กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,225 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,005

    Overall
    18,225

ตอนที่ 10 : ใครชน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

     “เท้าของคุณเป็นยังไงบ้างนั่นคือเสียงไต่ถามเหมือนจะมีความเป็นห่วงเป็นใย แต่ความจริงแล้วมันมีอะไรแอบแฝงอยู่ และเกิดขึ้นทันทีที่ธัญพิมลปิดประตูห้องท่านประธานลง ธัญพิมบรับรู้ว่าเขายืนมองอยู่ตั้งแต่ก่อนที่หล่อนจะเข้ามาแล้ว ทำให้หญิงสาวต้องประจันหน้ากันกับเขาอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ปราชญ์ค่อนข้างสูงหนาบึกบึนสมชายชาตรีแต่ก็คงไว้ซึ่งความน่ามองและมีเสน่ห์โดยเฉพาะในเวลาที่เขาอยู่ในชุดสูทเต็มยศ เสื้อผ้าหน้าผมดูดีมีระเบียบ ใบหน้าเรียบเฉยแต่คงไว้ซึ่งอำนาจอันน่าเกรงขามทุกครั้งที่มองสบตา ตอนนี้เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงพิงไปยังหน้าต่างบานใหญ่กระจกใสที่เปิดโล่งมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้ถนัดตา

คะ?”​ ธัญพิมลทวนคำถามนั้นอีกครั้งแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

เดินกะเผลกมาซะขนาดนั้นเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ...คุณธัญพิมลเขาตั้งคำถามขึ้นมาอีกเพื่อให้แน่ใจว่าอาการเจ็บเท้านั้นเกิดขึ้นตอนไหนและใช่เมื่อวันที่หล่อนชนเขาหรือเปล่า พร้อมกับที่ตาคมวาวจับจ้องไปยังข้อเท้าที่บวมเป่งอันโผล่พ้นรองเท้าคัดชูส้นไม่สูงไม่เตี้ยจนเกินไป อย่างรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมหล่อนยังใส่มันอยู่ได้ ทั้งที่เท้าพองจนเป็นลูกโป่งใกล้จะแตกอยู่แล้ว

ธัญพิมลอ้ำอึ้งคิดหาทางหนีทีไล่ แม้อยากจะบอกเขาเสียจริงว่าก็เป็นเพราะเขานั่นแหละที่ชนหล่อนในวันนั้น แม้มันจะผ่านมาสองสามวันแล้วแต่ก็ดูเหมือนว่าข้อเท้าเจ้ากรรมไม่มีอาการว่าจะหายเลย แถมยังแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก มันบวมเป่ง ทั้งปวดหนึบอยู่ตลอดเวลาจนน่าเป็นห่วงว่ามันจะมีวันหายหรือเปล่า

ก็...วันนั้นไงคะ

งั้นก็ตั้งแต่วันที่คุณชนผมพูดเสร็จชายหนุ่มก็ส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะพยักเพยิดให้พนักงานสาว เพื่อนของภรรยาเพื่อนนั่งลงไปยังเก้าอี้สีดำสนิท ธัญพิมลไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก เพราะสถานะของเขานั้นไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว หล่อนจึงยอมทำตามอย่างว่าง่ายและก็รู้สึกในทันทีว่าเท้าที่ปวดหนึบได้ผ่อนคลายลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังไม่วายพยายามดึงเอาเท้าที่บวมออกมารับเอาอากาศนอกรองเท้าพอหมิ่นเหม่ แต่ความเจ็บนั้นก็ยังคงทำให้หล่อนนิ่วหน้าอย่างเห็นได้ชัด

เท้าคุณดูท่าจะเป็นหนักเหมือนกันนะเขาเดินมายืนอยู่ข้างเก้าอี้ของหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซึ่งมันก็ทำเอาหล่อนตกใจมากกว่าที่จะยินดีในคำถามที่เหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยของเขา แต่ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกสายตาของเขาดูเหมือนจะสมเพชหล่อนซะมากกว่า

