ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 94 : นักโทษแหกคุก (ตอนพิเศษ 22)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 427 ครั้ง
    3 ส.ค. 62

94.นักโทษแหกคุก

 

                ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาและไปปฏิบัติหน้าที่ตามหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพ นักศึกษาแพทย์ทหารชั้นปีที่หกจะต้องออกฝึกภาคสนามก่อน ซึ่งเป็นวิชาเวชปฏิบัติการยุทธและฝึกปฏิบัติการเพชราวุธ โดยจะมีการจำลองเหตุการณ์ต่างๆ ในสนามรบทั้งเวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน 72 ชั่วโมง เพื่อเป็นการให้นักศึกษาแพทย์ทหารได้ฝึกการทำงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นการจัดหน่วย การดูแลผู้ป่วย การแยกผู้บาดเจ็บตามลักษณะอาการ การนำผู้บาดเจ็บออกจากสนามรบ รวมถึงการใช้เปลสนาม รถพยาบาล รถศัลยกรรมเคลื่อนที่ และการส่งทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์ทหารร่วมออกฝึกด้วยเกือบร้อยคนทั้งชายและหญิง โดยมีอาจารย์แพทย์ทหารคอยให้การดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด

                เรียกได้ว่าสามวันนี้เป็นสามวันที่ขวัญตาเหนื่อยแทบขาดใจ ทั้งๆ ที่ความจริงจะใช้ระยะเวลาในการฝึกจริงๆ สองอาทิตย์ แต่เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ป่าก็หาใช่อุปสรรคของเธอไม่ เพราะเธอเรียนรู้การใช้ชีวิตและการทำงานในผืนป่ามาจากเหล่าพี่ๆ ทหารพรานหมดแล้ว โดยเฉพาะ พี่จ๋า ของเธอที่กลายร่างเป็นครูฝึกอีกครั้งสอนแม้กระทั่งให้เธอจับงูและสัตว์มีพิษต่างๆ แต่พี่จ๋าของเธอฝึกก็ยังไม่โหดเท่ากับที่พี่ชายและพี่ผู้พันของเธอฝึกให้ เจอสองคนนี้เข้าไปเธอแทบอยากจะเป็นทหารหนีทัพวิ่งกลับไปฟ้องพี่หมอแก้มทันที แต่การฝึกสุดโหดของพวกเขาก็ทำให้เธอแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก เธอสามารถวิ่งเข้าไปรักษาคนไข้ในป่าได้อย่างคล่องแคล่ว แม้จะเป็นเหตุการณ์จำลองก็ตาม

                “โอ๊ย! ขาขาด ขาขาดแล้วช่วยด้วย” เธอร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเสมือนจริงเมื่อถึงคราวที่ต้องรับบทเป็นผู้บาดเจ็บให้เพื่อนแพทย์ทหารที่กำลังฝึกอยู่มาตรวจดูอาหาร

                “คนขาขาดเขาร้องแบบนี้หรอ” อาจารย์หมอที่ยืนควบคุมอยู่ถามคนที่รับบทเล่นเป็นผู้บาดเจ็บ

                “ก็หนูไม่เคยขาขาดนี่คะ” ขวัญตาหันมาบอกกับอาจารย์หมอ ซึ่งอาจารย์หมอคนนี้เป็นเพื่อนกันกับผู้พันกรันณ์ และแน่นอน เมื่อเป็นเพื่อนกับพี่ชายของเธอเขายิ่งต้องเคี่ยวเข็ญเธออย่างหนักกว่าคนอื่นๆ ตามคำสั่งของพี่ชาย ซึ่งขวัญตาเริ่มจะเบื่อแล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ บารมีของพี่ชายก็ตามไปคุ้มกะลาหัวตลอด

                “แล้วเคยเจอคนไข้ขาขาดรึเปล่า”

                “เคยค่ะ”

                “อาการเขาเป็นยังไงก็แสดงออกไปแบบนั้นเพื่อนๆ จะได้ดูอาการถูก”

                “อ๋อ ได้ค่ะ สบม.”

                “สบายมาก”

                “ส้มบางมดค่ะ” พอตอบเสร็จขวัญตาก็ทิ้งตัวลงนอนหลับนิ่งๆ ไปกับพื้นดินทันทีจนอาจารย์หมอต้องสะกิดไหล่เธออีก

                “ทำอะไร นอนแบบนี้ทำไม”

                “อ้าว ก็คนไข้ขาขาดของหนูเขาสลบกับทุกคนนี่คะ อ้อ! มีอีกเวอร์ชั่นค่ะ”

                “ยังไง”

                “อ๊ากกกกกก เจ็บ เจ็บจะตายอยู่แล้ว หมออยู่ไหน ช่วยด้วยหนูขาขาด อ๊ากกกกกก” เล่นจริงอะไรจริง เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเธอดังไปไกลจนเพื่อนทหารที่ฝึกซ้อมรีบเข้ามาดูอาการตามสเต็ปที่ได้เรียนมา อาจารย์หมอเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับการแสดงสมจริงนี้

                “ไอ้รันนะไอ้รัน แล้วไม่บอกกันก่อนว่าน้องมึงน่ะเป็นเด็กเพี้ยน” เสียงอาจารย์หมอบ่นอุบอิบเมื่อขวัญตายังแหกปากร้องออกมาอย่างเจ็บปวดไม่หยุด แสดงเก่งแบบนี้น่าจะไปเป็นนักแสดงนะ ไม่ควรมาเป็นหมอ

                ตลอดระยะเวลาของการฝึกขวัญตารับบทหลายตำแหน่งหน้าที่หมุนเวียนกันไปเพื่อให้เรียนรู้งานในแต่ละสถานการณ์จะได้เตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง วิชาทางการแพทย์ก็พร้อมเต็มเปี่ยม วิชาการทหารก็คล่อง เรียนรู้ชีวิตในป่าได้เสมือนเป็นทาร์ซานมาเองแบบนี้ขวัญตาเลยไม่ค่อยเครียด เคยเป็นเด็กอารมณ์ดีร่าเริงอย่างไรเธอก็ยังอารมณ์ดีร่าเริงอยู่เช่นนั้นจนเพื่อนๆ ที่เคร่งเครียดอยู่กับการฝึกพลอยอารมณ์ดีไปกับเธอด้วย เมื่อมีขวัญตาที่ไหนที่นั่นย่อมมีรอยยิ้มเสมอ

                “คุณพระ นั่นอะไรกันล่ะเนี่ย” เพื่อนของเธอว่าขึ้นเมื่อเห็นชาวบ้านเกือบสิบคนทำท่าเอะอะโวยวายจะเข้ามาหาเรื่อง เพื่อนนักศึกษาแพทย์ทหารผู้ชายในกลุ่มเลยหันมาอธิบาย

                “สถานีนี้เราจะฝึกปฏิบัติการ ปปส. การควบคุมฝูงชน การต่อต้านการซุ่มโจมตียานพาหนะ หลักการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การก่อความไม่สงบ ซึ่งเราจะต้องเรียนรู้การรับมือกับสถานการณ์พวกนี้ เนี่ย ที่เห็นน่ะนักแสดงล้วนๆ”

                “โห นี่เขาไปหานักแสดงมาจากช่องไหนกันล่ะเนี่ย ตีบทแตกกระจุย ทำท่าโกรธแค้นพวกเราอย่างกับพวกเราไปเผาบ้านเขามา ท่านขวัญตาขอมอบรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมให้เลยค่ะ” ขวัญตานั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วทำท่ามอบโล่ให้ เพื่อนๆ นักศึกษาแพทย์ทหารเลยพากันมองบนใส่เธอ เหอะ! ทำจะมอบรางวัลให้คนอื่น ทีเธอยังเล่นบทคนขาขาดได้ซะสมจริงเลย

                “แล้วเราต้องจัดการยังไงล่ะ” เพื่อนอีกคนถามต่อ เพื่อนนักศึกษาแพทย์ทหารชายคนเดิมเลยพูดต่อ

                “เราก็ต้องเข้าไปคุยกับพวกเขาด้วยเหตุผล ประนีประนอมและควบคุมสถานการณ์ให้ได้”

                “แล้วถ้าไม่ได้ล่ะ”

                “ก็ต้องแลกหมัดกันซักตั้ง” ขวัญตาตอบขึ้นมาแทน ปลดปืนที่สะพายหลังอยู่ออกมาเตรียมพร้อม เพื่อนนักศึกษาแพทย์ทหารชายเลยทุบหมวกกันกระสุนที่เธอสวมอยู่เข้าให้

                “ถ้าไม่อยากถูกเตะตกอ่างเก็บน้ำก็เงียบไปเลยไอ้ขวัญ” เขาดุเธออย่างไม่จริงจัง อ้าว! เธอผิดอะไร ก็พี่รันสอนเธอมาเองนี่ว่าถ้าคุยกันดีๆ แล้วไม่รู้เรื่องก็ต้องแลกหมัดกันซักตั้ง ระดับผู้พันเลยเชียวนะที่สอนเธอมาเนี่ย

               

แม้จะเป็นตัวป่วนตัวกวนแค่ไหน แต่พอต้องรับมือกับสถานการณ์จริงๆ ขวัญตาก็ทำได้ดีเกินคาด กว่าสามวันของการฝึกจะเสร็จเรียบร้อยดีก็เล่นเอาล้าไปเลย พอหลังจากที่การฝึกภาคสนามตลอดสามวันเสร็จสิ้นลง วันต่อมาก็เป็นพิธีปิดการฝึก ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีแล้วเหล่านักศึกษาแพทย์ทหารก็จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่ ทก.ฝึก วัดถ้ำเขาอีโต้ อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ เพื่อเป็นการตอบแทนที่เข้ามาขอใช้พื้นที่ในการฝึกภาคสนาม โดยงานหลักๆ ก็จะเป็นการทำความสะอาดและทาสีกำแพงพระอุโบสถวัด เนื่องจากมีจำนวนนักศึกษาแพทย์ทหารชายเยอะกว่า งานแบกหามหนักๆ พวกเขาจึงรับไปจัดการเอง ส่วนขวัญตาก็ถือกระป๋องสีเดินทาสีไปตามกำแพงอุโบสถอย่างเพลินๆ ทาไปก็ร้องเพลงศิลปินเกาหลีที่เธอชอบไปตามประสา ครึ้มอกครึ้มใจที่พรุ่งนี้จะได้กลับวิทยาลัยแล้ว จะได้กลับบ้านแล้วโทรหาพี่จ๋าของเธอเสียที นึกเขินอยู่เหมือนกันนะเนี่ยเวลาที่เรียกเขาแบบนี้

“ขวัญๆ เขามีเรื่องอะไรกันหรอ” ก้านตอง เพื่อนนักศึกษาแพทย์ทหารที่ทาสีกำแพงพระอุโบสถของวัดอยู่กับเธอรีบเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าขณะนี้ที่บริเวณหน้าวัดมีผู้คนกำลังชุมนุมกันอยู่ทั้งชาวบ้าน พระในวัดแล้วก็อาจารย์หมอ ทหาร ตำรวจเยอะแยะไปหมดเลย จะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฝึกก็ไม่น่าใช่เพราะทำพิธีปิดไปแล้ว พรุ่งนี้ก็จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วด้วย อุปกรณ์เครื่องมือหรืออาวุธปืนก็เก็บคืนเรียบร้อยหมดแล้วนี่นา

