พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 19 : 17 - รสสัมผัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,288 ครั้ง
    29 มี.ค. 64

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

17รสสัมผัส

 


            พระสนมหลิวมองดวงหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักชิดใกล้ นัยน์ตาพลันสั่นไหว ลมหายใจผะผ่าวไม่เป็นจังหวะ สองมือต้องยกขึ้นคล้องรอบคออีกฝ่ายเพื่อประคองร่างตนเองไว้ด้วย


ยามอ้าปากจะตอบคำ กลับถูกช่วงชิงวาจาไป


            กลิ่นสุราหอมร้อนแรงซาบซ่าละลายอยู่ในโพรงปาก รสเผ็ดร้อนเจือความหวานอันไม่มีที่มาที่ไปเข้ามาด้วย หลี่ลู่จินจุมพิตละเลียด บดคลึงริมฝีปากนุ่มเข้าสนิทสนม ทั้งดูดดุนริมฝีปากบนล่าง ไม่เหลือพื้นที่เว้นว่างระหว่างกัน


            เป็นดั่งคำผู้พูด รสจูบนี้ชวนให้เมามายอย่างยิ่ง


            ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาผ่านแนวฟันขาวสะอาด ผสานเข้าพัวพันกับอีกลิ้นน้อยๆ จังหวะมิได้รุกรานรุนแรง ทว่าค่อยเป็นค่อยไป


ทุกสัมผัสคล้ายดั่งมัวเมาในม่านฝัน ทำให้ความนึกคิดทั้งปวงหายไปจากห้วงคำนึง ทั่วทั้งสรรพางค์คล้ายตกอยู่ในคิมหันต์ฤดูอย่างแท้จริง


            มิใช่ไม่เคยจูบผู้คน ทว่าไม่เคยจูบผู้ใดแล้วรู้สึกล่องลอยมอมเมาเช่นนี้


            หลิวซีหลงหลับตาลง เอียงหน้าจุมพิตตอบ  รสสุราที่ลิ้มรสยิ่งเข้มข้น  เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่าย ทั้งยังโน้มลำคอนั้นลงมา เสียงลมหายใจดังผสานเคล้ากับเสียงสอดประสานของจุมพิต


            ริมฝีปากนุ่มนวลสีแดงธรรมชาตินั้นหลอกหลอนมาก็เนิ่นนาน เมื่อได้ลิ้มลองยิ่งทำให้มัวเมาลุ่มหลง


คงเป็นเพราะฤทธิ์สุรารสเลิศและกลิ่นกฤษณาอำพันหอมเย็น ทำให้ไม่ทราบว่าเมื่อใดที่จอกสุราในมือได้ตกหล่นร่วงลงสู่พื้น ไม่ทราบว่าเมื่อใดที่ร่างทั้งสองร่างซึ่งกอดเกี่ยวพัวพันกันได้เข้าสู่ตำหนัก


และไม่ทราบว่าเมื่อใด แผ่นหลังของเขาได้กระทบกับฟูกเตียง อีกกายตามเข้ามาแนบชิด ไม่ผละให้ริมฝีปากห่างไกลกันนาน


ผิวกายดั่งตกอยู่ในทะเลเพลิง เส้นผมหลุดลุ่ยลงแนบใบหน้า รอยจูบประทับดั่งความปรารถนาอันไม่มีที่สิ้นสุด


ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวเลือนราง บุรุษผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าปล่อยให้เขาได้เงยหน้าอ้าปากหายใจครู่หนึ่งแล้วจึงก้มลงมาจุมพิตอีก ดูดดุนลิ้นอ่อนนุ่มก่อนผละออกและแตะบนเพดานปากอีกครา นิ้วเย็นประคองคลึงอยู่ข้างแก้ม


“อ่า...”


ยามลิ้นแตะถูกจุดอ่อนไหวในโพรงปาก คนข้างใต้จึงส่งเสียงในลำคอแผ่วเบา ผู้อยู่ด้านบนยิ่งพึงพอใจ ไล้เลียสัมผัสบริเวณนั้นซ้ำๆ ส่งให้เกิดเสียงครางเบาหวิว


 จนเมื่อลมหายใจใกล้ขาดห้วงอีกครั้ง มือที่วางอยู่บนไหล่กว้างจึงกำอาภรณ์แพรไหมแน่นขึ้นเป็นสัญญาณ หลี่ลู่จินผละออกอย่างเชื่องช้า เกิดเป็นเส้นสายประสานใสระหว่างลิ้น


หลิวซีหลงตาปรือหน้าแดงก่ำ น้ำใสไหลลงข้างมุมปากจากจูบที่ต่อเนื่องเนิ่นนาน


            ริมฝีปากได้รูปสวยของคนเบื้องบนยิ่งเป็นสีแดงช้ำเลื่อมวาว ดวงตาคมคู่งามดำมืด ขอบตาขึ้นสีแดงน้อยๆ เต็มไปด้วยความต้องการแห่งบุรุษ เส้นผมสีดำส่วนหนึ่งตกลงจากทรงผมที่มักรวบเก็บไว้อย่างดี


