พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 18 : 16 - คนโปรด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,091 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

16 – คนโปรด

 


            พระสนมหลิวได้ฟังคำเหยียดหยามก็อดเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งไม่ได้ หันไปเอ่ยปากให้คนช่วยกันพยุงร่างของจูไฉเหรินไปรักษา ทว่ามิได้แสดงอาการโกรธเคืองอันใด เพียงส่งยิ้มบางๆ ให้แก่คู่สนทนา


            “นอกจากจะไม่เบื่อทานเซาปิ่งแล้ว หัวเข่าของพระสนมสวีก็ดูท่าจะหายดีแล้วเช่นกัน”


            รอยท้าทายบนใบหน้างามเปลี่ยนเป็นโทสะ สวีซิวเยวี่ยนกำมือแน่น โมโหจนปากคอสั่น ไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีก


“บังอาจ! เจ้าเองมันก็แค่หมากตัวหนึ่งในกำมือฝ่าบาท


            “...”


            “ความโปรดปรานที่มีต่อเจ้ามันก็แค่ของปลอม!


            “ท่านแน่ใจหรือ”


            ซีหลงยื่นหน้าเข้าไปใกล้นาง เอ่ยกระซิบน้ำเสียงแผ่วเบายั่วเย้า


“ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น แต่ทั้งยามต่อหน้าพระสนมทั้งหลาย ทั้งนอกตำหนัก ในตำหนัก หรือบนเตียง ฝ่าบาทล้วนบอกว่าโปรดปรานข้ายิ่งนัก ผู้อื่นไม่อาจสู้ได้เลย คราหน้าที่เสด็จไปหาท่าน ท่านก็ลองถามดูแล้วกัน”


สวีซิวเยวี่ยนถลึงตาจ้องหน้าจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า กัดริมฝีปากจนได้โลหิต ใบหน้าขึ้นสีแดง นางกำลังจะตวาด ซีหลงกลับพยักเพยิดไปยังปิ่นผีเสื้อที่ดูท่าจะเป็นเครื่องประดับชิ้นโปรดปรานของนางเสียก่อน


“ปิ่นผีเสื้อทองคำนั้นก็งามดี มิคาดท่านยังไม่พอใจจนต้องไปดึงปิ่นผู้อื่น หากอยากได้ก็บอกข้า ข้าจะทูลองค์ไท่ชางหวงตี้ให้”


“ข้าไม่จำเป็นต้องบอกเจ้า นังงูพิษ!” สวีซิวเยวี่ยนเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังไปเอง ยังมีความหวาดหวั่นอยู่ในดวงตามาดร้ายคู่นั้นด้วย “ข้าคิดอยู่แล้ว ท่าทางใสซื่อของเจ้ามันก็แค่เสแสร้งแกล้งทำ”


ซีหลงมิได้ตามไปคุกคามนางอีก ยังคงรักษารอยยิ้มน้อยๆ ไว้บนใบหน้า


“บิดาข้าถูกลอบทำร้าย พี่ชายข้าต้องตาย ไม่ว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบทั้งหมด หวังว่าพระสนมสวีจะไม่รู้เห็นเรื่องนี้ด้วย มิเช่นนั้นท่านคงไม่ได้แค่คุกเข่า”


“เป็นแค่เหม่ยเหรินเช่นเจ้าจะทำอะไรได้!


“ท่านทำอะไรผู้อื่นได้ ข้าที่ฝ่าบาทโปรดปรานมากกว่าย่อมทำได้มากกว่านั้นแน่นอน”


ในที่สุดเส้นอารมณ์ของพระสนมเอกก็ขาดสะบั้น สวีซิวเยวี่ยนง้างฝ่ามือขึ้นหมายจะตบหน้า ซีหลงเองก็เอียงหน้าให้นางอย่างท้าทาย ทว่าได้มีน้ำเสียงหวานหนึ่งดังขึ้น


“เอะอะอะไรกัน”


            สวีซิวเยวี่ยนรีบเก็บมือของตนเอง เม้มอดกลั้นเอาไว้ก่อนหันไปถวายพระพรพระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟย ซีหลงย่อตัวทำความเคารพเช่นกัน


            “ได้ยินว่าจูไฉเหรินพลัดตกน้ำอย่างมีเงื่อนงำ พวกเจ้ายังมายืนเถียงกันตรงนี้หรือ”


            ไม่รู้ว่าเฉินกุ้ยเฟยมาถึงเมื่อใด แต่ความงามของนางและท่วงท่าก็ยังสะกดสายตาผู้คนทุกครั้ง บรรยากาศของความสูงส่งเยือกเย็นแผ่กระจายไปทั่ว ซีหลงยังรู้สึกหวั่นเกรงอยู่ในใจ


“ขออภัยเพคะ”   


            ขบวนพระสนมทั้งสามเดินทางไปยังตำหนักไฉเหริน เฉินกุ้ยเฟยไปดูนางด้วยตนเองแสดงว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย


