How To Love วัยเกรียนเรียนรัก

ตอนที่ 12 : บทที่ 10 [Ruangkhao's Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 เม.ย. 59

10

Raungkhao

 

เวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์

หลังจากวันที่เกิดเรื่อง ครับผมก็เดินไปส่งที่บ้านชั้นทุกเย็นด้วยเหตุผลที่ว่า แหย่เธอระหว่างกลับบ้านเป็นอะไรที่สนุกที่สุดแล้วมันน่าดีใจมั้ยเนี่ย.. แต่เอาเถอะ ก็ดีกว่าชั้นต้องเดินกลับบ้านคนเดียวละกันเพราะว่ายังไงเจ้าราชามันก็ต้องกลับพร้อมกับตะเกียงอยู่แล้ว ร้อยวันพันปีไม่ยักกะเคยเห็นมันจะเห่อเพื่อนคนไหนขนาดนี้มาก่อน ก็ดีแล้วแหละ แค่คิดมันก็ชุ่มชื่นหัวใจ ถึงชั้นจะพยายามจิ้นราชากับเพื่อนมันบ่อยๆแต่ก็ไม่เคยเห็นว่าคนไหนจะเรียลขนาดนี้มาก่อน รู้สึกรักน้องชายตัวเองนิดๆ การมีน้องชายนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง สะดวกต่อการจิ้นวาย อร้าย

“จะเลือกชมรมอยู่แล้ว เธอจะเข้าชมรมไหนน่ะ” ชั้นหมดอารมณ์ฟินทันทีเมื่อได้ยินเสียงของตาครับผมดังขึ้นที่ข้างตัวชั้น

และนี่ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ครับผมเดินกลับพร้อมกับชั้น หลังจากวันที่เขาช่วยชั้นไว้ ชั้นก็ได้เห็นข้อดีของตานี่อีกเพียบ! ดีแต่กวน ดีแต่ปากหมา ดีแต่ยั่วโมโห นี่แหละข้อดีของคนอย่างครับผม

“ชั้นว่าจะเข้าชมรมถ่ายรูปไม่ก็ดาราศาสตร์น่ะ” ชั้นตอบไปพลางนึกถึงชื่อชมรมที่มีในโรงเรียน

“นี่ไม่รู้หรือไงว่าเขาให้เข้ากี่ชมรมก็ได้” ครับผมพูดขัดความคิดชั้น

“เอ๋!? จริงหรอ ไม่เห็นมีใครบอก”

“จริงอ่ะสิ ที่บอร์ดก็แปะอยู่ แสดงว่าไม่อ่านให้รอบคอบใช่มั้ยเนี่ย เธอเนี่ยน้า นอกจากเฟอะฟะแล้วยังทึ่มอีกต่างหาก”

“ว่าใครเฟอะฟะ นายนั่นแหละหัวสมองเท่าขี้เล็บขบหมา”

“ยัยบ้า เท่าขี้เล็บขบเลยเรอะ”

“ไม่ใช่แค่นั้น ปากยังเน่าเหมือนลิงอมตูดหมูอีก” ชั้นซ้ำเติมเข้าไปเรื่อยๆ เขาที่ทำหน้าคิดหมกมุ่นกับขนาดสมองตัวเองอยู่เมื่อได้ยินชั้นยิ่งทำหน้าสลดมากกว่าเดิมอีก ช่างหน้าขำ ดูท่าจะมั่นใจในสมองมาก พอได้ยินชั้นพูดไปแบบนั้นคงคิดไม่ถึงล่ะสิ “แถมหน้าตายังเหมือนตาปลาที่เท้าช้างด้วย”

“พอเถอะ ชั้นรู้แล้ว” เขาทำท่าสต๊อบไว้ที่หน้าชั้น เหมือนรู้ว่าชั้นจะพูดอะไรต่อ

“เฮอะ วันหลังก็อย่ามาว่าชั้นอีกละกัน รู้ไว้ซะ รวงข้าวคนนี้ไม่มีทางยอมให้ใครมาหยามกันง่ายๆหรอกย่ะ!” พูดจบชั้นก็เชิดใส่แล้วเดินนำไปเลย