            แสงจันทร์ผ่านม่านกระดาษเข้ามากระทบร่างเกิดเป็นเงา หลี่ลู่จินเป็นบุรุษรูปงาม ยามหอบหายใจด้วยจังหวะที่ไม่ปกติแล้วดูไม่เหมือนเจ้าของดวงหน้านิ่งเฉยที่ก้าวเดินดั่งเทพเซียนต่อหน้าผู้คน


สีสันบนใบหน้าสร้างประกายแห่งชีวิตให้รูปลักษณ์ดั่งหยกสลัก ไม่น่าเชื่อว่าพอเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งห้วงตัณหาแล้วสามารถทำให้ร่างกายเขาเสียววาบขึ้นมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า


            ซีหลงกลืนน้ำลายยากลำบาก พยายามสงบใจและความร้อนที่ก่อตัวยังท้องน้อย เอื้อมมือไปสะกิดต้นขาอีกฝ่าย


“ท่านลุก... ก่อน”


เรียวคิ้วเข้มยกขึ้นข้างหนึ่ง หลี่ลู่จินไม่มีทีท่าจะผละไปไหน


“ท่านขอให้ข้าช่วยให้สร่างเมามิใช่หรือ ลุกก่อน ข้าจะไปต้มยาแก้เมาให้”


“หึ”


บุรษเบื้องหน้าหัวเราะพรืดออกมา ก่อนก้มลงกัดปลายจมูกเขา


“โอ๊ย!


“มาเป็นแพทย์หลวงอะไรยามนี้ เกี้ยวผู้อื่นมาก็มาก ยังแกล้งไม่รู้อีกหรือ”


“นี่ไง ท่านเมาเป็นหมาแล้วจริงๆ ลุกก่อน!


            “เมามากแล้ว ลุกไม่ไหว”


            “ท่าน...!


            นอกจากไม่ลุกออกจากตัวเขาแล้ว องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยังกดปลายจมูกโด่งบนแก้มนวล ก่อนจับร่างอรชรพลิกตัวตะแคงข้าง แล้วตนเองเข้ามากอดไว้เบื้องหลัง จุมพิตยังขมับ ใบหู และเลื่อนมาซุกไซร้ยังลำคอ


            ซีหลงเบิกตากว้าง พอจะเอ่ยคำประท้วงก็ถูกจับปลายคางให้หันมารับจุมพิตปิดปาก มืออีกข้างได้เลื่อนไปในอาภรณ์ไว้ทุกข์สีขาวดั่งหิมะ ปลายนิ้วลากผ่านไปตามลำคอและหน้าอกจนคนในอ้อมแขนถึงกับครางฮือด้วยความวาบหวิว         


            ภายในห้องมีน้ำแข็งตั้งไว้ แต่กลับไม่อาจคลายร้อนไปได้


ผ้าแพรไหมผิวลื่นหลุดลงเผยให้เห็นแนวกระดูกไหปลาร้าและลาดไหล่เรียบเนียน ผู้แนบชิดเบื้องหลังละริมฝีปากออกจากกันก่อนจะก้มลงจุมพิตยังหัวไหล่กลมมน


            ลมหายใจเป่ารดไปบนผิวกายเคล้ากลิ่นสุราปนเปกับกฤษณาอำพัน ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากนั้นแตะไปที่ใดก็คล้ายจะทิ้งรอยระอุดังตราเหล็กร้อนเอาไว้ ปิ่นหยกประดับศีรษะถูกดิ่งออกไป เส้นผมสีดำสยายลงมากระจายบนหมอน สายรัดเอวเองก็ถูกปลดออกไป ทำให้ชุดกระโปรงถูกคลายออก


            บัดนี้คนในอ้อมกอดไม่อาจควบคุมไม่ให้ร่างสั่นสะท้าน อารมณ์มากมายปนเปกันภายในแทบปะทุ ทั้งความหวาดกลัว ความปรารถนาร้อนเร่า ความมัวเมาหรือซาบซ่าน ใดๆ ล้วนไม่กระจ่างชัดในความคิด


            เสียงกระซิบแผ่วเบาดังล่อลวงเหมือนมารร้าย


“กลัวหรือ”


            “ผู้ใดกลัว” ซีหลงกระซิบกลับเบาไม่แพ้กัน


            “เจ้าตัวสั่น”


            “...”


            “ทว่า...”


            นิ้วเรียวยาวเลื่อนลงสอดแทรกเข้าไปในอาภรณ์ด้านล่าง


            “ก็ตื่นเต้นและปรารถนาด้วยเช่นกัน”


            คนเสียเปรียบเม้มปากกลั้นเสียงคราง นิ้วมือจิกลงบนแขนแข็งแกร่ง “เป็นเพราะสุราของท่าน ใส่สิ่งใดลงไปผู้ใดจะรู้”


            “ข้ามิได้ใส่สิ่งใดลงไป”


            มือนั้นลูบผ่านต้นขาด้านใน มิได้ปลอบประโลมดังน้ำเสียงสักนิด ซีหลงหลุดส่งเสียงครวญเบาๆ ออกมา เหงื่อแตกจากความร้อนทำให้รู้สึกไม่สบายตัว อีกทั้งยังมีความร้อนดุจไฟสุมอยู่บริเวณท้องน้อยและตรงกลางกาย


ปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่มร้อนและเสียวซ่านทุกครั้งที่สัมผัสจากนิ้วเรียวสวยนั้นผ่านไปมา อีกทั้งยังขัดใจที่มิได้แตะถูกที่เสียที


            แต่ให้จะเขาพูดหรือ ให้กัดลิ้นตายยังง่ายกว่า


            “อย่ากัดริมฝีปาก”


            องค์จักรพรรดิลูบนิ้วกลางเรียวยาวผ่านริมฝีปากที่กำลังขบเม้มกันแน่น จูบเปลือกตาปลอบเขาอีกครา โทนเสียงยั่วยวนทว่าอ่อนเบาและนุ่มนวลเช่นนี้เขาไม่เคยได้ยิน มิคาดอีกฝ่ายคงเมามายจริง


“อย่ากลัว”


          - Mini NC -


ช่วงเวลาวุ่นวายทำให้เขามิได้มีเวลาสนใจตนเองนัก ยามนี้ความสุขสมวิ่งเข้าสู่จนสับสนมึนงง ต้องใช้เวลาอีกพักหนึ่งลมหายใจจึงค่อยเริ่มกลับมาเป็นปกติ


            เบื้องหลัง หลี่ลู่จินยังคงมีเครื่องแต่งกายอยู่ครบ เม็ดเหงื่อผุดบนใบหน้า ทรงผมไม่เรียบร้อยอยู่บ้างกำลังมองฝ่ามือของตนเอง ก่อนเหลือบขึ้นมามองหน้าเขา


            ทันใดนั้นพระสนมตัวปลอมถึงได้รู้สึกตัว โลกทั้งใบสว่างชัดขึ้นในคลองจักษุ สร่างเมาในทันที


            “ท่านถอย ข้าจะไปห้องอาบน้ำ!


            โชคดีที่อีกฝ่ายยอมถอยให้ แรงพลุ่งพล่านในกายทำให้ซีหลงแทบกระโดดพุ่งทะยานไปยังห้องอาบน้ำ พอกระแทกประตูปิดเสร็จ สองเข่าสั่นสะท้านก็ทรุดลงไร้เรี่ยวแรง


แพทย์หลวงหนุ่มเบิกตาอ้าปากค้าง ยกมือขึ้นปิดหน้าตนเอง รู้ได้ว่าคงไม่มีส่วนไหนของผิวที่ไม่เป็นสีแดง คำรามเสียงสั่นเทา


            “สวรรค์!!

 



            พระสนมกำมะลอใช้เวลาอาบน้ำชำระกายอยู่นานสองนาน หรืออันที่จริงคือเหม่อลอยแช่อยู่ในอ่างน้ำเสียมากกว่า จนกระทั่งคนผู้นั้นส่งมู่หลันมาเรียก สุดท้ายจึงได้ละความพยายามจะจมตัวเองในอ่างน้ำเย็นดับความร้อนรุ่ม


            “อาภรณ์เข้านอนชุดนี้ไม่หนาไปหน่อยหรือเจ้าคะ”


            ระหว่างนำเสื้อผ้ามาให้ผลัดเปลี่ยน มู่หลันก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า ซีหลงถลึงตาใส่แม่นางตัวดีตรงหน้า สีโลหิตบนแก้มที่หายไปแล้วได้คืบคลานกลับมาบ้าง


แม้อยากจะอ้าปากตอบโต้นัก แต่จะวาจาเหมือนติดอยู่ในลำคอ ทำได้เพียงโบกมือไล่นางไปอย่างงุ่นง่านใจ


บัดซบ นี่คงรู้เห็นกันทั้งตำหนักแล้วกระมัง!


            เป็นเพราะฤทธิ์สุราเจี้ยนหนานชุนนั่นแท้ๆ เขามิน่าเห็นแก่สุรารสเลิศเลยจริงๆ!


            หลังจากแต่งกายมิดชิดเรียบร้อยดีแล้ว พระสนมตัวปลอมเดินมาหยุดชะงักอยู่หน้าประตู ภาพที่ทิ้งอีกฝ่ายออกมากลางทางยังชัดเจนในความคิด มิหนำซ้ำเขายังทิ้งให้อีกฝ่ายจัดการน้ำวิสุทธิ์และคราบเปื้อนต่างๆ ของตนเองอีกต่างหาก


            ในฐานะบุรุษ หากถูกสตรีงามหยอกเย้าแล้วทิ้งเอาไว้เช่นนั้นย่อมต้องเจ็บปวดทรมาน ทว่า... เขาไม่ใช่สตรีงาม ส่วนหลี่ลู่จินก็มิใช่บุรุษธรรมดา ดังนั้นคงไม่เป็นอะไรกระมัง?


            ไม่สิ เขามิได้เป็นฝ่ายเริ่มด้วยซ้ำ อันที่จริงก็เมากันทั้งคู่ เรื่องแค่นี้ผู้ใดคิดเล็กคิดน้อยกัน!