                “มีตำรวจด้วยแฮะ” ขวัญตาว่าก่อนจะเดินถือกระป๋องสีไปยังที่ชุมนุมกันโดยมีนักศึกษาแพทย์ทหารคนอื่นๆ เข้ามารวมตัวดูสถานการณ์ด้วย

                “ตอนนี้เรากำลังเร่งติดตามนักโทษอยู่ครับ แต่เพื่อความปลอดภัยเราจึงต้องมาแจ้งทางวัดกับทางชาวบ้านให้ระวังตัวและช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางเจ้าหน้าที่เราด้วย รอบๆ อ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่ป่าซะส่วนใหญ่ นักโทษกลุ่มนี้อาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งก็ได้” คนที่พูดแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบผู้คุมนักโทษในเรือนจำ แล้วขณะนี้ที่ด้านหน้าบริเวณวัดถ้ำเขาอีโต้ก็มีเจ้าหน้าที่ถือปืนเดินตรวจตราอยู่เต็มไปหมด

                “ได้ครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งให้ลูกบ้านแถบนี้คอยระวังตัว ถ้าเจอคนแปลกหน้าแล้วเราจะรีบแจ้งครับ” ผู้ใหญ่บ้านของชุมชนแถบนี้บอก แล้วเจ้าหน้าที่จากเรือนจำก็แจ้งข่าวเพิ่มเติมอีกก่อนจะออกตามล่านักโทษต่อ เหล่านักศึกษาแพทย์ทหารได้แต่มองหน้ากันเมื่อพอจะคาดเดาเหตุการณ์ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่เรือนจำประจำจังหวัดปราจีนบุรีขณะนี้มีนักโทษต้องคดีร้ายแรงแหกคุกออกมาถึงห้าคน แต่สองคนแรกนั้นถูกจับตายได้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ที่เหลืออีกสามคนตอนนี้กำลังหลบหนีอยู่ใกล้ๆ กับอ่างเก็บน้ำ แต่ตอนนี้ยังไม่พบร่องรอยทางเจ้าหน้าที่เลยเข้ามาเตือนให้ชาวบ้านระวังตัวและช่วยเป็นหูเป็นตาให้

                “ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันนะ” หลังจากที่เหล่าชาวบ้านและผู้คุมเรือนจำกลับออกไปจากวัดกันแล้ว ผอ. การฝึกภาคสนาม หรือหัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชมก็เรียกรวมตัวนักศึกษาแพทย์ทหารทุกคนรวมถึงอาจารย์หมอท่านอื่นๆ ด้วย ถึงแม้ว่าทุกคนจะเป็นทหาร นักศึกษาแพทย์ทหารจะผ่านกับฝึกด้านการรบมาแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวนักศึกษาแต่ละคนอาจารย์หมอทุกท่านก็ไม่กล้าเอาชีวิตลูกศิษย์ของตนมาเสี่ยงกับอันตรายแบบนี้

                “เนื่องจากมีนักโทษชายแหกคุกกันออกมาสามคนและคาดว่าน่าจะแอบซุ่มอยู่ในบริเวณเขาอีโต้ อาจารย์เลยอยากจะให้ทุกคนคอยระวังตัวกันด้วย อย่าไปไหนมาไหนเพียงลำพังแล้วถ้าพบเจอผู้คนต้องสงสัยต้องรีบแจ้งอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ของทางเรือนจำทันที นักโทษกลุ่มนี้ต้องคดีร้ายแรงและฆ่าเหยื่อมาเยอะ หากไม่จำเป็นพยายามอย่าเผชิญหน้าหรือต่อสู้กับพวกนั้นเด็ดขาด” แน่นอนว่านักโทษคดีร้ายแรงฆ่าคนมาแล้ว ลำพังนักศึกษาแพทย์ทหารที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในสนามรบแบบจริงๆ คงไม่อาจต่อกรด้วยได้ กิจกรรมพัฒนาพื้นที่วัดภายในวันนี้จึงมีกำหนดให้เสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนด คือจากกำหนดการเดิมจากบ่ายสองโมงมาเป็นหลังทานอาหารเที่ยงด้วยกันเท่านั้นเพื่อจะได้เดินทางกลับที่พักที่ ร้อย.1 และร้อย. สน. พัน.สร.2

                “แจ๊คพอตจริงจริ้ง กี่รุ่นๆ มาไม่เคยเจอเรื่อง พอเรามาปุ๊บเป็นเรื่องปั๊บเลย สงสัยจะเป็นญาติกับโคนันแน่ๆ โผล่ไปที่ไหนเกิดเรื่องที่นั่นตลอด” ขวัญตาอดบ่นออกมาไม่ได้หลังมื้อเที่ยง และตอนนี้กำลังช่วยเพื่อนๆ จัดเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกและอุปกรณ์ที่ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ภายในวัด

                “แกนี่บ่นตลอดเลยนะ” ก้านตองที่ช่วยขวัญตาหอบไม้กวาดทางมะพร้าวไปเก็บยังโรงเก็บของของทางวัดว่า เห็นบ่นนั่นบ่นนี่แต่เวลาทำงานจริงๆ ขวัญตากลับทำได้เยี่ยมกว่าคนอื่นๆ เสียอีก

                “บ่นอะไร เปล่าบ่นซักหน่อย ได้กลับเร็วก็ดีแล้วนี่จะได้มีเวลานอนยาวๆ”

                “ฝันไปเถอะว่าจะได้นอน เห็นอาจารย์หมอบอกว่าจะให้ไปพัฒนาพื้นที่ที่กองร้อยแทนนี่”

                “ห๋า” ขวัญตาทำหน้าหมดหวังทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้ อากาศร้อนจะตายแบบนี้เธออยากถอดชุดฝึกออกแล้วไปอาบน้ำเย็นๆ แต่งชุดวอร์มมากกว่า โธ่ นี่ความคิดนี้ต้องเป็นของอาจารย์หมอคนที่เป็นเพื่อนกับพี่ชายเธอแน่ๆ นิสัยอยู่นิ่งๆ ไม่เป็นเหมือนกันแบบนี้น่ะ เฮอะ! ตอนอยู่วิทยาลัยหรือตอนออกฝึกล่ะชอบทำเป็นเข้ม แต่พอเวลาปกติกลับชอบพาลูกชายตัวเองไปเที่ยวบ้านเธอ ไปทำไมน่ะหรอ ก็ไปจีบสไนเปอร์ของเธอไง ฝันไปเถอะว่าจะจีบได้พี่ชายเธอหวงลูกจะตาย อีกอย่างสไนเปอร์ก็เป็นแค่เด็กอนุบาล เอาลูกชายวัยม. ต้นไปจีบเด็กอนุบาลน่ะ ใจคออยากจะให้ลูกชายต้องคดีพรากผู้เยาว์รึยังไงกัน อย่าว่าแต่พี่รันเธอจะหวงลูกสาวเลย ขนาดคุณลุงของเธอแท้ๆ ยังหวงหลานสาวคนนี้มากจนถึงขั้นจ้างคนไปแอบเฝ้าคอยดูแลความปลอดภัยให้หลานๆ เลย ลูกหลานบ้านนี้ใช่ว่าใครจะแตะต้องได้ง่ายๆ นะ

                “โห เนี่ยนะห้องเก็บของ ทำไมเก่างี้ล่ะ” ก้านตองว่าขึ้นก่อนจะวางไม้กวาดทางมะพร้าวลงแล้วหยิบกุญแจจะมาไขประตูห้อง ขวัญตาที่มองตามเพื่อนจึงสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

                “ประตูไม่ได้ล็อกนี่ตอง” ว่าแล้วก็วางไม้กวาดทางมะพร้าวลงแล้วเดินเข้าไปสำรวจประตูห้องเก็บของของทางวัด แล้วที่หน้าประตูก็เห็นโซ่คล้องหล่นอยู่กับพื้นคล้ายกับถูกตัดจนขาด ทำไมกันล่ะ ทำไมต้องตัดโซ่ด้วย กุญแจมีไขดีๆ ทำไมถึงไม่ใช้ ขวัญตามองโซ่คล้องประตูสลับกับบานประตูห้องเก็บของ หรือว่าโซ่มันจะเก่าจนผุไปเอง

                “งั้นก็รีบเอาไม้กวาดไปเก็บเถอะจะได้มีเวลาไปกราบลาหลวงพ่อกัน” ขวัญตายังไม่ทันจะได้ห้ามอะไรก้านตองที่เร่งให้เธอเก็บไม้กวาดก็เปิดประตูห้องเก็บของออกทันที

                “ตอง อย่างเพิ่ง!!!” ทันทีที่ร้องห้ามเพื่อน มีดเล่มคมก็ยื่นมาจ่อที่ขวัญตาและเพื่อนทันที เพราะเมื่อก้านตองเปิดประตูห้องเก็บของออก ก็ปรากฎชายร่างสูงใหญ่ในชุดนักโทษเรือนจำในมือถือมีดและชะแลงเหล็กเอาไว้ กลิ่นกายเหม็นสาบคละคลุ้งไปทั่วจนก้านตองต้องรีบถอยหนีมาหาขวัญตาอย่างหวาดกลัว

                ขวัญตามองร่างสูงของทั้งสามคนตาไม่กะพริบ ดูออกทันทีว่าทั้งสามคนนี้คือนักโทษแหกคุกที่เจ้าหน้าที่กำลังตามล่าตัวอยู่ ช่างเข้าใจหาที่หลบซ่อนตัว ทั้งผู้คุม ทหาร ตำรวจออกไล่ล่าหาอยู่ในป่าแต่พวกมันกลับมาซ่อนตัวอยู่ในวัดที่เต็มไปด้วยนักศึกษาแพทย์ทหาร ใช้หลักจิตวิทยาหลอกล่อเพราะคงไม่มีใครคิดว่านักโทษจะมาหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้นักศึกษาแพทย์ทหารและเหล่าอาจารย์หมอที่เป็นทหารถึงในวัด

                “ทหารนี่หว่า” หนึ่งในนักโทษทั้งสามว่าเมื่อเห็นเครื่องแบบชุดฝึกทหาร

                “สงสัยจะเป็นพวกเด็กที่เรียนหมอทหารที่เขาว่ากันน่ะ สวยซะด้วยโดยเฉพาะนังเด็กนี่” คนที่ถือชะแลงว่าแล้วใช้ปลายชะแลงตบมาที่แก้มของขวัญตาอย่างไม่แรงนักจนเธอต้องรีบก้าวถอยออกมา ไอ้คนที่ดูจะเป็นหัวหน้าจึงได้ปัดชะแลงออก

                “มึงอย่าเพิ่งมาบ้าตัณหาตอนนี้ไอ้ชัย แม่ง เอาชีวิตให้มันรอดก่อนเถอะ พ่อมึงป้วนเปี้ยนไปหมดแบบนี้ไม่แหกตาดูรึยังไง”

                “โธ่พี่เข้ม อยู่ในคุกมาตั้งหลายปีแล้วเพิ่งจะได้เจอผู้หญิงมันก็ต้องอยากกันบ้างแหละพี่”

                “มึงก็เลือกเอาว่าจะสนองความอยากของมึงหรือจะหนีพ่อมึงให้ได้ก่อน”

                “แล้วจะเอายังไงกับเด็กสองคนนี้ดีล่ะ” นักโทษอีกคนถามขึ้น แล้วมองหน้าขวัญตาเมื่อเห็นว่าเด็กสาวคนนี้ดูจะไม่มีความหวาดกลัวอะไรพวกตนเหมือนกับเพื่อนอีกคนเลย ไม่กลัวไม่พอสีหน้าท่าทางยังดูเอาเรื่องอีกด้วย

                “สาวๆ มาเก็บไม้กวาดแค่นี้มากันซะนานเลยนะ” เสียงหนุ่มนักศึกษาแพทย์ทหารที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันร้องว่าขึ้นเพราะเขาเห็นว่าขวัญตากับก้านตองหายตัวมานานจึงได้มาตาม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ากลับทำให้หมอหนุ่มถึงกับชะงัก...นักโทษแหกคุก!!!