            ทว่าระหว่างทาง ซีหลงส่งสายตามองมู่หลงกับจิ้นชิง รู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ดูไม่ชอบมาพากล สวีซิวเยวี่ยนจะดีจะร้ายอย่างไรก็เพิ่งถูกลงโทษมา บัดนี้กลับก่อเรื่องซึ่งหน้าให้เขาเห็น มิหนำซ้ำยังก่อเรื่องกับจูไฉเหรินที่เป็นคนโปรดเช่นเดียวกัน คล้ายจะท้าทายองค์จักรพรรดิอย่างไรอย่างนั้น


            มาถึงตำหนักไฉเหริน บริเวณตำหนักกว้างขวางเป็นสีเหลืองสว่างสดใส บรรดาไฉเหรินพระสนมขั้นสี่ชั้นเอกมิได้มีตำหนักเป็นของตนเองจึงต้องแบ่งตำหนักกัน


            ในห้องพำนัก ร่างของจูไฉเหรินที่เปลี่ยนอาภรณ์นอนซีดเซียวอยู่บนเตียง ผู้คนหน้าตาเคร่งเครียดมากมายยืนรออยู่แล้ว เอ้อร์หนาฮองเฮาเองก็ขมวดคิ้วเอ่ยถามแพทย์หลวง


            “เหตุใดนางยังไม่ฟื้นอีก”


            “พระอาญามิพ้นเกล้า จูไฉเหรินมิได้รับอันตราย แต่กระหม่อมก็บอกไม่ได้ว่าจะฟื้นเมื่อใดพ่ะย่ะค่ะ”


            แพทย์หลวงที่มาคือแพทย์หลวงอาวุโสสกุลว่าน  


            ดูจากสีหน้าผู้คน จูไฉเหรินคงได้รับความโปรดปรานไม่น้อยเลยทีเดียว


            ไม่นานเสียงขันทีประกาศว่าฝ่าบาทเสด็จก็ดังขึ้น หลี่ลู่จินก้าวเข้ามาในห้องโดยที่ยังอยู่ในอาภรณ์ทรงงาน จากเวลาแล้วน่าจะเพิ่งประชุมขุนนางเสร็จ สายตาจับจ้องที่ร่างของจูไฉเหรินก่อนที่จะหันมองแพทย์หลวงว่าน


            ไม่ต้องรอให้ถาม แพทย์หลวงอาวุโสก็รายงานแบบเดียวกัน องค์จักรพรรดิพยักหน้าน้อยๆ กวาดสายตามองรอบห้อง หลายคนกลั้นหายใจตัวเกร็ง ก่อนที่บุรุษหนึ่งเดียวจะเดินไปข้างเตียง


            “เรื่องเป็นมาอย่างไร”


            ซีหลงอดไม่ได้ให้กลอกตามองสวีซิวเยวี่ยน นางเองก็จ้องเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว ส่วนเฉินกุ้ยเฟยยังคงสงบสง่างามดั่งเทพเซียน


            พระสนมตัวปลอมกำลังจะเอ่ยปากทว่าทันใดนั้นได้มีคนผู้หนึ่งมาดึงแขนเขาไว้เบาๆ


            ยามหันกลับไป พบว่าเป็นพระสนมเอกซินเจาหรงคนพี่ หนึ่งในพระสนมที่องค์จักรพรรดิก็โปรดอยู่บ้าง นางส่ายหน้าน้อยๆ จนแทบมองไม่เห็น แววตามีประกายเตือนบางอย่าง


            “มะ หม่อมฉันเห็นเหตุการณ์เพคะ”


            ความสนใจของทั้งห้องมุ่งไปยังพระสนมผู้พูด นั่นคือหวงเหม่ยเหรินที่เพิ่งมาร้องห่มร้องไห้กับเขาเรื่องจะถูกปลดนั่นเอง


            “เจ้าคือ?” หวงเหม่ยเหรินหน้าเสียไปเล็กน้อยที่องค์จักรพรรดิจำนางไม่ได้ แต่ก็เอ่ยตอบเสียงสั่นเบา


            “หม่อมฉันคือหวงเหม่ยเหริน ตำหนักสุขประสานเพคะ”


            “ว่ามา”


            “หม่อมฉันเห็นพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนผลักจูไฉเหรินตกน้ำเพคะ”


            “เป็นไปได้อย่างไร” สวีซิวเยวี่ยนเอ่ยอย่างตกใจ ทำน้ำเสียงประหนึ่งจะร้องไห้ยามทรุดตัวคุกเข่า “เจ้ามองถูกคนหรือ ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเพิ่งถูกลงโทษไป ไหนเลยจะกล้าทำเช่นนั้น!


            “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเองก็อยู่ในเหตุการณ์ สวีซิวเยวี่ยนมิได้ผลักจูไฉเหริน เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดเพคะ”


            ริมฝีปากซีหลงถึงกับกระตุกยามเห็นว่าผู้ทูลทัดทานให้สวีซิวเยวี่ยนกลับเป็นจวงเจี๋ยอวี๋ที่สนิทสนมกับหวงเหม่ยเหริน หวงเหม่ยเหรินเองก็คาดไม่ถึง สีหน้าประหนึ่งถูกมีดฟันเบื้องหลัง “พี่หญิง ทำไมท่าน...”


            เหตุการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อพยานให้การไม่ตรงกัน


            “มีผู้ใดเห็นอีกหรือไม่” องค์จักรพรรดิเอ่ยเรียบๆ สวีซิวเยวี่ยนปรายตามองมาทางเขา น้ำตาใสหยดหลั่งลงบนแก้ม


“หม่อมฉันเห็นหลิวเหม่ยเหรินอยู่ไกลๆ พี่หญิงไม่ได้ทำจริงๆ ขอเจ้าเป็นพยานด้วย”


            “หม่อมฉันกำลังสนทนากับหลิวเหม่ยเหรินพอดี พวกเรามิได้ทันมองเพคะ”


            จู่ๆ ซินเจาหรงก็เอ่ยขึ้น นางเคยเป็นปรปักษ์กับสวีซิวเยวี่ยน ซีหลงไม่รู้ว่าทำไมนางถึงไม่อยากให้เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทว่าบางอย่างในใจรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจึงพยักหน้ารับตาม หลี่ลู่จินมองเขาแวบหนึ่งก็หันกลับไป ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ สายตาคู่นั้นดูอ่อนลงอย่างประหลาด


            องค์จักรพรรดินั่งลงข้างเตียง ใช้ฝ่ามือหนึ่งประคองใบหน้าจูไฉเหริน ท่วงท่าทะลุถนอมยิ่งนัก ไม่นานนางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น


            “ฝะ ฝ่าบาท” เจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์เอ่ยเสียงแหบเครือจากนั้นก็ไอสำลัก มือเล็กกุมเข้ากับฝ่ามือใหญ่แล้วถูใบหน้าเข้าหาสัมผัสคล้ายลูกแมวตื่นกลัว


            “ในเมื่อนางฟื้นแล้วก็ควรถามนาง” เอ้อร์หนาฮองเฮาว่า “พวกเจ้าออกไปก่อน”


            เหล่าสนมออกมายืนเรียงแถวสงบเสงี่ยมเบื้องนอก มิมีผู้ใดพูดอะไร หวงเหม่ยเหรินยังคงมีสีหน้าเจ็บแค้นพยายามจ้องตาจวงเจี๋ยอวี๋ที่ไม่มองนางเหมือนเป็นธาตุอากาศ


            เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ประตูห้องก็เปิดขึ้นอีกครั้ง


            เอ้อร์หนาฮองเฮามีสีหน้าเคร่งขรึม “นำหวงเหม่ยเหรินไปโบยยี่สิบไม้และนำไปกักขังในห้องกักกันไว้ก่อน”


            “ฮองเฮาเพคะ!” หวงเหม่ยเหรินร้อง รีบคุกเข่า สีหน้าไม่เข้าใจ “หม่อมฉันเห็นจริงๆ นะเพคะ ขอทรงได้โปรดไต่ตรองอีกคร้งด้วย จูไฉเหริน ข้าเห็นชัดๆ ว่าสวีซิวเยวี่ยนดุด่าเจ้า มิหนำซ้ำยังแย่งชิงปิ่นเจ้าและผลักเจ้าตกน้ำ!


            “พี่หญิงตาฝาดแล้ว” จูไฉเหรินเอ่ยเสียงอ่อนเบา แม้จะยังตัวสั่น สีหน้านั้นดูไร้เดียงสา “พวกข้าเพียงหยอกล้อเล่นกัน ข้าต่างหากเผลอลื่นตกน้ำไป มิใช่สวีซิวเยวี่ยนที่ผลักข้า”


            “จะ เจ้า!


            “คบกันมานาน ใครจะคิดว่าเจ้าจะใจดำปานนี้ จริงอยู่สวีซิวเยวี่ยนอาจเคยลงโทษเจ้า แต่ไหนเลยถึงกับต้องใส่ร้ายกัน นี่มิใช่ต้องการเรียกร้องความสนใจหรอกหรือ” จวงเจี๋ยอวี๋เอ่ยเสียงผิดหวัง หวงเหม่ยเหรินถึงกับน้ำท่วมปาก


            “จริงหรือ” องค์จักรพรรดิจ้องตาถามจูไฉเหรินอีกครั้ง


            “หม่อมฉันไม่กล้าโกหกฝ่าบาทเพคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่คิดว่าจะมีคนอาศัยใส่ความพระสนมเอกสวี”


            จูไฉเหรินยืนยันหนักแน่น หวงเหม่ยเหรินที่ยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวจึงไม่อาจพ้นโทษไปได้


            “ฝ่าบาท ฮองเฮาเพคะ ได้โปรดฟังหม่อมฉันก่อน!  


            เสียงโหยหวนของนางดังห่างไกลออกไปทุกที หัวใจของซีหลงบีบรัดเมื่อได้แต่ยืนเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้น


            มิน่า... สวีซิวเยวี่ยนถึงได้กล้าท้าทายเขา


            ต่อให้เขากล่าวอย่างไรน้ำหนักก็ไม่เท่าผู้อยู่ในเหตุการณ์ จูไฉเหรินยังมีท่าทีมั่นใจไม่เหมือนถูกข่มขู่ คงรู้เห็นกับการจัดฉากด้วยอย่างแน่นอน


            วิธีนี้ ต่อให้เป็นคนโปรด ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษว่าใส่ความสวีซิวเยวี่ยนได้


