ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 95 : ช่วงเวลาแห่งชีวิต (ตอนพิเศษ 23)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 519 ครั้ง
    6 ส.ค. 62


95. ช่วงเวลาแห่งชีวิต

 

                เสียงปืนที่ดังลั่นป่าหลายนัดทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และผู้คุมนักโทษที่กำลังจะเปลี่ยนจุดค้นหาต้องรีบเร่งตามเสียงปืนไป ในเนื่องจากตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มทีแล้วการค้นหาจึงเป็นไปได้ยากมากขึ้น การที่มีเสียงปืนก็แปลว่านักโทษน่าจะแอบขโมยปืนจากที่ไหนสักที่มาได้ แต่เสียงปืนที่ได้ยินนั้นจะเป็นการยิงอะไรก็ไม่อาจทราบได้ ทุกคนก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่นักโทษกลุ่มนั้นยิงจะไม่ใช่ตัวประกัน

                หลังจากที่ยิงเด็กสาวตกน้ำไปจนแน่ใจแล้วว่าเธอจมหายไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด เข้มกับเหล่าลูกน้องอีกสองคนก็แทบจะไม่มีแรงหนีต่อเมื่อพิษของเหง้าเอื้องหมายนาทำงานอย่างเต็มที่ จากที่ตอนแรกมีเพียงแค่อาการเวียงศีรษะและอาเจียนตอนนี้กลับมีอาการท้องร่วงอย่างหนักตามมาอีก แต่ถึงกระนั้นพวกมันก็ยังพยายามหลบหนีกันต่อไปจนดึกดื่นค่อนคืน ลำพังแค่หลบหนีเจ้าหน้าที่ในป่าโดยไร้แสงไฟก็ว่ายากลำยากแล้ว พอหลบหนีเข้าป่าต่อก็เจอกับฝูงทากดูดเลือดที่ไว้ว่าจะย่างก้าวไปทางไหนๆ ทากดูดเลือดก็พร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อ แล้วไหนจะพิษของต้นตังตาบอดอีก อาการปวดแสบปวดร้อนยังไม่หายดียังต้องมาหมดแรงเพราะท้องร่วงกันทั้งคืน จนเกือบจะรุ่งสางเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ออกติดตามนักโทษทั้งสามมาทั้งคืนก็มาเจอกับร่างที่อิดโรยของนักโทษนอนอยู่ที่ริมธารน้ำในสภาพดูแทบไม่ได้ ทั้งบาดแผลจากทากดูดเลือด จากหนามและกิ่งไม้ข่วน ไหนจะอาการท้องร่วงที่แทบจะเรียกได้ว่านอนจมอยู่กับกองอุจจาระของตนก็ว่าได้ แต่ทว่าเจ้าหน้าที่กลับไม่เห็นวี่แววของตัวประกันที่ถูกจับมาเลยแม้น้อย

                “พวกแกเอาเด็กผู้หญิงไปไว้ที่ไหน เด็กคนนั้นอยู่ไหน!!!” อาจารย์หมอของขวัญตาที่มาตามหาเธอด้วยเข้ามากระชากคอเข้มขึ้น แต่ตอนนี้มันอ่อนแรงนักแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงจะถ่วงเวลาใดๆ จึงตอบออกมาสั้นๆ ว่า

                “...มันตายแล้ว”

                คำตอบที่แผ่วเบาของนักโทษทำให้เจ้าหน้าที่ที่ออกตามหากันมาทั้งคืนตัวชาจนแทบจะหยุดหายใจ มันว่ายังไงนะ ตายอย่างนั้นหรอ นักศึกษาแพทย์ทหารที่เป็นถึงลูกสาวของท่านนายพลปภพถูกฆ่าตายในป่าอย่างนั้นหรอ

                “ตาย..ตายตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกมึงฆ่าเด็กคนนั้นใช่มั้ย!!!” อาจารย์หมอยังคงถามต่อ ไม่จริงใช่มั้ย เขาอาจจะฟังผิดไปก็ได้

                “มันถูกยิงตกหน้าผาตายไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว”

                ตั้งแต่เมื่อวาน งั้นก็ต้องเป็นช่วงที่พวกเขาได้ยินเสียงปืนอย่างนั้นสิ ไม่จริง...ขวัญตา นักศึกษาแพทย์ทหารที่เรียนเก่งและรักษาคนไข้เก่งที่สุดในรุ่น ยัยเด็กเพี้ยนแต่ก็ร่าเริงสดใสทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัวมีแต่เสียงหัวเราะ ไอ้รัน ฉันจะบอกเรื่องนี้กับแกยังไงดี ฉันจะบอกแกยังไงดีว่าน้องสาวของแกถูกฆ่าตายแล้ว

                เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งยังคงออกติดตามหาศพของขวัญตาต่อ ส่วนนักโทษทั้งสามถูกคุมตัวกลับมาที่วัดถ้ำเขาอีโต้เพื่อทำการรักษาเบื้องต้นเนื่องจากนักโทษทั้งสามมีอาการช็อคเพราะขาดน้ำเนื่องจากอาการท้องร่วงอย่างหนัก การจะนำส่งโรงพยาบาลจึงดูจะเป็นการช้าเกินไป ไหนๆ ที่นี่ก็มีแพทย์อยู่กันหลายคนแล้ว ซึ่งการรักษาก็มีเจ้าหน้าที่จากเรือนจำอยู่ควบคุมตัวนักโทษอย่างแน่นหนาด้วย แล้วที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือในเช้าวันนี้ได้มีนายทหารพรานหนุ่มสองคนเดินทางมาที่นี่ ซ้ำทหารพรานทั้งสองคนยังขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบฝีมือเยี่ยมของกองทัพอีก หลายๆ คนจึงมองมาทางพวกเขาอย่างสงสัยว่าทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 35 มาที่นี่กันทำไม ฐานของพวกเขาอยู่ที่ชายแดนแม่สอดไม่ใช่หรือ

                “ไอ้หมอ!!! หมอกร!” ผู้พันกรันณ์ไม่ได้สนใจกับสายตาของเหล่าทหาร ตำรวจหรือผู้คุมและเหล่านักศึกษาแพทย์ที่มองมาทางเขา คนเดียวที่เขาสนใจจะพูดด้วยก็คือหมอกรพงษ์ เพื่อนของเขาและเป็นอาจารย์หมอของขวัญตาด้วย

                “ยัยขวัญอยู่ที่ไหน เจ้าหน้าที่ตามตัวไปถึงไหนแล้ว นักโทษล่ะจับตัวมาได้แล้วยัง”

                หมอกรพงษ์พูดอะไรไม่ออกเมื่อเขาไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้าเพื่อน ทั้งๆ ที่ก่อนออกฝึกภาคสนามผู้พันกรันณ์ฝากเขาให้ช่วยดูแลน้องสาวให้แต่เขากลับไม่อาจช่วยอะไรเธอได้เลย

                “เมื่อวานนักโทษแหกคุกเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ที่วัด พวกมันทำร้ายเด็กนักศึกษาไปสองคน แต่ตอนนี้เด็กทั้งสองคนปลอดภัยดีแล้ว...”

                “ฉันไม่ได้มาเพื่อถามว่าคนอื่นเป็นยังไง ฉันถ่อมาจากแม่สอดก็เพื่อมาถามแกว่าตอนนี้น้องสาวฉันอยู่ที่ไหน!!!” เสียงของผู้พันกรันณ์แผดออกมาทำเอาทุกๆ คนอดพากันกลัวไม่ได้เมื่อเห็นผู้พันหนุ่มโกรธจัดขนาดนี้ กิตติศัพท์ความโหดและเหี้ยมของเขาเคยได้ยินมากันบ้างแต่ก็ยังไม่เคยเจอกับตัวจริงๆ

                “จับนักโทษมาได้แล้วใช่มั้ยครับคุณหมอ” ผู้กองคณินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าที่เต็นท์พยาบาลขณะนี้มีผู้คุมนักโทษเฝ้ากันอยู่อย่างแน่นหนา ผู้พันกรันณ์ที่เค้นถามอะไรจากเพื่อนแล้วไม่ได้ความก็ผลักหมอกรพงษ์ออกไปให้พ้นทางแล้วตรงไปที่เต็นท์พยาบาลทันที

                แล้วก่อนที่จะทันได้มีใครตั้งตัวรับมือกับผู้พันหนุ่มเขาก็เดินดุ่มๆ ไปทางเตียงคนไข้ของเข้มที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ทันที เมื่อถึงตัวมันแล้วเขาก็กระชากคอเสื้อคนไข้ของมันขึ้นมาอย่างแรงแล้วเหวี่ยงเข้มลงมาจากเตียงคนไข้จนเสาน้ำเกลือล้มระเนระนาดไปหมด ความเกรี้ยวกราดของผู้พันกรันณ์ทำให้แทบจะไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามทั้งนั้นแม้แต่ผู้คุมนักโทษเอง

                “น้องกูอยู่ไหน!!! มึงใช่มั้ยที่จับน้องกูไปเมื่อวานนี้” เขาตวาดถามเสียงดังอีกเช่นเคย เข้มที่เริ่มมีแรงขึ้นมาบ้างแล้วจึงเพียงแค่แสยะยิ้มอย่างกวนๆ ใส่ ยิ่งมันยิ้มอย่างกวนๆ ใส่ผู้พันกรันณ์ก็ยิ่งโกรธ มือแกร่งบีบไปที่คอของอีกฝ่ายทันทีแล้วเหวี่ยงตัวเข้มขึ้นจนขามันลอยจากพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา

                “ตอบกูมาเดี๋ยวนี้ว่าน้องกูอยู่ไหน!!!