จวนจะหายแล้วค่ะ

จริงเหรอเพราะสิ่งที่เขามองเห็นกับสิ่งที่หล่อนบอกนั้นมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง จวนจะหายหากแต่แดงจนเป็นลูกตำลึงขนาดนั้น มันมีแต่ระบมและเรียกพิษในเลือดให้มาเยือนมากกว่า ดีไม่ดีก็อาจจะมีอักเสบแทรกซ้อนรุนแรงอาการน่าเป็นห่วงขนาดนั้นหล่อนจะรู้ตัวหรือเปล่า แล้วหล่อนจะโกหกเขาให้ได้อะไรขึ้นมา

คุณชนผมแรงขนาดนั้นเลยเหรอ

คุณชนฉันค่ะ!” แม้จะไม่อยากเถียงกับเขา แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องชี้แจงให้เขาเข้าใจว่าเป็นเขาเองต่างหากที่เดินไม่ดูข้างหน้าว่ามีหล่อนยืนอยู่ ทำให้หล่อนหันมาและโดนเขาชนเอาอย่างจัง 

ปราชญ์หัวเราะในลำคออย่างขบขันในความไม่ลดลาวาศอกที่หญิงสาวกำลังโต้เถียงเขาอยู่ และยังคงยืนยันหนักแน่นว่า เขาเป็นคนชนหล่อน แม้ว่าเหตุการณ์มันชัดเจนที่หล่อนไม่ได้มองหน้ามองหลัง สนใจแต่โทรศัพท์ทำให้หันมาชนเขาซึ่งกำลังเดินอยู่บนท้องถนนและนั่นก็หมายความว่าหล่อนนั่นแหละที่เป็นฝ่ายชนเขา 

เอาละตัดประเด็น คุณชนผม ออกไปเอาเป็นว่าผมไม่คิดว่ามันจะรุนแรงจนเท้าของคุณมันจะแดงระเรื่อยังกะลูกตำลึงแล้วก็บวมเท่าไข่ห่านขนาดนี้แม้จะพูดตัดบทออกไป แต่เขาเองก็ยังแอบสะกิดบอกให้รู้ว่า หล่อนนั่นแหละที่ชนเขา เพื่อให้หล่อนได้นึกย้อนไปยังสถานการณ์ในวันนั้นและยอมรับออกมาเสียดีๆ ซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายได้แต่มองเขาด้วยสายตาไม่พอใจแทน นั่นก็หมายความว่ายังไงเสียหล่อนก็ยังจะยืนยันว่า เขาชนหล่อน อยู่วันยังค่ำ!

และอย่างไม่คาดฝัน ชายหนุ่มก็นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งไปยังพื้นพรม ยื่นมือหนาจับเอาข้อเท้าเจ้าปัญหาดึงออกจากร้องส้นสูงไปเสีย 

ซี๊ด!” หล่อนเผลอครางยาวเพราะเจ็บและปวดมากกับการกระทำอันรวดเร็วของเขา พร้อมกับที่วางมือยังบ่าหนาจิกเล็บอย่างลืมตัวเพราะความตกใจ มันเจ็บไปถึงหัวใจอีกแล้ว พานทำให้ใจของหล่อนเต้นระรัวผิดจังหวะ

แล้วหล่อนก็ผลักบ่าเขาออกเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้ามายุ่งกับเท้าของหล่อน แถมยังนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเสียด้วย แต่ชายหนุ่มกลับไม่แยแสกับอาการเจ็บจี๊ดยังบ่าหนาที่เล็บแหลมคมเผลอจิกลงไป รู้แต่ว่าตอนนี้เสื้อตรงช่วงบ่าคงยับยู้ยี้เสียแล้ว

ปราชญ์พิจารณาข้อเท้าอวบอูมที่ส่งผลให้เท้าทั้งเท้าของหล่อนมันใหญ่เทอะทะ แล้วเขาก็ตวัดตาขึ้นมองสบกับคนที่ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผีก็ไม่ปาน แล้วตาคมก็มองไปยังมือสองข้างบนบ่าของเขาเอง ธัญพิมลมองตามจึงได้รู้ตัวและเรียกสติให้กลับคืนมา โดยการยอมปล่อยมือจากบ่าของเขาเสีย 