            เมื่อเรื่องจบลง องค์จักรพรรดิอยู่ปลอบจูไฉเหรินอีกพักหนึ่งผู้คนจึงแยกย้ายกันไป สวีซิวเยวี่ยนมองเขาแล้วแสยะริมฝีปากก่อนสะบัดร่างหันไป ซีหลงมองแผ่นหลังของนางไปจนลับสายตา จากนั้นจึงเรียกคนผู้หนึ่งไว้


            “พระสนมซินโปรดรอก่อน”


            ซินเจาหรงหันกลับมา “มีอะไร”


            “ขอบคุณท่าน มิเช่นนั้นข้าอาจ...” เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “เป็นผู้ถูกลงโทษแทนหวงเหม่ยเหริน”


            “เป็นคนโปรดคือเรื่องสำคัญ ทว่ามารยาหญิงนั้นมีมากมาย พวกนางสามารถสรรหาวิธีใดๆ ก็ตามมาเล่นงานเจ้า”


พระสนมเอกซินเจาหรงเพียงเอ่ยวาจาก็มีลักยิ้มขึ้นทางแก้มซ้าย ดวงตากลมวาวดั่งแก้วผลึก น่ารักน่าเอ็นดูแต่กลับมีความคิดมากมายภายในใจ นางยิ้มเล็กๆ


“แต่ต่อให้เจ้าเป็นผู้เอ่ย อย่างมากก็แค่ถูกกักในตำหนักสองสามวัน พวกนางประเมินว่าฝ่าบาททรงโปรดเจ้าน้อยไป จึงได้คิดแผนการสกปรกไร้ค่าเช่นนี้ สงสารก็แต่เหม่ยเหรินผู้อยากได้หน้าผู้นั้น”


“ท่านคิดว่าเป็นผู้ใด”


“โง่เง่าอย่างสวีซิวเยวี่ยนน่ะหรือจะคิดได้” ซินเจาหรงหัวเราะในลำคอ ยื่นมือไปแตะดอกไม้สีขาวที่บานสะพร่างอยู่บนพุ่มไม้ “ผู้ที่มีอำนาจในวังหลังต้าหลิงจะมีผู้ใดเล่า วันที่สั่งให้สวีซิวเยวี่ยนคุกเข่าสำนึกผิดเรื่องเซาปิ่ง นางก็ไปพูดคุยสนทนาด้วย มิหนำซ้ำยังกางร่มตั้งน้ำแข็งให้ แม่นางเซียนงามล่มเมืองผู้นั้น”

 



กลับมายังตำหนักผิงอัน ซีหลงขบคิดในใจว่าคำพูดของหลินเต๋อเฟยเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นว่าตระกูลเฉินอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ตระกูลหลิว ทว่าก็ยังเชื่อนางไม่ได้ทั้งหมด


ตระกูลซินของซินเจาหรงผู้พี่กับซินเจาเยวี่ยนผู้น้องแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งของซินเจาหรงจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิ ส่วนฝั่งซินเจาเยวี่ยนนั้นคล้ายกับตระกูลจางของจางซูเฟย ทรงอำนาจมีอิทธิพลในกองทัพและคณะขุนนาง ทว่ามิใช่จะอยู่ฝั่งเดียวกับตระกูลว่านและตระกูลเฉินเสียทีเดียว คล้ายเสือหลายตัวแบ่งถ้ำกันอยู่


แต่ที่แน่ๆ ดูท่าจวงเจี๋ยอวี๋จะแปรพักตร์ไปเรียบร้อย ดีไม่ดีนางอาจจะอยู่ฝั่งเฉินกุ้ยเฟยมานมนามแล้ว


มีจูไฉเหรินนี่แหละที่เขายังข้องใจ ว่างๆ คงแวะไปเยี่ยมเยียนนางแน่นอน


จูไฉเหรินได้รับความโปรดปรานเพราะนางมีความสามารถในการขับขานบทเพลงและบุตรีของคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในต้าหลิง ทั้งรูปร่างหน้าตานับว่าเป็นที่หนึ่งในบรรดาไฉเหรินทั้งหมด ก่อนหน้านี้ยังได้ข่าวว่านางจะเลื่อนขั้นเป็นเจี๋ยอวี๋ไม่ก็เหม่ยเหรินในเร็วๆ นี้


คืนนั้นองค์จักรพรรดิจุดโคมตำหนักผิงอัน


“ที่ข้าวางมือบนแก้มจูไฉเหริน เพราะรู้ว่านางรู้สึกตัวแต่ทว่ายังแกล้งหลับตา”


ซีหลงที่พุ้ยข้าวอยู่ขมวดคิ้ว “แล้วท่านมาบอกข้าทำไมกัน”


องค์จักรรพรดิหันไปมองผีผา ว่าไปอีกอย่าง


“วันนี้ไม่ต้องฝึกผีผาก็ได้”


วันนี้หลี่ลู่จินดูเหนื่อย ทว่าก็ไม่รู้มาอารมณ์ไหน ยามเปลี่ยนมาเล่นหมากรุกกันแทน ซีหลงก็อดเอ่ยขึ้นไม่ได้


“จริงๆ แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น”


“พอรู้อยู่บ้าง”


“...” ซีหลงเม้มปาก ก่อนโคลงศีรษะ ถอนใจ “สงสารหวงเหม่ยเหรินผู้นั้น นางพูดความจริง”