                “นังเด็กนั่นมันตายแล้ว” เข้มพูดออกมาเมื่อเห็นท่าทีเอาจริงของอีกฝ่าย “มันสมควรตายแล้วนังเด็กเวร มันหลอกพวกกูไปเจอกับฝูงทากในป่า หลอกให้พวกกูกินสมุนไพรพิษ มันบ้าบิ่นรนหาที่ตายดีนักเมื่อวานนี้กูก็เลยยิงมันจนตกลงไปในหน้าผาน้ำตก หึ! ถ้าไม่ตายเพราะถูกยิงมันก็ต้องตายเพราะตกลงไปกระแทกกับโขดหินข้างล่าง หรือไม่...ก็จมน้ำตายเว้ย!!!

                “ไอ้ชาติชั่ว!!!

                ผลัวะ!!! ผู้พันกรันณ์ใช้อีกมือชกเข้าที่หน้าของมันอย่างสุดแรงจนอีกฝ่ายฟันร่วม เลือดไหลออกมาท่วมปากและจมูก

                “มึงฆ่าน้องกู!!! มึงมันไม่ใช่คนฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กผู้หญิง มึงอย่าอยู่เลย!!!” แล้วผู้พันกรันณ์ก็ซ้อมเข้มอย่างหนักทันทีจนเหล่าผู้คุมต้องพากันเข้ามาดึงตัวเขาออก แต่ในเวลานี้ผู้พันกรันณ์กำลังโกรธจัดแม้แต่ผู้คุมนักโทษร่างใหญ่ก็ไม่มีใครเอาเขาอยู่ทั้งนั้น

                “เอาน้องกูคืนมา!!! มึง ไอ้ชาติชั่ว เอาน้องกูคืนมา!!!

                “รัน!!! ไอ้รันหยุด!!!” ผู้พันคีรินทร์ที่รีบซิ่งรถตามมาหลังจากที่ส่งราชาวดีที่บ้านของท่านนายพลปภพแล้ววิ่งเข้ามาห้ามและล็อคตัวน้องเขยตัวเองเอาไว้ และไม่น่าเชื่อ ใครๆ ก็คุมตัวผู้พันกรันณ์ไม่อยู่ แต่เพียงแค่ผู้พันคีรินทร์คนเดียวกลับสามารถหยุดเขาเอาไว้ได้

                “แกใจเย็นๆ ก่อน ถึงมันจะเลวแต่แกก็ฆ่ามันไม่ได้”

                “แต่มันฆ่าน้องผมนะพี่!!! มันไม่สมควรมีชีวิตอยู่!!!” ว่าแล้วผู้พันกรันณ์ก็จะเข้าไปเล่นงานเข้มอีกจนผู้พันคีรินทร์ต้องดึงร่างเขาเอาไว้

                “มันไม่ได้มีแค่แกหรอกนะที่เสียใจ ขวัญตาก็เป็นน้องฉันเหมือนกันฉันเองก็เสียใจ ผู้กองคณินเขาก็ยิ่งเสียใจ!!!” ผู้พันคีรินทร์หันมาทางผู้กองคณินที่ยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ผู้กองหนุ่มพูดอะไรไม่ออกในตอนนี้ สมองมันตื้อไปหมด มือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น น้ำตาที่แทบจะไม่เคยรินไหลออกมาให้ใครเห็นเขากลับไม่อาจเก็บกลั้นมันได้อีกต่อไปตั้งแต่ที่ได้ยินว่าขวัญตาถูกฆ่าตายไปแล้ว จนมันทำให้เขาอดนึกถึงคำพูดของเธอก่อนที่จะมาที่นี่ไม่ได้

“คราวนี้มีฝึกในป่าด้วย ถ้าเกิดหนูหลงป่าอย่างคราวไปดูแม่น้ำเมยที่แม่สอดล่ะ จะมีทหารพรานใจดีแกะรอยตามไปช่วยอีกมั้ย”

“ก็อย่าซนสิ”

“หนูซีเรียสนะ”

“ทหารที่นั่นก็มีเยอะแยะ”

“ไม่เอา จะเอาทหารพรานคนนี้คนเดียว” เธอชี้มาที่เขา

“ถ้าขวัญหลงป่าอีก ไม่ว่าจะหลงอยู่ในป่าลึกแค่ไหนพี่ก็จะตามหาขวัญให้เจอ ใครจะปล่อยให้หมอตัวน้อยหลงป่าอยู่คนเดียวกันหืม...”

“น่ารักที่สุด สุดที่รักของหนู”

รอยยิ้มน่ารักๆ ของเธอตอนนั้นเขายังคงจำได้เป็นอย่างดี เธออยากให้เขามาที่นี่ด้วย อยากให้เขามาเป็นครูฝึกของเธออีกแต่เขาก็ไม่ได้มาเพราะเห็นว่าหน่วยงานที่ควบคุมการฝึกภาคสนามมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา ถ้าเขารู้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ กับเธอเขาคงไม่ปล่อยให้เธอมาที่นี่โดยที่ไม่มีเขาแน่ๆ ถ้าเขามากับเธอด้วยเธอก็จะยังคงไม่ทิ้งเขาไปไหน ยัยตัวแสบของพี่ มันไม่ใช่ความจริงใช่มั้ย เราบอกพี่ไม่ใช่หรอว่าจะไม่ทิ้งพี่ไปไหน เราจะอยู่กับพี่ จะอยู่เคียงข้างเป็นแรงใจให้กับพี่ไปจนกว่าจะแก่เฒ่าไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงจะมาผิดสัญญาแบบนี้

                “ผู้กอง...” ผู้พันคีรินทร์ปล่อยตัวน้องเขยเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มสงบจิตสงบใจลงได้บ้างแล้วก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ผู้กองคณิน เสียคนรักไปแบบนี้ไม่มีใครจะทำใจได้หรอก ผู้กองคณินรักเธอมาก หวังจะสร้างอนาคตร่วมกับเธอจนถึงขั้นซื้อบ้านเตรียมเอาไว้เป็นเรือนหอ เขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อขวัญตาคนเดียว ผู้พันคีรินทร์ไม่รู้ว่าจะปลอบอีกฝ่ายอย่างไรเพราะเขารู้ดีว่าคำปลอบใดๆ ก็ไม่อาจห้ามความเจ็บปวดเสียใจนี้ได้

                “หมอกร” ผู้พันกรันณ์รีบเช็ดน้ำตาตัวเองออกแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนอีกครั้ง เขาจะไม่ยอมรับความจริงเรื่องนี้เด็ดขาดตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นศพของน้องสาว

                “ศพน้องฉันล่ะ”

                “ตอนนี้ยังหาไม่เจอ เจ้าหน้าที่ยังรวมกำลังค้นหากันอยู่”

                “ถ้ายังไม่เจอศพก็อาจจะเป็นไปได้ว่าน้องของพวกผมยังมีชีวิตอยู่” ผู้พันคีรินทร์พูดแทรกขึ้น “เด็กคนนี้ดวงแข็งไม่มีทางที่จะตายง่ายๆ หรอก ยิ่งไม่เจอศพแบบนี้ใครจะไปรู้ว่าป่านนี้ขวัญตาอาจจะกำลังเดินหลงอยู่ในป่าก็เป็นได้”

                “ใช่” ผู้กองคณินพยายามตั้งสติแล้วพูดขึ้นมา พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอจะยังคงมีชีวิตอยู่ “เด็กคนนี้เคยหลงป่ามาก่อน แล้วที่ผ่านมาเขาก็เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในป่ามาแล้ว เขาไม่มีทางตายง่ายๆ แน่”

