พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 15 : 13 - วังหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,492 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

13 – วังหลัง

 


            ความรู้สึกอ่อนนุ่มติดจะชุ่มชื้นหนึ่งแตะลงข้างแก้มเบาๆ  คนกำลังหลับขมวดคิ้วก่อนยกมือปัดอย่างรำคาญ สัมผัสแผ่วเบานั้นจึงละจากไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแรงบีบไม่เบานักที่ปลายจมูกแทน


            “หื้อ!


            พระสนมกำมะลอส่งเสียงในลำคอ ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นลูบจมูกป้อยๆ ขมวดคิ้วมองร่างตรงหน้าที่กำลังชักมือกลับอย่างขุ่นเคือง ซีหลงลุกขึ้น อ้าปากหาวแล้วขยี้ตาไปด้วย จากนั้นจึงยกมือปาดแก้มที่รู้สึกคลับคล้ายว่ามีอะไรมาแตะ


            อุปทานไปเองกระมัง?


            “ท่านปลุกคนดีๆ ไม่เป็นหรือไร!


            องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงเลิกคิ้วน้อยๆ ยกมือกอดอกหลวมๆ ยามทอดมองมา ดวงหน้านั้นจะนอนหลับหรือเพิ่งตื่นก็ดูดีเสียจนน่าโมโห


“เจ้าเป็นสนมโปรดของข้าก็จริง แต่มิใช่ว่าจะนอนกินบ้านกินเมืองเท่าใดก็ได้ ยิ่งมิได้ผ่านเรื่องเหน็ดเหนื่อยอันใด ก็ควรปรนนิบัติให้เหมาะสม”


เรื่องเหน็ดเหนื่อย ที่ว่าทำให้ซีหลงส่งสายตามองใส่อีกฝ่ายไปหนึ่งที ขยี้ศีรษะที่เส้นผมพันกันยุ่งเหยิงแต่ก็ยอมลุกขึ้น มองไปเบื้องนอกแล้วฟ้ายังสลัวอยู่ แต่อีกไม่นานก็คงเช้า กระนั้นยังอดบ่นงึมงำไม่ได้


“ไม่มีผู้คนอยู่ เหตุใด...”


“ข้าเอ่ยแล้วว่าจะมิทำสิ่งใดครึ่งๆ กลางๆ สิ่งเหล่านี้เจ้าต้องเรียนรู้และกระทำให้เป็นธรรมชาติที่สุดในฐานะพระสนม ในวังมีหูตาทุกที่ อย่าให้ผู้อื่นผิดสังเกตไป”


“เช่นนั้นก็ว่ามาว่าข้าควรทำสิ่งใด”


“สวมอาภรณ์และเกล้าผมให้ข้า”


“ทว่าข้าไม่เคยทำให้ผู้อื่น”


“มู่หลันจะสอนเจ้า”


            ซีหลงพยักหน้าแข็งๆ แต่ในใจคิดพาลไปแล้วว่า ผู้คนมีต้องมากมาย เหตุใดต้องเป็นเขาด้วย!    


พระสนมตัวปลอมได้แต่ขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน เพราะภายในใจลึกก็ยังไม่กล้าท้าทายความอดทนขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงนัก มู่หลันเดินเข้ามาอย่างไรสุ้มเสียง ก่อนจะสอนวิธีเกล้าผมให้แก่เขา


ทรงผมของเชื้อพระวงศ์ชายแห่งต้าหลิงมีหลากหลายรูปแบบ มู่หลันเลือกทรงเกล้าเก็บขึ้นอย่างเรียบง่ายและวิธีสวมกวานพร้อมประดับปิ่น เป็นทรงที่เหมาะสำหรับออกว่าราชการขององค์จักรพรรดิ มือน้อยๆ ของนางทำอย่างชำนาญ ครู่เดียวก็เสร็จเป็นทรงเป็นระเบียบสวยงาม


หลิวซีหลงเองเกล้าผมให้ตนเองอยู่ตลอด แต่คนธรรมดาเช่นเขาไหนเลยจะต้องประดับกวานแล้วปักปิ่นอัญมณีหนักๆ เข้าไปด้วย มิหนำซ้ำตัวเขาก็มิใช่คุณชายเจ้าสำอางที่ต้องสนใจหมกหมุ่นกับทรงผมตนเอง เพียงแต่เกล้าลวกๆ ไม่ให้คนด่าว่าไร้อารยะก็เป็นพอ


            เส้นผมยาวสีดำขลับเบื้องหน้าลื่นมือยิ่งกว่าเส้นผมสตรียามใช้หวีหยกสาง ทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องหอมลอยขึ้นแตะจมูก กวนสมาธิเขายามจะจัดเป็นทรงให้ยากยิ่งนัก ซีหลงเกล้าๆ คลายๆ อยู่หลายครั้งก็ไม่ได้สภาพที่ควรเป็นเสียที


            อารมณ์ที่ไม่ดีแต่เช้าค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความขบขัน เพราะดันกลายเป็นว่าคนที่คิดจะเอาเปรียบผู้อื่นต้องมาอยู่ในสภาพชวนหัวเราะเสียเอง แพทย์หลวงหนุ่มจำต้องกลั้นขำเสียจนหน้าดำหน้าแดง


            ดวงหน้าหยกสลักคุ้นตานั้นสะท้อนจากกระจกทองเหลือง ทว่าทรงผมกลับยุ่งเป็นทรงประหลาดที่ให้ตายยังไงในชีวิตนี้เขาก็ไม่คิดว่าตอนเองจะได้เห็น


            “พรืด...”


            แรกๆ ซีหลงก็ขมวดคิ้วงุ่นง่านผลงานไม่ออกมาเป็นดั่งใจ แต่พอได้เห็นภาพจักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็ถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมา ต้องรีบเม้มปากยามที่ดวงตาสีดำสนิทดุๆ สบกับตาของเขา


            เขาอาจจะมีสติปัญญารับมือสตรีในวังหลัง แต่บุรุษตรงหน้าได้คิดสักนิดหรือไม่ว่าเขาไม่ได้มีพรสวรรค์ในเรื่องปรนนิบัติบุรุษผู้อื่นสักนิด!


            “ท่านต้องหวีรวบตรงนี้ให้หมด มิใช่ปล่อยไว้ปอยหนึ่ง”


มู่หลันเองก็พยายามเอ่ยเสียงเรียบ แต่ซีหลงแอบเห็นมุมปากของนางกระตุกอยู่หลายคราภายใต้ใบหน้าสุภาพนอบน้อมเช่นกัน


“หรือเพียงเกล้าผมจะยากเกินไปสำหรับเจ้า”


คำปรามาสเนือยๆ ดังมาทำให้ซีหลงอยากจะเผลอกระตุกผมอีกฝ่ายแรงๆ สักคราหนึ่ง อดเอ่ยปากเถียงไม่ได้


“ข้าก็เกล้าผมตัวเองอยู่ทุกวัน ยังไม่เห็นลำบากอะไร มีแต่ผมท่านนั่นแหละทั้งลื่นทั้งหนา”


“หากทำไม่ได้ก็ไปฝึกมาใหม่ ข้ามิได้มีเวลาทั้งวัน”


องค์จักรพรรดิหลับตาแล้วโบกมือคล้ายเหนื่อยหน่ายเต็มทน ทำท่าจะลุกยืนขึ้น ท่าทางเช่นนั้นยิ่งความงุ่นง่านอยากเอาชนะพลันพุ่งขึ้นในใจซีหลง มันจะไปยากแค่ไหนกันเชียว


“ครั้งนี้ได้แน่นอน!

