พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 16 : 14 - เซาปิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,756 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

14 – เซาปิ่ง

 


            คำทักประหนึ่งสงสารเห็นใจนักทำให้หลิวซีหลงแทบสำลักขนมในปาก ต้องพยายามลอบกลืนลงคออย่างแนบเนียนที่สุด ก่อนจะก้มหน้าว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา


            “...เพคะ”


            “ดีแล้ว ใบหน้าของเจ้าไม่เหมาะกับคราบน้ำตา”


หลิวซีหลงต้องบังคับไม่ให้ตนเองกลอกตาอย่างยากเย็น ถึงกระนั้น สุรเสียงนุ่มนวลและสายตาประหนึ่งรักใคร่นักก็ทำให้เหล่าสนมรอบกายล้วนจ้องมองมาตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนที่ไม่อาจปกปิดแววมาดร้ายในดวงตา


องค์จักรพรรดิก้าวผ่านบรรดาสนมไปนั่งยังบัลลังก์เอกเคียงข้างเอ้อร์หนาฮองเฮา เมื่อทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันแล้วช่างให้ภาพที่ทรงอำนาจ ทว่ามิได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นรักใคร่สักนิด คล้ายจะเป็นคู่พิฆาตหงส์มังกรที่ต่างแสดงรัศมีข่มซึ่งกันและกันมากกว่า


ระยะห่างระหว่างที่นั่งยิ่งตอกย้ำได้ว่าทั้งสองมิได้สนิทสนมดั่งที่สามีภรรยาควรเป็น เอ้อร์หนาฮองเฮายิ้มน้อยๆ หากมองไม่ผิด ซีหลงยังคิดว่าเห็นประกายท้าทายอยู่ในดวงตาหงส์คมกริบนั้นอีกด้วย


“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันขออนุญาตทูลถาม เหตุใดมวยผมและกวานจึงเบี้ยวไปด้านหนึ่งเพคะ นางกำนัลหรือขันทีผู้ใดทำกัน” จางซูเฟยเป็นผู้เอ่ยปากถาม


องค์จักรพรรดิเอื้อมมือไปแตะศีรษะของตน จ้องมายังซีหลงไม่ปิดบัง


“เบี้ยวไปนิดคงไม่เป็นไรกระมัง”


“ทว่าฝ่าบาททรงสง่างามเรียบร้อยอยู่เสมอ แล้วนางกำนัลขันทีที่ไม่เชี่ยวชาญจะปล่อยไปได้อย่างไรเพคะ”


“ซูเฟยก็เป็นห่วงเกินไป อันที่จริง นี่เป็นฝีมือพระสนมหลิว”


ซีหลงอยากจะตะโกนนักว่าเอาเลย มีอะไรก็เอาออกมา แต่ดูท่าว่าไม่ต้องท้าแล้ว คนผู้นี้มีเรื่องให้เขามากกว่าหนึ่งเรื่องแน่ๆ!


“หม่อมฉันไร้ฝีมือ ขอฝ่าบาทและพระชายาโปรดลงโทษเพคะ”


จางซูเฟยเลิกคิ้วปรายตามองเขา หลี่ลู่จินกลับหัวเราะเบาๆ เสียงนุ่ม แปลกหูเสียจนขนลุกขนพอง


“สนมผู้นี้เอะอะก็จะขอให้ข้าลงโทษอยู่เรื่อย หากลงโทษเจ้าทั้งชุดไว้ทุกข์ มิใจดำเกินไปหรือ นั่งลงได้แล้ว”


“...ขอบพระทัยเพคะ เป็นพระกรุณาธิคุณยิ่งนัก”


“แล้วเหตุใดฝ่าบาทถึงได้ยอมให้นางเกล้าให้เช่นนั้นเพคะ” จ้าวเสียนเฟยอดถามไม่ได้ น้ำเสียงติดหยอกเหย้ามากกว่าเจตนาหาความ


“นางเองไม่มีฝีมือก็จริงอยู่ แต่ถ้าข้าพอทำให้นางได้หัวเราะได้บ้าง ต่อให้มวยผมเบี้ยวไปจะเป็นไร”


“ฝ่าบาททรงดีเหลือเกิน ได้ยินหรือไม่ น้องหญิงหลิวก็จงอย่าได้โศกเศร้าจนนานเกินไป เรื่องใดๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”


จางซูเฟยหันมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ ซีหลงเปิดยิ้มบางๆ ตามมารยาท แต่รู้สึกได้ถึงไฟที่ลุกอยู่ในตาของบรรดาสนมทั้งหลาย หากว่าโปรดหลิวเหม่ยเหรินเพียงนี้ จะเรียกว่าหลงใหลจนหน้ามืดก็ไม่ผิด


            “แล้ววันนี้ลมอะไรพัดให้ฝ่าบาทเสด็จมาเพคะ” เอ้อร์หนาฮองเฮาเป็นผู้เอ่ยขึ้นบ้าง


            “ไม่มีลมอันใด” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงเองก็ยกยิ้มน้อยๆ กลับไป ทั้งท่าทางน้ำเสียงเช่นนี้ ซีหลงเห็นแล้วให้ความรู้สึกแปลกจนครั่นเนื้อครั่นตัวนัก “มาวังหลังต้องมีสาเหตุด้วยหรือ”


            “หม่อมฉันจะเพียงแต่แปลกใจเท่านั้น เพราะน้อยนักที่จะเสด็จมาตอนที่สนมทั้งหลายอยู่พร้อมหน้า หรือว่ามาหาผู้ใดเป็นพิเศษ”


            “คนก็นั่งอยู่พร้อมหน้า แน่แล้วว่าข้ามาเพราะสนมทั้งหลาย ฮองเฮาอย่าได้ทำให้ข้าคล้ายคนไม่ยุติธรรมไป”


            “ฝ่าบาททรงเป็นบุรุษที่ยุติธรรมที่สุดในใต้หล้า ไม่เพียงปราบปรามกบฏชั่วช้า ยังมีนโยบายการปกครองชาวประชาอย่างเป็นธรรม เช่นนี้ แล้วจะปกครองวังหลังไม่ยุติธรรมได้อย่างไร”


            พระราชเทวีจางซูเฟยยิ้มหวานรีบเอ่ยขึ้น หลี่ลู่จินหันไปเอ่ยกับนาง “ซูเฟยช่วยประหยัดคำยกยอข้าหน่อย ตอนนี้ก็มิมีสิ่งใดจะประทานให้แล้ว


            แน่แล้วว่าจางซูเฟยนั้นปากหวานยั่วเย้ายิ่งนัก แต่พอเจอคำกับสายตาของไท่ช่างหวงตี้แก้มก็แดงเรื่อเหมือนเด็กสาว นางอมยิ้ม พลางจัดดอกไม้ประดับบนศีรษะไปด้วย ท่วงท่าเขินอายน่าดูชมนัก


“ที่หม่อมฉันกล่าวล้วนเป็นความจริง ไหนเลยจะกล่าวเพื่ออยากได้ของพระราชทานเล่าเพคะ”


“ที่พี่หญิงซูเฟยเอ่ยล้วนถูกต้องที่สุด หกปีมานี้ฝ่าบาททรงเหน็ดเหนื่อยมามาก กลับมาปกครองก็ต้องจัดการฎีกามากมายอีก” พระราชชายาจ้าวเสียนเฟยเอ่ยขึ้นบ้าง


