พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 20 : 18 - เงาอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,452 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

18 เงาอดีต

 


            เสียงกรีดร้องทรมานบาดโสตดังสะท้านไปทั่วห้องปิดทึบ มีก็แต่แสงจันทร์สลัวลางสาดฉายลงมาผ่านหน้าต่างบานน้อยสูงติดเพดาน


            รองเท้าหนังสัตว์สีดำหุ้มข้อก้าวเข้าไปในห้อง กลิ่นอาจมผสมกับเนื้อหนังและโลหิตเหม็นคละคลุ้งเกินทานทนปะทะจมูก กระนั้นราชองครักษ์หนุ่มอู๋หนิงเหอกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่นิดเดียว


            อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สักเท้าแขน เท้าคางพลางมองร่างนักโทษผู้ถูกยึดร่างติดกับเสา นักโทษดิ้นรนกรีดร้องทุกครายามถูกเฉือนเนื้อออกไปทีละชิ้น วิธีนี้เป็นหนึ่งในทัณฑ์ทรมานที่เรียกว่า แล่เนื้อเถือหนัง ใช้การเฉือนแปดขั้นตอน เริ่มจากหน้าอก กล้ามเนื้อแขนส่วนบน ต้นขา ท่อนแขน ข้อศอก น่อง เข่า และสุดท้ายคือตัดหัว


            ทั้งหมดจำต้องเฉือนให้ได้เกินหนึ่งพันครั้ง มิฉะนั้นผู้รับโทษจะเป็นตัวเพชฌฆาตเอง


            “เพิ่งเริ่ม”


            อวิ๋นอ๋องพยักเพยิดไปเบื้องหน้า ส่งยิ้มบางๆ ให้ หนิงเหอทอดสายตามองร่างที่ดิ้นเร่าอย่างเฉยชา ระหว่างนี้ยังมีการสาดน้ำเกลือเป็นพักๆ มิให้หมดสติไปได้โดยง่าย


            “ดูท่าจะยอมตายมากกว่าสารภาพกระมัง?”


            “เป็นเช่นนั้น”


            “ก็สมกับเป็นคนของ อสุระเร้นเงา ที่ตระกูลเฉินฝึกมาใช้งาน อันที่จริงข้าไม่คิดว่าท่านจะชอบดูคนถูกทรมานด้วย”


            อวิ๋นอ๋องโคลงศีรษะ “ผิดแล้ว ข้าเพียงเป็นผู้รับผิดชอบต่องานก็เท่านั้นเอง”


            อู๋หนิงเหอกลอกตา “อ้อ เช่นนั้นก็ดี สมกับที่ฝ่าบาทไว้ใจท่าน พวกเขามิใช่คนที่ลอบทำร้ายขบวนของพระสนมหลิวใช่หรือไม่”


            “เกรงว่าจะไม่ใช่ คนผู้นี้ลอบติดตามข้าอยู่นาน มิได้จับได้จากสืบเสาะร่องรอยใดๆ”


            “สิ่งใดก็ไม่หลุดจากปากเขาหรือ”


“ไม่มี”


อู๋หนิงเหอพยักหน้า อวิ๋นอ๋องยกมือขึ้น “หยุดมีดก่อน”


ร่างสูงในอาภรณ์สีเทายกมือขึ้นไพล่หลังก่อนก้าวเข้าไปหาคนผู้นั้น ยกมือขึ้นจับคางที่เต็มไปด้วยหนวดเครา นัยน์ตาเรียวรีจ้องเข้าไปในดวงตาตรงหน้า ราวกับจะเจาะลึกเข้าไปถึงวิญญาณ


“ได้ยินว่าทัณฑ์แล่เนื้อเถือหนังนี้สามารถเฉือนได้มากกว่าสามพันกว่าครั้ง จากนั้นคนผู้นั้นจะยังมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็นไปได้มากกว่าสามวัน ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามิได้ฝึกมาให้ใจเสาะ ทว่า ในยามที่นายพวกเจ้านอนหลับ ผู้ใดต้องถูกข้าเฉือนเนื้อทีละชิ้น ในยามที่นายพวกเจ้าอิ่มหนำ ผู้ใดต้องกลืนอาจมตนเองทุกวัน ในเมื่อนายของพวกเจ้าเห็นเจ้าเป็นเพียงฝุ่นธุลี คุ้มแล้วหรือที่จะแลกมาซึ่งความเจ็บปวดมากมายเพียงนี้?”


คนผู้นั้นเม้มริมฝีปากสั่นแน่น หลับตาไม่มอง เกรงว่าถ้อยคำและน้ำเสียงของอวิ๋นอ๋องจะทรงพลังยิ่งกว่าคมมีด


“อสุระเร้นเงาถูกฝึกให้ไร้ใจ ไร้เจ็บปวด ทว่าคมมีดและเพชฌฆาตของข้าก็มีไว้เพื่อจัดการกับผู้ที่ไม่รู้จักควรเจ็บปวดเช่นกัน ข้ารู้วิธีที่จะกระตุ้นความเจ็บปวดของผู้คนให้มากที่สุด วันนี้เป็นร่างกาย วันหน้าคือจิตใจ”


            อวิ๋นอ๋องยิ้มยวนใจ


            “อย่างไรก็ดี ข้านับถือในความซื่อสัตย์อดทนของเจ้า แต่คนที่สูงค่าเช่นเจ้าสมควรแล้วหรือจะเป็นเพียงหมากให้ผู้คนที่ไม่รู้ค่า เจ้าลองตรองดูดีๆ ตั้งแต่แรกเริ่มฝึกฝนเป็นอสุระ ก็มิได้เริ่มมากจากการซื้อใจสักนิด เป็นเพียงการฝึกคนด้วยความเจ็บปวดดั่งวัวควาย มีสิ่งใดให้น่าภักดีกัน ข้าเป็นผู้ให้โอกาสเจ้าทั้งที่เป็นศัตรู จะไม่คว้าเอาไว้หรือ”


            กล่าวจบ ก็หันไปสั่งกับบุรุษในอาภรณ์ชุดดำที่ยืนดูอยู่ด้วย


“ปลดเชือก พาเขาไปรักษาบาดแผลให้ดีและนำไปพำนักในเรือนไผ่หยกก่อน”


            เรือนไผ่หยกเป็นที่กักกันนักโทษ ทว่าสภาพดีกว่าที่นี่มากนักจนแทบจะเป็นเรือนพักผ่อนธรรมดา นอกจากมีคนเฝ้ามิให้ออกนอกบริเวณแล้ว ก็มิมีส่วนไหนเหมือนคุก อาหาร เสื้อผ้า หรือสิ่งต่างๆ ล้วนมีครบครัน


วิธีผลักลงนรกแล้วดึงขึ้นสวรรค์ของอวิ๋นอ๋องออกจะชวนให้อู๋หนิงเหอคลื่นเหียนอยู่ไม่น้อย กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่มักจะได้ผล อีกไม่เกินเจ็ดวันผู้คนก็มักจะสารภาพ แสดงให้เห็นว่าวาจาของจิ้งจอกมากเล่ห์ผู้นี้อันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด


พวกเขาเดินออกจากห้องลงทัณฑ์แล้วสนทนาถึงสถาการณ์ในต้าหลิง ระหว่างนี้อวิ๋นอ๋องมิได้อยู่เฉย ทว่ายังคงทำลายขั้วอำนาจขุนนางเก่าอยู่ตลอด ทั้งอาศัยวิธีบังคับขู่เข็ญ ผูกมิตรเจรจา หรือกระทั่งลงมือจู่โจมสังหาร


แม้หัวหน้าราชองครักษ์จะไม่พอใจนัก ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงผู้นี้เปรียบเสมือนทั้งมือขวาและเงาขององค์ไท่ชางหวงตี้ ทั้งยังไม่ลังเลในการกระทำการใดๆ ทั้งสิ้นหลังจากได้รับคำสั่ง ภายใต้รอยยิ้มนับว่าหัวใจช่างด้านชาโดยแท้จริง


“อาการประชวรของฝ่าบาทเป็นอย่างไร”


“ดีขึ้นมาก อีกไม่นานคงมีข่าวดี”


“ทรงประชวรมายาวนานจนคิดว่าจะหมดหวังเสียแล้ว”


“ครั้งนี้ต้องหายดีแน่”


อวิ๋นอ๋องยกยิ้ม “ใกล้หายดีเช่นนี้ คงเพราะมีพระโอสถดีกระมัง”


หัวหน้าราชองครักษ์หัวเราะในลำคอ เหลือบมองคู่สนทนาแล้วเอ่ยช้าๆ


“พระสนมหลิว...”