 



องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงออกว่าราชการไปแล้ว หลิวซีหลงค่อยทอดถอนใจแทบหมดปอด หันมาก็พบสองป้าหลานแซ่ซือที่กำลังเช็ดน้ำตาปลาบปลื้ม ทั้งสองเพิ่งมีโอกาสได้ชมบารมีองค์จักรพรรดิใกล้ๆ นอกจากจะตาพร่าเพราะรูปโฉมอีกฝ่ายไปชั่วคราวแล้วก็ดูท่าจะมีความคิดเห็นผิดเพี้ยนไปด้วย


“พุทธโธ่ คุณหนูเติบโตขึ้นเพียงใดเราไม่ทราบเลย ช่างไร้ที่ติในทุกเรื่องจริงๆ กระทั่งบทบาทพระสนมก็ดูเหมาะสมยิ่งนัก เช่นนี้แผนการคงเป็นไปอย่างราบลื่นแน่ๆ!


“พวกท่านหยุดเดี๋ยวนี้เลย อับอายขายขี้หน้านัก อีกทั้งข้ามิใช่พระสนมจริงๆ ด้วยซ้ำ”


ซีหลงร้อง รู้สึกอยากจะเอาหัวมุดดินเหลือเกิน ทว่าก็ทำได้แค่โบกมือเปลี่ยนเรื่อง


ป้าหลานสกุลซือแม้จะเพิ่งออกจากวัดมา แต่กลับปรับตัวเข้ากับวังหลวงได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เข้าใจถึงกฎต่างๆ ของนางกำนัลและขันที ไม่เสียแรงที่คอยเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังเล็ก


ก่อนจะเข้าเฝ้าฮองเฮา องค์จักรพรรดิได้ส่งคนมาชี้แจงกฎระเบียบเพิ่ม แท้แล้วก็เป็นผู้รู้แผนการอีกคนหนึ่ง แต่ที่น่าแปลกใจคือคนที่มากลับเป็นขันทีของพระสนมซุนเจาอี๋ซึ่งถูกย้ายไปทำงานที่พระตำหนักเฉียนชิง ขันทีหน้าหยกผู้ถูกตะขาบกัดที่เขาเคยช่วยไว้นั่นเอง


“ผู้น้อยมีนามว่า จิ้นชิงครั้งก่อน... ไม่ทราบว่าเป็นท่านหมอ ย่อมเสียมารยาทแล้ว”


“เจ้าเป็นคนของฝ่าบาท?”


“ผู้น้อยเพิ่งถูกย้ายไปทำงานที่เฉียนชิงไม่นาน ไม่คาดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้ด้วย ทว่าเรื่องนี้ย่อมเป็นความลับถึงที่สุด ต่อให้ตายก็ไม่มีวันรั่วไหลออกจากผู้น้อย”


จิ้นชิงก้มศีรษะจรดยามคำนับแทบเท้าเขา ซีหลงหวนนึกถึงสภาพขันทีที่ไม่มีผู้ใดเหลียวแลที่รับใช้พระสนมผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน หากเป็นคนขององค์จักรพรรดิ ไหนเลยจะปล่อยให้อาการหนักปางตายเช่นนั้น...


หรือว่า มิคาดองค์จักรพรรดิจะรู้ว่าเขามีบุญคุณติดพันกับคนผู้นี้ หากให้เป็นผู้ถือความลับสำคัญย่อมไว้ใจได้มากกว่าผู้อื่น


คิดแล้วก็อดกระตุกยิ้มเย็นๆ หนึ่งครั้งให้แก่ตนเองไม่ได้ ไท่ชางหวงตี้ผู้นี้คงรู้แต่แรกจึงย้ายขันทีของพระสนมซุนไปรับใช้ยังตำหนักเฉียนชิง มีสิ่งใดที่คนหน้าตายผู้นั้นไม่คิดก่อนเขาบ้าง สวรรค์!


“ลุกขึ้นเถิด ทว่าเจ้าดูแล้วสนิทสนมกับพระสนมซุนเจาอี๋ยิ่งนัก มารับใช้ข้าเช่นนี้...”


ขันทีรูปงามก้มหน้าเล็กน้อย “ฝ่าบาทมีพระราชโองการลงมา ผู้น้อยย่อมเต็มใจกระทำตามพ่ะย่ะค่ะ”


ซีหลงอดส่งสายตาเห็นใจให้อีกฝ่ายไม่ได้ ที่แท้ก็มีคนตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับเขาไม่น้อย ยกมือขึ้นตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ


“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นหากมีเวลาข้าจะไปเยี่ยมเยียนพระสนมซุนเจาอี๋บ้าง”


“เป็น... เป็นพระคุณอย่างยิ่งขอรับ”


จิ้นชิงเงยหน้าขึ้น น้ำตารื้นเป็นประกายซาบซึ้ง ทำท่าจะคุกเข่าลงกราบอีกรอบหากซีหลงมิได้ห้ามไว้ ขันทีหน้าหยกใช้เวลาปรับอารมณ์ห่วงหาอาดูรอยู่พักหนึ่งจึงสูดลมหายใจแล้วเอ่ยกฎระเบียบในวัง ข้อควรปฏิบัติคร่าวๆ สถานที่ภายในวังหลัง พระสนมลำดับขั้นต่างๆ รวมถึงความสัมพันธ์ของพระสนมแต่ละคน


ซีหลงเองสนใจเรื่องวังหลังอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เหมยอิงเริ่มเป็นที่โปรดปราน ฟังอีกคราแล้วก็นึกทวนตามได้ไม่ยาก เมื่อพอทราบความแล้วจึงเริ่มทำผมแต่งตัวเตรียมไปเข้าเฝ้าฮองเฮา


“พี่ชายของพระสนมหลิวเพิ่งประสบเหตุร้าย ท่านเป็นคนโปรด บัดนี้จะใส่ชุดไว้ทุกข์เลยก็ไม่มีผู้ใดกล้าว่าสิ่งใด”


มู่หลันเอ่ยขณะเกล้าผมทรงเรียบง่ายที่ปล่อยส่วนหนึ่งลงบนแผ่นหลังให้แก่เขา ประดับปิ่นหยกขาวเรียบง่ายและหวีสับ อาภรณ์เองก็เป็นสีขาว ปกติสตรีสามัญจะสวมผ้าเนื้อหยาบในการไว้ทุกข์ ทว่าสตรีชั้นสูงหรือสตรีในวังนิยมต้าหลิงสวมผ้าแพรไหมสีขาวเรียบๆ หรือปักลวดลายเพียงเล็กน้อยแทน


มู่หลันยังตั้งใจตกแต่งให้ใบหน้าของซีหลงซีดขาวกว่าปกติ ทั้งยังใต้ตามีรอยคล้ำอิดโรยอีกด้วย ก่อนพันผ้าทับที่คอบางๆ อีกชั้นหนึ่ง นับว่าละเอียดรอบคอบยิ่งนัก