“หากพวกหม่อมฉันสามารถทำให้ฝ่าบาททรงพระสำราญ คลายกังวลจากราชกิจวุ่นว่ายได้บ้าง ย่อมเป็นบุญสูงสุดในชีวิตแล้วเพคะ” พระสนมอื่นๆ ต่างเริ่มทยอยกันเอ่ยขึ้นบ้าง


ซีหลงนั่งฟังคำเทิดทูนไปก็กระดิกเท้าใต้กระโปรงไป คันยุ่บยั่บในใจจนไม่อยากจะสนใจฟังอีก ก้มลงจิบชาและกัดขนมอีกครั้ง สอดส่ายสายตาสังเกตรอบตำหนักคุนหนิงแทน


ตำหนักคุนหนิงแขวนม่านเชือกถักร้อยด้วยลูกปัดหลากสีซึ่งเป็นวัฒนธรรมของเสียนซู เสียนซูนั้นเป็นแคว้นที่รวบรวมบรรดาชนเผ่าเข้าด้วยกัน มีความเชื่อถึงการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ จึงให้ความสำคัญกับการเกษตรและล่าสัตว์มากกว่าสร้างอารยะธรรมทางวัตถุเช่นต้าหลิง สิ่งของเครื่องใช้จึงผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด


ในบรรดาตู้ประดับมากมาย ยังมีตู้ไม้หลังหนึ่งใช้แขวนธนูล่าสัตว์ ดาบและมีด ทั้งหมดสร้างขึ้นอย่างประณีตสวยงามด้วยหินเลื่อมสี ขนนก ขนสัตว์และหนังสัตว์ หากมองเผินๆ ก็คล้ายเพียงของตกแต่งทั่วไป รอบตำหนักยังมีพืชพรรณประดับเป็นสมุนไพรหายากปะปนอยู่กับเครื่องทองและไม้จันทร์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของต้าหลิง


นอกจากนั้น บรรดาฉากกั้นและรูปวาดที่แขวนไว้มักเป็นรูปหุบเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า อาชา นกอินทรี มิได้เป็นบุปผาหรือทิวทัศน์ดั่งที่สตรีนิยมใช้แขวนทั่วไป


คิดไปแล้ว สตรีเช่นเอ้อร์หนาฮองเฮาก็คงต้องการอิสรเสรี มิได้ต้องการจะมีชีวิตติดอยู่ในวังหลวงต้าหลิงเช่นนี้กระมัง


คนกินไปคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานจานขนมก็ว่างลง


“จางกงกง”


“พ่ะย่ะค่ะ”


“ขนมเซาปิ่ง(ขนมแป้งทอด) ดูท่าจะถูกใจพระสนมหลิวมาก ยกไปให้นางแล้วกัน”


“แค่กๆๆ!


คราวนี้หลิวซีหลงถึงกับสำลักจริงๆ จางกงกงรีบยกจานขนมร้อนๆ จากโต๊ะข้างองค์จักรพรรดิมาวางเบื้องหน้าเขาอย่างนอบน้อม ซีหลงเงยหน้าก็พบกับสายตาเอ็นดูทอดมองมา


“ฝ่าบาททรงมีพระเมตตายิ่งนัก ทว่าหากจะให้น้องหญิงหลิวทานเพิ่ม แจ้งห้องครัวจะไม่สะดวกกว่าหรือเพคะ”


ครานี้พระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนไม่อาจยั้งปากไว้ได้อีก


“ข้าจะยกขนมให้ใครก็ต้องถามเจ้าหรือ”


องค์จักรพรรดิย้อนถาม น้ำเสียงไม่เจือความโกรธ แต่ผู้คนในที่นั้นต่างรับรู้ว่าน่ากลัวยิ่งกว่าถูกตวาดนัก สวีซิวเยวี่ยนเมื่อรู้สึกตัวว่าพลั้งปากก็หน้าซีด รีบก้มลงโขกศีรษะลงทันที


“มะ หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ! มิได้มีความหมายเช่นนั้น กลัวแต่เพียงฝ่าบาทจะเสวยไม่อิ่มเท่านั้นเพคะ!


“พระสนมสวีคงอยากทานเซาปิ่งบ้าง งั้นเจ็ดวันนี้ทั้งสามมื้อก็ให้นางทานแต่เซาปิ่งก็แล้วกัน”


องค์จักรพรรดิมิได้ปรายตามองนาง เอ่ยกับจางกงกงเรียบๆ


ซีหลงเบิกตากว้าง ได้ยินว่าพระสนมสวีซิวเยวี่ยนเองก็เป็นคนโปรดในระดับเดียวกับเขา ไฉนเลยโดนลงโทษได้เพราะแรงหึงหวงประโยคเดียว แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่านี่จะทำให้เสียเกียรติและกลายเป็นที่ฮือฮาไปหลายวัน


เห็นแผ่นหลังบอบบางสั่นสะท้านของนาง ซีหลงก็ลังเลว่าจะเอ่ยสิ่งใดหรือไม่ จนมีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นก่อน


“ฝ่าบาททรงลงโทษเพียงทานเซาปิ่ง กลัวแต่พระสนมสวีจะยังไม่สำนึกผิด คุกเข่าเพิ่มอีกสองชั่วยามแล้วคิดทบทวนตนแล้วกัน”


“เจ้าเห็นเช่นนั้นหรือ ซิ่วหยา


คำว่า ซิ่วหยา ก้องกระทบในโสตของแพทย์หลวงหนุ่มอย่างประหลาด นาม เฉินซิ่วหยาเป็นของพระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟย เท่าที่เขาได้ยินมา องค์จักรพรรดิไม่เคยเรียกฮองเฮาหรือพระสนมใดด้วยนามต่อหน้าผู้คนมาก่อน กระทั่งเหมยอิงที่ได้รับความโปรดปรานก็ไม่


เฉินกุ้ยเฟยเป็นพระชายาเอกคนแรก มิคาดจะมีสายสัมพันธ์บางอย่างกับองค์จักรพรรดิที่เขายังไม่รู้ก็เป็นได้


“เพคะ พระสนมสวีแต่เดิมก็เป็นคนติดตามของหม่อมฉัน ปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทมานานตั้งแต่ยังเป็นองค์รัชทายาท ทว่าบางครากลับมีกิริยาไม่เหมาะสมอยู่ หม่อมฉันก็มีหน้าที่ต้องอบรม”


เฉินกุ้ยเฟยเอ่ยอย่างสงบ องค์จักรพรรดิพยักหน้า “ตามใจเจ้า”


บรรยากาศต่อมากร่อยลงไม่น้อย เพราะเหล่าบรรดาสนมต่างระมัดระวังคำพูดมากขึ้น สายตาที่มองสวีซิวเยวี่ยนมีทั้งเย้ยหยันทั้งสมเพช หรือกระทั่งไม่สื่ออารมณ์ใด ในขณะเดียวกันก็มีสายตาหลายคู่หวั่นเกรงและประเมินค่าพระสนมหลิวเหม่ยเหรินสูงขึ้น


            ส่วนเซาปิ่งร้อนๆ ในจาน ใครหลายคนคงรู้สึกว่าปราศจากรสชาติไปแล้ว

 



            หลังจากที่องค์จักรพรรดิเสด็จไปทรงงานที่ตำหนักอักษรต่อ เหล่าพระสนมทั้งหลายก็ทยอยกันออกมาจากตำหนักคุนหนิงตามลำดับ มิคาดพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนจะยืนอยู่รอพระสนมหลิวซึ่งออกมาเป็นลำดับสุดท้าย