อวิ๋นอ๋องเลิกคิ้ว “หืม”


“ไม่มีอะไร” หัวหน้าราชองครักษ์มุ่นหัวคิ้ว ก่อนที่จะคำนับอำลาตามมารยาท อวิ๋นอ๋องประสานมือ เอ่ยกลับ


“ฝากถวายพระพรให้ฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญทุกคืนวันและขอให้ทรงหายจากอาการประชวรโดยเร็ว”


“ฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญทุกคืนอยู่แล้ว” หนิงเหอพลั้งปากอย่างเสียมิได้ รู้ตัวแล้วจึงเอ่ยอีกทีก็ตบปากตัวเอง กระแอมไอแล้วว่า “ข้าจะกราบทูลตามนั้น!


ชายอาภรณ์ฤดูร้อนของหัวหน้าองครักษ์สะบัดพลิ้วห่างออกไป ผู้ครองแคว้นอวิ๋นจึงหมุนตัวไปอีกทาง จวนอ๋องแห่งนี้ถือเป็นจวนรับรองที่อยู่นอกประตูเมืองหลวงต้าหลางไปไม่ไกล ฤดูร้อนแล้วก็ยังปลอดโปร่งเพราะอยู่ข้างทะเลสาบธรรมชาติ


โคมกระเบื้องนำทางไปในยามราตรี อวิ๋นอ๋องชำระร่างกายเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วก็เดินผ่านระเบียงยาวลงไปยังห้องใต้ดินซึ่งใช้หมักสุรา ก่อนผ่านกลไกประตูลับเข้าไป


กำยานกลิ่นหอมเย็นทำให้อากาศผ่านในห้องเบาบางลง เชิงเทียนทำจากทองคำหรูหรา น้ำแข็งแกะสลักเป็นทั้งต้นเหมยและวิหคสวยงามวางตั้งในถาดทอง ในห้องยังมีดอกไม้ประดับในแจกันลายคราม ชั้นหนังสือ กระดานหมาก ผีผา เข็มและด้าย รวมถึงกระดาษและพู่กัน


อวิ๋นอ๋องทอดสายตามองร่างที่ขดตัวหลับอยู่บนเตียง เดินเข้าไปใกล้โดยไร้เสียง


นั่งลงแล้วทัดปอยผมนางไปยังหลังใบหูแผ่วเบา เหลือบมองยาที่ถูกทิ้งจนชืดแล้วก็ถอนใจ เรียกบ่าวรับใช้เข้ามา เอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ “เหยาหรงไปไหน เหตุใดจึงไม่มาดูแลนาง”


“ทูลท่านอ๋อง เมื่อครู่คุณชายพยายามบอกพระสนมให้ดื่มยา จึงได้มีปากเสียงกันพ่ะย่ะค่ะ บัดนี้อารมณ์เสียจึงออกจากห้องไปแล้ว”


อวิ๋นอ๋องใช้นิ้วเขี่ยปลายผมนางเล่น ยิ้มอ่อนใจแล้วส่ายหน้า ดวงตายังจับจ้องอยู่ยังดวงหน้าไร้การประทินโฉมใด “ไปต้มยามาใหม่”


บ่าวรับใช้ก้าวไปได้สองก้าว อวิ๋นอ๋องจึงเอ่ยขึ้นอีก


“เดี๋ยว”


“พ่ะย่ะค่ะ”


“ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกนางว่าพระสนม”


บ่าวผู้นั้นดูท่าทางสับสนงุนงง เมื่อประสานสายตาผู้เป็นนายถึงได้สะดุ้งโหยง รีบผงกศีรษะรับคำ


“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง!


บ่าวรับใช้รีบนำยาถ้วยเก่าออกไป อวิ๋นอ๋องมองดวงหน้าหวานที่บัดนี้ดูซูบซีดอิดโรยลงไปไม่น้อย


เคยบอกนางว่าคงไม่ว่างมาหา ไหนเลยเขาจะทำให้ตนเองว่างโดยการย้ายนางมาอยู่ยังจวนตนเอง แม้จะรู้ว่าสุ่มเสี่ยงเพียงใดก็ตาม


ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สายตาของตนไปหยุดอยู่ยังร่างนางอยู่นานสองนาน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขามักคิดถึงนางอยู่เสมอ คิดถึงครั้งแรกที่มือน้อยๆ ของนางทาเจียงฮวงให้กับร่างที่เต็มไปด้วยผื่นลมพิษของเขาและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนเช่นเขามีความสงสารอย่างจริงใจกับผู้อื่น


สตรีตรงหน้าเปราะบางเหมือนดอกเหมยที่ไม่รู้ว่าจะพ้นฤดูหนาวไปได้หรือไม่ จ้องมองอยู่นานสองนาน เมื่อหลิวเหมยอิงยังไม่ตื่นจากนิทรา รู้ตัวอีกทีก็ก้มลงไปแตะริมฝีปากขยับหน้าผากมน

 

 


-30%-


 

            รถม้าใหญ่กำลังเคลื่อนไปในยามราตรี โคมกระจกสีลวดลายนกกระเรียนมงกุฎแดงอันถือว่ามีเกียรติสูงสุดในบรรดาขุนนางบุ๋นแกว่งไกวไปตามแรง ภายในรถม้ากว้าง อี้เหยียนไคกั๋วกงนั่งหลังตรง ทั้งไหล่หลังล้วนปวดร้าวจากการก้มอ่านข้อมูลต่างๆ เป็นเวลานาน


            องค์ไท่ชางหวงตี้ทรงเริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนวังหลังแล้ว การปลดพระสนมทำให้มีขุนนางจำนวนมากที่ไม่พอใจตามที่คาด ดังนั้นหน้าที่ของเขาก็คือการปล่อยข่าวยั่วยุ ว่าฝ่าบาทเพียงต้องทำตามหน้าที่เพราะเงินในพระคลังไม่เพียงพอ ไม่อาจตัดพระทัยปลดขุนนางได้จึงเลือกปลดพระสนมแทน ส่วนผู้ที่คัดเลือกสนมออกที่แท้จริงนั้นคือฮองเฮาและสามพระชายา


            เอ้อร์หนาฮองเฮาเองคงรู้ความตั้งใจนี้ จึงเอ่ยว่าให้สามพระชายามาช่วยกันตัดสิน นี่จึงเป็นเรื่องที่เหล่าสตรีสูงศักดิ์ต้องคิดให้รอบคอบ มิใช่คิดรังเกียจผู้ใดถึงจะปลดก็ปลดโดยง่าย นับเป็นแผนการสร้างความสั่นคลอนให้กับขั้วขุนนางเก่าทั้งหลาย ท่ามกลางความเคลือบแคลงใจที่เพิ่มขึ้นมาอยู่แล้วตั้งแต่องค์จักรพรรดิกลับมา