สั่นศีรษะไล่อารมณ์ฟุ้งซ่านทั้งหลาย สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเดินผ่านฉากกั้นไม้ฉลุลายเข้าไปในห้องนอนเพื่อเผชิญหน้าองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงอีกครั้ง


            กายสูงสง่านั้นกำลังยืนหันหลังยามเปิดฝาโถกำยานสำริดรูปดอกบัว เสี้ยวใบหน้าหล่อเหลามองสำรวจสิ่งที่เผาไหม้อยู่ภายใน กวานกับปิ่นถูกนำออกไปแล้ว เส้นผมสีดำสนิทเงางามปล่อยลงยังแผ่นหลังกว้างและอาภรณ์ชุดนอนสีขาวท่ามกลางแสงจันทร์และแสงเทียนทำให้บุรุษเบื้องหน้าดูเหมือนเทพเซียนในภาพวาด


เสียงน้ำแข็งดับร้อนแตกดังเปรี๊ยะหล่นลงบนกระถาง บรรยากาศในห้องกลับมาเรื่อยเฉื่อยสงบสุขเช่นเดิม มองไปที่นอนก็เรียบร้อยไร้ร่องรอย ฟูกนอนถูกเปลี่ยนเป็นอันใหม่ ใครจะไปคิดว่าเมื่อครู่เพิ่งเกิดเรื่องร้อนแรงอันใดขึ้น


            “อะแฮ่ม”


            ซีหลงส่งเสียงกระแอมไอเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปแล้วรักษาระยะห่างไว้ หลี่ลู่จินทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงมองควันที่ลอยเคว้งคว้างจากกำยานกลิ่นเย็นต่อไป


            ไม่ทราบเหตุใด คนที่ประหม่าอยู่แล้วยิ่งรู้สึกว้าวุ่นใจ กระแอมไอดังขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้อีก


“อะแฮ่ม!


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงหันกลับมาเชื่องช้า ปิดฝาโถกำยานลง สีหน้าและท่าทางเป็นปกติ ราวกับว่าเมื่อครู่มีเพียงเขาที่ละเมอฝันไปอยู่ผู้เดียว กระทั่งสีสันสวยงามบนผิวกายนั้นก็ได้หายไปแล้ว


“ท่าน...” ซีหลงมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หยุดจดจ้องในส่วนที่ไม่สมควรนานกว่าปกติ ก่อนจะวนกลับมาที่ดวงหน้าคมคายอีกครั้ง เอ่ยเสียงเบาอย่างที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกผิดหวังขึ้นมา “สร่างเมาแล้วหรือ”


 “เจ้าอาบน้ำเสียเนิ่นนาน เกรงว่าข้าจะสร่างเมาแล้ว”


“อ้อ งั้นหรือ ฮ่าๆๆ ดียิ่ง ดียิ่ง! ข้าเองก็สร่างแล้วเหมือนกัน วันหน้าอย่าดื่มอีกเลย เรานอนกันเถอะ”


ซีหลงหัวเราะแก้เก้อแล้วปีนขึ้นเตียง ยกมือตบที่ว่างข้างๆ ตัวเองอย่างไม่มีสตินัก องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงทอดมองมา มิได้ขยับกายสักนิด มิรู้ว่านัยน์ตาสีดำลึกล้ำมีสิ่งใดซ่อนอยู่


“ท่านยังไม่นอนก็ตามใจ ข้าง่วงแล้ว ขอบคุณสำหรับสุราดี”


ก่อนที่สถานการณ์จะชวนกระดากใจไปมากกว่านี้ แพทย์หลวงหนุ่มจึงตัดสินใจพลิกหันหน้าไปอีกทาง ทนนอนหลับตาตัวเกร็งไปครึ่งก้านธูป ฟูกข้างตัวก็ยวบลง ความอุ่นร้อนของอีกกายเข้ามาใกล้ พร้อมกับอ้อมแขนที่ดึงเอวเขาเข้าไปกอดแนบชิดไว้


“ครานี้ข้าจะจำเอาไว้”


เสียงกระซิบเบาๆ นุ่มหูดังยังริมหู ซีหลงแกล้งทำเป็นหลับเป็นไม่รู้เรื่อง แต่อย่างไรก็รู้ได้ว่าประโยคนี้แฝงจิตสังหารเอาไว้ชัดเจนจนขนคอลุกซู่

 



วันรุ่งขึ้น ร่างกายของเขามีร่องรอยแดงช้ำปรากฏอยู่เต็มไปหมดจนไม่อาจแบกหน้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮาได้ โชคดีที่คนทำเป็นผู้ออกปากว่าเขาไม่ต้องไปไว้ก่อน แต่ก็ยังน่าแค้นใจอยู่ที่เขาต้องให้มู่หลันลงแป้งปกปิดรอยทุกครั้งเมื่อต้องการออกนอกตำหนักไปหลายต่อหลายวัน


หลังจากเหตุการณ์เมาสุรา องค์ไท่ชางหวงตี้ก็แวะไปยังตำหนักอื่นๆ บ้าง แต่ก็ถือว่ามายังตำหนักของพระสนมหลิวเหม่ยเหรินมากที่สุด บางวันหลี่ลู่จินจะนำฎีกาหรือข้อราชการมานั่งพิจารณาที่ตำหนักผิงอันด้วย ซีหลงก็มีหน้าที่ฝนหมึกให้ หรือถ้าหากอีกฝ่ายนำหนังสือมาอ่าน เขาก็มีหน้าที่นั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อน