                “ครับ ผมทราบดีว่าขวัญตาเก่งเรื่องการเอาตัวรอดในป่า แต่เราต้องไม่ลืมสิครับว่าขวัญตาถูกยิง ผมเองก็ไม่กล้าคิดอะไรไปไกล ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น” หมอกรพงษ์ว่า แม้นักโทษทั้งสามคนจะยืนยันว่าขวัญตาตายแล้วจริงๆ แต่เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ด้วยเพราะเคยสอนขวัญตามาและเคยพาลูกชายไปเที่ยวเล่นที่บ้านของเธอบ่อยๆ เขาจึงรู้จักกับลูกศิษย์คนนี้ดีระดับหนึ่ง เขาไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าเธอจะตาย เธอต้องรอดสิ

                “แกจำที่เกิดเหตุได้ใช่มั้ย” ผู้พันกรันณ์ถามเพื่อนพลางปลดปืน HK33 ออกจากไหล่ เวลาแบบนี้เห็นทีคงจะต้องเปลี่ยนปืนแล้ว ป่าตะวันออกแถบนี้มักมีพวกประเทศเพื่อนบ้านแอบลักลอบเข้ามาตัดไม้เป็นประจำ เรื่องการแกะรอยสำหรับเขามันคือเรื่องที่เขาถนัดอยู่แล้ว ไม่ว่าน้องสาวของเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตามแต่เขาจะต้องพาเธอกลับบ้านให้ได้

                “จำได้ เดี๋ยวฉันจะนำทางเข้าไปเอง”

                “ดี พวกฉันสามคนจะออกแกะรอยตามหายัยขวัญเอง ไม่ว่าจะเป็นป่าไหนๆ ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงทหารพรานอย่างพวกฉันหรอก” เรื่องแบบนี้ถึงไม่บอกหมอกรพงษ์ก็เชื่อเช่นนั้น เขาร่วมงานกับผู้พันกรันณ์มาเยอะโดยเฉพาะงานปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดของนายพลอ่องเส็งกับพ่อเลี้ยงคำม่วนคราวนั้น แล้วนอกจากนี้ก็ได้ร่วมงานกันเรื่อยๆ จนมั่นใจว่าอีกฝ่ายมีฝีมือทางการรบมากแค่ไหน เรื่องการแกะรอยสืบหาคนหรือการเดินป่าไม่มีใครจะเก่งเท่าทหารพรานอีกแล้ว ยิ่งตอนนี้ยังเป็นการรวมตัวทหารพรานที่เป็นที่ยอมรับของกองทัพทั้งสามคนอีก งานนี้เขาเริ่มจะมีความหวังขึ้นมาแล้วสิ

                ผู้พันกรันณ์ที่กำลังเตรียมอาวุธปืนอยู่ที่รถของตัวเองก่อนจะออกเดินทางเข้าป่าไปตามหาน้องสาวใจชื้นขึ้นไม่น้อยเมื่อผู้พันคีรินทร์ส่งเป้ทหารสีดำของเขามาให้ ซึ่งเขามักจะเตรียมเป้เอาไว้พร้อมอยู่แล้วเผื่อกรณีฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องเสียเวลาจัดเป้ใหม่ ยิ่งผู้พันคีรินทร์บอกว่าน้องนางไม้ของเขาจัดเป้เพิ่มให้อีกทั้งอาหารแห้งและชุดยาปฐมพยาบาลเขาก็ยิ่งปลื้มในตัวเมียรักที่ห่วงใยผัวเสมอ ซ้ำเธอยังวานให้ลูกน้องคนสนิทของผู้กองคณินจัดกระเป๋าเป้อีกใบมาให้ผู้กองคณินด้วยอีก ช่างรู้งานดีเสียจริงน้องนางไม้ของเขา เมียน่ารักแบบนี้ผู้พันกรันณ์ก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกเยอะ แต่คนที่อยู่ข้างๆ เขานี่สิยังน้ำตาคลอไม่หยุดอีก นี่จะไหวมั้ยล่ะเนี่ย

                “ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะผู้กอง” เขาว่าแล้วส่งปืน M4A1 ให้แทนการใช้ปืน HK33 ส่วนผู้พันคีรินทร์นั้นถนัดปืน M16A1 มากกว่า เมื่อเตรียมเป้และอาวุธของตนพร้อมแล้วจึงได้เดินเข้ามาหาลูกน้องทั้งสองคน

                ผู้กองคณินพยายามจะทำใจให้เข้มแข็ง แต่เมื่อเขาหลับตาลงทุกครั้งก็จะเห็นแต่ใบหน้าของขวัญตา รอยยิ้มของเธอ น้ำเสียงของเธอยามที่อ้อนเขา ยัยตัวแสบของพี่ ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง นี่ก็ตั้งคืนหนึ่งมาแล้วไม่รู้จะหิวรึเปล่า จะหนาวมั้ยหรืออาจจะกำลังร้องไห้งอแง แล้วยิ่งถูกยิงแบบนี้เธอจะแข็งใจเอาไว้ไหวรึเปล่า เขาทั้งอยากเข้าไปตามหาเธอ แต่อีกใจเขาก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะได้พบแต่ร่างที่ไร้ชีวิตของเธอเท่านั้น

                “...ขวัญ...” ผู้กองคณินถึงกับทรุดลงไปอีกครั้งอยู่ข้างรถของผู้พันกรันณ์ น้ำตารินไหลออกมาเมื่อคิดไปว่าการออกไปตามหาเธอครั้งนี้แล้วเขาจะพบเพียงแค่ร่างที่ไร้ลมหายใจ หนูจ๋าของพี่ ยังเด็กอยู่เลย ตัวก็เล็กนิดเดียวจะไปทนพิษบาดแผลได้อย่างไร ถึงจะแกร่งมากแค่ไหนแต่ใครจะไปต้านพิษของกระสุนปืนได้ “พี่ไม่น่าปล่อยให้ขวัญมาที่นี่คนเดียวเลย พี่น่าจะตามขวัญมาเหมือนอย่างที่ขวัญต้องการ ถ้าขวัญเป็นอะไรขึ้นมาพี่จะไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต” หมัดหนักๆ ทุบลงกับพื้นดินอย่างเจ็บใจ ถ้าเขาตามมาคอยดูแลเธอเหมือนอย่างตอนเรียนกระโดดร่มเธอก็คงจะไม่เป็นอะไร เขาผิดเอง เขาน่าจะตามเธอมาตั้งแต่แรก

                “อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะผู้กอง ขวัญตาเป็นเด็กดี ผมเชื่อว่าเจ้าป่าเจ้าเขาจะต้องคุ้มครอง ตอนนี้เรายังพอมีหวังนะ อย่าเพิ่งคิดอะไรไปก่อนเลย” ผู้พันคีรินทร์ให้กำลังใจเขา หากไม่นับตอนที่ผู้พันกรันณ์แกล้งตายในภารกิจคราวนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นผู้กองคณินร้องไห้เลย เขาเป็นคนที่เข้มแข็งมาก แต่ถ้าเขาร้องไห้ออกมาได้มากมายขนาดนี้เหตุการณ์คราวนี้มันคงมีผลต่อจิตใจของเขามากจริงๆ ลำพังคนหนึ่งต้องเรียนอีกคนต้องทำงาน เดือนหนึ่งได้เจอกันแค่ไม่กี่วันมันก็ทำให้โหยหากันและกันอย่างสุดๆ แล้ว แล้วนี่...ถ้าขวัญตาเป็นอะไรขึ้นมาหัวใจของผู้กองคณินได้สลายตามแน่ๆ

                “ผมกลัว...ผมกลัวว่าการเข้าป่าไปคราวนี้แล้วผมจะเห็น...ยัยตัวแสบของผมไม่หายใจแล้ว เด็กผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวแบบนั้นจะทนพิษบาดแผลที่ถูกยิงได้มากแค่ไหน ผมรักของผม ผมอุตส่าห์ดูแลมาเป็นอย่างดี ทะนุถนอมมาสุดชีวิตแม้แต่เรื่องช้ำใจเพียงนิดเดียวผมก็ไม่ให้มี เขาเป็นมากกว่าคนรักของผม เขาคือชีวิตทั้งชีวิตของผมนะท่านรอง...หนูจ๋าของพี่จ๋า” เรื่องแบบนี้คนที่มีคนรักเหมือนกันเท่านั้นจะเข้าใจดี หากคนที่กำลังประสบกับอันตรายแบบนี้เป็นหมอเอื้อย ผู้พันคีรินทร์เองก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน

                “แล้วผู้กองจะยังเดินป่าไหวมั้ย ถ้าไม่ไหว ถ้าจะคร่ำครวญอยู่แบบนี้งั้นก็รออยู่ที่นี่แหละไม่ต้องไป” ผู้พันกรันณ์พูดขึ้นมาอย่างเฉยชาจนผู้พันคีรินทร์ต้องหันมามองเขาตาดุ ไอ้รัน ไอ้เวรเอ้ย! ถ้าปลอบคนไม่เป็นมึงก็ไม่ต้องพูดออกมาจะดีกว่า

                “ไหวครับผู้พัน ผมจะไปตามหาขวัญเอง ผมเคยรับปากกับขวัญเอาไว้แล้วว่าถ้าเขาเกิดหลงป่าขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นป่าที่ลึกซับซ้อนยังไงผมก็จะต้องตามหาเขาให้เจอ”

                “ถ้าเคยรับปากแล้วจะมาร้องไห้คร่ำครวญทำไม เอาเวลานั่งร้องไห้มาวางแผนตามหายัยขวัญกันไม่ดีกว่าหรอ รักมากไม่ใช่หรอเด็กคนนี้ ถ้าผู้กองรักน้องสาวของผมมากสิ่งที่ผู้กองควรทำตอนนี้ก็คือเตรียมอาวุธแล้วก็วางแผนในการออกแกะรอย มานั่งร้องไห้แบบนี้มันจะช่วยอะไรได้ มีแต่จะบั่นทอนกำลังใจตัวเองยิ่งกว่าเดิม ผู้กองไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวนะที่มีคนรัก ผมนี่มีทั้งลูกมีทั้งเมียแล้วผมก็รักลูกๆ กับเมียของผมมากด้วย ถ้าพวกเขาเป็นอะไรขึ้นมาผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน แต่ผมจะไม่มัวมาร้องไห้อยู่แบบนี้หรอก ผมถือคติที่ว่าใครทำลูกเมียของผมเจ็บมันต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า ถ้าลูกเมียผมหายไปต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามหาผมก็จะทำ ผมจะเจ็บจะตายก็ได้แต่ลูกเมียของผมต้องปลอดภัย ถ้าผู้กองยังยืนยันว่าจะไปตามหาน้องสาวของผม ไม่ว่าเราจะเจอยัยขวัญในสภาพไหนเราก็ต้องพายัยขวัญกลับมาให้ได้ แค่คืนเดียวก็พอแล้ว ผมจะไม่ยอมให้น้องของผมต้องมานอนในป่าต่ออีกคืนหรอก”

                แม้จะปลอบใจคนแบบดีๆ ไม่เป็นแต่คำพูดของผู้พันกรันณ์ก็ทำให้ผู้กองคณินมีสติคิดได้ขึ้นมาอีกเยอะ โทษตัวเองตอนนี้ คร่ำครวญตอนนี้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา เมื่อคิดได้แบบนี้ผู้กองคณินก็รีบลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วพยายามตั้งสติตัวเองให้ดี ถึงจะพูดอะไรแบบนี้กับเขาแต่ผู้พันกรันณ์ก็ยังตาแดงๆ อยู่ ก็น้องสาวของเขาทั้งคนเขาก็ต้องห่วงเธอเหมือนกันอยู่แล้ว

                “ขอบคุณครับผู้พันที่เตือนสติผม ผมพร้อมแล้วครับ ผมจะต้องพาขวัญกลับบ้านให้ได้” ผู้พันกรันณ์ไม่ได้ตอบว่าอะไรนอกจากตบไหล่เขาอย่างให้กำลังใจแล้วจึงหันไปเตรียมอาวุธต่อก่อนจะสะพายปืนและกระเป๋าเป้ที่เมียรักเตรียมมาให้ขึ้นหลัง ผู้กองคณินจึงทำตามก่อนจะพากันเดินเข้าไปหาหมอกรพงษ์ที่เตรียมจะนำทางเข้าไปตามขวัญตาพร้อมกับทหารอีกจำนวนหนึ่งและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์แถบนี้ด้วย

                “ปลอบคนดีๆ น่ะมึงจะตายมั้ย นอกจากลูกกับเมียมึงพูดดีๆ กับคนอื่นเป็นรึเปล่า” ผู้พันคีรินทร์ว่าขึ้นอยู่คนเดียว เหนื่อยใจกับนิสัยของน้องเขยที่ใจร้อนวู่วามปากก็เสียอีก ทำเก่งนักล่ะเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่พออยู่กับราชาวดีกลับหงอซะยิ่งกว่าลูกแมว นี่ก็เป็นคุณพ่อลูกสามแล้วนิสัยแทนที่จะดีขึ้น

 

                เพราะปกติก็ทำงานอยู่ในป่าเป็นประจำแล้วและคุ้นชินกับผืนป่าราวกับเป็นเจ้าถิ่น ทหารพรานทั้งสามนายจึงสามารถรับมือกับพิษภัยต่างๆ จากในป่าได้เป็นอย่างดี แม้แต่กับทากดูดเลือดพวกเขาก็จัดการรับมือได้อย่างสบายๆ การแกะรอยเริ่มตั้งแต่ตำแหน่งที่นักโทษทั้งสามคนจับขวัญตาเดินเข้าไปในป่าที่รกทึบ ฝูงทากดูดเลือดที่เป็นเสมือนผีดิบดูดเลือดประจำป่าแบบนี้ทำให้พวกเขารู้ถึงสาเหตุที่มาของบาดแผลบนตัวของนักโทษทั้งสาม ผู้กองคณินก็ได้แต่หวังว่าขวัญตาจะสามารถรับมือกับพวกทากดูดเลือดนี่ได้ เพราะจากที่เขาทำการสอบสวนนักโทษทั้งสามคนอีกครั้งพวกมันต่างก็บอกว่าขวัญตาหลอกพวกมันมาให้ทากกัดแล้วยังหลอกให้ใช้สมุนไพรพิษอีก ยัยตัวแสบก็ยังเป็นยัยตัวแสบอยู่วันยันค่ำ การที่เธอจะหลอกพวกนักโทษได้นั้นย่อมหมายถึงเธอสามารถตั้งสติได้และไม่ได้หวาดกลัวพวกมันเลย

                “ต้นตังตาบอดนี่ครับผู้พัน” ผู้กองคณินว่าเพราะเขาเคยบอกกับขวัญตาว่าให้ระวังยางของต้นไม้ชนิดนี้ ครั้นพอมองไปอีกด้านก็เห็นกอของต้นเอื้องหมายนาที่ขึ้นอยู่กอใหญ่ มีร่องรอยการขุดเอาเหง้าของมันขึ้นมากินและมีรอยอ้วกของพวกนักโทษที่โดนพิษกันด้วย

                “พวกมันถูกยัยขวัญหลอกให้กินเหง้าของเอื้องหมายนาน่ะ” ผู้พันกรันณ์บอก ดีใจที่น้องสาวของเขายังมีสติและพอที่จะเอาตัวรอดได้

                “มีปลอกกระสุนตกอยู่เยอะเลย” แต่คำพูดของผู้พันคีรินทร์ก็ทำเอาหัวใจของทุกๆ คนห่อเหี่ยวขึ้นมา ผู้พันคีรินทร์จึงเดินตามร่องรอยที่ยังหลงเหลืออยู่ ทั้งปลอกกระสุนที่ตกอยู่เป็นระยะๆ ต้นไม้และก้อนหินที่ถูกยิงเพราะกระสุนพลาดเป้า ร่องรอยการปีนป่ายก้อนหินจากมอสสีเขียวที่หลุดหายไปจนเป็นรอยพื้นรองเท้า

                “รอยพื้นรองเท้าคอมแบท” รอยเท้าเล็กๆ แบบนี้ก็คงจะเป็นของเธอนั่นแหละ คงเป็นตอนที่เธอถูกพวกมันไล่ยิงแน่ๆ ผู้กองคณินคิดแล้วไล้ที่รอยเท้าเล็กๆ นี้ เขาตามแกะรอยเธอไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบริเวณหน้าผาน้ำตกที่คาดว่าขวัญตาน่าจะตกลงไปเพราะเจอปลอกกระสุนอยู่ที่นี่ด้วย แล้วที่ขอบหน้าผาก็มีร่องรอยเหมือนกับมีคนเสียหลักตกลงไป เมื่อก้มลงไปดูความสูงของหน้าผานี้มันไม่ใช่ต่ำๆ เลย น้ำด้านล่างก็เชี่ยวอีกเนื่องจากเป็นน้ำตกยามหน้าฝน ผู้พันกรันณ์ที่ตามผู้กองคณินมาดูน้ำตกอดใจเสียไม่ได้ อย่าว่าแต่เด็กอย่างขวัญตาเลย ขนาดเขาที่คุ้นชินกับการว่ายน้ำถ้าตกลงไปยังไม่รู้เลยว่าจะรอดมั้ย