ตามกฎของวังหลังต้าหลิง ผู้ที่จะไปพบฮองเฮาเป็นกิจวัตรทุกวันคือพระสนมชั้นสูงตั้งแต่ชั้นเจี๋ยอวี๋ขึ้นไป ได้แก่ พระชายาทั้งสี่และเหล่าสนมเอกทั้งเก้าตำแหน่ง ส่วนพระสนมยศต่ำกว่านั้น หากปรนนิบัติองค์จักรพรรดิในคืนก่อนหน้า วันถัดมาก็จำเป็นต้องไปเฝ้าฮองเฮา


วันนี้พระสนมหลิวเหม่ยเหรินจำต้องไปเฝ้าฮองเฮายังตำหนักคุนหนิง เพิ่งเกิดเรื่องกับบิดา พี่ชายก็มาถูกคนลอบทำร้ายจนสิ้นอีก จนองค์จักรพรรดิต้องเสด็จไปปลอบประโลมจนถึงเช้า ไหนเลยจะไม่เป็นที่จับตามอง


            ตำหนักผิงอันอยู่ห่างจากตำแหน่งมงคลอย่างตำหนักคุนหนิงของเอ้อร์หนาฮองเฮาค่อนข้างมาก เวลานี้เริ่มมีแดดอ่อนๆ แล้ว ซีหลงจึงเลือกขึ้นเกี้ยวไปแทนเสลี่ยง ระหว่างทางก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น เมื่อจะได้ยลโฉมบรรดาสนมชายาขององค์จักรพรรดิใกล้ๆ


            สภาพเขาอย่างไรก็ยังเป็นบุรุษเต็มร้อย อยู่ท่ามกลางสตรีงามหยาดฟ้ามาดินมากมาย ไหนเลยจะไม่ตื่นเต้นขึ้นมาเล่า


            โชคดีที่ระหว่างทางมิเจอกับขบวนผู้ใด จนกระทั่งไปหยุดยังหน้าตำหนักคุนหนิง


            แม้กำลังจะผ่านพ้นวสันต์เข้าสู่คิมหันต์ ตำหนักคุนหนิงกลับยังรายล้อมด้วยมวลบุปผามากมาย ทั้งบรรยากาศร่มรื่นและมีทะเลสาบฝีมือมนุษย์เคียงข้างคอยพัดพาความเย็นมาให้ ซีหลงก้าวลงจากเกี้ยว พบว่ามาพร้อมกับพระสนมผู้หนึ่งพอดี


            “คำนับพระสนมซุนเจาอี๋”


            “อรุณสวัสดิ์ พระสนมหลิว”


            ซุนเจาอี๋มีดวงหน้างามประณีตอ่อนโยน ประทินโฉมไม่มาก ทั้งยังแต่งกายเรียบง่ายหากเทียบกับตำแหน่งสูงสุดในบรรดาพระสนมเอกและเป็นรองเพียงสี่พระชายา สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงความอบอุ่นเป็นมิตร กระนั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าก็บอกได้ว่าช่วงนี้นางมีเรื่องให้ไม่สบายใจ


            สายตาของนางเลื่อนไปยังเบื้องหลังของเขาเพียงแวบเดียวก็เลื่อนกลับมา คงมองขันทีหนุ่มจิ้งชิงนั่นเอง


            “ขอแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าด้วย ขอให้บิดาหายดีในเร็ววัน ส่วนคดีของพี่ชาย ก็ขอให้หาตัวคนผิดมารับโทษให้ได้”


            เท่าที่ได้ยินคำแสดงความเสียใจมา ดูเหมือนนี่จะเป็นถ้อยคำที่จริงใจที่สุด ซีหลงกล่าวขอบคุณ ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปยังตำหนักคุนหนิงพร้อมกัน


            เหมยอิงมิได้สนิทสนมกับพระสนมซุนเจาอี๋ ด้วยเพราะเกรงใจนางเป็นพิเศษ แต่ซีหลงหมายมาดไว้ในใจว่าหากจะผูกมิตรกับผู้ใด พระสนมซุนเจาอี๋ต้องเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แน่นอน


            ภายในตำหนักคุนหนิงหรูหรากว้างใหญ่ ทว่าให้กลิ่นอายบรรยากาศที่แปลกออกไป ด้วยเครื่องเรือนและสิ่งประดับส่วนหนึ่งมิใช่ของต้าหลิงที่มักประดับด้วยไม้สีเข้มและทองคำ ทว่าเป็นของของแคว้นเสียนซูที่มักใช้สีสันสดใส เช่น สีแดง น้ำเงิน และเขียว บอกได้ว่าเอ้อร์หนาฮองเฮายังยึดถือสายเลือดเดิมของตนอย่างเหนียวแน่น


            มีพระสนมจำนวนหนึ่งมาถึงแล้ว เอ้อร์หนาฮองเฮานั่งอยู่บนบัลลังก์เอก แมวสีขาวขนฟูตัวหนึ่งนอนเกียจคร้านอยู่บนตัก มือซึ่งสวมปลอกเล็บทองคำประดับทับทิมลูบไปตามขนสีขาวสะอาด ซีหลงมองได้แวบเดียวก็รีบก้มหน้าย่อคำนับพร้อมกับพระสนมซุนเจาอี๋


            “ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”


            “เสียใจเรื่องพี่ชายเจ้าด้วย แล้วบิดาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”


            “แม้อาการยังไม่นับว่าพ้นขีดอันตราย ทว่าก็มีอาการดีขึ้นหลังได้รับโอสถที่ปรุงจากโสมพันปีของฮองเฮา พระกรุณาธิคุณนี้ หม่อมฉันไม่มีวันลืมเพคะ”


            ซีหลงคำนับเต็มขั้น จรดศีรษะลงกับพื้นพรม


“เช่นนั้นก็ดี ลุกขึ้นแล้วเงยหน้าเถอะ”


            พระสนมตัวปลอมทำตาม หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำยามสบตากับดวงตาชั้นเดียวเรียวยาว เอ้อร์หนาฮองเฮามิได้งดงามยั่วยวนปานล่มเมือง มิได้ชดช้อยอ่อนหวานตามแบบนิยมของสตรีงามแห่งต้าหลิง ทว่ากลับเด็ดขาดเข้มแข็งและเต็มไปด้วยอำนาจ กระทั่งบุรุษหลายคนก็ไม่อาจเทียบได้


            เอ้อร์หนาฮองเฮาแต่งกายด้วยอาภรณ์แพรไหมสีดำด้านนอกและทอง ปักลวดลายนกกระเรียนโบยบิน บนศีรษะตกแต่งไม่มากนัก เพียงเกล้าผมเก็บทั้งหมดไว้อย่างง่ายๆ มีเพียงหยกประดับทองคำและปิ่นทองคำประดับไข่มุกหนึ่งปิ่น สิ่งที่ประกาศฐานะคือปิ่นหงส์มังกรที่มีเพียงฮองเฮาแห่งต้าหลิงที่จะประดับได้