ขอโทษค่ะพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษออกมาเสียงเบา แม้ในใจไม่ได้อยากจะขอโทษเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเองก็ทำเอาหล่อนเจ็บจนครางออกมา และการที่เขาโดนหล่อนจิกเล็บไปยังบ่าบ้างก็ถือซะว่าเจ๋ากัน

ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ แล้วไอ้ส้นสูงไม่ต้องใส่แล้วมั้ง ไม่งั้นได้ตัดข้อเท้ากันพอดี

เฮ้ย! เอ้ย! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งคะ

ผมพูดจริงๆ ถ้าหากว่าคุณไม่มีรองเท้าแตะละก็เดินเท้าเปล่าไปเลย ไม่ต้องใส่มันแล้วไอ้พวกอย่างนี้เขาออกคำสั่งกรายๆ และยังดึงเอารองเท้าออกจากเท้าอีกข้างของหล่อนอย่างถือดีอีกด้วย 

วางอำนาจชัด !!

ตัวเขาเองก็รู้สึกเป็นกังวลเพราะไม่ว่าเขาชนหล่อนหรือหล่อนชนเขา แต่ถึงยังไงเสียเขาก็มีส่วนที่ทำให้หญิงสาวมีอาการสาหัสได้มากขนาดนี้อยู่ดี

แค่เท้าแพลงอีกสักหน่อยก็หายค่ะหล่อนบอกเขาพร้อมกับที่พยายามดึงเท้าออกจากมือหนาอันนุ่มนิ่มนั้นแต่ไม่เป็นผล มิหนำซ้ำหล่อนยังได้สบตากับดวงตาคมของเขาอีกด้วย มันทำให้หล่อนอยากจะบอกว่าขอบคุณในความเป็นห่วงเป็นใย แต่ก็เกรงว่าจะหน้าแตกเอา เพราะไม่แน่ใจนักว่าเขาจะห่วงใยจริงๆ หรือแค่พูดไปตามมารยาท

ถ้ามีอะไรบอกผมได้นะครับ ปล่อยไว้นานอาจจะไม่ดีสักเท่าไหร่ ผมบอกได้เลยว่าอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรอกถ้าปล่อยปละละเลย ไปหาหมอไหมหล่อนส่ายหน้าเป็นพัลวันกับคำแนะนำของเขา

มันเริ่มหายจริงๆ ค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ

แต่ถ้าผมมีส่วนทำให้คุณเดินกะเผลกแบบนี้ ผมก็จำเป็นที่จะต้องเข้ามาดูผลงานของตัวเองครับเขาเหลือบตามองเท้าสีแดงของหล่อนอีกครั้ง ดวงตาคมดูแล้วไม่ค่อยจะน่าไว้ใจสักเท่าไหร่ และมันทำให้หล่อนพยายามดึงเท้ากลับมาอีกคำรบหนึ่ง หากแต่ไม่สำเร็จและเขายังจับยึดไว้แน่นพร้อมกับบีบเบาๆ จนหล่อนเจ็บและไม่กล้าดึงมันกลับ เพราะเพียงแค่ดวงตาคมอันแข็งกร้าวของเขามองสบตากับหล่อน ธัญพิมลก็เข้าใจว่าถ้าหากหล่อนยังขืนดื้อคิดจะดึงเท้ากลับอีก เขาคงบีบให้ไอ้ลูกโป่งนั่นแตกปังไปเสีย ทางที่ดีหล่อนควรจะให้เขาเต็มใจปล่อยเท้าของหล่อนน่าจะดีที่สุด ตอนนี้ต่อกรกับเขาก็มีแต่แพ้กับแพ้

ท่าทางของเขามันเจ้าเล่ห์ไม่เบาแฮะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น