หลังจากเดินนำเขามาได้พักหนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาคงยังเดินตามชั้นมาไม่ทันแน่ ชั้นก็แอบลอบยิ้มอยู่คนเดียวโดยไม่ให้เขารู้ อยู่กับตานี่ก็ใช่ว่าจะมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นเสมอล่ะนะ สุดท้ายชั้นก็เดินยิ้มจนมาถึงบ้าน ชั้นหันไปบอกลาเขาก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

“เป็นอะไร เดินยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งมาแต่ไกลเลย ทำไม แอบชอบเพื่อนชั้นหรือไง” ราชาทำปากหมาใส่ชั้นตั้งแต่ชั้นยังไม่ทันถอดรองเท้า ชั้นจึงแจกมะเหงกไปดอกใหญ่ๆ เขาลูบหัวตัวเองป้อยๆ

“แกนั่นแหละเป็นอะไร เดินกลับกับตะเกียงทุกวันจนลืมพี่เนี่ย” เอาจริงๆลืมพี่ก็ไม่เป็นไรหรอก พูดให้ดูขรึมก็เท่านั้น แอร้ย “ทำไม แอบชอบเพื่อนตัวเองหรือไง” ชั้นเอาคำพูดของเจ้าราชามาย้อนมัน

“จะบ้าหรือไง มันเป็นผู้ชายนะเว้ย” เจ้าน้องบ้าลุกขึ้นยืนทำให้มันสูงกว่าชั้น

“ลุกทำไม นั่งลงไปเหมือนเดิมนั่นแหละ” ชั้นที่ยอมให้มันดูน่าเกรงขามกว่าชั้นไม่ได้ จึงกดไหล่มันให้นั่งลงไปกับพื้นเหมือนเดิม “สมัยนี้เขารับกันได้หมดแล้วแหละย่ะ ไม่ว่าจะเป็นชายรักชาย หญิงรักหญิง ถ้าแกชอบก็บอก ชั้นรับได้” ชั้นพูดด้วยความอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วแทบจะกลืนกินเจ้าราชากับตะเกียงให้ไปพลอดรักกันในกระเพาะชั้นแล้วเนี่ย ชั้นจะได้รับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของสองคนนี้เพื่อความฟินของตัวชั้นเอง

“ชักจะเป็นหนักละพี่ ผมไม่ได้ชอบไม่ได้รักอะไรตะเกียงแบบที่พี่คิด ผมกะมันแค่ชอบเกมเหมือนกันเลยไปร้านเกมด้วยกันทุกเย็นก็เท่านั้น” ทุกๆถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากราชาทำให้ความคิดทุกอย่างของชั้นเกี่ยวกับสองคนนี้พังครืนลงมา

“เฮอะ แกจะว่าไงชั้นก็ไม่สนหรอก ชั้นก็จะคิดของชั้นอย่างนี้ต่อไปนั่นแหละ แบร่!” ชั้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่แล้วเดินขึ้นข้างบนไป เมื่อเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ชั้นก็วิ่งลงมาชั้นล่างหวังจะหาอะไรกิน แต่เสียงของแม่ก็ขัดชั้นขึ้นก่อน

“ข้าว ไปซื้อหมูที่ตลาดตรงนี้ให้แม่หน่อยสิลูก ของมันหมด เร็วๆนะ” แม่ชั้นบอกปริมาณที่ต้องซื้อพร้อมยื่นเงินมาให้