                ผลัวะ!!! ขวัญตาอาศัยช่วงนี้ปาดเท้าเตะไปที่มือของนักโทษที่ถือชะแลงอย่างจังจนชะแลงหล่นออกจากมือของมันพร้อมกับถีบมันจนมันล้มหงายลงไปกับพื้น

                “ตอง! หนีเร็ว!!!” เธอร้องบอกเพื่อนแล้วจูงมือเพื่อนวิ่งหนีหากแต่นักโทษคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกลับไวกว่าคว้าแขนอีกข้างของก้านตองเอาไว้แล้วใช้มีดในมือแทงมาที่ช่วงท้องของเด็กสาวทันที

                ฉึก!!!

                “ตอง!!!” ขวัญตาถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นเพื่อนล้มลงไปต่อหน้าต่อตาพร้อมกลับเลือดจำนวนมากที่ไหลออกมาท่วมกาย แต่แทนที่เธอจะวิ่งหนีเธอกลับรีบเข้าไปกอดประคองเพื่อนเอาไว้

                “อีเด็กบ้านี่ มึง!!!

                “นักโทษ!!! นักโทษแหกคุกอยู่ทางนี้!!!” เพื่อนชายที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนเรียกทุกคนเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่านักโทษง้างมีดในมือขึ้นจะจ้วงแทงขวัญตาด้วยอีกคนก่อนที่เขาจะวิ่งเข้ามาแล้วถีบนักโทษคนนั้นอย่างจัง หากแต่แรงถีบของเขากลับไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

                ผลัวะ!!!

                “ปัณณ์!!!” ขวัญตาร้องเรียกเพื่อนออกมาลั่นเมื่อนักโทษอีกคนอาศัยช่วงเผลอใช้ไม้หน้าสามทุบเข้าที่กลางหลังของปัณณ์จนเขาล้มฟุบลงกับพื้นในทันที แต่เสียงตะโกนเรียกทุกคนของปัณณ์เมื่อครู่นี้ก็ทำให้ทุกคนพากันกรูมาที่นี่พร้อมด้วยผู้คุม ทหารและตำรวจอีกมากมาย

                “เอายังไงดีพี่ พวกผู้คุมแห่กันมาแล้ว” ไอ้คนที่ชื่อชัยลนลานถามลูกพี่ตน ซึ่งไอ้ลูกพี่รายนี้ก็ชักสีหน้าหงุดหงิดออกมาอย่างน่ากลัวก่อนจะมองมาทางขวัญตาที่ยังคงกดมือห้ามเลือดที่แผลถูกแทงให้เพื่อนอยู่

                “งานนี้ก็คงต้องใช้ตัวประกันแล้วล่ะ!!!” ว่าแล้วมันก็รีบเข้ามาคว้าตัวขวัญตาไปล็อกคอเอาไว้ เด็กสาวที่มัวแต่ห่วงเพื่อนอยู่จึงไม่ทันระวังตัว แล้วคมมีดที่จี้มาจรดกับลำคอเล็กๆ ก็ทำให้เธอไม่กล้าขัดขืนหรือดิ้นหนีแม้แต่น้อย ถ้ามันกล้าแทงเพื่อนของเธอแบบนี้มันก็กล้าที่จะฆ่าเธอเหมือนกัน

                “อย่าเข้ามานะถ้าไม่อยากให้นังเด็กนี่ตาย!!!” หัวหน้านักโทษที่จับขวัญตาล็อกคอเอาไว้ร้องขู่เมื่อขณะนี้ทั้งผู้คุม ทหารแล้วก็ตำรวจต่างก็พากันเล็งปืนมาที่พวกเขา ซึ่งพอเห็นว่ามีนักศึกษาแพทย์ทหารสองคนนอนหมดสติเพราะถูกทำร้ายอยู่เหล่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือเพราะคิดว่าคนร้ายต้องกล้าที่จะฆ่าตัวประกันแน่ๆ

                “ทุกคนอย่าเพิ่งลงมือนะครับ” อาจารย์หมอที่เป็นเพื่อนของผู้พันกรันณ์รีบห้ามเจ้าหน้าที่ทุกคน “เด็กคนที่เป็นตัวประกันเป็นลูกสาวของท่านนายพลปภพ” เมื่ออาจารย์หมอบอกแบบนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็พยายามระมัดระวังกันเต็มที่ ลูกสาวท่านนายพล...ถ้าเธอเป็นอะไรไปล่ะก็พวกเขาเดือดร้อนแน่ๆ

                “ปล่อยตัวประกันซะ พวกแกหนีไปไหนไม่รอดแล้ว!

                “ทำไมกูจะหนีไม่รอดวะ” หัวหน้าโจรร้องตอบเจ้าหน้าที่อย่างเป็นต่อเมื่อเหลือบมาเห็นป้ายชื่อที่อกเสื้อของขวัญตา นามสกุลสุวรรณเวช หึ! นามสกุลดังซะด้วย นี่มันเป็นนามสกุลของนายทหารตำแหน่งใหญ่โตของกองทัพเลยนี่หว่า นังเด็กนี่เป็นตัวประกันชั้นดีซะแล้วสิ

                “นังเด็กนี่เป็นลูกหลานคนใหญ่คนโตซะด้วยสิ เอาซี้! ถ้าพวกมึงยิงกูล่ะก็นังเด็กนี่ตายแน่!!!

                “หยุดก่อน!!!” ผู้คุมรีบร้องห้าม ยิ่งเห็นคมมีดที่จรดอยู่ที่คอของขวัญตากรีดที่คอเล็กๆ ของเธอจนเลือดซึมพวกเขาก็ยิ่งไม่กล้าเอาชีวิตของเธอมาเสี่ยง ถึงแม้ว่าตัวประกันคนนี้จะไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยก็เถอะ

                “อย่าทำร้ายตัวประกัน มันไม่คุ้มกันหรอก ถ้าพวกแกฆ่าเด็กคนนี้พวกแกก็ไม่มีทางรอดแล้ว”

                “เอารถมาให้กูคันหนึ่ง” หัวหน้าโจรไม่ฟังการเกลี้ยกล่อมใดๆ แล้วเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการทันที “รถหนึ่งคัน น้ำมันเต็มถัง เอามาให้กูเดี๋ยวนี้ หึ! นังเด็กนี่มันสำคัญนักไม่ใช่หรอ ไม่คุ้มกันหรอกมั้งถ้านังเด็กนี่จะตาย”

                “จะตายก็ตาย” ขวัญตาว่าขึ้นมา เธอจะมารอดชีวิตเพียงเพราะเป็นลูกของคนใหญ่คนโตแล้วปล่อยให้นักโทษรอดคุกรอดตะรางไปได้อย่างนั้นหรอ ไม่ คุณลุงกับพี่รันของเธอสอนมาโดยตลอดว่าเป็นทหารต้องรักผืนแผ่นดิน รักประเทศชาติมากกว่าชีวิตของตัวเอง ถ้าตัวตายแล้วทำให้บ้านเมืองหรือประเทศชาติสงบขึ้นก็จงยินดีในความตายอย่างกล้าหาญ ถึงเธอจะเป็นเพียงแค่นักศึกษาแพทย์ทหารแต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทหารแล้ว สอบรับราชการทหารผ่านแล้ว ตอนนี้เธอเป็นทหารเต็มตัวแล้วเธอจะมัวแต่รักตัวกลัวตายได้อย่างไร

                “อาจารย์คะ” เธอหันมาทางอาจารย์หมอที่เป็นเพื่อนของพี่ชาย “หนูเป็นทหาร หนูไม่กลัวตาย ถ้าเพื่อความถูกต้องหนูจะตายก็ได้ แต่อย่าให้ไอ้นักโทษสามคนนี้มันหนีไปได้นะคะ”

                “...ขวัญตา” เธอ...ช่างสมกับที่เป็นลูกหลานของทหารกล้า เลือดทหารในกายเธอช่างเข้มข้นจนน่ายกย่อง แต่ว่า...ทหารที่ดีแบบนี้ไม่สมควรที่จะตายง่ายๆ ทหารดีๆ แบบนี้ควรอยู่ปกป้องประเทศไปให้นานแสนนาน

                “เอารถให้มันตามที่ขอเถอะครับ” อาจารย์หมอหันมาบอกทางเจ้าหน้าที่ “ผมจะไม่ยอมให้ลูกศิษย์ของผมเป็นอะไรไปเด็ดขาด ชีวิตของแพทย์ทหารไม่ควรต้องเอามาแลกกับไอ้พวกขยะสังคมนี่”

                “อาจารย์...” ขวัญตาเรียกเขา แต่เขากลับส่ายหน้าเพื่อห้ามไม่ให้เธอพูดอะไร

                เพียงแค่อึดใจเดียวตำรวจนายหนึ่งก็ขับรถกระบะของทางตำรวจเองมาจอดเอาไว้ นักโทษทั้งสามคนก็เลยจับตัวขวัญตาขึ้นรถไปด้วย ถึงแม้จะได้รถมาแต่ก็ใช่ว่าพวกตนจะสามารถหนีไปได้ง่ายๆ ตราบใดที่ยังมีเด็กคนนี้อยู่อย่างไรเสียพวกเจ้าหน้าที่ก็ต้องไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ๆ

 

                ที่ฐานทหารพรานแม่สอดวันนี้ผู้กองคณินรู้สึกใจคอไม่ดีแปลกๆ ตั้งแต่เช้ามาแล้วที่เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง กินข้าวก็ฝืดคอ พยายามจะหาสาเหตุแต่ก็ไม่เจอ เรื่องงานก็ราบรื่นดี ทีมลาดตระเวนของเขาก็เพิ่งจะเดินทางกลับถึงฐานอย่างปลอดภัย ผู้พันก็ยังคงนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานตามปกติ แล้วนี่เขาใจไม่ดีเรื่องอะไร เมื่อคืนนี้น้องชายที่อยู่อเมริกาก็โทรมาเล่าให้ฟังว่าร้านอาหารไทยที่นั่นกำลังไปได้สวย แม่ของเขาก็สบายดี ยังมีเรื่องอะไรอีกนะที่ทำให้เขารู้สึกใจไม่ดีแบบนี้