“บางครั้ง เรื่องยากคือต้องตัดสินไปตามหลักฐานและพยานที่มี ทว่านางเองก็มิได้ทำเพื่อเจ้า”


หลี่ลู่จินเดินเรือรุกฆาตให้เขาเสียม้า ซีหลงส่งเสียงชิในลำคอ พอเปลี่ยนมาเล่นหมากรุกแทนแล้วเขาไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้ทุกคราเช่นเดียวหมากล้อม เป็นเพราะวิธีการเล่นที่ว่าตัวหมากมิได้มีค่าเท่ากันทุกตัวดังเดิม ทั้งยังเน้นฟาดฟันกันโดยตรง มิได้มีการนับพื้นที่


“พวกนางร่วมกันวางแผนโกหก แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย”


“เจ้าเองก็โกหก”


“ข้าไปโกหกตอนไหน”


อีกฝ่ายขยับมือคว้าม้าของเขาไป นัยน์ตาสีดำมีประกายขึ้นชวนร้อนๆ หนาวๆ “ยามต่อหน้าพระสนมทั้งหลาย ทั้งนอกตำหนัก ในตำหนัก หรือบนเตียง ฝ่าบาทล้วนบอกว่าโปรดปรานข้ายิ่งนัก”


“แค่กๆๆ!

 



-60%-

ฝ่าบาทบอกทำมะ ใครถาม! ส่วนบอสก็มีหลายด่านนะคะ ลาสบอสต้องรอกันไปยาวๆ มือไม่เคยเปื้อนเลย ยืนสวยๆ พอ55555

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ค่ะ ทำให้เสี่ยวอ้ายใจฟูก็อัพเร็วงี้แหละ รักก

ปล.แอบอ่านแท็กพระสนมในทวิตด้วย เขินจังงง ยินดีที่ชอบนะคะ ฮืออ ;-;



คนกำลังยกน้ำชาดื่มถึงกับสำลัก ความร้อนแผ่บนสองแก้ม


“ท่านไปได้ยินตอนไหน!” ซีหลงจำได้ว่าตนมิได้พูดด้วยเสียงอันดังด้วยซ้ำ ไหนเลยบุรุษตรงหน้าจะทวนทั้งประโยคได้ถูกต้องไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว


“คนของข้าในวังหลังมีมากมาย”


“จิ้นชิงงั้นหรือ”


“ไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวที่ทำงานให้ข้า”


“ประเสริฐนัก” พระสนมกำมะลอกัดฟันเอ่ย มองถ้วยน้ำชาลายครามลงรักทองรูปยวนยางคู่(เป็ดแมนดาริน) ของล้ำค่านี้ก็เป็นของพระราชทานจากอีกฝ่ายเช่นกัน “แล้วอย่างไร คนพูดว่าข้าเป็นต้องคนโปรดก็ท่านไม่ใช่หรือ ทุกวันนี้มีคืนไหนที่ท่านไม่นอนร่วมเตียงกับข้าบ้าง”


“แต่ยังไม่เคยบอกว่าโปรดปรานเจ้าบนเตียง”


คนผู้นี้จะต่อยตีกับเขาให้ได้ซักตั้งใช่หรือไม่!


เพราะกำลังหงุดหงิดงุ่นง่านใจ พอมองกระดานหมากรุกอีกรอบ ก็ปรากฏว่าโดนรุกจนเรียบร้อยแล้ว ปรมาจารย์หมากล้อมถึงกับหน้าเสีย โบกมือใส่ตัวหมากหรูหราที่สลักจากหินอ่อน “ตานี้ไม่นับ เพราะท่านขี้โกง”


“ขี้โกงอย่างไร”


“ก่อกวนผู้อื่น”


“งั้นตอนเล่นหมากล้อมเจ้าก็ขี้โกงเช่นกัน”


วันนี้ไม่รู้ทำไมหลี่ลู่จินถึงพูดจาไม่รู้เรื่องนัก ซีหลงเองก็ต้องเปลืองพลังงานมาเถียงด้วยอย่างอดไม่ได้ “เคยโกงท่านด้วยหรือ แพ้เพราะฝีมือตัวเองไม่ถึงขั้นก็มาโทษผู้อื่น... อื้อ!


“สีหน้าเจ้ากวนใจข้า”


นิ้วเรียวยาวเยียบเย็นเอื้อมมาบีบปากเขาไว้ก่อนผละไป ซีหลงทำปากยื่นใส่ ไม่คิดจะต่อคำอีก


“วันนี้บ้านของอี้เหยียนไคกั๋วกงส่งสุราเจี้ยนหนานชุนมา”


สุราเจี้ยนหนานชุนเป็นสุราขาว รสชาติซาบซ่านในปากทว่าไม่กัดลิ้น ทั้งยังมีกลิ่นหอมแรงเย้ายวนมากกว่าสุราชนิดอื่น เหล่ากวีต่างเปรียบเปรยว่ากลิ่นหอมเปรียบเสมือนสายลมอบอุ่นยามแรกคิมหันต์