            แวบแรกที่เห็น หลิวซีหลงอดคิดไม่ได้ว่า สตรีเช่นนี้คงพอสูสีกับหลี่ลู่จินผู้นั้นกระมัง


            “แน่แล้วว่าฮองเฮาทรงมีน้ำพระทัยกว้างขวาง ทั้งยังรอบรู้เรื่องยาเป็นอย่างดี หากเป็นคนใจแคบเช่นหม่อมฉัน ไหนเลยจะสามารถสละสมบัติล้ำค่ารักษาผู้คนที่มิใช่คนสนิทใกล้ชิดได้”


            สตรีผู้นั่งอยู่ไม่ไกลนักเอ่ยเสียงหวาน ดวงหน้าของนางตกแต่งไว้เข้มดูงดงามร้อนแรง ฮวาเตี้ยนกลางหน้าผากแต่งแต้มเป็นรูปดอกไห่ถังสีแดงเพลิง อาภรณ์ไหมสีชมพูเข้มและส้มเปี่ยมไปด้วยรัศมีความมั่นใจ ปักปิ่นทองคำสี่ปิ่นและปิ่นหยกสองปิ่นบนศีรษะ ประดับดอกไม้เหลืองอ่อน สดใสเจิดจ้ายิ่งนัก


มีเพียงยศพระชายาขึ้นไปเท่านั้นที่จะประดับผมเช่นนี้ นี่คงเป็นพระราชเทวีจางซูเฟย ผู้เป็นรองเพียงกุ้ยเฟยและฮองเฮาเท่านั้น หากให้เปรียบเปรย จางซูเฟยผู้นี้ดูคล้ายกับนกยูงรำแพนหางอวดโฉมอย่างยิ่ง


            “ทรงเป็นถึงแม่ของแผ่นดินปกครองฝ่ายใน จะใจแคบได้หรือ พี่หญิงก็กล่าวได้ตลกนัก”


            เสียงดังมาอีกด้านหนึ่ง สตรีผู้พูดอ่อนเยาว์กว่าจางซูเฟย แต่งกายด้วยอาภรณ์สีอ่อนสบายตาทว่าก็หรูหราไม่แพ้กัน บนศีรษะเองก็ปักปิ่นทองคำระย้าประดับอัญมณีทั้งหกปิ่น กลางหน้าผากประแปะประดับด้วยแผ่นทองจินเตี้ยนอยู่ยังหว่างคิ้ว


            จากลำดับที่นั่ง นี่คือพระราชชายาจ้าวเสียนเฟย พระชายาลำดับที่สี่นั่นเอง งดงามล้ำค่าดั่งกุหลาบ แต่ดูแล้วก็มีหนามแหลมไม่น้อย


            จางซูเฟยได้ยินก็ยิ้มยวนใจ สบตาจ้าวเสียนเฟย รัศมีความงามขับเคี่ยวกันไม่ลง


            “เช่นนี้ข้าถึงต้องยกย่องฮองเฮาอย่างไร น้องหญิงอาจจะยังเยาว์ จึงไม่รู้ค่าของโสมพันปี คิดว่าจะหาใหม่เท่าใดก็ได้ แต่ในปีนี้ ขนาดฮองเฮาเองก็ยังมีคนจากเสียนซูส่งมากำนัลเพียงสองต้นเท่านั้น เสียสละมากมายปานนี้ หากหม่อมฉันป่วยเพราะโดนพิษจากเสียนซูบ้าง ฮองเฮาจะช่วยเหลือบ้างหรือไม่เพคะ”


            น้ำคำของจางซูเฟยโผงผางอย่างยิ่ง ดูแล้วนางคงกล่าวเช่นนี้จนเคยตัวและไม่มีผู้คนกล้าขัด ทั้งยังชักนำให้เขาสงสัยในตัวฮองเฮาอย่างเลี่ยงไม่ได้


            ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ้อร์หนาฮองเฮาก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย ทว่าจางซูเฟยผู้นี้เองก็ไม่เว้นเช่นกัน


            แน่แล้วว่าตระกูลจางเป็นอีกหนึ่งตระกูลใหญ่ ทั้งยังดองกับตระกูลเฉินของเฉินกุ้ยเฟยและตระกูลว่านของว่านฮองไทเฮาอีกด้วย เป็นหนึ่งในเสาหลักของขั้วขุนนางเก่าที่ครองอำนาจในต้าหลิงตั้งแต่สมัยไท่ซู่หวงตี้อย่างแท้จริง


            ซีหลงยังไม่ทันได้นั่ง บทสนทนาก็ดูเหมือนจะร้อนระอุกว่าแดด เขาเองอยู่ท่ามกลางสตรีงามมาก่อน ไม่ยากนักจะอ่านว่าพวกนางกำลังสื่อความหมายอะไรใต้รอยยิ้มพริ้มเพรา เพียงแต่เขาเองกลับชมชอบไม่น้อย


            “แน่นอนว่าหากช่วยผู้ใดได้ข้าก็ยินดีช่วย ต่อให้น้องหญิงซูเฟยป่วยจนพูดไม่ได้สักครึ่งคำ ข้าก็จะต้องหาสมุนไพรที่ดีที่สุดมาในใต้หล้ามาให้ เพราะถ้าหากไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของน้องหญิง เห็นทีวังหลังคงเงียบเหงาอย่างยิ่ง”


เอ้อร์หนาฮองเฮาเอ่ยช้าๆ มีรอยยิ้มมุมปากน้อยๆ ยามเกาคางแมวขาวตัวอ้วนกลมไปด้วย


สมกับเป็นฮองเฮาแห่งต้าหลิง นางไม่ใช่คนที่ยอมถูกรังแกอย่างแน่นอน จางซูเฟยหน้าเสียไปเพียงครู่เดียวก็หันมาทางเขา เอ่ยราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น


            “หลิวเหม่ยเหรินก็ฟังไว้ รักษาชีวิตบุพการีไว้ได้ ก็เท่ากับทั้งชีวิตนี้ของเจ้าเป็นหนี้บุญคุณฮองเฮาแล้ว ไม่อาจอกตัญญูได้ เข้าใจหรือไม่”


            ซีหลงก้มหน้ารับด้วยน้ำเสียงตื้นตัน “เพคะ คำสอนของพระสนม หม่อมฉันจะฟังไว้”


            “แล้วที่คอเจ้าไปโดนสิ่งใดมา” เอ้อร์หนาฮองเฮาเอ่ยถามขึ้นอีก


            ซีหลงตัวเกร็ง แอบสังเกตปฏิกิริยาของพระสนมแต่ละคนไปด้วย


            “หม่อมฉันไม่ระวัง ระหว่างเดินทางโดนกิ่งไม้เกี่ยวเข้าเพคะ ไม่หนักหนาอะไร เพียงไม่สวยงามเท่านั้น”


            “อย่างไรก็ดูแลตนเองดีๆ เจ้ายังต้องปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทอีกมาก”


            เสร็จแล้วเขาจึงได้ล่าถอยไปนั่งยังที่นั่งของตน พระสนมอื่นๆ ทยอยกันเข้ามาถวายพระพร จนกระทั่งสตรีผู้หนึ่งได้เยื้องย่างเข้ามา