                “อ้าวผู้กอง เป็นอะไรรึเปล่าคะสีหน้าไม่สู้ดีเลย ไม่สบายรึเปล่า” ราชาวดีที่เดินอุ้มรีคอนมาทางห้องพยาบาลถามเขาขึ้น เพราะวันนี้ผู้พันคีรินทร์มาตรวจเยี่ยมฐาน รีคอนน้อยที่ติดพ่อภูมากก็เลยอ้อนขอตามพ่อภูมาด้วย

                “ผมรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะครับ” เขาไม่รู้จะอธิบายอาการของตัวเองให้หมออย่างเธอฟังยังไงดี “รู้สึกไม่สบายใจ ใจคอไม่ดี กินข้าวไม่ลงแล้วก็หงุดหงิด...เออ...มันไม่ใช่อาการของคนเป็นวัยทองใช่มั้ยครับ” พอเขาถามราชาวดีก็หัวเราะออกมาทันที รีคอนน้อยก็เลยหัวเราะตามคุณอาของตนออกมาด้วย นี่มันยังไงกันล่ะเนี่ยอาหลานคู่นี้

                “ไม่ใช่หรอกค่ะ โธ่ ผู้กองยังหนุ่มนะคะ ยังไม่ได้เข้าสู่วัยทองซักหน่อยทำเป็นกังวลไปได้” เธอกลั้วขำไม่หยุด “เชิญด้านในห้องพยาบาลเลยค่ะเดี๋ยวฉันจะตรวจอาการให้” เธอบอกเขาก่อนจะอุ้มพารีคอนเดินเข้าไปด้านในห้องพยาบาล

                “รีคอนนั่งตรงนี้ก่อนนะลูก เดี๋ยวขออาแก้มทำงานก่อนนะครับ”

                “ค้าบ” หลานชายตัวน้อยรับคำอย่างว่าง่ายเมื่อคุณอาคนสวยวางตนลงที่เก้าอี้พร้อมกับส่งของเล่นมาให้

                กริ๊ง!!! เสียงของบางอย่างตกลงกระทบกับพื้นห้องพยาบาล รีคอนน้อยที่มองตามจึงรีบปีนลงจากเก้าอี้แล้วไปวิ่งไล่ของบางอย่างที่หล่นลงมาจากตัวคุณอาคณินก่อนจะใช้มือเล็กๆ ป้อมๆ ของตนตะครุบของสิ่งนั้นเอาไว้แล้วอวดคุณอาแก้มทันที

                “อ้าว นี่แหวนนี่ครับ” ราชาวดีมองแหวนญาติสีทองประดับพลอยแท้โมดาไวท์สีเขียว...แหวนญาติของนักศึกษาแพทย์ทหารนี่นา สงสัยจะเป็นแหวนญาติที่ขวัญตาให้ผู้กองคณินเอาไว้ “รีคอนเอาแหวนไปคืนคุณอาคณินนะครับ แหวนวงนี้คุณอาคณินทำหล่น” พอเธอบอกรีคอนน้อยก็เอียงคอมองคุณอาคณินทันที สงสัยว่าแหวนวงนี้ตัวเองเก็บได้ทำไมต้องคืนให้คุณอาด้วย ก็เพิ่งจะวิ่งไล่จับได้แท้ๆ นี่นา

                ผู้กองคณินที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวรีบเดินเข้ามาหารีคอนทันที บ้าจริง นี่เขาอาการหนักถึงขั้นแหวนญาติของขวัญตาหลุดออกจากนิ้วก็ไม่รู้ตัวหรอ ทั้งๆ ที่แหวนวงนี้เขาสวมได้พอดีแท้ๆ

                “รีคอนครับ ขอแหวนคืนให้คุณอานะครับ”

                “ของรีคอนค้าบ” รีคอนน้อยกอดแหวนเอาไว้อย่างหวงๆ ท่าทางการหวงของของเด็กน้อยทำให้ราชาวดีเอ็นดูหลานยิ่งนัก กำลังคิดถึงลูกๆ พอพี่ชายพาหลานมาให้เธอได้เล่นด้วยเธอก็พอจะคลายความคิดถึงลูกๆ ลงไปได้บ้าง

                “ไม่ใช่ครับรีคอน แหวนวงนี้คุณอาคณินทำหล่น รีคอนเป็นเด็กดีเก็บของได้ก็ต้องส่งคืนเจ้าของนะครับ” ราชาวดีสอนหลาน ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คุณพ่อของหนูน้อยเดินเข้ามาดูว่าลูกชายงอแงรึเปล่า พอเห็นพ่อภูของตัวเองรีคอนน้อยก็รีบวิ่งเตาะแตะไปกอดขาพ่อภูเอาไว้ทันทีเพื่อหาที่พึ่ง ผู้พันคีรินทร์เห็นแหวนญาติในมือของรีคอนก็พอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

                “เอาแหวนคืนคุณอาคณินไปสิลูก นะครับ” ผู้พันคีรินทร์อุ้มลูกชายเพียงคนเดียวของตนขึ้น อย่าว่าแต่ลูกติดพ่อเลย พ่อก็ติดลูกมากเหมือนกัน วันไหนไม่ได้เห็นหน้าลูกก็ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

                “ถ้าไม่คืนแหวนให้คุณอาคราวหลังพ่อจะไม่พามาเที่ยวที่นี่อีกแล้วนะ ว่าไงครับ จะคืนคุณอามั้ย” พอพ่อภูขู่แบบนี้รีคอนก็ได้แต่มองแหวนญาติตาละห้อยก่อนจะตัดใจแล้วยอมคืนแหวนให้คุณอาคณินในที่สุด

                “ขอบคุณมากนะครับ” ผู้กองคณินรับแหวนของตนคืนพลางโคลงศีรษะหลานชายเล่นอย่างเอ็นดูในความน่ารัก ราชาวดีที่ใส่สเต็ทโตสโคปเรียบร้อยแล้วจึงผายมือบอกให้ผู้กองคณินไปนั่งที่โต๊ะตรวจคนไข้

                “ผู้กองป่วยหรอ” พอผู้พันคีรินทร์ถามราชาวดีก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วตอบพี่ชาย

                “ผู้กองเขาสงสัยน่ะค่ะว่าตัวเองเป็นวัยทองรึเปล่า”

                “อ้อ! พวกมีแฟนเด็กก็แบบนี้แหละ คิดมากเรื่องอายุของตัวเอง”

                “ท่านรองกับคุณหมอเอื้อยก็อายุห่างกันมากนะครับ” ผู้กองหนุ่มย้อน

                “ห่างแล้วไง ก็ไม่ได้ห่างมากเท่าคู่ผู้กองนี่ อ้อ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นวัยทองด้วย”

                ได้ฟังคำสนทนาของคนทั้งคู่ราชาวดีก็ยิ่งขำ แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงหัวใจผู้กองคณินเต้นแปลกๆ มันไม่ใช่เต้นแปลกๆ แบบคนเป็นโรค แต่...

                “ผู้กองเครียดรึเปล่าคะช่วงนี้” เธอถามอาการคนไข้ ยิ่งเห็นสีหน้าคนไข้ดูไม่ดีจึงได้หยิบเครื่องวัดความดันออกมาด้วย

                “ไม่ทราบเหมือนกันครับ วันนี้ผมใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้ หายใจติดขัดไปหมด”

                “ถึงได้ใจลอยทำแหวนหล่นจากนิ้วตัวเองน่ะหรอคะ”

                “ครับ”

                “ไม่ใช่สังหรณ์ใจเพราะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นรึเปล่า” ผู้พันคีรินทร์ว่าขึ้นแล้วอุ้มรีคอนมามองดูสีหน้าลูกน้องตัวเอง

                “จะมีเรื่องอะไรล่ะครับ ที่ฐานก็ปกติดี”

                “ยัยขวัญออกฝึกภาคสนามเสร็จแล้วยัง” ขวัญตา...นั่นสิ ผู้กองคณินคิดแล้วมองแหวนญาติของเธอที่นิ้วของตัวเอง...ถ้าตามกำหนดการเธอฝึกเสร็จตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ส่วนวันนี้เป็นวันพิธีปิดและมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ ก็คงจะไม่มีอะไรหรอกมั้ง ฝึกภาคสนามมีครูฝึกกับอาจารย์หมอดูแลอย่างใกล้ชิดขนาดนั้น

                “แก้ม!” ในระหว่างที่เขากำลังคิดถึงขวัญตาอยู่นั้นผู้พันกรันณ์ก็วิ่งเข้ามาในห้องพยาบาลทันทีด้วยท่าทีตื่นตระหนก ผู้พันหนุ่มดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ด้วยก่อนจะเดินผ่านเขาเข้าไปหาเมียตัวเอง

                “พี่รัน มีอะไรรึเปล่าคะสีหน้าไม่ดีเลย” ราชาวดีรีบจับมือสามีเอาไว้อย่างห่วงใย เริ่มจะใจไม่ดีตาม หรือว่า... “ลูกๆ เป็นอะไรรึเปล่าคะ ซีล เรนเจอร์ สไนเปอร์ ลูกของเราเป็นอะไรรึเปล่าคะพี่รัน”

                “ไม่ใช่ ไม่ใช่ลูกของเราแต่เป็นยัยขวัญ”

                อะไรนะ!!! ผู้กองคณินที่ใจไม่ดีอยู่แล้วถึงกับหัวใจกระตุกวูบรีบหันมามองทางผู้พันกรันณ์ในทันที

                “พี่ต้องรีบไปปราจีนบุรีด่วน เพื่อนพี่ที่เป็นอาจารย์หมอของยัยขวัญโทรมาบอกว่ายัยขวัญถูกนักโทษแหกคุกที่ปราจีนฯ จับไปเป็นตัวประกัน ตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่กำลังเร่งออกช่วยอยู่ พวกมันต่อรองเอารถขับหลบหนีไปแล้วก็เอาตัวยัยขวัญไปด้วย”

                “แล้วขวัญเป็นอะไรรึเปล่าครับผู้พัน ยังปลอดภัยดีอยู่มั้ย เจ้าหน้าที่ปล่อยให้คลอดสายตารึเปล่า ไอ้พวกเลวนั่นมันมีกี่คน มีอาวุธอะไรบ้าง แล้ว...”

