เจนนี่จ้องตาผม เธอกำลังรอฟังในสิ่งที่ผมจะพูดอยู่

"พ่อของเธอ ส่งเธอมาที่นี่ก็เพื่อความจริงที่เธอรอมาตลอด เขาหวังให้เธอรู้ความจริงนี้ เพื่อสักวันเธอจะเข้าใจเขา เขาบอกเธออย่างนี้ไม่ใช่เหรอ" 

ถึงพวกผมจะอยู่ในหนังสือแต่พวกผมก็ได้ยินทุกอย่างนะ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมลุงแกถึงพูดกับเจนนี่แบบนั้น แกเป็นผู้ชายที่น่าสงสารนะครับ ยอมเสียคนรักเพื่อปกป้องประชาชนของตน แถมยังโดนลูกสาวเข้าใจผิดมาเป็นสิบๆ ปี ผมว่ามันต้องมีบ้างล่ะครับที่แกต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว เพราะผู้ชายไม่ได้เข้มแข็งไปทุกคนหรอกนะ

"พ่อเธอรอเธออยู่นะ เขารอลูกสาวคนเดิมของเขาอยู่ เจนนี่" ผมขอพูดแทนลุงลักซ์แกก็แล้วกัน เจนนี่มองผม ผมหวังว่าเธอจะเข้าใจความเป็นห่วงของผมนะ

"เจนนี่..."

"จีมิน" เธอเอ่ยขึ้น "ใช่...นายพูดถูก" เธอว่าแล้วเริ่มเผยรอยยิ้มน้อยๆ ออกมา 

"ฉันบอกพ่อว่า ฉันจะกลับไป...และฉันจะทำตามที่พูด" แสดงว่าเจนนี่จะยอมกลับไปหาพ่อเธอแล้วใช่มั๊ยครับ

"แต่..."

แต่...เธอแต่แบบนี้ หมายความว่า?



Jisoo talk...


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


'พ่อ!' 

พ่อฉันแน่ๆ เลยค่ะ สงสัยจะมารับฉันไปทานดินเนอร์มื้อพิเศษด้วยแน่ๆ ฉันจึงรีบจัดผมจัดเผ้าให้เข้าที่ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูแล้วเปิดออก

"พ่อออ..." พ่อฉันเปลี๋ยนไป๋!

"มาทำไมคะเนี่ย" ฉันทักเจ้าของร่างที่อยู่หน้าประตู

"พ่อเธอให้มารับ" 

"พ่อฉันเหรอ พ่อโรมานน่ะนะ" ฉันถามด้วยความแปลกใจ

"กลัวลืมชื่อพ่อตัวเองหรือไง" ดูพูดเข้า ท่าทางไอ้อาการเมาฝุ่นจะดีขึ้นแล้ว 

"ไม่ได้กลัวลืมค่ะ ฉันก็แค่ไม่คิดว่าพ่อฉันจะให้พี่มารับ คงไม่ใช่ให้ไปดินเนอร์ด้วยกันหรอกนะ" ฉันถามพี่ชูก้า

"ก็ใช่"

"คะ?" โอ้...จริงเหรอคะ พ่อฉันคิดยังไงถึงชวนพี่เขาไปเนี่ย

"ทำไม...คิดจะไปกินคนเดียวหรือไง"

"ไม่ใช่ซักหน่อยค่ะ ก็แค่แปลกใจ แต่..." ฉันมองพี่ชูก้าตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็ต้องยิ้มออกมา

"พี่จะไปออกงานที่ไหนอะ" ก็พี่เข้าเล่นใส่ชุดทักซิโด้ซะเต็มยศ ใครไปหาชุดมาให้พี่เขาใส่นะ ฮ่าๆๆ พี่เขาไม่เข้ากับหูกระต่ายเลยอะ นี่ก็ทางการเกิ๊น

"แล้วเธอล่ะ ไปทำรองเท้าแก้วหล่นที่ไหน"

