พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 17 : 15 - มารยาหญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,596 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

15 – มารยาหญิง

 


            หลังจากทานกับข้าวในสำรับมากมายที่อย่างไรเขาก็กินมากกว่าอีกฝ่ายสักสองเท่าจนหมด หลี่ลู่จินได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ


            “นอกจากเจ้าจะต้องรู้วิธีกฎระเบียบโดยทั่วไปของเหล่าสนม ต้องอย่าลืมว่าน้องสาวของเจ้าสามารถเล่นผีผาได้ รวมถึงเหล่าสนมนางในต่างก็มีกิจกรรมยามว่างของสตรี”


            อาชีพพระสนมจะว่าว่างก็ว่างกว่าอาชีพอื่นๆ เหล่าสตรีทั้งหลายจึงต้องมีสิ่งทำฆ่าเวลาในยามว่าง เหมยอิงมักใช้เวลาไปกับการคัดอักษร อ่านตำรา ปักผ้า วาดภาพ หรือเล่นผีผา แต่สิ่งโดดเด่นที่สุดของนางก็คือเล่นผีผานั่นเอง


            คิดถึงเรื่องนี้ซีหลงก็หน้าเครียดไปเล็กน้อย ผีผามิใช่จะฝึกในวันสองวัน เครื่องดนตรีที่เขาพอเล่นได้ก็คือเป่าขลุ่ยกับกู่ฉิน มิหนำซ้ำสองอย่างนี้ฝึกอย่างงูๆ ปลาๆ ในยามเมาสุราแล้วเกี้ยวแม่นางคณิกาอี้ฮวานั่นเอง


            “เวลามีงานฉลอง เหล่าสนมมักจะต้องแสดงความสามารถประชันกัน ยิ่งยามนี้เจ้าเป็นคนโปรด ยิ่งยากจะหลีกเลี่ยง ดังนั้นก็จงไปหยิบผีผามา”


            ซีหลงขมวดคิ้ว แต่ก็ไปหยิบผีผาของน้องสาวมาแต่โดยดี ตัวผีผาเป็นไม้สีอ่อน ลักษณะเหมือนลูกแพร์ผ่าซีก ประกอบด้วยสายสี่สายปักหยุดด้วยหมุน ของเหมยอิงยังวาดลวดลายต้นเหมยและม่านเมฆเข้าไปด้วย นับว่าเป็นของชั้นเลิศก็ว่าได้


            คนไม่เคยจับย่อมจับได้อย่างเก้ๆ กังๆ บุรุษอีกคนซ้อนกายเข้ามายังเบื้องหลัง ก่อนที่มือเย็นๆ คู่นั้นจะจัดการจัดวางมือของเขาให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง


            “ท่านเล่นผีผาเป็นด้วย”


            ซีหลงเบิกตา กระซิบเสียงสั่นน้อยๆ เพราะความตกใจ จะสะบัดมือจากสัมผัสที่คุกคามก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงห่อตัวให้เล็กที่สุด


            กายสูงใหญ่มีกลิ่นหอมเย็นของกฤษณาและอำพันราวกับจะห่อหุ้มเขาเข้าไปทั้งตัว ยิ่งอยู่ในท่านี้ยิ่งเหมือนโอบกอดเอาไว้จากด้านหลัง องค์จักรพรรดิเลื่อนใบหน้ามาเบื้องหน้า แก้มแทบจะแนบชิดกับแก้มของคนในอ้อมแขน


“ผีผามีเสียงกังวานใส แม้มีเพียงสี่สายทว่ากลับมีความแพรวพราวในการบรรเลง เพลงที่ใช้มักเป็นเพลงเร็ว ผู้บรรเลงจะต้องมีความสามารถสูง ดังนั้นจึงต้องมีความมานะตั้งใจถึงจะเรียนสำเร็จ”


            มือใหญ่ที่มีเส้นเลือดขึ้นจับมือของวาดนิ้วผ่านสายพิณ บังเกิดเป็นเสียงไพเราะกังวานขึ้น เมื่อเทียบกันเช่นนี้จึงเห็นได้ชัดว่ามือของอีกฝ่ายใหญ่กว่ามือของเขามากเพียงใด


            น้ำเสียงนุ่มทุ้มบรรยายอะไรบางอย่างอยู่ข้างหู ซีหลงฟังไปก็ไม่ได้ความเลยสักนิด จนกระทั่งอีกฝ่ายหันหน้ามา


            “นี่เจ้าฟังอยู่หรือไม่”


            “เพ้ย!


            หากหลิวซีหลงไม่สะดุ้งผงะออก เกรงว่าปลายจมูกโด่งนั้นคงถูกแก้มเขาไปแล้ว องค์จักรพรรดิทอดมองมานิ่งๆ ทำให้คนมองกลับรู้สึกโมโหในใจ


            ไหนเลยจะมีเพียงเขาที่กระดากอายทั้งที่เป็นบุรุษทั้งคู่กัน คนผู้นี้ช่างหน้าหนาโดยแท้!


            “มือท่านเย็นเพียงนี้ ผู้ใดจะไปมีสมาธิ”


            “แต่ตัวเจ้าอุ่น”


            “...”