                “หมอครับ” ทหารอีกชุดที่ออกตามหาขวัญตามาตั้งแต่เมื่อเช้าวิ่งเข้ามาหาหมอกรพงษ์ทันทีทำให้ทุกคนหันไปมองทางเขาเป็นตาเดียว

                “ผมเก็บนี่ได้ครับ ไม่แน่ใจว่าจะใช่ของเด็กรึเปล่า” สร้อยตะกรุดที่ผู้กองคณิน ผู้พันกรันณ์และผู้พันคีรินทร์รู้จักดีตอนนี้อยู่ในมือของนายทหารคนดังกล่าว ไม่ผิดแน่ นี่เป็นตะกรุดของพวกตำรวจ ตชด. ที่เคยเป็นของผู้กองไกรจักรมาก่อนและตอนนี้มันก็เป็นของขวัญตา

                “ตะกรุดนี่เป็นของขวัญครับ ผมเป็นคนใส่ให้เขาเอา” ผู้กองคณินรีบดึงเอาตะกรุดมาดู ทหารนายที่เก็บได้จึงหันมาทางเขา

                “ผมเจอมันติดอยู่กับกิ่งไม้ในน้ำห่างออกไปสามร้อยเมตรได้น่ะครับ” เขาชี้ลงไปยังเบื้องล่างของน้ำตกซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารส่วนหนึ่งกำลังพยายามดำน้ำหาขวัญตาอยู่ ซึ่งพอได้ฟังแบบนี้ผู้กองคณินก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตรงไปที่เชือกเส้นใหญ่ที่ใช้สำหรับโรยตัวลงไปด้านล่างของน้ำตกแล้วโรยตัวลงไปอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วเพื่อจะไปเช็คยังจุดที่ทหารนายนั้นว่า

                เขาเดินลงไปที่ธารน้ำ มองหาไปรอบตัวหวังว่าจะได้เห็นเธออยู่ที่ไหนสักที่ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนๆ ก็เจอเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น หัวใจที่พยายามจะเข้มแข็งกลับชาไปทั้งใจ มือสั่นอย่างควบคุมไม่ได้อีกแล้ว ผืนน้ำตรงหน้าเขานอกจากจะลึกแล้วก็ยังไหลเชี่ยวอีก ยัยตัวแสบของพี่อยู่ที่ไหนกัน พี่จ๋ามาหาหนูแล้วนะ อยู่ที่ไหนกันคนดีของพี่ พี่มาตามหาหนูแล้วนะ หนูยังอยู่กับพี่ใช่มั้ย หนูอย่าทิ้งพี่ไปไหนนะ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีหนูอยู่ด้วย

                “ขวัญ!!!” เขาร้องเรียกหาเธอจนทหารหลายๆ นายที่กำลังดำน้ำหาร่างของขวัญตาอยู่หันมามองทางเขาเป็นตาเดียว ผู้พันกรันณ์กับผู้พันคีรินทร์ที่เพิ่งจะโรยตัวตามเขาลงมาต่างคนต่างก็พากันเบือนหน้าหนีเพื่อเก็บซ่อนน้ำตาของตัวเองเอาไว้ สถานการณ์แบบนี้พวกเขาไม่กล้าที่จะหลอกตัวเองอีกแล้วว่าเธอจะยังคงมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่แกะรอยตามมาพวกเขาเห็นร่องรอยของเธอมาโดยตลอด โดยเฉพาะตอนที่เธอหนีพวกนักโทษที่ตามไล่ยิงเธอ เด็กผู้หญิงที่กำลังมีอนาคตที่สดใส เป็นที่รักของทุกๆ คนทำไมต้องมาโชคร้ายแบบนี้กัน

                “ขวัญ!!! ขวัญอยู่ที่ไหนออกมาหาพี่เถอะนะ พี่มาตามหาขวัญแล้ว ขวัญได้ยินพี่มั้ย พี่จ๋ามาตามหาขวัญแล้วนะ” น้ำเสียงปนสะอื้นของผู้กองคณินสั่นเครือจนคนที่ได้ยินรับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขา ทหารหลายๆ นายพอจะเดากันออกว่าเขาน่าจะเป็นคนรักของเธอ เห็นเขาร้องเรียกหาเธอทั้งน้ำตาแบบนี้ทุกคนก็ยิ่งทั้งสงสารเขาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเขาอย่างไรดี

                “ขวัญตา! ออกมาหาพี่เดี๋ยวนี้นะ อย่ามาแกล้งพี่เล่นแบบนี้พี่ไม่ตลกด้วย พี่ขอร้อง ออกมาหาพี่เถอะนะ พี่มารับขวัญกลับบ้านแล้ว กลับไปอยู่ที่บ้านของเราเถอะนะ ขวัญอย่าใจร้ายทิ้งให้พี่จ๋าต้องอยู่คนเดียวสิ ขวัญ!!!” ผู้กองคณินยังคงเรียกหาเธอไม่หยุดพร้อมๆ กับเดินตามหาเธออย่างคนหัวใจสลาย ทั้งอยากตามหาเธอให้เจอ ทั้งไม่กล้ายอมรับความจริงที่ว่าเธอได้จากเขาไปแล้ว...

 

                ไกลออกไปเกือบสองกิโลเมตรได้ร่างบางที่นอนหมดสติอยู่ริมตลิ่งค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้น อาการปวดร้าวไปทั้งตัวคือสิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้และเจ็บอย่างสุดๆ ก็คือบาดแผลที่สีข้างช่วงลำตัวที่เกิดจากการถูกยิง เพราะตอนที่ถูกยิงเธอพยายามจะเบี่ยงตัวหลบทำให้กระสุนพลาดเป้าจากหัวใจมาเป็นด้านข้างลำตัวแทนและกระสุนทะลุ ถึงแม้กระสุนจะไม่ฝังในแต่เลือดก็ยังคงไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เธอค่อยๆ ขยับตัวอย่างยากลำบาก พยายามมองไปรอบๆ ตัวว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนๆ ก็มีแต่ป่ากับป่า นาฬิกาที่ข้อมือบอกว่าเป็นเวลาจวนจะบ่ายสามโมงแล้ว นี่เธอยังไม่ตายหรอ...ตั้งแต่ตอนที่ถูกยิงและตกหน้าผามามันเกือบจะเป็นเวลาวันหนึ่งเต็มๆ เธอนอนอยู่ในป่ามาทั้งคืนหรอ นอกจากจะเจ็บบาดแผลที่ตัวแล้วขวัญตายังรู้ด้วยอีกว่าตัวเองกำลังมีไข้สูง

                “โอ๊ย” เธอร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวดขณะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทรมาน เพราะตกลงมาจากที่สูงไม่รู้ข้อเท้าของเธอมันไปเกี่ยวกับอะไรบ้างจนพลิกทำให้ไม่สามารถเดินได้ สิ่งที่พอทำได้คือการพยายามคลานไปที่ต้นสาบเสือกอใหญ่ ซึ่งเมื่อไปถึงเธอก็ดึงใบสาบเสือออกมาเป็นจำนวนมากแล้วใช้ก้อนหินเล็กๆ บดจนเกือบละเอียดก่อนจะดึงเสื้อของตัวเองขึ้นซึ่งขณะนี้บาดแผลของเธอยังคงมีเลือดซึมออกมาอยู่ เธอจึงโปะใบสาบเสือที่มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือดใส่บาดแผลของตัวเองแล้วใช้ผ้าพันคอหมายเลขในการฝึกภาคสนามมาปิดบาดแผลเอาไว้ และไม่ลืมที่จะนำใบสาบเสือที่บดนี้มาทาที่คอตรงที่ถูกคมมีดกรีดด้วย กว่าจะจัดการกับบาดแผลของตัวเองได้ขวัญตาก็หมดแรงไปเยอะ ตอนนี้นอกจากจะเสียเลือดแล้วร่างกายของเธอยังขาดน้ำด้วยพิษไข้อีก ดวงหน้าสวยใสตอนนี้ซีดเผือด กายร้อนราวกับไฟ สติที่มีเริ่มเลือนลางลงไปทุกที

                “พ่อจ๋า แม่จ๋า...ขวัญกำลังจะตายใช่มั้ย พ่อกับแม่มารับขวัญด้วยนะคะ ขวัญจะไม่ไหวแล้ว” เธอพูดเสียงแผ่วน้ำตาค่อยๆ ไหล รู้อาการของตัวเองดี การเสียเลือดมากขนาดนี้ซ้ำยังเป็นไข้สูงอีกไม่นานเธอจะช็อคแล้วเธอก็คงจะตายอยู่อย่างเดียวดายที่นี่