"บ้า" ฉันบอกเขินๆ ก็พี่เขาชมฉันว่าเป็นนางซินนี่นา แสดงว่าวันนี้ฉันต้องสวยมากแน่ๆ เลยค่ะ ฮิๆๆ

"ประชดเว้ย" เอิ่ม...พี่คนนี้ชอบทำให้หมดอารมณ์อยู่เรื่อย

"จะไปได้ยังคะ"

"ก็ตามมาดิ" อ้าว...เดินไม่รออีกล่ะ สงสัยคงอายที่ฉันแซว ชิ!



พี่ชูก้านี้ก็แปลกคนนะคะ เมื่อเช้ายังพูดมากอยู่เลย ตกเย็นมาแล้วดันเงียบซะงั้น เดินมาด้วยกันตั้งนาน ไม่คิดจะชวนฉันคุยเลยหรือไง

"ทำไมพ่อฉันถึงชวนพี่นะ" ฉันชวนคุยเองก็ได้

"อยากรู้ก็ไปถามพ่อเธอสิ" ดูตอบเข้า

"ถ้าจะตอบแบบนี้ ทีหลังไม่ต้องตอบก็ได้นะ ฉันก็แค่อยากจะรู้เอง" ฉันว่า

"เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว" เอาอีกล่ะประโยคนี้

"ฉันก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะ"

"เธอนะมันโต..."

"โตแต่ตัว" ฉันแทรกขึ้น ฉันต่อเองก็ได้ค่ะ

"ฉันก็พอรู้เรื่องรู้ราวอยู่นะ" ฉันบอก พี่ชูก้าจ้องหน้าฉันครู่หนึ่ง 'อะไรอีกล่ะ มองหน้าหาเรื่องเหรอ' ก่อนจะบอกว่า

"ก็เคยเจอกัน" 

"คะ เคยเจอกัน หมายถึง...กับพ่อฉันเหรอ" ฉันตกใจนะเนี่ย 

"ฉันจะไม่ตอบซ้ำนะ" ที่พี่เขาว่า งั้นก็...

"จริงดิ...แล้วทำไมพี่ไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลยอะ" 

"ก็ตอนนั้นฉันรู้จักพ่อเธอซะที่ไหน คิดสิ" คิดสิๆ พูดเหมือนฉันไร้สมองอย่างนั้นแหละไอ้พี่คนนี้ ฉันชักจะงอนแล้วนะ

"โอเคค่ะ คุยแค่นี้ก็ได้" ฉันว่าแล้วรีบเดิน

"เป็นไรนิ่" พี่ชูก้ารีบเดินตาม

"ก็พี่ตอบกวนโอ้ยอะ"

"ตอบกวนตีนน่ะนะ" พี่ชูก้าทวน ฉันจึงพยักหน้าให้

"นี่ยังไม่ชินอีกเหรอ" พี่ชูก้าว่า 'หืม...ก็นึกว่าจะง้อกัน'

"ทีฉันยังชินแล้วเลย" พี่แกว่าอะไรนะ

"ชินเหรอคะ" ฉันจะรอฟังว่าพี่เขาจะบอกว่าอะไร

"ชินกับความติ๊งต๊องของเธอไง" ตอบแบบนี้อีกแล้ว หืม!

"ฉันจะไม่พูดกับพี่อีกแล้ว" ฉันรีบเดินหนีพี่ชูก้าแล้วรีบเดินไปยังที่ที่พ่อนัดไว้ และทันทีที่ฉันไปถึง

"โกรธใครมาอีกล่ะลูกพ่อ" พ่อฉันทักขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินหน้าบึ้งเข้าไปในโต๊ะ โดยมีพี่ชูก้าเดินตามมาอยู่ด้านหลัง