             “เจ้ามันแน่มาก”


            ดวงตากลมโตนั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ซีหลงยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด นางก็สะบัดสายกระโปรงงดงามและปิ่นตุ้งติ้งขึ้นเสลี่ยงไป


            “นางก็เป็นเช่นนั้น อย่าไปถือสาหาความเลย”


            น้ำเสียงอ่อนแรงดังมาจากใต้ร่มไม้อีกแห่ง ปราฏเรือนรางซูบผอมของพระอัครชายาหลินเต๋อเฟย นางดูคล้ายจะเป็นลมล้มไปได้ทุกขณะหากไม่มีนางกำนัลคอยพยุงไว้


            “คำนับพระอัครชายาหลินเพคะ”


            หลินเต๋อเฟยคือพระสนมเพียงผู้เดียวที่เคยได้ไปยังตำหนักเฉียนชิง และยังเคยตั้งครรภ์มังกรถึงสองครั้งสองครา เสียดายไม่มีโอกาสได้คลอดบุตร บัดนี้จึงใช้ชีวิตถือศีลกินเจในตำหนัก


            นางมิได้ปรากฏตัวบ่อยครั้ง มิหนำซ้ำครั้งนี้นางยังมองมาที่เขาบ่อยๆ คงมีสิ่งใดต้องการเอ่ยกระมัง


“คนที่เจ้าต้องระวังมิใช่สวีซิวเยวี่ยน นางเป็นแค่หมากโง่เขลาตัวหนึ่ง”


หลินเต๋อเฟยขยับเข้ามากระซิบใกล้ๆ กลิ่นโอสถมากมายยิ่งกรุ่นกำจายออกมาจากตัวนาง


“เจ้าเองก็เป็นคนฉลาด ย่อมรู้ว่าแท้แล้วผู้ใดคือศัตรูของเจ้าในวังหลวงแห่งนี้”


“ท่านจะเอ่ยสิ่งใด”


“มีคนผู้หนึ่งมาเหยียดหยามข้าถึงตำหนักในวันเทศกาลโคม บอกว่าหากเจ้าได้เป็นคนโปรด ก็จะวางอำนาจบาตรใหญ่ แม้เศษเสี้ยวความโปรดปรานก็มิต้องการให้ผู้ใด”


“คนผู้นั้นคือผู้ใด”


ทันใดนั้นหลินเต๋อเฟยก็กระอักไอจนต้องใช้ผ้าปิดปาก ดึงมือออกมาแล้วปรากฏโลหิตเป็นหย่อมๆ ซีหลงเบิกตา คิดเข้าไปพยุงช่วยนางอีกคน ทว่าหลินเต๋อเฟยยกมือขึ้นห้าม


นางเช็ดเลือดยังริมฝีปาก “ครั้งหนึ่งข้าเองก็เคยงดงาม เคยเป็นที่โปรดปราน กระทั่ง... นังมารผู้นั้นทำลายชีวิตของข้า ดังนั้นระวังตัวไว้ให้ดี นางจะไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น เมื่อถึงเวลานั้น แค่ก ฝ่าบาทก็ไม่อาจช่วยเจ้า”


หลินเต๋อเฟยเอ่ยเบาๆ คล้ายพึมพำกับตนเอง ก่อนที่จะเอ่ยกับนางกำนัล “กลับตำหนัก”


“แล้วท่านหมายถึงผู้ใดกันแน่” ซีหลงได้แต่เอ่ยถามซ้ำๆ หลินเต๋อเฟยกลับมิยอมให้คำตอบที่ชัดเจน


นางขึ้นเกี้ยว ยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยเสียงเบาราวกับเอ่ยกับสายลม


“ผู้ใดมีอำนาจในต้าหลิงก็เป็นผู้นั้น”



 

            แดดแผดแรงกล้า คนผู้หนึ่งต้องคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหินร้อนระอุหน้าตำหนักของตนเอง เหงื่อไคลพลันไหลตามกรอบหน้า อารมณ์และเส้นผม ทว่าภายในอกกลับร้อนเดือดพล่านยิ่งกว่านอกยิ่งนัก


            ทันใดนั้นได้มีร่มคันหนึ่งกางขึ้นบัง สวีซิวเยวี่ยนเงยหน้าขึ้น พบกับเทพธิดางามล้ำแห่งต้าหลิงผู้ไม่มีตำหนิใดแม้เพียงนิด ยามมองเมื่อใดนางก็รู้สึกได้ถึงความริษยาในใจ พระสนมเอกเอ่ยแผ่วเบา


            “คำนับพระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟย”


            “ข้าให้เจ้าคุกเข่าก็เพื่อตัวเจ้าเอง”


            “...หม่อมฉันทราบดีเพคะ”


            “ตั้งกระถางน้ำแข็งและนำน้ำให้นางดื่ม”


            ทั้งร่มเงาและกระถางน้ำแข็งช่วยคลายร้อนไปได้ แต่อย่างไรก็ยังมีความปวดหนึบที่สองเข่าจนชาร้าวรานไป เฉินกุ้ยเฟยทอดถอนใจ สีหน้ายังสงบเย็นประหนึ่งไม่มีผู้ใดแตะต้องได้


            “ตอนนี้เจ้าเป็นคนโปรดก็จริง ทว่าฝ่าบาทเลือกหลิวเหม่ยเหรินไว้เป็นหุ่นชักใย ย่อมต้องแสดงว่าโปรดมากกว่า  มิหนำซ้ำนางเพิ่งผ่านการเสียพี่ชายและบิดาที่ถูกลอบทำร้ายก็เป็นตายเท่ากัน เจ้าให้ความหึงหวงบดบังดวงตาของตนเองได้อย่างไร”


            “หม่อมฉัน... หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”


            “รู้ตัวก็ดี ต่อหน้าสนมผู้อื่นเจ้าจะวางอำนาจบาตรใหญ่อย่างไรก็ทำไป ทว่าอย่าได้ล้ำเส้นต่อหน้าฝ่าบาท ลองนึกสิว่ากว่าจะได้รับความโปรดปรานเท่านี้เจ้าต้องฟันฝ่ามาเท่าใด”


            สวีซิวเยวี่ยนเพิ่งถูกตำหนิมา ยามนี้อารมณ์อ่อนไหวอย่างยิ่ง น้ำตาจึงพลันไหลนองหน้า ถลาเข้ากอดขาสตรีผู้สูงศักดิ์กว่า


“พระอัครเทวีเฉินเพคะ แล้วท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าฝ่าบาทจะมิได้หลงใหลงมงายในตัวหลิวเหม่ยเหรินนั่นจริงๆ! อีกทั้งท่านก็ทราบว่าหม่อมฉันรักฝ่าบาทด้วยใจจริง สายตาและน้ำเสียงเช่นนั้นไม่เคยมีให้ผู้ใด... หม่อมฉันจะไปทนได้อย่างไร!


พระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟยหลุบตาลง ดวงหน้าประหนึ่งไร้ใจยามเอ่ยเสียงเยียบเย็น


“หากทนไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องทนดีหรือไม่”


สวีซิวเยวี่ยนสะอึก รีบส่ายหน้าพัลวัน กอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นอีก เท่าที่นางติดตามรับใช้อีกฝ่ายมา ตั้งแต่แรกเทพธิดาผู้นี้ก็ไร้หัวใจมาโดยตลอด ตระกูลเฉินสั่งสอนให้เฉินซิ่วหยารู้จักเพียงสร้างชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่ให้แก่วงศ์ตระกูล ขอเพียงก้าวไปอยู่จุดสูงสุด ก็มิสนใจว่าจะได้รับความรักจากบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์จักรพรรดิหรือไม่


เฉินซิ่วหยาผู้นี้จึงต้องการเพียงตำแหน่งฮองเฮาแห่งต้าหลิงเท่านั้น มิใช่หัวใจของฝ่าบาทที่สวีซิวเยวี่ยนถวิลหามาตลอด ทั้งเฉินกุ้ยเฟยยังมีว่านฮองไทเฮาหนุนหลัง ตระกูลว่านและตระกูลเฉินเองก็นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในต้าหลิง นางจำเป็นต้องพึ่งสตรีผู้นี้เพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างบุรุษที่นางรักหมดใจ


“ขอเพียงให้หม่อมฉันมีที่ยืนเคียงข้างฝ่าบาท ให้ทำสิ่งใดก็ยินดีเพคะ”


“ดี เพราะจากนี้ข้ามีสิ่งที่จะให้เจ้าทำ”

 

 

-50%-


 

            เมื่อกลับมายังตำหนักผิงอัน พระสนมตัวปลอมมีความคิดมากมายอยู่ในใจ สาวงามในวังหลังล้วนไม่ธรรมดาทั้งสิ้น แน่แล้วว่าจะอยู่รอดในที่แห่งนี้ไม่ง่ายเลย


            คิดอีกที อาจจะดีแล้วก็เป็นได้ที่เหมยอิงได้หลุดพ้นจากที่แห่งนี้ ซีหลงเอนตัวพิงเก้าอี้ยาว เคาะนิ้วกับที่เท้าแขนเบาๆ “พวกเจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”


            “หากหลินเต๋อเฟยกล่าวถึงผู้มีอำนาจในวังหลังของต้าหลิง ก็มีเพียงว่านฮองไทเฮาและเฉินกุ้ยเฟย ทว่าว่านฮองไทเฮาปฏิบัติธรรมเคร่งครัดอยู่ในตำหนัก ผู้ที่จะไปหานางได้ในคืนเทศกาลโคมก็ย่อมมีผู้เดียว...”


            มู่หลันเว้นวรรค ซีหลงพยักหน้าเข้าใจ


            “แน่แล้วว่าหลินเต๋อเฟยผู้นี้ไม่ถูกกับเฉินกุ้ยเฟย”


            เดิมตระกูลหลินก็เคยรุ่งโรจน์ขับเคี่ยวกับตระกูลเฉินมาก่อน แต่มายามนี้ก็ต้องอยู่อย่างประมาณตนไม่มีปากมีเสียง หมดอำนาจลงหลังจากที่ตระกูลเฉินขึ้นเป็นใหญ่


            คนฟังอดถามต่อไม่ได้ว่า


            “จะว่าไป แม้เจ้าจะรับใช้อวิ๋นอ๋องแต่กลับรู้เรื่องในวังเป็นอย่างดี เคยอยู่ในวังหลวงมาก่อนหรือ”


            “ใช่แล้วเจ้าค่ะ” มู่หลันตั้งใจจะตอบสั้นๆ ทว่าซีหลงยังจ้องมองนางอยู่ นางจึงขยายความช้าๆ อย่างระมัดระวัง


“ผู้น้อยเป็นนางกำนัลรับใช้องค์หญิงที่เกิดกับพระสนมเอกในรัชสมัยไท่ซู่หวงตี้เจ้าค่ะ”


            “ก่อนหน้านั้นยังเป็นนางกำนัลคนสนิทของอดีตเซียวฮองไทเฮาอีกด้วย”


            ขันทีหนุ่มจิ้นชิงเสริมขึ้นยิ้มๆ มู่หลันเหลือบมองอีกฝ่าย คล้ายมีประจุสายฟ้าแล่นระหว่างดวงตาของทั้งสอง ซีหลงได้แต่เคาะระฆังชกมวยอยู่ในใจ


            “มารดาของอวิ๋นอ๋องที่ถูกลงโทษเนื่องจากวางยาพิษพระสนมคนโปรดน่ะหรือ?”


            ดวงตาของมู่หลันมีประกายวูบหนึ่ง ก่อนค้อมศีรษะลง “เจ้าค่ะ ทว่าก่อนที่เซียวฮองเฮาและอวิ๋นอ๋องจะได้รับโทษกักกันอยู่ในตำหนัก ก็ได้ส่งผู้น้อยไปปรนนิบัติองค์หญิงเสียก่อน จึงพอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวังอยู่บ้าง”


            ซีหลงตัดสินใจพักประเด็นของอวิ๋นอ๋องไว้ก่อน ตัดสินใจว่าข้อมูลของทั้งจิ้นชิงและมู่หลันคงเชื่อถือได้อยู่มาก อีกทั้งหากผู้ใดพูดเท็จหรือจริงก็คงโต้แย้งกันต่อหน้าเขานี่เอง


            “คุณหนูเจ้าคะ” สองป้าหลานสกุลซือเข้ามาภายในตำหนัก สีหน้าท่าทางหนักใจ “คือ...”


            “มีสิ่งใดหรือ?”


            “คุณชายเจิงอีเจ้าค่ะ” ซือเย่เอ่ยเสียงเศร้า “พอรู้ว่า เอ่อ คุณหนูสิ้นแล้วก็ร้องไห้จนตาแดงหน้าแดงไปหมด เข้ามาคุกเข่าขอร้องพวกเราว่าอย่างไรก็ต้องเข้าเฝ้าพระสนมหลิวให้ได้”


            หลิวซีหลงฟังแล้วยกมือกุมขมับ อยากจะบอกเจิงอีสหายรักว่าเขามิได้ตายจริงเสียหน่อย ทว่าหากให้อีกฝ่ายเข้าเฝ้ายามนี้เห็นทีความอาจจะแตกก็ได้ พระสนมตัวปลอมได้แต่ถอนใจ เอ่ยว่า


            “เจ้าจงไปบอกว่าพระสนมหลิวไม่สะดวกให้เข้าเฝ้า แต่ให้ยกของทั้งหมดที่ห้องพักแพทย์ ทั้ง ตำรา กระเป๋ายา หรือสมุนไพรต่างๆ ให้เขาทั้งหมด ส่วนสิ่งอื่นๆ ที่เหลืออยู่ยังห้องพักของนอกวังก็ยกให้มือปราบวั่งกู่เจินแล้วกัน”


            “เจ้าค่ะ”


            อย่างน้อยคนเช่นเขาพอตายไปก็ยังมีผู้อาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง นับว่าไม่ได้เสียชาติเกิดสักทีเดียว เฮ้อ


            ระหว่างวัน มีผู้มาแสดงความสงสารเห็นใจให้แก่พี่ชายฝาแฝดของพระสนมหลิวและขอให้บิดาหายดีในเร็ววันไม่น้อย ซีหลงฟังคนละสองสามประโยคก็เชิญแขกกลับอย่างนุ่มนวล


            ทั้งวันเจอแต่เรื่องน่าปวดหัวบวกกับอากาศที่เริ่มร้อนและกลิ่นเครื่องกำยานหอมเย็นชนิดใหม่ที่เขาคิดค้นไว้ใช้จุดในฤดูร้อน ไม่นานนักหลิวซีหลงก็เผลองีบหลับไป

           



            สัมผัสเย็นๆ แตะยังค้างแก้มจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้น ซีหลงตั้งท่าจะด่าหากมิใช่ว่าบุรุษเบื้องหน้าเอ่ยขึ้นก่อน  