            “จับนานๆ ไปเดี๋ยวก็อุ่นตามเอง”


            “นี่ใกล้เข้าฤดูร้อนแล้วด้วยซ้ำ ท่านเป็นศพเดินได้หรืออย่างไร” ซีหลงอดบ่นอุบไม่ได้ ก่อนจะพยายามหายใจเข้าออกตั้งสติ แต่ก็ไม่วายหลุดปากจนได้ “ข้าเคยแต่สัมผัสใกล้ชิดกับสตรีตัวหอมๆ ท่านจะสอนก็สอนไป แต่ถอยไปหน่อยได้หรือไม่ ไม่มีผู้ใดดูอยู่สักคน”


            ทันใดนั้นริมฝีปากนุ่มก็ฉกฉวยประทับยังแก้ม เพียงแวบเดียวก็ผละออก


            “ทะ ท่าน!”        


            หลิวซีหลงขู่ฟ่อ คราวนี้พยายามดิ้นรนหลุดจากพันธนาการ


            ทว่าเมื่อยิ่งดิ้นรน ทีนี้ริมฝีปากสีแดงนั้นจึงประทับทาบลงบนริมฝีปากของเขา หลี่ลู่จินขบกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะไล่จุมพิตไปยังมุมปาก สันกราม จูบร้อนละเรื่อยลงมายังลำคอ ปลายจมูกไซร้ยังชีพจรที่เต้นตุบระรัว สองมือใหญ่ยิ่งกระชับร่างเข้าแนบชิด


“พะ พอแล้ว ข้ายอมก็ได้!


เป็นอันว่าพระสนมตัวปลอมต้องออกปากยอมแพ้ การกระทำอันอุกอาจถึงได้หยุดลง อีกฝ่ายเลื่อนริมฝีปากอันแสนอันตรายนั่นเข้ามากระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู น้ำเสียงเจือแววเหนือกว่าอยู่


“ตอบมาสิว่าเมื่อครู่เจ้าไม่ได้มองริมฝีปากข้าจนมิได้ฟังสิ่งที่พูด”


“ก็มือท่านเย็นจริงๆ”


ซีหลงแยกเขี้ยว เป็นตายร้ายดียังไงเขาก็ไม่สารภาพเด็ดขาด ทว่าตอนนี้ทั้งใบหน้าลำคอร้อนผ่าวไปหมด ยิ่งบริเวณที่ถูกประทับจูบยิ่งรู้สึกแทบไหม้


แต่คงเป็นเพราะกลิ่นกฤษณากับอำพันที่ล่อลวงเขาแน่ๆ เพราะเขากลับมิได้รู้สึกรังเกียจขยะแขยงอย่างที่ควร


ระยำเถอะ นรกสวรรค์ชั้นฟ้า เขาอยากจะกระโดดหวงเหอ


“แล้วตอนนี้อุ่นรึยัง”


ปลายนิ้วเรียวยาวเขี่ยสัมผัสนิ้วของเขาคล้ายหยอกเย้า


“อุ่นแล้ว”


พระสนมหลิวหันไปอีกทางยามตอบเสียงอู้อี้ ได้ยินเสียงหลุดขำออกมาจากหลี่ลู่จิน รอยแย้มสรวลน้อยๆ บนปรากฏบนใบหน้าที่ปกติจะเฉยชาไร้อารมณ์ แต่ก็เพียงไม่นานก็ปรับเป็นจริงจัง


“งั้นครานี้ก็จงตั้งใจฟังข้าให้ดี”

 

 

-30%-

 


คืนนั้นหลิวซีหลงพอได้ความรู้ด้านทฤษฎีไปบ้าง แต่เล่นจนนิ้วเจ็บก็ยังไม่ได้เป็นเพลงหรือทำนองใด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังคงเก้อกระดากในสัมผัสใกล้ชิดอยู่ดี พอขึ้นเตียงแล้วจึงหมุนตัวหันหลังให้อีกฝ่ายทันที


“จิ้นชิงเองก็มีฝีมือในการเล่นผีผา ยามข้าไม่อยู่เจ้าให้เขาสอนแล้วกัน”


“สอนแบบที่ท่านสอนน่ะหรือ”


“เขาจะสอนโดยไม่แตะตัวเจ้าหากไม่จำเป็น”


“อ้อ”


“เจ้าเป็นคนเรียนรู้ไว ถ้าตั้งใจจริงคงใช้เวลาไม่นาน”


คำชมนี้คล้ายจะเป็นคำปลอบใจเสียมากกว่า ทว่าแทนที่จะซึ้งใจ หลิวซีหลงอดเอ่ยแดกดันน้อยๆ ไม่ได้ “ขอบพระทัยเพคะ”


“ไม่พอใจหรือ”


อยากจะถามนักว่าถ้าเขาไม่พอใจแล้วทำอะไรได้เล่า ซีหลงย่นจมูกพลางถูนิ้วที่เสียดสีสายพิณจนเป็นสีแดงไปมา


“ข้าขอถามหนึ่งสิ่งได้หรือไม่”


“ว่ามา”


“ข้าเป็นบุรุษ ท่านก็เป็นบุรุษ ทำอย่างนั้นไม่กระดากบ้างหรือไร”


“อย่างไหน”


“อย่าง... อย่างเมื่อครู่นั่นแหละ!


