กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,341 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,121

    Overall
    18,341

ตอนที่ 9 : ศัตรูหมายเลข 1. (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

     ธัญพิมลหันรีหันขวางยื่นมือไปหยิบเอาลิปสติกสีชมพูจางๆ ขึ้นมาทาบยังเรียวปากของตัวเอง เพราะความรีบร้อนทำให้วันนี้ได้แต่งแต้มใบหน้ามาจากที่พัก จนเมื่อจอดรถไปยังที่จอดแล้ว จึงพอมีเวลาจัดการกับตัวเองบ้าง 

กระจกในรถถูกปรับให้เป็นกระจกแต่งหน้าชั้นดี บรัชออนถูกปัดไปยังพวงแก้มให้พอแล้วเสร็จ ขอแค่ใบหน้าไม่ต้องซีดเซียวมากนักก็น่าจะดีที่สุด

ผมยาวมาถึงกลางหลังถูกสางด้วยนิ้วมือทั้งสิบพอหยาบๆ ก่อนจะเปิดหาอะไรสักอย่างในรถและในที่สุดก็พบหวีเล็กๆ ฟันถี่ยิบคู่ใจที่หล่อนมักจะซ่อนมันไว้ในรถโกโรโกโสคันนี้ของตัวเอง แล้วก็รีบหวีด้วยความเร็ว แต่หล่อนก็ไม่วายเช็คเวล่ำเวลา อีกแค่สิบห้านาที ถือว่ามีเวลาถมเถไป

แต่แล้วรถเปิดประทุนตกแต่งสวยงามสีดำเงาวับที่วิ่งผ่านหน้าหล่อนไปนั้นก็ดึงความสนใจของหญิงสาวให้หันไปมอง และธัญพิมลก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเจ้าของรถราคาแพงคันดังกล่าวหักพวงมาลัยแค่มือเดียว ส่วนมืออีกข้างจับพาดไปยังที่นั่งเบาะข้างคนขับ และแค่เอี้ยวคอมามองเท่านั้นเขาก็สามารถจอดรถเข้าไปในช่องว่างได้พอเหมาะพอเจะไปทุกส่วน เขาทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ทั้งๆ ที่ที่จอดรถก็ไม่ได้มากมายอะไร หากแต่เขาก็ทำได้ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ

ทำได้ไงวะ!” หญิงสาวยังคงตะลึงไม่หาย และเหลือบมองรถคันดังกล่าวตาไม่กะพริบ แม้จะรู้สึกทึ่งกับเจ้าของรถที่เข้ามาจอดเหมือนระดับโปรเฟรชชั่นแนล หากแต่รถคันนั้นหล่อนไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะที่นี่เป็นที่จอดรถเฉพาะของพนักงานในบริษัทของหล่อนโดยเฉพาะ คนนอกห้ามมาจอดเด็ดขาด สงสัยว่าเขาคงจะมาจอดผิดที่ผิดทางต่อให้ทำงานในตึกเดียวกันก็เถอะ

แล้วหญิงสาวก็อยากจะทำตัวเป็นพลเมืองดีโดยคิดว่าการบอกให้คนมีกะตังค์คนนั้นไปจอดที่สำหรับแขกผู้มาเยือนน่าจะดีกว่า ซึ่งต้องขับวนไปอีกชั้นหนึ่ง 

หึ...รวย แต่จอดรถไม่ดูตาม้าตาเรือ 

เมื่อรวบเอาข้าวของพร้อมจะออกจากรถของตนและเพื่อที่จะไปบอกคนที่มาจอดรถผิดที่ให้ไปหาที่จอดที่ใหม่ได้รู้ตัว แต่เมื่อเสียงรถที่กดปิดประตูอัตโนมัติจากกุญแจดัง ปี๊บ! ปี๊บ! ขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับที่ไฟท้ายส่องแสงระยับมายังดวงตาของหล่อนสองครั้ง ทำให้หล่อนต้องแหงนหน้าขึ้นมองทันที แล้วก็แทบตกใจ เมื่อคนที่เป็นเจ้าของรถคือคนที่เขาชนหล่อนจนปวดเท้าเอาจนถึงวันนี้ 

เขา...ปราชญ์ 

แต่คนตัวสูงก็ทำให้หล่อนคลี่ยิ้มที่มุมปากสวยขึ้นมาได้ ความกระปรี้กระเปร่าเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ไม่ใช่ดีใจที่จะได้เจอเขาหากแต่ตอนนี้มันคือเวลาเอาคืนที่หล่อนไม่คิดไม่ฝันว่าพระเจ้าจะเข้าข้างหล่อนเลยสักครั้ง มันเร็วเกินคาด!