ฝีมือเล่นหมากล้อมขององค์จักรพรรดิซับซ้อนขึ้นทุกที เริ่มเฉียดใกล้จะเอาชนะเขาได้ไปหลายครา ส่วนหมากรุกก็ยังผลัดกันแพ้กันชนะเช่นเคย


ฝีมือการเล่นผีผาของแพทย์หลวงหนุ่มเองก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน เริ่มเล่นเพลงเร็วง่ายๆ ได้บ้าง จิ้นชิงถึงกับชมเปาะไม่ขาดปาก สำหรับการฝึกคัดอักษร ตัวอักษรเองก็เริ่มดูดีพอไปวัดไปวา ส่วนการวาดภาพก็ยังบิดเบี้ยวๆ เหมือนเดิม นับว่าจะอย่างไรเขาก็มิได้มีฝีมือด้านนี้สักนิด


พระสนมทั้งหลายต่างสงบเสงี่ยมเป็นปกติ กระทั่งสวีซิวเยวี่ยนพอเห็นเขาเข้าก็สะบัดหน้าหนี ส่วนจูไฉเหรินนั้นคล้ายจะหลีกเลี่ยงเขาเป็นพิเศษ ช่วงนี้พระสนมหลิวยังไว้ทุกข์ เขาจึงทำสิ่งใดไม่ได้มาก เพราะความโศกเศร้านี้จำต้องเนิ่นนานให้สมจริง


ในเจ็ดวัน องค์จักรพรรดิเสด็จมาหาพระสนมหลิวเสียสี่วัน เขากับหลี่ลู่จินจึงได้เจอหน้ากันไม่หยุดหย่อน จับผีผาสอนประชิดตัวต่อตัว บางคราอีกฝ่ายก็จับมือเขาเขียนอักษร บางครั้งก็จับมือวาดพู่กัน ทั้งยังกินอาหารร่วมกันและตกกลางคืนก็ต้องถูกนอนกอด


ดังนั้นซีหลงจึงรู้สึกคุ้นชินมากขึ้นเรื่อยๆ แม้บางสัมผัสจะทำให้สะดุ้งแต่ก็มิได้ตระหนกเหมือนตอนแรก


เรื่องน่าแปลก คือดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดขุดเรื่องเมาสุราขึ้นมาพูดอีก


ในเมื่อหลี่ลู่จินไม่รื้อฟื้น หลิวซีหลงเองก็ไม่อยากพูดถึง ระหว่างมื้อเย็นหรือมื้อดึกที่ทานร่วมกันจึงกลายเป็นบทสนทนาสัพเพเหระอื่นแทน


วันหนึ่งหลังจากกลับจากตำหนักซุนเจาอี๋ ซีหลงนึกอยากเดินเล่นริมทะเสสาบรับลมยามเย็นบ้าง จึงสั่งให้คนแบกเสลี่ยงกลับไปก่อน และเหลือผู้ติดตามเขาไว้เพียงสี่คน


ทะเลสาบไท่โจวเป็นทะเลสาบฝีมือมนุษย์ที่ตั้งอยู่ในเขตราชวังหลังแห่งต้าหลิง กินอาณาเขตกว้างขวาง ทิวทัศน์งดงาม ตำหนักที่จะได้ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบไท่โจวล้วนเป็นตำหนักสำคัญทั้งสิ้น


ยามคิมหันต์มาเยือน กิ่งหลิวโบกพัดน้อยๆ ไปตามลม ผิวน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่น ปลาหลี่(ปลาคาร์ฟ)หลากสีดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำใสสะอาดสีมรกตมองเห็นพื้นหิน ดอกบัวมากมายเบ่งบานอวดสีสันแข่งกัน เจิดจ้าบาดตา


ทัศนียภาพเช่นนี้เกรงว่าจะสวยงามจนทำให้คนเผลอลืมสิ่งต่างๆ ในชีวิตไปได้


ซีหลงเดินไปได้ครู่หนึ่งก็ต้องหยุดชะงักยามได้ยินเสียงฝีเท้าของอาชาและผู้คน จึงหลบซ่อนตัวอยู่ยังหอชมทะเลสาบ


            ขบวนราชองครักษ์จะออกตรวจตราความเรียบร้อยของวังหลังเดือนละหนึ่งครั้งตามกฎระเบียบของต้าหลิง ด้วยเพราะอย่างไรก็ยังเป็นที่พักขององค์จักรพรรดิ แม้ว่าจะต้องผ่านตำหนักเหล่าพระสนมด้วยก็ต้องรักษาความปลอดภัย หากองค์จักรพรรดิบางองค์มากรักขี้ระแวงก็มักจะเป็นผู้นำขบวนตรวจตราเอง แต่ในขบวนนี้กลับไม่เห็นเงาของหลี่ลู่จิน


อู๋หนิงเหอในชุดราชองครักษ์ฤดูร้อนสีน้ำเงินเข้มผูกด้วยสายรัดเอวสีดำดูเข็มแข็งองอาจ ดวงหน้าอ่อนเยาว์ขี้เล่นเคร่งขรึมขึ้นยามไม่มีรอยยิ้ม


“หยุดก่อน!