                “พี่จ๋า...พี่จ๋าอย่าโกรธหนูนะ หนูคงอยู่กับพี่จ๋าไม่ได้อีกแล้ว...พี่จ๋าอย่าร้องไห้นะถ้าหนูตาย หนูรักพี่จ๋า” หยดน้ำตายิ่งร่วงรินลงมาเมื่อคิดถึงคนรัก เขาจะรู้รึเปล่าว่าตอนนี้เธอกำลังจะตาย เขาอยู่ไกลตั้งแม่สอด จะรู้บ้างมั้ยว่าเธอกำลังจะจากเขาไปตลอดชีวิต

                “พี่คณิน พี่จ๋า...พี่จ๋า ช่วยหนูด้วย...” น้ำเสียงของเธอเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ ดวงตาเริ่มเลือนราง หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงใดๆ และชาไปทั้งตัว แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นตรงหน้าเธอเมื่อเธอเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาหา เหมือนเขาจะร้องเรียกเธอด้วยแต่เธอก็ไม่ได้ยินเสียงของเขา แม้จะมองเห็นเพียงเลือนรางแต่ก็ดูออกว่าเขาแต่งชุดทหารสีดำ...ทหารพราน เขาวิ่งเข้ามาหาเธอแล้วก็กอดเธอเอาไว้แน่น นี่เธอคิดถึงเขาจนเกิดเป็นภาพหลอนเลยหรอ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ถึงจะเป็นภาพหลอนแต่ภาพสุดท้ายของชีวิตเธอก็ยังคงเป็นใบหน้าของเขา

                “พี่จ๋า...หนูรักพี่...” ตัวของเธออ่อนแรงลง ภาพที่มองเห็นเพียงเลือนรางตอนนี้มืดสนิทก่อนที่เธอจะไม่รู้สึกอะไรอีกเลย

 

                “พี่จ๋า...หนูรักพี่...” น้ำเสียงแผ่วๆ ของเธอก่อนที่จะหมดสติไปทำให้ผู้กองคณินยิ่งกระชับกอดเธอเอาไว้แน่น หลังจากที่ทุกคนลงความเห็นกันแล้วว่าจะกลับไปที่วัดถ้ำเขาอีโต้ก่อน แต่ผู้พันกรันณ์ยังคงยืนยันว่าจะตามหาน้องสาวให้เจอ ไม่ว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม นายทหารพรานทั้งสามพร้อมกับหมอกรพงษ์จึงออกแกะรอยตามหาเธออีกครั้งมาตามธารน้ำจนกระทั่งเจอกับเน็ตเก็บผมสีดำที่นักศึกษาแพทย์ทหารหญิงต้องใช้เพื่อเก็บผมให้เรียบร้อย การเจอเน็ตเก็บผมของเธอยิ่งทำให้พวกเขามีกำลังใจในการค้นหามากขึ้นจนมาเห็นรอยเลือดอยู่ที่ลานหินริมตลิ่งห่างจากน้ำตกมาสองกิโลเมตรได้ รอยเลือดไหลเป็นทางไปตามลานหินจากริมตลิ่งขึ้นสู่ลานหินถึงกอต้นสาบเสือขนาดใหญ่แล้วยังมีร่องรอยการเก็บใบสาบเสือมาบดด้วย พอเห็นแบบนี้พวกเขาก็ยิ่งใจชื้นขึ้นมาอีกรีบสำรวจพื้นที่เพื่อหาเธอ จนในที่สุดพวกเขาก็เจอเธอนั่งพิงอยู่ด้านหลังโขดหินขนาดใหญ่ใกล้ๆ กับต้นสาบเสือในสภาพที่อ่อนแรงเต็มทีแล้ว

                “ขวัญ ขวัญของพี่ ขวัญได้ยินพี่มั้ยนี่พี่จ๋าเองนะ พี่จ๋ามาหาขวัญแล้ว” ผู้กองคณินบอกเธอทั้งน้ำตา โล่งใจเหลือเกินที่เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ตัวของเธอกลับร้อนราวกับไฟเลยตอนนี้

                “หมอ หมอครับช่วยคนรักของผมด้วย” เขาหันมาทางหมอกรพงษ์ อาจารย์หมอของเธอ ซึ่งหมอกรพงษ์ก็ไม่รอช้ารีบเข้ามาดูอาการให้เธอทันทีทั้งๆ ที่ยังแปลกใจไม่หายว่าทหารพรานทั้งสามนายนี้มีตาทิพย์กันหรืออย่างไรถึงได้รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ เธอถูกกระแสน้ำพัดมาไกลตั้งสองกิโลเมตรแต่พวกเขาก็ยังแกะรอยตามหากันมาเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ตลอดทางที่แกะรอยตามพวกเขามา เขามองร่องรอยอะไรแทบจะไม่ออกเลย ขนาดเน็ตเก็บผมของเธอแท้ๆ เขายังเดินผ่านไปเฉยๆ แต่ผู้พันกรันณ์กลับตาไวกว่า

                ผู้พันกรันณ์รีบเข้ามาดูอาการของน้องสาวขณะที่หมอกรพงษ์ดูบาดแผลให้กับเธออยู่ เขายังมาทันได้ยินเสียงแผ่วๆ ของเธอบอกรักผู้กองคณินก่อนจะหมดสติไป ตอนนี้หมอกรพงษ์กำลังปลดเสื้อทหารแขนยาวที่เป็นชุดฝึกของเธอออก เพราะเธอหมดสติเขาจึงต้องคลายเสื้อผ้าของเธอออกเพื่อให้เธอหายใจได้สะดวก

                “เดี๋ยว หมอจะทำอะไร” ผู้กองคณินรีบยกมือห้ามเมื่อตอนนี้ขวัญตามีเพียงแค่เสื้อยืดเท่านั้นที่สวมใส่อยู่แล้วหมอกรพงษ์ยังทำท่าจะเอื้อมมือมาปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธอด้านหลังอีก

                “ต้องคลายเสื้อผ้าเพื่อให้หายใจได้สะดวกครับ ตอนนี้ขวัญตากำลังช็อคเพราะเสียเลือดกับน้ำในร่างกายไปมาก”

                “ผมทำเอง” ว่าแล้วผู้กองคณินก็ถอดเสื้อทหารพรานของตัวเองออกมาคลุมกายของเธอเอาไว้ก่อนจะเอื้อมมือมาปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธอเองพร้อมกับประคองเธอนอนราบลงกับพื้นโดยมีสายตาดุๆ ของผู้พันกรันณ์จ้องมองอยู่ตลอดเวลา

                “ทำซะคล่องเชียวนะ” ผู้พันหนุ่มว่าเมื่อเห็นว่าที่น้องเขยดูจะคล่องแคล่วในการดูแลน้องสาวของเขาเสียเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ยังร้องไห้หาเธอจะเป็นจะตาย ตอนนี้กลับมาหึงงี่เง่า มองว่าที่น้องเขยแล้วเหมือนกับกำลังมองเงาสะท้อนของตัวเองยังไงก็ไม่รู้

                “ผมจะให้เลือดกับน้ำเกลือขวัญทันทีเลยนะครับเพราะถ้ารอจะพาขวัญไปโรงพยาบาลอาการจะยิ่งแย่ นี่ถูกยิงมาจนจะครบวันอยู่แล้ว แสดงว่าน่าจะนอนแช่น้ำมาทั้งคืนด้วยถึงได้มีอาการไข้รุนแรง” ดีที่ตอนนอนแช่อยู่ในน้ำแรงดันน้ำทำให้เลือดเธอไหลออกมาไม่มาก ไม่อย่างนั้นเธอคงเสียเลือดจนตายตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว คนบ้านนี้ นามสกุลนี้ดวงแข็งกันทั้งบ้านเลยแฮะ

                ผู้พันคีรินทร์วิทยุเรียกเฮลิคอปเตอร์ให้มารับเธอด่วนเมื่อขวัญตาต้องให้เลือดและน้ำเกลือในขณะนี้เลย ดีเหลือเกินที่มีหมอกรพงษ์มาด้วยพร้อมกับกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ เพราะรู้มาว่าขวัญตาถูกยิงหมอกรพงษ์จึงเตรียมเลือดและน้ำเกลือมาพร้อมเผื่อมีเหตุให้ต้องใช้ อาชีพของแพทย์กับทหารนี่ขาดกันไม่ได้เลยจริงๆ โชคดีของเขาแล้วล่ะที่ได้เมียเป็นหมอ ผู้พันคีรินทร์คิดก่อนจะหันมามองหมอกรพงษ์ที่กำลังรักษาขวัญตาอยู่ ร่องรอยแผลถูกยิงของเธอตอนนี้เลือดเริ่มจะหยุดไหลแล้วคงเพราะตอนที่ยังมีแรงและมีสติอยู่ขวัญตาใช้ใบสาบเสือห้ามเลือดให้ตัวเองก่อนแล้ว หมอกรพงษ์จึงเพียงแค่ทำความสะอาดบาดแผลและปิดปากแผลเอาไว้ก่อน