"โกรธพ่อนั่นแหละค่ะ" ฉันว่าแล้วรีบนั่งลง

"พ่อเหรอ" พ่อฉันถามอย่างสงสัย

"ใช่ค่ะ ก็พ่อนั่นแหละ จะชวนคนอื่นมาดินเนอร์กับเราด้วยทำไมก็ไม่รู้" ฉันชำเลืองไปหาอีกคนที่กำลังจะนั่งลงร่วมโต๊ะกับฉันและพ่อ ก็พี่ชูก้านั่นล่ะ

"สวัสดีครับ" พี่ชูก้าทักทายพ่อฉันก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัว โต๊ะที่เรานั่งเป็นโต๊ะกลมค่ะ ขนาดไม่ใหญ่มาก พอดีกับอาหารที่จัดไว้สำหรับสามคน 

"ข้าให้ไปตาม แต่ดันทะเลาะกันอย่างงั้นเหรอยุนกิ" พ่อฉันหันไปถามพี่ชูก้า

"ผมไม่ได้ชวนทะเลาะนะครับ" ถ้าพี่เขาตอบแบบนี้ ก็แสดงว่า...

"งั้นก็เจ้าสินะจีซู" เอิ่ม...เหมือยโบ้ยมาให้ฉันเลยอะ

"หนูก็ไม่ได้ชวนทะเลาะเหมือนกันนั้นแหละคะ" ฉันตอบหน้าบึ้ง แต่พ่อกลับมองมาสายตาบ่งบอกว่าไม่เชื่อ 'เฮ้อ!'

"ก็พี่เขาพูดไม่เข้าหูนิ่คะ" พอฉันพูดจบ พ่อก็ยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปบอกพี่ชูก้าว่า

"ข้าขอโทษด้วยนะ ที่ลูกข้านางเถรตรงเกินไป" อ้าวพ่อ!

"ขอโทษทำไมล่ะคะ" ฉันท้วงขึ้น

"เจ้ากินๆ ไปเลยจีซู พ่อจะพูดกับยุนกิ" เอ้า! พ่อฉันเป็นอะไรคะนี่

"ก็ถ้าจะคุยกันสองคน ก็ไม่เห็นต้องชวนหนูมาเลย" ฉันว่าลอยๆ แล้วเริ่มตักข้าวเข้าปาก ส่วนพ่อกับพี่ชูก้าก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ แล้วส่ายหน้าให้ฉัน ชิ!

"ครั้งก่อน ข้าต้องขอโทษอีกครั้งที่เผลอใช้พลังกับเจ้า" แสดงว่าเคยเจอกันมาก่อนจริงๆ ด้วย

"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้โกรธอะไร" พี่ชูก้าว่า

"แต่คนที่จะเข้าใกล้ลูกข้า ข้าก็อยากจะดูให้ดีก่อน หวังว่าเจ้าจะเข้าใจนะ"

"ผมเข้าใจครับ" โอ้...สงบเสงี่ยม สุขุมนุ่มลึก สุภาพสุดๆ 

ฉันหันไปมองพี่ชูก้าแล้วอมยิ้มน้อยๆ เพราะการวางตัวแปลกๆ เกร็งๆ ของพี่เขา พี่ชูก้าก็เลยหันมามอง ฉันจึงกลับมาตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อไป ก็คนมันหิวนิ่ค่ะ อุตส่าห์เผื่อท้องมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะเลยนะ

"อ่อ แล้วข้าก็ต้องขอบใจด้วยที่เจ้าเป็นรักแท้ของลูกข้า"

"แคกๆ แคกๆ" พ่อฉันพูดอะไรค่ะเนี่ย ฉันอุตส่าห์เก็บเป็นความลับแล้วนะ เล่นเอาฉันสำลักข้าวเลยอะ 