เสียงประกาศเป็นเสียงขันที ร่างสูงสง่ากว่าวัยดึงอาชาชั้นเลิศสีน้ำตาลแดงเอาไว้ หัวหน้าราชองครักษ์ขมวดคิ้วน้อยๆ สีหน้าไม่ปิดบังอารมณ์หงุดหงิดนักยามเหวี่ยงตัวลงจากอาชา ก่อนเข้าไปคุกเข่าทำความเคารพ


“ถวายบังคมพระราชเทวีจางซูเฟย”


“ลุกขึ้น” จางซูเฟยวันนี้ก็ยังสวยงามแข่งกับฉากทะเลสาบไม่แพ้ดอกบัวชั้นเลิศในฤดูบัว นางเอ่ยเร็วๆ ด้วยสีหน้าร้อนใจ  “ข้ามีเรื่องจะสนทนากับเจ้า ไปที่ศาลากลางน้ำเถอะ”


อู๋หนิงเหอหน้ากระตุกเล็กน้อย “ซูเฟยโปรดอภัย แต่กระหม่อมเกรงว่าจะไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ”


“เด็กยังไม่โตเต็มที่อย่างเจ้าน่ะหรือ ข้ารู้สึกไม่ต่างจากขันทีด้วยซ้ำ อีกทั้งหากใครพูดมากข้าจะตัดลิ้นเสียให้หมด”


หนิงเหอมีสีหน้าเหมือนอยากจะหยิบกระบี่มาฟันสตรีตรงหน้าสักทีสองที ทว่าซูเฟยกำลังกวาดสายตามองรอบข้างอยู่จึงมิได้สังเกตเห็น


“ซูเฟยมีสิ่งใดก็เอ่ยตรงนี้เถอะพ่ะย่ะค่ะ”


จางซูเฟยพ่นลมหายใจอย่างขัดใจ “ก็ได้ งั้นจงตอบมา ช่วงนี้พวกเจ้าถวายพระโอสถอะไรให้ฝ่าบาท”


“เป็นพระโอสถบำรุงพระวรกายพ่ะย่ะค่ะ”


“โกหก! ข้ารู้ว่ามิใช่สิ่งนั้น


หัวหน้าราชองครักษ์ไม่ตอบคำนางอีก เพียงสงบนิ่ง สตรีสูงศักดิ์หรี่ตามองเขา “เจ้าจงฟัง หัวหน้าราชองครักษ์เด็กอย่างเจ้าอาจไม่รู้ความนัก ทว่าบัดนี้ได้มี ข่าวลือ เสียหายเกี่ยวกับฝ่าบาทในวังหลัง หากไม่ทำเรื่องให้กระจ่างจะส่งผลต่อพระเกียรติได้”


“กระหม่อมทูลได้เพียงเท่านี้ หากพระสนมไม่เชื่อ เกรงว่าพระราชเทวีคงต้องทูลถามฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ”


“งั้นข้าจะไปกราบทูลฝ่าบาทว่าเจ้าพูดจาจาบจ้วงล่วงเกินข้า”


“หากพระสนมจะทูลเช่นนั้น กระหม่อมก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้”


“อู๋หนิงเหอ!” จางซูเฟยเริ่มมีโมโหขึ้น ในวังหลังนางก็นับว่าเป็นสตรีมีอำนาจที่เป็นรองเพียงไทเฮา ฮองเฮา และเฉินกุ้ยเฟย น้อยนักที่ผู้คนจะกล้าขัดใจนาง “แค่ตอบมาคำเดียวคงไม่ตายกระมัง”


“กระหม่อมได้ตอบไปแล้วพ่ะค่ะย่ะ” อู๋หนิงเหอสบตาอีกฝ่าย เอ่ยเสริม “อันที่จริง กระหม่อมมีหน้าที่เพียงถวายพระโอสถ ผู้ที่ทราบจริงๆ คืออี้เหยียนไคกั๋วกง”


พอได้ยินนามของราชหัตถเลขา ดวงหน้างามล้ำก็บึ้งตึง


“หากเจ้าจงรักภักดีจริง เจ้าก็ต้องปกป้องพระเกียรติของฝ่าบาทด้วย ในวังหลังลือกันไปว่าระหว่างออกศึกปราบกบฏ ฝ่าบาทได้ทรงประชวรเป็นโรคบางอย่าง ทำให้... ทำให้ทรงไม่มีความต้องการดั่งบุรุษผู้ทั่วไป! แล้วอย่างนี้เรื่องพระทายาทจะทำอย่างไร!?


ซีหลงลอบฟังไปก็แทบสำลักน้ำลาย


อู๋หนิงเหอมองนางอย่างเย็นชา “พระราชเทวีโปรดระวังคำพูดด้วย เชิญท่านเสด็จกลับตำหนักเถิด วันนี้กระหม่อมจะถือว่าไม่ได้ยินอะไร”


หัวหน้าราชองครักษ์มีสีหน้าท่าทางเด็ดขาด อย่างไรก็มีรัศมีข่มขวัญสตรี พระราชเทวีจางซูเฟยจ้องเขาอยู่พักหนึ่งก็ยอมรามือไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “สักวันข้าจะง้างปากพวกเจ้าให้ได้!