                “ใจเย็นๆ ก่อนผู้กอง ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก”

                “ใครจะไปใจเย็นได้กันผู้พัน! นั่นคนรักของผมนะ คนรักของผมทั้งคนกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วจะบอกให้ผมใจเย็นอย่างนั้นหรอ” ผู้กองคณินว่าขึ้นอย่างหัวเสีย เป็นห่วงขวัญตาใจแทบขาดที่ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง ยัยตัวแสบ พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าซน มิน่าล่ะวันนี้เขาถึงได้รู้สึกใจคอไม่ดีเลย “ชีวิตของผมไม่เหลือใครอีกแล้ว ชีวิตของผมมีเพียงแค่ขวัญคนเดียวเท่านั้น ถ้าขวัญเป็นอะไรไปแล้วผมจะทนได้ยังไงกัน” น้ำเสียงของผู้กองคณินสั่นเครือ ที่ดวงตาทั้งสองข้างมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอและรินไหลก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องพยาบาล

                “เดี๋ยวก่อน ผู้กองไปไหน” ผู้พันกรันณ์เรียกเขาเอาไว้ เขาจึงชะงักอยู่ที่หน้าประตู

                “ผมจะไปปราจีนบุรี”

                “งั้นก็ไปพร้อมผม ไม่มีสติแบบนี้เดี๋ยวได้ขับรถแหกโค้งตายกลางทางก่อนพอดี” เห็นสภาพของเขาแล้วผู้พันกรันณ์ก็ไม่อยากจะปล่อยเขาเอาไว้คนเดียว ผู้พันรู้ดีว่าผู้กองคณินรักขวัญตามากแค่ไหน ขวัญตาคือสิ่งล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่ผู้กองคณินมี แล้วเขาก็ทุ่มเททุกๆ อย่างให้กับเธอ ทำทุกๆ อย่างก็เพื่อเธอคนเดียวเท่านั้น ขวัญตาตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ก็เหมือนกับหัวใจของผู้กองคณินกำลังถูกกรีดแทง

                “แก้ม พี่อยากให้แก้มกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ก่อน ถ้าคุณแม่รู้เรื่องยัยขวัญเข้าคุณแม่ได้ช็อคแน่ๆ” ผู้พันกรันณ์หันมาทางราชาวดี เธอจึงพยักหน้ารับตาม “พี่จะไปส่งแก้มที่บ้านก่อนแล้วจึงจะไปปราจีนบุรี”

                “ไม่ต้องหรอก แกกับผู้กองไปปราจีนฯ กันเลย เดี๋ยวฉันจะไปส่งแก้มที่บ้านให้เอง ไว้ส่งยัยแก้มเสร็จฉันจะรีบตามไป” ผู้พันคีรินทร์บอก งานนี้จะชักช้าไม่ได้ ยิ่งผู้พันกรันณ์กับผู้กองคณินไปถึงที่เกิดเหตุเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ขวัญตาเองก็เป็นน้องสาวของเขาคนหนึ่ง เธอตกอยู่ในอันตรายแบบนี้เขาเองก็นิ่งเฉยไม่ได้เหมือนกัน

                “ค่ะ งั้นเอาตามที่พี่ภูว่าละกันนะคะ พี่รันกับผู้กองไปหาน้องขวัญกันก่อนเถอะ เดี๋ยวแก้มจะไปกับพี่ภูเอง” ราชาวดีสรุปแผนงานทุกอย่าง ผู้พันกรันณ์ก็พยักหน้าเห็นด้วย ถ้าเธออยู่กับพี่ชายเขาเองก็วางใจ แล้วนอกจากแม่ของเขาจะมีเธอคอยดูแลแล้วเธอก็จะได้กลับไปอยู่กับลูกๆ ด้วย เขารู้ดีว่าเธอคิดถึงลูกๆ มากแค่ไหนเวลาที่อยู่ที่ฐาน

                “แล้วพี่จะติดต่อหาเป็นระยะๆ นะครับ พี่รักแก้มนะ” เขาก้มลงมาจูบราชาวดีเบาๆ จนผู้พันคีรินทร์ต้องรีบยกมือขึ้นปิดตารีคอนน้อยเอาไว้ แล้วพอจูบลาเมียเสร็จผู้พันกรันณ์กับผู้กองคณินก็คว้าอาวุธปืนแล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไปจากฐานกันทันที ราชาวดีที่ยืนส่งคนทั้งคู่จึงได้แต่ถอนหายใจออกมา เป็นห่วงขวัญตานัก โธ่ ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง

                “เจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยคุ้มครองน้องขวัญด้วยนะคะ น้องขวัญเป็นเด็กดี ขอให้น้องขวัญปลอดภัยกลับมาด้วยเถอะนะคะ แล้วก็ขอให้พี่รันกับผู้กองปลอดภัยเหมือนกันด้วยนะคะ” เธอยกมือขึ้นไหว้ขอกับเจ้าป่าเจ้าเขา ผู้พันคีรินทร์จึงเงยหน้าขึ้นมองเรือนไม้สูงทั้งที่ในฐานและผืนป่าใกล้ๆ เพราะเพียงแค่ราชาวดีอธิษฐานขอเสร็จ ต้นไม้ทั้งหมดก็พร้อมใจกันเอนลู่ไหวทั้งๆ ที่ไม่มีลมราวกับเจ้าป่าเจ้าเขาจะรับรู้ในคำอธิษฐานของเธอจริงๆ นี่ตกลงน้องสาวของเขาเป็นนางไม้จริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย ทุกครั้งเลยเวลาที่เธออธิษฐานขออะไรจากเจ้าป่าเจ้าเขา เธอจะสมหวังตลอด

                “มีนางไม้ขอพรให้ยัยขวัญคงไม่เป็นอะไรหรอก” เขาเดินเข้ามาปลอบใจน้องสาว

                “พี่ภู เดี๋ยวขอแก้มไปเก็บกระเป๋าให้พี่รันก่อนนะคะ ถ้าพี่ภูไปปราจีนฯ แล้วพี่รันจะได้มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”

                “ห่วงผัวจริงนะ” ผู้พันคีรินทร์อดแซวเธอไม่ได้ “จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ก็จะไปสั่งการกับลูกน้องเอาไว้เหมือนกันเพราะทั้งผู้พันกับผู้กองจะไม่อยู่ที่ฐานกันซักพัก เก็บของเสร็จแล้วไปเจอกันที่รถพี่นะ”

                “ค่ะ” ราชาวดีตอบพร้อมกับรับเอารีคอนมาอุ้มพาเดินกลับไปที่บ้านพักของเธอด้วยเพื่อให้ผู้เป็นพี่ชายได้ทำงานสะดวกๆ พร้อมทั้งยังวานให้อาสาสมัครทหารพรานลูกน้องคนสนิทของผู้กองคณินช่วยไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าให้เขาด้วย เพราะเธอมั่นใจว่านอกจากอาวุธ สามีของเธอกับผู้กองคณินไม่ได้มีเสื้อผ้าหรือสัมภาระอื่นๆ ติดตัวไปด้วยเลย

 

                ขวัญตามองไปรอบๆ ตัวเมื่อนักโทษแหกคุกทั้งสามคนนี้กำลังพยายามขับรถหนี ซึ่งมีรถของเจ้าหน้าที่ขับตามมาห่างๆ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในการฝึกลำเลียงผู้บาดเจ็บของนักศึกษาแพทย์ทหารตอนนี้ถูกนำมาใช้ในการติดตามรถของนักโทษทางอากาศอีกแรงด้วย สองข้างทางที่รถแล่นผ่านล้วนเต็มไปด้วยป่าหนาทึบจนบรรยากาศดูมืดครึ้มไปหมด ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนแบบนี้เมื่อเข้ามาในพื้นที่ของป่าความชุ่มชื้นก็ยิ่งมีมากจนถนนลาดยางสายเล็กๆ ชื้นไปด้วยไอน้ำ

                “สวย สวยจริงๆ เลยนังหนู” นักโทษคนที่ถูกขวัญตาเตะมือไปเมื่อก่อนหน้านี้ว่า สายตาของมันแทะโลมเธออย่างน่ารังเกียจก่อนจะเข้ามาใกล้เธอ มันพยายามจะกอดและหอมเธอแต่ขวัญตาก็ไม่ยอมง่ายๆ เธอพยายามดิ้นหนีสุดชีวิตด้วยความรังเกียจมันจนกระทั่งลูกพี่ของมันที่นั่งอยู่ข้างคนขับต้องหันมาห้าม

                “เฮ้ยไอ้ชัย!!! มึงอย่าเพิ่งมาอยากอะไรตอนนี้ แทนที่มึงจะไปยุ่งกับนังเด็กนี่มึงมาช่วยกูคิดดีกว่าว่าเราจะหนีไปได้ยังไง ตอนนี้พวกมันทั้งขับรถตาม ทั้งเล่นเอา ฮ. มาขับไล่กันแบบนี้ นี่ก็ไม่รู้ว่าพอพ้นป่าไปจะไปเจอด่านอีกรึเปล่า แล้วอยู่ในป่าแบบนี้เผลอๆ จะมีไอ้พวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาสกัดเอาไว้อีก!!!

                “โธ่พี่เข้ม ก็นังเด็กมันสวยขนาดนี้นี่ใครจะไปอดใจไหว”

                พรึ่บ!!! แล้วสิ่งที่ขวัญตาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อหัวหน้านักโทษที่ชื่อเข้มชักปืนพกสั้นออกมาจ่อหน้าลูกน้อยตัวเอง ขวัญตาที่พยายามปัดป้องตัวเองเลยรีบผลักมันออกห่างจากตัวแล้วถอยหนีไปจนชิดประตูแคปหลังของรถ

                “ถ้ามึงไม่ฟังคำสั่งของกูแล้วยังมาสร้างปัญหาให้กูเพิ่มอีก กูก็จะไม่เอาตัวถ่วงอย่างมึงไว้” เพียงเท่านั้นชัยผู้เป็นลูกน้องก็ไม่กล้าหือแล้ว แล้วกระบอกปืนในมือเข้มก็เล็งมาที่ขวัญตาอีกคน

                “อย่าตุกติกเชียวนะนังหนู ไม่งั้นล่ะก็หัวกระจุยแน่”

                “ถ้าฉันตายพวกแกก็จะไม่มีตัวประกันมาต่อรอง พวกแกไม่รอดแน่ๆ อยู่แล้ว”

                “ก็ถูก แต่ถ้าพวกกูไม่รอด กูจะเอามึงลงนรกไปกับพวกกูด้วย!!!” คำขู่เอาจริงของมันทำให้ขวัญตาไม่พูดอะไรออกมาอีก ตอนนี้เธอตุกติกไม่ได้เพราะพวกมันเลือดเย็นเหลือเกิน เธอก็ได้แต่หวังว่าก้านตองจะไม่เป็นอะไรเพราะมีอาจารย์หมอเก่งๆ อยู่กันตั้งหลายท่าน ไหนจะเพื่อนนักศึกษาแพทย์ทหารอีกร่วมร้อยคนได้ ก้านตองต้องรอดอยู่แล้ว ส่วนปัณณ์ก็คงแค่สลบไปเท่านั้น

                “ไอ้คมสัน ทำไมรถมันส่ายไปมาแบบนี้วะ มึงขับรถห่าอะไรของมึง!!!” เข้มหันมาถามทางลูกน้องอีกคนที่ขับรถอยู่ ซึ่งขณะนี้รถกำลังส่ายไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ ครั้นพอมองหน้าปัดเช็คน้ำมันดูก็เห็นว่าน้ำมันยังหมดไม่ทันถึงครึ่งถังเลย แต่รถกลับเสียการควบคุม

                “พี่เข้ม ฉันว่าไอ้พวกเจ้าหน้าที่มันเล่นตุกติกกับเราแล้วล่ะ มันคงแอบปล่อยลมยางที่ล้อรถแน่ๆ”