“ค่า” ชั้นตอบรับอย่างขัดไม่ได้ นี่ก็ใกล้จะมืดอยู่แล้วด้วย คงต้องรีบแล้วล่ะ

ชั้นที่กำลังเดินออกจากบ้านยังไม่วายหันไปเขกหัวน้องชายตัวเองด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว ก่อนจะรีบเผ่นออกมาเพื่อไม่ให้เจ้าตัวตามมาล้างแค้นได้ ชั้นรีบตรงดิ่งไปตลาด ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง กลัวว่าจะเห็นของถูกใจแล้วกิเลสตัณหาจะก่อตัวแบบไม่ยอมพังลง เมื่อมาถึงตลาด ชั้นเลือกซื้อหมูตามแบบที่เคยเรียนมาจากวิชาการงาน ก่อนจะรีบตรงกลับบ้านทันที แต่ยังไม่ทันเดินออกจากตลาด สายตาเจ้ากรรมก็ไปเจอต้นเหตุของกิเลสซะก่อน แทนที่ชั้นจะตรงไปแต่ขากลับเลี้ยวซ้ายไปยังร้านขายกล้อง ไม่ยอมเดินเข้าร้านได้แต่ยืนมองอยู่ข้างหน้าด้วยตาหวาดเยิ้ม ยืนจนวัวเมื่อย ยืนจนควายอ่อนแรง ยืนจนตะวันลับขอบฟ้าทำให้สติชั้นกลับมาจากการเดินทางด้วยบีทีเอสไปลพบุรี วกกลับมาที่อ่างทอง แล้วขึ้นรถเมล์ไปแม่ฮ่องสอนเลยไปย่างกุ้ง ทัวร์มองโกเลีย เที่ยวกินพิซซ่าที่อิตาลี่แล้วค่อยนั่งวินกลับมาประเทศไทย ชั้นจึงพาขาทั้งสองข้างวิ่งไปตามทางกลับบ้าน แต่ไม่ทันไรกลับมีชายหนุ่มห้าคนหน้าตาเหมือนพึ่งกลับโลกมาหลังจากไปตายหยังเขียดในนรกมาล้อมชั้นเอาไว้ แต่ตอนนี้ชั้นไม่กลัวอะไรอีกแล้วนอกจากแม่ ถ้าช้าขนาดนี้คงจะโดนเทศน์หูชาแน่นอน

“หลบไปนะ ชั้นจะรีบกลับไปหาแม่” ชั้นพยายามหาทางออกแต่พวกนี้กลับรุมเอาไว้จนแทบแย่งอากาศหายใจกันตาย

“ไม่ต้องรีบกลับไปหาแม่หรอก มากับพวกชั้นดีกว่า” หนึ่งในพวกมันพูดขึ้น และเป็นหนึ่งในพวกมันที่หน้าตาดูเป็นมนุษย์มากที่สุด พวกมันค่อยๆต้อนชั้นไปในที่ลับตาคน ทำให้ชั้นเริ่มรู้สึกตัวและกลัวไปตามเหตุการณ์

“เอ่อ.. อ๋อ ชั้นมากับเพื่อนอีกคนหนึ่งค่ะ นั่นไง มาแล้วๆ” ชั้นทำเป็นทักผู้ชายคนหนึ่งที่เดินผ่านให้เหมือนกับรู้จักกัน แต่เขาคนนั้นได้แต่ทำหน้าเหมือนเห็นชั้นเป็นป้าแก่ๆที่เป็นอัลไซเมอร์แล้วเดินผ่านไป.. ให้มันได้อย่างนี้สิ ชั้นอยากจะปาหมูลงพื้นแล้วกระทืบมันเหมือนหมูเป็นคนเมินชั้น แต่ก็ทำไม่ได้เพราะถ้าไม่มีหมูกับไป ชั้นคงจะเป็นคนตายหยังเขียดจริงๆแน่  เฮ้ย อย่าพึ่งคิดเรื่องอื่นตอนนี้ ควรจะหาทางรอดออกไปจากคนกลุ่มนี้ก่อน “อ้าว ผิดคนหรอเนี่ย..แหะๆ เดี๋ยวก็คงมาแล้วแหละ” ชั้นพยายามพูดหาทางหนีทีไล่ ยืดเวลาออกไปเผื่อจะเจอคนที่ยอมช่วยชั้น

“ไม่มีคนมาช่วยเธอหรอกแม่หนู ยอมมากับพวกชั้นดีๆ แล้วเธอจะไม่เป็นอะไร”