"เอ้าๆ น้ำๆ เจ้านี่จริงๆ เลย สงสัยพ่อต้องส่งเจ้าไปเรียนว่าด้วยเรื่องการประพฤติตนให้สมเป็นหญิงจริงๆ ซะแล้ว ตะกละตะกลามไม่สมเป็นหญิง" พ่อฉันยื่นแก้วน้ำมาให้ ฉันจึงรีบรับไว้ แล้วรีบดื่มอย่างเร็ว แต่ฉันไม่ได้ตระกละตระกลามนะ แล้วทำไมพี่ชูก้าต้องมองฉันแปลกๆ ด้วยล่ะ

"ไม่สมกับยุนกิด้วย"

"แคกๆๆ แคกๆ" โอ้ย...พ่อฉันพูดไรอีกเนี่ย ตายๆๆ ความลับของฉัน โดนแพร่งพรายจนได้

"เอ้าๆๆ ใจเย็นๆ ค่อยๆ ดื่ม ดูซิเลอะไปหมดเลย" พ่อฉันยกผ้าขึ้นมาเช็ดให้ ฉันจึงใช้โอกาสนี้มองหน้าพ่อเพื่อส่งสัญญาณ แต่ฉันคงคิดผิดเพราะ...

"อะไร" พ่อฉันถามฉัน ฉันไม่ได้ตอบแต่เหลือบตาไปทางพี่ชูก้าไวๆ แล้วพ่อฉันถึงมองไปทางพี่เขา แล้วถามพี่เขาว่า

"นี่จีซูยังไม่ได้บอกเจ้าหรอกเหรอ" เอ่อ....พ่อ! หนูแค่อยากให้พ่อเงียบไม่ใช่ไปถามแบบนั้น

"ครับ?" พี่ชูก้าว่าอย่างไม่แน่ใจ 

"ฮ่าๆๆ ไม่น่าล่ะ ฮ่าๆๆ" ดูพ่อฉันสิ

"ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะหนูเลยนะ" ฉันว่าแล้ววางแก้วน้ำลง

"ก็มันน่าขันจะตาย" พ่อว่าแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะหั่นเนื้อเข้าปากตัวเอง แล้วมองฉันขำๆ 

"เอ่อ...เรื่องรักแท้ คืออะไรเหรอครับ" ทำพี่ชูก้าสงสัยจนได้ พ่อจึงหันมามองหน้าฉัน

'เอาไง จะให้พ่อบอกหรือเจ้าจะบอกเอง' พ่อสื่อใจมาถาม

'ไม่ต้องเลยคะ เดี๋ยวหนูบอกเอง พ่อบอกเยอะเกินไปแล้ว' ฉันสื่อกลับ 

"ฮ่าๆๆ" พ่อฉันดูจะอารมณ์ดีเกินไปแล้วนะ แกล้งฉันนิ่ชอบกันจัง

"เรื่องนั้นเดี๋ยวให้จีซูพูดเองดีกว่า ข้าคงพูดมากกว่านี้ไม่ได้ ฮ่าๆๆ" พ่อนะพ่อ พี่ชูก้าจะยิ่งสงสัยนะนั่น แล้วก็จริงๆ ด้วยค่ะ หันมาจ้องฉันเอาคำตอบซะด้วย

"กินข้าวสิคะ อาหารเย็นหมดแล้ว" ฉันบอกพี่ชูก้า แล้วแกล้งทำเป็นไม่สนใจสายตานั้นโดยตักข้าวเข้าปากคำโต 

'พ่อคะ เปลี่ยนเรื่องเดี๋ยวนี้เลย' ฉันสื่อใจไปหาพ่อ

"อ่อๆ Godleer คงเข้ากันได้กับเจ้านะ"

"ครับ?" นั่นสิคะ Godleer มาเกี่ยวอะไรด้วย อย่าบอกนะคะว่า...

"ฝีมือข้าเองแหละ" 

"ครับ?" 

"ข้าก็เคยคุมสัตว์เป็นครั้งแรกเหมือนกัน" อ่า...ตกลงที่วันนั้นเจ้ากวางมันยอมเราง่ายๆ เพราะพ่อนี่เอง แต่ว่า...