            หกปีอยู่สุขสบายคอยเกาะกินภาษีประชาชน แต่เพียงไม่กี่เดือน การเมืองของต้าหลิงก็ร้อนยิ่งกว่าอากาศเสียแล้ว


            เวลานี้ ความโปรดปรานของฝ่าบาทไปอยู่ยังหลิวเหม่ยเหริน จางซูเฟย สวีซิวเยวี่ยนและจูไฉเหริน ตระกูลหลิวและตระกูลจูเป็นตระกูลพ่อค้าวาณิช ขุนนางบางคนถือว่าไม่น่ามีพิษมีภัยเพราะนับว่าต่ำศักดิ์และคงไม่อาจมีบทบาทในราชสำนักต้าหลิงได้มาก ต่อให้แต่งตั้งได้ก็เป็นเพียงตำแหน่งเฟยอย่างดีที่สุด


ในขณะที่จางซูเฟยคือไม้เด็ดที่ยกขึ้นคานอำนาจกับตระกูลเฉิน


            อัครมหาเสนาบดีเฉิน บิดาของเฉินกุ้ยเฟยครองอำนาจเป็นหัวหน้าคณะขุนนางมานาน ทั้งเหี้ยมโหด โลภมาก เจ้าแผนการและขี้ระแวงอย่างยิ่ง คนผู้นี้ไม่ปล่อยให้มีเส้นหนามอยู่ใกล้ตัวนานเกินไป ซึ่งนิสัยนี้เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย พวกเขาจะใช้นิสัยนี้นี่เองในการดำเนินแผนการ


            ตำแหน่งรองลงมาจากอัครมหาเสนาบดีทว่ามีศักดิ์เป็นขุนนางขั้นหนึ่งเท่ากัน คือ เสนาบดีประจำสำนักราชเลขานุการและเสนาบดีสำนักตรวจราชการ


            อี้เหยียนไคกั๋วกงดำรงตำแหน่งแรกมานาน ยอมสยบลดเกียรติมาก็หลายครั้งหลายครา เพียงเพื่อยังดำรงตำแหน่งนี้เอาไว้ได้ รอวันที่ไท่ชางหวงตี้จะปราบกบฏเสร็จสิ้น คิดหวนไปแล้วก็ได้แต่กำหมัดแน่นขึ้น ดวงตาหรี่ลง


แน่นอนว่าทุกสิ่งที่โดนกระทำเขาจำฝังใจทั้งหมด หากขั้วอำนาจเปลี่ยนมือแล้ว เขาเชื่อว่าฝ่าบาทต้องมอบความยุติธรรมให้


ส่วนขุนนางขั้นที่หนึ่งอีกตำแหน่งเป็นของอดีตอาจารย์ผู้สั่งสอนองค์ชายทั้งหลายในรัชสมัยก่อนแห่งตระกูลกั่ว ซึ่งตามหลักก็ถือว่าเป็นอาจารย์ของไท่ชางหวงตี้ด้วย


            ระหว่างเวลาที่ออกจากราชวังต้าหลิงไป อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงได้ส่งคนไปค้นหาบัญชีฟอกเงินจำนวนมหาศาลของเสนาบดีกั่วมาได้ ดังนั้นจึงมีเสียงเล่าลือหนาหู ว่าไม่นานคงหลุดพ้นตำแหน่ง


ส่วนผู้ที่จะมาแทนที่ มีสมญาว่าเป็นมือขวาอัครมหาเสนาบดีเฉิน บิดาของจางซูเฟยนั่นเอง


            เสือหลายตัวอยู่ถ้ำเดียวกันมาโดยตลอด บัดนี้ต้องมาแย่งชิ้นเนื้อเดียวกัน มิหนำซ้ำองค์จักรพรรดิยังติดปีกให้เสือที่เป็นลูกฝูงมาตลอด หากจางซูเฟยหลงระเริงในความโปรดปรานจนกล้างัดข้อกับเฉินกุ้ยเฟย เมื่อนั้นจะยิ่งกระตุ้นความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นไปอีก ไม่เพียงลูกสาว คนเป็นพ่อเองก็มิใช่จะไม่โลภโมโทสันเทียบเคียงเจ้าตระกูลเฉิน


            และเมื่อขั้วอำนาจเก่าแตกหักสั่นคลอน ผู้กุมอำนาจที่แท้จริงคงจะยอมเผยโฉมออกมา ไม่อาจทนนั่งถือศีลอ่านคัมภีร์พระธรรมได้อีก เมื่อนั้นพวกเขาถึงจะลงมือเผด็จศึกอย่างแท้จริง


            อี้เหยียนไคกั๋วกงเหยียดยิ้ม ต่อมาเมื่อคิดสิ่งใดได้รอยยิ้มก็จางลง


            นึกถึงจางซูเฟย เขากลับได้ยินข่าวลือไม่น่าฟังและกระแสความไม่พึงพอใจของนาง ไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงคิดเห็นสิ่งใด จึงทำให้จางซูเฟยน้อยอกน้อยใจในเวลานี้ได้


            ที่เขาส่งสุราชั้นเลิศไปให้ ก็หมายความโดยอ้อมว่าให้พระราชทานให้นาง ที่ไหนได้กลับพระราชทานให้นางไปดื่มตามลำพัง ส่วนตนเองไปดื่มกับ...


            “หลิวซีหลงผู้นั้นมีดีอะไรนัก” ได้แต่พึมพำแผ่วเบา แพทย์หลวงที่พยศเป็นแมวป่านั่นแต่เดิมก็มิได้อยู่ในแผนการสักนิด เขายังเคยคิดว่าจะถูกจัดการไปอย่างเงียบๆ ตั้งแต่คืนข้ามปี


            ทว่าถึงจะมีความคิดเห็นขัดแย้งและไม่เข้าใจองค์เหนือหัว อี้เหยียนไคกั๋วกงผู้นี้ก็สาบานไว้แล้วด้วยชีวิตว่าจะจงรักภักดีจนถึงยามสิ้นลมหายใจ เพียงแต่ก็มีหลายครา ที่เขานึกเดาความคิดมังกรผู้นี้ไม่ออกจริงๆ


            “อ้ายพวกคนชั่ว!! ออกมาเดี๋ยวนี้ ฮึก ข้าจะตีพวกเจ้า... เอาซีหลงคืนมา เอาสหายข้าคืนมา!!


            เสียงตะโกนเมามายเจือสะอื้นผสานกับเสียงทุบประตูดังมา น่าสังเวชมากกว่าให้ความรู้สึกถูกคุกคาม


            อี้เหยียนไคกั๋วกงหลุดจากภวังค์ความคิด บอกให้คนขับรถหยุดก่อนแล้วเปิดหน้าต่างออกดู


            หน้าจวนอัครเสนาบดีตระกูลเฉินที่บัดนี้ก็ยังกว้างใหญ่หรูหรา มีร่างสูงแต่ผอมร่างหนึ่งกำลังทุบประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย ในมือถือขวดสุราเอาไว้ น้ำหูน้ำตานองดวงหน้าแดงก่ำ


ตระกูลเฉินบัดนี้ก็ยังถือว่ามีอำนาจสูงส่ง ถึงจะสร้างความคั่งแค้นไว้ให้ผู้คนมากมาย ทว่าคนที่กล้าถึงเพียงนี้หากไม่โง่ก็บ้า


ขุนนางหนุ่มเอียงหน้ามองอีกฝ่ายสักพัก ก่อนจะส่งเสียงอ้อเบาๆ กับตนเอง แล้วเปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอให้มีผู้วางบันได


ทหารอารักษ์ร่างยักษ์สองคนเปิดประตูผางออกมา ทำให้ร่างที่เมาอาละวาดนั้นกระเด็นหงายหลังลงกับพื้น


“ไอ้บัดซบที่ไหนกล้ามาลบหลู่ท่านอัครเสนาบดีดึกๆ ดื่นๆ! เจ้าไม่ตายดีแน่ไอ้คนชั้นต่ำ!!