                “ดีที่กระสุนไม่ฝังใน ตอนนี้เราต้องทำให้ร่างกายของขวัญอบอุ่นที่สุดก่อนนะครับ มีใครติดผ้าห่มมาบ้างมั้ย” หมอกรพงษ์เงยหน้าขึ้นถามทุกคนเมื่อจัดการให้น้ำเกลือและเลือดกับขวัญตาแล้ว

                “ไม่เป็นไรครับหมอ ผมมีวิธี” แล้วผู้กองคณินก็ค่อยๆ กอดประคองขวัญตาเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของเขา เขากอดเธอเอาไว้อย่างทะนุถนอมสุดชีวิต ยิ่งได้ยินเสียงหายใจของเธอเขาก็ยิ่งใจชื้น

                “ผมกอดเองก็ได้ผู้กอง นี่น้องสาวผม” ผู้พันกรันณ์ว่าขึ้นอย่างไม่ค่อยชอบใจเมื่อกว่าเขาจะดึงผ้าห่มออกมาจากกระเป๋าเป้ผู้กองคณินก็กอดเธอเอาไว้แล้ว ก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นแฟนกัน แต่เล่นมากอดกันแน่นแบบนี้คนเป็นพี่ก็รับไม่ได้เหมือนกันนะ

                “ขวัญเป็นคนรักของผม ผมกอดเองดีกว่าครับ”

                “ผู้กอง!

                “พอเถอะน่ารัน” ผู้พันคีรินทร์รีบเข้ามาห้ามคนหวงน้อง ทั้งน้อง ทั้งลูกทั้งเมีย หวงอย่างกับหมาแน่ะ

                “ถ้าเป็นแก้มเจ็บหนักแบบนี้มึงจะกอดเองหรือจะให้กูกอด” ผู้พันคีรินทร์ถามขึ้นเมื่อผู้พันกรันณ์ยังคงจ้องผู้กองคณินอย่างเอาเรื่องอยู่

                “แก้มเป็นเมียผมเป็นคนรักของผม ก็ต้องผมสิที่จะกอด”

                “ยัยขวัญก็เป็นคนรักของผู้กองคณินเหมือนกัน เขามีสิทธิที่จะกอดคนรักของเขา” ผู้พันคีรินทร์ว่าอีกก่อนจะแย่งผ้าห่มในมือผู้พันกรันณ์ไปให้ผู้กองคณินช่วยห่มให้ขวัญตา

                ผู้กองคณินห่มผ้าให้ขวัญตาอย่างมิดชิดแล้วกอดเธอเอาไว้แนบกับอกเพื่อให้ความอบอุ่นกับเธอ จากตอนแรกที่เธอกำลังตัวสั่นเพราะอาการช็อคตอนนี้ตัวเธอไม่ค่อยสั่นแล้ว เขาสำรวจเนื้อตัวของเธอว่ายังมีบาดแผลหรือร่องรอยบาดเจ็บอะไรรึเปล่าจนได้มาเห็นรอยคมมีดที่คอของเธอ คงเป็นตอนไอ้พวกสารเลวนั่นใช้มีดจี้คอของเธอ โธ่ คนดีของพี่ น่าสงสารอะไรแบบนี้ นี่ถ้าพี่กับพวกผู้พันไม่รีบมาตามหาป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง กว่าพวกทหารตำรวจจะมาเจอตัวกันทุกๆ อย่างมันก็คงจะสายไปแล้ว ไม่เอาอีกแล้วแบบนี้ ต่อไปพี่จะไม่ให้ขวัญอยู่ห่างจากพี่อีกแล้ว ถ้าขวัญเป็นอะไรไปพี่ต้องทนไม่ได้แน่ๆ เพราะก่อนหน้านี้พี่ก็แทบหัวใจสลายไปแล้วหากผู้พันกับท่านรองไม่ให้สติซะก่อน

                “ปลอดภัยแล้วนะเด็กดี พี่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกขวัญอีกแล้ว พี่จ๋าจะดูแลขวัญให้ดีกว่านี้นะ พี่จ๋ามาพาขวัญกลับบ้านตามสัญญาแล้วนะรู้มั้ย” เขาบอกเธอพลางลูบผมของเธอเบาๆ อย่างแสนรักก่อนจะก้มลงมาจูบที่หน้าผากของเธออีกแล้วเอียงแก้มลงซบ หมอกรพงษ์กับผู้พันคีรินทร์ได้แต่พากันแอบขำกับท่าทีหวงน้องของผู้พันกรันณ์ หวงให้ตายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อผู้กองคณินเล่นกอดขวัญตาแน่นไม่ยอมปล่อย

                “...พี่จ๋า...” เสียงแผ่วๆ เพ้อออกมาเพราะพิษไข้ แค่ได้ยินเสียงของเธอก็ทำให้ทุกๆ คนยิ่งโล่งใจไปตามๆ กัน

                “พี่จ๋า...”

                “ขวัญเรียกพี่หรอ” ผู้พันกรันณ์รีบเข้าไปหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วงเพราะคิดว่าน้องเรียกหาตัวเอง

                “ไม่ใช่ครับผู้พัน ขวัญเรียกผม” ผู้กองคณินรีบแก้ความเข้าใจผิดนี้ “เวลาอยู่กับผมสองคนขวัญจะเรียกผมว่า พี่จ๋า แล้วผมก็จะเรียกเขาว่า หนูจ๋า” บอกไปก็เขินไป แหม ทีคู่รักคู่อื่นๆ เขาก็ยังมีฉายาเรียกกันน่ารักๆ เลยนี่นา

                “พี่จ๋าหนูจ๋าอะไรกัน ปัญญาอ่อน”

                “ทีมึง มึงยังเรียกเมียว่าน้องนางไม้เลย” ผู้พันคีรินทร์ว่า “เรียกเมียว่าน้องนางไม้ไม่พอยังเหมาไปเรียกลูกว่ารุกขเทวดากับนางไม้น้อยอีก มึงปัญญาอ่อนยิ่งกว่าเขาอีกนะไอ้รัน”

                “ได้ข่าวว่าพี่กับหมอเอื้อยก็เรียกกันว่า เมียจ๋ากับผัวขาไม่ใช่รึไง”

                “มึงจะแฉกูใช่มั้ยไอ้รัน!” ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะถีบน้องเขยเข้าให้ แต่ผู้เป็นน้องเขยกลับรีบหันไปทางหมอกรพงษ์ที่ยังยืนเช็คถุงเลือดกับถุงน้ำเกลือให้ขวัญตาอยู่

                “แล้วแกล่ะไอ้หมอ เวลาอยู่กับเมียแล้วเรียกกันว่าอะไร” พอถูกถามแบบนี้คนเป็นหมอก็หน้าแดงขึ้นมาทันทีอย่างอึดอัดใจ นี่ทหารพรานพวกนี้เขาไม่มีเรื่องอะไรจะพูดคุยกันแล้วรึยังไง

                “แกอย่าเพิ่งมากวนฉัน ฉันกำลังยุ่งอยู่” เพราะในขณะนี้มีแค่เขาคนเดียวที่ยังคงง่วนอยู่กับการทำงาน ดูจากอาการขวัญตาแล้วก็น่าจะมีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะ เธออึดกว่าที่เขาเห็นซะอีก ตัวเล็กที่สุดในรุ่นแต่กลับอึดที่สุดซะอย่างนั้น หัวใจของเธอช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ยิ่งได้อยู่ในอ้อมกอดของคนรักแบบนี้ลูกศิษย์ของเขาหายวันหายคืนแน่ อีกอย่างถ้าได้เจอกับท่านนายพลปภพอีกเขาก็จะได้กล้าสู้หน้าท่าน เฮ้อ! โล่งอกไปที