                “บัดซบเอ้ย!!! ไอ้พวกตำรวจเวร” เข้มตบหน้าคอนโซลรถอย่างหัวเสียก่อนที่คมสันจะจอดรถเข้าที่ข้างทาง

                “พี่เข้ม ทางขึ้นเขาแบบนี้ถ้าขืนยังขับต่อเราได้ควบคุมรถไม่อยู่จนตกเขาแน่ๆ ทางที่ดีเราหนีไปซ่อนตัวในป่าก่อนเถอะ อยู่ในป่าอย่างน้อยก็ยังหลบ ฮ. ได้นะพี่”

                “เออ เอาไงเอากันสิวะ ก็ไม่มีทางเลือกแล้วนี่!!!” เข้มว่าอย่างไม่มีทางเลือกก่อนจะรีบลงจากรถ ซึ่งพอมองไปที่ล้อของรถก็เห็นว่าล้อถูกปล่อยลมยางจริงๆ มันจึงไม่รอช้ารีบเปิดแคปหลังรถแล้วดึงตัวขวัญตาออกมาก่อนจะใช้ปืนจี้ลากเธอเอาไปในป่าข้างทางด้วย

                เพราะไม่ใช่เส้นทางเดินป่าปกติทำให้ไม่มีทางด่านให้เดิน นักโทษทั้งสามพาขวัญตาเดินเข้าไปในป่าลึกเรื่อยๆ เมื่อยังคงได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังอยู่ไม่ไกล และเสียงการติดตามไล่ล่าจากทางฝ่ายของเจ้าหน้าที่ ขวัญตาพยายามมองภูมิประเทศรอบๆ ตัว หลักวิชาความรู้เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดในป่าที่เหล่าทหารพรานเคยสอนเธอมาทำให้เธอพยายามตั้งสติและจับทิศทางหนีทีไล่เอาไว้ ป่าแบบนี้ถ้าเทียบกับผืนป่าตะวันตกนับว่าไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ผู้พันกรันณ์เคยพาเธอออกลาดตระเวนเพื่อศึกษาผืนป่ามาบ่อยครั้งแล้ว และเธอก็เคยได้เรียนเกี่ยวกับการรับมือกับเหล่าสัตว์ป่าจากกริชชานนท์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งผืนป่ามรดกโลกด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้วิชาความรู้มีแน่นเต็มหัว เมื่อมีวิชาเต็มหัวก็ต้องหาทางเอาตัวให้รอดให้ได้ ไอ้นักโทษสามคนนี้ก็ใช่ว่าจะไว้ใจมันได้ง่ายๆ เกิดมันอยากจะฆ่าเธอตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น ยิ่งไอ้คนชื่อชัยยิ่งไม่น่าไว้ใจ อย่างไรเสียพวกมันก็เป็นผู้ชาย ถูกขังอยู่ในคุกมาเป็นเวลานานไม่เคยได้เจอผู้หญิง ถ้าเกิดพวกมันกลัดมันอยากจะทำอะไรเธอขึ้นมานั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ถ้าสบโอกาสเมื่อไหร่เธอต้องรีบหนีไปให้ไวที่สุด

                “ขอฉันเดินแถวหน้าๆ ได้มั้ย ฉันไม่อยากเดินรั้งท้าย” ขวัญตาหันมาพูดกับหัวหน้านักโทษเพราะมันมีปืนและมีอำนาจมากที่สุดในที่นี้

                “ก็ได้ แต่อย่าตุกติกเชียวล่ะ” มันว่าแล้วดึงตัวเธอให้มาเดินนำหน้าโดยใช้ปืนจี้เธอเอาไว้ตลอด ถ้าขวัญตาคิดเล่นไม่ซื่อมันจะได้ฆ่าเธอได้ทันที

                แต่ที่ขวัญตาขอเดินด้านหน้าแบบนี้ก็เพราะเธอมองเห็นถึงอะไรบางอย่างในผืนป่าต่างหาก ป่าหน้าฝนมักเต็มไปด้วยสัตว์เลื้อยคลานมากมาย ทั้งชนิดเล็กและชนิดใหญ่ มีพิษและไม่มีพิษ แต่ถึงจะไม่มีพิษก็ใช่ว่าจะไม่มีอันตราย ทากดูดเลือดจำนวนมากบนพื้นดินที่ขวัญตาสังเกตเห็นทำให้เธอต้องระวังตัวให้มากขึ้น อย่างน้อยตอนนี้เธอก็สวมชุดฝึกทหารลายพรางสีเขียว สีกลมกลืนกับผืนป่า กางเกงขายาวและเสื้อแขนยาวของชุดทำให้เธอไม่ถูกกิ่งไม้บาดผิวเนื้อ และรองเท้าคอมแบทก็เดินในผืนป่าแบบนี้ได้ง่ายกว่าชุดของนักโทษที่เป็นเพียงกางเกงและเสื้อแขนสั้นตัวบาง ไหนจะรองเท้าแตะอีก หึ! เจอฝูงทากแบบนี้มีบันเทิงกันแน่ พวกมันคงจะยังไม่ทันระวังตัวกันสินะเพราะต้องคอยมองทั้งเส้นทาง คอยระวังพวกเจ้าหน้าที่ที่ไล่ล่าแล้วก็ยังต้องคอยระวังไม่ให้เธอหนีอีก ไอ้พวกนักโทษเลว เก่งนักใช่มั้ยเรื่องฆ่าคน แล้วเรื่องเกี่ยวกับผืนป่าล่ะจะแค่ไหนกัน รู้จักท่านขวัญตาน้อยไปซะแล้ว

                “อีนังหนู ทำไมมึงเดินป่าคล่องแบบนี้วะ” เข้มที่เอาปืนจี้หลังเธออยู่ถามขึ้นเพราะตั้งแต่ถูกจับตัวมาเขาไม่เห็นตัวประกันคนนี้จะร้องเอะอะหรือหวาดกลัวอะไรเลย แววตาของเด็กคนนี้นิ่งมาก สั่งอะไรก็เชื่อฟังแต่โดยดี

                “ฉันเป็นทหารนะ แค่เดินป่าแค่นี้ทหารเขาฝึกกันจนชินแล้ว” ขวัญตาตอบ ถึงเธอจะเดินนำหน้าและมีปืนจ่อหลังอยู่แบบนี้แต่คนที่กำหนดทิศทางให้เธอเดินไปก็คือไอ้หัวหน้านักโทษ

                เสียงเฮลิคอปเตอร์เริ่มจะหายไปเมื่อเข้าป่าลึกไปเรื่อยๆ ขวัญตาเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์และเข็มนาฬิกาที่ข้อมือ พยายามจะกำหนดทิศทางให้รู้แน่ชัด ยิ่งเข้าป่าลึกไปไกลฝูงทากก็ยิ่งดุจนเธอต้องพยายามเดินเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งให้ทากได้มีโอกาสเกาะ แต่ถึงจะระวังอย่างไรก็ยังมีทากมาเกาะเธอจนได้จนต้องคอยปัดหนี

                “เสียงน้ำนี่ ข้างหน้าต้องมีน้ำตกแน่ๆ เลยพี่” คนสันที่เดินตามหลังเข้มว่า ตั้งแต่หลบหนีออกมาน้ำซักหยดก็ยังไม่ได้ดื่ม หิวจนแสบท้องไปหมดแล้วตอนนี้

                “รีบไปทางน้ำตกสิ” เข้มใช้ปลายกระบอกปืนในมือผลักหลังขวัญตาให้เดินไปทางที่ได้ยินเสียงของน้ำตก แต่พอเธอเดินไปได้ไม่ทันเท่าไหร่ ไชัยที่เดินรั้งท้ายก็ร้องขึ้น

                “เฮ้ย! เฮ้ยอะไรวะ ตัวอะไรวะเนี่ย!!!” เขาร้องออกมาลั่นพร้อมกับดึงเสื้อนักโทษของตัวเองขึ้น แล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ขวัญตาอดรู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้ เมื่อตอนนี้แผ่นหลังและบริเวณหน้าท้องของชัยเต็มไปด้วยทากดูดเลือดตัวสีดำยั้วเยี้ยจนแทบจะมองไม่เห็นผิวเนื้อคน ทากบางตัวที่ดูดเลือดจนอิ่มก็ตัวพองจนอ้วนกลมและหลุดร่วงออกมา เลือดสีแดงฉานอาบเต็มตัวเขาไปหมด แม้แต่ที่ตัวของคมสันกับเข้มก็มีทากดูดเลือดเกาะอยู่ด้วยแต่ก็ไม่มากเท่ากับของชัย

                ขวัญตารีบกระโดดขึ้นไปยืนบนก้อนหินทันทีเพื่อหนีทากดูดเลือดตัวร้ายแล้วคอยปัดออกจากตัวบ้าง ทากดูดเลือดเป็นสัตว์ที่จะคอยดูดเลือดของเหล่าสัตว์ป่าที่อยู่ในผืนป่าแม้แต่กับมนุษย์ด้วย โดยมันจะจับแรงสั่นสะเทือนจากพื้น ไวต่อกลิ่นและสัญญาณความร้อนจากอุณหภูมิตัวของตัวเหยื่อ เมื่อคนแรกเดินผ่านไปย่อยก่อให้เกิดแรงสั่นทะเทือนจากพื้น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการหายใจและอุณหภูมิร่างกายที่ปล่อยออกมา ทำให้โดยส่วนมากคนที่เดินอยู่ท้ายขบวนมักจะถูกโจมตีจากทากดูดเลือดได้ง่ายเพราะต้องเดินผ่านไอความร้อนและลมหายใจจากคนด้านหน้า ด้วยเหตุนี้ขวัญตาจึงขอเดินนำหน้าพวกมันเพื่อที่เธอจะได้ไม่ถูกทากดูดเลือดโจมตีแบบนี้

                “มึงจะร้องหาพ่อมึงหรอไอ้ชัย พวกกูก็โดนเหมือนกันแหละ” เข้มว่าแล้วพยายามดึงทากออกจากตัว ก่อนที่มันจะมองมาทางขวัญตาเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ถูกทากโจมตี มีบ้างแค่ไม่กี่ตัว เพียงแค่ใช้นิ้วดีดออกก็หมดปัญหาแล้ว

                “นี่มันตัวอะไรวะ!” มันร้องถามเธอ ขวัญตาก็เลยยักไหล่ตอบ

                “ทากดูดเลือด อ้อ! ยิ่งดึงออกแบบนั้นเลือดจะยิ่งไหลนะจะบอกให้” เธอตอบพลางใช้กิ่งไม้เล็กๆ ที่หาได้มาคอยเขี่ยทากดูดเลือดออกห่างจากตัวเอง นี่ถ้ามันไม่เอาปืนจี้เธออยู่แบบนี้เธอวิ่งหนีไปนานแล้ว

                “นู่น! เห็นต้นไม้ต้นนู้นรึเปล่า มันเป็นสมุนไพรห้ามเลือดได้นะ” เธอชี้ไปทางอีกฟากของป่าที่ค่อนข้างโล่งและแสงแดดก็ส่องถึง “ยิ่งหยุดนิ่งอยู่แบบนี้ทากมันจะยิ่งเกาะนะ”

                “งั้นก็รีบนำพวกกูไปสิ เร็ว!!!