            “เดี๋ยว”


            อี้เหยียนไคกั๋วกงสาวเท้าเข้าไป ก่อนชูป้ายทองคำประจำตัว ทหารร่างยักษ์มองแล้วก็ต้องล่าถอยไป ยกมือคารวะแม้ยังมีสีหน้าฮึดฮัดอยู่ ท่าทางไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปโดยง่าย “คำนับใต้เท้าอี้เหยียน มิทราบเรื่องเป็นมาอย่างไร!


            “มีเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ถือสา”


            “ไม่ถือสาไม่ได้ กล้ามาลบหลู่ถึงหน้าตระกูลเฉิน อย่างไรต้องเตรียมตัวถูกถลกหนังตัดหัวไว้แล้ว”


            “ก็มาสิวะ ข้ากลั- อุ๊บ!!” คนหน้าแดงเรอแล้วตะโกนขึ้นมาอีก อี้เหยียนไคกั๋วกงส่งสายตา บรรดาผู้รับใช้ที่ติดตามราชหัตถเลขาก็เข้าดึงตัวและปิดปากร่างที่รนหาที่ตายเอาไว้


“หวังว่านี่จะเป็นค่าสุราเล็กๆ น้อยๆ”


            ขุนนางหนุ่มตัดบทด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล ขัดกับบุคลิกเคร่งขรึมยามปกติ ทหารทั้งสองดูงุนงงไปครู่หนึ่ง แต่ก็รับถุงเงินหนักอึ้งสองถุงไป ท่าทีอ่อนลงยามเก็บเข้าในเสื้อ


“ก็ได้! เห็นว่าเป็นถึงท่านเสนาบดีประจำสำนักราชเลขานุการ มิเช่นนั้นเรื่องคบไม่จบง่ายๆ ทว่าหากมีเรื่องเช่นนี้อีกพวกข้าคงต้องจัดการอย่างที่สุด”


“ขอบคุณ”


อี้เหยียนเฟิงยิ้มบางๆ พอประตูจวนปิดแล้ว รอยยิ้มจึงหายวับไปฉับพลัน พยักเพยิดเป็นเชิงว่าให้แบกร่างที่บัดนี้สงบไสลไม่ได้สติไปแล้วขึ้นรถไปด้วย


เมื่อกลับสู่จวน ก็สั่งให้คนแบกไปแล้วจับมัดไว้ยังเก้าอี้ที่ลานหลังสวน


ฉ่า!


น้ำเย็นจัดถูกสาดเข้าใส่ คนที่นอนเมาคอพับสะดุ้งตกใจ “ฮ่า!?


“เพื่อนเจ้าตาย เจ้าก็เลยอยากตายด้วยใช่หรือไม่ แพทย์หลวงขั้นต้นเจิงอี”


แพทย์หลวงหนุ่มตาเบิกค้าง เงยหน้าขึ้นมากลับเจอบุรุษหล่อเหลาเคร่งขรึมดุดัน ไฝใต้ตาซ้ายโดดเด่นบนผิวหน้า อาภรณ์สีดำสนิทอาบไล้แสงจันทร์คล้ายดั่งยมทูตที่จะมาเอาวิญญาณ พลันสติก็กลับเข้าร่างทันที


“ท่าน... ท่าน...” ร่างกายเปียกโชก มิหนำซ้ำเขายังถูกมัดอยู่ด้วย!


เจิงอีเดิมก็ไม่ใช่คนกล้าหาญบ้าบิ่นอะไรอยู่แล้ว เพียงเพราะความเสียใจที่เสียสหายที่สนิทสนมที่สุด รอมานานการสืบสวนอะไรก็ไม่คืบหน้า มิหนำซ้ำพระสนมก็ไม่ยอมให้เข้าเฝ้า มีเพียงของดูต่างหน้าของซีหลง ทั้งหมดนี้บวกกับฤทธิ์สุรามากมาย


สุดท้ายเขาจึงสติหลุด ตัดสินใจไปจะเอาเป็นเอาตายกับคนตระกูลเฉินให้จงได้


ที่ไหนได้... ไหนเลยจะมาถูกมัดอยู่หน้าเสนาบดีสำนักราชเลขา ที่แม้แต่เด็กกำลังร้องไห้ยังต้องหยุดร้อง!


ปั่ก!


“อ๊าก!


อี้เหยียนไคกั๋วกงยกฝ่าเท้าวางบนเก้าอี้ตรงกลางระหว่างร่างที่ถูกมัดอยู่อย่างแรง แม้ว่ายังไม่ได้บาดเจ็บแต่ก็ข่มขวัญแพทย์หลวงที่สร่างเมาแล้วอย่างเต็มที่ ร่างเปียกปอนถึงกับหลับตาภาวนาไปทุกบทสวดที่จำได้


นิ้วเรียวยาวและมือที่สมกับจับแต่พู่กันกระชากใบหน้าเขา “ฟังข้าให้ดี”


เจิงอีลืมตา น้ำตาไหลออกมาอีกยามพยักหน้าเหมือนกระตุก


“ยังไม่แน่ว่าหลิวซีหลงผู้นั้นถูกผู้ใดฆ่า แต่ถ้าอยากแก้แค้นให้เขา ข้ามีข้อเสนอให้ฝเจ้า จะทำหรือไม่”


“ข้า...”


“ทำหรือไม่ทำ”


“ทะ ทำ! ข้ายินดีทำทุกอย่าง ข้า ข้าจะตายทั้งที่วิญญาณซีหลงยังไม่ไปผุดไปเกิดไม่ได้! เขาเข้าฝันข้ากะ เกือบ ทะ ทุกคืน ขอให้ข้าแก้แค้นให้ น่าสงสารคับแค้นใจยิ่งนัก ฮือ”


เจิงอีทั้งร้องไห้ทั้งพร่ำละล่ำละลั่ก รู้ว่าจะดีจะร้ายอย่างไรอี้เหยียนไคกั๋วกงผู้นี้ก็เป็นคนสนิทรับใช้ใกล้ชิดขององค์จักรพรรดิ มาสนทนากับท่านอาจารย์หยางจื้อก็หลายต่อครั้ง เวลานี้องค์จักรพรรดิกำลังโปรดปรานรักใคร่เหมยอิง อย่างไรก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้พี่ชายนางอย่างแน่นอน อี้เหยียนเฟิงส่งเสียงเฮอะ คิ้วกระตุกน้อยๆ ยามเอ่ยถาม


“เจ้าแซ่เจิงใช่หรือไม่”


“ชะ ใช่ขอรับ”


 “บิดาเคยเป็นแพทย์หลวงใช่หรือไม่”


“ใช่... ขอรับ”


อี้เหยียนไคกั๋วกงไม่ยิ้มไม่บึ้ง สีหน้าเดาอารมณ์ยากอย่างยิ่ง


“บิดาเจ้า... อยู่ในเหตุการณ์วางยาพิษองค์ไท่ชางหวงตี้ครั้งยังเป็นองค์รัชทายาท เป็นหนึ่งในคณะแพทย์ที่วินิจฉัยอาการของฝ่าบาทร่วมกับแพทย์หลวงอาวุโสเฉินใช่หรือไม่”


“...” คราวนี้เจิงอีอ้าปากค้าง อี้เหยียนไคกั๋วกงเค้นเสียงตาวาวโรจน์ “ใช่หรือไม่”


“ขะ ข้าไม่รู้ เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริงๆ! ข้ายังเด็กอยู่เลย ข้ารู้เพียงว่าบิดาเบื่อหน่ายการเป็นแพทย์หลวงแล้วจึง... จึงผันตัวไปเป็นแพทย์ชาวบ้าน ออกเดินทางหมายเป็นโพธิสัตว์ มิได้กลับมาบ้านมาหลายปีแล้ว...!