            เวลานั้น แทบกล่าวได้ว่าสตรีงามผู้อื่นในตำหนักคุนหนิงหม่นหมองลงไปชั่วขณะ หลิวซีหลงเองยังตะลึงงันจนอ้าปากค้างน้อยๆ


            เคยได้ยินว่ามีกวีมากมายสรรเสริญความงามของเฉินกุ้ยเฟยว่าเป็นสตรีงามแห่งยุค เมื่อพบตัวจริงกลับพบว่าไม่ได้เกินเลยไปแม้แต่น้อย ทั้งชีวิตซีหลงยกให้แม่นางคณิกาอวี้ฮวางามที่สุดตั้งแต่เคยพานพบ บัดนี้ตำแหน่งนั้นได้สั่นคลอนอย่างรุนแรงเสียแล้ว


พระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟยแต่งกายด้วยอาภรณ์ด้านในสีขาวและด้านนอกเป็นสีแดงเลือดหมูปักลวดลายดอกอิงฮวา(ซากุระ) ปักปิ่นทองเพียงสี่ปิ่นแต่พอดีรับกับดวงหน้าและต่างหูมุกทองรูปผีเสื้อ ดวงตางดงามราวกับเก็บประกายดาวทั้งมวลมาไว้ภายใน ไม่มีส่วนให้ตำหนิแม้แต่น้อย เป็นดั่งเทพธิดาบนสวรรค์ลงมาเดินบนโลกมนุษย์


ตามกฎแล้ว สีแดงสดสงวนให้แก่ฮองเฮาเท่านั้นในวันทั่วไปที่มิใช่วันพิธีการ แต่ด้วยเรื่องในอดีต ที่เดิมเฉินกุ้ยเฟยเป็นถึงพระชายาเอกในองค์จักรพรรดิครั้งยังเป็นรัชทายาทมาก่อนเป็นเรื่องที่รู้กันดี ทั้งสีแดงเลี่ยงโทนนี้ยังคลุมเครือนัก จึงไม่มีผู้ใดกล้าพูดมาก


ฮองเฮาเมื่อเห็นแล้วจึงเลิกคิ้วน้อยๆ


“วันนี้น้องหญิงเฉินแต่งตัวงดงามดีเหลือเกิน”


“ขอบพระทัยเพคะ แต่ไหนเลยหม่อมฉันจะเทียบฮองเฮาได้”


“น้องหญิงล้อเล่นแล้ว สตรีงามล่มเมืองแห่งเจ้าพูดเช่นนี้ มิประชดข้าจนเกินไปหรือ”


“คนก็ร่ำลือกันเกินจริงไป ผู้ได้เห็นข้าจริงๆ จะมีสักกี่คน อีกทั้งความงามมิใช่เพียงรูปโฉม ที่หม่อมฉันเอ่ยว่าไม่อาจทัดเทียมฮองเฮานั่นคือเรื่องจริง”


ในบรรดาสตรีทั้งหมด กระทั่งน้ำเสียงของเฉินกุ้ยเฟยก็หวานรัญจวนใจอย่างที่สุด ลักษณะการพูดสงบเย็นดูสูงส่ง ยิ่งเมื่อคลี่ยิ้มแล้วเห็นฟันขาวซี่เล็กๆ เรียงกัน แทบเอ่ยได้ว่าล่มเมืองได้จริงๆ ซีหลงได้ฟังยังรู้สึกสั่นไหวในใจจนไม่กล้ามองนางนาน ภาพสองหมอหลวงตระกูลเฉินเหมือนจะหายวับไปจากหัวในทันที


ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าหรือกิริยาใดๆ ล้วนชวนเสน่หาอย่างยิ่ง หากไม่ใช่บุรุษตาบอดย่อมต้องพึงใจนางตั้งแต่แรกพบ


หมอหลวงหนุ่มถึงกับอดสงสัยไม่ได้ว่าหลี่ลู่จินนี่สมองเพี้ยนหรือไม่ มีสตรีงามเช่นนี้ในครอบครองแล้วยังเลือกเขาขึ้นเป็นคนโปรด บุรุษในคราบสตรีเช่นเขาเอาอะไรไปสู้นางได้มิทราบ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าพระสนมส่วนหนึ่งจะไม่เชื่อว่าเขาได้เป็นคนโปรดจริง!


            การปรากฏตัวของเฉินกุ้ยเฟยคล้ายเป็นเรื่องตื่นตาของบรรดาเหล่าสนมอยู่ทุกครั้ง ทั้งมีผู้ยิ้มต้อนรับขับสู้ หวั่นเกรง ชื่นชม ชิงชัง และริษยา แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องฮือฮาอื่นเกิดขึ้นอีกด้วย


            ผู้มาถึงอีกคนเป็นสตรีเจ้าของดวงหน้าซีดเซียวอิดโรย ร่างผอมบางจนใบหน้าซูบตอบสวมอาภรณ์ประดับสีฟ้าอมเทาคลุมสีขาว และเครื่องประดับเป็นเครื่องเงินปรากฏตัวขึ้น ร่างกายของนางเต็มไปด้วยกลิ่นยา แวบหนึ่งนางเหลือบมองมายังซีหลง ก่อนจะหันกลับไปถวายพระพร จากนั้นจึงไอออกมาจนต้องให้คนประคอง


            “หลินเต๋อเฟยสุขภาพไม่ดี เหตุใดวันนี้จึงมา”


            ฮองเฮามุ่นหัวคิ้ว น้ำเสียงเจือแววตำหนิ


            “พักอยู่ในตำหนักเสียนาน วันนี้รู้สึกเบื่อหน่ายจึงอยากออกมาพบปะพี่น้องทั้งหลายบ้าง แค่ก เท่านั้นเพคะ”


            “เอาเถิด มาแล้วก็นั่งพักเสีย เจ้าเองป่วยมานาน อย่าได้ละเลยสุขภาพตนเอง”


พระสนมเอกและพระชายาทั้งหลายมากันครบแล้ว จึงเริ่มสนทนาสัพเพเหระ ซีหลงนึกนับแต่ละอนงค์นางในใจ


หากแบ่งตามความโปรดปรานที่องค์จักรพรรดินิยมเสด็จไปยังตำหนัก ตอนนี้แบ่งเป็นโปรดมาก โปรดปานกลาง และโปรดอยู่บ้าง


หลิวเหม่ยเหรินย่อมถูกจัดอยู่ในผู้ได้รับความโปรดปรานมากโดยไม่ต้องสงสัย นอกจากนั้นยังมีพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนคู่อริ พระราชเทวีจางซูเฟย และจูไฉเหริน นางในผู้ซึ่งเพิ่งเข้าวังมาได้ไม่นาน ยามนี้มิได้อยู่ในที่แห่งนี้ด้วย


ระดับความโปรดปานกลาง ได้แก่ พระอัครเทวีเฉินกุ้ยเฟยและพระราชายาจ้าวเสียนเฟย


สำหรับผู้ที่โปรดอยู่บ้าง ได้แก่ เอ้อร์หนาฮองเฮา ซึ่งองค์จักรพรรดิมักจะมาพักยังตำหนักคุนหนิงเดือนละครั้งเป็นอย่างต่ำ อาจถือได้ว่าทำตามมารยาทก็ไม่ผิดนัก นอกจากนั้นยังมีพระสนมเอกซินเจาหรง ตำแหน่งรองจากซุนเจาอี๋ พระสนมเอกซินเจาเยวี่ยน ตำแหน่งรองจากเจาหรง ทั้งสองสตรีสกุลซินต่างก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทว่าทั้งคู่มิได้ถูกชะตากันนัก