“ยอมไปก็โง่อ่ะสิ พลั่ก!” จะหมูหรือไม่หมูตอนนี้ชั้นไม่สนแล้ว ชั้นปาถุงหมูที่มีแต่คาวเลือดฟาดหน้าเจ้าพวกนั้นเต็มแรงทำให้ทั้งเลือดหมูและเนื้อหมูที่มันแผล่บออกมาเซย์ไฮกับเจ้าพวกนั้นอย่างจัง จากนั้นชั้นก็ติดเกียร์หมาแล้วพุ่งสปีดออกมาโดยไม่ได้ดูทาง

“ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย ยิ่งเปลี่ยวกว่าเดิมอีก” ชั้นเดินไปตามทาง ถึงแม่จะเปลี่ยวแต่ก็ยังมีไฟตามข้างทางพอให้มองเห็นอยู่บ้าง

“จะไปหนาย ชักจะรำคาญแล้วนะ” บุคคลที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับปลาจวดโผล่มาดักหน้าชั้นด้วยท่าทีหงุดหงิด จากนั้นเขาก็สั่งให้คนอื่นมาจับปีกชั้นไว้ทั้งสองข้างทำให้ชั้นได้แต่ถีบขาตัวเองไปมา

“ปล่อยนะ! ชั้นไปทำอะไรให้พวกแกแค้นเคือง ทำไมต้องมาทำชั้นอย่างนี้ด้วย!” ชั้นชักเริ่มจะมีน้ำโหแล้วนะยะ “อ๊ะ! หรือว่า..?” ชั้นทำเป็นนึกอะไรออก

“หรือว่า?” เจ้าพวกนั้นทวนคำชั้นแล้วทำหน้างง

“พวกแกหลงใหลในเสน่ห์ชั้นสินะ” ชั้นทำเชิดหน้าขึ้นแล้วสะบัดปอยผม

“เอ่อ..ชั้นว่าเราปล่อยนังนี่ไปเถอะ” หนึ่งในนั้นพูดขึ้นแล้วทำหน้าเหมือนที่ชั้นพูดมันไม่เป็นความจริงเลย ดีล่ะ คราวนี้พวกมันต้องปล่อยชั้นไปแน่

“แกจะบ้าหรือไง รีบๆทำตามคำสั่งให้เสร็จแล้วค่อยปล่อยมันไป ชั้นว่าอยู่ๆกับคนบ้าอย่างนังนี่นานๆจะไม่ดีต่อตัวเราเอง จับมันนอนลงไปกับพื้น!” พูดจบพวกที่จับแขนชั้นไว้ก็กดชั้นให้นอนลงไป แล้วคนที่พูดเมื่อกี้ก็ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วค่อยๆเดินมาใกล้ชั้น ส่วนคนที่จับชั้นไว้ก็ยังไม่ปล่อย ชั้นก็ดิ้นไปสิ ถึงจะรู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางสู้แรงเจ้าพวกบ้านี่ได้ แต่ก็ยังหวังอยู่ลึกๆว่าขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น อี๋! กลิ่นคาวเลือดหมูที่ชั้นปาใส่พวกนั้นไปนี่นา เหม็นชะมัด ถ้ารู้ว่าต้องมาทนอยู่กับกลิ่นพวกนี้แต่แรกไม่ปาหมูไปหรอก

“ดูๆไปเธอก็หุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย หึๆ” มันเริ่มทำหน้าหื่นกระหายเหมือนผู้ชายที่ขาดหญิงสาวมานานแล้วถกเสื้อชั้นขึ้นจนเกือบเห็นเสื้อใน ไม่เอานะ มันจะเป็นแบบนี้ต่อไปจริงหรอ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนะ ทำไมต้องเป็นชั้นด้วย ทำไมเรื่องนี้ต้องมาเกิดกับชั้นด้วย! คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวชั้น ชั้นได้แต่โทษพระเจ้าที่ทำให้ชั้นต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่สุดท้ายชั้นก็สวดภาวนากับพระเจ้าอยู่ดี ชั้นได้แต่ขอให้มีคนผ่านมาและช่วยชั้น