“ข้ากับเจ้าก็ทำหลายสิ่ง”


คนผู้นี้มันน่าฟาดสักทีสองทีนัก “อย่างเช่น จูบข้า หอมข้า กอดข้า หรือแท้แล้วท่านเป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อกัน ที่นี่ไม่ผู้ใดอยู่ดูสักหน่อย ท่านจะแกล้งข้าทำไม”


อีกฝ่ายไม่ตอบกลับหัวเราะในลำคอแทน ก่อนที่แขนแข็งแกร่งจะคว้าเอวเขาเข้าไป ทำให้แผ่นหลังแนบชิดกับอกแข็งแกร่ง ลมหายใจคลอเคลียผิวต้นคออยู่แผ่วเบา ก่อนน้ำเสียงทุ้มจะดังอยู่ข้างหู


“ในเมื่อเจ้าฉลาดก็ลองคิดดู”


คืนนั้นหลิวซีหลงนอนคิดอยู่ค่อนคืนในอ้อมอกที่ทำให้ขยับตัวไม่สบายนัก สุดท้ายจึงสรุปกับตัวเองว่าคนผู้นี้คงต้องการให้พวกเขาใกล้ชิดกันที่สุดโดยที่ไม่มีพิรุธแม้เพียงนิด ยิ่งบวกกับนิสัยเผด็จการชอบกลั่นแกล้งเข้าไปด้วย สงสัยว่าระหว่างที่เป็นพระสนมหลิวเขาคงหนีไม่พ้นถูกกินเต้าหู้อยู่อย่างนี้เป็นแน่ บัดซบเถอะ


 


            ผีผากลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่พระสนมกำมะลอต้องฝึกฝน รวมทั้งต้องฝึกคัดอักษรและฝึกฝนการวาดภาพ ส่วนสิ่งที่ยากที่สุดในบรรดากิจกรรมยามว่างทั้งหลายของเหมยอิงนั่นคือการปักผ้า


            แพทย์หลวงหนุ่มเคยใช้เข็มกับด้ายเย็บแผลก็จริง แต่การใช้เข็มปักผ้านั้นนับว่าเป็นคนละเรื่อง มีอยู่หนึ่งครั้งที่เขาถึงกับทำเข็มทิ่มตนเองจนได้เลือดขณะพยายามจะปักรูปหุบเขาและสายธารา แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่อาจเล็ดลอดนัยน์ตามังกรสีดำคมกริบไปได้


            องค์จักรพรรดิเอ่ยถามโดยมิได้เงยหน้าขึ้นจากตำราในมือ


            “นิ้วเจ้าไปโดนอะไรมา”


            “เข็มปักผ้า”


            ซีหลงตอบเสียงเบายามยัดเต้าหู้ผัดเผ็ดใส่ปากอย่างเจ็บใจ อีกฝ่ายทอดสายตามองมา สีหน้าเรียบเฉยจนไม่รู้ว่าแท้แล้วแอบสมเพชเขาอยู่ในใจรึไม่


            “หากไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนทำ ฝึกเพียงผีผา คัดอักษรและวาดภาพก็พอ ส่วนเวลาอื่นเจ้าก็ใช้สืบความเป็นไปในวังหลัง”


            “จริงหรือ” ซีหลงตาเป็นประกายขึ้น


            “จริง เจ้าไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง”


องค์จักรพรรดิสั่งให้ตัดปลอกนิ้วผ้าสำหรับให้เขาเอาไว้สวมใส่ยามดีดผีผา และสั่งในนำยาทาแก้ปวดบวมและยาสมานแผลมาให้ทา ภายในวังจึงเล่าลือใส่สีตีไข่เพิ่มไปด้วยว่าองค์ไท่ชางหวงตี้โปรดพระสนมหลิวมากกระทั่งยังไม่ยินยอมให้มีแผลเพียงเข็มตำ


มิหนำซ้ำยังมีพระราชโองการสั่งให้สร้างห้องครัวเฉพาะในตำหนักผิงอัน กลายเป็นที่อิจฉามากกว่าเดิม


ซีหลงส่งคนสนิททั้งสี่สลับกันไปสืบเรื่องราวภายในวังและมารายงานอยู่ตลอด แต่สถานการณ์ยามนี้เหมือนกับคลื่นใต้น้ำ เหมือนจะสงบทว่ามีความปั่นป่วนที่มองไม่เห็นอยู่


            พระสนมหลิวแวะเวียนไปยังตำหนักคุนหนิงสามวันติด ยังคงสวมชุดสีขาวไว้ทุกข์และมีสีหน้าเศร้าใจ สวีซิวเยวี่ยนยังมองมาด้วยนัยน์ตาดั่งเข็มพิษทุกครั้งแต่มิได้เข้ามายุ่งเกี่ยวอีก


            ซีหลงเริ่มผูกมิตรกับพระสนมเอกซุนเจาอี๋ พบว่านางเป็นสตรีเรียบง่ายที่สนใจในงานวาดรูปและปักผ้า อีกทั้งยังพอมีฝีมือในผีผาอยู่ไม่น้อย เสียแต่ซุนเจาอี๋มักเป็นฝ่ายนั่งอมยิ้มฟังเขาพูดเสียมากกว่า