                “โอเคๆ ตามมาๆ” เธอว่าแล้วก็กวักมือเรียกนักโทษทั้งสามให้ตามไปยังต้นสมุนไพรที่ว่า ซึ่งที่ตรงนี้อยู่ใกล้กับลำธารแล้วก็มีแผ่นหินที่น่าจะพอหลบทากดูดเลือดได้

                ขวัญตามองดูเหล่านักโทษทั้งสามช่วยกันดึงทากดูดเลือดออกจากตัวอย่างสะใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะไอ้คนที่ชื่อชัยที่ดูจะอาการหนักสุด ไอ้บ้ากามตัณหากลับสมควรแล้วที่จะโดนแบบนี้ ยี้! ขนาดเธอเป็นหมอแท้ๆ เจอบาดแผลมาแล้วทุกรูปแบบยังอดยี้กับสภาพของมันไม่ได้เลย ตอนนี้สภาพของพวกมันแต่ละคนตัวฉ่ำไปด้วยเลือดจนต้องพากันถอดเสื้อออก ที่ลำตัวน่ะว่าหนักแล้ว แต่ที่ช่วงขานี่สิ โหย นี่มันหนังสยองขวัญชัดๆ ทากดูดเลือดหลายร้อยตัวได้นะที่เกาะอยู่เนี่ย นี่แค่ด่านแรกเท่านั้นนะไอ้พวกเลว เดี๋ยวต่อไปท่านขวัญตาจะจัดให้บันเทิงกว่านี้อีก

                “ต้นนี้เขาเรียกว่าต้นตัง” เธอชี้ไปทางต้นตังตาบอด ไม้ยืนต้นที่ไม่สูงมากเท่าไหร่ พี่ชายของเธอกับพี่จ๋าเคยบอกว่ามันเป็นต้นไม้พวกเดียวกับต้นยางพารา มีน้ำยางสีขาวที่เป็นพิษทำให้ปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกน้ำร้อนลวกจนเป็นแผลอักเสบและบวมแดง หากเข้าตาก็จะตาบอดได้ ใจจริงล่ะอยากจะแนะนำพืชที่เป็นพิษให้พวกมันกินแล้วตายด้วยซ้ำ แต่เพราะเธอเป็นหมอ หน้าที่ของเธอคือรักษาคนไม่ใช่การฆ่าคน ดังนั้นเธอจึงจัดการแบบนั้นกับพวกมันไม่ได้

                “น้ำยางของต้นนี้มันช่วยห้ามเลือดได้ อ้อ แต่มันจะแสบๆ ร้อนๆ หน่อยนะ คล้ายๆ กับเอาแอลกอฮอล์ทาแผลนั่นแหละ”

                “มึงแน่ใจนะ!” เข้มยังคงจ่อปืนมาทางเธออยู่ ขวัญตาที่กำลังเคาะเอาทากดูดเลือดออกจากรองเท้าของตัวเองจึงพยักหน้ารับ

                “ฉันเป็นหมอ เป็นทหารด้วย เรื่องสมุนไพรน่ะก็ต้องรู้กันบ้างแหละ เนี่ย ลำต้นของมันแข็งแรงมากเลยนะ เอาไปใช้ก่อสร้างก็ได้ ส่วนรากของมันก็เป็นยาขับเลือดด้วย แปลกมั้ยล่ะ รากขับเลือดแต่ยางห้ามเลือดได้” พอเธอว่าจบพวกมันทั้งสามคนก็ไม่รอช้ารีบกรีดน้ำยางของของต้นตังตาบอดออกมาทาที่ลำตัวกันทันที แต่ด้วยพิษของน้ำยางทำให้พวกมันเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนกันขึ้นมา จนเข้มรีบหันมาใช้ปืนจ่อหน้าขวัญตาเอาไว้อีก

                “มึงหลอกอะไรพวกกู!!! ทำไมมันยิ่งปวดแสบปวดร้อนแบบนี้วะ มึงหลอกให้พวกกูเอายางไม้มาทาตัวหรอ” ถามไปก็ลูบผิวตัวเองไปด้วยอาการแสบร้อนจนแผลยิ่งบวมแดงอย่างน่ากลัว

                “หลอกอะไร ฉันเปล่าหลอกนะ ก็พูดอยู่โต้งๆ ว่ายางของมันจะแสบๆ ร้อนๆ ฉันแค่แนะนำต้นไม้ต้นนี้ให้พวกแกรู้จักนะ ไม่ได้บอกซักคำว่าให้เอามาทาตัว แค่บอกว่ายางมันห้ามเลือดได้เฉยๆ เอง” เธอแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่เรื่องที่น้ำยางของต้นตังตาบอดใช้ห้ามเลือดได้นั้นเธอโกหกล้วนๆ เอง

                “มึง!!! มึงอยากตายนักหรอวะ!!!

                “อย่านะ!” ขวัญตารีบร้องห้ามเมื่อมันปลดเซฟปืนจะยิงเธอจริงๆ “ถ้าฉันตายพวกแกก็ไม่รู้วิธีถอนพิษนะ”

                “ถอนพิษอะไร มึงจะหลอกอะไรพวกกูอีก!!!” ปลายกระบอกปืนจ่อมาที่ขมับของขวัญตา นังเด็กนี่มันชักจะยังไงๆ แล้ว ตั้งแต่ที่มันขอเดินนำหน้าแล้วเพราะมันรู้ดีว่าจะถูกทากดูดเลือดโจมตี แล้วยังมาน้ำยางสมุนไพรบ้าๆ อะไรนี่อีก

                “ไม่ได้หลอกนะ ฉันก็กลัวตายเหมือนกันนะจะบอกให้ ถ้าแกฆ่าฉันตายฉันต้องเป็นศพไร้ญาติถูกสัตว์ในป่ากัดแทะแน่ๆ ไม่เอาหรอก มันน่ากลัวนะ ฉันจะให้ความร่วมมือกับแกเอง ไม่ว่าแกจะหนีรอดหรือถูกตำรวจจับ แต่อย่าฆ่าฉันทิ้งในป่าเลยนะ ฉันกลัวจริงๆ ฉันยังเด็ก สงสารฉันเถอะ” แสร้งบีบน้ำตานิดๆ อย่างขอความเห็นใจ แล้วนักโทษที่ไม่ได้เจอผู้หญิงมานานมีหรือจะตามมารยาหญิงทัน หึๆๆ ความบันเทิงของท่านขวัญตายังไม่หมดแค่นี้หรอกนะ

                “กูจะลองเชื่อมึงอีกครั้งก็ได้ ไหน มึงลองบอกวิธีถอนพิษมาซิ” มันยอมเอาปืนออกจากขมับของเธอ ทำให้ขวัญตาต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ

                “รู้จักเอื้องหมายนามั้ย” เมื่อเป็นอิสระจากปืนแล้วขวัญตาก็เดินไปยังธารน้ำซึมเล็กๆ ที่มีกอของต้นเอื้องหมายนาขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและกำลังออกดอกสวย ซึ่งเอื้องชนิดนี้ชอบขึ้นอยู่ตามสภาพพื้นดินชื้นๆ ใกล้แหล่งน้ำ

                “มันเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากๆ มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เพราะมันเกิดอยู่ตามแหล่งน้ำหรือที่ชื้นๆ แบบนี้ก็เลยมีฤทธิ์เย็น ถ้าเอาเหง้าของมันมากินอาการปวดแสบปวดร้อนก็จะดีขึ้น”

                “กูจะรู้ได้ยังไงว่ามันจะได้ผล มึงลองกินให้กูดูก่อนสิ”

                “ผู้หญิงกินไม่ได้เพราะมันจะมีผลต่อมดลูก ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงท้องนี่จะทำให้แท้งได้เลยนะ พวกแกเป็นผู้ชายนี่ ไม่มีมดลูกปลอดภัยอยู่แล้ว”

                “มึงแน่ใจนะ!

                “ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจนะ ทนปวดแสบปวดร้อนกันไปจนกว่าเลือดจะหยุดไหลนั่นแหละ ขอบอกเอาไว้ก่อนนะ ถึงฉันจะเป็นหมอแต่ก็ไม่มียาไม่มีเครื่องมือแพทย์ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าทนแสบร้อนไหวก็ตามใจ” เธอยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจแล้วไปนั่งตีทากดูดเลือดที่กำลังพยายามไต่เข้ามาหาต่อ แล้วในระหว่างที่เข้มกำลังคิดอยู่ว่าจะเชื่อเธอดีมั้ย ชัยที่ได้รับบาดแผลมากที่สุดก็สุดจะทนต่อความเจ็บปวดแล้ว เขารีบตรงไปที่กอของเอื้องหมายนาทันทีแล้วใช้มีดขุดเหง้าของมันขึ้นมา

                “แค่กินเหง้าของมันใช่มั้ย” เขาหันมาถามขวัญตา เธอจึงรีบพยักหน้ารับ

                “ใช่ๆๆ ล้างน้ำให้สะอาดๆ แล้วกัดไปเลย”

                จะด้วยเพราะพิษบาดแผลหรือเพราะความหิวก็แล้วแต่ชัยจึงกัดกินเหง้าของเอื้อยหมายนาไปทันที คมสันเห็นเพื่อนกินแล้วไม่เป็นอะไรก็รีบมาขุดกินตาม ขวัญตาจึงเดินมาดูผลงานของตัวเอง

                “รสมันอาจจะขมไปนะ แต่มันเป็นยาหลายอย่างเลยล่ะ ทั้งลดอาการไอเจ็บคอ ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ สนามแผลภายใน รักษาโรคความดันต่ำ แก้ซางเด็ก กินน้อยๆ บำรุงมดลูก กินมากๆ มีผลไม่ดีต่อมดลูก เสี่ยงต่อการแท้งได้” คุณหมอในที่นี้อธิบายสรรพคุณทางยาของสมุนไพรชนิดนี้ ยิ่งได้ยินว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณเยอะแยะชัยกับคมสันก็เกิดอุปทานขึ้นมาว่ามันเป็นสมุนไพรที่ดีจริงๆ อุปทานไปด้วยว่าอาการปวดแสบปวดร้อนหายไปจริงๆ จนชักชวนผู้เป็นหัวหน้ามากินด้วย

                “มันหายจริงๆ หรอพวกมึง”

                “ใช่พี่ ถึงจะขมไปหน่อยแต่ก็หายจริงๆ” ชัยบอกพร้อมกับส่งเหง้าของเอื้องหมายนาให้กับลูกพี่ตน

                ขวัญตาแอบดูอยู่ห่างๆ เมื่อเหยื่อหลงกล ทุกสรรพคุณของเอื้องหมายนาที่เธอพูดมานั้นเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องที่บอกว่าเป็นสมุนไพรเย็นลดอาการปวดแสบปวดร้อนจากพิษของยางต้นตังตาบอดได้นั้นเธอโกหก เพราะจริงๆ แล้วเหง้าสดของเอื้องหมายนามีพิษอยู่มาก หากกินไปเยอะๆ โดยไม่มีการทำให้สุกก่อนจะทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วงอย่างรุนแรง มันอาจจะไม่ถึงกับตายแต่ก็น่าจะช่วยถ่วงพวกมันเอาไว้เพื่อให้เธอสามารถหลบหนีไปได้

                แล้วผลของมันก็เป็นจริงตามที่ขวัญตาหวัง เมื่อพวกมันกินเหง้าของเอื้องหมายนาไปมากๆ เข้าแล้วเกิดอาการเวียนหัวขึ้นมา ชัยถึงกับอ้วกออกมาไม่หยุด เช่นเดียวกับเข้มที่ซวนเซไม่ต่างกัน

                “ทำไมมันเวียนหัวแบบนี้พี่ พี่เข้ม หรือว่าเราจะถูกนังเด็กนี่หลอกเอา” คมสันถามกับหัวหน้าตน แต่กว่าที่เข้มจะรู้ตัวขวัญตาที่รอจังหวะอยู่แล้วก็รีบวิ่งหนีไปทันทีอย่างไม่คิดชีวิต

                “อีนังเด็กเวร!!!