เจ้าหื่นกามนั่นคลำไปตามร่างกายชั้น แต่ชั้นก็ยังดิ้นไม่หยุด น้ำตาชั้นไหลอาบแก้ม เริ่มจะเหนื่อยกับกานดิ้นแล้วนะ ชั้นจึงคิดว่า หยุดดีกว่ามั้ยนะ? อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด อยู่นิ่งๆแล้วยอมให้มันเป็นไป ยังไงโชคชะตามันก็ถูกลิขิตไว้แล้ว..

ตึก ตึก ตึก

เสียงคนเดิน! เมื่อชั้นได้ยินเสียงคนเดินความหวังชั้นจึงกลับมาอีกครั้ง ชั้นเหลือบมองคนที่เดินผ่านมา เขาหน้าตาดีทีเดียว เขามองชั้นที่กำลังโดนรุมอย่างตกใจ แล้วเดินผ่านไป.. เขาคงจะไปหาไม้แถวนั้นสินะ ต้องใช่แน่ๆ เขาต้องไปหาไม้แน่ๆ ชั้นมองเขาจนเขาหายไปกับความมืด นี่น่ะหรอใจคน... แล้วความหวังชั้นก็ปลิวหายไปพร้อมกับบุคคลนั้น ก็อย่างที่เขาว่า ดูแค่รูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียวคงไม่ได้ หน้าตาดีซะเปล่า เฮอะ

ชั้นร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังเผื่อว่าคนพวกนี้จะรำคาญแล้วปล่อยชั้นไป แต่ไม่เลย มันยิ่งทำให้พวกเขาหงุดหงิดแล้วทำชั้นรุนแรงมากว่าเดิม คนที่กระทำชั้นอยู่สั่งให้ปล่อยแขนชั้น จากนั้นมันก็ขึงชั้นไว้

“ต้องเริ่มจากจูบก่อนสินะ” ชั้นหลับตาปี๋แล้วพยายามเบี่ยงหน้าไปทางอื่นแต่มันกลับรวบแขนชั้นไว้ด้วยมือข้างเดียวส่วนอีกข้างมาบีบหน้าชั้นไว้ไม่ให้หันหนีไปไหน

ตึก ตึก ตึก!

มีเสียงเดินอีกรอบ แต่ตอนนี้ชั้นไม่หวังอะไรแล้วล่ะ ก็คงจะเดินผ่านไปเหมือนคนเมื่อกี้

ชั้นสัมผัสได้ว่ามันกำลังค่อยๆเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ชั้น ส่วนชั้นก็ยังหลับตาปี๋เหมือนเดิม

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

ชั้นได้ยินเหมือนเสียงอะไรกระทบกัน แต่ชั้นก็ยังไม่ยอมลืมตา กลัวว่าลืมตาขึ้นมาแล้วจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชั้น แต่เอ๊ะ ทำไมชั้นรู้สึกว่าไออุ่นจากลมหายใจของตาลุงนั่นหายไปแล้วนะ? ชั้นลืมตาขึ้นพบว่าตาลุงนั่นไม่ได้อยู่คร่อมอยู่บนชั้นแล้ว แถมลงไปสลบจมกองเลือดอยู่ข้างๆชั้นด้วย

จมกองเลือด.. กรี๊ด! นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ!? ตอนนี้ทุกคนลงไปนอนกับพื้นหมดเลย ชั้นพยายามกวาดสายตาไปรอบๆเผื่อจะเห็นว่าใครเป็นคนทำพวกนี้ จนสายตาชั้นไปสะดุดกับเท้าคู่หนึ่ง จากนั้นก็ไล่ไปตามลำตัวจนถึงหน้า

นั่นมัน!