พระสนมหลิวเองยังอยู่ในช่วงตรอมตรมจึงไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดได้มาก โชคดีที่พวกเขาต่างรู้สึกถูกชะตาซึ่งกันและกัน แม้อยู่ในความเงียบก็ไม่อึดอัดเท่าใด


            “ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องเอ่ย” เอ้อร์หนาฮองเฮาเอ่ยขึ้น เรียกทุกสายตาไปรวมกัน


            “ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาลงมา เนื่องจากต้าหลิงต้องทำศึกปราบกบฏเป็นเวลานาน ทำให้ท้องพระคลังร่อยหลอลงไปมาก ดังนั้นจึงจำต้องมีการปลดสนมที่มิได้ปรนนิบัติหรือทำคุณความดีอันใดออกจากวัง”


            เป็นอีกครั้งที่จู่ๆ ผู้เป็นองค์จักรพรรดิก็สาดน้ำร้อนใส่รังมดแดงโดยไม่มีผู้ใดตั้งตัว


            คลื่นความแตกตื่นทำให้สนมหลายคนส่งเสียงออกมา เอ้อร์หนาฮองเฮาใช้ปลอกนิ้วทองคำฉลุลายหงส์เคาะกับที่เท้าแขนสยบสตรีทั้งหลาย ความเงียบสงบน่าทว่าพรั่นพรึงจึงกลับมา


            “มีร่างรายชื่อของสนมที่จะถูกปลดอยู่สามฉบับที่ถูกส่งมายังตำหนักข้า ทว่าข้าคงมิได้เป็นผู้ตัดสินใจเพียงผู้เดียว”


เอ้อร์หนาฮองเฮาปรายตามองเหล่าพระชายา หยุดที่เฉินกุ้ยเฟยนานเป็นพิเศษ “ไม่ทราบว่าน้องหญิงทั้งสามสะดวกพูดคุยหลังจากการพบปะครั้งนี้หรือไม่”


            เวลานี้เก้าอี้ของหลินเต๋อเฟยว่างเปล่า เหลือเพียงเฉินกุ้ยเฟย จางซูเฟยและจ้าวเสียนเฟย ซีหลงสังเกตรอบข้างก็พบว่ามีผู้กระสับกระส่ายนั่งไม่ติดเก้าอี้อยู่หลายคน


            ตั้งแต่เสด็จกลับมาต้าหลิง องค์ไท่ชางหวงตี้แวะเวียนไปตามตำหนักต่างๆ ไม่กี่ตำหนัก เทียบกับปริมาณสนมที่รับเข้ามาเพื่อเสริมพลังหยินแล้วถือว่ามีผู้ที่มิได้ปรนนิบัติมากมายมหาศาล


            แวบหนึ่งหลิวซีหลงแอบคาดหวังว่าจะมีชื่อพระสนมหลิวเหมยอิงอยู่หรือไม่


แต่พอคิดได้ก็ต้องสั่นศีรษะกับตัวเอง ไหนเลยหลี่ลู่จินและอวิ๋นอ๋องจะปล่อยพวกเขาสองพี่น้องไปง่ายๆ เล่า!

 



            “ปลดสนมเป็นเรื่องใหญ่ พวกขุนนางไม่ค้านบ้างหรือ”


            “พวกเขาคุกเข่าค้านกันอยู่ค่อนวัน แต่เมื่อฝ่าบาทเอ่ยเรื่องตรวจสอบบัญชีกรมพระคลังย้อนหลังใหม่ทั้งหมดในสิบปีที่ผ่านมา และเอ่ยเรื่องราวในอดีตที่องค์ไท่ซู่ลุ่มหลงสาวงามจนนำพาความวิบัติมา เหล่าขุนนางจึงมิกล้าปากมากพ่ะย่ะค่ะ”


            ขันทีหนุ่มจิ้นชิงรายงาน


“อีกทั้งการออกปราบกบฏหกปียังใช้เงินหล่อเลี้ยงกองทัพมากจริงๆ ยามนี้ฝ่าบาทมีพระราชโองการงดเก็บภาษีไปหลายพื้นที่เพื่อฉลองชัยชนะ หากว่ายังมีรายจ่ายมากมายเท่าเดิม เกรงว่าเงินในท้องพระคลังจะติดลบลงเรื่อยๆ”


ซีหลงอดยิ้มมุมปากไม่ได้ “หมากตานี้เดินได้ดี”


รากฐานอำนาจแห่งต้าหลิงในยามนี้ก็มาจากวังหลังแต่ไหนแต่ไหน หากพอกำจัดคนออกไปได้บ้างก็ค่อยขยับแข้งขาได้สะดวกเสียหน่อย อีกทั้งองค์จักรพรรดิเป็นฝ่ายรอดูท่าทีมานาน บัดนี้ก็ได้ลงมือทำสักที


“แล้วเจ้าเห็นรายชื่อเหล่าพระสนมที่จะถูกปลดออกหรือยัง”