"แล้วทำไมหนูยังโดนมันเล่นงานล่ะคะ" ถ้ายังจำกันได้ ฉันโดนหนักเลยล่ะ ในขณะที่พี่ชูก้ายืนหล่ออยู่คนเดียว

"พ่อก็แค่อยากหยอกน่ะ" 

"ฮะ" ที่แท้คนที่สั่งให้เจ้ากวางช็อตฉันก็ฝีมือพ่อสินะ

"แต่ถ้าวันนั้นพ่ออยู่นานกว่านั้น คงได้จัดการเจ้าแมงมุมไปแล้ว" พูดถึงนางแมงมุมโพนี่แล้วก็อารมณ์เสียเลยค่ะ

"พ่อรอดจากคาร์เมนได้ไงกันคะ" ฉันถาม ผมวางช้อนส้อมก่อนจะยืดตัวตรง แล้วเริ่มเล่าว่า

"ก็หลังจากที่พ่อรู้จากคาร์เมนว่าเจ้ากับแม่ได้ตายไปแล้ว พ่อก็เป็นทุกข์ยิ่งนัก และนางยังจับพ่อไปขังไว้ที่คุกใต้ดิน แล้วบอกชาวอกาธัซว่าพ่อป่วยหนักจึงมอบอำนาจการปกครองให้นาง" คาร์เมนแผนสูงจริงๆ เลย

"นางปล่อยให้พ่ออดข้าวอดน้ำจนพ่อซูบผอมเป็นกระดูกเดินได้" นางทรมานพ่อฉันด้วยเหรอคะ 

"พ่อทั้งหมดเรี่ยวแรง หมดกำลังใจ ในใจพ่อได้แต่แช่งตัวเองให้ตายๆ ไปเสีย ตายตามเจ้ากับแม่ไป" พ่อมองหน้าฉัน สายตาโหยหาที่ฉันสัมผัสมันได้ 

"สุดท้ายพ่อก็หมดสติไป มาโผล่อีกทีก็ที่นี่"

"คะ ทำไม..." 

"ลีนานว่า มีคนนำร่างที่ไร้สติของพ่อมาทิ้งไว้ในเขาทาธารัส คิดดูสิแม้แต่ศพของพ่อ นางยังไม่อยากเห็นเลย พ่ออยู่กับนางมาได้ไงก็ไม่รู้ แต่นางคงสะเพร่าไปหน่อยถึงไม่รู้ว่าพ่อแค่หมดสติ แต่ยังไม่ตาย" พ่อว่า 

"แล้วทำไมพ่อไม่กลับมาหาหนูกับแม่ล่ะคะ" ฉันถาม

"ก็ถ้าคาร์เมนรู้ว่าพ่อยังอยู่ อำนาจในมือเธอก็จะเหลือเพียงครึ่งนึง และถ้านางรู้ว่าพ่อเข้ากับอกาธอนและทาธารัส นางจะก่อสงครามแน่นอน เพราะงั้นพ่อ ลักซ์ และลีนานจึงช่วยกันเก็บความลับเรื่องพ่อเอาไว้ และใช้การเจรจากับคาร์เมนมาโดยตลอด" พ่ออธิบาย

"แต่หนูไม่เข้าใจค่ะ ทำไมพ่อ ลุงลักซ์ และลีนานต้องปิดบังด้วย ในเมื่อทุกคนก็รู้ว่ายังไงสงครามกับอกาธัซก็จะเกิดไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว" ฉันถาม 

"เพราะชีวิตไงลูก"

"คะ"