องค์จักรพรรดิไท่ชางหวงตี้นับว่ามีสตรีที่โปรดปรานอยู่ไม่มากหากเทียบกับจักรพรรดิองค์ก่อนๆ อย่างไรก็ดี จากที่ฟังจิ้นชิงกล่าวโดยคร่าวๆ ความโปรดปรานของพระสนมเหล่านี้ล้วนมาจากเพราะครอบครัวมีบทบาททั้งด้านการทหารและพลเรือนในและนอกต้าหลิงมากอย่างชัดเจนนั่นเอง


เว้นก็เพียง... ตระกูลหลิวที่มีดีเพียงหาเงินเช่นเขากระมัง


บทสนทนาเรื่องของสตรีวังหลังก็มีกล่าวถามไถ่ครอบครัวของแต่ละคน สนทนาถึงเครื่องประดับ อาภรณ์ กิจภายในวังหลัง ตัวตั้งตัวตีในบทสนทานามักจะเป็นจางซูเฟย ตามมาด้วยจ้าวเสียนเฟยที่มักเหน็บแนมภายใต้รอยยิ้ม นานๆ ครั้งเฉินกุ้ยเฟยหรือฮองเฮาจะเปิดปากขึ้นบ้าง ทว่าเมื่อไหร่ที่เอ่ย คนอื่นก็จำต้องหยุดวาจาแล้วรับฟังในทันที


ซีหลงถือเสียว่าตนมากินของว่างและดื่มชารสเลิศที่ตำหนักคุนหนิงโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ฟังไปก็ยังไม่มีสิ่งใดสะกิดใจ จนเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น


“คอเจ้าไปโดนสิ่งใดมา”


“เพียงถูกกิ่งไม้เข้าระหว่างเดินทางเจ้าค่ะ”


สวีซิวเยวี่ยนส่งเสียงอ้อ ภายใต้ความงามดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ กลับซุกซ่อนสิ่งใดไม่ได้มาก มีอารมณ์ใดก็อ่านง่ายราวกับอ่านหนังสือ ซีหลงแอบคิดในใจว่าเรื่องนี้นางอาจจะไม่รู้เรื่องด้วยก็เป็นได้


“จริงสิ น้องหญิงหลิว ข้ายังมิได้แสดงความเสียใจแก่เจ้า”


สวีซิวเยวี่ยนที่นั่งเยื้องไปเอ่ยปาก สีหน้าดูสงสารเห็นใจ ทว่าก็รู้ได้ว่ามิได้จริงใจ เห็นแต่จะเย้ยหยันมากกว่า ในบรรดาสตรีทั้งหลาย นางดูคล้ายจะตื้นเขินอ่านง่ายเป็นลำดับต้นๆ มิคาดหลี่ลู่จินผู้นั้นก็คงเห็นเช่นกัน


“พี่ชายเจ้ายังหนุ่มแน่นแท้ๆ ไม่ควรมาจากไปเร็วปานนี้ ทั้งยังไม่มีโอกาสแต่งงานได้มีบุตรสืบสกุล พวกเจ้าก็มีกันเพียงสองพี่น้อง น่าเสียใจแทนบิดามารดายิ่งนัก”


“เป็นเช่นนั้น เสียใจที่เขาทำบุญมาน้อย ตัวข้าน้องสาวทำได้เพียงไว้ทุกข์ สวดมนต์ให้พี่ชายไปสู่ภพภูมิที่ดี”


เอ่ยจบก็ยกผ้าเช็ดน้ำขึ้นซับดวงตาที่ไม่มีน้ำตา


“ก็จริงดังเจ้าว่า เรื่องบุญวาสนาก็แล้วแต่คนทำมา โทษฟ้าดินได้อย่างไร” นางว่าแล้วก็ยกพัดผ้าไหมขึ้นมาโบกน้อยๆ “ความจริงแล้ว พี่ชายเจ้าเคยละเลยไม่มาตรวจข้ายามป่วยไข้ ทว่าเรื่องก็แล้วไปแล้ว คนก็ตายไปแล้ว สิ่งใดที่ไม่ดีต่อกันข้าก็ให้อภัย”


“ข้าต้องขออภัยแทนพี่ชายอีกครั้ง หากสิ่งใดไปขัดใจพี่หญิง เชื่อว่าพี่ชายย่อมมิได้ตั้งใจอย่างแน่นอน”


สวีซิวเยวี่ยนเม้มปาก หรี่ตาลงยามจ้องสังเกตเขา อ้าปากขึ้นแล้วหุบลงอีกครา ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง


“หูข้าคงไม่ดี ฟังคล้ายกับเจ้าประชดประชันข้า”


นางคงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง ว่าเขามิได้ยิ่งร้องห่มร้องไห้ โกรธแค้นหรือหน้าเสียซีดเซียว ซีหลงส่งยิ้มบางอ่อนแรงไปให้ ยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้าเสี้ยวหนึ่ง แต่ไม่อาจปิดประกายวาบในดวงตาตน


“น้องมีเรื่องให้เสียใจมากมายปานนี้ ไหนเลยจะมีแรงมาประชดประชันผู้อื่น ขอพี่หญิงอย่าได้มองน้องผิดไป”


“นางเสียใจกลับมามากปานนี้ พี่หญิงอย่าได้เพิ่มความเสียใจให้นางเลย”


“จริงด้วย พระสนมหลิวผ่านเรื่องหนักหนา พี่หญิงจะไปว่านางประชดประชันท่านได้อย่างไร ข้าฟังแล้วคำของนางล้วนจริงใจ”


ด้วยอุปนิสัยแข็งกร้าวของสวีซิวเยวี่ยน แน่แล้วว่าคงสร้างความไม่พึงใจให้กับพระสนมผู้อื่นไว้มาก พระสนมข้างๆ จึงออกตัวปกป้องเขา สวีซิวเยวี่ยนเอ่ยเสียงเข้ม เชิดคางถามอย่างท้าทาย


“พวกเจ้าว่าข้าใจดำอย่างนั้นหรือ”


“มิมีผู้ใดว่าน้องหญิงสักคน เจ้าก็อย่าเพิ่งไปตัดสินผู้อื่น” น้ำคำปรามดังมาจากพระสนมเอกซุนเจาอี๋บ้าง สวีซิวเยวี่ยนเห็นนางก็เหยียดยิ้ม


“ขออภัยที่ข้ามิได้ใจกว้างเป็นแม่น้ำดั่งพี่หญิงซุน แม้ขันทีคนสนิทถูกยกให้พระสนมหลิวก็ไม่มีปากเสียงอันใด หากเป็นข้า ต่อให้ต้องกอดขาขอร้องฝ่าบาทก็ยินดี คงไม่ยอมง่ายๆ เป็นแน่”


“เป็นพระราชโองการ เจ้าจะเอาแต่ใจได้อย่างไร”