“ร่างมีสามฉบับ ผู้น้อยเห็นผ่านตาคร่าวๆ พ่ะย่ะค่ะ”


“มีชื่อผู้ใดน่าสนใจบ้างหรือไม่”


จิ้นชิงนิ่งคิด ก่อนว่าช้าๆ “เดิมพระสนมหลิวเหมยอิงค่อนข้างสนิทสนมกับจวงเจี๋ยอวี๋และหวงเหม่ยเหรินที่ตำหนักข้างเคียง ทั้งสองล้วนมีรายชื่ออยู่ในนั้นพ่ะย่ะค่ะ”


จวงเจี๋ยอวี๋คือผู้นำกำยานของเขาไปจุดในตำหนักและเป็นผู้แจ้งข่าวการถูกลอบทำร้ายของบิดาให้เหมยอิง คนฟังยกมือลูบคาง “ตระกูลจวงและตระกูลหวงก็นับว่าพอมีอำนาจไม่น้อย...”


ขณะนั้น นางกำนัลได้เข้ามาแจ้งแก่เขาว่าจวงเจี๋ยอวี๋และหวงเหม่ยเหรินมาขอพบพอดี


“น้องหญิงหลิว!” จวงเจี๋ยอวี๋เข้ามาก็ทรุดร่างลงนั่งกุมมือเขา หยาดน้ำตาราวไข่มุกใสกลิ้งลงจากดวงตา “พี่ได้ข่าวว่าฝ่าบาทมีพระบัญชาจะปลดสนมผู้มิได้ปรนนิบัติออก”


หวงเหม่ยเหรินเองก็สะอึกสะอื้น ยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาไม่หยุด “พวกเราช่างไร้วาสนานัก! อดทนอยู่ในวังหลวงรอคอยรับใช้ฝ่าบาท ไหนเลยจะเป็นเช่นนี้ไปได้


“พี่หญิงทั้งสองโปรดใจเย็นก่อน ท่านทราบได้อย่างไรว่ามีชื่ออยู่เล่า”


ซีหลงตบหลังมือปลอบสตรีงามเบื้องหน้า ในใจนึกไปว่าถ้าเป็นเขาจะดีใจเสียมากกว่าด้วยซ้ำ ต้าหลิงมิได้มีธรรมเนียมให้พระสนมที่ถูกปลดต้องปลงผมบวชชี ออกไปแล้วจึงสามารถทำสิ่งใดก็ได้ดั่งสตรีสามัญชน ทว่าก็อาจจะมีบางครอบครัวที่เห็นเป็นเรื่องน่าอับอายเสื่อมเกียรติ


“ผู้ใดไม่ได้เฝ้าก็ต้องหนาวๆ ร้อนๆ กันทั้งนั้น” หวงเหม่ยเหรินละล่ำละลักเอ่ย ซีหลงเลิกคิ้วในใจ เศร้าปานนี้คงรู้แล้วกระมังว่ามีชื่อตนจริงๆ


“น้องหญิง ฝ่าบาทเสด็จมาเฝ้าเจ้าไม่ห่าง ขอให้เจ้าเห็นแก่ไมตรีที่มี อย่างน้อยช่วยทูลให้ทรงมาพบหน้าพวกเราสักครั้งก่อนก็ยังดี” จวงเจี๋ยอวี๋กุมกระชับมือเขาแน่น


ทั้งสองล้วนเป็นสาวงามชาติตระกูลสูง ความสามารถเองก็มีไม่น้อย คงคิดว่าหากองค์จักรพรรดิได้ยลโฉมก็อาจทำให้เปลี่ยนพระทัยได้


“ข้าไม่แน่ใจว่าฝ่าบาทจะทรงรับฟังหรือไม่ ทว่าข้าจะลองทูลดู”


“ขอบคุณเจ้ามาก ข้าเชื่อว่าต้องทรงรับฟังที่เจ้าพูด”


ลับแผ่นหลังบอบบางทั้งสอง ป้าซือและซือเย่ก็เอ่ยถามขึ้น “คุณหนูจะช่วยพวกนางจริงๆ หรือเจ้าคะ”


ซีหลงยิ้มถอนใจ “คนอย่างองค์จักรพรรดิตัดสินพระทัยไปแล้วจะเปลี่ยนได้อย่างไร คนที่นางควรขอร้องคือฮองเฮาหรือไม่ก็สามพระชายามากกว่า”

 



ยามเย็น องค์จักรพรรดิประกาศจุดโคมยังตำหนักของเหล่าไฉเหริน ซีหลงที่กำลังฝึกคัดอักษรเงยหน้าขึ้น


“ตำหนักเหล่าไฉเหริน?