ขบวนหรูหราอลังการของนางลับหายไปในเงาป่าริมทะเลสาบ หัวหน้าราชองครักษ์หันมองมายังหอชมทะเลสาบ


“พระสนมหลิวมีสิ่งใดต้องการคุยกับข้าด้วยหรือไม่”


จะย่องหนีก็ไม่ทันแล้ว แพทย์หลวงหนุ่มจึงได้แต่ทอดถอนใจ เผยตัวตนแต่โดยดี


“คำนับหัวหน้าราชองครักษ์อู๋”


“ให้ท่านต้องเห็นภาพน่าอายแล้ว” ดวงหน้าสดใสขี้เล่นเปิดยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา ซีหลงอดคิดไม่ได้ว่าหัวหน้าองครักษ์ผู้นี้ช่างเป็นเด็กยักษ์โดยแท้ แม้รูปกายสูงใหญ่แต่ยังมีจิตวิญญาณเยาว์วัยเต็มเปี่ยม


“ที่จริงแล้ว ข้าเองก็มิได้ยินหรือเห็นสิ่งใดมาก...”


“เรื่องที่จางซูเฟยเอ่ย ท่านย่อมรู้ดีกว่าใครว่าจริงหรือไม่จริง” หนิงเหอหัวเราะในลำคอ ดวงตามีประกายคล้ายนกรู้ จนซีหลงอยากจะจิ้มดวงตากลมโตคู่นั้นให้บอดนัก หนิงเหอกวาดสายตามองรอบกายหนึ่งรอบ ก่อนลดเสียงลง


“แต่ฝ่าบาททรงประชวรอยู่จริงๆ แพทย์หลวงอาวุโสหยางจื้ออาจารย์ของท่าน... บัดนี้ก็ยังรักษามิได้”


“อ้อ...”


“ยินดีที่ได้สนทนากับท่าน เพราะตั้งแต่ได้อยู่กับท่าน ฝ่าบาทก็อารมณ์ดีขึ้นมากเป็นพิเศษ ข้าเองก็พลอยดีใจไปด้วย”


อู๋หนิงเหอยิ้มกว้าง ดูเหมือนสุนัขร่าเริงขนฟูตัวใหญ่ หัวหน้าองครักษ์คำนับเขาก่อนที่จะเหวี่ยงตัวขึ้นอาชาแล้วควบตะบึงออกไป


 


ตั้งแต่หลิวซีหลงเป็นแพทย์มา ไม่เคยนั่งเท้าคางจ้องหน้า ผู้ป่วยคนใดนานเพียงนี้


จนในที่สุด องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็อดรนทนไม่ไหว วางตะเกียบเงินแล้วจ้องตาเขากลับ


“มีสิ่งใด”


“ท่าน...”


“...”


“ท่านเสื่อมสมรรถภาพจริงๆ หรือ”


ค่ำคืนนั้น แพทย์หลวงหนุ่มถึงได้รู้สึกเสียใจกับคำพูดของตนเองเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มปลอมเป็นพระสนม หลี่ลู่จินจับเขาอุ้มพาดบ่าแล้วเหวี่ยงลงเตียง ก่อนที่จะกดกอดฟัดอยู่ทั้งคืน จุมพิตไปทั่วผิวกายจนแทบไม่มีที่ไม่เว้นแม้แต่ที่สงวน ทำให้เขาปลอดปล่อยความต้องการถึงสามรอบ มิหนำซ้ำยังเพิ่มเติมรอยกัดบนผิวเนื้อและรอยแตกบนริมฝีปากเขาไปด้วย


แม้พวกเขามิได้ร่วมอภิรมย์ ทว่าตอนนี้ตัวเขากลับต้องเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่ายที่สวมอาภรณ์ครบถ้วน ชวนให้รู้สึกว่าเป็นการลงโทษทบต้นทบดอกยิ่งนัก


ถึงปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีเสียวซ่านอย่างไม่เคยเป็น แต่ก็แฝงไปด้วยความทรมานและความอับอายเช่นกัน


“หากยังเป็นแพทย์หลวง เจ้าก็สมควรโดนไล่ออก”


หลี่ลู่จินกระซิบยามขบกัดติ่งหูของเขา ซีหลงครางอย่างอ่อนแรง “ให้ข้าวินิจฉัย... อื้อ... ใหม่!