“แล้วเจ้าอยากผันตัวไปเป็นโพธิสัตว์บ้างรึไม่”


เจิงอีสั่นกลัวจนแทบจะปัสสาวะราดอยู่รอมร่อ ขุนนางขั้นที่หนึ่งส่งเสียงหึ แรงบีบยังขากรรไกรยิ่งเพิ่มขึ้น


“เดิมข้ามิคิดจะทำสิ่งใดนอกแผนการ ทว่าวันนี้คงมีวาสนาให้ได้พบกัน เช่นนั้นก็คงมีเรื่องให้เจ้ากระทำ”

 


70%


  

ในตำหนักผิงอัน สายลมคิมหันต์แผ่วเบาพัดกระทบม่านพลิ้วโปร่งจนแผ่สยายคล้ายปีกแมลงปอทับซ้อนกัน กลิ่นกำยานหอมเย็นลอยเรื่อยเฉื่อยทั่วห้อง ไอเย็นของน้ำแข็งในกระถางพอลดความร้อนไปได้บ้าง แต่สองร่างที่กอดพัวพันกันบนเตียงกลับยังร้อนผ่าวชื้นเหงื่อจากความใกล้ชิดเมื่อครู่


            “ท่านมีปัญหาที่รสสัมผัสใช่หรือไม่”


            สิ้นเสียงแหบเครือ องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็หยุดริมฝีปากลงแล้วเบนหน้ามาสบตาคนในอ้อมกอด หลิวซีหลงได้จังหวะรีบคว้าเอาห่มผืนบางเรียบลื่นมาห่อตัวไว้ทันที ร่างเปลือยเปล่าพันตัวเองประหนึ่งตัวเองเป็นดักแด้ โผล่ออกมาเพียงศีรษะเท่านั้น


            มุมปากขององค์ไท่ชางหวงตี้กระตุกขึ้นเมื่อมองมา คนหน้าแดงก่ำถึงได้ถลึงตาค้อนมองอย่างคับแค้นใจ


            บัดซบเถอะ แค่เขาถามคำเดียว ถึงกลับต้องทำขนาดนี้เลยรึไงเล่า!


            แพทย์หลวงหนุ่มกะพริบตาไล่น้ำตา หลังจากโดนบังคับให้หลั่งน้ำวิสุทธ์อยู่คนเดียวถึงสามครั้งก็ต้องยอมรับว่าเหนื่อยไม่น้อย พยายามปรับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอ


            องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงเอื้อมมือมาปาดน้ำตาออก คราวแรกซีหลงผงะออก เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอีก ทว่าปลายนิ้วเรียวเพียงปาดหยาดน้ำบนแพขนตายาวและไล้ไปยังหางตาเบาๆ


ยามนี้จะกลิ้งหนีก็ไม่ได้ เพราะหลี่ลู่จินเพียงคลายอ้อมแขนไม่ให้กายแนบชิดกันเกินไป แต่ก็มิได้ปล่อยให้เขาถอยหนี


            “เมื่อครู่ที่เอ่ยถูกหรือไม่ หากถูกแล้วก็ปล่อยข้าเถอะ” หลิวซีหลงเอ่ยเสียงอู้อี้


            “เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าเป็นเช่นนั้น” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงว่าเสียงเรื่อยๆ จิตสังหารเมื่อครู่ที่แสนจะน่ากลัวดูเหมือนจะหายไปแล้ว กลายเป็นแพทย์หลวงหนุ่มที่อับอายและงุ่นง่านใจแทน


            “ท่านให้ข้าไปอาบน้ำล้างตัวก่อน!


            “ไม่” หลี่ลู่จินปฏิเสธทันควัน “คราที่แล้วข้าเคยให้โอกาสเจ้าแล้ว”


            “เหนอะหนะอย่างนี้ข้าจะสนทนากับท่านได้ยังไง”


            “ก็ดี งั้นไปคุยกันในห้องอาบน้ำ” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงทำท่าจะลุกขึ้น


            “ฝ่าบาท!ซีหลงรีบถอยหนี แม้ว่าในสภาพจะแทบขยับไปไหนไม่ได้ก็ตาม สบถอุบเบาๆ “ข้าขอโทษก็ได้ เพียงแต่ข้าได้ยินเสียงเล่าลือในวังหลัง ไหนเลย...”


            “เมื่อครู่เห็นหมดแล้ว เจ้าจะอายอะไร”


            “วันนี้โปรดปรานีข้าด้วย”


            “...”


            “ฝ่าบาท...”


            ซีหลงรู้ว่าใช้ไม้แข็งสู้ไม่ได้จึงใช้ไม้อ่อน เผยอริมฝีปากว่าเสียงอ่อย พลางช้อนตามองอีกฝ่ายอย่างเว้าวอน แสดงให้เห็นว่าสภาพตอนนี้ของเขาพ่ายแพ้ยับเยินเต็มทน หลี่ลู่จินจ้องเขากลับมาอยู่สักพัก ก่อนที่จู่ๆ ก็ก้มลงบดริมฝีปากตนเองเข้ากับริมฝีปากของเขา


“อื้อ!


พวกเขาจูบกันกี่คราก็นับไม่ถ้วน ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของหลิวซีหลงก็ได้โยนทิ้งแม่น้ำหวงเหอไปแล้วตั้งแต่ที่เขาตกอยู่ในกำมือคนผู้นี้ เหลือเพียงความอับอายที่มนุษย์พึงมีเท่านั้นเอง


ดูเอาเถิด กระทั่งยามนี้เขายอมแพ้ยกธงขาวแล้ว อีกฝ่ายยังต้องการอะไรอีก!


โชคดีจุมพิตครานี้มิได้นานเกินไป เพราะซีหลงที่ม้วนตัวห่ออยู่ในผ้าจะขาดอากาศหายใจเอาซะก่อน องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงถอนกลีบปากของตนออกไป เอ่ยเสียงแหบต่ำ


“ถ้าเจ้าคิดว่าอ้อนวอนเช่นนี้แล้วข้าจะปรานี ก็ไปเรียนรู้วิธีมาใหม่”


ร่างแข็งแกร่งขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงลุกขึ้นก่อนที่จะอุ้มก้อนดักแด้ไว้ในอ้อมแขน สาวเท้ายาวๆ ไปยังห้องอาบน้ำโดยไม่ฟังคำประท้วงแตกตื่นของพระสนมตัวปลอม


ทว่าหลี่ลู่จินยังพอมีน้ำใจไมตรีหลงเหลืออยู่บ้าง หลังจากวางตัวเขาลงให้พอยืนได้ ก็สั่งให้ขันทียกฉากไม้แกะสลักลายโบตั๋นขึงด้วยกระดาษไขโปร่งแสงเข้ามากั้นไว้ ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง


แสงเทียนวิบวับมากมายในห้องสะท้อนฉากกั้นลมทำให้เห็นเงาร่างบุรุษนั่งลงยังเก้าอี้ ข้างๆ มีอ่างน้ำซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะเตี้ย เงาร่างสง่างามสะบัดแขนเสื้อขึ้นแล้วม้วนพับถึงข้อศอก เผยให้เห็นเรียวแขนเพรียวยาวและฝ่ามือแข็งแกร่ง


ทุกอากัปกิริยาล้วนดูประณีตและลึกลับชวนสนเท่ห์ ดึงดูดสายตาอย่างประหลาด


“หากเจ้าไม่อาบเสียที ข้าจะอาบน้ำให้”


สุรเสียงของอีกฝั่งดังมา คนเหม่อมองนานถึงกับสะดุ้ง รีบหันไปทางด้านอื่น “ขะ ข้ากำลังจะอาบ!