                ปัง!!! เสียงปืนดังลั่นขึ้นทำให้ขวัญตารีบก้มหลบตามที่เคยถูกฝึกมาจนเป็นสัญชาตญาณ แต่พอเสียงปืนเงียบหายไปก็ลุกขึ้นวิ่งหนีต่อ ตอนนี้ไม่สนใจทิศทางแล้ว ขอให้หนีรอดจากพวกมันไปให้ได้ก่อนก็พอ ฝ่ายพวกของเข้มก็รีบวิ่งตามเธอไปเช่นกัน แต่ก็วิ่งกันไม่เต็มที่นักเนื่องจากฤทธิ์ของเอื้องหมายนา เข้มยิงปืนไปทางขวัญตาเป็นระยะๆ ทำให้เด็กสาวอกสั่นขวัญแขวนไปหมด เธอวิ่งผ่านชายป่า กระโดดข้ามขอนไม้และปีนป่ายโขดหินสูงเพื่อพยายามรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้อย่างสุดฤทธิ์ เพิ่งจะประจักษ์ชัดว่าวิชาทางการทหารต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมามันใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ก็วันนี้นี่แหละ

                ปัง!!! เสียงปืนยังคงดังไล่หลังเธอมาติดๆ นี่ถ้าหากพวกมันไม่โดนพิษของสมุนไพรเข้าไปมันคงยิงโดนเธอไปแล้วแน่ๆ พี่คณิน...พี่จ๋า... พี่จะรู้บ้างมั้ยว่าหนูอาจจะตายได้ในไม่กี่นาทีนี้ ถ้าหนูไม่อยู่บนโลกนี้แล้วพี่จะทนได้มั้ย พี่บอกว่าหนูคือโลกทั้งใบของพี่ แล้วถ้าหนูตายก็เท่ากับว่าโลกทั้งใบของพี่ก็ต้องพังทลายลง พี่จ๋า...เราจะได้เจอกันอีกมั้ย หนูจะได้กลับไปกอดพี่อีกรึเปล่า หนูยังไม่อยากตาย หนูยังอยากอยู่กับพี่ไปอีกนานๆ ยังอยากอยู่เป็นเจ้าสาวของพี่จ๋า...

                “อีนังเด็กบ้า!!! มึงหนีกูไปไม่พ้นหรอก!!!” เข้มร้องขึ้นเมื่อวิ่งตามขวัญตามาจนทัน ขวัญตาที่พยายามจะหาทางหนีถึงกับไปไหนต่อไม่ได้เมื่อเธอวิ่งหนีมาจนเจอกับธารน้ำที่กำลังไหลบ่าอย่างแรงลงสู่น้ำตกเบื้องล่าง

                “หมดทางหนีแล้วสิมึง” ปืนกระบอกเดิมเล็งมาที่เธออีกครั้งทันที ขวัญตาที่หมดทางจะหนีแล้วจึงยกมือขึ้นกุมตะกรุดที่คอเอาไว้ ตะกรุดของผู้กองไกรจักรที่ผู้กองคณินคืนให้เธอแล้วให้เธอพกติดตัวเอาไว้ยามเมื่อต้องเข้าป่ามาฝึกภาคสนาม เธอรู้ว่ามันคงไม่ไว้ชีวิตเธอหรอก มันตั้งใจจะฆ่าเธอแน่ๆ ต่อให้ร้องขอชีวิตมันก็ไม่สนใจเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ร้องขอชีวิต ขวัญตาเดินถอยหลังหนีพวกมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบริเวณริมหน้าผา...ถอยหนีไปอีกไม่ได้แล้ว

                “ไปตายซะเถอะมึง”

                ปัง!!! ขวัญตาพยายามจะหลบกระสุนนัดนี้แต่ก็หลบไม่พ้นจนถูกยิงเข้าในที่สุด และแรงของกระสุนปืนก็ทำให้เธอเสียหลักพลัดตกลงไปยังน้ำตกเบื้องล่างทันที

                ตูม!!!

                บาดแผลที่ถูกยิงมันเจ็บจนขวัญตาแทบจะขยับตัวไม่ได้ แรงของน้ำตกยามหน้าฝนไม่ใช่ของธรรมดาๆ แม้จะว่ายน้ำเก่งสักแค่ไหนก็ไม่อาจต้านแรงมหาศาลของน้ำได้จนร่างเล็กๆ ค่อยๆ ถูกสายน้ำพัดพาไปไกลก่อนจะค่อยๆ จมลงในที่สุด

                พี่คณิน...หนูกำลังจะตาย พี่คณินอยู่ที่ไหน พี่จ๋าช่วยหนูด้วย หนูกลัว...พี่จ๋าอยู่ไหน หนูเจ็บจังเลย ทั้งเจ็บทั้งหนาว หนูหายใจไม่ออกแล้ว หนูรักพี่จ๋า หนูยังอยากอยู่กับพี่จ๋าของหนู หนูไม่อยากตาย พี่จ๋าช่วยหนูด้วย...


************************************************************************************************

ไรท์ชอบตัดจบแบบละครไทย ฮ่าๆๆ

 พี่จ๋าจะมาช่วยน้องทันมั้ยนะ พี่จ๋าอยู่ตั้งแม่สอดแต่น้องถูกยิงตกน้ำไปแล้ว น้องจะรอดมั้ยล่ะเนี่ย

**************************************************************

โปรดติดตามตอนต่อไป วันพุธเด้อ

*******************************************

อ่านตัวอย่างตอนต่อไปได้ในเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้ นะคะ

พรุ่งนี้เย็นๆ จะมาลงให้เด้อ

*****************************************************



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 427 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1018 P.Yada (@fuufah) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:53

    หนูขวัญสู้ชีวิตมากลูก...ขอให้ปลอดภัยด้วยเถอะ สาธุ !!!

    #1018
    1
  2. #997 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:23

    โอ๊ยยยย ลุ้นๆ พี่จ๋าาาาา มาช่วยท่านขวัญตาเร็วๆนะ

    #997
    0
  3. #994 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 00:06

    อย่าให้น้องขวัญอยู่ในน้ำนานนะเดี๋ยวเปื่อย

    #994
    0
  4. #991 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 17:21
    โอ๊ย!!พี่คณินจะมาทันมั้ยเนี่ย ลุ้นตัวโก่งเลย
    #991
    0
  5. #990 porntawan (@porntawan) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 11:32
    โอ้ยยยย ลุ้นนนนน
    #990
    0
  6. #989 Song (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 10:27

    ตัดชะงั้นไรท์ๆๆๆๆๆ ลงเย็นนี้เลยได้ไหมคะ พลีสสสสๆๆๆๆ

    #989
    0
  7. #988 เรย์ (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 08:10

    ลุ้นอ่าาาา โอ๊ยยยย พี่จ๋าาาา มาซะทีซี๊ พี่จ๋าควรต้องวาร์ปมานะคะ จะขับรถมาไม่ได้ ฮอร์น่ะค่ะพี่จ๋า ตอนนี้ต้องใช้ความใหญ่ของท่านนายพันนายพลผู้พลผู้กองทั้งหมดทั้งปวงแล้วล่ะค่ะ ว๊าาาาก ลุ้น

    #988
    0
  8. #987 Cutety Bovy (@bovycutety) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 07:27
    อย่าตัดแบบนี้น๊าt_t
    #987
    0
  9. #984 Bumbim's Tepamongkol (@bbtpmk) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:39
    จบแบบฮืออออออออออออ พี่จ๋าาาาาาา
    #984
    0
  10. #983 iriya (@iriya) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:26
    ลุ้นระทึกอีกแล้ว พี่จ๋า
    #983
    0
  11. #982 MissJulalukknok (@MissJulalukknok) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:21
    เป็นตอนที่เนื้อหายาว แต่อ่านๆไป ทำไมจบไวจัง กว่าจะถึงวันพุธ งื้ออออ น้องค้างน้องค้างงงงง
    #982
    1
  12. #981 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 23:46
    ก่อนขวัญจะตาย คนอ่านนี่แหละจะตายก่อน ตัดจบมาได้แบบบบ....หึ้ยย
    #981
    1
  13. #980 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 23:44
    ตัดฉับค้างเลย กว่าจะถึงวันพุธ พี่จ๋ามากับฮ.แน่เลยเร็วกว่ารถแน่นอน เดาล้วนๆ
    #980
    1
  14. #979 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 23:29
    กว่าจะวันพุธขวัญไม่ตายก่อนหนอเนี้ยอิอิ
    #979
    1
  15. #978 jipjip_7 (@jipjip_7) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 23:16
    อยากอ่านต่อ ลุ้นหนักมาก
    #978
    0
  16. #976 au2515 (@au2515) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:57
    ลุ้นๆๆๆๆ มาไว้ๆ อย่าปล่อยคนอ่านลุ้นมาก หัวใจจะวาย
    #976
    0
  17. #975 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:53
    จ้าาา าา าตัดบทแรงมาก แงงงง
    #975
    0
  18. #974 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:46
    ถ้าขวัญตาตายก่อนพี่จ๋า พี่จ๋าได้ลาบวชไม่ศึกแน่เลย
    #974
    1
  19. #973 eve (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:45

    โอ้ยยยๆ ค้างๆๆๆ พี่จ๋ามาช่วยเร็ว

    #973
    0
  20. วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:35
    เพิ่งอ่านตอนขวัญตาเรียนจบหลักสูตรกระโดดร่มไป คืนนี้มาเจอข่าวทหารฝึกกระโดดร่มแล้วร่มไม่กาง แถมกำลังจะแต่งงานเร็วๆนี้ด้วย บอกอารมณ์ตอนนี้ไม่ถูกเลย..T_T
    #972
    1
    • 15 กรกฎาคม 2562 / 22:54
      นั่นสิ ไรท์ก็เพิ่งอ่านข่าวมา ในฐานะที่เขียนนิยายชูเกียรติทหาร สะเทือนใจมากๆ ค่ะ
      #972-1
  21. #971 aorr1860 (@aorr1860) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:32
    มาแล้ว
    #971
    0