“คืนนี้เสด็จไปหาจูไฉเหรินเจ้าค่ะ” มู่หลันเอ่ย


ซีหลงไล่ลำดับในใจอีกครั้ง ก่อนจะร้อง “อ้อ หนึ่งในพระสนมที่อยู่กลุ่มโปรดมากนี่เอง”


ในบรรดาพระสนมที่องค์จักรพรรดิแวะเวียนไป มีเพียงจูไฉเหรินเท่านั้นที่เขายังไม่เคยพบมาก่อน และนางยังเป็นพระสนมที่ลำดับยศต่ำที่สุดอีกด้วย


“ตระกูลจูเป็นตระกูลวาณิชที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งของต้าหลิงและยังมีสาขาย่อยไปตามแคว้นต่างๆ พ่ะย่ะค่ะ” จิ้นชิงเสริม ในวังหลวงต้าหลิงมักเชิดชูขุนนางดูแคลนวาณิช เทียบแล้วจูไฉเหรินคงใช้วิธีเข้ามาเป็นสนมคล้ายกับเหมยอิง


“บอกว่าขัดสนเรื่องเงิน วันต่อมาก็ไปหาลูกสาวคหบดี”


แพทย์หลวงหนุ่มอดส่ายหน้ายิ้มขำแล้วตวัดพู่กันไม่ได้ องค์จักรพรรดิอย่างไรก็เป็นองค์จักรพรรดิวันยังค่ำ


แต่คิดอีกทีแล้วก็ไม่ควรบ่นมาก ในเมื่อเขาไม่ต้องเตรียมตัวรับมือกับองค์จักรพรรดิและมีอาหารที่ปรุงพิเศษขึ้นจากห้องครัวโดยเฉพาะให้ทานคนเดียว นี่ไม่นับว่าสงบสุขหรอกหรือ

 



ยามว่างพระสนมหลิวเริ่มแวะไปสนทนาดื่มน้ำชากับซุนเจาอี๋ที่ตำหนัก ฝึกผีผาและเล่นหมากล้อมด้วยกัน ทั้งสองเริ่มสนิทคุ้นเคยกันมากขึ้น ช่วยให้เขาคลายเบื่อไปได้ไม่น้อย


“ช่วงนี้สนิทกับซุนเจาอี๋หรือ”


องค์จักรพรรดิเองก็มีกระจิตกระใจแวะมาถามไถ่ ปรากฏตัวขึ้นเหมือนภูติผีใต้เงาไม้จนซีหลงสะดุ้งตื่นจากนอนกลางวัน แทบเช็ดน้ำลายที่ไหลย้อยลงมาแล้วลุกขึ้นถวายบังคมไม่ทัน


“เพคะ ไม่ดีหรือ”


“ไม่ได้เอ่ยว่าไม่ดี”


แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแวะมาทำไมกันแน่ แต่ซีหลงก็ลองเอ่ยถามเรื่องจวงเจี๋ยอวี๋และหวงเหม่ยเหริน องค์จักรพรรดิตอบกลับเสียงเรียบดังที่เขาคาดไม่ผิด


“ร่างรายชื่อออกไปแล้ว อยู่ที่ฮองเฮาและพระชายาตัดสินใจ” กล่าวจบก็สะบัดชายฉลองพระองค์งดงามจากไป ซีหลงได้ยินว่าช่วงนี้หลี่ลู่จินงานรัดตัวอย่างยิ่ง เห็นทีท่าจะจริง


สามวันถัดมา หลิวซีหลงก็ได้รับจดหมายจากที่บ้านว่าบิดาพ้นขีดอันตรายแล้ว แพทย์หลวงหนุ่มค่อยทอดถอนใจอย่างโล่งอก จึงไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อขอบพระทัย ระหว่างทางกลับตำหนักได้มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น


“เป็นแค่ไฉเหริน กล้าดียังไงเดินชนพระสนมเอก!


เสียงแหลมของนางกำนัลดังลั่น


“ผู้... ผู้น้อยผิดไปแล้วเพคะ ขอพระสนมโปรดอภัยด้วย!


ซีหลงเกือบจะให้เบี่ยงเกี้ยวไปอีกทางอย่างถือคติผู้หญิงตีกันผู้ชายไม่ยุ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงกรีดแทงคุ้นหูเสียงหนึ่ง


“ไม่เพียงเดินชนข้ายังไม่พอ ดูสิว่าผู้ใดอนุญาตให้ไฉเหรินปักปิ่นทอง เหตุใดบุตรีวาณิชถึงได้ต่ำตมลืมรากเหง้ากันทุกคน!


พระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนที่รักนี่เอง


“วางเกี้ยวลง” ซีหลงสั่ง ตัดสินใจว่าอาจจะต้องชมดูสักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น


สตรีงดงามสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่บนสะพานหินโค้ง พระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนก็ยังคงงดงามเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ปิ่นตุ้งติ้งผีเสื้อขยับตามการเคลื่อนไหว อาภรณ์ผ้าต่วนสีม่วงอ่อนปักลวดลายดอกซิ่งสีทองและผ้าคล้องแขนสีชมพูมองดูเข้ากันทำให้นางโดดเด่นขึ้นจากทัศนียภาพอุทยาน


            สตรีอีกคนมีดวงหน้ารูปไข่อ่อนหวาน อาจมีอายุน้อยกว่าซีหลงด้วยซ้ำ นางประทินโฉมโทนสีชมพูเบาบาง ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ไร้เดียงสา


ดวงตากลมโตสั่นสะท้านเหมือนลูกกวางถูกล่า สวมกระโปรงสีเหลืองอ่อนและเสื้อสีเขียวอ่อน เส้นผมปล่อยยาวสยาย มวยผมประดับเพียงปิ่นทองคำล้ำค่ารูปดอกเหมยกุ้ยอยู่หนึ่งปิ่น