ธัญพิมลก้าวเดินออกจากรถด้วยความรวดเร็ว ปิดประตูรถเสียงดังปัง เพื่อให้เขาหันหน้ากลับมา และชายหนุ่มร่างสูงก็หันมามองตามสัญชาติญาณกับเสียงปิดประตูอันสนั่นหวั่นไหว 

ปราชญ์นิ่วหน้าก่อนจะส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาของตัวเอง ดวงหน้าของหญิงสาวยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับกอดอกยืนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาที่ส่งมาให้บ่งบอกว่าเขาคงงี่เง่าสิ้นดี

คุณปราชญ์ โลกกลมจังค่ะเจอกันอีกจนได้หล่อนทักเขาเสียงแจ่มใส แต่แววตานั้นเหมือนมีอะไรแอบซ่อนไว้อยู่

ครับคุณธัญพิมล โลกกลมจริงด้วยครับ เจอกันทีไรก็ต้องจอดรถใกล้กันทุกทีชายหนุ่มทักขึ้นบ้างและเดินย้อนกลับมาหาคนที่ยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม ซึ่งมันก็ทำให้เขาชักจะชอบรอยยิ้มนั้นเสียด้วยสิ แม้ว่ามันจะดูเหมือนเย้ยหยันอยู่ในทีก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็เห็นว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ส่อแววถึงความสุขของคนที่กำลังยืนยิ้มอยู่

ค่ะ...แต่ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดนะคะ” 

เข้าใจผิด?”​ เขาขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่

ก็เรื่องการจอดรถนะสิคะ เพราะที่จอดรถตรงนี้เฉพาะพนักงานที่ทำงานในบริษัทนี้เท่านั้นค่ะ คุณคงขับเร็วเกินไปจนอ่านป้ายไม่ทัน คุณจอดผิดที่แล้วแหละค่ะ ถึงคุณจะมาทำงานที่ตึกนี้หรือมาติดต่องานก็ตาม ต้องไปจอดที่อื่นค่ะ ถ้ามาแค่ติดต่องานต้องขับวนขึ้นไปอีกนะคะ!” หล่อนบอกเสียงสดใสหากแต่รู้สึกสะใจกับคำพูดของตัวเองมากทีเดียว เพราะนี่เป็นการเอาคืนที่หล่อนอยากจะก้มกราบพระเจ้างามๆ สักล้านครั้งซะจริง ว่าช่างทำให้หล่อนได้แก้แค้นในเวลาอันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ และยิ่งมองไปยังรถคันเก่งของเขาที่ทั้งสวยทั้งใหม่และราคาแพงโดยไม่ต้องสาธยายสภาพรถมากกว่านี้ นั่นก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขาคงเป็นพวกมีกะตังค์เอาการ วันนั้นก็อีกคันหนึ่ง วันนี้ก็อีกคันหนึ่ง แต่สุดท้ายก็จอดรถไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่สังคมคือความเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นหล่อนจะไม่ไว้หน้าต่อให้เขาจะร่ำรวยมาจากไหนก็ตาม

ชายหนุ่มเบ้ปากน้อยๆ และยักไหล่ส่งกลับมาให้ทำราวกับไม่สะทกสะท้านกับคำเตือนที่น่าจะมีแต่ความหวังดีของอีกฝ่าย

ผมคิดว่าผมมาไม่ผิดที่นะครับ เท่าที่คนบอกก็บริษัทนี้แหละ

ผิดค่ะ เชื่อฉัน!!” เขายกยิ้มกับการระงับอารมณ์ของหล่อนไม่ได้เมื่อเตือนเขาด้วยความหวังดีแล้วหากแต่เขายังไม่ใส่ใจ ตอนนี้น้ำเสียงของธัญพิมลเริ่มเอาเรื่องและขึงขัง