"ที่พวกพ่อทำ เพื่อชีวิตของประชาชนของเรา" เพื่อประชาชนงั้นเหรอ

"คนเราทุกคน รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้นลูกรัก ผู้นำมีหน้าที่นำประชาชน แต่พวกพ่อไม่ต้องการนำประชาชนของพ่อไปตาย ถึงแม้พ่อจะเป็นแค่อดีตผู้นำ แต่ชาวอกาธัซก็เป็นประชาชนของพ่อเสมอ ชีวิตหนึ่งชีวิต กว่าเราจะสร้างมันมาได้ต้องใช้เวลาตั้งหลายปี การยื้อเพื่อให้พวกเขามีชีวิตรอด นั้นแหละคือจุดมุ่งหมายของเรา" ว้าว...พ่อฉันเจ๋งมากๆ เลยอะ

"หนูภูมิใจจังเลยค่ะ" ฉันยิ้มให้กับพ่อ

"แต่ตอนนี้ สงครามก็กำลังก่อตัวขึ้นนิ่ครับ แล้วคุณลุงจะทำยังไงต่อไป" พี่ชูก้าที่นั่งฟังมานานถามขึ้น

"ครั้งนี้เราคงเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะงั้นข้ากับลีนาน จึงให้แคสเปียร์ไปบอกลักซ์แล้วว่า เมื่อใดที่คาร์เมนยกทัพมา ข้าและลีนานจะร่วมออกหน้ารบร่วมกับชาวอกาธอน"

"แต่พ่อก็ต้องสู้กับชาวอกาธัซนะคะ" ฉันถาม

"แต่อกาธัซไม่ได้เห็นด้วยกับนางทุกเรื่องหรอกนะ" พ่อบอกฉัน ก่อนจะอธิบายต่อว่า

"ตั้งแต่คาร์เมนยึดอำนาจ นางก็มักใช้ในทางที่ผิด นำชาวอกาธัซไปสู่เรื่องที่ไม่จำเป็นอยู่บ่อยๆ ชาวอกาธัซน่ะ ดูภายนอกอาจจะดูดุร้าย แต่หลังจากสงครามครั้งนั้นระหว่างลักซ์กับบาลอร์ ตั้งแต่ที่เราแพ้สงคราม เราก็เข้าใจว่าการใช้ชีวิตเยื้องสัตว์ป่า หาใช่สิ่งที่เราต้องการไม่ แต่คาร์เมนคงไม่คิดแบบนั้น นางเป็นคนโลภและทะเยอะทะยาน นางจะไม่หยุด จนกว่านางจะได้สิ่งที่ต้องการ เพราะงั้นความคิดของนางก็ขัดกับความคิดของอกาธัซบางกลุ่มอยู่เหมือนกัน นี่จึงน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมนางถึงทำการเปลี่ยนผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คงเพื่ออำนาจหนึ่งเดียวของนาง" 

คาร์เมนเป็นพวกเผด็จการสินะคะ นางคงเป็นฮิตเลอร์ในร่างผู้หญิงแน่ๆ 

"พ่อว่าเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า เดี๋ยวจะทำร้ายบรรยากาศเปล่าๆ เนาะ"

"ครับ" พี่ชูก้าว่า พ่อหันมาหาฉันผู้กำลังจินตนาการว่าถ้าคาร์เมนมีหนวดจิ๋มเหมือนฮิตเลอร์จะเป็นยังไง คงตลกน่าดูเลย

"คิดอะไรอีกน่ะเรา" 

"คะ" ฉันหันไปหาพ่อ

"ความคิดของเจ้ามันเกินขอบเขตจริงๆ" แล้วพ่อก็ยิ้มขำๆ

"พ่อขี้โกงอะ เลิกอ่านความคิดหนูเลยนะ" ฉันสั่งพ่อแบบเด็กๆ

"ก็ได้ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อโล่งใจก็คือ...ลูกของพ่อเจอคนที่คู่ควรแล้ว"

"พ่อ!" ฉันล่ะอยากจะบ้าตายจริงๆ เราเกือบจะลืมเรื่องนี้กันอยู่แล้ว

"อ่อ ข้าหลุดปากอีกแล้ว ต้องขอโทษด้วยจริงๆ เจ้าไม่ต้องเก็บเอาไปคิดนะยุนกิ ข้าแก่แล้วงี้แหละ" พ่อนะพ่อ 

"อ่อ ครับ" พี่เขาคงไม่เก็บไปคิดมั้งค่ะ เล่นจ้องฉันขนาดนี้



Suga talk...