            “หากไม่กินก็หลับ สบายเกินไปกระมัง”


            องค์จักรพรรดิถือตะเกียบคีบน้ำแข็งก้อนหนึ่งไว้ในมือ ก่อนที่จะโยนลงยังกระถางข้างๆ กระทบกันเกิดเป็นไอควันเย็นๆ ลอยขึ้นมา


แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เดาอารมณ์ไม่ถูกเช่นนั้น ทว่ากระถางน้ำแข็งมากมายรอบกายซีหลงคงมิใช่จะเสกขึ้นมาได้ น้ำแข็งในกระถางไม่เพียงสลักเป็นลวดลายสัตว์มงคล ยังทำให้อากาศเย็นช่ำ นอนสบายอย่างยิ่ง


            มิน่า เขาคิดงีบหลบร้อนเพียงครู่เดียว รู้ตัวอีกทีถึงตื่นมาตอนช่วงเย็นไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายมาถึงเมื่อไร


            “วังหลังมีกฎว่าห้ามกินกับหลับด้วยหรือ...!


            ซีหลงขยี้ตาแล้วยกมือปาดแก้มตนเอง        บ่นงึมงำในลำคอ ลุกขึ้นคำนับอย่างสะลึมสะลือ คนผู้นี้หากไม่กวนใจเขาสักวันจะไม่มีความสุขใช่หรือไม่ หรืออันที่จริง นี่ยังไม่ถึงหนึ่งวันดีด้วยซ้ำ!


            “พบบรรดาสนมทั้งหลายแล้วคิดอย่างไร”


            “ทั้งฮองเฮาและพระสนมทุกท่านล้วนเฉลียวฉลาดรูปโฉมงดงาม เหล่ากวีทั้งหลายสรรเสริญเท่าไรก็คงไม่จบ...”


            “คิดเช่นนั้นจริงหรือ”


            “แล้วท่านอยากให้ข้าตอบอย่างไร”


            “ตอบอย่างที่เจ้าคิดจริงๆ”


            “บุปผางามย่อมมีพิษ ทั้งพิษป้องกันตนและพิษเพื่อทำร้ายผู้อื่น ตอบเช่นนี้ข้าหัวไม่หลุดกระมัง”


            องค์จักรพรรดิคล้ายมีรอยพึงพอใจอยู่ในดวงตา “ว่าต่อไป”


            “เอ้อร์หนาฮองเฮาสมกับเป็นผู้ปกครองวังหลัง ถือว่าเป็นสตรีที่แข็งกร้าวที่ไม่ลืมรากเหง้าตนเองผู้หนึ่ง จางซูเฟยและจ้าวเสียนเฟยงดงามช่างฉอเลาะเอาใจ บุรุษผู้ใดก็ล้วนชอบพอ สวีซิวเยวี่ยนดื้อรั้นเอาแต่ใจและคาดเดาง่าย สองพี่น้องตระกูลซินแม้ขัดแย้งแต่ก็ยินดีร่วมมือกันจู่โจมศัตรู...”


            ซีหลงเว้นวรรค สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายไปด้วย “มีเพียงหลินเต๋อเฟยกับเฉินกุ้ยเฟย ที่ข้าคิดว่ารับมือไม่ง่ายเลย”


            “อย่างไร”


            “ท่านรู้ดีกว่าข้ากระมัง ข้าเพิ่งเจอพวกนางวันนี้ เทียบกับท่านที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีได้อย่างไร”


            “ต่อหน้าข้า สตรีผู้ใดจะกล้าแสดงตัวตนที่แท้จริง”


ซีหลงได้ยินแล้วก็อดหัวเราะในลำคอไม่ได้


            “พวกนางไม่ถูกกัน หลินเต๋อเฟยบอกว่าเฉินกุ้ยเฟยจ้องจะทำร้ายข้า มิหนำซ้ำยังไปยุนางว่าข้าจะกดขี่ผู้อื่นเมื่อได้รับความโปรดปรานมากๆ”


            สีหน้าขององค์จักรพรรดิคล้ายว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาเช่นว่าคนเราต้องหายใจ สบตากับซีหลงยามเอ่ยช้าๆ


“สิ่งที่เจ้าควรรู้ไว้สิ่งหนึ่ง คือสตรีในวังหลังแห่งต้าหลิงเต็มไปด้วยความซับซ้อน คำพูดพวกนางเจ้ารับฟังได้ แต่จะเชื่อหรือไม่ต้องตรองดูอีกที อีกทั้งเจตนาของพวกนางก็มิได้ตรงมาตรงมาเสียทุกครั้ง”


“ข้ารู้ มิเช่นนั้นข้าจะมาอยู่ที่นี่แทนน้องสาวหรือ”


รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากสีสวยนั้นแวบหนึ่ง ถึงจะไม่ได้อบอุ่นรักใคร่เหมือนยามอยู่ในตำหนักคุนหนิง แต่สีหน้าพอใจไร้การเสแสร้งนี้กลับดูดีกว่ามากในความคิดของซีหลง


เป็นองค์จักรพรรดิเองก็มิใช่ว่าจะสบายนัก ในเมื่อมีสตรีมากหน้านอนเคียงข้างแต่กลับไม่อาจไว้ใจได้สักคน


เมื่อก่อนที่ยังอยู่ในวัยคะนองกว่านี้ ซีหลงนึกอยากแต่งงานมีอนุน่ารักๆ สักสิบคน แต่ตอนนี้ แค่แต่งเมียคนเดียวคิดแล้วยังขยาดไม่น้อย หากเขามีโอกาสได้แต่งน่ะนะ


บรรดาขันทีทยอยกันยกโต๊ะอักษร ฎีกามากมายและสำรับอาหารยามเย็นเข้ามาก่อนหลบออกไป  ซีหลงมองข้าวของราวกับมาตั้งรกรากก็อดมุ่นหัวคิ้วไม่ได้


“คืนนี้ท่านก็จะค้างที่นี่งั้นหรือ”


“ใช่”


“ทว่าท่านเพิ่งลงโทษสวีซิวเยวี่ยนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องไป ถ้ายังค้างตำหนักข้า ไม่เท่ากับว่ายิ่งเพิ่มความแค้นให้นางหรืออย่างไร”


            องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงไม่ตอบ สะบัดอาภรณ์แล้วนั่งลง


            “ข้าโปรดใครก็อยู่กับผู้นั้น เจ้าอยู่ว่างๆ ก็มาฝนหมึก”


             อยู่ต่อหน้าผู้อื่นหรือก็แสนรักแสนหลง เบื้องหลังน่ะหรือ เขาล่ะอยากให้มาเห็นกันนัก ฮึ่ม!