พอได้ยินคำว่า สุรา ไหนเลยบุรุษผู้คุ้นเคยในวงเหล้าจะตาไม่เป็นประกาย ทว่าเป็นที่รู้กันว่าเหมยอิงไม่ชอบดื่มสุรา พอก้าวเข้ามาในตำหนักผิงอัน เขาจึงดื่มแต่ชาเท่านั้น


ยิ่งได้ยินชื่อผู้ส่ง แสดงว่าย่อมเป็นสุรารสแน่นอน เพราะบ้านเกิดของอี้เหยียนไคกั๋วกงอยู่ในเหล่าผลิตสุรารสเลิศแห่งต้าหลิง ส่วนราคาของสุราเจี้ยนหนานชุนหรือ เขาเองพอมีฐานะยังรู้สึกกระเป๋าเบาเวลาจ่าย


“ข้าดื่มได้หรือ”


“เจ้าดื่มได้ หากไม่คออ่อนจนเกินไป”


“โฮ่” ซีหลงได้ยินก็ตบอกตัวเองดังปั้ก “ท่านอย่าได้ดูถูกข้า ท่านเองเถิด ดื่มแล้วอย่าเมาให้ข้าลำบากแล้วกัน”


เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายดื่มสุราเป็นเรื่องเป็นราว แต่ปากก็พาข่มไปก่อนแล้ว นึกถึงตอนที่เจอกันแรกๆ หลี่ลู่จินดูมิชอบกินอาหารมากนัก ช่วงหลังนี้ค่อยดีหน่อยที่พอกินมากขึ้น กับสุราก็มิน่าดื่มได้มากกระมัง


หนึ่งบุรุษและหนึ่งบุรุษในอาภรณ์สตรีจึงออกมาชมจันทร์ร่ำสุราหลังตำหนัก ผู้รับใช้ส่วนใหญ่ถูกสั่งให้ถอยห่างออกไปไม่รบกวน


ยามค่ำคืนนี้เป็นใจให้ยังมีลมเย็นโชยพัดมาบ้าง ดอกไม้และใบไม้โปรยปรายมาตามลม ดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นเหนือยอดไม้ กาสุราที่นำมาทำจากหยกสีเขียวสลักเลอค่าเป็นรูปมัจฉาและมังกรพ้นวารีคู่กับจอกสุราหยก ซีหลงรินให้ตนเองและอีกฝ่ายจากนั้นก็ยกขึ้นแล้วยิ้มน้อยๆ เอ่ยด้วยท่าทางติดจะล้อเลียน


“ขอองค์จักรพรรดิทรงพระเจริญหมื่นๆ ปีเพคะ”


จากนั้นจึงกรอกรวดเดียวลงคอจนหมด ซีหลงอดหลับตาส่งเสียงอ้าไม่ได้ เนื่องจากกลิ่นหอมและรสชาติเนื้อหนังกรุ่นกำจายในลำคอ “สุราดี!


เมื่อเหล้าเข้าปากกอปรกับความงามของบรรยากาศรอบตัว บทสนทนาก็พลันลื่นไหลยิ่งกว่าที่เคย


พวกเขาเอ่ยถึงสถานการณ์ในวันนี้ ดูท่าก็ยังเอาผิดสตรีทั้งหลายไม่ได้ แต่องค์จักรพรรดิคงเก็บเรื่องจูไฉเหรินและสวีซิวเยวี่ยนไว้ในใจ เพราะพวกนางคงมิยอมลามือโดยง่าย


“เขียนอักษรและวาดภาพเป็นอย่างไร”


“ท่านก็เห็นแล้วมิใช่หรือ”


“ถามตัวเจ้า”


“ก็... ดีกระมัง? ยามเป็นแพทย์หลวง ข้าไม่เคยต้องนั่งประณีตลายมือเท่าไหร่ ขันทีต้มยากับแพทย์หญิงและแพทย์ฝึกหัดไม่นินทาข้าลับหลังเป็นใช้ได้ ส่วนวาดภาพน่ะหรือ ข้าว่าข้าวาดยวนยางเหมือนหมู!


คนฟังอมยิ้มน้อยๆ ซีหลงดื่มไปได้ไม่เท่าไหร่ก็กะพริบตา นึกไปว่าเขาเมาแล้วหรืออย่างไร แต่มองอีกทีดวงหน้าหล่อเหลานั้นก็กลับมาราบเรียบเช่นเดิม


“เจ้าคิดจะสร้างสัมพันธ์กับสนมผู้ใดบ้าง”


“พระสนมเอกซุนเจาอี๋ ตอนนี้ข้าคิดว่าพระสนมเอกซินเจาหรงก็ไม่เลว” ซีหลงเท้าคางกับโต๊ะเล็กที่ตั้งตรงกลาง “ขอข้าถามท่านบ้าง เหตุใดถึงไม่โปรดซุนเจาอี๋ นางออกจะเป็นสตรีที่ดีงาม”


“ซุนเจาอี๋เป็นหลานสาวของแม่ทัพซุนหรือแม่ทัพสิงห์คำรณ เขามิต้องการให้ตระกูลตนมีอำนาจมากเกินไป”


“ท่านจึงไม่เลือกนาง?”