"ตกลง ไอ้เรื่องรักแท้ ไอ้คนที่คู่ควรนี่มันยังไงกัน" ผมถามขึ้นทันที่เราแยกจากพ่อของจีซูแล้ว แต่เหมือนเธอจะไม่ยอมตอบนะ แถมยังเดินฮัมเพลงไปเรื่อย ทำเมินผมงั้นเหรอ

"จีซู"

"..." ผมเรียกแต่เงียบแบบนี้ ก็ได้ครับ

"ว๊าย! พี่ชูก้าทำอะไรของพี่เนี่ย ปล่อยฉันลงเลยนะ" จีซูโวยวาย เมื่อจู่ๆ ผมก็จับเธอพาดบ่า

"ฉันจะไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะให้คำตอบฉัน" ผมบอกเธอ

"ฉันไม่มีคำตอบอะไรให้ทั้งนั้นแหละคะ พี่ปล่อยฉันลงเลยนะ ไม่งั้นฉันฟ้องพ่อจริงด้วย" เอาลุงโรมานมาขู่ผมเหรอครับ

"ปล่อยให้โง่เหรอ เธอมันเด็กดื้อ ต้องโดนลงโทษ"


ป้าบ!


"พี่ชูก้า! เจ็บนะ" ผมตีก้นเธอเองแหละครับ ก็จีซูเล่นปากแข็งไม่ยอมพูดเองนี่นา

"ก็ช่วยไม่ได้ เธออยากมีความลับกับฉันเอง ตกลงจะบอกไม่บอก" ผมถามเธออีกครั้ง

"ไม่ค่ะ"


ป้าบ!


"โอ้ย! พี่ชูก้า! ทำเกินไปแล้วนะ" 

"ทำเกินไปเหรอ"


ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ!


"โอ้ยๆๆ บอกแล้วๆ บอกก็ได้ค่ะ" จีซูร้องบอก ผมจึงหยุดตีเธอแต่ยังคงแบกเธอไว้อยู่

"งั้นก็บอกมา" ผมว่า

"ก็ปล่อยฉันลงก่อนสิ" มีการต่อรองอีก แต่ขึ้นชื่อว่าจีซู ถ้าผมปล่อย ผมว่าผมโดนเอาคืนแน่นอน

"เธอต้องบอกฉันมาก่อน ฉันถึงจะปล่อย" 

"แต่เลือดฉันจะไหลลงหัวหมดแล้วนะ" จีซูอ้าง

"งั้นก็รีบบอกมาสิ" ผมว่าแล้ว...


ป้าบ! 


"โอ้ย! ก็ได้ๆ ก็ถ้าฉันได้จุมพิตจากรักแท้ คำสาปนั้นก็จะถูกทำลาย และพลังฉันก็จะคืนกลับมาดังเดิม" จีซูพูดรั่วมากเลยครับ แต่ผมก็ฟังทันนะ แต่ที่เธอว่า

"จุมพิตจากรักแท้?" ผมทวน ประมาณเจ้าหญิงนิทราเหรอครับ จุมพิตลบคำสาปอะไรงี้ 

"อื้อ" จีซูว่า ผมจึงค่อยๆ ปล่อยเธอลง

"นี่พูดจริงหรือแค่อำเอาฮา" ผมถาม

"เห็นมั๊ยล่ะ บอกไปแล้วพี่ก็ไม่เชื่ออะ" จีซูทำหน้ามุ่ยแถมยังไม่ยอมมองหน้าผมอีก ตกลงว่าเธอพูดเรื่องจริงเหรอครั