            ซีหลงขยับไปฝนน้ำหมึกจากแท่งหมึกให้อีกฝ่าย องค์จักรพรรดิเริ่มเขียนร่างพระราชโองการตอบฎีกาเหล่านั้น ท่วงท่าจับพู่กันสง่างาม ทุกคราที่ตวัดอักษรมั่นคงและประณีตในเวลาเดียวกัน เทียบกับใบสั่งยาของเขาแล้วช่างเหมือนมังกรกับตัวหนอนดีๆ นี่เอง


            เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ขยับไปมาเพราะเหน็บกินหลายต่อหลายครา ซีหลงที่รู้สึกอดรนทนต่อความเงียบไม่ได้จึงต้องเปิดปากในที่สุด


            ดูท่าเขาและองค์ไท่ชางหวงตี้ผู้นี้ต้องลงเรือลำเดียวกันไปอีกนาน หากอยู่ด้วยบรรยากาศมาคุไปเช่นนี้เขาคงอกแตกตายพอดี


“ฎีกามากมายเหล่านี้ ท่านอ่านเองทั้งหมดหรือ”


“มีทั้งคัดกรองมาจากคณะขุนนางและสำนักราชเลขา ทั้งหมดต้องผ่านตาข้าก่อนที่จะได้ลงตราประทับมังกร”


“เหน็ดเหนื่อยกับวังหน้ามากมาย บางที... ท่านอาจไม่ต้องใส่ใจวังหลังมากนักก็ได้กระมัง”


ครานี้เรียกสายตามังกรสีดำสนิทให้มาได้ ซีหลงกลืนน้ำลาย ไม่รู้ว่าตนไปเอ่ยอะไรไม่เข้าหูหรือไม่


“องค์จักรพรรดิทั้งหลายก็ย่อมรู้ว่าวังหลังมีการแก่งแย่งชิงดี แต่เพิ่งเห็นว่ามีท่านกระมัง ที่ต้องการควบคุมวังหลังอย่างเบ็ดเสร็จเพียงนี้... อันที่จริง ปล่อยให้อะไรจะเกิดก็เกิดก็ย่อมได้ ไม่ว่าอย่างไรสนมทุกคนก็ต้องทำดีเอาใจท่านอยู่แล้ว”


“ข้าเคยคิดเช่นเจ้า แสร้งทำเป็นไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น อยู่เป็นเพียงท่อนไม้ท่อนหนึ่งบนบัลลังก์ จนวันหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป นั่นคือวันที่ข้าตัดสินใจไปจากต้าหลิง”


หลี่ลู่จินสบตากับเขานิ่ง น้ำคำเหล่านั้นเจือด้วยอารมณ์ลึกซึ้งบางอย่าง คล้ายจะเป็นโทสะแรงกล้าและความโศกศัลย์ ซีหลงรู้สึกหายใจติดขัดไปขณะหนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมา


เสียงในใจบอกว่าเขายังไม่ควรไปแตะต้องสิ่งที่อยู่ลึกซ่อนในใจขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงผู้นี้


กระทั่งอีกฝ่ายหันกลับไปจับพู่กันแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง บรรยากาศจึงค่อยผ่อนคลาย


“เจ้าชอบกินเซาปิ่งหรือ”


“ก็ชอบอยู่บ้าง...” ซีหลงว่า  เกาจมูกแก้เก้อกับคำถามที่ไม่ทันตั้งตัว “อันที่จริง เหมยอิงไม่ชอบกินเซาปิ่ง ข้าเลยไม่กินเป็นเพื่อนนาง”


“เพราะเหตุใด”


“ข้ากับนางเป็นฝาแฝดกัน ตอนเด็กๆ เหมือนกันยิ่งกว่าตอนนี้จนคนแยกไม่ออก คนที่บ้านก็มักจะทำเซาปิ่งมาให้ แล้วบอกว่าคนที่เห็นแล้วเบ้หน้านั่นแหละคือเหมยอิง”


ระหว่างระลึกความหลัง ซีหลงก็หลุดยิ้มจางๆ อย่างห้ามไม่ได้


“เมื่อก่อนนางอยากให้ข้ากับนางเหมือนกันจนแทบเป็นคนๆ เดียวกัน เลยแอบสวมอาภรณ์เด็กผู้ชายตามข้าเพื่อไม่ให้คนรังแก บิดามารดาข้าเห็นว่าน่ารักดีจึงไม่ได้ห้าม จนนางถึงวัยปักปิ่นนั่นแหละ ถึงได้ถูกดุว่าอย่าได้ทำตัวเลียนแบบข้าอีก มาจนตอนนี้ข้าก็ยังติดเป็นนิสัย ไม่ได้กินเซาปิ่งมานานหลายปีแล้ว”


“ถ้านางเหมือนเจ้าแล้วจะจะไม่โดนรังแก?”


“หน้าข้าเหมือนคนถูกรังแกอย่างงั้นหรือ”


“หรือไม่ใช่”


“ท่านอย่าได้ดูถูกว่าข้าผอมแห้ง เห็นอย่างนี้ข้าซัดคนหงายมาหลายต่อหลายคนแล้ว”


องค์จักรพรรดิเพียงเลิกคิ้ว แต่สีหน้าไม่เชื่อถืออย่างชัดเจน


“เจ้ามิได้ฝึกวิชายุทธ์ ร่างกายก็มิได้มีส่วนได้เปรียบ จะเอาอะไรไปสู้ผู้คน”


“ท่านโตในวังจะรู้อะไร” ซีหลงอดเบิกตาโตเถียงไม่ได้ “ใครเขาจะเป็นวิชายุทธ์กันทุกคน เด็กนักเลงแถวตลาด หรือพวกคุณชายเกียจคร้านพวกนั้นอย่างมากใช้มือเท้าสู้ก็เกินพอ เคยมีจอมยุทธ์คนหนึ่งชมข้าด้วยซ้ำว่าหน่วยก้านดี เกือบจะไปฝึกด้วยอยู่แล้ว หากไม่มาเรียนแพทย์ซะก่อน!


“แล้วเหตุใดถึงเรียนแพทย์”


“นี่ท่านหลอกรีดเอาข้อมูลอะไรจากข้าอีกรึเปล่า”


“...”


“อ้อ หรือแกล้งถามอีก เพราะท่านน่าจะรู้อยู่แล้ว”


บุรุษร่างสูงในอาภรณ์มังกรเพียงวางพู่กันแล้วยื่นมือมาบีบแก้มเขา “ฮื่อ!


“ทำไมชอบบีบแก้มข้านัก” พระสนมตัวปลอมได้แต่ประท้วงเบาๆ ยามขมวดคิ้วลูบแก้มป้อยๆ


“มากินข้าว”


“หา?”


“เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงท้องร้อง รบกวนจนร่างฎีกาต่อไม่ได้”


สีโลหิตแผ่ขึ้นบนแก้ม พับผ่า เขาอุตส่าห์คิดว่าได้ยินอยู่เพียงคนเดียวแล้วนะ!


“เพคะ”


ประชดคำหนึ่งพอให้ระบายความแค้น อาหารในสำรับมิได้มากไปจนกินไม่หมดสำหรับบุรุษสองคน แต่ละจานล้วนส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ทั้งขาหมูหมั่นโถ ผัดผักแปดเซียน ข้าวอบเผือก เกี๊ยวน้ำ และยังมีเซาปิ่งอีกด้วย


ท่ามกลางความโชคร้ายทั้งมวล การมีอาหารรสเลิศให้ทานคงเป็นหนึ่งในความโชคดีที่พอทำให้เขาไม่หดหู่มากนัก


“เจ้าควรกินให้มากขึ้น ผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกอยู่แล้ว”


องค์จักรพรรดินั่งอยู่ตรงข้าม เอ่ยขึ้นยามคีบชิ้นขาหมูใส่จานของซีหลง


ที่จริงแม้เขาจะผอมบาง แต่ก็ห่างไกลกว่าผอมจนเหลือแต่กระดูกนัก แต่เกรงว่าจะมีน้ำมีนวลสู้เหล่าสนมชายาผู้อื่นไม่ได้จริงๆ “เพคะ”


ต่อมาอีกฝ่ายก็มิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงคีบกับข้าวมาใส่ในถ้วยเขาดื้อๆ ไม่นานกับข้าวทั้งหลายก็พูนชามของพระสนมตัวปลอม ไม่รู้ว่าผู้ใดปรนนิบัติผู้ใดกันแน่


“ฝ่าบาท”


“หืม”


“ท่าน...” ซีหลงขมวดคิ้ว คิดว่าจะพูดดีหรือไม่ “ท่านเป็นคนเลือกกินอย่างยิ่งใช่หรือไม่”


เขากินจนจะหมดชามที่สองท่ามกลางกับข้าวพูนเต็มถ้วย องค์จักรพรรดิกลับทานไปไม่ถึงครึ่ง มิหนำซ้ำสีหน้าตอนเคี้ยวช้าๆ ยังดูไร้ความสุขอย่างไรชอบกล สนใจแต่จะแบ่งกับให้ผู้อื่นเสียมากกว่า


“ดูเจ้ากินก็รู้สึกอิ่มแล้ว”


“ท่านว่าข้าตะกละ?”