ปกติซีหลงไม่ชอบมากความ มักให้นำอ่างอาบน้ำไม้มาตั้งไว้พอเป็นใช้ได้ แต่บัดนี้เบื้องหลังเขากลับเป็นบ่ออาบน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบเหมยกุ้ย(กุหลาบ)ทั้งสีแดง ขาว และชมพูโปรยปรายอยู่ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจนเวียนหัว ประหนึ่งจะให้เจ้าสาวล้างตัวก่อนเข้าห้องหอ


บิดามันเถอะ พ้นคืนนี้เขาจะไล่ข้ารับใช้ตำหนักนี้ออกให้หมด!!


ซีหลงมองฉากกั้นที่ยังเห็นเงาของอีกฝ่ายเลือนรางก็ได้แต่กุมขมับ ยังไม่กล้าปลดผ้าห่มออก แต่เมื่อเห็นหลี่ลู่จินตั้งใจล้างมือโดยไม่หันมามองก็ค่อยๆ ทอดถอนใจ ดึงผ้าห่มออกแล้วก้าวลงน้ำ


“ว่ามา เหตุใดจึงวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องรสสัมผัส”


“ท่านมาอยู่กินข้าวกับข้าบ่อยขนาดนี้ ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร”


ได้ยินเสียงวักน้ำจ๋อมแจ๋มคล้ายใจลอย “ระหว่างอยู่ในสมรภูมิ ข้าก็กินข้าวกับเหล่าทหาร แต่มิมีผู้ใดเอ่ยถึง”


“ปกติท่านมีท่าทางไม่อยากทานอาหาร ทว่าจะชื่นชอบอาหารรสเผ็ดและอาหารที่มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ วันไหนหากได้ทานท่านจะไม่ขมวดคิ้ว”


“เพียงแค่นั้นหรือ”


“แน่นอนว่าไม่” ซีหลงค่อยผ่อนคลายลง ตอนนี้ยังหันหลังให้อีกฝ่าย จึงยกสองแขนขึ้นพาดยังขอบบ่อน้ำ ความสูงต่างระดับทำให้เขานั่งไขว้ขาได้ ความเย็นแต่พอดีและกลิ่นหอมทำให้เขาผ่อนคลายไปได้ไม่น้อย คิดในใจว่าเปลี่ยนใจไม่ไล่คนในตำหนักออกแล้วกัน


“ข้าเป็นคนกินอาหารได้หลากหลาย แต่สิ่งที่ชอบออกจะไม่เหมือนผู้อื่นสักหน่อย แต่ท่านกลับทานทั้งรสเปรี้ยวจัด เค็มจัด หรือหวานจัดด้วยสีหน้าเหมือนทานอาหารจืด มิหนำซ้ำ ข้าเคยเอ่ยผิดไปว่าไก่ตุ๋นน้ำแกงโสมจานนี้หวานเหลือเกิน ท่านกลับพยักหน้าเรียกพ่อครัวมาสั่งให้ยกไป ทั้งที่จริงไก่จานนั้นเค็มแสนเค็ม”


“...”


“ตั้งแต่วันนั้นข้าก็สงสัย เลยลอบตักอาหารหวานใส่จานท่านแล้วเอ่ยว่า เค็มกำลังพอดีหรือ ตักอาหารเปรี้ยวแล้วเอ่ยว่า หวานอย่างยิ่ง แต่ท่านก็มิได้กล่าวกระไร มิหนำซ้ำยังพยักหน้าอีกด้วย”


“อ้อ ยิ่งถ้าข้าสนทนาเรื่องรสชาติอาหาร ท่านมักไม่เอ่ยอะไรเลยหรือพยักหน้าขอไปที แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา”


ซีหลงยิ้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองสังเกตเห็น


“ท่านยังใช้ภาชนะส่วนตัวเป็น เงินทั้งหมด ทั้งยังใช้ตะเกียบและช้อนเงินแบบพิเศษที่ท่านพกพาติดตัว แน่นอนว่าสำรับขององค์จักรพรรดิก็ต้องมีขันทีคอยชิมก่อนทุกครั้ง เช่นนี้ท่านออกจะระแวดระวังเกินไปไม่น้อย ข้อนี้อาจจะพอเข้ากับอุปนิสัยของท่านได้ แต่พอบวกกับสันนิษฐานที่ว่ารสสัมผัสของท่านบกพร่องไป ทำให้ยิ่งต้องระวังยาพิษเวลาทานสิ่งใด ก็ดูคล้ายกับน่าเชื่อถือขึ้นอีก”


เงาหลังฉากดึงมือขึ้นจากอ่างน้ำ ก่อนใช้ผ้าเช็ดมือ “เจ้ารู้นานแล้วหรือยัง”


“สักระยะหนึ่ง”


“ตั้งใจไม่เอ่ยกับข้าหรือ”


“อ่า... ตอนแรกข้าก็คิดว่าท่านอาจจะลำบากสักหน่อยหรือไม่ แต่พอเห็นท่านทานได้มากขึ้น ก็คิดว่าท่านอาจารย์หยางจื้อคงหาวิธีรักษาท่านได้ อาการจึงดีขึ้นเรื่อยๆ”


“เปล่าเลย ข้ายังคงไม่อาจสัมผัสรสใดๆ ได้เช่นเดิม”


ซีหลงลืมตาโพลงขึ้น “จริงหรือ!? ท่านเป็นมานานเพียงใดแล้ว”


“ตั้งแต่อายุสิบสอง”


“นานเพียงนั้นเชียว!?”


มนุษย์เราเกิดมาด้วยประสาทรับรู้ทั้งห้า ทั้งมองเห็น ดมกลิ่น ชิมรส ฟังเสียง สัมผัส หากขาดไปสักสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมถือว่าพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นรสสัมผัสด้วยแล้ว แพทย์หลวงหนุ่มจินตนาการไม่ถูกจริงๆ ว่าจะอยู่เช่นไรหากไม่สามารถลิ้มรสเป็ดย่าง เนื้อหมูสามชั้นหรือเนื้อวัว แค่คิดก็เหมือนตายทั้งเป็นแล้ว


“ท่าน... แล้วเหตุใดถึงต้องให้ท่านอาจารย์ของข้ารักษาอย่างลับๆ หากบอกสำนักแพทย์หลวง...”


“สถานการณ์เช่นนี้คนยิ่งรู้น้อยยิ่งดี”


ซีหลงจิ๊ปาก เตะเท้าใต้น้ำหนึ่งทีอย่างขัดใจ “เอาเถิด เช่นนั้นทำไมถึงไม่รีบรักษาเล่า ตอนท่านอายุสิบสองยังเด็กอยู่มาก ไฉนปล่อยให้เลยเถิดมานานเพียงนี้ ทรมานตนเองชัดๆ”


หลี่ลู่จินปลดกวานและปิ่นออกจากศีรษะ เส้นผมยาวสยายลงมา องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงส่งเสียงหัวเราะเฮอะออกมาหนึ่งคำ


สุรเสียงนั้นฟังดูเยือกเย็นเยาะหยัน แปลกหูจนซีหลงรู้สึกวูบโหวงในท้อง


“ตอนข้าอายุสิบสอง องค์ไท่ซู่หวงตี้... เสด็จพ่อของข้ายังมิได้เลือกองค์รัชทายาท”  หลี่ลู่จินเอ่ยช้าๆ ผู้เล่าอยู่ใกล้เพียงนี้ น้ำเสียงกลับฟังมาจากที่ไกลแสนไกล “ว่านฮองไทเฮาในเวลานี้หรือเสด็จแม่ของข้าดำรงตำแหน่งกุ้ยเฟยในเวลานั้น ขณะเดียวกันฮองเฮาเองก็มีพระโอรสเช่นกัน”