บริษัทนี้เป็นของคุณเหรอครับ

ไม่ใช่ค่ะ แต่ฉันทำงานที่นี่ เพราะฉะนั้นฉันต้องรักษาผลประโยชน์ให้กับบริษัทของตัวเองค่ะ

อ้อ...” เขาอมยิ้มขึ้นมาบ้าง เหมือนกับพอใจในส่ิงที่หล่อนเพิ่งพูดเสร็จ รอยยิ้มของเขาก็ช่างสดใสน่ามองเป็นบ้า น่ามองยิ่งกว่าตอนที่เขาทำหน้าเอือมระอาใส่หล่อนเป็นไหนๆ เสียอีก

ผมว่าคุณน่าจะได้รับรางวัลดีเด่นจากบริษัทของคุณนะครับ ดูท่าทางคุณรักและทำเพื่อบริษัทของตัวเองขนาดนี้ แม้แต่การจอดรถก็มาไล่คนอื่นไม่ให้มาจอด

ธัญพิมลไม่แน่ใจนักว่าไอ้ที่เขาพูดอยู่นี้ เพราะเขากำลังจะด่าหรือจะชมหล่อนกันแน่ ทำให้ใบหน้านั้นหุบยิ้มเยาะเย้ยเขาทันที แต่ก็ยังเชิดหน้าเย่อหยิ่งส่งไปให้เขาอยู่ดี

ก็แหง๋ละค่ะ ใครไม่รักบริษัทของตัวเองไม่ทราบคะ มันบ่อข้าวบ่อน้ำนี่!” การตอบโต้ราวเด็กน้อยที่อยากจะเถียงให้ชนะของธัญพิมล ทำเอาชายหนุ่มต้องหัวเราะเสียงใสขึ้นมาแม้ว่าเขาไม่ควรจะทำก็ตาม เพราะมันทำให้หล่อนเพิ่มความโกรธหนักให้กับเขามากขึ้นตามลำดับ

คุณนี่นะดุชะมัดการสวนคืนกลับมาของเขานอกจากว่าจะไม่ได้เกรงกลัวแล้ว เขายังทำเอาหล่อนหน้าหงาย เพราะหญิงสาวคิดว่าหล่อนยังไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวอะไรเขาสักนิดเลย และคราวนี้หล่อนมั่นใจอย่างแน่แท้ว่าเขากำลังด่าหล่อนอยู่

นี่คุณ...ในฐานะที่คุณเป็นเพื่อนของสามีของเพื่อนฉัน...ฉันน่ะหวังดีนะคะ ถึงได้มาเตือนไว้ก่อน ก่อนที่ยามจะมายกรถคุณออกไปพร้อมกับค่าปรับบานตะไทนั่นคือความหวังดีจริงๆ ของหล่อนอย่างที่ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยสักนิดเดียว 

ให้ตายสิเขาน่าจะเชื่อและรีบไปขยับรถของตัวเองออกจากที่จอดได้แล้ว เพราะตอนนี้รถคันสวยของเขา มันกลบรัศมีรถของหล่อนจนหมดสิ้น!

ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวไปมาและทำหน้าเอือมระอาแบบเดียวกันกับที่เขาเคยทำใส่หล่อนมาก่อน และเขาก็ถอนหายใจขึ้นมา

ผมคิดว่าผมจอดตรงนี้แหละ ตอนนี้เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกทีแล้วเดี๋ยวสายเขากำลังจะก้าวเท้าจากไปแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่าอยากจะบอกหล่อนว่าไม่ให้บอกยามในเรื่องนี้ ทำให้การหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็วของเขาชนเอากับคนที่กำลังเดินอยู่ด้านหลังเขาเข้าอย่างไม่รู้ตัว 

แม้การชนจะไม่แรงมากนัก หากแต่เท้าที่เจ็บหนึบของธัญพิมลเป็นทุนอยู่แล้วนั้น มันทำให้การทรงตัวของหล่อนไม่ค่อยจะดีนัก ร่างของหญิงสาวเซถลาไปนิดหน่อย ปราชญ์ที่มีความไวอยู่ก่อนคว้าเอายังเอวขอดได้ทันก่อนที่หล่อนจะล้มลงไป แต่แล้วเขาก็เซตามคนตัวเล็กกว่าที่จับเอาคอเสื้อของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวตามสัญชาตญาณและด้วยความตกใจกลัวว่าตัวเองจะล้มลงไปด้วย 