“แน่แล้วว่าข้าเองเอาแต่ใจยิ่งนัก มิได้เรียบร้อยเชื่อฟังดั่งพี่หญิงซุน หากเรียบร้อยได้สักครึ่งหนึ่งของท่าน ฝ่าบาทคงโปรดปรานยิ่งกว่านี้กระมัง”


คำข่มของสวีซิวเยวี่ยนฟังแล้วระคายหูไม่น้อย ซุนเจาอี๋ถอนใจเบาๆ ยกน้ำชาขึ้นดื่ม ไม่ต่อความอีก


“ดื้อรั้นกับฝ่าบาทบ้างบางครั้งก็น่าเอ็นดูแปลกใหม่ ทว่าหากดื้อรั้นเอาแต่ใจอยู่บ่อยครั้ง เกรงว่าจะกลายเป็นน่ารำคาญไปเสีย”


พระสนมเอกซินเจาหรงผู้พี่เอ่ยขึ้นลอยๆ นางเป็นสตรีผู้มีดวงหน้าหวานน่ารัก ยามยิ้มแล้วปรากฏลักยิ้มเล็กๆ ยังแก้มซ้าย แต่ดวงตากลมวาวดังแก้วผลึกมิได้ไร้พิษสงดั่งรูปกายและน้ำเสียง


“พี่หญิงสวีปรนนิบัติฝ่าบาทมานาน เรื่องแค่นี้ไหนเลยจะไม่รู้ จริงหรือไม่เจ้าคะ คนยโสอวดดีอยู่ในวังหลังได้ไม่นานหรอก เพราะส่วนมากมักไม่มีจุดจบที่ดี”


ซินเจาเยวี่ยนผู้น้องเอ่ยตาม ดวงหน้าคล้ายผู้พี่ถึงเจ็บแปดส่วน เว้นแต่มีลักยิ้มยังแก้มขวา แม้พวกนางจะไม่ถูกกัน ทว่ายามร่วมมือโจมตีสวีซิวเยวี่ยนแล้วได้ลืมความเป็นอริไปชั่วคราว


ทั้งสองต่างมียศสูงกว่าสวีซิวเยวี่ยนแต่เป็นรองซุนเจาอี๋ สวีซิวเยวี่ยนยกมือขึ้นค้อมศีรษะส่งเสียงเฮอะเบาๆ


“ขอบคุณทั้งสองที่สั่งสอน พี่น้องรักใคร่สามัคคีเสียจริง”


ซีหลงใช้แขนเสื้อข้างหนึ่งบังหน้า ทำท่าเสียใจ แต่มืออีกข้างก็แอบหยิบขนมของว่างขึ้นมากัด เหลือบตาชมดูการปะทะคารมอย่างตั้งใจ


“ฝ่าบาทเสด็จ”


วงสนทนาเป็นอันแตกออกเมื่อคนผู้หนึ่งมาเยือน เหล่าพระสนมต่างลุกขึ้นถวายพระพร ยามบุรุษผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าเยื้องย่างเข้ามา ก่อนที่จะมาหยุดยืนหน้าซีหลง


“หลิวเหม่ยเหรินหยุดร้องไห้แล้วกระมัง?”


มาถึงก็หาเรื่องให้เขาเลยสินะ มารดามันเถอะ!

 


เละเทะค่ะ เละ ใครเป็นใครก็จำยาก แต่มันเป็นซีนที่ต้องยัดตัวละครหลายๆ ตัวลงในฉากจริงๆ ค่ะ นี่พยายามแบ่งตอนแล้วจะได้ไม่งงมาก ความจริงคือวางแพลนไว้ว่าจะเขียนหกเจ็ดเหตุการณ์ต่อหนึ่งตอนเลย แต่บั่บ เราไม่ไหว5555555

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ให้กำลังใจที่ทำให้อยากอัพเลย แง แต่ช่วงนี้เสี่ยวอ้ายวุ่นมาก เรียนหนักอัดแน่นจนอยากจะกรี๊ด เหนื่อยเหลือเกินค่ะพี่คะ จะต้มหนังสือกินเข้าไปละนะ TT

           

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.492K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6350 Takgy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 22:20
    ตะ..ตัวละครเยอะเกินไปแล้วว จะพยายามค่ะ ฮึบ สนุกมากก
    #6,350
    0
  2. #6334 예뻐요 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 06:09
    มาถึงก็เอาเรยนะะะะะ
    #6,334
    0
  3. #6224 DinDumm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 23:26
    เมียเยอะขนาดนี้ดีไม่ติดโรคตาย เมีนจะเยอะไปไหนกินหมดหรือคะท่านจักรวรรดิถ้ากินหมดทุกวันคงคางเหลือง5555
    #6,224
    0
  4. #6176 blueeyes111 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:51
    ฝ่าบามอย่าเเกล้งน้อง
    #6,176
    0
  5. #6111 MingmingKannika (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 23:53
    ใดๆคือใครคือใคร555555 จำแค่น้องพอ
    #6,111
    0
  6. #5511 _1221_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:18
    เอ็นดูยัยน้องมากก เหมือนดูหนังแล้วกินป๊อปคอร์นโอ้ย5555
    #5,511
    0
  7. #5322 Marshmalowdii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:12

    งงมากเลยค่ะ55555555 คงเป็นเพราะชื่อจีนก็เลยแยกยากก555555 แต่เนื่อเรื่องสนุกมากเลยค่ะะ🥰

    #5,322
    0
  8. #5306 ppunn__ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:34
    ตัวละครเยอะเหมือนไรท์โกรธกัน5555555555 เอ็นดูวน้องซี>< คูมไรท์สู้ๆนะคับบบบ❤
    #5,306
    0
  9. #5269 kittenO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 14:33
    ขำตอนแกล้งร้องไห้ แต่จริง ๆ แอบกินขนม 555555555555555555

    แต่ตัวละครเยอะจริงอ่ะ
    #5,269
    0
  10. #5126 Ppttyc_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 12:19
    หาเรื่องน้องเก่งเหลือเกินนะพ่อคุณ แต่หนูลูกแอบกินขนมนี่มันน่าจับฟัด5555 ปล.เริ่มจำตัวลครได้บ้างแล้วแต่คงต้องใช้เวลาจริงๆแหะ
    #5,126
    0
  11. #5115 ผึ้งมิ้มม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:06
    น้องงงจะมากินขนมตอนนี้ไม่ได้
    #5,115
    0
  12. #5092 Tombuffet1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 05:38
    เขียนได้เห็นภาพตาม แถมเป็นเป็นที่ละเอียดลึกซึ้ง บรรยายดีงาม ชอบมากฉาก เหมือนสร้างฉากตรงหน้า สดๆเลย
    #5,092
    0
  13. #5048 kiki3k (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:27
    ตอนตีกันคือสนุก คำพูดคือฟาดฟันมาก
    #5,048
    0
  14. #4892 บี.เหลือง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 17:45
    อุแงอ่านถึงตอนนี้ฉันก็ยังจำตัวละครไม่ค่อยได้ ้ศร้าใจนักกก แตฒเนื้อเรื่องช่างเข้มข้น ทำให้หยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ;___;
    #4,892
    0
  15. #4308 J2N2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:28
    อ่านจบนุสมองบวมไปเลยข่ะพรี่ขา ฮืออออ จำได้แต่ตัวหน้าาาาาาา ขอบคุณนะคะไรต์นิยายสนุกมากค่ะ อ่านไม่ได้พักเลย55555 แงงงงง ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #4,308
    0
  16. #4190 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:03