“ว่ามา”


“รสสัมผัส”


ริมฝีปากที่วนอยู่กับซอกคอหยุดชะงัก ซีหลงเอ่ยเสียงแหบเครือ ช้อนตาที่แดงก่ำเพราะหลั่งน้ำตาของตนมองโครงหน้าสลักเสลา


“ท่านมีปัญหาที่รสสัมผัสใช่หรือไม่”

 

 


***

กินหมอก็หายแล้วมั้งพี่คะ ไม่ต้องรักษาแง้ว555555

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ คอมเม้นต์คือยาชูกำลังจริงๆ ฮืออ ในวันที่เหนื่อยก็ยังอยากอัพ ;-;

ปล. เพิ่งเห็นว่าโดนแบน 55555555555 วิธีแก้ของเสี่ยวอ้ายคือลบออกค่ะ พบกันที่ ReadAwrite แล้วกันนะตัวเธอ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.288K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6364 Takgy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 23:21
    มาไม่ทัน บอกบุญทีค่ะ ;-;
    #6,364
    0
  2. #6338 예뻐요 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 07:16
    อ๊ากกกกกกกกกกมาไม่ทัน มุแงงงงงงงงงงงงง
    #6,338
    0
  3. #6179 blueeyes111 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:40
    ฝ่าบาทแลง แลงมาก [€*#¥=:7¥<
    #6,179
    0
  4. #5951 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 07:05
    น้ำทาวมปากชั้นแล้ว แบบ อ่ยยย ไม่รู้จะพิมพ์อะไรดี
    #5,951
    0
  5. #5769 noro1noro2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 15:34
    มันเป็นอุ๋ยๆๆๆ ฮื้อออออ เขาลุกแรงมากเลยยยยยย อ่านตอนนี้ละข้อเลือดเพิ่ม10ถุงงงงง
    #5,769
    0
  6. #5767 Secr3t-Key (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:12
    ขี้โกงมาก ชุดตัวเองอยู่ดีทักประการแต่ยัยน้อยชั้นเปลือย แรงลุกก็ไม่มี
    #5,767
    0
  7. #5545 GalaxyStyle (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:33
    น้องชั้นเปลืองตัวมาก อะไรคือองค์จักรพรรดิไม่ถอดอะไรเลย แต่น้องโป๊แน้ว! ฮื่ออออออ มั่นยอมมมม
    #5,545
    0
  8. #5515 _1221_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 16:42
    เขินมากก คือแบ่บฝ่าบาทลวนลามน้องตลอดดดด จริงอย่างที่คุณไรท์ว่าค่ะ กินหมอก็หายแล้ว ยาไม่ต้อง55555
    #5,515
    0
  9. #5326 Marshmalowdii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:02

    เขินม้วนนน

    #5,326
    0
  10. #5273 kittenO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 15:43
    โอยยยยย -//////////-
    #5,273
    0
  11. #5133 Ppttyc_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 14:53
    กะคือตายตั้งแต่ต้นตอนยันท้ายตอน ฮื่อแม่!!!!ฝ่าบาทช่างร้ายกาจนัก
    #5,133
    0
  12. #5059 kiki3k (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:58
    หนิงเหอหนูลูกก
    #5,059
    0
  13. #4911 บี.เหลือง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 01:24
    งืออออออ มันเป็นเขินนน
    #4,911
    0
  14. #4901 ZicoXo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 19:29
    ฮื่ออออออออออ
    #4,901
    0
  15. #4766 Harbor (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 11:09
    คนอื่นป่วยกินยา คนนี้ป่วยกินหมอ เอ้อออ หายเร็วนะจ๊ะ
    #4,766
    0
  16. #4755 Manao' MM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 07:04
    มันดีจริงๆ -///-
    #4,755
    0
  17. #4535 Bim (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 17:07

    อ่านไปเขิลไป อ๊าคคค

    #4,535
    0
  18. #4283 taemynnn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 02:09
    ความต้องการไม่ได้มีกับสตรีแต่ยังพอมีกับบุรุษ'แพทย์'นะคะ 555555
    #4,283
    0
  19. #4252 tongtong16 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 20:52
    พ่อว่าหนูต้องรู้สึกยังไงหรอคะ ให้หนูร้องไห้เลยมั้ย พ่อต้องกินยาค่ะไม่ใช่กินหมอ!!!
    #4,252
    1
    • #4252-1 taemynnn(จากตอนที่ 19)
      16 เมษายน 2563 / 02:08
      ลู่จินอาจถือคติ กินยามันหายช้า กินหมอสิดีกว่า จะได้ไปวินิจฉัยด้วยเลย 55555
      #4252-1
  20. #3763 Superpoom (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:38
    ป่วยก็กินยาไม่ใช่กินหมอเด้อ
    #3,763
    0
  21. #3684 Earn0624 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 12:31
    ป่วยก็กินยา ไม่ใช่กินหมอ555555555
    #3,684
    0
  22. #3608 น้ำแข็ง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 00:40
    อะเฮื้อออ
    #3,608
    0
  23. #3558 justjeen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 11:40
    เป็นไรท์เตอร์ที่แซวพระเอกเก่งมากนะเสี่ยวอ้าย555555555555555555555
    #3,558
    0
  24. #3555 ฟองฟู่ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 10:13
    อ่านตอนนี้แล้วดิชั้นร้องเหมียนหมาไปกี่รอบแล้วคะ แง เกินไป เกินไป๊ น้องหมอจะรักษาเต้ด้วยวิธีไหนดีคะ หุหุ
    #3,555
    0
  25. #3391 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:09
    เขินไม่ไหวแล้ววววว แม่เขาฟัดกันนัวมากกก
    #3,391
    0