แผ่นหลังของหล่อนติดแหมะไปยังตัวรถ ชายหนุ่มใช้แขนอีกข้างยันตัวรถนั้นไว้เพื่อกันไม่ให้เขาได้เข้าใกล้หล่อนมากกว่านี้ แต่กระนั้นคนทั้งสองก็ยังอยู่ใกล้กันแค่ลมหายใจกั้นเท่านั้นเอง

ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะเขาว่าเสียงดุหากแต่แฝงความนุ่มนวลไว้ด้วยอย่างน่าประหลาด แววตาก็มีรอยยิ้มที่ทำเอาหล่อนรู้สึกขวยเขินเป็นครั้งแรกด้วย แต่ที่แย่มากๆ นั่นคือเสียงหายใจของเขาที่ดูท่าว่าจะเริ่มดังขึ้นตามลำดับและมันก็ฟังดูแปลกๆ 

ธัญพิมลยกมือของตัวเองดันหน้าอกเขาออกห่าง เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาเอาแต่จ้องใบหน้าของหล่อนไม่วางตา เพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่หน้าแดง แต่หล่อนเองก็หน้าแดงไม่แพ้กัน

คุณต่างหากละคะหล่อนมองค้อนให้อย่างรู้สึกหมั่นไส้และเสียเปรียบกับความใกล้ชิดเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ พร้อมสบู่อ่อนๆ มันโชยมาแตะจมูกแหลมเล็กของหล่อนอย่างจัง หญิงสาวกัดฟันตัวเองไว้ไม่อยากจะเผลอไผลคิดทะลึ่งตึงตังไปยังคนที่มักจะมีเรื่องกับหล่อนเสมอในยามที่พบเจอกัน

ผมแค่อยากจะบอกว่าถ้าหากคุณหวังดีจริงๆ ก็อย่าไปบอกยามก็แล้วกันเพราะยามคงไม่รู้หรอกว่าผมแอบจอดรถผิดที่ผิดทาง...ถ้าหาก คุณ ไม่วิ่งแจ้นไปบอกชายหนุ่มยอมขยับตัวออกห่าง แล้วกระชับเอาชายเสื้อสูทตัวนอกของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนที่จะยักคิ้วหลิ่วตาส่งมาให้กับคนที่ยืนหน้าแดงและตะลึงว่าเขาล่วงรู้ความคิดของหล่อนที่คิดจะไปบอกยามได้ยังไง 

แต่ตอนนี้คงไม่มีเวลาแล้ว หล่อนจะสายแล้ว!!


การเดินเข้ามาในที่ทำงานสายและกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนมันได้นำความอับอายมาให้แค่นั้นยังไม่พอ สิ่งที่ทำให้ธัญพิมลหัวใจแทบจะวายตายก็ตอนที่นึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือวันที่พนักงานทุกคนต้องมายืนยังหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อทำการต้อนรับท่าน CEO คนใหม่ที่ถูกกล่าวถึงมาได้เป็นปีแล้ว แต่โชคร้ายที่หล่อนดันไปจ๊ะเอ๋เอากับคู่อริของตัวเองเข้า และตอนนี้หล่อนคงต้องตั้งฉายาให้เขาเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งซะแล้ว โทษฐานที่อาจจะทำให้หล่อนโดนตักเตือนจากเจ้านาย และทำให้หล่อนมาสายในวันสำคัญของบริษัท

คุณธัญพิมลเป็นอะไรหรือเปล่าเสียงถามขึ้นอย่างเป็นห่วงของเจ้านายท่านหนึ่งดังขึ้น เพราะการเดินอันไม่ปกติของหล่อนนั่นเอง หล่อนส่งยิ้มไปให้แต่แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือดไปอีกคำรบหนึ่ง เผลอเสียมารยาทมองจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเดียวกันกับคนที่หล่อนถกเถียงตรงลานจอดรถ หล่อนไม่อยากจะมองใบหน้านิ่งเฉยนั่นเลย มันเหมือนกับโดนเขาตบหน้ายังไงก็ไม่รู้

หญิงสาวยืนเป็นใบ้ไปชั่วขณะ นึกถึงคำพูดของอภินันท์เมื่อวันก่อนถึงเพื่อนของเขาคือปราชญ์ ‘CEO อนาคตไกลเอาละ แล้วทำไมภัทรินไม่บอกว่า CEO อนาคตไกลคนนั้นน่ะ มันคือบริษัทของหล่อนที่เขาจะมาทำงาน!! 