“พี่ข้าว! พี่เป็นอะไรมั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!?” เมื่อครับผมเห็นว่าชั้นมองเขาอยู่ เขาก็ทิ้งไม้ลงพื้นแล้ววิ่งมาเช็คร่างกายชั้นว่าชั้นเจ็บตรงไหน เขาปาดน้ำตาบนแก้มชั้นออกด้วยสีหน้าอ่อนโยน

“ช-ชั้นไม่เป็นอะไร แค่ข้อมือแดงนิดหน่อยน่ะ” ชั้นสัมผัสได้ว่าหน้าชั้นเริ่มแดงนิดหน่อย จึงเบี่ยงหน้าไปทางอื่น “ว่าแต่..นายมานี่ได้ไง?”
“ผม..”

“นี่ครับคุณตำรวจ พวกนี้แหละครับ จับไปให้หมดเลย!” เขายังไม่ทันตอบคำถามชั้นกลับมีตำรวจโผล่ออกมาเต็มไปหมด ผู้ชายคนที่เดินผ่านชั้นไปเมื่อกี้นี่ ที่แท้ก็ไปตามตำรวจมางั้นหรอ ขอโทษนะค้าที่ว่าไปเมื่อกี้น่ะ ชั้นหลับตาปี๋แล้วไหว้เขารัวๆ

“ทำอะไรของเธอน่ะ” เขามองมาทางชั้นอย่างงงๆ “อ้อ แล้วก็เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะที่เดินผ่านไปโดยไม่ได้เข้ามาช่วยน่ะ พอดีคิดว่าถ้าลุยคนเดียวคงไม่ไหว เลยไปตามตำรวจมาแทนน่ะ แต่สุดท้ายคนนั้นก็มาช่วยเธอนี่เนอะ แถมลุยคนเดียวด้วย ชั้นนี่เทียบไม่ติดเลยจริงๆ” เขาเกาหัวแกรกๆ

“ไม่หรอกค่ะ ยังไงก็ต้องขอบคุณด้วยนะคะที่เรียกตำรวจมาให้”

ตอนนี้ตำรวจก็กลับไปหมดแล้ว ต่อไปชั้นก็ต้องไปให้ปากคำที่โรงพัก แล้วก็ลงบันทึกประจำวัน ชั้นจึงคิดว่าจะไปขอบคุณเขาอีกรอบแต่ครับผมก็เข้ามาขัดก่อน

“ขอบคุณแต่เจ้านั่นที่พาตำรวจมา ไม่เห็นจะขอบคุณชั้นที่ช่วยชีวิตเธอบ้างเลย

“ขอบคุณนะ..” ชั้นพูดเสียงเบา ส่วนเขาก็ทำท่าจะพูดว่าไม่ได้ยินชั้นจึงขัดขึ้นมาก่อน “ว่าแต่ คุณชื่ออะไรหรอคะ?” ชั้นหันไปถามผู้ชายคนนั้น

“นี่ไม่รู้จักชั้นจริงดิ?” เขาชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ

“เอ๋? ก็จริงสิคะ” ส่วนชั้นก็ทำหน้างงตาม

“ชั้นชื่อตะวัน อยู่โรงเรียนเดียวกับเธอ แต่อยู่ม.4 ก็คือเป็นรุ่นน้องเธอนั่นแหละ” นี่เจ้าหมอนี่รู้อยู่แล้วงั้นเรอะว่าเป็นรุ่นน้อง แล้วทำไมยังปล่อยให้ชั้นพูดสุภาพด้วยอยู่ล่ะยะ ฮึ่ย!

“ห๊ะ? เดี๋ยวก่อน ตะวันคนนั้นอ่ะนะ จริงดิ!?” จู่ๆครับผมก็พูดขึ้นมาเสียงดัง อะไรของหมอนั่นกัน

“ใช่ ชั้นเอง” หมอนี่ก็เหมือนกัน พูดจบก็ยิ้มแฉ่ง ทำอย่างกับว่าจะมีออร่าโผล่มารอบหัวอย่างนั้นแหละย่ะ

“ในที่สุดก็เจอตัวจริงสักที ไว้เย็นวันไหนนายว่าง ไปเล่นด้วยกันสักเกมดิ!! เดี๋ยวชั้นจะพาเพื่อนไปด้วยอีกสองคน” เพื่อนที่ว่านั่นคงจะเป็นตะเกียงกับราชาสินะ