"งั้นฉันคงเป็นเจ้าชายสินะ" ผมว่าติดตลก

"ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องมาแซวเลยนะคะ" เธอมองตำหนิผม 

จริงๆ ผมก็เชื่อเธอนะ เพราะปกติเธอเปิดเผยจะตาย แต่เรื่องนี้คงทำเธออายก็เลยเลือกที่จะปิดไว้ ผมจ้องหน้าสวยๆ ของเธอที่กำลังหน้าหมุ่ยเหมือนเด็กๆ ก่อนจะบอกเธอว่า

"งั้น..." ผมยื่นหน้าไปใกล้เธอ

"อะไรคะ" จีซูทำหน้าสงสัย

"เธอติดหนี้ฉัน ได้เวลาใช้หนี้แล้ว" ผมบอกเธอ จีซูได้แต่ยืนอึ้งแล้วกระพริบตาปริบๆ ผมพูดแบบนี้มันแปลกตรงไหนครับ

"เร็วๆ" ผมเร่งเธอ แต่จีซูเหมือนลังเลครับ แถมยังมองไปทั่วอีก

"ตรงนี้น่ะนะ" เธอถามผม ผมจึงพยักหน้าน้อยๆ แต่จีซูก็เอาแต่ยื่นจ้องผมนิ่ง 'ฮึ...เด็กน้อยจริงๆ'


จุ้บ!


"ฝันดีนะ" ผมว่าแล้วรีบเดินออกมา 

ผมจะไม่หันกลับไปหรอกนะ เพราะ หนึ่ง...ผมว่าจีซูคงคาดไม่ถึง สอง...เธอก็คงเขินจนไม่กล้าสู้หน้าผม และสาม...ผมก็โคตรจะอายเลย ตอนนี้ผมยังงงตัวเองอยู่เลยว่าผมกล้าทำอะไรกุ๊กกิ๊กขนาดนั้นไปได้ไง 

'ไอ้ก้าเอ้ย!'



.........จบ PART 94.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1595 Thack_patsarin (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 17:24

    มุ้งมิ้งจริงไรจริงเลยคู่นี้ แต่น่ารักมากค่ะ มีความห่วงใยกัน มีความเทคแคร์กัน มีความเอาใจใส่กัน ชูก้าฮยองอบอุ่นโคตร จีซูออนนี่น่ารัดโคตร แถมติ๊งต๊อง บ๋องด้วย

    อยากอ่านคู่มักเน่ปีศาจจองกุกลิซ่าแล้วอ่า เมื่อไหร่จะถึงพาร์ทของน้องเล็กสักทีอ่าาา อยากอ่านนนนน

    #1,595
    0
  2. #1133 SestalReal (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    เจนนี่น่าสงสารอะ แต่จะว่าไป ทุกคนที่มีคู่เจอพ่อตาของตัวเองไปหมดเเล้ว เหลือแต่วีกุกที่ยังไม่เจออ่ะ รออยู่นะคะ อิฮิ!
    #1,133
    0
  3. #1132 fresh-- (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 18:58
    สงสารเจนนี่ง่าา
    รอค่าาา
    #1,132
    0
  4. #1131 -wa-ya- (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 12:24
    แงสงสารเจนอะ แต่ยังดีมีจีมินอยู่ข้างๆ ขอให้เข้าใจกันสักทีนะ อีกคู่ฮื่ออออออ ขอบคุณไรท์มากเลย น่ารักน่ากัดตามสไตล์แต่ดีต่อใจมากกกกก เข้ากันได้ดีกับพ่อตาซะด้วยอิอิ จะรบกันแล้วหนุ่มๆของเราต้องเข้าร่วมกับเขามั้ยนิ อยากอ่านตอนหน้าแล้วอะค่ะ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #1,131
    1
    • #1131-1 S_mewon(จากตอนที่ 100)
      17 พฤษภาคม 2560 / 22:48
      ^^ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
      #1131-1