“นางเองก็ไม่ปรารถนาเป็นคนโปรด”


“แต่ท่านก็ทิ้งขว้างนางเกินไป”


“นางเป็นพระสนมเอกที่มีศักดิ์สูงสุด” องค์จักรพรรดิมองหน้าเขา “ข้าให้อำนาจนางมากพอ หากนางไม่อ่อนข้อให้ผู้อื่น ผู้ใดก็รังแกไม่ได้”


ซีหลงคิดตามแล้วก็เป็นเช่นนั้น ทว่าด้วยอุปนิสัยอ่อนโยนและไม่คิดข้องเกี่ยวกับการชิงอำนาจทำให้นางมิคิดใช้อำนาจที่มี


“จริงของท่าน หากเล่นหมากล้อมข้าอาจจะชนะท่านได้ ทว่าเมื่อเล่นหมากรุก ท่านก็มักจะชนะข้า ชีวิตจริงหมากแต่ละตัวมีค่าไม่เท่ากัน การกระทำทุกอย่างท่านล้วนคิดมาแล้วทั้งสิ้น สมกับเป็นองค์จักรพรรดิ”


หลี่ลู่จินทอดสายตามองดวงจันทร์ แสงจันทร์อาบไล้เสี้ยวใบหน้าหล่อเหลาดั่งรูปสลัก ยิ่งฉุดกระชากลมหายใจผู้มอง กระนั้นกลับคล้ายเป็นหยกเล่อค่าทว่าเย็นชา ว่างเปล่าและเดี่ยวดาย


ครู่หนึ่งด้วยดวงหน้านั้นก็หันมาคลี่ยิ้มเบาบางขึ้น ซีหลงทอดมองไป กลับรู้สึกหายใจไม่สะดวกอย่างประหลาด


รอยยิ้มนั้นแสนขมขื่น


“ไม่ว่าผู้ใดก็เอ่ยว่าข้าสมกับเป็นองค์จักรพรรดิ” ร่างสูงสง่าเอ่ยเจือรอยยิ้ม ยกจอกสุราขึ้นดื่ม


ซีหลงเผลอมองอีกฝ่ายอยู่นานสองนาน จากนั้นจึงถอนใจ


“ข้าขอโทษท่าน”


“...”


“ข้าพูดผิดไป ท่านเป็นองค์จักรพรรดิ ล้วนต้องคิดมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่เมื่อครู่เหมือนคล้ายจะบอกว่าท่านไม่มีอารมณ์ความรู้สึกหรือความจริงใจเลย ซึ่งถ้าหากยังเป็นมนุษย์ เราทุกคนล้วนมีสิ่งนั้น”


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงชะงักมือแล้วสบประสานสายตากับเขา ซีหลงเองก็สบตากลับไม่หันหนี


“ข้าเองเคยคิดว่าท่านไม่มีหัวใจ ไร้ซึ่งความปราณี ทว่าพออยู่ด้วยแล้ว ท่านก็มิได้ย่ำแย่ขนาดนั้น คนที่ออกปราบกบฏถึงหกปีและแบกต้าหลิงไว้บ่นบ่าเช่นท่าน คนอยู่สบายเช่นข้าไหนเลยจะไปคิดแทนได้ทุกสิ่ง”


สายลมพัดยอดไม้เสียดสีกัน ความเงียบยามนี้ทั้งแสนเปรอะบางและเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน หลี่ลู่จินจ้องมองเขา มือถือจอกสุราค้างไว้ เมื่อถูกมองนานเข้า แพทย์หลวงหนุ่มจึงต้องเป็นฝ่ายหลบตา พลางเกาศีรษะแก้เก้อ


“สุรารสดีก็อย่างนี้ ข้าเพ้อเจ้ออะไรท่านก็อย่าใส่-!


โต๊ะกั้นกลางบนตั่งที่นั่งยาวถูกยกออกไปเมื่อไหร่ไม่ทราบ ร่างของเขาถูกดึงเข้าไปยังอ้อมกอดอุ่น หลี่ลู่จินวางคางไว้บนไหล่เขา ลมหายใจร้อนขึ้นด้วยฤทธิ์สุรากระทบใบหู ก่อนกระซิบเสียงเบา


“มีผู้คนมา”


“แล้วท่านก็กอดข้าให้พวกเขาดูงั้นเรอะ!


จู่ๆ ถูกกอดแนบแน่นโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกายที่ร้อนอยู่แล้วจึงร้อนยิ่งร้อนผะผ่าวดั่งถูกไฟ และคงเป็นเพราะอาการเก้อกระดากและสุราเจี้ยนหนานชุน หัวใจของเขาถึงได้เต้นรัวเป็นกลองศึกแบบนี้


“ข้าเมาแล้ว”


“ข้าบอกแล้วว่าท่านอย่าเมาให้คนอื่นลำบาก”


“เมามายอย่างยิ่ง”


“...”