“เดี๋ยวๆ นายจะพาน้องชั้นไปไหน อย่าลืมสิว่าพี่สาวมันยังยืนอยู่นี่” ชั้นสะกิดไหล่ครับผม

“คนๆนี้คือ ตะวันพาใจไร้พ่ายเซียนเกมยังไงล่ะ รู้มั้ยนอกจากจะเซียนเกมแล้ว หมอนี่ยังดังมากในโรงเรียนเรา เพราะเก่งเรื่องเกมแล้วยังหล่อมาก เรียนก็ดี กีฬาก็เด่น แถมหาตัวจับยากอีกต่างหาก ภูมิใจซะที่ได้เจอหมอนี่น่ะ” ฉายานั่นมันอะไรกัน ไม่เข้ากันสักนิด แถมตาครับผมยังดูเหมือนจะดีใจมากจนหลุดคาแรกเตอร์ของตานั่นเลยแฮะ ดูมัน ชมกันเข้าไป ส่วนตาตะวันอะไรนั่นก็จมูกยาวเป็นพิน็อคคิโอแล้วลูก เหลิงซะ แล้วนี่มันหาตัวจับยากยังไง ดูยังไงก็คนธรรมดาคนหนึ่งล่ะวะ

“นายภูมิใจไปคนเดียวเถอะ เพราะชั้นไม่รู้จัก” หมอนั่นทำท่าจะขัดชั้นจึงเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิ ตอนนั้นพวกมันพูดว่ามีคนจ้างมันให้มาข่มขืนชั้น” พูดแล้วก็กระดากปากตัวเองเหมือนกันแฮะ

“มีคนจ้างงั้นหรอ” ตะวันพูดขึ้นพลางทำท่าใช้สมอง

“ชั้นว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง เราคงต้องสืบกันแล้วล่ะ!

“โอ้ส!!” นั่นไม่ใช่ชั้นนะ ตาตะวันเมื่อได้ยินครับผมพูดอย่างนั้น ก็เหมือนไปปลุกใจเขา เขาจึงกระโดดและยืดแขนขึ้น

“ถึงนายจะเป็นตะวันคนนั้นก็เถอะ แล้วนายเกี่ยวอะไร?” ครับผมเขม่นไปทางตะวัน

“เกี่ยวสิ ชั้นเป็นคนพาตำรวจมานะ” มานึกดูดีๆ พอรู้จักกันมากขึ้นลักษณะท่าทางของตะวันก็เปลี่ยนไปเหมือนกันนะ

“ไม่ต้องหรอก เราจะไม่สืบอะไรกันทั้งนั้น แค่เราไปบอกตำรวจเรื่องนี้ แล้วให้เขาไปจัดการกันเอง เรายังเป็นเด็กนักเรียนอยู่นะ นี่มันไม่ใช่หน้าที่สักหน่อย”

“ได้ไง..”

“ไม่ก็คือไม่!” ชั้นพูดจบก็เดินออกมา จู่ๆก็นึกอะไรขึ้นได้ แล้วนี่ชั้นมาทำอะไรที่นี่เนี่ย... กรี๊ด! แย่แล้วๆ ชั้นออกมาซื้อหมูให้แม่นี่นา ถ้ากลับไปมือเปล่าจะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ไม่ได้การละ ต้องกลับไปซื้อหมู! แล้วชั้นก็ตรงดิ่งไปที่ตลาดด้วยความเร็วแสง

เอ..จะว่าไป ชั้นก็เข้มแข็งเหมือนกันนะเนี่ย พึ่งผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมาแท้ๆ แต่ก็ยังไม่เป็นอะไร ไม่ได้หดหู่หรือจิตตกอะไรขนาดนั้น  หรือว่าเป็นเพราะคนที่มาช่วยคือครับผมกันนะ..?


28/03/16

*แก้* 14/04/16

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น