    ฝ่าบาทดูสนุกสนานมากที่ได้แกล้งน้องซี

    #4,190
    0
  17. #4137 Shipnielong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:38
    ชื่อตัวละครเยอะมากค่ะ สับสนไปหมด555555
    ฝ่าบาทหาเรื่องเก่ง5555
    #4,137
    0
  18. #4122 burgandytomato (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:39
    ฝ่าบาทช่างหาเรื่องเสียจริงเพคะ
    #4,122
    0
  19. #4011 CK 27 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 04:01
    ตอนนี้ชื่อตัวละครคือผ่านตาแล้วป่านเลยมาก จำไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ555
    #4,011
    0
  20. #3675 Earn0624 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 10:49
    ฝ่าบาทช่างหาเรื่อง5555
    #3,675
    0
  21. #3375 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 20:43
    5555 ขยันหาเรื่องมาสู่น้อนมันจริงๆ
    #3,375
    0
  22. #3211 basgoodbye (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:09
    สนุกกกกมาก ขอบคุนค่าาา
    #3,211
    0
  23. #3161 Minusonce (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 04:06
    โอ้ว้าว ละลายตาไปหมด คุณนักเขียนคงเป็นหนักกว่าเราที่ต้องมาจัดวางตัวละคร ;-;
    #3,161
    0
  24. #3095 Tartarinlove (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 18:35

    ขอแผนผังความสัมพันธ์????

    #3,095
    0
  25. #3085 lilying_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:17

    มึนไปหมดแล้วค่าาา ตอนชายาสนมตีกันตุ้บตั้บ ใครเป็นใครนะ 55555555 บอกเลยว่าตอนนี้หน้าตาแต่ละคนที่บรรยายมาเราจำใครไม่ได้เลย แง จำได้แต่ฮองเฮาที่ออร่าควีนมาก ควีนจนแอบจิ้นฮองเฮากับน้องซีหลง แต่น้องต้องโดนกดนะคะ 55555555

    #3,085
    0
  26. #1484 H2O-69 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 06:38
    พระพักตร์ที่คล้ายเป็นอัมพาต 55555555 ชอบการเปรียบเปรย
    เรือลำน้อยนี่ดูมีแววเทาๆ รักนะแต่ไม่แสดงออกมากๆ
    #1,484
    0
  27. #1483 Call me 'Michy' (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 23:37
    เป็นตอนที่น่ารักมากกก คู่นี้นี่จะไม่มีใครยอมใครเลยใช่มั้ย 55555 ดูสิใครจะอดทนได้มากกว่ากัน
    #1,483
    0
  28. #1482 luhan7_lulu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 22:22
    ฝ่าบาทน่ารักจัง แง
    #1,482
    0
  29. #1480 ARMA_B (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:59
    ตลกกก5555 ฝ่าบาทโดนซะบ้างงง
    #1,480
    0
  30. #1479 -Shawty- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:35
    เหมือนวัดความอดทนของแต่ละคนเลยแฮะ คิดว่าใครจะตบะแตก หลุดออกมาก่อนกันคะ 555
    #1,479
    0
  31. #1475 arbyunse (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 20:39
    หืมไม่แตะไม่ต้องสัมผัสเธออ
    #1,475
    0
  32. #1473 khunpatt0624 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 14:51
    ฝ่าบาทททททททททท จะอดใจไม่ขย้ำน้องได้นานแค่ไหนน้อออ
    #1,473
    0
  33. #1472 ooy1565 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 12:50
    ถ้าถึงเวลาองค์ไท่เหวินต้องการจริงๆซีหลงจะหลีกเลี่ยงเยี่ยงไรอยากเห็นจุงเบยฮ่องเต้เราเจ้าเล่ห์ขนาดนี้
    #1,472
    0
  34. #1471 KilzHuntress (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 10:50
    พี่ซีรู้มั้ย! ว่าทำแบบนี้ต่อไป อนาคตจบที่เตียงแน่ๆ 5555555
    #1,471
    0
  35. #1470 Patt_7056 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 10:02

    น่ารักดี.....ขอบคุณค่ะ
    #1,470
    0
  36. #1469 ปอเต๊อะ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 09:30

    น่าร้ากกกกกกกกกก

    #1,469
    0
  37. #1468 Okumin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 09:19
    ตามทันกันและกันแบบนี้สิ ถึงอยู่ด้วยกันได้ รอค่าา
    #1,468
    0
  38. #1467 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 08:30

    ไม่ใช่ซีหลงก้ไม่มีใครกล้ารับมือเฮียแล้ว555555
    #1,467
    0
  39. #1465 RainCloud. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 07:16
    ขำความแข่งการคีบอาหารให้อีกฝ่าย5555555
    #1,465
    0
  40. #1464 BalanceNonglak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 06:36

    มีความตะมุตะมิมากจัดไปซีหลง แถมคู่รองให้อีกด้วยยย
    #1,464
    0
  41. #1463 Chandra and Clover (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 05:40

    รู้ทันกันสินะ
    #1,463
    0
  42. #1462 PONY PINKKU (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 04:08
    ฝ่าบาทนิ่งมากจนเดาไม่ออกแต่ก็เจ้าเล่ห์นะ นี่คงโรแมนติกสุดของเฮียแล้วใช่ไหมแอบเนียนขอมานอนด้วยนี่
    #1,462
    0
  43. #1461 PONY PINKKU (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 04:07
    ฝ่าบาทนิ่งมากจนเดาไม่ออกแต่ก็เจ้าเล่ห์นะ นี่คงโรแมนติกสุดของเฮียแล้วใช่ไหมแอบเนียนขอมานอนด้วยนี่
    #1,461
    0
  44. #1460 ~PiToN~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 03:47
    ต่างฝ่ายต่างรู้กันสินะ ท่านอามาจีบเด็กหรอออ
    #1,460
    0
  45. #1459 ineyelife (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 01:34

    ชอบความเจ้าเล่ห์ของฝ่าบาท
    #1,459
    0
  46. #1458 Ardg (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 01:22

    ฝ่าบาทรู้ว่าเป็นใครเเน่ๆเลย
    #1,458
    0
  47. #1457 BalanceNonglak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 11:14
    งือออออ มาต่อเร็วนะคร้า กำลังสนุกเลยยย ลุ้นจะโดนกินตับไหมมมม
    #1,457
    0
  48. #1455 sKad (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 01:08
    ติดตามนะคะ ชอบมากๆ
    #1,455
    0
  49. #1454 sKad (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 01:08
    น้องจะรอดไหมลู๊กกกก
    #1,454
    0
  50. #1447 9-xqz゛ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:21
    ฝ่าบาทคือร้ายเหลือเกินยนนนนนน น่านิ่งๆแต่อ่อยเก่ง แกล้งจนน้องตกใจไม่รู้เท่าไหร่ ฝ่าบ๊าททท5555555555
    #1,447
    0