ไฉเหรินไม่มีผู้ติดตาม ในขณะที่ฝั่งของสวีซิวเยวี่ยนมีคนมากมายติดตามเป็นขบวน


ในวังมีกฎระเบียบเรื่องการแต่งตัว ซีหลงเองมิได้สนใจมากเพราะมีมู่หลัน ป้าซือและซือเย่คอยดูแล แต่ก็พอรู้ว่าไฉเหรินไม่อาจใช้ปิ่นประดับทองคำ


“นั่นใคร” ซีหลงหรี่ตาถาม


“จูไฉเหรินเจ้าค่ะ”


ซีหลงยังไม่ทันอ้าปากรับคำ จู่ๆ สวีซิวเยวี่ยนก็เอื้อมมือไปดึงทึ้งเส้นผมของจูไฉเหรินก่อนที่ดึงปิ่นของนางออกมา


“นั่น... ฝ่าบาทพระราชทานให้ข้า ท่านคืนมาเดี๋ยวนี้!


“จะมีไว้ทำไม ยศอย่างเจ้าปักได้ด้วยหรือ!?”


สตรีทั้งสองแก่งแย่งพัวพันกัน ก่อนที่ร่างของจูไฉเหรินจะพลัดตกลงไปในน้ำ เสียงตูมดังสะท้าน


“กรี๊ด! ช่วย... ด้วย... ข้าว่ายน้ำ... ฮึก ไม่เป็น!


            จูไฉเหรินกำปิ่นทองกรีดร้องตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ สวีซิวเยวี่ยนเพียงถลึงตามองนางยามจัดผมเผ้าและอาภรณ์ตนเองอย่างไม่ไยดี “เฮอะ”


            ซีหลงจะยืนอยู่เฉยก็ไม่ได้ ทว่าเขาเองก็มิใช่จอมยุทธ์พิทักษ์คุณธรรมที่จะกระโจนลงไปช่วยเอง


“มู่หลัน ช่วยนางที”


            เจ้าของสมญาสือซว่านโลหิตขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนที่จะทำตาม กระโดดตามลงไปช่วยลากนางขึ้นมา ยามขึ้นฝั่ง ปรากฏว่าจูไฉเหรินสลบไปแล้ว มู่หลันวัดชีพจรแล้วดูลมหายใจ พบว่าโชคดีที่ยังไม่ถึงแก่ชีวิต


            สตรีเจ้าของปิ่นผีเสื้อบนสะพานจัดผมเสร็จก็หันกายมาสบตากับเขา


“นึกว่าใคร หลิวเหม่ยเหรินคนโปรดนี่เอง”


            “เมื่อครู่มิเกินไปหรือ” ซีหลงเอ่ยกับนาง สลับกับมองที่ร่างเปียกปอนแน่นิ่งของจูไฉเหริน


            “แล้วเจ้าสะเออะอะไร” สวีซิวเยวี่ยนเอ่ยเสียงสูง ยกมือกอดอกแล้วเชิดคางขึ้น ริมฝีปากสีแดงยิ้มเยาะ ดวงตาวาววับท้าทาย “ทำไม จะฟ้องฝ่าบาทรึยังไง คิดว่าข้ากลัวพวกลูกวาณิชชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าหรือ”

 

           


***

บ่นเรื่องเมนส์ยาวๆ คนก็ตอบยาวๆ ขอบคุณค่า เดี๋ยวว่าจะลองดูว่าเดือนหน้าปวดสลบแบบนี้ไหม TT

ส่วนตอนนี้ เออ ก็ไม่ค่อยจะกลัวเท่าไหร่หรอกนะนังนี่น่ะ ฝ่าบาทโปรดจริงรึเปล่าก็ไม่รู๊ มันเฟครึเปล่า มาเจอกันหน่อย5555

ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ เสี่ยวอ้ายติดนิสัยเขียนนิยายดึกเนี่ย ต่อไปไม่ได้ละ ร่างพัง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.596K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6336 예뻐요 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 06:53
    ลูกกระจ๊อกของจริงเลยคนนี้
    #6,336
    0
  2. #6253 Fukii03 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 13:08
    เจ๊คนนี้เกิดมาเพื่อเหวี่ยงใส่ชาวบ้านจริงๆ55555555
    #6,253
    0
  3. #6177 blueeyes111 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:35
    กรี้ดด ฝ่าบาทเบาๆหน่อย
    #6,177
    0
  4. #5977 little_fan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 22:44
    สักดอกจัดไปหลงลูกแม่
    #5,977
    0
  5. #5945 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:37
    จะว่าไงดี รู้สึกว่าอย่างสนมเอกสวีเนี่ยรับมือง่ายสุดแล้ว เพราะนางมีอะไรนางแสดงออกมาแทบหมด ดีกว่าพวกที่หน้าก็ยิ้มให้กันลับหลังสั่งฆ่าเงี้ย ดูยาก
    #5,945
    0
  6. #5765 Secr3t-Key (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 12:44
    ฝ่าบาทหลอกกินจะอิ่ม ฮือน้องตามไม่ทันสักอย่าง5555
    #5,765
    0
  7. #5543 GalaxyStyle (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:02
    สมควรแล้วแหละที่จะไม่ได้เป็นคนโปรด นางร้ายเกรด c จัดเลย น้องต้องสั่งสอนซักฉาดแล้วแหละ
    #5,543
    0
  8. #5513 _1221_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:58
    ก็มาดิค้าบบ ฟาดไปเลยค่ะยัยน้อง!
    #5,513
    0
  9. #5324 Marshmalowdii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 22:32