ซีหลงฟังไปก็รู้สึกหายใจไม่ออก กระซิบเบาๆ “อวิ๋นอ๋อง”


“ใช่ ลู่เฉิงคือโอรสของอดีตเซียวฮองเฮา ยามนั้นขุนนางต่างแบ่งฝ่ายสนับสนุนทั้งข้าและลู่เฉิง แต่แล้วกลับเกิดเหตุการณ์วางยาพิษข้าขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่ข้าเฉียดใกล้ความตายมากที่สุด ทรมานอยู่เนิ่นนานจนคิดว่าข้าคงไม่มีวันได้เป็นองค์รัชทายาท จนกระทั่งรักษาตัวจนภายนอกกลับมาเป็นปกติ”


“เสด็จพ่อทรงกริ้วมาก ที่จับได้เพียงแพะรับบาปแต่สาวไปไม่ถึงต้นตอ ตัดสินใจได้มอบความยุติธรรมให้ข้าพร้อมตำแหน่งรัชทายาท”


ตั้งแต่อยู่กับองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงมา ซีหลงไม่เคยได้น้ำเสียงข่มขื่นและเยียบเย็นปานนี้มาก่อน


“ยามเสด็จพ่อเรียกข้าไปถามว่าหายดีรึยัง ได้ตรัสมาประโยคหนึ่ง”


เพียงถ้อยคำ ซีหลงกลับเหมือนรู้สึกได้ถึงความกดดันของสถานการณ์ในยามนั้น ไท่ซู่หวงตี้แม้ถูกตราหน้าว่าเป็นทรราชย์แห่งต้าหลิงในบั้นปลายชีวิต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงต้นและช่วงกลางของชีวิตนั้นเป็นวีรบุรุษผู้รวบรวมหกแคว้นเข้าด้วยกัน ดังนั้นคงเด็ดขาด น่าสะพรึงกลัวและน่าเกรงขามไม่น้อย


“เสด็จพ่อถามข้าว่า รู้ใช่หรือไม่ องค์รัชทายาทแห่งต้าหลิงตายได้ทว่าพิการไม่ได้


            ผู้ฟังรู้สึกยะเยือกในไขสันหลัง ชันเข่าเข้าใกล้ตัวโดยไม่รู้ตัว


            “ข้าไม่ต้องการโกหก ทว่าไม่ว่าทำอย่างไร ไม่ว่าข้าดื่มน้ำส้ม ดื่มน้ำปลา หรือกินน้ำตาลเท่าใด ข้าก็ไม่รู้ถึงความแตกต่างแม้แต่น้อย”


            “เสด็จพ่อมีหูตาอยู่ทั่ว ไหนเลยจะไม่รู้ว่าข้าจะยังหลงเหลืออาการหนึ่งอยู่ ทว่าเสด็จแม่ที่ร้องไห้อยู่ทุกวันทำให้ข้าไม่อาจเอ่ยความจริง ในตอนนั้นข้ายังไม่ยอมรับว่าตนเองพิการด้วยซ้ำ และคิดว่านี่ก็คงเป็นบททดสอบอีกหนึ่งบท รอไปก็ต้องดีขึ้น”


หลี่ลู่จินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบและเจ็บปวด แม้ไม่เห็นใบหน้า แต่ซีหลงคิดว่าสีหน้าอีกฝ่ายคงเต็มไปด้วยอารมณ์ ไม่มีทางที่คนๆ หนึ่งจะเปล่งน้ำเสียงเช่นนี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไปได้


“อีกทั้ง ข้าคิดว่านี่คงเป็นฝีมือของฝ่ายที่ต้องการให้ข้าตาย ดังนั้นข้าไม่มีวันให้พวกมันสมหวัง”


“ท่านจึงปิดบังอาการเจ็บป่วยของตนแล้วรับตำแหน่งรัชทายาท...”


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงแค่นหัวเราะหึ


“สิ่งนี้คงคล้ายเป็นคำสาปกระมัง จากนั้นไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจรักษาข้าได้ ทว่า ข้าเองก็มิได้คาดหวังสิ่งใดอีกแล้ว”


“ท่านยังไม่หมดหวังเสียหน่อย”


นี่เป็นครั้งแรกที่องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยอมเปิดปากเล่าเรื่องในอดีต ซีหลงฟังมาถึงประโยคนี้เลือดคนเป็นแพทย์พลุ่งพล่านขึ้นมาเสียเฉยๆ อดเอ่ยเสียงจริงจังขึ้นมาไม่ได้


“ท่านดื่มยาพิษ หากรอดมาได้ทั้งยังอยู่ครบสามสิบสองก็ดีมากแล้ว กับแค่เรื่องรสสัมผัสไหนเลยจะรักษาไม่ได้ ท่านอาจารย์หยางจื้อเองก็ตั้งใจรักษาท่าน จมอยู่ในกองตำรามากมายทั้งยังอดหลับอดนอน ท่านเองก็ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”


ครืด


“เพ้ย!” ซีหลงสะดุ้งโหยงรีบมุดตัวดำน้ำเมื่อจู่ๆ ฉากกั้นก็ถูกเลื่อนออก องค์จักรพรรดิทอดมองมา ดวงหน้าหยกสลักเต็มไปด้วยอารมณ์มากมายจนเดาไม่ถูกว่าคิดสิ่งใดอยู่


นัยน์ตามังกรสีดำสนิททอประกายเต้นสะท้อนแสงเทียนที่เต้นพลิ้วอยู่บนเชิงเทียนสบประสานกับดวงตาของแพทย์หลวง สายตาที่ทอดมองมาทำให้แม้กระทั่งน้ำเย็นยังร้อนผ่าวได้


“แล้วเจ้าล่ะ”


“ขะ ข้าทำไม!?” ซีหลงเอ่ยตะกุกตะกัก ซ่อนตัวในน้ำเหลือเพียงริมฝีปากขึ้นไปที่พ้นน้ำ คำที่พูดเลยฟังไม่เป็นคำเท่าใด


“จะช่วยรักษาข้าได้หรือไม่”

 


***

เกินสามสิบเปอร์นะคะเสี่ยวอ้ายว่า ตอนนี้ยาวมาก เรื่องฝ่าบาทจริงๆ แล้วสตอรี่ดราม่าพอสมควรเลย แต่จะค่อยๆ คลายปมออกมาค่ะ เขียนไปไม่รู้ทำไม เสี่ยวอ้ายเขินพี่แกจริงๆ นะเห้อ ส่วนอิตาซีหลงก็เด๋อๆ ด๋าๆ นะ เทอขดตัวเองเป็นยาส่งเข้าปากเขาไปเลยเถอะ ฮา

ปล.มีคอมเม้นต์บอกว่าอยากอ่านความคิดของฝ่าบาทบ้าง ได้อ่านแน่ค่ะ ได้อ่านแน่นอน สักตอนนี่แหละ ถึงตอนนั้นก็พกอินซูลินคนละหลอดสองหลอดรอไว้นะคะ 555555555

ปล.2 จะสอบ(อีก)แล้วค่ะ ช่วงนี้จนกว่าจะจบเดือนอาจไม่ได้อัพเลยนะคะ สาหัสมาก คิดดูว่าเรียนจบแล้วยังมิได้กลับบ้านเลย ต้องรอสอบตัวเด็ดๆ อีกสองตัวซึ่งถือว่าใหญ่มากในชีวิตสามปีที่ผ่านมา มันก็มีที่คิดนะแวบนึง ทำไมไม่เรียนอย่างอื่นนอกจากคณะนี้ ทำม้ายยยยยย! TvT

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและหวีดตลอดเลย ฮีลมากกๆๆค่ะ ไม่เทแน่นวลแค่ต้องรอหน่อย 5555 บนไว้ว่าสอบผ่านจะแจกของด้วย 