แต่กระนั้นความยุ่งยากก็ตามมาอีกหลังจากที่เสร็จสิ้นจากการแนะนำท่าน CEO คนใหม่ของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหญิงสาวนั่งลงไปยังเก้าอี้ของตัวเองได้ไม่นานนัก จัดการสับเปลี่ยนรองเท้าแตะสบายๆ เพราะคิดว่าเท้ามันระบมมาก ขืนต้องอยู่กับรองเท้าคัดชูต่อไปอีก หล่อนต้องแย่แน่  แต่แล้วเสียงเลขาสาวของท่าน CEO คนใหม่ก็ดังขึ้นแผ่วเบาว่า 

คุณปราชญ์ ต้องการพบเธอน่ะ

ศัตรูหมายเลขหนึ่ง ??​ CEO คนใหม่?? ปราชญ์ วงศกร??

ตอนนี้เลยเหรอ” 

ตอนนี้แหละ ใครบอกให้มาสายเลขาหน้าสวยทำตัวเป็นเจ้านายเองเลยละมัง แต่ใครจะไปรู้กันเล่าว่าที่หล่อนกระเผลกเข้ามาสายแค่เกือบสิบนาทีน่ะ เป็นเพราะความหวังดีล้วนๆ ที่อยากจะให้เขาไปจอดรถที่อื่น แต่ยิ่งนึกหญิงสาวก็ยิ่งเจ็บใจ ในความหวังดีนั้นมันไม่ได้ทำให้หล่อนพานพบกับสิ่งดีเลย แถมยังตรงข้ามอีก นี่หล่อนจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้

ไม่มีใครบอกหรอก เหตุสุดวิสัยน่ะ

รถติด?” เลขาสาวในวัยห่างจากหล่อนไม่กี่ปีเลิกคิ้วถามขึ้นมาอีก

อย่ารู้เลย เรื่องส่วนตัว” 

ไม่อยากรู้ก็ได้ งั้นไปได้แล้ว ท่าน คอยอยู่ ไม่แน่ว่าอาจจะโดนเด้งเสียงกำชับของเลขาสาวทำให้ธัญพิมลต้องถอนหายใจกับประโยคสุดท้ายที่เป็นการสาปแช่งไปด้วย

แต่ก็ให้มันรู้ไปวะ เพียงแค่หล่อนมาสายซึ่งเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เพียงแค่นี้เขาซึ่งเป็นเจ้านายคนใหม่จะไล่ออก นั่นก็ถือว่าเป็นเจ้านายที่งี่เง่าและแย่ที่สุดในโลกเกินไปแล้ว 

แล้วรองเท้าน่ะ เปลี่ยนด้วยละเอาคู่ที่มันเรียบร้อยและถูกกาลเทศะกว่านี้แม่เลขาคนดียังสังเกตเห็นอีกว่าหญิงสาวใส่รองเท้าแตะ ทำให้ธัญพิมลต้องเปลี่ยนเป็นคัดชูในความสูงแค่สองนิ้วแต่กระนั้นพอวางเท้าเข้าไปในรองเท้าหล่อนก็เผลอครางซี๊ดขึ้นมาเบาๆ ไม่ได้ เพราะมันเจ็บไปถึงหัวใจเลยทีเดียว

สายตาของทุกคู่มองมาที่หล่อนคนเดียว เพราะคิดว่างานนี้หล่อนคงโดนแน่ๆ และนี่จะเป็นผลงานวันแรกของท่าน CEO หนุ่มไฟแรงที่คงคิดจะเชือดไก่ให้ลิงดู ว่าเขานั้นเหี้ยมและเนี๊ยบได้แค่ไหน หากใครทำงานตุกติกไม่อยู่ในระเบียบมีหวังเด้งกันหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น