“หึ”


ยังมีหน้ามาขำ ก็ผู้ใดยัดเยียดให้เขากินเข้าไปนัก หากใส่เสื้อเหมยอิงไม่ได้ มิใช่ว่าต้องตัดใหม่ทั้งหมดหรือไร!


“ท่านก็ต้องกินบ้าง”


ซีหลงคีบกับข้าวไปใส่ถ้วยอีกฝ่ายบ้าง องค์จักรพรรดิรับไว้แต่โดยดี แต่สักพักก็บ่ายเบี่ยงไม่ให้เขาแบ่งกับที่เหลือไปอีก


“สรุปคือท่านเป็นคนกินยากจริงๆ”


“แต่เดิมสำรับนี้ก็ตั้งใจให้เจ้าอยู่แล้ว อย่างไรก็ควรกินให้หมด”


“ถ้าท่านอยากให้หมดก็ต้องช่วยกันกินสิ จะให้ข้าท้องแตกตายหรือ!

 



เบื้องนอก บุรุษผู้หนึ่งตั้งใจหมายจะมาเข้าเฝ้าด่วนทว่าเมื่อได้ยินเสียงเล็ดลอดจากตำหนักจึงล่าถอยออกมา ระหว่างทางกลับไปยังพบคนคุ้นหน้า


“ช่วงนี้ข้ากำลังกังวัลว่าฝ่าบาทกินไม่ได้นอนไม่ค่อยหลับ ต้องดื่มยากระตุ้นความอยากอาหาร ทว่าถ้าอยู่ตำหนักผิงอัน... ก็คงไม่เป็นไรแล้วกระมัง”


หัวหน้าราชองครักษ์จะกลั้นยิ้มก็กลั้นไม่อยู่เกิดเป็นสีหน้าทะเล้นประหลาดขึ้นมา


“แล้วเจ้าก็มิได้ถวายพระโอสถให้!?”


“ในเมื่อกินได้แล้วจะยกให้ทำไม”


“เจ้านี่มัน...” อี้เหยียนไคกั๋วกงแยกเขี้ยว “เอามา งั้นข้าจะไปถวายเอง”


“เอ ท่านนี่มันคนยังไงกัน” อู๋หนิงเหอกลับไม่ยอมส่งยาให้โดยดี มิหนำซ้ำยังดันหลังอีกฝ่ายด้วย “ไปๆ ทำงานอย่างอื่นดีกว่า”


“อู๋หนิงเหอ!

 

 

***

ยังไงคะยังไงงงงงงงงงงง!

            ขอบคุณที่ติดตามค่า เสี่ยวอ้ายจบปีสามแง้ว ฮูเร่ จบแล้วขอให้ผ่านทุกตัว ไม่ต้องมาแก้ ฮรึกกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.756K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6335 예뻐요 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 06:35
    แอบกินเต้าหู้ลูกคนอื่นตลอดเลยนะฝ่า
    #6,335
    0
  2. #5976 little_fan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 22:15
    แน๊ ชอบแจ้มลูกเราอะดิ่
    #5,976
    0
  3. #5944 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:12
    บีบเก่ง หมั่นเขี้ยวเก่งงง เดี๋ยวแม่ก็เรียกสินสอดซะนี่
    #5,944
    0
  4. #5542 GalaxyStyle (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 16:54
    คือขุนให้อ้วน จะได้บีบแก้มน้องใข่ไม่ใช่! ร้ายนักนะ
    #5,542
    0
  5. #5512 _1221_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:42
    ฝ่าบาทเอ็นดูแจ้มน้องใช้มั้ยเห็นชอบบีบ อยากจะแหมมม
    #5,512
    0
  6. #5323 Marshmalowdii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 22:13

    น่ารักกกก พระเอกก็แกล้งเก่ง555555555555

    #5,323
    0
  7. #5270 kittenO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 14:57
    ได้คุยกันเยอะ สนิทกันขึ้นเยอะเลย
    #5,270
    0
  8. #5140 Yคือชีวิต (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 16:53
    น้องน่ารักสังเกตดีมาก ไหวพริบดีสุด พูดจาฉะฉาน แต่รู้ว่าตอนไหนควรหรือไม่ควรพูด ฝ่าบาทชอบไม่เห็นแปลก
    #5,140
    0
  9. #5127 Ppttyc_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 12:46
    ชิปเปอร์แห่งต้าหลิงคงไม่พ้นหนิงเหอเสียกระมังงงงง
    #5,127
    0
  10. #5080 fwk27 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:17
    หนิงเหอคือตัวแทนพวกฉันดีๆนี่เอง แกเป็นชิปเปอร์แน่ๆ
    #5,080
    0
  11. #5054 kiki3k (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:26
    หนิงเหอคือชิปเป้อค่ะ55555 สรุปไม่ได้กินยากแต่ไม่อยากอาหาร
    #5,054
    0
  12. #4899 ccreamrnpp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 19:08
    หนิงเหอ แกแอบเป็นชิปเป้อใข่ไม่ใช่
    #4,899
    0
  13. #4217 tongtong16 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 18:37
    หนิงเหอลูกแม่หนูน่ารักจังเลยลูกกกกกก
    #4,217
    0
  14. #4191 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:21

    บีบแก้มมมม

    #4,191
    0
  15. #4139 Shipnielong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 12:00
    แหน๊ ยังไงค้าาาาาา หมั่นเขี้ยวยัยน้องจนถึงขึ้นบีบเเก้มเลยอ่ะเนาะะะ
    #4,139
    0
  16. #4126 burgandytomato (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:56
    เขินนนนนอะ55555555555555 คุณไรท์เก่งมากกก ชอบไม่ไหวแล้วค่า
    #4,126
    0
  17. #3380 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:13
    ห้วหน้าขันทีแอบชอบฝ่ายาทปะเนี่ยยย
    #3,380
    0
  18. #3279 H2O-69 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:20
    ถ้าภาษาบ้านๆก็คือซีหลงน่าฟัดใช่มั้ยคะ???? พูดเจื้อยแจ้วเถียงคำไม่ตกฟาก เห็นแล้วน่าบีบบู้บี้

    ส่วนเรื่องของวังหลังนั้น.... วานซีหลงเขียนเทียบยาบรรเทาวิงเวียนศีรษะไว้รอแจกเลยได้มั้ย สัมผัสได้ว่าอาการมันต้องมาแน่!!