    ฝ่าบาทหลอกกินเต้าหู้น้องงแงววว

    #5,324
    0
  10. #5311 ppunn__ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:29
    เทอจะเล่นกับลูกฉันคิดดีแล้วหลอออ /คุณไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะคะะ<3
    #5,311
    0
  11. #5271 kittenO (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 15:08
    สนมเต็มไปหมดดด
    #5,271
    0
  12. #5128 Ppttyc_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:11
    กะคือฝ่าบาทกินเต้าหู้น้องจนอิ่มไปเลยจ่ะ แม่นางสวีนี่ก็เกินคนเดี๋ยวเถอะเดี๋ยวให้น้องฝังเข็มสะกดจุดเลยซะนี่
    #5,128
    0
  13. #5055 kiki3k (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:47
    อ่านแล้วอินเนอร์ออกมามากชอบบบบ
    #5,055
    0
  14. #4193 taemynnn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:59
    อ่าวววววว อยากต่อยคน! เอาสักหมัดสะม่างงงงง ซักหน่อยมั้ยๆ
    #4,193
    0
  15. #4174 nutgen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:40
    "...เกรงว่าเงินในท้องพระคลังจะติดลบลงเรื่อยๆ..." สมัยนั้นยังไม่น่ามีจำนวนติดลบนะคะ อืม...ลองปรับเป็น"...เกรงว่าเงินในท้งพระคลังคงมิเพียงพอ.." จะเข้ากว่านะ
    #4,174
    2
    • #4174-1 Xiaoai(จากตอนที่ 17)
      15 เมษายน 2563 / 20:14
      ขอบคุณค่า เดี๋ยวจะกลับมาปรับนะคะ ^^
      #4174-1
  16. #4140 Shipnielong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 12:01
    เดี๋ยวเจอเลยจ้าาาา
    #4,140
    0
  17. #4129 burgandytomato (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:14
    โอโหสนมสวีเจอกันหน่อยดีมั้ย
    #4,129
    0
  18. #3385 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:29
    เดี๋ยวรู้เรื่องเลยยนย
    #3,385
    0
  19. #3281 H2O-69 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 21:33
    นางแว้ดเก่ง เดี๋ยวก็โดนกุ้ยเฟยเฉาะอีกหนึ่งที

    ฝ่าบาทมาดูความคืบหน้าฝีมือการเล่นผีผาอีกหน่อยได้มั้ย เอาแบบคืนนั้นอะฝ่าบาท~
    #3,281
    0
  20. #3097 Tartarinlove (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 19:29
    ถ้าปวดท้องแล้วกินพิมโรสดูนะคะ ช่วยได้เยอะ
    #3,097
    0
  21. #3087 lilying_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:11

    สตรีตบตีกันเต็มไปหมดเลยยยยย ปวดหัวเจ้าค่ะ ตบตีด้วยวาจาจิกกัดมารยาร้อยเล่มเกวียนนี่น่าปวดหัวกว่าเอากระบี่ฟันกันอีกนะคะ 555555 เราคิดถึงพี่จื่อหาน น้องหมอตายไปแล้วแบบนี้พี่จะโผล่มาอีกมั้ย แง ..ว่าแต่นายเอกกับฝ่าบาทนี่อายุเท่าไหร่กันนะ

    #3,087
    0
  22. #2970 pcyijb (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:20
    เขินมากกกดกด
    #2,970
    0
  23. #2830 Cryingforcake (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:58
    เนี่ย เขาเอ็นดูของเขานะ
    #2,830
    0
  24. #2748 PPSnook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:23
    ตบสักทีไหม
    #2,748
    0
  25. #2678 Shinju0611 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:15
    นังสวีปากดีมาก ว่าคนอื่นลูกวานิชชั้นต่ำ ตัวเองเคยเป็นผู้ติดตามกุ้ยเฟย พื้นหลังครอบครัวเป็นลูกเต้าเหล่าใครคะ
    #2,678
    0
  26. #1733 proudofyoumysuho (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 23:15
    คิดถึงค่ะ
    #1,733
    0
  27. #1732 N\'noey Butter (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 16:15
    ไรท์หายยย
    #1,732
    0
  28. #1722 สมุดวาดภาพ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 07:23
    ยังไงต่อคะ ลุ้นๆ
    #1,722
    0
  29. #1720 สมุดวาดภาพ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:41
    ไรท์ไปไหนแล้วอ่ะ
    #1,720
    0
  30. #1717 mapims (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:52
    ชอบเรื่องนี้นะคะ รอน้าาาาา
    #1,717
    0
  31. #1716 Minusonce (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 13:04
    แซ่บอีหลี
    #1,716
    0