เสียงแหบพร่าดังขึ้นพร้อมกับริมฝีปากแนบชิดจนแตะสัมผัสใบหูทุกครั้งที่เอื้อนเอ่ย ร่างซีหลงสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนนั้น หลี่ลู่จินรวบผมของเขาไปอีกด้านหนึ่งอย่างอ่อนโยนก่อนจะจูบหลังคอแผ่วเบา


ทว่าเนิ่นนานและค่อยๆ เพิ่มแรงประทับมากขึ้น จนความแรงร้อนของสุราแทบแทรกซึมลงในผิว


น่าแปลก หลิวซีหลงกลับตัวแข็งทื่อและตื่นตกใจเกินกว่าจะผลักออก


ริมฝีปากร้อนขบเม้มบนผิวอ่อนบางอีกครั้งจนไม่แน่ใจว่าจะเกิดรอยหรือไม่ ร่างสูงผละออกไปก่อนช้อนตัวอุ้มเขาขึ้นในอ้อมกอด คำพูดและความคิดทั้งมวลคล้ายหายไปจากศีรษะขาวโพลน บุรุษผู้โอบอุ้มก้มลงกดจุมพิตที่หน้าผากของเขา ก่อนก้มลงแตะหน้าผากของตนเข้าด้วยกัน ใช้ปลายจมูกคลอเคลียกับปลายจมูกของเขา


            ดวงหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อน่ามองบนสองแก้ม หลี่ลู่จินยามนี้หลับตา เผยให้เห็นขนตายาวใต้เรียวคิ้วเข้ม


“เจ้าจะช่วยให้ข้าหายเมามายได้หรือไม่”

 

 

***

/ตาย 

ตอนหน้าหาคนเขียนคนใหม่นะคะ เสี่ยวอ้ายได้ตายไปแล้วเพราะฝ่าบาท


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.091K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6363 Takgy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 23:20
    ตายอย่างสงบ แอร้ยย มู้ดดีมากๆๆๆตอนนร้
    #6,363
    0
  2. #6337 예뻐요 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 07:15
    แรงมากกกกฝ่าบาทรุกแรงมากกกกก
    #6,337
    0
  3. #6178 blueeyes111 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:10
    ตายๆๆๆ หัวใจจะวาย
    #6,178
    0
  4. #5950 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 06:35
    คนทางนี้ก็แทบจะขุดหลุมฝังตัวเองแล้วค่ะ โฮกกกกกก
    #5,950
    0
  5. #5768 noro1noro2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 15:01
    มันเป็นหนุบหนับหัวใจจจจ
    #5,768
    0
  6. #5766 Secr3t-Key (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 12:59
    เหล้าไม่เมา เมาน้อง55555 เมารัก
    #5,766
    0
  7. #5544 GalaxyStyle (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:16
    แรงเกินไปแล้ว หัวใจบ่าวอย่างอิชั้นเต้นแรงเกินไปแล้ว /ซับหัวตา
    #5,544
    0
  8. #5514 _1221_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 16:18
    โอ้ยยเขินนนแงงงงงง หลงน้องแล้วใช่มั้ยเพคะฝ่าบาท
    #5,514
    0
  9. #5398 Alis1617 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 10:30

    ความเข้าอกเข้าใจนั้นทำให้น้องซีไม่ปลอดภัยนะลูก
    #5,398
    0
  10. #5325 Marshmalowdii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 23:35

    เขินมากกกก😳😳😳

    #5,325
    0
  11. #5316 ppunn__ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:22
    มันเปงอรุ่มอรุ่มมมมม
    #5,316
    0
  12. #5272 kittenO (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 15:26
    เมาจริงเหรออออออ
    #5,272
    0
  13. #5169 Weetaime (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 01:07
    ไม่เมาเหล้า แต่เรานั้นเมารัก
    สุดจะหัก ห้ามจิตคิดไฉน
    #5,169
    0
  14. #5143 ShadowOro (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:15
    งื้ออออ....เขินไม่ไหวแล้ว
    #5,143
    0
  15. #5142 Yคือชีวิต (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 17:35
    พอเอ่ยถูกใจละเป็นเช่นนี้เชียว ดูออกว่าเมาอะไร
    #5,142
    0
  16. #5137 Joopchuri (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 16:06
    ไม่เมาเหล้าหรอก ดูอาการแล้วเมารัก
    #5,137
    0
  17. #5136 1000Nara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:47

    ตายยยยย กุตายยย

    #5,136
    0
  18. #5131 Ppttyc_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 14:30
    กี้ดขอตายด้วยคนค่ะคุณเสี่ยวอ้ายองค์จักรพรรดิคือละมุนละไมอะไรขนาดนี้ มันเป็นนุ้บนิ้บไปหมดใจผมมมม
    #5,131
    0
  19. #5119 puii27604 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 09:14
    ฮรุก เขินมากมิไหวๆ ใจอ่อนแอ
    #5,119
    0
  20. #5057 kiki3k (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:22
    ดูแลกันไปนะพวกเธออ
    #5,057
    0
  21. #4898 ZicoXo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 19:06
    ฝ่าบาทคนคลั่งรัก
    #4,898
    0
  22. #4885 ninon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 14:58
    ฮื่ออออ เขิงง
    #4,885
    0
  23. #4875 Smirnoffz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:08
    โอ๊นนนนนนนยยยย เขินนนนมากกกก ฮือออออ
    #4,875
    0
  24. #4709 Manao' MM (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 18:39
    ชิบหายแล้วว เขินนนน โอ่ย พิมไม่ออกเลย
    #4,709
    0
  25. #4698 Khunjji (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 02:11
    กรี๊ดด

    เลิ่กลั่กไปหมดเรยยย
    #4,698
    0