ช่วงนี้มีโควิดระบาดก็พยายามใส่หน้ากากอนามัยล้างมือด้วยแอลกอฮอล์กันนะคะและ หลีกเลี่ยงการไปยังประเทศเสี่ยง ขอให้ทุกคนปลอดภัยสุขภาพแข็งแรง ในวันที่ประเทศไทยแย่ก็ยังมีหน้าตาพวกเราที่ดีอยู่ รักก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.452K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6180 blueeyes111 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:17
    เจิงอีจะคู่กับกั๋งกงรึป่าววว
    #6,180
    0
  2. #5516 _1221_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:06
    อวิ๋นอ๋องชอบน้องเหมยหรือนี่ ดูแลน้องสาวแทนน้องซีด้วยนะคะ ส่วนน้องซีเดี๋ยวดูแลฝ่าบาทให้ เนอะๆ
    #5,516
    0
  3. #5327 Marshmalowdii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:24

    เจิงอีจะมีคู่มั้ยน้อออ5555555

    #5,327
    0
  4. #5275 kittenO (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 15:57
    สงสารรร
    #5,275
    0
  5. #5171 Weetaime (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 05:58
    อ่อยเกินไปแล้ววว
    #5,171
    0
  6. #5134 Ppttyc_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:24
    แงงในที่สุดก็รู้ความในใจของฝ่าบาทรู้สึกว่ามันเริ่มกระจ่างแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ฝ่าบาทนี่ชักจะหวานเกินหน้าเอาเปรียบน้องเยอะมากๆแงงงสงสารยันน้อง
    #5,134
    0
  7. #5064 kiki3k (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:35
    ความรักเพื่อนของเจิงอีอะเนอะ55555555555 เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นนะคะฝ่าบาททท
    #5,064
    0
  8. #4946 บี.เหลือง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 10:08
    น่ารักเกินไปแล้ววว
    #4,946
    0
  9. #4284 taemynnn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 02:46
    เดี๋ยวนะเธอฝันเห็นใครนะเจิงอี 5555555 แต่ใดๆก็คือความห่วงใยที่น้องมีให้พี่นั้นคือน่ารัก อยากให้น้องเข้าไปกอดปลอบลู่จินมาก แต่ก็คงไม่เหมาะ
    #4,284
    0
  10. #4195 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 18:03

    เพราะแบบนี้หรือเปล่า ไทเฮาถึงยังอยากยึดอำนาจทั้งวังหน้าและวังหลัง ถ้ารักลูกจริงก็ควรสนับสนุนฮ่องเต้สิ แต่อันนี้อยู่คนละฝั่งเลย โอ๊ยยย เดาเรื่องไม่ถูกเลยจ้า

    #4,195
    0
  11. #4146 burgandytomato (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 13:23
    ก้อนดักแด้ แง5555555555555555 น่ารักมากเลยค่ะแล้วก็เขินมากๆๆๆๆๆๆ คุณไรท์แต่งดีมากๆๆเราชอบที่สุด!!!!!!!!!!!
    #4,146
    0
  12. #4070 pqrst (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:33
    มีหลายคู่เลย คู่น้องก็ดี คู่เพื่อนก็เวิร์ค อิอิ
    #4,070
    0
  13. #3900 Eye_SonaTa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:46
    สัมผัสได้ถึงโมเม้นของไคกับเจิงอี
    #3,900
    0
  14. #3795 GREENTEA💐 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 02:41
    ในวันที่แย่ ยังมีนิยายดีๆอย่างนี้ช่วยฮีล สู้!!<3
    #3,795
    0
  15. #3396 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:36
    โอยยยยย เขอนไม่ไหวแล้ว
    #3,396
    0
  16. #3288 สวยคร่า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 20:50

    สงสัยง่าถ้าว่านฮองไทเฮารักลูกจริงก็ต้องอยู่ฝั่งลูกดิจะไปเกี่ยวพันกับพวกสกุลเฉินทำไมในเมื่ออำนาจก็เท่ากันอยู่แล้วอีกอย่างถ้ารักลูกจริงก็ต้องให้ลูกแต่งงานกับคนที่ชอบดิจะไปให้เฉินกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเฮาทำไม??ถึงถ้าเป็นญาติกันก็ต้องมีเหตุผลดิ

    #3,288
    0
  17. #3284 H2O-69 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 03:47
    จริงค่ะ ในวันที่แย่ ก็ให้เดินไปส่องกระจก จะได้เจอสิ่งสวยๆงามๆ ว๊ายยย!! 5555555

    ในที่สุดก็ได้รู้ข่าวลือว่าฝ่าบาทป่วยอะไร ที่แน่ๆไม่ได้เสื่อมแน่นอน ซีหลงพิสูจน์แล้ว แค่กๆๆๆๆ 😳

    เกิดเป็นสายเลือดมังกร ชีวิตมักพบเจอแต่เรื่องน่าปวดหัว โดนวางยาแล้วมิซ้ำโดนกดดันจากพ่อ ช่างขมขื่นเสียเหลือเกิน เป็นกำลังใจให้ฝ่าบาทและบริวารทุกคนให้ขจัดเสี้ยนหนามไปได้ไวๆ

    ส่วนลู่เฉิงนั้น... 🌚🌝 ท่านมีใจให้เหมยอิงจริงๆใช่มั้ย ไม่ใช่แค่ชั่ววูบใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ช่วยดูแลนางให้ดีด้วยนะ เรื่องน่าปวดหัวหลายอย่างคงจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ กลัวจะกระทบกระเทือนจิตใจจังเลย

    เจิงอีนี่ก็น่าเป็นห่วงว่าจะโดนใช้ไปทำอะไรบ้างน้ออออ ใจน้องบาง อย่ารุนแรงไปเลยนะ 555555

    ปล.รักและคิดถึงเสี่ยวอ้ายนะคะ ตอนนี้สถานการณ์โรคระบาดค่อนข้างคาดเดาไม่ได้ ขอให้รักษาสุขภาพทั้งกายและใจให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้เราได้มาเจอกัน ให้กำลังใจกันอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆนะคะ เลิฟยูวว~~
    #3,284
    0
  18. #3280 Plovebts (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:26
    สู้ๆนะค้าบบบ คุณไรท์ รักษาสุขภาพด้วยน้าา
    #3,280
    0
  19. #3271 PPSnook (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 22:45
    ให้น้องรักษาต้องหายแน่ๆใช่ไหม
    #3,271
    0
  20. #3113 lyder (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 11:34
    รอติดตามนะคะคุณไรท์ สนุกมากๆเลย รักษาตัวด้วยนะคะ !🧤✨
    #3,113
    0
  21. #3111 InMyLullaby (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 05:12

    เสี่ยวอ้ายรักษาสุขภาพนะคะ โชคดีในการสอบจ้า
    #3,111
    1
    • #3111-1 Xiaoai(จากตอนที่ 20)
      23 มีนาคม 2563 / 02:05
      รักษาสุขภาพเช่นกันค่าาา
      #3111-1
  22. #3106 Chiji (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 01:06

    กินน้องเลย. หายแน่นวล


    สอบขอให้A A A นะไรต์ สู้ๆ

    #3,106
    0
  23. #3105 Prawpak (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 03:55
    คือเข้าใจความรู้สึกของฝ่าบาทเลย ไม่ใช่ลูกรักเหมือนอวิ๋นอ๋อง ก็คงจะขมขื่นอยู่ไม่น้อย
    #3,105
    0
  24. #3103 SQuardAllz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 15:14
    กี้สสสส น้องน่ารักมากกก ไรท์สู้ๆนะคะ
    #3,103
    0
  25. #3102 Double jj (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:38

    น่ารักมากกกกกกก เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ??’•

    #3,102
    0