    ปล.ยินดีกับเสี่ยวอ้ายด้วยนะคะ~~ จบปีสามแล้ว เย้~~ ไรท์คนเก่ง
    #3,279
    0
  19. #3162 Minusonce (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 04:44
    หืม รู้สึกปะติดปะต่ออะไรได้นิดนึงน่ะ หรือมั่วไปเองคนเดียว ฮา ก็คือฝ่าบาทน่าจะเป็นอะไรที่ทำให้ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ มาหลายปี แล้วเราก็ได้อ่านเจอสองตอนที่องครักษ์ทั้งสองของฝ่าบาทได้ไปหาแพทย์ ให้รักษา หืมมมมมมมมมม
    #3,162
    0
  20. #3110 InMyLullaby (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 03:36
    ยินดีกับไรท์ด้วยค่า .. เก่งมาก
    #3,110
    0
  21. #3096 Tartarinlove (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 19:10
    หนิงเหรอพายเรือดีมาก
    #3,096
    0
  22. #3086 lilying_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:46

    บีบแก้มน้องอยู่นั่นแหละแหมมมมมม หนิงเหอนี่ชิปเปอร์ใช่มั้ยคะดูออก

    #3,086
    0
  23. #2991 Ratthakan-poom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 22:45
    อู๋หนิงเหอเป็นสาววายแหละดูออก
    #2,991
    0
  24. #2827 Cryingforcake (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:08
    ชอบแก้มน้องก็พูดออกมาเลยค่ะะะ รังแกแต่แก้มน้อง
    #2,827
    0
  25. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:15
    ฝ่าบาทดูเอ็นดูน้อนมากๆเลยมีอดีตกันมั้ยเนี่ย ลุคพี่น่าจะเป็นคนขี้ระแวงน้าา
    #2,482
    0
  26. #1701 P'est (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 14:50
    เป็นความแบบว่า อิพี่ช่างแกล้งน้องง
    #1,701
    0
  27. #1695 Midories (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 20:12
    555 ท้อง 555

    ท้องได้งัย อิหยังเนี่ย นึกหน้าน้องแล้วตลกกกก ตาเหลือกแน่ๆ
    #1,695
    0
  28. #1684 TigKie_18 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 23:14
    อะอ้าวววยังไงหว่า
    #1,684
    0
  29. #1630 fanggy.fuu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:41
    อิหยังว้าสสสส
    #1,630
    0
  30. #1629 ppie248 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 19:35
    ฝ่าบาทแกล้งน้องงงงงงงง
    #1,629
    0
  31. #1616 iamsaiskp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 16:42

    ร้ายกาจจจ

    #1,616
    0
  32. #1585 MønZ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 23:37
    พ่ามมม
    #1,585
    0
  33. #1584 BalanceNonglak (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 23:21
    มาส่องทุกวันเลยยย จะลงแดงตายก่อนได้ลุ้นต่อ งืออออ
    #1,584
    0
  34. #1582 NewGGGGG (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 12:44
    ก่อนอื่นขอเปนกำลังใจให้อาการป่วยของไรท์ดีขึ้นก่อนนะคะ เปนกำลังใจให้ผ่านไปได้ค่ะ


    แล้วตกลงนี่แผนใคร ไม่ได้บึ๊ดจั้มบึ๊ดกันแล้วจะท้องได้ไง เอ๊ะหรือแผนทำให้พี่ฝ่าแคลงใจในตัวน้อง โหยยยยยยยยยยอยู่ไม่สุขแล้ว งืออออ
    #1,582
    0
  35. #1581 dek chai korn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 06:56
    น่าจะเป็นแผนของฝ่าบาทนะ นางดูเล่นใหญ่ให้คนสนใจอ่ะ55555
    #1,581
    0
  36. #1580 I - Faye (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:50
    หื้ม อะไรอ่ะ กินยาผิดหรออออ ท้องได้อย่างไรรร ยังไม่ได้บ้ะจ้ำบ้ะกันเลยยย สร้างความร้าวฉานเกินไปแล้ววว
    #1,580
    0
  37. #1579 Pzsxdc (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 19:31
    ฮ่องเต้ก็จะคิดว่าซีหลงไปมีสัมพันธ์สวาทกับคนอื่นลักลอบมีชู้ต้องมีคนวางแผนแน่ๆแหละเรื่องนี้!! ฝ่าบาทได้โปรดพิจารณา
    #1,579
    0
  38. #1578 สมุดวาดภาพ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:43
    ท้องได้ไง ไม่เคยมีอะไรกันเลย
    #1,578
    0
  39. #1577 Call me 'Michy' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 15:05
    เดี๋ยวๆๆๆ พี่ซีเป็นชายทำไมจึงตังครรภ์ได้เล่าท่าน!? ฝ่าบาท ฝ่าบาททำอะไรรรรรร ที่บังคับให้กินทุกวันนี่คืออะไรคะคุณ!!
    #1,577
    1
    • #1577-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 16)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 15:06
      อยากจะชัวร์มากว่าฝ่าบาทรู้ว่าพี่ซีเป็นชายปลอมตัวมา ไม่งั้นคงทำให้ท้องจริงๆไปแหละ รึเปล่าน้าาาา
      #1577-1
  40. #1576 nuchybook (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 00:31
    เดี๋ยว!!!!!! เกิดอันใดขึ้น อาหารที่กินทุกมื้อต้องมีอะไรแน่ๆ หรืออะไรสักอย่าง ฝ่าบาทรู้อะไร บอกหม่อมฉันสิเพคะ ^^
    #1,576
    0
  41. #1575 bumblebeeoo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 00:28
    -เต้
    #1,575
    0
  42. #1574 E.P.Naphao (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:17
    ฝ่าบาท แกล้งอะไรนายเอกของเราเนี่ย ร้ายกาจ
    #1,574
    0
  43. #1573 Bosskaku (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:56
    นี่มันอะไรกานนน ฝ่าบาทร้ายมาก
    #1,573
    0
  44. #1572 markbam55 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 17:07
    ห๊ะ!!!น้องโดนอิพี่มันแกล้งอีกแล้วใช่หรือไม่...
    #1,572
    0
  45. #1571 doggyv (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 16:51
    ทำไมซีหลงไม่รู้ว่าตัวเองโดนวางยาหรือเปล่า ซีหลงเป็นหมอที่ค่อนข้างเก่งนี่นา...หรือว่าคนวางยาจะเป็นหมอที่เก่งกว่า...
    #1,571
    0
  46. #1570 rodjananuna (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:12
    นี่คือแผนสินะ555555
    #1,570
    0
  47. #1569 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:10
    หมอหลวงพวกฝ่าบาทหรอ
    #1,569
    0
  48. #1568 Patchara MB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 06:26
    เดี๋ยวว เคยมีอะไรกันเหรอ หมอหลวงมั่ว
    #1,568
    0
  49. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 05:22
    ........เดี๋ยวนะ ไม่รู้อีพี่ฝ่ามันรักหรือชังพี่ซีหลงกันแน่ทำอะไรแต่ละอย่างเสีายงพี่ซีหลงโดนตัดหัวมากเลยค่ะ สงสารนะคะ แต่สู้ๆเริ้บยู<3
    #1,567
    0
  50. #1566 kaikaizt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 04:46
    น้องไม่ได้ท้อง น้องแค่กินเยอะท่านหมอ /ผิด55555555

    คิดถึงจังเลยค่ะ ซีหลงเราชีวิตช่างยากลำบาก องค์จักรพรรดิช่วยลดความลำบากในชีวิตน้องลงด้สยเถอะ55
    #1,566
    0