                รอเพียงไม่นานเฮลิคอปเตอร์ก็มาถึงยังจุดที่เจอตัวขวัญตา ดีที่ลานหินริมตลิ่งน้ำค่อนข้างกว้างเฮลิคอปเตอร์ก็เลยลงจอดได้อย่างสบาย เพราะเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่นำมาใช้สำหรับการฝึกภาคสนามของแพทย์ทหารก็เลยมีอุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการลำเลียงคนเจ็บ และมีแพทย์ทหารอีกสี่คนเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วย ขวัญตามีอาจารย์หมอดูแลหลายคนแบบนี้นายทหารพรานทั้งสามคนก็ยิ่งอุ่นใจที่น้องสาวคนเล็กในกลุ่มปลอดภัยแล้วจริงๆ โดยเฉพาะผู้กองคณินที่ไม่ยอมอยู่ห่างจากขวัญตาเลยแม้แต่น้อย แม้จะขัดหูขัดตาไปบ้างแต่พอได้เห็นความรักความห่วงใยที่ผู้กองคณินมีต่อน้องสาวผู้พันกรันณ์ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วไม่เข้าไปยุ่งอะไรด้วยอีก เขารักราชาวดีมากยังไงผู้กองคณินก็คงจะรักขวัญตาแบบนั้น อีกอย่าง ทั้งชีวิตนี้ผู้กองคณินมีเพียงแค่เธอคนเดียว เมื่อมีเพียงคนเดียวก็ย่อมต้องรักแล้วก็ห่วงใยมาก เขาจะไม่เข้าไปยุ่งด้วยก็ได้ ตลอดหลายปีมานี้ผู้กองคณินก็แสดงออกมาให้เห็นแล้วว่าเขารักจริง จริงใจแล้วก็ใส่ใจขวัญตามากแค่ไหน ผู้ชายบนโลกใบนี้จะหาคนที่รักขวัญตาได้มากเท่ากับผู้กองคณินก็คงจะไม่มีอีกแล้ว แล้วจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เขาเห็นแน่ชัดแล้วว่าผู้กองคณินสอบผ่านสำหรับการเป็นน้องเขยของเขา นี่ก็เล่นซื้อบ้านไว้เตรียมทำเรือนหอขนาดนี้แล้วในอนาคตสองคนนี้ก็ต้องได้แต่งงานกันแน่ๆ เอาเถอะ เขาจะพยายามใจกว้างละกัน ทั้งโลกนี้ก็คงจะมีแค่ผู้กองคณินคนเดียวเท่านั้นแหละที่เหมาะกับตำแหน่งน้องเขยของเขา เวรกรรมจริงๆ ทำกับผู้พันคีรินทร์เอาไว้เยอะ สุดท้ายน้องสาวของเขาก็มาถูกลูกน้องของเขางาบไปเหมือนกัน 

*****************************************************************************************************
กำลังลุ้นระทึก กำลังซึ้ง เจอพี่รันกับพี่ภูเข้าไป ฮาตลอดเลยคู่นี้ พี่รันก็รักน้องมากเหมือนกันนะเนี่ย
อ้อ! ยินดีด้วยค่ะผู้กอง สอบผ่านการเป็นน้องเขยแล้ว

******************************************************************
ตอนต่อไป...มีฉากฟินอีกแล้ววววววววว รอฟินกันในวันศุกร์นี้นะคะ

*******************************************
ตัวอย่างตอนต่อไปลงพรุ่งนี้เย็นๆ ในเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้ เด้อ

*********************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 519 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1402 SudawanMoonarmat (@SudawanMoonarmat) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 09:56
    โอ๊ยเสียน้ำตาให้ไรท์อีกแล้วเนี่ย
    #1402
    0
  2. #1084 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 09:19

    รักนิยายเรื่องนี้...รู้สึกผูกพันกับตัวละครทุกคนในเรื่อง

    #1084
    0
  3. วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 21:10
    ฮือออ ไม่สามารถยับยั้งน้ำตาของตัวเองเวลาอ่านนิยายเรื่องนี่จริงๆ
    #1027
    1
  4. #1025 pawonratlek10 (@pawonratlek10) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 01:22
    ชอบมากตอนที่พี่ภูกับน้องเขยทะเลาะกัน 55
    #1025
    0
  5. #1024 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 23:36

    น้องจ๋าอึดมากเลยค่ะ...เก่งจัง

    #1024
    1
  6. #1023 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 17:58

    ชอบพี่เมียกับน้องเขยคู่นี้จริงๆ เลย แบบว่าอ่านไปร้องไห้เพราะซึ้ง และก็มาหัวเราะกับคู่กัด เหมือนคนอ่านกำลังบ้าเลยค่ะไรท์ หลายอารมย์มากในบทนี้ แต่ขอชื่นชมว่าไรท์แต่งได้เก่งมากๆ เลยค่ะ

    #1023
    1
  7. #1022 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 16:58

    อ่านตอนนี้แล้วร้องไห้ตลอดเลยค่ะ มันกดดันมากๆ เลยค่ะ เห็นความผูกพันของพี่น้อง เห็นความเข้มแข็ง และการเป็นผู้นำของผู้พันกรันณ์

    #1022
    1
  8. #1021 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 15:01
    ตอนแรกซึ้งมากกลัวขวัญตายแต่พอมาเจอผู้พันกับท่านรองฮาเลยกินกันไม่ลงเลยสองคนนี้
    #1021
    0
  9. #1020 P.Yada (@fuufah) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 14:22

    หนูจ๋าได้อยู่กับพี่จ๋าแล้วนะ เป็นความรักที่รู้สึกแอิจฉามาก ๆ เลย หายไว ๆ นะขวัญ

    #1020
    1
  10. #1019 กอบัว (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:53

    ไรท์เขียนได้ดีทุกเรื่องเลย. อดใจรอถึงวันศุกร์แทบไม่ไหว

    #1019
    1
  11. #1017 SuparpNazin (@SuparpNazin) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:42
    5555 ชอบจริงเวรกรรมของผู้พัน
    #1017
    1
  12. #1016 Song (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:09

    เอาตรงๆเลยนะไรท์

    นั่งทำงานไปอ่านไปน้ำตาไหลไป

    ทำไมเขียนได้ดีขนาดนี่

    เอาตรงๆอีกรอบนะทิชชู่หมด ออฟฟิศแล้ว

    ฮือๆๆๆๆๆนี้ยังไม่หยุดร้องเลยนะ

    ต้องเอาฉากฟินๆมาให้อ่านด้วยฮือๆๆๆๆ

    #1016
    1
  13. #1015 noowun (@noowun) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 10:52

    ชอบมากเลยค่ะ ซึ้งในความรักของพี่จ๋า อยากให้อัพทุกวันเลยไม่อยากรอวันศุกร์แระค่ะ เมื่อไรจะมีหนังสือค่ะ

    อยากซื้อหนังสือเก็บไว้ค่ะ

    #1015
    1
  14. #1014 เฆมสีฟ้า (@Cielblue) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 10:23
    อยากให้อัพทุกวันเลย
    #1014
    0
  15. #1013 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 08:04
    ซึ้งอยู่ดีๆ ฮาซะงั้น 5555 ไรท์เขียนดีมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอน้าา
    #1013
    0
  16. #1012 Kanokwan Ruenarom (@KanokwanRuenarom) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 07:45
    เปลี่ยนจากวันศุกร์เป็นวันนี้เถอะ
    #1012
    0
  17. #1011 boumza (@boumza) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 07:16

    แรกๆซึ้ง ทำตาหมดเป็นปี๊บ หลังๆมาฮาตอนเรียกชื่อ หัวเราะจนท้องแข็ง สนุกดีค่ะ

    #1011
    0
  18. #1010 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 03:09
    ท่านรองจะฮาไปใหนเนี่ยกำลังซึ้งเลย555
    #1010
    0
  19. #1009 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 02:16
    พี่จ๋าไม่ใช่พี่รัณค่ะเสียใจด้วย 555
    #1009
    0
  20. #1008 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 00:19
    พี่จ๋ามาช่วยแล้วน้าาาา
    #1008
    0
  21. #1007 IFah Fah (@wanwisa23375) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 00:12
    ลุ้นมากกกก
    #1007
    0
  22. #1006 pratiya31 (@pratiya31) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:47
    ค้างคาค่ะ อยากรู้หมอกรเรียกกันยังไง อิอิ
    #1006
    0
  23. #1005 Na'thai (@yoknahathai) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:43
    ท่านรองกับผู้พันนี่จริงๆเลย แล้วหมออะคะ บอกมาาาา55555
    #1005
    0
  24. #1004 eve (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:25

    พี่จ๋าไม่ต้องร้องให้แล้ว น้ำตาซึมเลย

    #1004
    0
  25. #1003 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 22:59
    555555 กำลังซึ้งเจอพี่รันกับท่านรอง เเฉกันเรื่องเรียกเมียเข้าไป อ้อ หมอกรอีกคน ยังไม่ตอบเลยนะว่าเรียกเมียว่าไร ส่วนท่านขวัญตา ข้าน้อยขอคารวะ อึด ทึก เกินท่านนี้ไม่มีอีกแล้ว
    #1003
    1